สาธารณรัฐยูกันดา

Uganda-flag Uganda-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda)

ที่ตั้ง

บริเวณเส้นศูนย์สูตร เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา และอยู่ทางตะวันตกของประเทศเคนยา

พื้นที่

241,038 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 199,100 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 43,938ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,698 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 765 กิโลเมตร เคนยา 933 กิโลเมตร รวันดา 169 กิโลเมตร ซูดาน 435 กิโลเมตร แทนซาเนีย 396 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนมากเป็นที่ราบสูงล้อมรอบด้วยเทือกเขา

สภาพภูมิอากาศ

มีอากาศแบบเขตทรอปิคอล ส่วนมากจะมีฝนตก และมีช่วงที่อากาศแห้งสองช่วง (ได้แก่ช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ และช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงกรกฎาคม) ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศแบบกึ่งแห้ง

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทองแดง แร่โคบอลต์ พลังงานน้ำ หินปูน เกลือ เกลือ และผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก

ภัยธรรมชาติ

N/A

จำนวนประชากร

37,101,745 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

3.24% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

ยูกันดา

เชื้อชาติ

บากันดา 16.9% บานยาโคล 9.5% บาโซกา 8.4% บาคีกา 6.9% อิเตโซ 6.4% ลันกี 6.1% อโคลี 4.7% บากิซู 4.6% ลักบารา 4.2% บันโยโร 2.7% และอื่นๆ 29.6% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 41.9% คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 42% มุสลิม 12.1% อื่นๆ 3.1% และไม่มีศาสนา 0.9% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ภาษา

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ Luganda, Kiswahili, Luo, Lunyoro -Lutoro และ Bantu เป็นภาษาท้องถิ่น

 

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ยูกันดา ตกเป็นดินแดนในอารักขาของอังกฤษตั้งแต่ปี 2436 (ค.ศ. 1893) จากข้อตกลงระหว่างกษัตริย์แห่ง Buganda ซึ่งเป็นเผ่าที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดกับรัฐบาลอังกฤษ หลังจากการเป็นรัฐอารักขาของอังกฤษ อิทธิพลทางเศรษฐกิจของชนผิวขาวจากเคนยาซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในยูกันดา เริ่มขยายตัวมากขึ้น ทำให้กลุ่มผู้นำ Buganda ไม่พอใจและระแวงว่าคนเหล่านี้จะมีอำนาจครอบงำทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจโดย สิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อมีการเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งสหพันธรัฐแอฟริกาตะวันออก (East African Federation) ซึ่งเป็นรัฐเอกราชใหม่ที่จะรวมอดีตอาณานิคมอังกฤษในแอฟริกาตะวันออกเข้าด้วย กัน ผู้นำ Buganda จึงคัดค้านข้อเสนอนี้ และต้องการที่จะแยกตัวออกเป็นประเทศเอกราชต่างหาก เพราะเกรงว่าชนผิวขาวในเคนยาจะมีอิทธิพลเหนือยูกันดา ข้อเรียกร้องดังกล่าวก่อให้เกิดความขัดแย้งกับนักการเมืองจากเผ่าอื่น ซึ่งต้องการให้ยูกันดาได้รับเอกราชแล้วรวมตัวกันเป็นรัฐเดียว ผู้นำที่สำคัญ ได้แก่ นาย Milton Obote หัวหน้าพรรค Uganda People's Congress (UPC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ยูกันดาได้รับเอกราช เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2505 (ค.ศ. 1962) และนาย Obote ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 
รัฐธรรมนูญฉบับแรกกำหนดให้ยูกันดาเป็นสหพันธรัฐ มีลักษณะพิเศษ คือ ประกอบด้วยอาณาจักรต่าง ๆ โดยอาณาจักรที่สำคัญที่สุด คือ Buganda ต่อมาในปี 2510 (ค.ศ. 1967) นาย Obote ได้ยึดอำนาจตั้งตนเป็นประธานาธิบดี พร้อมกับยกเลิกการปกครองแบบสหพันธรัฐ อย่างไรก็ดี นาย Obote เป็นประธานาธิบดีได้เพียง 4 ปีเศษ ก็ถูกพลตรี Idi Amin ทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2515 (ค.ศ. 1972) ประธานาธิบดี Amin ปกครองประเทศแบบเผด็จการ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้ประกาศสงครามเศรษฐกิจยึดทรัพย์สินของเอกชนเป็นของรัฐประมาณ 3,500 ธุรกิจ มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขับไล่ชาวเอเชียประมาณ 75,000 คน ทำให้คนงานซึ่งทำงานในสาขาพาณิชย์และอุตสาหกรรมว่างงานจำนวนมาก เศรษฐกิจของยูกันดา (ซึ่งหลังได้รับเอกราช เคยเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางของแอฟริกาตะวันออก) เริ่มตกต่ำ ผลผลิตลดลงร้อยละ 16 เกิดภาวะเงินเฟ้อ ต่อมาในปี 2522 (ค.ศ. 1979) กลุ่มต่อต้านโดยความช่วยเหลือของกองทหารแทนซาเนียสามารถโค่นล้มอำนาจ ประธานาธิบดี Amin ได้สำเร็จ นาย Obote กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งโดยชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2523 (ค.ศ. 1980) แต่ความขัดแย้งระหว่างเผ่าที่ดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เผ่า Acholi ซึ่งอยู่ทางเหนือ ไม่พอใจต่อการที่นาย Obote ให้ตำแหน่งสำคัญกับคนในเผ่าอื่นจึงทำให้พลโท Tito Okello ซึ่งเป็นคนเผ่า Acholi ก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2528 (ค.ศ. 1985) คณะทหารที่ปกครองประเทศได้กวาดล้างศัตรูทางการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่พอใจและหันไปสนับสนุนขบวนการต่อต้านแห่งชาติ (National Resistance Movement - NRM) ซึ่งมีนาย Yoweri Museveni เป็นผู้นำ นาย Museveni เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของประธานาธิบดี Obote ระหว่างปี 2510-2515 (ค.ศ. 1967-1972) และหลบหนีไปแทนซาเนียในช่วงที่ประธานาธิบดี Amin ก่อการรัฐประหาร และได้ก่อตั้งขบวนการ NRM ขึ้น ขบวนการ NRM สามารถยึดอำนาจจากรัฐบาลของพลโท Okello ได้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2529 (ค.ศ. 1986) และนาย Museveni เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลจากพรรคต่าง ๆ รัฐบาลประกาศว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 3-5 ปีข้างหน้า และอนุญาตให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ยังคงอยู่ได้แต่ให้ระงับกิจกรรมชั่วคราวรัฐบาลของประธานาธิบดี Museveni มีเป้าหมายอันดับแรก คือ การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในชาติและฟื้นฟูการปกครองด้วยการจัด ตั้งรัฐบาลที่มาจากผู้แทนหลายฝ่าย เนื่องจากยูกันดามีขบวนการหลายกลุ่มและแตกแยกสู้รบกันเป็นเวลา 20 ปี ทำให้บ้านเมืองถูกทำลายและเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะตกต่ำ
 
