สาธารณรัฐประชาธิปไตยเซาตูเมและปรินซิปี

SaoTome-flagsvg SaoTome-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยเซาตูเมและปรินซิปี หรือ Democratic Republic of Saotome and Principe

ที่ตั้ง

เป็นหมู่เกาะตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินแอตแลนติก (อ่าวกินี) ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ห่างจากประเทศกาบองประมาณ 200 กม.

พื้นที่

964 ตารางกิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง 209 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

หมู่เกาะภูเขาไฟ

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศแบบโซนร้อน แต่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำเย็น Benguela มีฝนตกเฉลี่ยปีละ 951 มม.

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปลา กระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

ภัยธรรมชาติ

ไม่มีข้อมูล

จำนวนประชากร

194,006 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.84% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Sao Tomean (s)

เชื้อชาติ

ส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันที่มีเชื้อสายปอร์ตุเกสผสม และมีผู้อพยพมาจากแองโกลา โมซัมบิกและเคปเวิร์ดบ้าง

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 55.7% นิกาย Adventist 4.1% นิกาย Assembly of God 3.4% นิกาย New Apostolic 2.9% นิกาย Mana 2.3% นิกาย Universal Kingdom of God 2% นิกาย Jehovah's Witness 1.2% ศาสนาอื่นๆ 6.2% ไม่มีศาสนา 21.2% ที่ระบุไม่ได้ 1%

ภาษา

โปรตุเกสเป็นภาษาราชการ นอกจากนั้น มีภาษา Forro 36.2%, Cabo Verdian 8.5% ภาษาฝรั่งเศส 6.8% Angolar 6.6% ภาษาอังกฤษ 4.9% Lunguie 1% ภาษาอื่นๆ 2.4%

ประวัติศาสตร์

  • ค.ศ. 1471 ชาวปอร์ตุเกสค้นพบเกาะเซาโตเมและปรินซิเป
  • ค.ศ. 1522-1975 เซาโตเมและปรินซิเป มีสถานะเป็นแคว้นโพ้นทะเลของปอร์ตุเกส
  • ค.ศ. 1975 เซาโตเมและปรินซิเป ได้รับเอกราชและปกครองภายใต้การนำของพรรคขบวนการเพื่อปลดปล่อยเซาโตเมและปรินซิเป (Movement for the Libration of Sao Tome and Principe-Social Democratic Party = MLSTP-PSC) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว และในระยะแรกมีความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง โดยฝ่ายผู้สูงอายุในพรรคกับผู้นำรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีคนแรก คือ Dr. Manuel Pinto da Costa ก็สามารถรักษาอำนาจไว้ได้ โดยในระยะหลังได้รับการสนับสนุนจากแองโกลา ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกัน เนื่องจากอยู่ในกลุ่มประเทศอดีตเมืองขึ้นปอร์ตุเกสด้วยกัน

เซาตูเมและปรินซีปีถูกโปรตุเกสเข้ายึดครองเมื่อปี พ.ศ. 2036 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการกวาดต้อนประชาชนไปเป็นทาส ในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 และเป็นประเทศที่มีน้ำตาลเป็นฐานในการผลิต โดยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการเริ่มก่อสร้างกลุ่มลัทธิชาตินิยมขึ้นโดยชาว Creole และ ชาว Forros ในปี 2515 ได้มีการก่อตุ้งพรรคการเมือง Movimento de Libertacao de Tome e Principe (MLSTP) โดยมีนาย Manuel Pinto da Costa โดยเมื่อปี 2517 ในฝรังเศสได้เกิดการปฏิวัติขึ้นโดยกำลังทหาร ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสในขณะนั้นประกาศให้พรรค MLSTP เข้าบริหารประเทศและจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขั้น เซาตูเมและปรินซิปีได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2518 โดยมีนาย Pinto da Costa เป็นประธานาธิบดีและมีนาย Miguel Trovoada เป็นนายกรัฐมนตรี และมี พรรค MLSTP เป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว และใช้การปกครองในรูปแบบสังคมนิยม


