ACD: กรอบความร่วมมือเอเชีย

        แนวความคิดเรื่องกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue – ACD) เป็นความคิดริเริ่มของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และได้ถูกยกขึ้นเป็นครั้งแรกในการประชุมระหว่างประเทศของพรรคการเมืองเอเชีย ครั้งที่ 1 ณ กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 17 -20 กันยายน 2543 โดย ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคฯ ให้เป็นตัวแทนไปกล่าวสุนทรพจน์ในนามของหัวหน้าพรรคฯ ซึ่งได้เสนอแนวคิดว่า เอเชียควรมีเวทีเป็นของตนเองเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในระดับทวีปของเอเชีย ต่อมาไทยได้เสนอแนวคิดเรื่อง ACD อย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่กรุงฮานอย ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2544 และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) ที่ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2545 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ดร.สุรเกียรติ์ฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ยังได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างการประชุมต่างๆ และได้หารือกับผู้นำหลายประเทศเกี่ยวกับแนวคิดความร่วมมือเอเชีย จนทำให้ ACD เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น

 

วัตถุประสงค์ของ ACD คือ

1) ส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างประเทศเอเชียในทุกสาขาความร่วมมือ โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและโอกาสร่วมกันของเอเชีย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความยากจน และยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในเอเชีย ในขณะเดียวกันก็พัฒนาสังคมองค์ความรู้ภายในเอเชีย และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและสังคม

2) ขยายตลาดการค้าและการเงินภายในเอเชีย และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับประเทศเอเชีย แทนที่การแข่งขัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของเอเชียในตลาดโลก

3) เป็นตัวเชื่อมที่ขาดหายไป (missing link) ของเอเชีย โดยอาศัยศักยภาพและความเข้มแข็งของเอเชีย โดยต่อยอดหรือเสริมจากกรอบความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อเอเชียจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีของภูมิภาคอื่นๆ

4) มุ่งบรรลุเป้าหมายในการเป็นประชาคมเอเชีย ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ในโลกอย่าง เท่าเทียมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพ และความมั่งคั่งร่วมกันปัจจุบัน ACD มีสมาชิกทั้งหมด 30 ประเทศ ครอบคลุมประเทศในทวีปเอเชีย ตั้งแต่เอเชียตะวันออกถึงตะวันตก และเป็นเวทีแรกที่มีเป้าหมายจะรวมประเทศเอเชียในทุกอนุภูมิภาค

 

1 Bahrain 17 Mongolia
2 Bangladesh 18 Myanmar
3 Brunei Darussalam 19 Pakistan
4 Bhutan 20 Philippines
5 Cambodia 21 Oman
6 China 22 Qatar
7 India 23 Russia
8 Indonesia 24 Saudi Arabia
9 Iran 25 Singapore
10 Japan 26 Sri Lanka
11 Kazakhstan 27 Tajikistan
12 Republic of Korea 28 Thailand
13 Kuwait 29 United Arab Emirates
14 Kyrgyz Republic 30 Uzbekistan 
15 Lao PDR 31 Vietnam
16 Malaysia 32 Afghanistan (recently admitted at
the ACD Foreign Ministers Breakfast Meeting
in New York City in September 2012)

 

        กลไกความร่วมมือภายใต้ ACD แบ่งเป็นสองมิติ ได้แก่ มิติของการหารือ (dialogue) ที่มีการหารืออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในหมู่ผู้กำหนดนโยบายระดับชาติ และมิติโครงการ (projects) ซึ่งแบ่งออกเป็นสาขาความร่วมมือต่างๆ โดยมีประเทศสมาชิก ACD รับเป็นผู้ขับเคลื่อน (prime mover) ในแต่ละสาขาและมีการจัดกิจกรรม ACD อย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ความร่วมมือแขนงต่างๆ ในกรอบ ACD เป็นการเสริมและต่อยอด โดยไม่ซ้ำซ้อนกับกรอบเวทีความร่วมมืออื่นที่มีอยู่แล้ว แต่มุ่งเชื่อมโยงสิ่งที่ยังขาดหายไปเข้าด้วยกันให้มีพลังยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มจากเรื่องเล็กไปสู่เรื่องใหญ่ เรื่องง่ายไปสู่เรื่องยาก

