สาธารณรัฐแคเมอรูน

Cameroon-flag Cameroon-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐแคเมอรูน หรือ Republic of Cameroon

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ระหว่างแอฟริกากลางกับแอฟริกาตะวันตก

พื้นที่

475,440 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 472,710 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 2,730 ตารางกิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง 402 กิโลเมตร

อาณาเขต

ทิศเหนือติดกับไนจีเรีย ทิศตะวันออกติดกับชาดและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐคองโก กาบองและอิเควทอเรียลกินี ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณอ่าว Biafra

สภาพภูมิประเทศ

มีหลายลักษณะ จากที่ราบชายฝั่งทางทิศตะวันตกฉียงใต้ ที่ราบสูงทางตอนกลาง ทางทิศตะวันตกเป็นแนวภูเขา และที่ราบทางตอนเหนือ

สภาพภูมิอากาศ

อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิสูง และฝนตกชุกโดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน และเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม บอกไซต์ สินแร่เหล็ก ไม้ซุง พลังน้ำ

ภัยธรรมชาติ

ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ บางครั้งภูเขาไฟเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซพิษ เช่นก๊าซพิษจากภูเขาไฟ Lake Nyos และ Lake Monoun

จำนวนประชากร

23,739,218 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.59% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Cameroonian (s)

เชื้อชาติ

ชาวแคเมอรูนที่ราบสูง 31% Equatorial Bantu 19% Kirdi 11% Fulani 10% Bantu ตะวันตกเฉียงเหนือ 8% Nigritic ตะวันออก 7% แอฟริกันอื่น ๆ 13% นอกจากนี้ มีเชื้อชาติอื่น ๆ อีกประมาณ 1%

ศาสนา

นับถือความเชื่อดั้งเดิม 40% นับถือศาสนาคริสต์ 40% และนับถือศาสนาอิสลาม 20%

ภาษา

ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ และมีภาษาท้องถิ่นที่สำคัญอีก 24 ภาษา

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

แคเมอรูนเคยอยู่ภายใต้การ ปกครองของเยอรมนีระหว่างปี พ.ศ.2427 ถึง พ.ศ.2459 และเป็นดินแดนในอาณัติขององค์การสันนิบาตชาติเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ประมาณร้อยละ 80 ของประเทศ และอีกร้อยละ 20 อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ (แบ่งเป็นแคเมอรูนเหนือและแคเมอรูนใต้) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนทั้ง 2 ส่วนกลายเป็นดินแดนในภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ 
 
ในปี 2501 ดินแดนภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง โดยมีนาย Ahmadou Ahidjo ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะกลายเป็นสาธารณรัฐแคเมอรูน เมื่อได้รับเอกราช ในวันที่1 มกราคม พ.ศ. 2503 และมีนาย Ahmadou Ahidjo ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรก ต่อมา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 แคเมอรูนใต้ของอังกฤษได้ลงประชามติรวมตัวกับสาธารณรัฐแคเมอรูน และแปลงสภาพเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐแคเมอรูน (The Federal Republic of Cameroon) ในขณะที่แคเมอรูนหนือรวมตัวกับไนจีเรียในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2515 แคเมอรูนได้รวมตัวกันเป็นรัฐเดี่ยวตามผลการลงประชามติและเปลี่ยนชื่อประเทศ เป็นสหสาธารณรัฐแคเมอรูน (The United Republic of Cameroon) 
 
