สาธารณรัฐโตโก

Togo-flag Togo-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐโตโก (Togolese Republic)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีชายแดนติดกับเบนินและกานา

พื้นที่

56,785 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

1,880 กิโลเมตร มีอาณาเขติติดกับประเทศเบนินเป็นระยะทาง 651 กิโลเมตร บูร์กินาฟาโซเป็นระยะทาง 131 กิโลเมตร และกานาเป็นระยะทาง 1,098 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

เป็นทุ่งหญ้าสะวันนาแบบพื้นที่ลูกฟูกขนาดใหญ่ มีภูเขาอยู่ตรงกลาง ทางตอนใต้มีที่ราบสูง และมีที่ราบต่ำชายฝั่งทะเลและหนองบึงขนาดใหญ่

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศแบบทรอปิคอล (เขตร้อน) ทางตอนใต้อากาศร้อนและชื้น ตอนเหนืออากาศแห้งแล้ง

ทรัพยากรธรรมชาติ

ฟอสเฟต หินปูน หินอ่อน และผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก

ภัยธรรมชาติ

ความร้อนและแห้งแล้ง ในหน้าหนาวทางตอนเหนือจะมีลมฮาร์มัตตัน ที่ให้ทัศนวิสัยแย่ลง และมีหน้าแล้งเป็นช่วงๆ

จำนวนประชากร

7,965,055 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2560)

สัญชาติ

โตโก

เชื้อชาติ

แอฟริกัน (37 เชื้อสาย ที่มีจำนวนมากที่สุดคือเชื้อสายอีล ไมนา และคาบรี) 99% ยุโรปและซีเรีย-เลบานอน มีจำนวนน้อยกว่า 1%

ศาสนา

คริสต์ 29% มุสลิม 20% ความเชื่อพื้นเมือง 51%

ภาษา

ฝรั่งเศส (ภาษาราชการและใช้ในการค้า) อีลและไมนา (ภาษาหลัก 2 ภาษาของชาวแอฟริกันทางตอนใต้) คาบายและดากอมบา (ภาษาแอฟริกันที่ใช้ทางตอนเหนือ)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

โตโกเป็นดินแดนภายใต้การปกครองแบบอาณานิคมของเยอรมันตั้งแต่ พ.ศ. 2427 ต่อมาในปี 2457 ถูกปกครองโดยกลุ่มประเทศพันธมิตร และในปี พ.ศ. 2462 ถูกแบ่งสรรเป็นเขตในการปกครองของอังกฤษ (British Togoland) และของฝรั่งเศส (French Togo) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนโตโกทั้งสองส่วนตกเป็นดินแดนภายใต้การอารักขาของสหประชาชาติ ดินแดนในส่วนการปกครองของอังกฤษหรือ British Togoland ได้รวมกับ Gold Coast และกลายเป็นประเทศกานา ส่วนดินแดนในส่วนการปกครองของฝรั่งเศสหรือ French Togo ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองบางส่วนในปี พ.ศ. 2499 และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2503 ก็เป็นประเทศเอกราชและมีนาย Sylvanus Olympio ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก
 
เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2506 ประธานาธิบดี Olympio ถูกกลุ่มทหารที่ก่อการรัฐประหารยิงเสียชีวิต และนาย Nicolas Grunitzky ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแทน จนถูกกระทำรัฐประหารเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2500 ซึ่งต่อมาในเดือนเมษายนปีเดียวกัน พลเอก Gnassingbe Eyadema ได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงปัจจุบัน โดยชนะการเลือกตั้งมาตลอด ตั้งแต่การเลือกตั้งใน ปี พ.ศ. 2522 รวมทั้งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2541
 

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ

เมืองหลวง

กรุงโลเม (Lome)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 5 เขต ได้แก่ เซทราเล (Centrale) คารา (Kara) มาริไทม์ (Maritime) ปลาโตว์ (Plateaux) ซาวาเนส (Savanes)

วันที่ได้รับเอกราช

27 เมษายน พ.ศ. 2503

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

27 กันยายน พ.ศ. 2535

ระบบกฏหมาย

ใช้หลักเดียวกับระบบศาลฝรั่งเศส มีการเอากฎจากศาลโลกมาใช้สำรอง

พรรคการเมือง

พรรค Action Committee for Renewal (CAR) พรรค Democratic Convention of African Peoples (CDPA) พรรค Democratic Party for Renewal (PDR) พรรค Juvento พรรค Movement of the Believers of Peace and Equality (MOCEP) พรรค Pan-African Patriotic Convergence (CPP) พรรค Rally for the Support for Development and Democracy (RSDD) พรรค Rally of the Togolese People (RPT) พรรค Socialist Pact for Renewal (PSR) พรรค Union for Democracy and Social Progress (UDPS) พรรค Union of Forces for a Change (UFC)

togo-political-map

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งมีการ ลงประชามติเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งและอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี

สถาบันทางการเมือง

  • ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา และนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยการหารือกับประธานาธิบดี
  • ฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภา (National Assembly) แบบสภาเดียว (unicameral) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 81 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2542
  • ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลอุทธรณ์และศาลสูง นอกจากนี้ ยังมีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นศาลสูงสุดที่ตัดสินคดีความต่าง ๆ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ
โตโกเป็นดินแดนภายใต้การปกครองแบบอาณานิคมของเยอรมันตั้งแต่ 2427 (ค.ศ.1884) ต่อมาในปี 2457 (ค.ศ.1914) ถูกปกครองโดยกลุ่มประเทศพันธมิตร และในปี 2462 (ค.ศ.1919) ถูกแบ่งสรรเป็นเขตการปกครองของอังกฤษ (British Togoland) และของฝรั่งเศส (French Togo) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนโตโกทั้งสองส่วนตกเป็นดินแดนภายใต้การอารักขาของสหประชาชาติ ดินแดนในส่วนการปกครองของอังกฤษหรือ British Togoland ได้รวมกับ Gold Coast และกลายเป็นประเทศกานา ส่วนดินแดนในส่วนการปกครองของฝรั่งเศสหรือ French Togo ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองบางส่วนในปี 2499 (ค.ศ.1956) และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2503 (ค.ศ.1960) ได้เป็นประเทศเอกราชโดยสมบูรณ์ โดยมีนาย Sylvanus Olympio ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก 
 
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2506 (ค.ศ.1963) ประธานาธิบดี Olympio ถูกกลุ่มทหารที่ก่อการรัฐประหารยิงเสียชีวิต และนาย Nicolas Grunitzky ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน จนถูกกระทำรัฐประหารโดยไม่เสียเลือดเนื้อ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2510 (ค.ศ.1967) โดยพลเอก Gnassingbe Eyadema และต่อมาในเดือนเมษายนปีเดียวกัน พลเอก Eyadema ได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จากนั้น ได้ชนะการเลือกตั้งมาตลอด ตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2522 (ค.ศ.1979) 
 
ภายหลังจากที่ปกครองอยู่เกือบ 40 ปี ประธานาธิบดี Eyadema เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2548 (ค.ศ.2005) ทำให้การพัฒนาการปกครองในแบบหลายพรรคต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญในทันที และเลือกนาย Faure Gnassingbe ซึ่งเป็นบุตรชายของประธานาธิบดี Eyadema เป็นประธานาธิบดีต่อไปจนกว่าจะครบวาระของอดีตประธานาธิบดี Eyadema แต่การสืบทอดอำนาจดังกล่าวได้ถูกประณามอย่างหนักจากหลายฝ่าย ทั้งในและนอกประเทศ จนทำให้ นาย Gnassingbe ตัดสินใจลงจากตำแหน่งและประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 เมษายน 2548 
 
นาย Gnassingbe ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงกว่าร้อยละ 60 ชัยชนะในครั้งนี้ถูกฝ่ายค้านโจมตีว่ามีการโกงการเลือกตั้ง จนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงในหลายพื้นที่ แม้ผู้สังเกตการณ์จาก ECOWAS จะประกาศว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม ซึ่งฝรั่งเศสเห็นพ้องด้วย แต่สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ไม่ยอมรับผลสังเกตการณ์ 
 
เพื่อเป็นการลดความตึงเครียดทางการเมือง ประธานาธิบดี Gnassingbe ได้แต่งตั้งนาย Edem Kodjo ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำพรรคฝ่ายค้าน (และมีท่าทีให้ความร่วมมือกับพรรครัฐบาลมากกว่าพรรคอื่นมาโดยตลอด) เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2548 แต่พรรคฝ่ายค้านที่สำคัญ ได้แก่ Union des forces de changement (UFC) และ Comite d'action pour le renouveau (CAR) ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติภายใต้การนำของนาย Kodjo อย่างไรก็ดี จากความพยายามในการไกล่เกลี่ยของประธานาธิบดี Blaise Compaore ของบูร์กินาฟาโซ พรรคการเมืองต่างๆ ในโตโกจึงได้ลงนามในข้อตกลงทางการเมืองเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2549 จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวและประกาศให้มีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง โดยนาย Yawovi Agboyibo ผู้นำพรรค CAR ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชั่วคราว 
 
ผลจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2550 พรรครัฐบาล คือ พรรค Rassemblement du people togolais (RPT) ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และมีอีกเพียงแค่ 2 พรรค คือ พรรค UFC และ พรรค CAR ที่มีที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองมีภาวะที่ดีขึ้น สหภาพยุโรปตกลงที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์และความช่วยเหลือแก่โตโก และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 ประธานาธิบดี Gnassingbe ได้แต่งตั้งนาย Komlan Mally เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นนักการเมืองที่ยังไม่โดดเด่นมากนัก 
 
หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียงประมาณ 10 เดือน นาย Mally ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2551 และต่อมาประธานาธิบดี Gnassingbe ได้แต่งตั้งนาย Gilbert Fossoun Houngbo ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน โดยที่นาย Houngbo มีพื้นฐานด้านการบัญชี เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานแอฟริกาของ UNDP และไม่สังกัดพรรคใด เป็นที่วิเคราะห์กันว่าการแต่งตั้งนาย Houngbo เป็นไปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศผู้ให้ และเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ด้านการปฏิรูปของประธานาธิบดี Gnassingbe ที่เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในปี 2553 
 
ปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่สงบดีนัก ล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน 2552 มีการปะทะกันระหว่างทหารสองกลุ่มในบริเวณใกล้เคียงกับที่พักอาศัยของนาย Kpatcha Gnassingbe ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของประธานาธิบดี Faure Gnassingbe และเป็นคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญ จนนำไปสู่การจับกุมนาย Kpatcha Gnassingbe ในความผิดฐานพยายามก่อรัฐประหาร ได้ที่หน้าประตูสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เนื่องจากนาย Kpatcha Gnassingbe ได้พยายามขอลี้ภัยกับสหรัฐฯ แต่ได้รับการปฏิเสธ 
 
นโยบายต่างประเทศ 
โตโกเคยมีปัญหาขัดแย้งกับกานา จากการที่กานาพยายามจะรวมโตโกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกานา และเมื่อความพยายามดังกล่าวไม่สำเร็จ กานาได้ตอบโต้โดยการคว่ำบาตรทางการค้าและการปิดชายแดน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้เสื่อมถอยลงในช่วงทศวรรษปี 1990 เมื่อบรรดาผู้นำฝ่ายค้านของโตโกลี้ภัยไปอยู่กานา ซึ่งสร้างความหวาดระแวงสงสัยให้รัฐบาลโตโกว่ากานาให้ความสนับสนุนกลุ่มฝ่ายค้านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปี 2537 ความสัมพันธ์กับกานาดีขึ้นมากและได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากความสัมพันธ์หยุดชะงักในปี 2525 โดยกานาได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตมาประจำโตโก และได้มีการเปิดชายแดนระหว่างกันอีกครั้ง หลังจากนั้น ได้มีการลงนามในพิธีสารการไม่รุกรานกันของประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) รวมทั้งมีการลงนามในความตกลงในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนกานา - โตโกด้วย 
 
สำหรับความสัมพันธ์กับเบนิน มีปัญหากันบ้างจากปัญหาการลักลอบขนสินค้าและการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของผู้ลี้ภัย และมีการปิดชายแดนบ่อยครั้ง ในช่วงกลางปี 2536 มีผู้ลี้ภัยชาวโตโกในเบนินถึง 100,000 คน อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 2538 โตโกได้ลงนามในความตกลงกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ให้ผู้ลี้ภัยชาวโตโกเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม 
 
โตโกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝรั่งเศส แต่ผู้นำของโตโกก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้ใกล้ชิดหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศสมากนัก โดยโตโกยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศสในแอฟริกา โดยเข้าร่วมเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่เป็นสมาชิกในสนธิสัญญาการป้องกันประเทศ (defence pact) 
 