 

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 1 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18-19 มิถุนายน 2545 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยที่ประชุมตระหนักถึงความสำคัญของการรวมเอเชียเข้าด้วยกัน และสร้างกรอบความร่วมมือในแขนงต่าง ๆ ของทั้งทวีปเอเชีย ACD เป็นเวทีให้ประเทศเอเชียมาหารือกันอย่างเปิดกว้างในประเด็นที่เป็นความสนใจร่วมกัน เพื่อหามาตรการที่จะเพิ่มความร่วมมือ รวมทั้งเห็นพ้องว่า ACD จะเป็นเวทีเสริมสร้างเจตนารมย์ทางการเมืองร่วมกันของรัฐบาลประเทศเอเชีย และเปิดโอกาสให้มีแนวทางร่วมมือในประเด็นที่สร้างสรรค์

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2546 ที่เชียงใหม่ โดยรัฐมนตรีจาก 18 ประเทศสมาชิกได้เข้าร่วมการประชุม อันเป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นปึกแผ่นของเอเชีย และการที่ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับกรอบความร่วมมือ ACD ในฐานะเวทีที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ของเอเชียบนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลายและศักยภาพที่เอเชียมีอยู่ ในการนี้ รัฐมนตรี ACD ได้กล่าวสนับสนุนแนวความคิดริเริ่มของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในกระบวนการส่งเสริมการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมองถึงแนวทางสำหรับอนาคตของ ACD อาทิ การพัฒนาสถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือของเอเชีย การที่เอเชียจะมีสกุลเงินร่วมกัน และมีสถาบันบริหารกองทุนพันธบัตรเอเชีย รวมถึงความร่วมมือในสาขาอื่นๆ อาทิ ความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี การท่องเที่ยว การบิน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นของเอเชียในภาพรวม

ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ซึ่งมีดร.สุรเกียรติ์ฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นเป็นประธาน ได้รับทราบพัฒนาการของ ACD ทั้งในมิติการเจรจาหารือและมิติโครงการความร่วมมือ ซึ่งที่ประชุมร่วมกันย้ำหลักสำคัญของโครงการความร่วมมือภายใต้กรอบ ACD ที่เน้นการต่อยอดและเพิ่มคุณค่าให้กับความร่วมมือที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค ไม่ทำงานซ้ำซ้อน และให้มีการติดตามผลการประชุมฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงรูปธรรมอย่างแท้จริง ที่ประชุมยังได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาเชียงใหม่ว่าด้วยการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Chiang Mai Declaration on Asian Bond Market Development) รวมทั้งได้รับประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน คูเวต โอมาน และศรีลังกา

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 3 ที่เมืองชิงต่าว สาธารณรัฐประชาชนจีน
การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 3 ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2547 เริ่มต้นด้วยการประชุมระหว่างนักวิชาการประเทศ ACD ภายใต้ชื่อว่า ACD High Level Seminar on Asia Cooperation and Development โดย Boao Forum for Asia (BFA) ซึ่งเป็นองค์กรที่มิใช่รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของรัฐบาลจีนและดำเนินงานในการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ร่วมกับเครือข่ายคลังสมองของเอเชียตะวันออก (The Network of East Asia Think-Tanks: NEAT) และสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ (Saranrom Institute of Foreign Affairs: SIFA) ร่วมกันจัดขึ้น โดยได้มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่
1) การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเอเชียโดยการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และ ความพยายามร่วมกันของทั้งภูมิภาค
2) การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน
3) ความมั่นคงทางพลังงานและยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของเอเชีย
4) นโยบายร่วมด้านการเกษตร