ในปี 2528 เซาตูเมและปรินซิปีถูกกดดันจากชาติตะวันตกและพรรคการเมืองคู่แข่งให้มีการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ ต่อมาจึงได้มีการจัดตั้งพรรค Partido Social Demócrata หรือ MLSTP-PSD ขึ้น ต่อมาได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรกและมีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติขั้นเมื่อเดือนมกราคม 1991 เป็นครั้งแรก และมีการจัดตั้งพรรค Partido da Convergencia Democratica-Grupo de Reflexao หรือ (PCD-GR) ขั้น และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในมีนาคม 2534 ทั้งนี้ นาย Trovoada ยังคงเป็นอิสระ แต่ได้ให้การสนับสนุนพรรค PCD-GR ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี


ในช่วงสมัยที่พรรค PCD-GR เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลนั้นได้มีข้อโต้แย้งต่าง ๆ เพื่อให้มีการปฏิรูปการเมืองและฝ่ายบริหาร ในปี 2537 พรรค PCD-GR เกือบที่จะถูกล้มล้างในการเลือกตั้งโดยนาย Trovoada เนื่องจากพรรค MLSTP-PSD ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 27 จาก 55 ที่นั่ง และเข้าจัดตั้งรัฐบาล และยังมีพรรคการเมืองอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรครัฐบาล เช่น Acçao Democratica Independente (ADI)แต่ได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับรัฐบาลแม้จะได้ให้การสนับสนุนนาย Carlos Graça นายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็ตาม ต่อมานาย Graça และ นาย Trovoada ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2538 แต่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งโดยมีแองโกลาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้ ภายหลังพรรค MLSTP-PSD และพรรคADI ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลขึ้นภายใต้การนำของนาย Armindo Vaz d'Almeida นายกรัฐมนตรี ในปี 2539 นาย Trovoada ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ในปี 2541 พรรค MLSTP-PSD ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอีกครั้งโดยได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่และได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Guilherme Posser da Costa ถึงแม้ว่านาย Posser da Costa จะมีสัมพันธภาพที่ไม่ดีกับประธานาธิบดีมากนัก แต่นาย Posser da Costa ก็เป็นผู้มีส่วนในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และยังเป็นผู้ผลักดันให้มีการช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ อีกทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นจากต่างประเทศอีกด้วยถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาการคอร์รัปชั่นขึ้นก็ตาม

การเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 29 กรกฎาคม 2544 ผลปรากฏว่า นาย Fradique de Menezes ผู้สมัครอิสระโดยการสนับสนุนจากนาย Trovoada ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติในเดือนมีนาคม ปี2545 พรรค MLSTP-PSD ได้รับเลือกตั้งจำนวน 24 ที่นั่ง ส่วนพรรค Movimento Democrático das Forças da Mudança (MDFM) ได้รับการเลือกตั้งจำนวน 23 ที่นั่ง พรรค Uê Kédadji coalition ได้รับการเลือกตั้งจำนวน 8 ที่นั่ง


ในปี 2546 ระบอบประชาธิปไตยของเซาตูเมอ่อนแอลง ทำให้กองทัพเข้าทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2546 ในขณะที่ นาย Menezes ประธานาธิบดี ได้เดินทางไปเยือนไนจีเรีย ทำให้นาย Menezes ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง และนายกรัฐมนตรี Maria das Neves คณะรัฐมนตรีรวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ถูกจับกุมตัว การเข้าทำรัฐประหารโดยเบื้องหลังแล้วถือว่าเป็นการฉวยโอกาสทางการเมืองของกองทัพ รวมถึงการที่เซาตูเมเริ่มปรากฏความมั่งคั่งในด้านทรัพยากรน้ำมัน จากนั้นเซาตูเมก็ถูกวิจารณ์เรื่องการรัฐประหารจากนานาประเทศจนทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยจากต่างชาติ แต่ทางด้านเซาตูเมไม่ยอมรับข้อเสนอ ทั้งนี้ ในท้ายที่สุดกลุ่มผู้ทำการรัฐประหารก็ยินยอมให้นาย Menezes นาง das Neves และคณะรัฐมนตรีได้กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเซาตูเมก็ยังคงถูกจับตามองจากนานาชาติต่อไป

