IMT - GT: แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย

แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย
(Indonesia - Malaysia - Thailand Growth Triangle : IMT - GT)

        แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย (IMT - GT) ได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 2536 โดยผู้นำทั้ง 3 ประเทศได้เห็นชอบที่จะให้ผลักดันการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลักษณะไตรภาคี ระหว่างภาคใต้ของไทย ภาคเหนือของมาเลเซีย และพื้นที่บนเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1) ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศ ให้มีการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้น ความร่วมมือด้านการผลิต การส่งเสริมการลงทุน
    2) การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
    3) การพัฒนาการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงข่ายคมนาคม ขนส่งและระบบสาธารณูปโภคระหว่างประเทศ
 

        โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้และกำหนดแนวทางการดำเนินงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศ ให้มีการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นความร่วมมือด้านการผลิต การส่งเสริมการลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของพื้นที่ IMT - GT นอกจากนั้น ยังมุ่งเน้นให้มีการพัฒนาการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบสาธารณูปโภคระหว่างประเทศ

พื้นที่ความร่วมมือประกอบด้วย พื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ได้แก่ แคว้นอาเจะห์ จังหวัดสุมาตราเหนือ จังหวัดสุมาตราตะวันตก จังหวัดสุมาตราใต้ จังหวัดบังกูลู จังหวัดเรียวและจังหวัดจัมบี พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกของมาเลเซีย ได้แก่ เคดาห์ เปรัก ปีนัง เปอร์ลิส เซลังงอร์ และกลันตัน และพื้นที่ 8 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช

กรอบความร่วมมือ IMT - GT มีกลไกการดำเนินงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กล่าวคือ

1. การประชุมไตรภาคีระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นทุกปี เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของโครงการความร่วมมือต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของภาคเอกชน มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยประสานงานกลางของไทยและมีกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ร่วมสนับสนุน

2. การประชุมสภาธุรกิจร่วมสามฝ่าย เป็นการประชุมของภาคเอกชนทั้ง 3 ประเทศ โดยจะจัดการประชุมก่อนการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน มีสภาธุรกิจชายแดนภาคใต้ของไทยเป็นผู้ประสานงานกลาง

        ที่ผ่านมา IMT-GT ได้มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรอบความร่วมมือให้กระชับและเน้นไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของแนวพื้นที่สะพานเศรษฐกิจ สงขลา-ปีนัง-เมดาน (Seamless Songkhla-Penang-Medan Economic Development Corridor) ภายใต้การกำหนดประเด็นความร่วมมือบนพื้นฐานของการเชื่อมโยงศักยภาพการพัฒนาของพื้นที่สะพานเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ เพื่อให้เป็นฐานเศรษฐกิจหลักที่สนันสนุนและกระจายการพัฒนาไปสู่พื้นที่ต่อเนื่องใน IMT-GT ต่อไป โดยในปัจจุบันแนวทางดำเนินการแผนงาน ได้เน้นความร่วมมือตามแผนงานและโครงการที่ภาคเอกชนสนใจอย่างแท้จริงและเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้โดยไม่ขัดผลประโยชน์แห่งชาติสมาชิก ซึ่งมีกรอบการพิจารณาแผนงาน/โครงการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกและปรับกฎระเบียบโดยภาครัฐ ซึ่งสาระสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือได้แบ่งเป็น 6 ด้าน ดังนี้

1. การค้าและการลงทุน

2. การเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

3. การท่องเที่ยว

4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม

5. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

6. ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล

 

        วัตถุประสงค์หลักของโครงการ IMT-GTคือ การให้ภาคเอกชนของทั้ง 3 ประเทศในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ เป็นผู้นำทางการค้าและการลงทุน ในการนำไปสู่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยแสวงหาประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความใกล้เคียงและคล้ายคลึงกันทางสภาพภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ศาสนา วัฒนธรรมประเพณีและภาษาโดย รัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศ ได้ตกลงร่วมกันที่จะส่งเสริมบทบาทของเอกชนในการสร้างความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจสนับสนุนในภาครัฐให้จัดสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานที่จะเอื้อ ต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและผลักดันให้โครงการ IMT-GT เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเพื่อเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้กำหนดเป้าหมายหลักของโครงการไว้ ดังต่อไปนี้

1. เพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามฝ่าย

2. เพิ่มปริมาณการส่งออกจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามฝ่ายไปยังตลาดทั่วโลก

3. ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชากรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามฝ่าย และประชาชนโดยส่วนรวมของทั้ง 3 ประเทศให้ได้ดียิ่งขึ้น โดยภาคเอกชนเป็นกลไกนำการพัฒนา และภาครัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนการดำเนินงาน

        ในส่วนของไทยการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ IMT-GT มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นานาชาติซึ่งในเบื้องต้นหมายรวมถึง 5 จังหวัด คือ สงขลา สตูล ปัตตานียะลา และนราธิวาส เพื่อเพิ่มการค้าการลงทุน เพิ่มการจ้างงานในท้องถิ่น และสามารถให้แรงงานเข้าไปทำงานในมาเลเซียได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

 

        เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศ ให้มีการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นความร่วมมือทางด้านการผลิต การส่งเสริมการลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในพื้นที่ IMT-GT โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้

ยุทธศาสตร์ 1: ส่งเสริมการค้าและการลงทุนทั้ง Intra IMT-GT และ Inter IMT-GT

1) อำนวยความสะดวกการค้าข้ามแดนและการลงทุน

2) ส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุน

3) รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ

ยุทธศาสตร์ 2: ส่งเสริมภาคเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรและการท่องเที่ยว

1) การเกษตร ประกอบด้วยประมง ปศุสัตว์ ป่าไม้ และอุตสาหกรรมการเกษตร

2) การท่องเที่ยว

ยุทธศาสตร์ 3: เสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบูรณาการพื้นที่ IMT-GT

1) เชื่อมโยงการขนส่ง (ถนน ทางรถไฟ การขนส่งทางทะเล ท่าอากาศยาน)

2) การสื่อสารโทรคมนาคม

3) พลังงาน

ยุทธศาสตร์ 4: ให้ความสำคัญต่อประเด็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงในความร่วมมือทุกด้าน ได้แก่HRD ทักษะและความเชี่ยวชาญ ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ

1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการเคลื่อนย้ายแรงงาน

2) การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

ยุทธศาสตร์ 5: เสริมสร้างการจัดการด้านสถาบันและกลไกความร่วมมือในพื้นที่ IMT-GT รวมทั้งความร่วมมือภาครัฐ / ภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

1) จัดการด้านสถาบันภายใต้กรอบ IMT-GT Roadmap

2) ขยายการเข้าไปมีส่วนร่วมภายในกลุ่ม IMT-GT

3) ดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

 

   กรอบการพิจารณาแผนงาน/โครงการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุน การอำนวยความสะดวกและปรับกฎระเบียบโดยภาครัฐ
 
 
        สาระสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือแบ่งเป็น 6 ด้าน ดังนี้
1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Development) เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตามแนวพื้นที่สะพานเศรษฐกิจ มีมาเลเซียเป็นประเทศนำ
2) การค้าและการพัฒนา ณ จุดแรกเริ่ม (Trade and In situ Development) เน้นโครงการตลาด กลางขายส่งสินค้าชายแดน มีมาเลเซียเป็นประเทศนำ
3) การดำเนินการตลาดเสรี (Open Market Operations) เน้นเขตโทรคมนาคมพิเศษ มีไทยเป็น ประเทศนำ
4) การพัฒนารายสาขา (Sectoral Development) เน้นการท่องเที่ยว มีไทยเป็นประเทศผู้นำ
5) การพัฒนาสหสาขา (Cross-Sectoral Development) เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้อง กับความต้องการของแต่ละโครงการพัฒนา มีอินโดนีเซียเป็นประเทศนำ
6) การพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่องแนวพื้นที่สะพานเศรษฐกิจ (Development of the interlands and Intra Trade) เน้นการพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่องควบคู่กับพื้นที่สะพานเศรษฐกิจ มีอินโดนีเซียเป็นประเทศผู้นำ
 

 

ในปัจจุบันความร่วมมือตามโครงการ IMT-GT มีทั้งสิ้น 6 ด้าน ได้แก่

(1) โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง (Infrastructure and transportation)

(2) การค้าและการลงทุน (Trade and Investment) กรมการค้าต่างประเทศเป็น focal point ฝ่ายไทย

(3) การท่องเที่ยว (Tourism)

(4) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์(Human Resource Development)

(5) การเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร และสิ่งแวดล้อม (Agriculture, Agro-based Industry & Environment)(6) ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล (Halal Product and Services)

 