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 3 ซึ่งมีนายหลี่ จ้าวซิง รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเป็นประธาน ได้รับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มองโกเลีย และอิหร่านเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของ ACD และได้รับรองเอกสาร 2 ฉบับได้แก่ Declaration on Asia Cooperation และ Qingdao Initiative โดยเอกสารฉบับแรกเป็นการแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของประเทศสมาชิก ACD ในการผลักดันกระบวนการ ACD ต่อไปในอนาคตบนกรอบทิศทางที่ Declaration on Asia Cooperation ได้กำหนดไว้ ส่วนเอกสาร Qingdao Initiative เป็นการเน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศสมาชิก ACD ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านพลังงานร่วมกัน

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 4 ที่กรุงอิสลามาบัด สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 4 ที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2548 โดยได้เชิญ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการสัมมนา High Level Expert Seminar ซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้าในวันที่ 5 เมษายน 2548 และพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 4 ร่วมกับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน และนายกรัฐมนตรีจีน ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และได้กล่าวรายงานสรุปความคืบหน้าในรอบปี ในฐานะผู้ประสานงาน

ที่ประชุมฯ ได้รับซาอุดี อาระเบีย และรัสเซีย เป็นสมาชิกใหม่ และเห็นพ้องว่า ACD ควรพิจารณากำหนดเงื่อนไขในการรับสมาชิกใหม่ที่ชัดเจนต่อไป รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง ACD กับประเทศ หรือองค์กรอื่นๆ (Guidelines for Granting the Status of ACD Partner for Development) ซึ่งไทยยกร่างตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 3 ที่เมืองชิงต่าว ในปี 2547 โดยสอดคล้องกับหลักการของ ACD ในการเป็นกรอบความร่วมมือที่เปิดกว้าง ในการนี้ ไทยได้เสนอให้ที่ประชุมเน้นหารือประเด็นท้าทายที่ทุกประเทศสนใจ และสามารถส่งเสริมความร่วมมือกันยิ่งขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและความเชี่ยวชาญของเอเชียร่วมกัน อาทิ ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน การแก้ไขปัญหาความยากจน การสร้างสถาปัตยกรรมด้านการเงิน โดยผ่านตลาดพันธบัตรเอเชีย การป้องกันและเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับภัยธรรมชาติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย ซึ่งที่ประชุม เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว โดยเฉพาะสิงคโปร์ และอินเดีย ได้เสนอหัวข้อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วยเหตุผลเดียวกัน และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวจะยังประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวมในหลายสาขา อาทิ สาธารณสุข เกษตร การศึกษา

ในการหารือเรื่องปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ประชุมเห็นพ้องให้เริ่มดำเนินการตามข้อเสนอของ ACD Think Tanks Symposium ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งประชาคมพลังงานเอเชีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคพลังงาน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้สนับสนุนข้อเสนอจาก ACD Think Tanks Symposium ในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองเอกสาร Islamabad Declaration และ Islamabad Initiative on Economic Cooperation in Asia ซึ่งเอกสาร Declaration ยืนยันเจตจำนงค์ร่วมกันของ ACD ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการเป็นประชาคมเอเชีย และระบุทิศทางความร่วมมือในอนาคตของ ACD ในด้านต่างๆ ซึ่งไทยประสบความสำเร็จในการหารือเพื่อให้มีการบรรจุประเด็นสำคัญลงในเอกสารดังกล่าว ได้แก่ การยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชียเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค ย้ำท่าทีร่วมกันของ ACD ในการสนับสนุนให้ตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไปมาจากภูมิภาคเอเชีย และเห็นพ้องกับการจัดการประชุม ACD Summit ในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 5 ที่กรุงโดฮา รัฐกาตาร์

กาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2549 โดยปีนี้เป็นปีแรกที่จัดให้มี Prime and Co-Prime Mover Consultation เพื่อสกัดเฉพาะข้อเสนอสาขาความร่วมมือที่สำคัญให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีพิจารณา ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และได้กล่าวรายงานสรุปความคืบหน้าในรอบปีในฐานะผู้ประสานงาน ที่ประชุมเห็นชอบให้รับทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 29 และ 30 ตามลำดับ รวมทั้งเห็นพ้องที่จะให้ความสำคัญกับ 2 สาขา (พลังงาน และการเงิน) ด้านพลังงาน และสนับสนุนให้มีการหารือระหว่างประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคน้ำมันในกรอบ ACD เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน การวิจัยและพัฒนา และการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะข้อเสนอของไทยให้พิจารณาแนวทางการนำรายได้จากการค้าน้ำมันมาลงทุนเพื่อการพัฒนาในเอเชียโดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรเอเชีย โดยสนับสนุนการที่ปากีสถาน และคาซัคสถาน จะจัดการประชุมด้านพลังงานในเดือนพฤศจิกายน 2549 และ 2550 ตามลำดับ ด้านการเงิน ที่ประชุมฯ เห็นชอบต่อการที่ไทยจะจัดการประชุมรัฐมนตรีคลัง ACD ใน ก.ค. 49

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องให้เกาหลีใต้ และคาซัคสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 6 และ 7 ในปี 2550 และ 2551 ตามลำดับ รวมทั้งเห็นพ้องว่าช่วงเวลาที่น่าเหมาะสมสำหรับ ACD Summit ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น คือช่วงปี 2551-2552 ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบต่อข้อเสนอของไทยเกี่ยวกับการพัฒนากลไกประสานงานเพื่อรองรับการเติบโตของ ACD โดยเห็นควรจัดตั้งกลไกหารือกลุ่มเล็ก ประกอบด้วยเจ้าภาพปีก่อนหน้า ปีปัจจุบัน และปีต่อไป รวมทั้งไทยในฐานะผู้ประสานงาน เพื่อพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การรับสมาชิกใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับรองเอกสาร Doha Declaration ซึ่งย้ำท่าที ACD ว่า ผู้ดำรงตำแหน่ง UNSG ในวาระต่อไปควรมาจากทวีปเอเชีย และยืนยันเจตจำนงค์ร่วมกันในการพัฒนาความร่วมมือเพื่อสร้างผลที่เป็นรูปธรรมในสาขาพลังงาน การเงิน เกษตรกรรม การท่องเที่ยว e-education การศึกษาสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือด้าน IT การป้องกันภัยทางธรรมชาติ และการแก้ปัญหาความยากจน รวมทั้งระบุถึงความตกลงที่จะร่วมกันศึกษากลไกประสานงาน/ทิศทางในอนาคตของ ACD พร้อมเรื่องการขยายสมาชิกภาพ

ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ

 

        การหารืออย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศ ACD ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและความต่อเนื่องของกระบวนการ ACD และรับทราบความคืบหน้าของ ACD ในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศที่สำคัญ และเป็นที่สนใจร่วมกัน 

 

 

1. พลังงาน (energy): บาห์เรน อินโดนีเซีย คาซัคสถาน กาตาร์ จีน และฟิลิปปินส์
2. การแก้ไขปัญหาความยากจน (poverty alleviation): บังกลาเทศ กัมพูชา และ เวียดนาม
3. การเกษตร (agriculture): จีน ปากีสถาน และคาซัคสถาน
4. การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม (transport linkages): อินเดีย คาซัคสถาน และพม่า
5. เทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology): อินเดีย
6. การค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce): มาเลเซีย
7. กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund): มาเลเซีย
8. การศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ (e-education): มาเลเซีย
9. สถาบันด้านการจัดมาตรฐานเอเชีย (Institute of Asian Standards): ปากีสถาน
10. ความร่วมมือด้านผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs): สิงคโปร์ ศรีลังกา
11. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT development): เกาหลีใต้
12. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (science and technology): ฟิลิปปินส์
13. การท่องเที่ยว (tourism): ไทย กัมพูชา พม่า และปากีสถาน
14. คณะทำงานด้านความร่วมมือด้านการคลัง (working group on financial cooperation): ไทย
15. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (human resources development): เวียดนาม
16. สิ่งแวดล้อมศึกษา (environmental education): ญี่ปุ่น และกาตาร์
17. การสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างด้านกฎหมาย (strengthening the legal infrastructure): ญี่ปุ่น
18. ความปลอดภัยบนท้องถนน (Road Safety): โอมาน
19. การป้องกันภัยธรรมชาติ (Natural Disaster): รัสเซีย