ในช่วงรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี das Neves หลังจากการปฏิวัติเซาตูเมต้องประสบกับความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติและเกิดความแตกแยกทางการเมืองขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิวัติ จนกระทั่งนาง das Neves ถูกประธานาธิบดีให้ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน ปี 2547 หลังจากที่นาง นายกรัฐมนตรี das Neves มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการบริหารงานราชการ หลังจากนั้นพรรค Gabinete de Gestão da Ajuda (GGA) ได้ร่วมกับพรรค MLSTP-PSD และพรรค ADI จัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดย นาย Damião Vaz de Almeida จากพรรคMLSTP-PSD เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือน มิถุนายน 2005 ระหว่างที่เกิดการประท้วงจากภาคสาธารณะ โดยกล่าวหาว่า นาย Damião Vaz de Almeida เข้าแทรกแซงกระบวนการตัดสินใจของ Nigeria-São Tomé and Príncipe Joint Development Zone (JDZ) ในการทำข้อตกลงด้านทรัพยากรน้ำมันในปี 2544 ต่อมานาง Maria do Carmo Silveira ผู้บริหารของธนาคารกลางหรือ BCSTP (Banco Central de São Tomé e Príncipe) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นาง Maria do Carmo Silveira ได้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นโดยปราศจากพรรค MLSTP-PSD และพรรค ADI โดยพรรค ADI กลายเป็นพรรคฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลร่วมกับพรรค PCD และ MDFM ทั้งนี้ นาง Silveira ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ 7 นับตั้งแต่ที่นาย Menezes เข้ารับตำแหน่งในปี 2544 สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานับแต่ ปี 2544

 

รูปแบบการปกครอง

แบบสาธารณรัฐ ( Republic) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ เข้ารับตำแหน่งโดยการเลือกตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลโดยได้รับการเลือกจากสภาและได้รับอนุมัติจากประธานาธิบดี โดยประธานาธิบดีแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาเดียว คือ สภาประชาชนแห่งชาติ (National Assembly) มีจำนวนที่นั่ง 55 ที่นั่ง เข้ารับตำแหน่งโดยการเลือกตั้งจากประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฏีกา (ผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งจากสภา)

เมืองหลวง

กรุง Sao Tome

เมืองสำคัญ

เมือง Principe

การแบ่งเขตการปกครอง

2 เขต ได้แก่ Principe และ Sao Tome

วันที่ได้รับเอกราช

12 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 จากโปรตุเกส

รัฐธรรมนูญ

เริ่มใช้เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2533

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากระบบกฎหมายโปรตุเกสและกฎหมายประเพณี

sao-tome-and-principe-political-map

 

การเมืองการปกครอง
 
ประเทศเซาโตเมและปรินซิเปเป็นประเทศที่อาศัยเงินช่วยเหลือจำนวนมากจาก IMF และผู้บริจาคอื่นๆ นโยบายปัจจุบันให้ความสำคัญกับการจัดการด้านการเงินของประเทศโดยรัฐบาลจะบริหารเงินบริจาคที่หลั่งใหลเข้ามาเรื่อยๆและบริหารการเข้ามาลงทุนในธุรกิจน้ำมันของชาวต่างขาติ รวมถึงการลดอัตราเงินเฟ้อด้วยเช่นกัน
 
รัฐบาลเซาโตเมและปรินซิเปเริ่มดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายใต้โครงการ New National Poverty Reduction Strategy (NPRS) ซึ่งมุ่งพัฒนาให้ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นโดยเพิ่มการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการส่งเสริมอุตสหกรรมการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นกลุ่มหลักในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างอาชีพ อีกทั้งรัฐบาลจะจัดสรรเงินบริจาคเพื่อนำมาใช้ส่งเสริมด้านสังคมมากขึ้น เช่น ด้านสุขภาพและการศึกษา เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริจาคทราบว่าเงินบริจาคจะถูกนำมาใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
 