รัฐบาล ประกอบด้วยสมาชิกจากขบวนการ National Resistance Movement (NRM), Uganda Patriotic Movement, Democratic Party, Uganda People's Congress, Conservative Party และขบวนการกองโจรเล็ก ๆ 2 องค์การ รัฐบาลทหารชั่วคราวได้ปกครองประเทศตั้งแต่ปี 2529 (ค.ศ. 1986) รับผิดชอบในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สภา National Resistance Council ประกอบด้วยสมาชิก 268 คน ซึ่งนำโดยประธาน คือ ประธานาธิบดีเดิมขบวนการ NRM ประกาศว่าจะปกครองประเทศเพียง 4 ปี แต่ในเดือนตุลาคม 2532 (ค.ศ. 1989) เนื่องจากสภาวะสงครามทางตอนเหนือและตะวันออกของประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องขอเวลาอีก 5 ปี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และการขอยืดอายุรัฐบาลประธานาธิบดี Museveni เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพราะเห็นว่าไม่มีใครที่จะปกครองประเทศแทนประธานาธิบดี Museveni ได้ รัฐบาลได้รับความนิยมจากประชาชนในด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจเสรีและนำความสงบสุขสู่ยูกันดา
 
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2539 (ค.ศ. 1996) ประธานาธิบดี Museveni ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง มีวาระ 5 ปี และสมาชิกของขบวนการ NRM ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนที่นั่ง 276 ที่นั่ง จึงทำให้ขบวนการ NRM มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
 
ปัจจุบัน ยูกันดากำลังประสบกับปัญหาความขัดแย้งทางตอนเหนือของประเทศ โดยปัญหาดังกล่าวเริ่มต้นในปี 2530 (ค.ศ. 1987) เนื่องมาจากมีการจัดตั้งกลุ่มกบฏ Lord Resistance Army (LRA) นำโดยนาย Joseph Kony ซึ่งมีเป้าหมายที่จะโค่นล้มรัฐบาลยูกันดาเพื่อก่อตั้งรัฐบาล Theocratic ซึ่งเป็นระบบการปกครองที่ยึดถือพระเจ้าหรือเทพเจ้าเป็นหลัก ถึงแม้ว่า LRA ไม่ได้เป็นภัยคุกคามสำหรับรัฐบาลยูกันดาก็ตาม แต่ก็ได้ก่อความไม่สงบทางตอนเหนือของยูกันดาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้ปัจจุบันมีชาวยูกันดาซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือจำนวนมากต้องประสบ ปัญหาความยากจน ขาดแคลนอาหาร มีอัตราการตายของเด็กสูง มีจำนวนผู้พลัดถิ่นสูง นอกจากนี้ เมื่อปลายปี 2547 (ค.ศ. 2004) ได้มีรายงานด้วยว่า LRA ได้ใช้กำลังกดขี่ทางเพศต่อเด็ก รวมทั้งยังมีเด็กอีกจำนวน 16,000 - 26,000 คน ถูกใช้งานเป็นทหาร (Child Soldiers)
 
ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 (ค.ศ. 2006) ประธานาธิบดี Museveni ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 59.3 โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี
 

 

รูปแบบการปกครอง

แบบสาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล

เมืองหลวง

กรุง Kampala

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 69 เขต ได้แก่ Adjumani, Amolatar, Amuria, Apac, Arua, Budaka, Bugiri, Bundibugyo, Bushenyi, Busia, Butaleja, Gulu, Hoima, Ibanda, Iganga, Jinja, Kaabong, Kabale, Kabarole, Kaberamaido, Kabingo, Kalangala, Kaliro, Kampala, Kamuli, Kamwenge, Kanungu, Kapchorwa, Kasese, Katakwi, Kayunga, Kibale, Kiboga, Kiruhura, Kisoro, Kitgum, Koboko, Kotido, Kumi, Kyenjojo, Lira, Luwero, Masaka, Masindi, Mayuge, Mbale, Mbarara, Moroto, Moyo, Mpigi, Mubende, Mukono, Manafwa, Mityana, Nakapiripirit, Nakaseke, Nakasongola, Nebbi, Ntungamo, Pader, Pallisa, Rakai, Rukungiri, Sembabule, Sironko, Soroti, Tororo, Wakiso, Yumbe

วันที่ได้รับเอกราช

9 ตุลาคม พ.ศ. 2505 จากสหราชอาณาจักร

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

8 ตุลาคม พ.ศ. 2538 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2548

ระบบกฎหมาย

เมื่อปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได้นำระบบกฎหมายที่มีรากฐานมาจากกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษและกฎหมายธรรมเนียมปฏิบัติกลับมาใช้

uganda-political-map

 

การเมืองการปกครอง
 
ยูกันดาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดี ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เป็นประมุขแห่งรัฐ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Yoweri Museveni มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี 
 
ฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี 
 
ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบสภาเดียว คือ National Assembly มีสมาชิกทั้งหมด 388 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 ส่วน ได้แก่
(1) สมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน 350 คน
(2) สมาชิกที่ได้รับการสรรหาจากกลุ่มบุคคลต่าง ๆ อาทิ กองทัพ เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และคนพิการ 25 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี และ
(3) เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้สิทธิเป็นสมาชิกรัฐสภาโดยตำแหน่ง 13 คน 
 
ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลอุทธรณ์และศาลสูง โดยประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาทั้งสองศาล
 
นโยบายรัฐบาล ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2529 (ค.ศ. 1986) นาย Museveni ได้ปฏิรูปการเมือง โดยพยายามส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคม ความเป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจตามแบบตะวันตก เน้นการเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และลดอัตราเงินเฟ้อ ทำให้นาย Museveni ได้รับความนิยมและนับถือจากประชาชนอย่างสูงในฐานะที่นำสันติภาพและความเจริญไปสู่ประเทศ    
 
ล่าสุด ในการเลือกตั้งปี 2554 (ค.ศ. 2011) นาย Museveni ได้รับชัยชนะอีกครั้งเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดียูกันดาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 นาย Museveni ประกาศเป้าหมายที่จะเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจของยูกันดาให้เป็นประเทศที่มีรายได้ระดับกลางในปี 2559 (ค.ศ. 2016) โดยจะเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข 
 
อย่างไรก็ดี นาย Museveni ถูกองค์กรสิทธิมุนษยชนแห่งสหประชาชาติ ชาติตะวันตก และฝ่ายค้านซึ่งนำโดย นพ. Kizza Besigye อดีตแพทย์ประจำตัวนาย Museveni ซึ่งผันตัวมาเป็นคู่แข่งทางการเมือง วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลใช้อำนาจคุกคามประชาชน โดยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด นพ. Besigye ได้ปลุกระดมให้ประชาชนประท้วง โดยการเดินขบวนบนท้องถนน เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเช่นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ แต่กลับถูกรัฐบาลยูกันดาปราบปรามอย่างเด็ดขาด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นผู้นำของนาย Museveni เริ่มถูกท้าทาย เพราะอยู่ในตำแหน่งนานถึง 25 ปี 
 
นโยบายต่างประเทศ 
 
ความสัมพันธ์กับชาติแอฟริกา 
เคนยาและแทนซาเนีย – ยูกันดามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดีกับเคนยาและแทนซาเนีย เนื่องจากทั้งสามประเทศอยู่ภายใต้อาณานิคมของสหราชอาณาจักร และยังคงรักษาสัมพันธภาพอันดีหลังจากได้รับเอกราช ความสัมพันธ์อันยาวนานส่งผลให้ทั้ง 3 ประเทศ มีนโยบายกระชับความร่วมมือระหว่างกัน นำไปสู่การจัดตั้ง EAC เมื่อปี 2543 (ค.ศ. 2000)   
 
รวันดา – ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างยูกันดาและรวันดาไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทอันเกิดจากการแทรกแซงการเมืองภายในของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จนทำให้เกิดการปะทะกับระหว่างสองประเทศในปี 2542 (ค.ศ.1999)  และ 2543 (ค.ศ. 2000) อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างสองประเทศเริ่มคลี่คลายลงเพราะปัจจุบันชาวรวันดาเชื้อสาย Tutsi เริ่มมีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับชาวยูกันดาเชื้อสาย Banyarwanda ที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดามากขึ้น และผู้อพยพชาวรวันดาเชื้อสาย Tutsi ที่อาศัยในยูกันดาหลายคนเริ่มเข้าเป็นสมาชิกของ National Resistance Army ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาการของประธานาธิบดี Museveni นอกจากนี้ ยูกันดายังเป็นผู้สนับสนุนให้รวันดาเข้าเป็นสมาชิก EAC ด้วย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาภายในประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังไม่คลี่คลาย ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศยังมีโอกาสกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง 
 
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก – ยูกันดาพยายามพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับ สป.คองโกตั้งแต่ยูกันดาถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ในปี 2544 (ค.ศ. 2001) และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2546 (ค.ศ. 2003) อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ยังคงคลุมเครือ เนื่องจาก สป.คองโกยังเชื่อว่ายูกันดาเป็นผู้จัดหาอาวุธให้แก่กลุ่มติดอาวุธต่างๆ ใน สป.คองโกเพื่อต่อต้านกลุ่ม Lord’s Resistance Army (LRA)   ความขัดแย้งระหว่างยูกันดาและ LRA นี้ สืบเนื่องมาจากการที่  LRA ได้ทำสงครามกลางเมืองกับกองกำลังของยูกันดา (Uganda People’s Defense Forces – UPDF) และกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายมายาวนานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมมือกันต่อต้านกลุ่มกบฏและได้ทำปฏิญญา  ว่าด้วยการสำรวจน้ำมันบริเวณชายแดนร่วมกัน 
 
ซูดาน – เดิมความสัมพันธ์ระหว่างยูกันดาและซูดานมีความตึงเครียด เนื่องจากยูกันดาสนับสนุนกลุ่ม Sudan People’s Liberation Army (SPLA) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนในซูดาน ในขณะที่ซูดานสนับสนุน LRA ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ต่อมา ในปี 2546 (ค.ศ. 2003) ทั้งสองฝ่ายทำการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน เนื่องจากยูกันดาและซูดานมีพรมแดนเชื่อมต่อกันมากกว่า 400 กิโลเมตร และประชาชนมีการเดินทางข้ามพรมแดนเป็นประจำ โดยรัฐบาลซูดานได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือในการต่อต้าน LRA ในขณะเดียวกันรัฐบาลยูกันดาจะผลักดันให้กลุ่ม SPLA ถอยร่นกลับเข้าไปในซูดาน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศมีทีท่าว่าจะซับซ้อนยิ่งขึ้นหลังจากกลุ่ม SPLA ได้แปรสภาพเป็นรัฐบาลซูดานใต้ (Government of Southern Sudan – GOSS) ตามข้อตกลง Comprehensive Peace Agreement (CPA) ในปี 2548 (ค.ศ. 2005)  เนื่องจากรัฐบาลซูดานใต้พยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่าง LRA และยูกันดา รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพื่อต่อต้าน LRA ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างซูดานและยูกันดายังไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากขึ้นอยู่กับขั้วอำนาจของผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลซูดานที่จะนำไปสู่การกำหนดท่าทีของทั้งสองฝ่ายต่อไป 
 
ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก 
แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลนาย Museveni ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามฝ่ายค้าน แต่รัฐบาลชาติตะวันตกยังเกรงใจนาย Mueseveni เนื่องจากนาย Museveni มีผลงานโดดเด่นในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคหลายประการ อาทิ การลดอัตราการติดเชื้อ HIV ในยูกันดา และการส่งทหารไปช่วยรักษาสันติภาพในโซมาเลีย 
 
ความสัมพันธ์กับชาติเอเชีย 
ยูกันดาได้ดำเนินนโยบาย Look East Policy เช่นเดียวกับประเทศแอฟริกาส่วนใหญ่ โดยจากเดิมที่ขยายความสัมพันธ์กับจีน อินเดีย และเกาหลีใต้เป็นหลัก ได้เริ่มสนใจสินค้าและวิทยาการจากเวียดนาม มาเลเซีย และไทยมากขึ้น ในขณะนี้ มาเลเซียได้เริ่มเข้ามาตั้งโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมของยูกันดาแล้ว 
 
บทบาทของยูกันดาในภูมิภาคแอฟริกา 
ยูกันดาเป็นประเทศแอฟริกาไม่กี่ประเทศประสบความสำเร็จในลดอัตราผู้ติดเชื้อเอดส์ใหม่ จนได้รับคำชมเชยจากสหประชาชาติในนโยบายการป้องกันโรคเอดส์เช่นเดียวกับไทย โดยอัตราผู้ติดเชื้อเอดส์ในยูกันดาลดลงจากร้อยละ 20 ในปี 2538 (ค.ศ. 1995) เหลือร้อยละ 6.4 ในปี 2548 (ค.ศ. 2005) ด้วยนโยบายส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย และพยายามรณรงค์ไม่ให้ประชาชนมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส 
 
ยูกันดาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของแอฟริกาหลังจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นอย่างมาก โดยกระตุ้นให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในแอฟริกา เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้จากประเทศร่ำรวยไปสู่ประเทศที่ยากจน ซึ่งจะเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในประชาคมโลก และจะทำให้ประชากรในประเทศยากจนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง 
 
ยูกันดามีส่วนในการสร้างเสริมสันติภาพในภูมิภาคแอฟริกา โดยส่งกองกำลังทหารไปช่วยรัฐบาลโซมาเลียรักษาสันติภาพในภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia - AMISOM) ร่วมกับบุรุนดี อย่างไรก็ดี การที่ยูกันดาเข้าไปมีส่วนร่วมในโซมาเลียส่งผลให้ยูกันดาตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายจากกลุ่ม al-Shabaab ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโซมาเลีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 (ค.ศ. 2010) เกิดเหตุระเบิดในร้านอาหารกลางกรุงกัมปาลาในช่วงที่ประชาชนออกมาชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกช่วงฟุตบอลโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 74 คน 

 

ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

เนื่องจากเป็นประเทศที่ประสบภาวะสงครามกลางเมืองเป็นเวลานาน ยูกันดาจึงต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Museveni แถลงว่า รัฐบาลยูกันดายินดีที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากต่างชาติในด้านที่จำเป็นและสำคัญทางเศรษฐกิจเท่านั้น เช่น ในด้านการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2530 ประเทศผู้ให้ต่าง ๆ ได้ให้เงินช่วยเหลือแก่ยูกันดามากขึ้น โดยประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดาที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยูกันดายังได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าสินค้าจำเป็นจำนวน 20.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดามากที่สุดในภูมิภาค SUB-SAHARA เดนมาร์ก (12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ญี่ปุ่นได้ให้เงินช่วยเหลือ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ ยูกันดาในการลดภาระหนี้สินในการนำเข้าสินค้าจำเป็น อาทิ ปิโตรเลียม เครื่องมือก่อสร้างถนน อุปกรณ์ไฟฟ้า รถประจำทาง เครื่องจักรกล เครื่องรับโทรทัศน์ วิทยุ อุปกรณ์โทรคมนาคม ฯลฯ จากการเยือนยูกันดาของประธานาธิบดี Clinton ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2541 นั้นประธานาธิบดี Clinton ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดาในด้านการศึกษา โภชนาการ สาธารณสุขและด้านแรงงานแก่ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา รวมมูลค่า 198.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การประกาศให้ความช่วยเหลือดังกล่าวที่ประเทศยูกันดา นับว่าสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญแก่ยูกันดามากขึ้น

นอกจากนี้ ยูกันดายังมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในภูมิภาค (Great Lakes) รวมถึงการส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกัน และได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Entebbe Summit for Peace and Prosperity ขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 โดยประธานาธิบดี Clinton ได้เข้าร่วมการประชุมพร้อมกับผู้นำสูงสุดและผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ประธานาธิบดี Museveni แห่งยูกันดา ประธานาธิบดี Danial arap Moi แห่งเคนยา ประธานาธิบดี Benjamin W. Mkapa แห่งแทนซาเนีย ประธานาธิบดี Pasteur Bizimungu แห่งรวันดา ประธานาธิบดี Laurent Kabila แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก นายกรัฐมนตรี Meles Zenawi แห่งเอธิโอเปีย นาย Murerwa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของซิมบับเว ซึ่งผู้นำและผู้แทนประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์การประชุม Kampala Summit Communigue ด้วย