นอกจากนี้ โตโกยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเยอรมัน ซึ่งเคยเข้ายึดครองโตโกเป็นอาณานิคมจนถึงปี 2461 โดยเยอรมันเป็นประเทศผู้ให้ที่สำคัญของโตโกด้วย โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาต่างๆ แต่เยอรมันได้นำเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือมาเกี่ยวข้องกับขบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในโตโกด้วย 
 
โตโกเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) สหภาพแอฟริกา (AU) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแอฟริกาแห่งสหประชาชาติ (UNECA or ECA) ประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) สหพันธ์เศรษฐกิจและการเงินแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (UEMOA) และเป็นรัฐ ACP ของสหภาพยุโรป 
 

 


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  24 มิถุนายน 2558

Update 29 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Faure GNASSINGBE
  • Prime Min.
    Komi KLASSOU
  • Min. of Agriculture, Animal Husbandry, & Fisheries
    Ouro Koura AGADZI
  • Min. of Arts & Culture
    Fiatuwo Kwadjo SESSENOU
  • Min. of Basic Development, Handicrafts, Youth, & Youth Employment
    Victoire Sidemho TOMEGAH-DODBE
  • Min. of Civil Service
    Gourdigou KOLANI
  • Min. of Commerce & Promotion of Private Sector
    Bernadette Essossimna LEGZIM-BALOUKI
  • Min. of Communication
    Djimon ORE
  • Min. of Economy & Finance
    Adji Oteth AYASSOR
  • Min. of Environment & Forest Resources
    Andre JOHNSON
  • Min. of Foreign Affairs & Cooperation
    Komlan Edo Robert DUSSEY
  • Min. of Grassroots Development, Crafts, Youth, & Youth Employment
    Sidemeho TOMEGAH-DOGBE
  • Min. of Health (Acting)
    Kwesi Seleagodji AHOOMEY-ZUNU
  • Min. of Higher Education & Research
    Octave Nicoue BROOHM
  • Min. of Human Rights, Democracy, & Civic Education
    Leonardina Rita Doris WILSON DE SOUZA
  • Min. of Industry, Free Trade Zone, & Technological Innovation
    Francois Agbeviade GALLEY
  • Min. of Justice & Keeper of Seals
    Kofi ESAW
  • Min. of Labor, Employment, & Social Security
    John Siabi Kwame NKRUMAH
  • Min. of Mail & Telecommunication
    Cina LAWSON
  • Min. of Mining & Energy
    Dammipi NOUPOKOU
  • Min. of Planning, Development, & Territorial Management
    Mawussi Djossou SEMODJI
  • Min. of Primary & Secondary Education & Literacy
    Florent Badjom MAGANAWE
  • Min. of the Promotion of Women
    Patricia DAGBAN-ZONVIDE
  • Min. of Public Service & Admin. Reform
    Kokou Dzifa ADJEODA
  • Min. of Public Works
    Ninsao GNOFAM
  • Min. of Reform of the State & Modernization of Admin.
    Elliot OHIN
  • Min. of Security & Civil Protection
    Damehane YARK
  • Min. of Social Action & Promotion of Women & Literacy
    Dede Ahoefa EKOUE
  • Min. of Sports & Leisure
    Bakalawa FOFANA
  • Min. of State & Foreign Affairs
    Elliot OHIN
  • Min. of Technical Education & Professional Training
    Hamadou Brim BOURAIMA-DIABACTE
  • Min. of Territorial Admin., Decentralization, & Local Authorities
    Gilbert BAWARA
  • Min. of Tourism
    Padumhekou TCHAO
  • Min. of Transport
    Dammipi NOUPOKOU
  • Min. of Water, Sanitation, & Village Hydraulics
    Bissoune NABAGOU
  • Min.-Del. to the Pres. in Charge of Planning, Development, & Spatial Planning
    Kokou SEMODJI
  • Min.-Del. to the Min. of Agriculture, Animal Husbandry, & Fisheries in Charge of Rural Infrastructure
    Gourdigou KOLANI
  • Sec. of State to the Prime Min. for Youth & Sports
    Manzinewe BITHO
  • Dir., Central Bank
    Kossi TENOU
  • Ambassador to the US
    Limbiye Edawe Kadangha BARIKI
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Kodjo MENAN

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/TO.html

 


ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

11.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

1,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการเติบโตของ GDP

5.% (ค่าประมาณพ.ศ.2559)


GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 27.5%
  • ภาคอุตสาหกรรม 21.3%
  • ภาคการบริการ 51.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