นโยบายต่างประเทศ
หลังจากที่ได้รับเอกราชแล้ว เซาโตเมและปรินซิเปได้พัฒนาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เป็นประเทศสังคมนิยมได้แก่ แองโกลา จีน คิวบา และเยอรมนีตะวันออก ด้านความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๘ เมื่อรัฐบาลเริ่มทำการปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็นรูปแบบเสรีนิยมประเทศโปรตุเกสซึ่งเคยเป็นประเทศล่าอาณานิคมก็กลับมามีอิทธิพลเหนือเซาโตเมและปรินซิเปอีกครั้ง ในขณะที่ฝรั่งเศสและบราซิลกลับกลายมาเป็นคู่ค้าที่สำคัญของเซาโตเมและปรินซิเป และได้สถาปนาความสัมพันธ์กับไต้หวันในปี 2540 เนื่องจากไต้หวันต้องการผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมัน หลังจากที่มีการค้นพบทรัพยากรน้ำมันในเซาตูเมและปรินซีปีทำให้ประเทศตะวันตกมียุทธศาสตร์ที่จะหาผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันในเซาโตเมและปรินซิเป โดยสหรัฐอเมริกามองว่าหากมีการตั้งฐานทัพเป็นการชั่วคราวในเซาโตเมและปริน จะสามารถปกป้องผลประโยชน์ด้านน้ำมันในอ่าวกินีได้ รัฐบาลสหรัฐได้ลงทุนในการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกและสนามบินนานาชาติในเซาโตเม นอกจากนั้นไนจีเรียและแองโกลายังแข่งขันกันเพื่อที่จะมีอิทธิพลต่อเซาโตเมในการพัฒนาด้านทรัพยากรน้ำมัน ไนจีเรียได้เข้าไปมีบทบาทต่อเซาโตเมและปรินซิเปมากกว่าแองโกลา โดยได้เข้าไปมีบทบาทในการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน เช่น การลงนามข้อตกลงทางการเมืองระหว่างกันจนกระทั่งทำให้มีการปฏิวัติในเดือนกรกฎาคม 2003 ทำให้อำนาจของประธานาธิบดี Menezes จบสิ้นลง ทางด้านแองโกลาก็เริ่มมีอิทธิพลต่อเซาโตเมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและยังเคยเสนอที่จะเข้าพัฒนาทรัพยากรน้ำมันของเซาโตเมด้วย และเมื่อประเมินศักยภาพของเซาตูเมแล้วจะเห็นได้ว่ายังมีบทบาทไม่มากนัก โดยวัดได้จากการที่ตัวแทนในระดับประเทศของเซาโตเมยังคงมีบทบาทจำกัด สำนักงานขององค์กรนานาชาติต่าง ๆ ทั้งจาก UN, IMF และ World Bank ยังตั้งอยู่ที่ประเทศกาบองและแองโกลาโดยไม่ได้มีการจัดตั้งในเซาโตเม
 
สมาชิกภาพในองค์การระหว่างประเทศ
ACP, AfDB, AOSIS, AU, CD, CPLP, EITI (candidate country), FAO, G-77, IBRD, ICAO, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, Interpol, IOC, IOM (observer), IPU, ITU, ITUC (NGOs), NAM, OIF, OPCW, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, Union Latina, UNWTO, UPU, WCO, WHO, WIPO, WMO, WTO (observer)

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2558

 