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  19 พฤศจิกายน 2558

 

 

  • Pres.
    Yoweri Kaguta MUSEVENI
  • Vice Pres.
    Edward SSEKANDI
  • Prime Min.
    Ruhakana RUGUNDA
  • First Dep. Prime Min.
    Henry Muganwa KAJURA
  • Second Dep. Prime Min.
    Moses ALI
  • Third Dep. Prime Min.
    Kirunda KIVEJINJA
  • Min. in Charge of General Duties, Office of the Prime Min.
    Tarsis KABWEGYERE
  • Min. of Agriculture, Animal Industry, & Fisheries
    Tress BUCYANAYANDI
  • Min. of Defense
    Crispus KIYONGA
  • Min. of Disaster Preparedness & Refugees
    Hilary ONEK
  • Min. in Charge of East African Affairs
    Kirunda KIVEJINJA
  • Min. of Education, Science, Technology, & Sports
    Jessica Rose Apel ALUPO
  • Min. of Energy & Minerals
    Irene MULONI
  • Min. of Finance & Economic Planning
    Matia KASAIJA
  • Min. of Foreign Affairs
    Sam KUTESA
  • Min. of Gender, Labor, & Social Affairs
    Busingye Mary KARORO Okurut
  • Min. of Health
    Elioda TUMWESIGYE
  • Min. of Information & Communications Technology
    Jim MUHWEZI
  • Min. of Information & National Guidance
    Rosemary NAMAYANJA
  • Min. of Internal Affairs
    Rose AKOL
  • Min. of Justice & Constitutional Affairs
    Kahinda OTAFIIRE
  • Min. for Karamoja
    Janet Kataaha MUSEVENI
  • Min. of Lands, Housing, & Urban Development
    Daudi MIGEREKO
  • Min. of Local Govt.
    Adolf MWESIGE
  • Min. of Oil
    N/A
  • Min. of the Presidency
    Frank TUMWEBAZE
  • Min. of Public Service
    Henry Muganwa KAJURA
  • Min. of Security
    Mary Karoro OKURUT
  • Min. of Trade, Industry, & Cooperatives
    Amelia KYAMBADDE
  • Min. of Transportation & Works
    Abraham BYANDAALA
  • Min. of Tourism, Wildlife, & Antiquities
    Maria MUTAGAMBA
  • Min. of Water & Environment
    Ephraim KAMUNTU
  • Min. of Works & Transport
    John BYABAGAMBI
  • Min. Without Portfolio in Charge of Political Mobilization
    Richard TODWONG
  • Min. of State for Agriculture
    Nyiira ZERUBABEL
  • Min. of State for Animal Industry
    Bright RWAMIRAMA , Maj.
  • Min. of State for Bunyoro Affairs
    Earnest KIIZA
  • Min. of State for Communication
    Alintuma NSAMBU
  • Min. of State for Defense
    Jeje ODONGO , Gen.
  • Min. of State for Economic Monitoring
    Henry BANYENKAZI
  • Min. of State for Elderly & Disabilities
    Sulaiman MADADA
  • Min. of State for Energy
    Simon D'UJANGA
  • Min. of State for Environment
    Flavia MUNAABA
  • Min. of State for Ethics, Office of the Vice Pres.
    Simon LOKODO , Reverend
  • Min. of State for Finance
    Fred Mandir Jacan OMACH
  • Min. of State for Fisheries
    Sentamu Ruth NANKABIRWA
  • Min. of State for Gender & Culture
    Rukia ISANGA Nakadama
  • Min. of State for Health
    Chris BARYOMUNSI
  • Min. of State for Higher Education
    John Chrysostom MUYINGO
  • Min. of State for Housing
    Sam ENGOLA
  • Min. of State for Industry
    Michael WERIKHE
  • Min. of State for Information Technology
    Thembo NYOMBI
  • Min. of State for Internal Affairs
    James BABA
  • Min. of State for International Affairs
    Henry OKELLO ORYEM
  • Min. of State for Investment
    Gabriel Gadison Aridru AJEDRA
  • Min. of State for Justice
    Fred RUHINDI
  • Min. of State for Karamoja
    Barbara Oundo NEKESA
  • Min. of State for Labor
    Rukutana MWESIGWA
  • Min. of State for Lands
    Sarah Opendi ACHIENG
  • Min. of State for Luwero Triangle
    Sarah KATAIKE
  • Min. of State for Minerals
    Peter LOKERIS
  • Min. of State for Northern Uganda
    Rebecca Otengo AMUGE
  • Min. of State for Planning
    Matia KASAIJA
  • Min. of State for Primary Education
    Kamanda BATARINGAYA
  • Min. of State for Privatization
    Aston Peterson KAJARA
  • Min. of State for Public Service
    Sezi MBAGUTA
  • Min. of State for Regional Affairs
    Asuman KIYINGI
  • Min. of State for Relief & Disaster Preparedness
    Musa Francis ECHWERU
  • Min. of State for Sports
    Charles BAKABULINDI
  • Min. of State for Teso Affairs
    Christine Amongin APORU
  • Min. of State for Tourism & Wildlife
    Agnes AKIROR
  • Min. of State for Trade & Antiquities
    David WAKINONA
  • Min. of State for Transport
    Stephen CHEBROT
  • Min. of State for Urban Planning
    Justine Lumumba KASULE
  • Min. of State for Water Resources
    Betty BIGOMBE
  • Min. of State for Youth & Children's Affairs
    Evelyn ANITE
  • Min. of State in the Office of the Vice Pres.
    Vincent NYANZI
  • Chief Whip
    Justine Lumumba KASULE
  • Attorney Gen.
    Freddie RUHINDI
  • Governor, Bank of Uganda
    Emmanuel TUMUSIIME-MUTEBILE
  • Ambassador to the US
    Oliver WONEKHA
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Richard NDUHUURA

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/UG.html

 

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

76.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการเติบโตของ GDP

4.9% (ค่าประมาณพ.ศ. 2557)
GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 21.9%
  • ภาคอุตสาหกรรม 26.7%
  • ภาคการบริการ 51.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

