สาธารณรัฐเซเชลส์

Seychelles-flag Seychelles-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐเซเชลส์ หรือ Republic of Seychelles

ที่ตั้ง

สาธารณรัฐเซเชลส์เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียอยู่ห่างจากฝั่งตะวันออกของเคนยา ประมาณ 1,800 กม. ห่างจากด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบอมเบย์ อินเดีย ประมาณ 3,300 กม. และอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมาดากัสการ์ ประมาณ 1,100 กม.

พื้นที่

455 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะประมาณ 115 เกาะ เกาะใหญ่ที่สุด คือ เกาะ Mahe มีพื้นที่ประมาณ 148 ตารางกิโลเมตร นอกนั้นมีเกาะ Praslin, La Dique เป็นต้น

สภาพภูมิประเทศ

หมู่เกาะ Mahe มีลักษณะเป็นหมู่เกาะหินแกรนิต มีที่ราบชายฝั่งแคบๆ ประกอบด้วยหินและเนินเขา ที่อื่นๆ มีลักษณะเป็นหินปะการัง หรือแนวหินโสโครกที่ยกตัวขึ้นเกือบพ้นน้ำ

สภาพภูมิอากาศ

ชายทะเลเขตร้อน อากาศมีความชื้น และอุณหภูมิจะเย็นลงในช่วงที่มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน (ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงกันยายน) ในช่วงที่มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือพัดผ่าน อากาศจะอบอุ่นขึ้น (ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม)

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปลา เนื้อมะพร้าวแห้ง (COPRA) และซินนามอน

ภัยธรรมชาติ

เนื่องจากเป็นเกาะตั้งอยู่นอกแนวพายุไซโคลน ดังนั้นจึงเกิดพายุไซโคลนเพียงนานๆ ครั้ง และยังมีโอกาสเกิดภัยแล้ง

จำนวนประชากร

93,920 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

Seychellois

เชื้อชาติ

มีเชื้อสายฝรั่งเศส, แอฟริกัน, อินเดีย, จีน และอาหรับ

ศาสนา

โรมันคาทอลิก 76.2% โปรแตสแตนท์ 10.6%  คริสต์นิกายอื่นๆ 2.4% ฮินดู 2.4% มุสลิม 1.6% คริสต์นิกายอื่นๆ 1.1%, ที่ระบุไม่ได้ 4.8% ไม่มีศาสนา 0.9%

ภาษา

อังกฤษและฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ ส่วน Creole เป็นภาษาท้องถิ่น

ประวัติศาสตร์

ฝรั่งเศสได้ทำการสำรวจเซเชลส์ ในปี 2284 (ค.ศ. 1741) จากนั้นได้อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองในปี 2299 (ค.ศ. 1756) จนกระทั่งปี 2337 (ค.ศ. 1794) อังกฤษได้แผ่อิทธิพลเข้ามาในดินแดนแถบนี้ และฝรั่งเศสได้ยอมแพ้แก่กองทัพเรืออังกฤษ อังกฤษจึงเข้าควบคุมหมู่เกาะเซเชลส์แทนฝรั่งเศส และมีการทำสนธิสัญญา Treaty of Paris กับฝรั่งเศสในปี 2357 (ค.ศ. 1814) ซึ่งสนธิสัญญานี้ยืนยันอำนาจอธิปไตยของอังกฤษเหนือหมู่เกาะเซเชลส์และมอริเชียส โดยในระยะแรกนั้นอำนาจบริหารจะมาจากมอริเชียสจนกระทั่งปี 2446 (ค.ศ.1903) เซเชลส์จึงเป็นอาณานิคมที่แยกออกจากมอริเซียสอย่างเป็นทางการ