  • Pres.
    Manuel Pinto DA COSTA
  • Prime Min.
    Patrice Emery TROVOADA
  • Min. of Agriculture, Rural Development, & Fisheries
    Antonio Alvaro DA GRACA DIAS
  • Min. of Commerce, Tourism, & Industry
    Demostenes Vasconelos Pires DOS SANTOS
  • Min. of Defense & Public Security
    Oscar Aguiar Sacramento e SOUSA , Lt. Col.
  • Min. of Education, Culture, & Training
    Jorge Lopes Bom JESUS
  • Min. of Foreign Affairs & Communities
    Manuel Salvador DOS RAMOS
  • Min. of Health & Social Affairs
    Leonel Pinto D'ASSUNCAO PONTES , Dr.
  • Min. of Internal Affairs & Civilian Protection
    Raul Antonio DA COSTA CRAVID
  • Min. of Justice, Public Admin., & Parliamentary Affairs
    Edite Ramos DA COSTA TEN JUA
  • Min. of Labor, Solidarity, Women, & Family Affairs
    Maria Tome De ARAUJO
  • Min. of National Defense & Internal Order
    Oscar Aguiar SACRAMENTO E SOUSA , Lt. Col.
  • Min. of Planning & Finance
    Helio Silva VAZ D'ALMEIDA
  • Min. of Public Works, Infrastructure, Natural Resources, & Environment
    Osvaldo Cravid Viegas D'ABREU
  • Min. of Trade, Industry, & Tourism
    Demonstenes Vasconcelos Pires dos SANTOS
  • Min. of Urban Development, Transportation, & Communications
    Benjamin Vera CRUZ
  • Min. of State for Press, Youth, & Sports
    Albertino Francisco BOA MORTE
  • Governor, Bank of Sao Tome & Principe
     N/A
  • Ambassador to the US
    Carlos Filomeno Azevedo Agostinho das NEVES
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Carlos Filomeno Azevedo Agostinho das NEVES

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/TP.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

624 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP รายบุคคล

3,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

4.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 18.8%
  • ภาคอุตสาหกรรม 16.1%
  • ภาคการบริการ 65.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ผลผลิตทางการเกษตร

โกโก้ ถั่วลิสง เนื้อมะพร้าวตากแห้ง อบเชย พริกไทย กาแฟ กล้วย มะละกอ ถั่ว สัตว์ปีก ปลา

อุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมเบา สิ่งทอ สบู่ เบียร์ แปรรูปปลา ไม้แปรรูป

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

หนี้สาธารณะ

77.1% ของ GDP (ค่าประมาณพ.ศ. 2557)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-71 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

มูลค่าการส่งออก

12.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b(ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้าส่งออก

โกโก้ เนื้อมะพร้าวตากแห้ง กาแฟ น้ำมันปาล์ม

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Netherlands 30.5%, Belgium 20.4%, Spain 9.8%, Nigeria 7.4%, Turkey 7.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2556)

มูลค่าการนำเข้า

126.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

Portugal 67.2%, Gabon 5.6%, China 5.2% (ค่าประมาณพ.ศ. 2556)

สกุลเงิน

เงิน Dobra

สัญลักษณ์เงิน

STD

 

เศรษฐกิจและสังคม
 
เศรษฐกิจของเซาตูเมและปรินซิปีขึ้นอยู่กับการเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่ พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ โกโก้ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศ นอกจากนั้น ยังมี เนื้อมะพราวแห้ง เมล็ดปาล์ม กาแฟ อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของประเทศไม่สามารถตอบสนองปริมาณความต้องการบริโภคของประชาชนได้ เซาตูเมและปรินซิปีจึงต้องนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมาก และยังคงต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยในเดือนมีนาคม 2550 ธนาคารโลกและ IMF ได้ยกหนี้ให้แก่เซาตูเมและปรินซิปี จำนวน 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 90 ของหนี้ต่างชาติของประเทศ 
 
ปัจจุบัน รัฐบาลเซาตูเมและปรินซิปีมีนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อลด การพึ่งพิงรายได้จากการส่งออกโกโก้ ซึ่งมักได้รับผลกระทบจากการผันแปรของผลผลิตและราคา นอกจากการเพาะปลูกแล้ว ภาคการประมงและอุตสาหกรรมขนาดย่อม อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ หนึ่งในความพยายามของรัฐบาล คือ การสำรวจทรัพยากรน้ำมันบริเวณรอบเกาะ โดยมีการจัดตั้ง Joint Development Zone ร่วมกันไนจีเรีย ปัจจุบัน บริษัท Sinopec ของจีนเป็นผู้บริษัทผู้ดำเนินกิจการรายใหญ่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว หลังจากที่ได้ลงทุนซื้อกิจการของบริษัท Addax Petroleum ในเดือนสิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา 
 