4.7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

หนี้สาธารณะ

35.7% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ผลผลิตทางการเกษตร

กาแฟ ชา ฝ้าย ด้ายและเส้นใย มันสำปะหลัง มันฝรั่ง ข้าวโพด ไม้ตัดดอก เนื้อวัว เนื้อแพะ นม สัตว์ปีก

อุตสาหกรรม

น้ำตาล กลั่นเบียร์ ยาสูบ ผ้าฝ้ายและสิ่งทอ ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้า

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-2.082 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

มูลค่าการส่งออก

2.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ปลา และผลผลิตการเกษตร เช่น ชา กาแฟ ฝ้าย

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

UAE 10.9%, Rwanda 10.3%, Kenya 9.4%, Democratic Republic of the Congo 9.4%, Germany 6.1%, Netherlands 5.4%, Italy 4.4%, Belgium 4.3%  (ค่าประมาณพ.ศ.2556)

มูลค่าการนำเข้า

4.714 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

อุปกรณ์การขนส่ง ผลิตภัณฑ์จากผัก ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Kenya 19.4%, UAE 14.1%, India 12.2%, China 10.7% (ค่าประมาณพ.ศ. 2556)

สกุลเงิน

ยูกันดาชิลลิงส์ - Ugandan Shillings

สัญลักษณ์เงิน

UGX

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

 

สภาพเศรษฐกิจ
 
รัฐบาลยูกันดามีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปเศรษฐกิจในยูกันดา ซึ่งได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษ โดยภาคเกษตรกรรมถูกปรับลดระดับความสำคัญลง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการทวีความสำคัญขึ้น โดยปัจจุบัน ภาคบริการได้รับความสำคัญมากที่สุด  คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยเกิดจากการเติบโตของภาคโทรคมนาคม โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ และการบริการเพื่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยูกันดายังคงประสบปัญหาในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ภายในประเทศ เนื่องจากขาดแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา 
 
รัฐบาลยูกันดาได้ใช้นโยบาย “Prosperity for All” ซึ่งเน้นสร้างเสริมความเข้มแข็งของกลุ่มชนชั้นกลางเป็นตัวขับเคลื่อน เศรษฐกิจด้วยการปฏิรูปการศึกษา การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจและหุ้นส่วนกับต่างชาติ โดยได้จัดตั้ง Private Sector Foundation Uganda (PSFU) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 20-40 ปี เพื่อเป็นจุดประสานงานกลางในการติดต่อกับภาคเอกชนของประเทศต่าง ๆ และสร้างพลวัตทางเศรษฐกิจ ทดแทนนักธุรกิจรุ่นปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุ 40-60 ปี 
 
ยูกันดาและประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาตลาดร่วม แห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ (Common Market for Eastern and Southern African States - COMESA) และเป็นสมาชิกก่อตั้งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนา โดยในปัจจุบัน EAC ได้เป็นตลาดร่วม (Common Market) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 (ค.ศ. 2010) 
 
สาขาที่ยูกันดามีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการลงทุน ได้แก่ ภาคการเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง ข้าว ผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรทางการเกษตร เนื่องจากชาวยูกันดานิยมบริโภคและมีศักยภาพในการปลูกมันสำปะหลัง แต่ปัจจุบัน ยูกันดานำเข้าแป้งมันสำปะหลังจากต่างประเทศทั้งสิ้น และภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากยูกันดามีภูมิประเทศที่สวยงามและค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ และมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาด้านการ บริหารจัดการการท่องเที่ยว 
 
ถึงแม้ว่านโยบายการปฏิรูปของประธานาธิบดี Museveni จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ผู้บริจาคระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกองทุนการเงินโลก (International Monetary Fund – IMF) ก็ยังไม่มั่นใจในการปราบปรามการทุจริตภายในรัฐบาล นอกจากนี้ ความไม่พอใจอย่างเงียบๆ ของประชาชนยูกันดาต่อกลุ่มนักธุรกิจเชื้อสายเอเชียใต้ก็ยังคุกรุ่นอยู่ ดังจะเห็นได้จากการปะทะกันระหว่างการประท้วงทางการเมืองเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ ยูกันดาเป็นประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของต่างชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ระบบเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจของยูกันดาอ่อนแอ
 

 

 

สถิติที่สำคัญ ไทย-ยูกันดา (2555)
 
มูลค่าการค้าไทย-ยูกันดา 18.18 ล้าน USD (ไทยส่งออก 14.57 ล้าน USD ไทยนำเข้า 3.61 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 10.96 ล้าน USD)
 
สินค้าส่งออกของไทย รองเท้าและชิ้นส่วน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ
 
สินค้านำเข้าจากยูกันดา ด้ายและเส้นใย พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ แร่และผลิตภัณฑ์แร่
 
การลงทุน ไม่ปรากฏข้อมูล
 
การท่องเที่ยว ชาวยูกันดามาไทย 2,500 คน
 
คนไทยในยูกันดา 2 คน
 
การตรวจลงตรา Visa on Arrival หรือ ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตยูกันดาประจำอินเดีย
 
สำนักงานไทยที่ดูแลยูกันดา สถานกงสุล ณ กรุงกัมปาลา (อยู่ในระหว่างการแต่งตั้งกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำยูกันดาคนใหม่ เนื่องจากอดีตกงสุลใหญ่กิตติศักดิ์ Mr. James Mulwana ถึงแก่กรรมเมื่อเดือนมกราคม 2556) หรือ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
 
สำนักงานยูกันดาที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตยูกันดาประจำอินเดีย
 