ต่อมาชาวเซเชลส์ได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นคือ พรรค Seychelles People's United Party (SPUP) นำโดยนาย France Albert Rene และพรรค Seychelles Democratic Party (SDP) นำโดยนาย James Mancham ซึ่งพรรค SDP มีนโยบายขอเข้าร่วมกับอังกฤษ ส่วนพรรค SPUP ต้องการเป็นเอกราช อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2517 (ค.ศ. 1974) พรรค SDP ได้รับชัยชนะ ส่งผลให้นาย James Mancham ดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล และต่อมาได้เปลี่ยนท่าทีมาเป็นการเรียกร้องเอกราชด้วย

เซเชลส์ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2519 (ค.ศ. 1976) และมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมปกครองประเทศ โดยมีนาย Mancham เป็นประธานาธิบดี และมีนาย Rene เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2520 (ค.ศ. 1977) ได้เกิดการปฏิวัติขึ้นโดยกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค SPUP ได้สนับสนุนให้นาย Rene ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทนนาย Mancham และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2521 (ค.ศ. 1979) พรรค SPUP ได้เปลี่ยนชื่อเป็นพรรค (Seychelles People's Progressive Front-SPPF) และประกาศให้เป็นพรรคการเมืองที่ถูกกฎหมายเพียงพรรคเดียว นอกจากนี้ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อ 26 มีนาคม 2522 (ค.ศ. 1979) ต่อมาในปลายเดือนมิถุนายน 2522 (ค.ศ. 1979) มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีนาย Rene เป็นผู้สมัครสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีเพียงคนเดียว ทำให้นาย Rene ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นมีความพยายามที่จะปฏิวัติรัฐบาลของนาย Rene 2 - 3 ครั้งแต่ก็ประสบความล้มเหลว

ในปี 2534 (ค.ศ. 1991) ประธานาธิบดี Rene ได้ถูกแรงกดดันจากอังกฤษและฝรั่งเศสประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประธานาธิบดี Rene ยินยอมเปลี่ยนแปลงท่าที โดยการยินยอมให้มีการลงมติเพื่อเปลี่ยนระบบการเมืองและการปกครองเป็นแบบหลายพรรคการเมือง และประธานาธิบดี Rene ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2535 (ค.ศ. 1992) ซึ่งผลปรากฏว่า พรรค SPPF ได้รับชัยชนะโดยได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 58.4 ในขณะที่พรรค Democratic Party (DP) นำโดยอดีตประธานาธิบดี Mancham ได้รับคะแนนเสียงเพียงร้อยละ 33.7 และพรรคอื่น ๆ อีก 6 พรรค ได้รับคะแนนเสียงรวมกันเพียงร้อยละ 7.9

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อมามีขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 22 มีนาคม 2541 (ค.ศ. 1998) โดยผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นาย France Albert Rene ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับคะแนนเสียงคิดเป็น ร้อยละ 61 ส่วนนาย Wavel Ramkalawan หัวหน้าพรรค United Opposition (UO) ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 27 และนาย James Mancham หัวหน้าพรรค Democratic Party (DP) ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 12 ต่อมาวันที่ 29 ธันวาคม 2542 (ค.ศ. 1999) ประธานาธิบดี France Albert Rene ได้ปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2541 (ค.ศ. 1998)

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี France Albert Rene ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 (ค.ศ. 2004) ส่งผลให้ นาย James Michel รองประธานาธิบดีขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อมาในวันที่ 14 เมษายน 2547 (ค.ศ. 2004) และภายหลังจากรัฐบาลหมดวาระในปี 2548 (ค.ศ. 2006) รัฐบาลจึงได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั้วไปขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2548 (ค.ศ. 2006) ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นาย James Michel ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 53.73 และเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2549 (ค.ศ. 2006) ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2554 (ค.ศ. 2011)

 

รูปแบบการปกครอง

แบบสาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด สถาบันการเมือง ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ

ฝ่ายบริหาร

ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีเข้ารับตำแหน่งโดยการได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี และประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบรัฐสภาของเซเชลส์เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 35 คน โดยเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 25 คน ที่เหลืออีก 10 คน มาจากโควตาที่จัดสรรให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชนอย่างน้อย ร้อยละ 9 โดยสมาชิกรัฐสภาอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ

ประกอบด้วยศาลอุทธรณ์และศาลสูง ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาทั้งสองศาล

เมืองหลวง

กรุง Victoria เป็นเมืองหลวงตั้งอยู่บนเกาะ Mahe และเป็นเมืองท่าสำคัญ

การแบ่งเขตการปกครอง

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 23 เขต ได้แก่ Anse aux Pins, Anse Boileau, Anse Itoile, Anse Louis, Anse Royale, Baie Lazare, Baie Sainte Anne, Beau Vallon, Bel Air, Bel Ombre, Cascade, Glacis, Grand' Anse (on Mahe), Grand' Anse (on Praslin), La Digue, La Riviere Anglaise, Mont Buxton, Mont Fleuri, Plaisance, Pointe La Rue, Port Glaud, Saint Louis, Takamaka

วันที่ได้รับเอกราช

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2519

รัฐธรรมนูญ

18 มิถุนายน พ.ศ. 2536

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ (English Common Law) ประมวลกฎหมายของฝรั่งเศส และกฎหมายประเพณี

seychelles-political-map

 

การเมืองการปกครอง
 
เซเชลส์ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด สถาบันการเมืองประกอบด้วยฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐสภาของเซเชลส์เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 34 คน มาจากการเลือกตั้งระบบเขต 24 คน และระบบสัดส่วน 10 คน 
 
ประธานาธิบดีเซเชลส์คนปัจจุบัน คือ นาย James Michel จากพรรค People’s Power (PP) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2547 (ค.ศ. 2004) ล่าสุด นาย Michel ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อเดือน พ.ค. 2554 (ค.ศ. 2011) จากผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจเซเชลส์ 
 
ต่อมา ประธานาธิบดี Michel ได้อาศัยประโยชน์จากกระแสนิยมดังกล่าวประกาศยุบสภาก่อนกำหนดเพื่อจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. - 1 ต.ค. 2554 (ค.ศ. 2011) ทำให้พรรค Seychelles National Party (SNP) ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรค PP ประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรค PP ของนาย Michel จึงสามารถกวาดที่นั่งในสภาจำนวน 31 ที่นั่งจากทั้งหมด 34 ที่นั่ง ชัยชนะของพรรค PP จะช่วยให้ประธานาธิบดี Michel สามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมีปัญหาการใช้ภาษาที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถตีความขัดแย้งกับกฎหมายอื่นได้ โดยไม่ต้องอาศัยเงื่อนไขจำนวนเสียงสมาชิกรัฐสภาเกิน 2 ใน 3 
 
เมื่อเดือนมกราคม 2555 (ค.ศ. 2012) ผู้แทนพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทุกพรรคในเซเชลส์ได้จัดตั้ง Forum for Electoral Reform เพื่อร่วมกันปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการคว่ำบาตรการเลือกตั้งเช่นครั้งที่ผ่านมา 
 
การต่างประเทศ 
ในช่วงก่อนสงครามเย็น เซเชลส์มีความสัมพันธ์อันดีทั้งกับประเทศคอมมิวนิสต์ อาทิ สหภาพโซเวียต ลิเบีย และเกาหลีเหนือ และกับประเทศต่อต้านคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะสหรัฐฯ โดยเซเชลส์ได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ตั้งสถานีติดตามทางดาวเทียม (Satellite Tracking Station) ในเซเชลส์ หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุดลง เซเชลส์ดำเนินนโยบายแบบเปิดประเทศมากขึ้นทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เนื่องจากเซเชลส์ต้องการรักษาระดับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากชาติตะวันตก 
 
นโยบายต่างประเทศของเซเชลส์ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือในระดับโลกและระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยเซเชลส์เป็นสมาชิกของสหประชาชาติและหน่วยงานของสหประชาชาติอื่นๆ รวมทั้ง IMF และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ อาทิ สหภาพแอฟริกา (African Union - AU) และกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement - NAM) 
 