ภารกิจหลักของสถาบันสำคัญในกรอบ IMT-GT ในการดำเนินการตาม IMT-GT Roadmap

ในการนำ IMT-GT Roadmap ไปสู่การปฏิบัตินั้น ต้องมีความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้กรอบ IMT-GT มีหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องและมีส่วนรับผิดชอบ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ในภาพรวมแล้วภาคเอกชนได้รับการคาดหมายที่จะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้านความร่วมมือในอนุภูมิภาค โดยที่ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนในด้านการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการดำเนินการภาคเอกชนบทบาที่ปรากฎของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นบทบาทที่เกื้อหนุนกันและกัน และในกรณีเป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกัน จะเห็นได้จากโครงการที่สำคัญของภาคเอกชนล้วนต้องการการสนับสนุนจากการอำนวยความสะดวกโดยภาครัฐเพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้

โดยบทบาทหลักและภารกิจหลักของบรรดาสถาบันภายใต้กรอบ IMT-GT จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการดำเนินการตาม IMT-GT Roadmap มีดังนี้

การประชุมระดับสุดยอดผู้นำ IMT-GT (Leaders' Summit)

  • การเป็นองค์กรสูงสุดในระบบการตัดสินใจของกรอบ IMT-GT
  • กำหนดเป้าหมายหลักและทิศทางความร่วมมือตามกรอบ IMT-GT

ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministers' Meeting: MM)

  • เป็นหน่วยประสานงานที่มีความสำคัญลำดับที่สองในด้านการกำหนดทิศทาง และการเป็นองค์กรการตัดสินใจของกรอบ IMT-GT โดยเป็นผู้รายงานต่อที่ประชุมระดับสุดยอดผู้นำ IMT-GT
  • เป็นกลไกที่ทำหน้าที่อย่างเป็นทางการในการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการตาม IMT-GT Roadmap การปรึกษาในระดับสูงด้านนโยบายและประเด็นการดำเนินการ รวมทั้งประเด็นที่ต้องการนำขึ้นพิจารณาในระดับสุดยอดผู้นำ IMT-GT

ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials' Meeting: SOM)

  • เป็นองค์กรประสานงานของแผนงาน IMT-GT ในทุกภารกิจ โดยรายงานต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรี
  • จัดเตรียมและน าเสนอรายงานความก้าวหน้าการด าเนินการตาม IMT-GT Roadmap ต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรี
  • เสนอแนวนโยบายหรือประเด็นที่ควรด าเนินการต่อองค์กรระดับที่สูงกว่า
  • ประสานงานและให้การก ากับดูแลคณะท างานต่างๆ ภายในกรอบ IMT-GT

คณะทำงาน (Working Groups)

  • ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานมาตรการความร่วมมือต่างๆ ในแต่ละสาขาความร่วมมือ และเป็นผู้จัดการประชุมระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการตัดสินใจในการนำมาตรฐการต่างๆไปปฏิบัติ
  • จัดเตรียมแผนดำเนินงานเพื่อการผลักดันยุทธศาสตร์ภายใต้ Roadmap และทบทวนมาตรการดำเนินงานของ IMT-GT เป็นระยะ เพื่อความชัดเจนในด้านความสอดคล้องกับแนวยุทธศาสตร์ตาม Roadmap
  • อำนวยความสะดวกในการระบุแผนงานลำดับความสำคัญสูงรวมทั้งการนำแผนงานโครงการไปปฏิบัติตามสาขาความร่วมมือนั้นๆ รวมทั้งทบทวนโครงการอย่างเป็นวงรอบประจำ
  • ดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับสภาธุรกิจ IMT-GT ในการส่งเสริมการเข้าร่วมอย่างแข็งขันของสภาธุรกิจ IMTGT ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับคณะทำงาน
  • อำนวยความสะดวกในการปรึกษาหารือและหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ และข้อจำกัดในการดำเนินการโครงการติดตามและจัดทำรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงงานกิจกรรมของคณะทำงาน

ศูนย์การประสานงานและติดตามผล (Coordination and Monitoring Center: CMC)