ความสัมพันธ์ทั่วไป 
ไทยและยูกันดาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528 (ค.ศ. 1985) โดยฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ดูแลยูกันดา และแต่งตั้งนาย James Mulwana เป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำยูกันดา ส่วนฝ่ายยูกันดาได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตยูกันดาประจำสาธารณรัฐอินเดีย มีเขตอาณาครอบคลุมไทย ขณะนี้ ฝ่ายยูกันดาอยู่ระหว่างการสรรหากงสุลกิตติมศักดิ์ยูกันดาประจำไทย แทนที่นายทวี บุตรสุนทร ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน 2554 (ค.ศ.2011) ที่ผ่านมา ไทยและยูกันดามีความสัมพันธ์ราบรื่น โดยยูกันดาชื่นชมไทยในฐานะเป็นแบบอย่างการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม 
 
ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ 
การค้าระหว่างไทยกับยูกันดายังมีมูลค่าไม่มากแต่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ปี 2554 (ค.ศ. 2011) มูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 19.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยเป็นฝ่ายส่งออก 17.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 2.17ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 15.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าส่งออกที่สำคัญ   ของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ น้ำตาลทราย เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ รองเท้าและชิ้นส่วน เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าที่สำคัญจากยูกันดา ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ชา กาแฟ และเครื่องเทศ 
 
ภาครัฐได้จัดคณะไปสำรวจโอกาสการลงทุนในยูกันดาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
(1) กรมส่งเสริมการส่งออกนำคณะนักธุรกิจเยือนยูกันดา เยเมน ซูดาน และเอธิโอเปีย ระหว่างวันที่  5-17 กรกฏาคม 2553 (ค.ศ. 2010)
(2) BOI นำคณะนักธุรกิจเยือนเคนยาและยูกันดาเพื่อสำรวจโอกาสการลงทุน วันที่ 25-29 เมษายน 2554 (ค.ศ. 2011)
(3) อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกานำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเยือนยูกันดา ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2554 (ค.ศ. 2011) จากการเยือนข้างต้น ฝ่ายไทยเห็นว่า ยูกันดามีศักยภาพด้านการลงทุนในสาขาอุตสาหกรรม การแปรรูผลิตภัณฑ์เกษตร และการท่องเที่ยว เนื่องจากมีภูมิประเทศที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี ยังไม่ค่อยมีนักลงทุนไทยสนใจลงทุนในยูกันดามากนัก เนื่องจากการที่ยูกันดาไม่มีทางออกทะเลทำให้ค่าขนส่งสินค้าค่อนข้างสูง 
 
ความร่วมมือทางวิชาการ 
ไทยมีนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับยูกันดาในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South-South Cooperation) โดย สพร. ได้เวียนทุนฝึกอบรม (Annual International Training Course - AITC) ให้ยูกันดาพิจารณาส่งบุคลากรเข้าร่วมเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ หน่วยงานราชการของยูกันดาสนใจมาศึกษาดูงานด้านต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากรป่าไม้ และการจัดการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น 
 
ชาวยูกันดาที่มีฐานะดีนิยมส่งบุตรหลานมาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในหลักสูตรนานาชาติที่ประเทศไทยมากขึ้น 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
อยู่ระหว่างการพิจารณาความตกลงทั่วไปว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ และบันทึกความเข้าในด้านสาธารณสุข 
 
การเยือนของผู้นำระดับสูง 
ฝ่ายไทย 
(1) นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนยูกันดาเพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและยูกันดาร่วมทั้งเป็นประธานเปิดศูนย์กระจายสินค้าไทย (Thai Distribution Center) ณ กรุงกัมปาลา ระหว่างวันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2548  (ค.ศ. 2005) 
 
(2) นายโฆษิต ฉัตรไพบูรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนาย Yoweri Museveni เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 (ค.ศ. 2011) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย 
 
(3) นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา 
นำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเยือนยูกันดาระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อแสวงหาลู่ทางการค้าและการลงทุน
 
(4) พลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภานำคณะผู้แทนรัฐสภาเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 126 ที่ยูกันดา ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2555 (ค.ศ. 2012) 
 
ฝ่ายยูกันดา 
ระดับพระราชวงศ์ 
 (1) สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบูกันดา (Kabaka Ronald Muwenda Mutebi ll) เสด็จฯ เยือนไทย โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบูกันดาในวันที่ 30 สิงหาคม 2548 
 
สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ได้ทอดพระเนตรศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทร รวมทั้งโครงการหลวงห้วยฮ่องไคร้และดอยอินทนนท์ ระหว่างเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม – 3 กันยายน 2548 (ค.ศ. 2005) 
 
ระดับรัฐบาล 
ประธานาธิบดี 
- เมื่อวันที่ 25 - 28 กันยายน 2546 (ค.ศ. 2003) นาย Yoweri Museveni ประธานาธิบดียูกันดา เยือนไทยก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุม Tokyo International Conference on African Development (TICAD) ครั้งที่ 3  ณ ประเทศญี่ปุ่น และได้มีโอกาสพบหารือนายกรัฐมนตรี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในระดับผู้นำระหว่างสองประเทศ  และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ยังได้พบปะผู้แทนภาคเอกชนไทย อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (the Joint-Standing Committee on Trade, Industries and Banking) เพื่อส่งเสริมการลงทุนในยูกันดาในด้านต่าง ๆ ภาคเอกชนยูกันดาที่ร่วมอยู่ในคณะฯ อีก 60 คน ยังได้พบเจรจากับภาคเอกชนของไทยซึ่งมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการค้าและ การลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ 
 
- เมื่อวันที่ 11 - 13 กรกฎาคม 2547 (ค.ศ. 2004) นาย Yoweri Museveni เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยโรคเอดส์  ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งไทยและยูกันดาเป็นสองประเทศที่ได้รับคำชมเชยจากสหประชาชาติในความสำเร็จด้านการป้องกันและบำบัดโรคเอดส์ 
 
รองประธานาธิบดี 
- เมื่อวันที่ 15 - 20 กันยายน 2549 (ค.ศ. 2006) Professor Gilbert Balibaseka Bukenya  รองประธานาธิบดียูกันดา นำคณะเยือนประเทศไทย 
 