สำหรับความร่วมมือในภูมิภาค เซเชลส์เป็นสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ตลาดร่วมแห่งภูมิภาคตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ (The Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA) สมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim Association for Regional Cooperation - IOR-ARC) นอกจากนี้ เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ได้ร่วมกันก่อตั้งคณะกรรมาธิการมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC) ขึ้นในปี 2527 (ค.ศ. 1984) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและขยายการค้าระหว่างประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียในทวีปแอฟริกา 
 
ปัจจุบัน เซเชลส์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกระทำอันเป็นโจรสลัดในอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดียตะวันตก เขตปฏิบัติการของโจรสลัดได้ขยายมาถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเซเชลส์ เซเชลส์จึงได้มีบทบาทในเรื่องดังกล่าว โดยได้ลงนามความตกลง Djibouti Code of Conduct     
 
เพื่อร่วมต่อต้านการกระทำอันเป็นโจรสลัด ทั้งในด้านการจับกุม การปรับกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และศาลเซเชลส์ตัดสินจำคุกนักโทษโซมาเลียในข้อหาโจรสลัด เนื่องจากได้พยายามปล้นเรือลาดตระเวนชายฝั่งเซเชลส์ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้ ประชาคมนานชาติสหภาพยุโรป จีน อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ให้ความช่วยเหลือเซเชลส์ในการจัดตั้ง Regional Anti-Piracy Prosecution and Intelligence Center (RAPPIC) ซึ่งเป็นศูนย์ต่อต้านโจรสลัดในภูมิภาค 
 


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  10 มกราคม 2560

Update 29 กันยายน 2560

 

  • Pres.

   Danny FAURE

  • Vice Pres.

  Vincent MERITON

  • Min. for Fisheries & Agriculture

  Michael BENSTRONG

  • Min. for Education & Human Resources Development

   Joel MORGAN

  • Min. for Employment, Entrepreneurship Development, & Business Innovation

   Wallace COSGROW

  • Min. for Environment, Energy, & Climate Change

  Didier DOGLEY

  • Min. for Finance, Trade, & Economic Planning

  Peter LAROSE

  • Min. for Habitat, Infrastructure, & Land Transport

   Charles BASTIENNE

  • Min. for Health & Social Affairs

  Jean-Paul ADAM

  • Min. for Home Affairs

   Mitcy LARUE

  • Min. for Local Government

  Macsuzy MONDON

  • Min. for Tourism, Civil Aviation, Marine & Ports

   Maurice LOUSTAU-LALANNE

  • Min. for Youth, Sports, & Culture

  Idith ALEXANDER

  • Designated Minister

  Macsuzy MONDON

  • Secretary of State, Department of Foreign Affairs, Office of the President

   Marie-Louise POTTER

  • Governor, Central Bank

  Caroline ABEL

  • Ambassador to the US

   N/A

  • Permanent Representative to the UN, New York

   N/A

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/SE.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

2.596 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

27,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

4.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 2.6%
  • ภาคอุตสาหกรรม 13.9%
  • ภาคการบริการ 83.5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

-1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

59.1% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

มะพร้าว อบเชย วะนิลา หัวมันฝรั่งหวาน แป้งมัน กล้วย สัตว์ปีก ปลาทูนา

อุตสาหกรรม

การประมง การท่องเที่ยว โรงงานแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว โรงงานทำเชือกจากมะพร้าว (coconut fiber) ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และเครื่องดื่ม

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

หนี้สาธารณะ

64.5% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 242 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

422.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ปลาทูน่ากระป๋อง กุ้งแช่แข็ง ปลาแช่แข็ง ปลาสด ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

France 18%, UK 17.7%, Mauritius 9.9%, Japan 9.1%, Italy 7.7%, Spain 4.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

873.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องบริโภค ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

Saudi Arabia 22.2%, Spain 11%, Singapore 7.3%, South Africa 4.6%, China 4.4% (ค่าประมาณพ.ศ.2558)

สกุลเงิน

Seychelles rupee

สัญลักษณ์เงิน

SCR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

 