  • จัดทำรายงานเสนอที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และเป็นหน่วยงานกลางในการติดตามผลและประสานงานในกิจกรรมของภาครัฐในกรอบ IMT-GT
  • ติดต่อประสานงานระหว่างที่ประชุมระดับรัฐมนตรี/ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส กับสถาบันอื่นๆ ของ IMT-GT รวมทั้งพันธมิตรจากภายนอก
  • เป็นผู้นำในการประสานงานด้านการไหลเวียนของข้อมูลภายในพื้นที่ IMT-GT
  • อำนวยความสะดวกในการประชุมปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็น จัดเตรียม ตรวจสอบความถูกต้อง กลั่นกรอง และทบทวน IMT-GT Roadmap อย่างเป็นวงรอบประจำ
  • ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการตามมาตรการภายใต้ IMT-GT Roadmap และเสนอรายงานต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและที่ประชุมระดับรัฐมนตรีรวมทั้งสถาบันอื่นๆในกรอบ IMT-GT
  • ประสานงานด้านการไหลเวียนของข้อมูลระหว่างสถาบันต่างๆ ในกรอบ IMT-GT และกับพันธมิตรภายนอก เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม IMT-GT Roadmap
  • ติดต่อประสานงานความเชื่อมโยงและกิจกรรมต่างๆ ในกรอบ IMT-GT กับสำนักงานเลขาธิการอาเซียน องค์กรภายใต้กรอบอาเซียนต่างๆ และองค์กรพหุภาคีอื่นๆ รวมทั้งองค์กรพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตาม IMT-GT Roadmap

ฝ่ายเลขานุการระดับชาติ (National Secretariats)

  • เป็นผู้ร่วมดำเนินงานในระดับชาติกับศูนย์การประสานงานและติดตามผล หรือ CMC โดยทำหน้าที่ประสานงานภายในประเทศกับภาคเอกชนในกิจกรรม IMT-GT
  • เป็นผู้ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานระดับภายในประเทศ และประสานงานกับฝ่ายเลขานุการระดับประเทศของประเทศอื่น ศูนย์การประสานงานและติดตามผล สภาธุรกิจ IMT-GT และองค์กรอื่นๆ
  • จัดอำนวยความสะดวกกิจกรรมภายในประเทศต่างๆของภาครัฐและภาคเอกชนในกิจกรรมของ IMT-GT ให้การปรึกษาในด้านนโยบายและแผนงานเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนงาน โครงการในการเข้ามีส่วนร่วมระดับภายในประเทศของกรอบ IMT-GT รวมทั้งการนำ IMT-GT Roadmap ไปสู่การปฏิบัติ
  • เป็นผู้รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลภายในประเทศสำหรับกรอบ IMT-GT รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และประสานงานด้านการไหลเวียนของข้อมูลระหว่างสถาบัน IMT-GT ต่างๆ
  • ติดตามพัฒนาการในพื้นที่ IMT-GT และติดตามผลของข้อตกลงที่เกิดขึ้น
  • จัดเตรียมการสนับสนุนทางด้านวิชาการและการบริหารจัดการด้านการให้บริการของระดับประเทศต่อการด าเนินการและการประสานงานด้านงบประมาณ

สภาธุรกิจ IMT-GT (Joint Business Council: JBC)

  • เป็นผู้ดำเนินงานร่วมกับสถาบัน IMT-GT ภาครัฐ
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดระหว่างองค์กรภาคธุรกิจในพื้นที่ IMTGT และเป็นผู้แทนภาคเอกชนในการนำเสนอแผนงานตามกรอบ IMT-GT และส่งเสริมให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมความร่วมมือในอนุภูมิภาค
  • เป็นผู้ให้คำปรึกษาหารือในด้านนโยบาย แผนงานโครงการ รวมทั้งการสนับสนุนด้านกฎระเบียบและแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มอัตราการเข้ามีส่วนร่วมของภาคเอกชนในด้านธุรกิจและกิจกรรมการพัฒนาในพื้นที่ IMT-GT
  • เป็นผู้ริเริ่มเสนอโครงการด้านการพาณิชย์และเข้าร่วมในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความต้องการในพื้นที่

ที่ประชุมระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและมุขมนตรี (Governors' and Chief Ministers' Forum)

  • เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการตามกรอบ IMT-GT ในพื้นที่ของตน
  • ประสานเชื่อมโยงกับสภาธุรกิจ IMT-GT ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และคณะทำงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมโครงการต่างๆ ในกรอบ IMT-GT ในพื้นที่ของตน
  • อำนวยความสะดวกด้านการสั่งการในด้านนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ ตลอดจนประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการแผนงานต่างๆ ในกรอบ IMT-GT ในพื้นที่ของตน
  • เข้าร่วมและให้ข้อมูลในด้านนโยบายและแผนงานด้านการลงทุนโครงการสาธารณะประโยชน์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตน

 

        กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบในสาขาการค้าและการลงทุนของไทยได้มีการดำเนินงาน ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมศุลกากร เพื่อผลักดันโครงการต่างๆของประเทศไทยในสาขาการค้าและการลงทุน