63.3% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

กาแฟ โกโก้ ฝ้าย แยม แป้งมันสำปะหลัง (ทาปิโอก้า) ข้าวโพด ถั่ว ข้าว ข้าวฟ่าง ปศุสัตว์ และปลา

อุตสาหกรรม

เหมืองแร่ฟอสเฟต กระบวนการทางการเกษตร ปูนซีเมนต์ หัตถกรรม สิ่งทอ และเครื่องดื่ม

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

7.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 433 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ฝ้าย ฟอสเฟต กาแฟ และโกโก้

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

India 13.7%, Burkina Faso 11.5%, China 11.4%, Benin 9.7%, Ghana 9.1%, Lebanon 8.4%, Nigeria 6.2%, Niger 6% (พ.ศ.2559)

มูลค่าการนำเข้า

1.852 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์ อาหาร และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

China 22.8%, Belgium 20.2%, Netherlands 11.9%, France 6.6%, India 4.8%, Singapore 4.4% (พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

แอฟริกันฟรังก์ (Communaute Financiere Africaine francs)

สัญลักษณ์เงิน

XOF

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

 

สภาพเศรษฐกิจ
 
เศรษฐกิจของโตโกต้องพึ่งพาเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ และเป็นเกษตรกรรมที่มีผลิตผลเพียงพอเฉพาะบริโภคภายในประเทศ โดยแรงงานประมาณร้อยละ 65 อยู่ในภาคเกษตรกรรม โกโก้ กาแฟ และฝ้ายเป็นสินค้าส่งออกหลักที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศถึงร้อยละ 30 และโตโกเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องอาหาร หากการเก็บเกี่ยวเป็นไปตามฤดูกาล ในภาคอุตสาหกรรม การทำเหมืองฟอสเฟตเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุด แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาฟอสเฟตโลกที่ตกต่ำและมีการแข่งขันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ โตโกยังเป็นศูนย์กลางทางด้านพาณิชย์และการค้าในภูมิภาคด้วย รัฐบาลโตโกได้พยายามดำเนินมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ และจูงใจให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ของรัฐให้สอดคล้องกับรายจ่าย โดยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) 
 
ความไม่สงบทางการเมือง รวมทั้งการนัดหยุดงานของภาครัฐและเอกชนในช่วงปี 2535 - 2536 ส่งผลกระทบต่อโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมทั้งกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญด้านอื่นๆ การลดค่าเงินถึงร้อยละ 50 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2537 เป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้มีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ประกอบกับการต่อสู้ทางการเมืองต่างๆ ได้เริ่มสงบลง ความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจยังขึ้นอยู่กับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ยังดำเนินการอยู่ รวมทั้งความโปร่งใสของรัฐบาล โดยเฉพาะการจัดสรรเงินในเรื่องสวัสดิการสังคม การลดขนาดของกองทัพ ซึ่งรัฐบาลยังต้องพึ่งพาเพื่อความอยู่รอดของตนเอง 
 


สถิติที่สำคัญ ไทย-โตโก (2555)
 
มูลค่าการค้าไทย-โตโก 121.02 ล้าน USD (ไทยส่งออก 114.02 ล้าน USD ไทยนำเข้า 7 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 107.02 ล้าน USD)
 
สินค้าส่งออกของไทย ปูนซีเมนต์ ข้าว รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ผ้าผืน เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม
 
การท่องเที่ยว ชาวโตโกมาไทย 599 คน
 
คนไทยในโตโก 2 คน
 
การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตโตโกประจำจีน
 
สำนักงานไทยที่ดูแลโตโก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์
 
สำนักงานโตโกที่ดูแลไทย ยังไม่มีการมอบหมายสถานเอกอัครราชทูตใดให้ดูแลไทย
 
ความสัมพันธ์ทั่วไป 
การทูต 
ประเทศไทยและโตโกได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2529 (ค.ศ.1986) โดยไทยเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอส สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมโตโก แต่ภายหลังจากปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539 ไทยได้ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสเป็นจุดติดต่อ และในปัจจุบันได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโตโก ส่วนโตโกยังมิได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแห่งใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย 
 
เศรษฐกิจ 
การค้า 
ความสัมพันธ์ระหว่างกันโดยทั่วไปราบรื่นและไม่มีปัญหาระหว่างกัน ความสัมพันธ์จะเน้นไปในทางการค้ามากกว่า โดยโตโกเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาและไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด จากข้อมูลปี 2555 มูลค่าการค้าระหว่างกันมีจำนวน 121.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้ ไทยส่งออกจำนวน 114.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากโตโกจำนวน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้าจำนวน 107.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปโตโก ได้แก่ ปูนซิเมนต์ ข้าว รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ผ้าผืน เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากโตโก ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ สิ่งพิมพ์ 
 