สภาพเศรษฐกิจ
 
แต่เดิม รัฐบาลเซเชลส์ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีกึ่งสังคมนิยม โดยใช้นโยบายควบคุมการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่การพัฒนาสังคม อาทิ การเพิ่มอัตราการรู้หนังสือของประชาชน การขยายบริการระบบสาธารณูปโภคและการสาธารณสุขของประเทศ ส่งผลให้เซเชลส์สามารถขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่มีรายได้กลางถึงสูง (upper-middle income) ของโลก โดยระดับ GDP per capita ของเซเชลส์อยู่ในลำดับต้นในทวีปแอฟริกา (11,116.89 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2554) 
 
อย่างไรก็ดี ช่วงปี 2549-2551 (ค.ศ. 2006-2008) การประกาศลดค่าเงินรูปีเซเชลส์ ปัญหาเงินเฟ้อและราคาอาหารและน้ำมันในเซเชลส์สูงขึ้น ทำให้รัฐบาลเซเชลส์ประสบปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ต่อมา ในปี 2552 (ค.ศ. 2009) รัฐบาลเซเชลส์จึงได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund - IMF) โดยมีข้อกำหนดให้ยกเลิกการควบคุมอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ และเพิ่มการควบคุมนโยบายทางการเงินเป็นการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติตามข้อกำหนด ของ IMF ทำให้เศรษฐกิจเซเชลส์ดีขึ้นตามลำดับ 
 
รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีต่อไป โดยพัฒนาระบบการค้าให้มีธรรมาภิบาล และแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ล่าสุด รัฐบาลเซเชลส์ได้เสนอให้มีการจัดตั้งศาลพาณิชย์ (Commercial Court)และฐานข้อมูลเครดิต นอกจากนี้ ได้ขายหุ้นสายการบิน Air Seychelles ร้อยละ 40 ให้แก่สายการบิน Etihad ของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 
ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทำให้เซเชลส์มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว การประมง (ปลาทูน่า) และการคมนาคม (จุดบริการเรือเดินสมุทร) 
 
การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 25 ของ GDP ในปี 2554 (ค.ศ. 2011) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนเซเชลส์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 194,476 คน  ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป (ประมาณร้อยละ 73 ของจำนวนนักท่องเที่ยว) 
 
ที่ตั้งของเซเชลส์นั้นอยู่ในบริเวณแหล่งปลาทูน่า จึงทำให้เซเชลส์มีโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋องที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมประเภทนี้ยังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการจับปลาทูน่าในมหาสมุทรอินเดียต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางทะเล และสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนอย่างฉับพลัน 
 
ระบบการขนส่งทางเรือและการให้บริการท่าเรือเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของ เซเชลส์ เนื่องจากพื้นที่ทางทะเลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเซเชลส์มีอาณาเขตครอบคลุม บริเวณมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันตกอย่างกว้างขวาง เซเชลส์จึงป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขนส่งสินค้า และการให้บริการเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศในมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวัน ตก ทั้งที่เป็นเรือบรรทุกสินค้า เรือประมงขนาดใหญ่ และเรือสำราญ 
 
นอกเหนือจากอุตสาหกรรมสำคัญข้างต้น รัฐบาลเซเชลส์ดำเนินนโยบายที่จะกระจายภาคการผลิตไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเน้นที่อุตสาหกรรมขนาดเบา เช่น การผลิตเครื่องดื่มเพื่อบริโภคภายใน บุหรี่ ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี เป็นต้น และได้จัดทำนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า การจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก (Export Processing Zone - EPZ) และการจัดทำรัฐบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนปี 2553 (ค.ศ. 2010)

 


สถิติที่สำคัญ ไทย-เซเชลส์ (2555)
 
มูลค่าการค้าไทย-เซเชลส์ 16.18 ล้าน USD (ไทยส่งออก 9.80 ล้าน USD ไทยนำเข้า 6.38 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 3.42 ล้าน USD)
 