รัฐมนตรี 
- เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2536 (ค.ศ. 1993) นาย Ally M. Kirunda – Kivejinja รัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดีกิจการต่างประเทศเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อมอบสาส์นจากประธานาธิบดียูกันดาและขอเสียงสนับสนุนให้แก่ผู้แทนยูกันดาซึ่งสมัครเป็นรองผู้อำนวยการ International Organization for Migration (IOM) 
 
- เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2537 (ค.ศ. 1994) นาย Richard H. Kaijuka รัฐมนตรีการค้า และอุตสาหกรรมยูกันดา และนาย James Mulwana กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำยูกันดา เข้าพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
 
- เมื่อวันที่ 11 - 20 กุมภาพันธ์ 2543 (ค.ศ. 2000) นาย Moses Ali  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยว การค้าและอุตสาหกรรมยูกันดา เยือนไทยเพื่อเข้าร่วม การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ครั้งที่ 10   
 
- เมื่อวันที่ 11 - 15 สิงหาคม 2545 (ค.ศ. 2002) นาย Gerald Sendaula รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การวางแผน และการพัฒนาเศรษฐกิจยูกันดาและคณะเยือนไทย เพื่อชักชวนนักธุรกิจไทยไปลงทุนในยูกันดา 
 
- เมื่อวันที่ 8 - 22 ธันวาคม 2547 (ค.ศ. 2004) นาย Omwony Ojwok รัฐมนตรีแห่งรัฐดูแลเรื่องเศรษฐกิจ (Minister of State in Charge of Economic Monitoring) และคณะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อศึกษาดูงานด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเกษตร รวมทั้งความร่วมมือทางวิชาการและบทบาทของภาครัฐในกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย   
 
- เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2548 (ค.ศ. 2005) นาย Ezra Suruma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วางแผน และการพัฒนาเศรษฐกิจเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ) ได้เข้าพบผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) และเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายวราเทพ รัตนากร) ในวันเดียวกันด้วย 
 
- เมื่อวันที่ 20 - 25 เมษายน 2549 (ค.ศ. 2006) นาย Khiddu Makubuya รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอัยการสูงสุดเป็นผู้แทนรองประธานาธิบดียูกันดา เพื่อศึกษาดูงานด้านการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ 
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - ยูกันดา                      
มูลค่าการค้า 18.18 21.42 24.13 24.13 20.19 -8.64 17.83 12.66 12.66 -16.33
การส่งออก 14.57 17.45 23.03 23.03 17.60 -17.81 19.77 31.98 31.98 -23.57
การนำเข้า 3.61 3.97 1.10 1.10 2.58 66.48 9.99 -72.34 -72.34 135.59
ดุลการค้า 10.96 13.49 21.94 21.94 15.02            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.5 3.1 5.2 5.2 7.1 -41.57 25.76 67.61 67.61 34.95
2 รองเท้าและชิ้นส่วน 5.4 8.2 7.4 7.4 3.7 16.37 51.07 -9.03 -9.03 -49.76
3 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 1.4 1.5 1.0 1.0 1.1 105.47 11.56 -31.99 -31.99 8.80
4 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ 0.3 0.4 0.5 0.5 0.8 63.99 34.80 11.94 11.94 63.46
5 เครื่องดื่ม 0.3 0.2 0.3 0.3 0.5 35.51 -29.83 50.95 50.95 60.66
6 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.5 0.1 0.8 0.8 0.5 147.62 -87.22 ####### 1,095.27 -45.50
7 เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 0.2 0.1 1.7 1.7 0.4 -78.06 -43.08 ####### 1,080.48 -75.20
8 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.3 0.1 0.5 0.5 0.4 189.46 -57.96 291.56 291.56 -28.71
9 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 0.2 0.4 0.3 0.3 0.4 90.88 78.49 -23.32 -23.32 23.41
10 เครื่องนุ่งห่ม 0.4 0.3 0.3 0.3 0.3 -21.90 -27.33 15.17 15.17 0.62
รวม 10 รายการ 11.6 14.5 18.2 18.2 15.2 -3.82 24.67 25.48 25.48 -16.52
อื่นๆ 2.9 3.0 4.8 4.8 2.4 -47.82 0.42 63.87 63.87 -50.00
รวมทั้งสิ้น 14.6 17.5 23.0 23.0 17.6 -17.81 19.77 31.98 31.98 -23.57

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ด้ายและเส้นใย 3,218,454.1 2,508,447.8 1,087,808.7 1,087,808.7 2,325,543.6 354.06 -22.06 -56.63 -56.63 113.78
2 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ - - - - 204,483.1 - - - - -
3 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 123,318.3 - - - 36,464.4 -88.94 - - - -
4 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 333.0 702.8 81.4 81.4 2,734.6 -29.74 111.07 -88.42 -88.42 3,259.70
5 วัสดุและอุปกรณ์สำนักงาน - 799.9 - - 1,971.7 - - - - -
6 เครื่องดนตรี ของเล่น เครื่องกีฬาและเครื่อง - - - - 1,925.8 - - - - -
7 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 10,238.2 3,107.1 19.2 19.2 1,762.2 492.24 -69.65 -99.38 -99.38 9,084.24
8 สิ่งพิมพ์ 5,323.7 1,631.2 817.7 817.7 1,614.5 709.66 -69.36 -49.87 -49.87 97.44
9 แผงวงจรไฟฟ้า 14.7 - 876.7 876.7 1,469.3 - - - - 67.59
10 ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ - - - - 1,348.1 - - - - -
รวม 10 รายการ 3,357,681.9 2,514,688.8 1,089,603.8 1,089,603.8 2,579,317.2 55.75 -25.11 -56.67 -56.67 136.72
อื่นๆ 248,507.9 1,451,563.7 7,450.7 7,450.7 5,419.8 ####### 484.11 -99.49 -99.49 -27.26
รวมทั้งสิ้น 3,606,189.8 3,966,252.5 1,097,054.4 1,097,054.4 2,584,737.0 66.49 9.98 -72.34 -72.34 135.61

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

JoomSpirit