ประธานาธิบดี Ahidjo ได้ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 จากนั้น นาย Paul Biya อดีตนายกรัฐมนตรีจึงได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อมา (นาย Paul Biya ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้การนำของประธานาธิบดี Ahidjo ตั้งแต่ 2518 เป็นต้นมา) ในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 นาย Biya ได้รับเลือกตั้งโดยปราศจากคู่แข่ง และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐแคเมอรูน (Republic of Cameroon) ในเดือนตุลาคม 2535 ประธานาธิบดี Paul Biya ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง นับเป็นการเลือกตั้งระดับประธานาธิบดีครั้งแรกในประวัติศาสตร์แคเมอรูนที่มี พรรคการเมืองลงชิงชัยกัน ระบบกฎหมายแคเมอรูนยึดตามระบบประมวลกฎหมายแบบฝรั่งเศส และได้รับอิทธิพลของระบบกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของแคเมอรูนได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2515 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2515 และได้รับการแก้ไขเดือน
 

 

รูปแบบการปกครอง

แบบสาธารณรัฐระบบสภาเดียว (Unicameral) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่ประธานาธิบดี มีพรรคการเมืองหลายพรรค

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ โดยได้รับ เลือกตั้งโดยตรงและอยู่ในตำแหน่งคราวละ 7 ปี และ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล โดยประธานาธิบดีเป็น ผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2547 การเลือกตั้งครั้งต่อไปในเดือนตุลาคม 2554

ฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภา (National Assembly) แบบสภาเดียว (Unicameral) ประกอบด้วยสมาชิก 180 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงและอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสามารถจะยืดหรือลดอายุ

ฝ่ายตุลาการ

มีศาลสูงซึ่งผู้พิพากษาได้รับแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี

เมืองหลวง

เมืองยาอุนเด (Yaounde)

เมืองสำคัญอื่นๆ

เมือง Douala ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของแคเมอรูนและมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด นอกจากนี้ มีเมือง Garoua Maroua Bafoussam และ Bamenda

การแบ่งเขตการปกครอง

10 เขต ได้แก่ Adamaoua, Centre, Est, Extreme-Nord, Littoral, Nord, Nord-Ouest, Ouest, Sud, Sud-Ouest

วันที่ได้รับเอกราช

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2515

รัฐธรรมนูญ

20 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 โดยการทำประชามติ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2515 และปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2539

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากระบบประมวลกฎหมายฝรั่งเศส โดยได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษเช่นกัน

cameroon-political-map

 

นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน 

ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีทำหน้าที่ประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 7 ปี ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน วาระ อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน รัฐสภาได้ลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขยายเป็น วาระ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีแคเมอรูนมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นหัวหน้ารัฐบาล และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นาย Paul Biya เข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2525 เป็นต้นมา ได้รับเสียงสนับสนุนกว่าร้อยละ 75 ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 และมีนาย Philémon Yang ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2552
 
ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบไปด้วยรัฐสภาระบบสภาเดี่ยว (160 ที่นั่ง) สมาชิกสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ  ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 พรรค หรือพรรค ชนะการเลือกตั้ง โดยมีเสียงในสภา 140 ที่นั่ง การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะขึ้นในปี 2555 อนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มีการจัดตั้งสภาสูงหรือวุฒิสภา เพื่อบริหารอำนาจนิติบัญญัติด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการดำเนินการจัดตั้งในปัจจุบัน
 
ฝ่ายตุลาการ ประกอบไปด้วยศาลยุติธรรม (ผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้งโดยรัฐสภา) และศาลฎีกาสูงสุด (ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งพิพากษา)
 
การเมืองการปกครอง 
1 การเมืองภายในของแคเมอรูนนั้นค่อนข้างมีเสถียรภาพ พรรค RDPC ของประธานาธิบดี Paul Biya ยังคงถือเสียงข้างมาในรัฐสภา (140 ที่นั่งจากทั้งหมด 180) ในขณะที่พรรคฝ่ายค้าน คือ พรรค Social Democratice Front (SDF) มีเพียง 16 เสียงในสภาเท่านั้น การปรับคณะรัฐมนตรี ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีจากเดิม คือ นาย Ephraim Inoni เป็นนาย Philemon Yang มิได้มีผลในเชิงนโยบายของรัฐบาลมากนัก ในภาพรวมนั้น อาจกล่าวได้ว่าการเมืองภายในของแคเมอรูนยังคงมีลักษณะเป็นการเมือง ชาติพันธุ์ ซึ่งผู้บริหารนโยบายยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุลของการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศแคเมอรูน 
 