สินค้าส่งออกของไทย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม เคหะสิ่งทอ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน น้ำตาลทราย รองเท้าและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติก ของเบ็ดเตล็ดที่ทำด้วยโลหะสามัญ
 
การลงทุน บริษัท ถือหุ้นในโรงงานทูน่ากระป๋องร่วมกับรัฐบาลเซเชลส์
 
การท่องเที่ยว ชาวเซเชลส์มาไทย 1,635 คน
 
การตรวจลงตรา Visa on Arrival หรือขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตเซเชลส์ประจำจีน
 
สำนักงานไทยที่ดูแลเซเชลส์ สถานกงสุล ณ กรุงวิกตอเรีย (กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำเซเชลส์ คือ Mr. Joe Chung-Faye) หรือ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
 
สำนักงานเซเชลส์ที่ดูแลไทย สถานกงสุล ณ กรุงเทพมหานคร (กงสุลกิตติศักดิ์เซเชลส์ประจำไทย คือ นายชาญชัย กรรณสูต) หรือ สถานเอกอัครราชทูตเซเชลส์ประจำจีน
 
ความสัมพันธ์ทั่วไป 
ไทยและเซเชลส์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 (ค.ศ. 1988) โดยรัฐบาลไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา มีเขตอาณาครอบคลุมเซเชลส์ และแต่งตั้งได้แต่งตั้งให้นาย Joe Chung-Faye ชาวเซเชลส์เชื้อสายจีน ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำเซเชลส์ ในขณะเดียวกัน เซเชลส์ได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเซเชลส์ ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และแต่งตั้งให้ นายชาญชัย กรรณสูต เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐเซเชลส์ประจำไทย 
 
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ไทย-เซเชลส์ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีพัฒนาการดีขึ้นเป็นลำดับ เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 (ค.ศ. 2004) ส่งผลกระทบต่อเซเชลส์ โดยทำให้ชาวเซเชลส์เสียชีวิต 3 คน และส่งผลให้กิจการโรงแรมและประมงของเซเชลส์ได้รับความเสียหายประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 2548 (ค.ศ. 2005) ไทยได้จัดการประชุม Tsunami Early Warning Arrangement ในโอกาสนั้น ไทยได้มอบเช็คในนามของรัฐบาลไทย จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือกรณีธรณีพิบัติภัยแก่เซเชลส์ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เซเชลส์ มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเมื่อเดือน ส.ค. 2553 (ค.ศ. 2010) เอกอัครราชทูตเซเชลส์ ณ กรุงปักกิ่ง เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายลูกปาล์มทะเล (Coco de Mer) สด พร้อมด้วยข้อมูลการปลูก ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างสูง เนื่องจากรัฐบาลเซเชลส์มีข้อบังคับให้นำเฉพาะผลปาล์มทะเลแห้งออกนอกประเทศได้เท่านั้น 
 
ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ 
มูลค่าการค้ารวม ไทย-เซเชลส์ มีมูลค่าน้อยแต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2554 (ค.ศ. 2011) มีมูลค่า 11.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 5.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้า 6.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุล 0.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม เคหะสิ่งทอ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน น้ำตาลทราย รองเท้าและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ สัตว์น้ำสดแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป 
 
สายการบิน Air Seychelles เคยมีเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-กรุงวิกตอเรีย แต่ได้ปิดบริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2551 (ค.ศ. 2008) เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน 
 
บริษัท Thai Union Frozen (TUF) ได้ร่วมลงทุนกับรัฐบาลเซเชลส์ โดยถือหุ้นร้อยละ 60ของบริษัท Indian Ocean Tuna (IOT) ของเซเชลส์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ยี่ห้อ John West 
 
ขณะนี้ มีคนไทยอยู่ในเซเชลส์ประมาณ 120 คน ส่วนใหญ่ทำงานเป็นพนักงานและแม่ครัวในโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋องของบริษัท IOT อีกส่วนทำงานก่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทกับบริษัท Sun Jin Engineering ของเกาหลีใต้ ที่เหลือทำงานในร้านอาหารไทย ร้านนวดแผนไทย และสปาตามรีสอร์ทในเซเชลส์ 
 
ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม 
เมื่อเดือน เม.ย. 2549 (ค.ศ. 2006) รัฐบาลเซเชลส์ได้มอบเต่ายักษ์ 2 ตัวให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลไทย ปัจจุบัน อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 
 
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา 
ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแก่ประเทศเซเชลส์ในรูปของทุนฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course - AITC)
 
ความตกลงและความร่วมมือ
(1) ความตกลงว่าดัวยบริการเดินอากาศระหว่างไทย-เซเชลส์ ลงนามวันที่ 25 สิงหาคม 2546
(2) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – เซเชลส์ ลงนามวันที่ 26 เมษายน 2544
 
การเยือน 
ฝ่ายไทย 
(1) นายปกศักดิ์ นิลอุบล อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกานำคณะสำรวจข้อเท็จจริงนำเดินทางเยือนเซเชลส์ ระหว่างวันที่ 8-11 ก.พ. 2542 (ค.ศ. 1999) 
 
(2) นายปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางเยือนเซเชลส์ ระหว่างวันที่ 1-15 เม.ย. 2542 (ค.ศ. 1999) 
 
(3) นายเฉลิมพล ทันจิตต์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเยือนเซเชลส์ระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย. 2555 (ค.ศ. 2012) เพื่อสำรวจลู่ทางการค้าและการลงทุน 
 
(4) พล.อ.ธนศักดิ์  ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ เพร้อมด้วยคณะ เดินทางเยือนเซเชลส์ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2555 (ค.ศ. 2012)เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของทหารเรือไทย ที่มาปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม 151 (Combined Task Forces 151-CTF151) 
 
ฝ่ายเซเชลส์ 
(1) เมื่อวันที่ 7-10 พ.ย. 2533 (ค.ศ. 1990) นาง Danielle de St. Jorre รัฐมนตรีกระทรวงวางแผนและการต่างประเทศเซเชลส์เดินทางเยือนไทย และได้เข้าพบและหารือข้อราชการกับนายอำนวย ยศสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
 
(2) เมื่อวันที่16-21 พ.ย. 2536 (ค.ศ. 1993) นาย Claude Morel อธิบดีกรมกิจการระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเซเชลส์เดินทางมาร่วมการประชุมใหญ่ประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเวียนนา ครั้งที่ 3 และพิธีสารมอนทรีออล ครั้งที่ 5 ที่กรุงเทพฯ และได้เข้าพบหารือข้อราชการกับนายพิรัฐ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ 
 
(3) เมื่อวันที่ 21-26 ม.ค. 2543 (ค.ศ. 2000) นาย Dalor C. Ernesta รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและทรัพยากรทางทะเลเซเชลส์ พร้อมคณะจำนวน 5 คน ได้เดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้เข้าพบและหารือข้อราชการกับ นายปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
 
(4) เมื่อเดือน ก.ค. 2547 (ค.ศ. 2004) นาย Patrick Georges Pillay รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเซเชลส์ เดินทางมาเยือนไทยในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าร่วมประชุมโรคเอดส์โลก และมีความชื่นชมต่อการพัฒนาประเทศของไทย รวมทั้งแสดงความประสงค์จะเรียนรู้ประสบการณ์จากไทย เพื่อไปปรับใช้กับเซเชลส์ 
 
(5) เมื่อปี 2548 (ค.ศ. 2005) นาย Jeremie Bonnlame อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเซเชลส์ ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุม Tsunami Early Warning Arrangement ที่ประเทศไทย และได้พบหารือกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี 
 
(6) เมื่อวันที่ 24-27 ส.ค. 2553 (ค.ศ. 2010) นาย Phillippe Le Gall เอกอัครราชทูตเซเชลส์ ณ กรุงปักกิ่งได้เดินทางเยือนไทย เพื่อเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมน้อมเกล้าฯ ถวายผล Coco de Mer สด และเข้าร่วมพิธีรับรองและลงนามกฎบัตรสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) 