เดือนมีนาคม 2552 รัฐบาลเซาตูเมและปรินซิปีเริ่มดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามโครงการ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF ซึ่งมุ่งพัฒนาการจัดการด้านการเงินของประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และลดอัตราเงินเฟ้อให้เหลือหนึ่งหลักภายในปี 2554 (ปัจจุบัน เซาตูเมและปรินซิปีมีอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 26%) 
 
การปฏิรูประบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการจัดการด้านการเงินของประเทศ การพัฒนาระบบธนาคารของประเทศ การปรับกฎระเบียบเกี่ยวกับจ้างงาน และการสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดี ทั้งนี้ เซาตูเมและปรินซิปีได้รับการจัดอันดับโดยธนาคารโลกให้เป็นประเทศที่มี บรรยากาศเหมาะแก่การลงทุนอันดับที่ 176 จากทั้งหมด 181 ประเทศ 
 
ปัจจุบัน รัฐบาลเซาตูเมและปรินซิปีได้รับเงินจากการบริจาคในสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้ทั้งหมด ในปี 2552 รัฐบาลได้อัดฉีดเงินเงินงบประมาณเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และรับมือกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบเก็บภาษีของประเทศ ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาล โดยเฉพาะภาษีที่ได้จากการนำเข้าน้ำมันและการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่เมือง Fernao Dias 
 
ธนาคารกลางของเซาตูเมและปรินซิปี (Banco Central de Sao Tome e Principe หรือ BCSTP) ทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายการเงินของประเทศ มีภารกิจเร่งด่วนในการลดอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของประเทศ รวมถึงการเพิ่มเงินสำรองระหว่างประเทศของประเทศ เพื่อปูทางไปสู่การผูกค่าเงินโดบรากับเงินสกุลยูโร อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ ยังไม่มีการระบุอัตราแลกเปลี่ยนที่แน่นอน
 

 

 

ความสัมพันธ์ทั่วไป
 
ด้านการเมือง 
ประเทศไทยกับเซาโตเมและปรินซิเป สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2530
 
ด้านเศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทยกับเซาโตเมและปรินซิเปมีปริมาณไม่มากนักและไม่สม่ำเสมอ
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน
 
การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับเซาโตเมและปรินซิปี

 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - เซาโตเมและปรินซิเป                      
มูลค่าการค้า 0.47 0.15 1.43 1.43 0.67 16.30 -68.36 869.02 869.02 -52.69
การส่งออก 0.43 0.08 1.41 1.41 0.54 10.22 -81.22 1,672.81 1,672.81 -61.72
การนำเข้า 0.04 0.07 0.01 0.01 0.13 179.17 67.66 -82.64 -82.64 1,040.17
ดุลการค้า 0.38 0.01 1.40 1.40 0.41            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ข้าว 0.4 0.1 1.4 1.4 0.5 5.96 -83.06 ####### 1,905.06 -63.03
2 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.0 - 0.0 0.0 0.0 - - - - 103.60
3 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - - - -25.00
รวม 3 รายการ 0.4 0.1 1.4 1.4 0.5 10.19 -83.62 ####### 1,914.08 -61.36
อื่นๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.00 ####### 26.47 26.47 -100.78
รวมทั้งสิ้น 0.4 0.1 1.4 1.4 0.5 10.22 -81.22 ####### 1,672.81 -61.72
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ - 4,309.2 2,604.7 2,604.7 119,524.2 - - -39.56 -39.56 4,488.80
2 วงจรพิมพ์ - - - - 11,141.6 - - - - -
3 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ - - - - 1,426.5 - - - - -
4 เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน - - - - 653.2 - - - - -
5 แผงวงจรไฟฟ้า - - 8,855.0 8,855.0 350.9 - - - - -96.04
6 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ - - - - 275.3 - - - - -
รวม 6 รายการ 0.0 4,309.2 11,459.7 11,459.7 133,371.6 -100.00 0.00 165.93 165.93 1,063.83
อื่นๆ 40,184.9 63,072.0 237.7 237.7 0.0 258.18 56.95 -99.62 -99.62 -100.00
รวมทั้งสิ้น 40,184.9 67,381.2 11,697.4 11,697.4 133,371.6 179.89 67.68 -82.64 -82.64 1,040.19
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

JoomSpirit