การลงทุน 
ยังไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน 
 
ความร่วมมือทางวิชาการ 
โตโกเป็นประเทศที่ไทยกำหนดให้อยู่ในโครงการความช่วยเหลือในรูปทุนการ ศึกษา/ฝึกอบรมและดูงานในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาที่ไทยมีความชำนาญ และเป็นที่ต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ สาขาการเกษตร สาธารณสุขและการศึกษา 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย 
ยังไม่มีความตกลงใดๆ ระหว่างกัน 
 
การเยือนที่สำคัญ 
ยังไม่มีการเยือนระหว่างกัน
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - โตโก                      
มูลค่าการค้า 123.76 179.79 138.85 138.85 66.99 2.26 45.27 -22.77 -22.77 -51.75
การส่งออก 116.09 174.03 134.67 134.67 64.21 1.82 49.91 -22.62 -22.62 -52.32
การนำเข้า 7.67 5.75 4.18 4.18 2.78 9.52 -24.96 -27.39 -27.39 -33.49
ดุลการค้า 108.43 168.28 130.49 130.49 61.43            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ข้าว 36.5 82.7 75.2 75.2 22.0 25.16 126.40 -9.15 -9.15 -70.75
2 รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 30.3 34.7 24.6 24.6 9.5 137.29 14.47 -28.93 -28.93 -61.46
3 ปูนซิเมนต์ 13.2 13.8 5.8 5.8 7.3 -56.81 4.38 -57.83 -57.83 26.49
4 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 5.1 5.6 5.5 5.5 5.6 2.94 9.98 -1.73 -1.73 1.30
5 เม็ดพลาสติก 10.3 9.2 8.6 8.6 5.3 -0.08 -10.10 -7.21 -7.21 -38.59
6 เครื่องนุ่งห่ม 3.0 3.2 3.7 3.7 3.0 -25.99 7.28 16.01 16.01 -20.47
7 รองเท้าและชิ้นส่วน 0.4 0.9 2.2 2.2 2.0 -19.72 119.47 154.51 154.51 -8.78
8 ผ้าผืน 4.5 2.0 0.7 0.7 1.7 -54.08 -54.37 -67.49 -67.49 151.43
9 ผลิตภัณฑ์ยาง 2.2 2.2 0.9 0.9 1.3 -5.03 1.90 -59.30 -59.30 40.80
10 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 1.6 0.8 0.7 0.7 0.7 -3.40 -52.36 -11.10 -11.10 10.79
รวม 10 รายการ 107.0 155.1 127.9 127.9 58.3 1.02 44.95 -17.56 -17.56 -54.38
อื่นๆ 9.1 18.9 6.8 6.8 5.9 12.21 108.51 -64.11 -64.11 -13.45
รวมทั้งสิ้น 116.1 174.0 134.7 134.7 64.2 1.82 49.91 -22.62 -22.62 -52.32

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ด้ายและเส้นใย 2.7 1.9 4.1 4.1 1.6 133.90 -30.06 120.56 120.56 -61.44
2 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 5.0 3.9 0.0 0.0 1.2 -14.41 -22.26 -99.62 -99.62 7,728.86
3 เคมีภัณฑ์ - - - - 0.0 - - - - -
4 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.0 - - - 0.0 140.00 - - - -
5 สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธ์ - - - - 0.0 - - - - -
6 สิ่งพิมพ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -91.67 - 200.00 200.00 -33.33
7 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน - - - - 0.0 - - - - -
8 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - -91.18 -91.18 -66.67
9 เสื้อผ้าสำเร็จรูป - - 0.0 0.0 0.0 - - - - -50.00
10 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก - - 0.0 0.0 - - - - - -100.00
รวม 10 รายการ 7.7 5.7 4.1 4.1 2.8 9.69 -24.93 -28.51 -28.51 -32.39
อื่นๆ 0.0 0.0 0.1 0.1 0.0 -52.08 -50.00 1,378.26 1,378.26 -99.85
รวมทั้งสิ้น 7.7 5.8 4.2 4.2 2.8 9.52 -24.96 -27.39 -27.39 -33.49

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

JoomSpirit