 

        ในกรอบ ACD ไทยได้เสนอตัวเป็น prime mover ด้านความร่วมมือทางการเงิน โดยตั้งคณะทำงานว่าด้วยความร่วมมือด้านการเงินขึ้นรองรับ และเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2546 ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACD Working Group on Financial Cooperation (ACD WGFC) ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นพ้องกันถึงความสำคัญของความคิดริเริ่มเรื่องการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative: ABMI) และนำไปสู่การยกร่าง Chiang Mai Declaration on Asian Bond Market Development (CMD) ซึ่งได้รับการรับรองจากที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2546 ที่เชียงใหม่

เมื่อเดือนมีนาคม 2547 ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACD Special Group Meeting on Asian Bond Market Development ที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือเรื่องอุปสงค์ อุปทาน และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ประชุมเห็นว่า ควรจะเน้นการพัฒนาอุปทาน คือ พันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นให้มีคุณภาพ และหลากหลาย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยขจัดอุปสรรคในการซื้อขายพันธบัตรเอเชีย นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2547 ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACD Informal Meeting on Promoting Supply of Asian Bonds ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องถึงความจำเป็นที่จะพัฒนาอุปทานโดยปรับปรุงกฏเกณฑ์ให้เอื้อต่อการซื้อขายพันธบัตรของประเทศสมาชิก ACD ตลอดจนตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีตลาดรองที่มีสภาพคล่องและมีประสิทธิภาพ โดยการลดอุปสรรคทางโครงสร้างที่ยังคงเป็นปัญหาสำหรับการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย

ล่าสุด ไทย โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย (ACD Study Center) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ADB ได้จัดการสัมมนา “ACD High-Level Seminar on Enhancing Financial Cooperation Through Asian Bond Market Development” เมื่อเดือนมีนาคม 2549 ที่กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนของประเทศสมาชิก ACD เข้าร่วม โดยผลสรุปจากการสัมมนาจะใช้เป็นข้อเสนอแนะทางนโยบายสำหรับการประชุมรัฐมนตรีคลัง ACD ครั้งที่ 1 (The First ACD Finance Ministers Meeting) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงสนับสนุนทางการเมือง และขยายการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชียให้ครอบคลุมประเทศเอเชียในวงกว้างยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 5 ไทยได้เสนอให้มีการนำรายได้จากการค้าน้ำมันมาลงทุนในตลาดพันธบัตรเอเชีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากประเทศสมาชิก

 

        ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 10 ที่ประเทศคูเวต (10-11 ต.ค. 2554) ได้หารือในประเด็น “Towards a better future for Asian Cooperation”  และประเทศสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบต่อเอกสาร Kuwait Declaration  ซึ่งมีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียในหลายสาขา อาทิ เศรษฐกิจ การค้า การคลัง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อการประชุมอย่างต่อเนื่องระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ เชี่ยวชาญของประเทศสมาชิก รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องบรรลุการรวมตัวทางเศรษฐกิจของ ACD เพื่อให้ได้มาซึ่งการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจ
 
        การประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 11 ทาจิกิสถานเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2556 ณ กรุงดูชานเบ โดย นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม สาระสำคัญมีดังนี้
- ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นหัวข้อของการประชุม โดยอาศัยศักยภาพของเอเชียและประเทศสมาชิก ACD ในการส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกหลังจากสิ้นสุดเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ในปี 2558 และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ACD ร่วมกันกำหนดท่าทีสำหรับการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs)
- ส่งเสริมการเข้าถึงพลังงาน การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงด้านพลังงาน การค้าการลงทุน การอนุรักษ์ พลังงาน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนในบริบทของความมั่นคงด้านพลังงาน และยินดีกับข้อเสนอของทาจิกิสถานที่จะจัดการประชุม ACD Energy Forum ครั้งที่ 3 
- ให้ความสำคัญกับการจัดการแหล่งน้ำเพื่อการใช้น้ำที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนการประชุมระหว่างประเทศเรื่องความร่วมมือด้านน้ำซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 22 ส.ค. 2556 ณ กรุงดูชานเบ ทาจิกิสถาน และการประชุม 2nd Asia-Pacific Water Summit ที่ จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 19 – 20 พ.ค. 2556 
-  เห็นชอบให้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อตั้ง ACD Early Warning Center Coordination Network
- รับทราบ Concept Paper เรื่องความเชื่อมโยงในภูมิภาค ACD ซึ่งไทยจัดทำขึ้น และตกลงให้มีการหารือในเรื่องนี้โดยที่ประชุมคณะทำงาน  Working Group on Enhanced ACD Regional Connectivity ที่ไทยในเดือน มิ.ย. 2556
- รับรองผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส เรื่องการจัดตั้งสำนักเลขาธิการชั่วคราว ACD และยินดีกับข้อเสนอของคูเวตที่จะเป็นที่ตั้งและสนับสนุนงบประมาณสำหรับสำนักงานเลขาธิการชั่วคราว ACD จนถึงการประชุมสุดยอด ACD ครั้งที่ 2 ในปี 2558 (ค.ศ. 2015) ที่ประเทศไทย
๒.๓ บาห์เรนจะเข้ารับตำแหน่งประธาน ACD และเป็นเจ้าภาพการประชุม Breakfast Meeting (คู่ขนานกับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ) ในวันที่ 26 ก.ย. 2556 ณ นครนิวยอร์ก และเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 12 ในช่วงเดือน พ.ย. 2556
 
       การจัดทำเอกสารแผนปฏิบัติการด้านพลังงาน (ACD Energy Plan of Action) ประเทศผู้ร่วมขับเคลื่อนด้านพลังงาน (อินโดนีเซีย บาห์เรน ฟิลิปปินส์ จีน ลาว กาตาร์ และคาซัคสถาน) ได้จัดทำร่างเอกสาร ACD Energy Plan of Action โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบ ACD ในช่วงระยะเวลา 5 ปี (นับจากวันที่แผนปฏิบัติการมีผลใช้บังคับ) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานผ่านแนวทางต่าง ๆ ดังนี้ 
(1) การพัฒนาและการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก 
(2) การใช้ทรัพยากรในประเทศ การเข้าถึงแหล่งพลังงาน และการพัฒนาคุณภาพเชื้อเพลิงฟอสซิล    ให้สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 
(3) การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน 
(4) การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงด้านพลังงาน 
(5) การค้าการลงทุน 
ทั้งนี้ จะนำเสนอร่างเอกสารให้ที่ประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 12 พิจารณารับรองต่อไป
 
        การจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACD ซึ่งเป็นผลจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ACD เมื่อวันที่ 3 – 4 มีนาคม 2556 ที่คูเวต เพื่อพิจารณาเรื่องการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACD โดยมีผลการประชุม ดังนี้ 
- ให้จัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACD ชั่วคราว จนกว่าจะมีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACD ถาวร 
- สำนักเลขาธิการชั่วคราวจะตั้งที่คูเวต โดยประกอบด้วยเลขาธิการ ๑ คน และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง 
- คูเวตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของสำนักเลขาธิการและบุคลากรทั้งหมด จนกว่าจะถึงกำหนดการประชุมสุดยอด ACD ครั้งที่ 2 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2558 โดยคาดว่าจะสามารถจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACD ถาวรได้ภายในกำหนดการประชุมสุดยอด ACD ครั้งที่ 2
 