สถานะปัจจุบัน 

ได้มีการประชุม IMT-GT Special Consultation เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553-1 กรกฎาคม 2553 ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อทบทวนแผนงาน/โครงการตาม Roadmap ปี 2007-2011 ของความร่วมมือทั้ง 6 สาขา ซึ่งประเทศสมาชิกได้มีการทบทวนและรายงานความคืบหน้าโครงการต่างๆตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยในส่วนของคณะทำงานสาขาการค้าและการลงทุนได้มีความคืบหน้าในการเนินงานกิจกรรมส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการด้านการค้าและการลงทุนที่สำคัญ ดังนี้

1.การอำนวยสะดวกทางการค้าและการลงทุนข้ามแดน Cross – Border Trade and Investment Facilitation

     1.1 การจัดตั้งศูนย์บริการจุดเดียว ในขณะนี้ประเทศสมาชิกสามารถให้ข้อมูลด้านการลงทุนผ่าน Website ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแต่ละประเทศได้มีสำนักงานในพื้นที่ IMT-GT เพียงพอที่จะให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวก เช่น ประเทศไทยมีสำนักงาน BOI ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีสำนักงานในการให้บริการในการจดทะเบียนธุรกิจในทุกจังหวัด และหากผู้ลงทุนมีปัญหาก็สามารถแจ้งไปที่สภาธุรกิจ IMT-GT (IMT-GT Joint Business council :JBC) ให้ประสานอำนวยความสะดวกได้

      1.2 การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจและเขตอุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่ชายแดนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต ได้มีแผนที่จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจและเขตอุตสาหกรรม ในเขตพื้นที่ชายแดนที่สำคัญอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ฝ่ายไทยโดยสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน Sadao – Bukit Kayu Ititam เฟสที่ 1 และ 2เสร็จแล้ว และจะนำผลการศึกษาเฟสที่ 2 เสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีในเดือน สิงหาคม 2553

     1.3 การปรับกฎระเบียบเกี่ยวกับพิธีการศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และการกักกันโรคพืชและสัตว์ (Customs Immigration and Quarantines : CIQs)ให้มีความยุ่งยากน้อยลงและมีความสอดคล้องกัน ณ จุดผ่านแดนที่อยู่ในพื้นที่ IMT-GT เนื่องจากการดำเนินการปรับกฎระเบียบดังกล่าว เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่คณะทำงานด้านการค้าและการลงทุน ดังนั้นที่ประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุน IMT-GT ครั้งที่ 3 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่19-20 สิงหาคม 2552 ณ ประเทศมาเลเซีย จึงได้เสนอให้มีการจัดตั้ง CIQs Task Force โดยอยู่ภายใต้คณะทำงานสาขาการค้าและการลงทุน ต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 16 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 13 -15 ตุลาคม 2552 ณ เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย และที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ขณะนี้ได้แจ้งรายชื่อผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ประสานงานทราบแล้ว

     1.4 แผนงานการจัดตั้งตลาดร่วมขายส่ง/ ขายปลีก และศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ IMT-GT โครงการจัดตั้ง IMT-GT Plaza ของไทยมี 3 แห่ง คือ 1) IMT-GT Plaza ที่จังหวัดตรังได้มีจัดตั้งและเปิดให้แล้วตั้งแต่ปี 2549 2) IMT-GT Plaza ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้จัดตั้งแล้วและเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2552 บริหารโดยสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ณ อาคารศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 11 และ 3) การจัดตั้ง IMT-GT Plaza ที่ จังหวัดพัทลุงได้ยกเลิกแล้ว

     1.5 การชำระเงินแบบทวิภาคี (Bilateral Payment Arrangement) ไทยและมาเลเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการค้าแบบหักบัญชีและมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) และธนาคารกลางของมาเลเซีย (Bank Negara)เป็นผู้ดำเนินการ มีความคืบหน้า ดังนี้

        1) ระหว่างไทยและมาเลเซียได้มีลงนามสัญญาการชำระเงินแบบทวิภาคี(BilateralPayment Arrangement :BPA) ระหว่างสองประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำการค้าแบบหักบัญชีแต่มีผู้สนใจมาใช้บริการน้อยมากเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงสะดวกที่จะทำการค้าแบบวิธีปกติ