 

ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงว่าดัวยบริการเดินอากาศระหว่างไทย-เซเชลส์ 
วันที่ลงนาม 25 สิงหาคม 2546
- ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – เซเชลส์ 
วันที่ลงนาม 26 เมษายน 2544

 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - เซเชลส์                      
มูลค่าการค้า 14.42 24.97 12.44 12.44 42.98 -10.85 73.12 -50.15 -50.15 245.41
การส่งออก 8.13 11.47 7.27 7.27 12.01 -17.05 41.08 -36.59 -36.59 65.16
การนำเข้า 6.29 13.50 5.17 5.17 30.97 -1.32 114.51 -61.68 -61.68 498.85
ดุลการค้า 1.84 -2.03 2.10 2.10 -18.96            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.7 1.3 0.7 0.7 1.8 -42.02 75.39 -42.17 -42.17 149.08
2 เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 0.2 0.8 0.0 0.0 1.2 -15.55 397.95 -94.90 -94.90 2,887.66
3 เครื่องนุ่งห่ม 0.9 1.0 1.2 1.2 1.0 9.42 1.70 22.70 22.70 -15.18
4 น้ำตาลทราย 0.8 0.4 0.6 0.6 1.0 171.36 -54.85 64.75 64.75 56.53
5 ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 0.3 1.7 0.4 0.4 0.8 -81.42 494.57 -79.87 -79.87 122.85
6 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.3 0.5 0.2 0.2 0.4 79.04 63.43 -46.63 -46.63 81.53
7 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.3 0.4 0.2 0.2 0.4 2.09 52.44 -51.28 -51.28 118.71
8 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 1.4 0.2 0.2 0.2 0.4 -39.18 -88.28 28.10 28.10 85.52
9 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.1 0.2 0.3 0.3 0.3 -50.84 66.74 38.50 38.50 5.19
10 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 0.1 0.3 0.2 0.2 0.3 46.94 139.46 -20.22 -20.22 47.70
รวม 10 รายการ 5.1 6.6 4.1 4.1 7.6 -28.93 29.31 -38.40 -38.40 87.46
อื่นๆ 3.0 4.9 3.2 3.2 4.4 15.89 61.08 -34.12 -34.12 36.71
รวมทั้งสิ้น 8.1 11.5 7.3 7.3 12.0 -17.05 41.08 -36.59 -36.59 65.16

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 4.3 10.3 3.1 3.1 28.7 -30.46 139.07 -70.12 -70.12 829.50
2 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ - - - - 1.9 - - - - -
3 ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 1.8 3.0 0.7 0.7 0.3 - 62.97 -75.29 -75.29 -59.49
4 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.1 0.2 0.2 0.2 0.0 15.95 15.87 7.83 7.83 -92.56
5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - 380.00 380.00 -50.00
6 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - 433.33 212.50 212.50 -24.00
7 เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค - 0.0 - - 0.0 - - - - -
8 สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธ์ - - 0.0 0.0 0.0 - - - - 113.33
9 สิ่งพิมพ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 10.00 -27.27 37.50 37.50 -18.18
10 แผงวงจรไฟฟ้า - - 0.0 0.0 0.0 - - - - 25.00
รวม 10 รายการ 6.3 13.5 4.0 4.0 31.0 -0.96 114.30 -70.21 -70.21 671.36
อื่นๆ 0.0 0.0 1.2 1.2 0.0 -88.51 570.00 5,655.72 5,655.72 -99.90
รวมทั้งสิ้น 6.3 13.5 5.2 5.2 31.0 -1.32 114.51 -61.68 -61.68 498.85
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

ที่อยู่

Embassy of the Republic of Seychelles

Room 1105, The Spaces,
No. 8 Dongdaqiaolu,
Chaoyang District, 100020
The People's Republic of China

Tel: (8610) 5870 - 1192

Fax: (8610) 5870 - 1219

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

 

JoomSpirit