       Connectivity ที่ประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 11 รับทราบ Concept Paper เรื่องความเชื่อมโยงในภูมิภาค ACD เสนอโดยไทย โดยเอกสารมีการเสนอแผนการดำเนินการ ดังนี้
- ให้จัดประชุมคณะทำงาน Working Group on Enhanced ACD Regional Connectivity เพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ 
- identify missing links ในภูมิภาค
- ต่อยอด connectivity ในกรอบความร่วมมืออื่น โดยเฉพาะอาเซียน
- ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ pilot projects อาทิ การเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟ ถนน อากาศ
- หาแหล่งเงินทุน
- identify partners เช่น UNESCAP ADB หน่วยงานด้านการศึกษาหรือวิจัยในประเทศสมาชิก 
- ให้ที่ประชุมคณะทำงานยกร่าง Blueprint on Enhanced Infrastructure Connectivity
ทั้งนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานในเดือนมิถุนายน 2556
 
        ด้านวัฒนธรรม อิหร่านจะจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรีวัฒนธรรมระหว่างวันที่ 7 – 8 พฤษภาคม 2556 ณ กรุงเตหะราน ภายใต้หัวข้อ Promoting Cultural Ties Cooperation in Asia สืบเนื่องจากการประชุม Regional Seminar on Culture and Globalization in Asia ที่อิหร่านเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กุมภาพันธ์ 2556 ทั้งนี้ อิหร่านให้ความสำคัญของความร่วมมือทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเอเชีย
 
บทบาทและท่าทีไทย
 
        ไทยเป็นผู้ริเริ่ม ACD และได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกให้รับหน้าที่ ACD Coordinator  อีกทั้งยังเป็นผู้ขับเคลื่อนความร่วมมือในสาขาการท่องเที่ยว การเงินการคลัง และผู้ร่วมขับเคลื่อนสาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีกด้านหนึ่งด้วย
 
นอก เหนือจากข้อตกลงตามปฎิญญาข้างต้น ไทยให้ความสำคัญของความเชื่อมโยง (connectivity) ทั้งในระดับอนุภูมิภาค และการเชื่อมโยงแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ACD โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของเอเชียในระดับ people-to-people โดยการทำความรู้จักกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการศึกษาความเชื่อมโยงทางกายภาพของเอเชีย รวมทั้งการศึกษาแลกเปลี่ยนด้านประวัติศาสตร์/วัฒนธรรมของชาติเอเชียตามรอย เส้นทางสายไหม
 
กิจกรรมที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพในกรอบ ACD
 
1. ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 1 และ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2545  และ 2546 ต่อมาประเทศสมาชิกที่เป็นประธาน ACD ในแต่ละปี ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ
 
2. The 1st ACD Tourism Business Forum, 22 - 24 พฤษภาคม 2546 ที่ จ. ภูเก็ต
 
3. The 2nd ACD Tourism Business Forum, 18-20 กรกฎาคม 2547 ที่ จ. เชียงใหม่
 
4. ACD High-Level Seminar on “Enhancing Financial Cooperation through Asian Bond Market Development”, 24-25 มีนาคม 2549 ที่กรุงเทพฯ
 
5. ACD Think Tanks Symposium : 15-17 ธันวาคม 2547 ที่กรุงเทพฯ
 
                              
 
                                เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2555  กระทรวงการต่างประเทศได้จัดประชุมระดมสมองเพื่อทบทวนบทบาทและทิศทางของไทยใน กรอบ ACD ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมต่างสนับสนุนแนวคิดที่จะฟื้นฟูความร่วมมือในกรอบ ACD ขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ ความร่วมมือด้านการศึกษา และการท่องเที่ยว นอกจากนั้น ยังเห็นว่า ความร่วมมือกับประเทศสมาชิก ACD ในสาขาพลังงาน การเกษตร การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ SMEs เป็นสาขาที่น่าจะเอื้อประโยชน์กับไทยโดยตรง
 
 

 

 

JoomSpirit