        2) ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางของอินโดนีเซียได้มีการเจรจาการชำระเงินแบบทวิภาคี จนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ อย่างไรก็ตาม ในการประชุม IMT-GT Special Consultation ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของอินโดนีเซียได้แสดงความสนใจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป

2.การส่งเสริมการค้าและการลงทุน TRADE AND INVESTMENT PROMOTION

     2.1 การจัดคณะผู้แทนทางด้านการลงทุนร่วมกัน (Joint Investment Mission) เพื่อส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ สภาธุรกิจ IMT-GT จะเป็นแกนหลักในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยเน้นที่ สินค้าฮาลาล และการท่องเที่ยว ประเทศเป้าหมายที่จะไปเยือนคือ คือ ประเทศในแถบตะวันออกกลางโดยภาครัฐของประเทศ IMT-GT จะให้การสนับสนุน

     2.2 การส่งเสริมด้านการตลาด (การจัดงาน Trade Fair & Trade Mission) ในปี 2553 ฝ่ายไทย ได้มีโครงการที่จะจัดงาน Trade Fair ดังนี้

- การจัดงาน IMT-GT Trade and Songkla Food Expo ระหว่างวันที่ 7-12 เมษายน 2553 โดยจังหวัดสงขลาและสภาธุรกิจชายแดนภาคใต้ IMT-GT

- กรมการค้าต่างประเทศได้จัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไปเยือนประเทศมาเลเชียระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2553 และไปเยือนเมืองเมดาน อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 14-18 กรกฎาคม 2553

3.โครงการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ECONOMIC AND BUSINESS INFORMATION COMPILATION

     3.1 CIMT (Centre for IMT-GT Subregional Cooperation) ได้จัดทำ website ขึ้นมาโดยเฉพาะคือ http://www.imtgt.org เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆของ

     3.2 การจัดทำฐานข้อมูล IMT-GT ด้านการค้า การลงทุน และท่องเที่ยว (IMT-GT Trade Investment and Tourism Database: ITITD) ประเทศสมาชิกได้แต่งตั้งคณะทำงาน (Task Force) ประเทศละ 2 คน โดย CIMT เป็นฝ่ายเลขาฯ และ ADB (Asian Development Bank) เป็นที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค ได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อเดือนกันยายน 2552 ในส่วนของไทย สศช. เป็นหน่วยงานหลัก 0 IMT-GT และขอให้แต่ละประเทศให้การสนับสนุนในการเชื่อมโยงเว็บไซท์ต่างๆ

     3.3 การจัดทำ Business Opportunity Directory ซึ่งจัดเก็บรวบรวม รายนาม ที่อยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้ให้บริการ ของธุรกิจในพื้นที่ IMT-GT ได้ให้ Spektra Kinta Sdn Bhd ของมาเลเซียเป็นผู้จัดทำ และได้เปิดตัว Business Opportunity Directory (BOD) ปี 2009 ไปเมื่อเดือนกันยายน 2552 และได้มีเป้าหมาย อีก 5 ปีข้างหน้า BOD จะเป็นแหล่งข้อมูลที่รวบรวมรายชื่อ SMEs และ SMIs มากกว่า 100,000 ราย จาก ประชากร 80 ล้านคนใน 32 จังหวัด/รัฐต่างๆ ในพื้นที่ IMT-GT (ซึ่งประกอบด้วย 14 จังหวัดภาคใต้ของไทย 8 จังหวัดของมาเลเซีย และ 10 จังหวัดของอินโดนีเซีย)

 
การจัดประชุมระดมความเห็นแผนปฏิบัติการ Blue Print 2012-2016 ณ สศช. ในปี 2557
 
      กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจังหวัดตรัง จัดโครงการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดอย่าง ไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 5 (The 5th Chief Ministers' and Governors' Forum Retreat : CMGF Retreat) ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2557 ณ โรงแรมเรือ รัษฎา จังหวัดรัง โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้า กลุ่มจังหวดภาคใต้14 จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วมประชุม โดยมี นายเแก่นเพชร ช่วงรังษี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และมีนายสมศักดิ์ ปะ ริทสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุม 
 
     กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะสำนักงานฝ่ายเลขานุการกรอบการ ประชุมระดับ CMGF ประเทศไทย ได้สรุปผลการประชุม โดยมีประเด็นสำคัญ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูล ประกอบการดำเนินงานในภารกิจที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แผนงาน IMT-GT ตลอดทั้งเป็นแนวทางการปฏิบัติและวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคเอเชีย เพื่อนำไปสู่การเตรียมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

 

ที่มา

 

 

JoomSpirit