2 รัฐบาลแคเมอรูนในปัจจุบันมีความตั้งใจที่จะปฏิรูประบบการเมืองภายในประเทศ ด้วยการกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น ในชั้นนี้คาดว่าจะสามารถออกกฎหมายแม่บทได้ภายในปี 2553 นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องการให้สิทธิแก่ชาวแคเมอรูนที่อยู่นอกประเทศ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในอนาคต 
 
3 ในด้านการพัฒนาประเทศ รัฐบาลแคเมอรูนมีนโยบายเร่งดำเนินการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในประเทศ โดยเฉพาะด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อตอบสนองปริมาณความต้องการบริโภคของ ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างทั่วถึง 
 
นโยบายต่างประเทศ 
1 นโยบายต่างประเทศของแคเมอรูน ให้ความสำคัญกับ (1) ความเป็นเอกราช (2) การเป็นประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และ (3) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในภาพรวม แคเมอรูนมีความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับประเทศฝรั่งเศสด้วยเหตุผลทาง ประวัติศาสตร์ ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีนซึ่งมีเข้ามาจัดทำโครงการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคพื้นฐานและสาธารณสุขหลายโครงการในแคเมอรูน รวมถึงความช่วยเหลือด้านการทหารด้วย 
 
2 แคเมอรูนเคยมีข้อพิพาทด้านดินแดนกับไนจีเรียบริเวณคาบสมุทร Bakassi ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมัน นำไปสู่การสู้รบกันของทหารทั้งสองฝ่ายในช่วงปี 2537-2539 และการเข้ามาไกล่เกลี่ยขององค์การสหประชาชาติในปี 2539 ในเดือนตุลาคม 2545 ศาลโลกมีคำวินิจฉัยว่าดินแดนที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนอยู่ในเขตอธิปไตยของ แคเมอรูน ต่อมาไนจีเรียได้ส่งมอบหมู่บ้าน 32 แห่งในพื้นที่ดังกล่าวให้แก่แคเมอรูนในเดือนธันวาคม 2546 และลดจำนวนกองกำลังตระเวนชายแดนลง จนได้ถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ในปี 2549 สถานการณ์ความสัมพันธ์แคเมอรูน-ไนจีเรียได้กลับตึงเครียดขึ้นอีกในปี 2550 เมื่อวุฒิสภาไนจีเรียประกาศยกเลิกความตกลงไนจีเรีย-แคเมอรูนว่าด้วยการส่ง มอบดินแดนบริเวณคาบสมุทร Bakassi ให้แก่แคเมอรูน จนในที่สุด ไนจีเรียได้ส่งมอบดินแดนบริเวณคาบสมุทร Bakassi ทั้งหมดให้แก่แคเมอรูน ในเดือนสิงหาคม 2551 นับเป็นจุดสิ้นสุดของข้อพิพาทด้านดินแดนระหว่างทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการเคลื่อนไหวของประชาชนชาวไนจีเรียและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ที่ ไม่เห็นด้วยกับการส่งมอบดินแดนให้แก่แคเมอรูน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลแคเมอรูนได้จัดตั้งกองกำลังรักษาความมั่นคงขึ้นเพื่อรับมือกับกลุ่ม กบฏในพื้นที่ 
 
3 ความสัมพันธ์ระหว่างแคเมอรูนและอิเควทอเรียลกีนีเสื่อมถอยลงในช่วงกลางปี 2552 เมื่อรัฐบาลของอิเควทอเรียลกีนีส่งตัวชาวแคเมอรูนจำนวนกว่า 500 คนที่เข้าไปทำงานอย่างผิดกฏหมายในประเทศกลับแคเมอรูน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวแคเมอรูนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทั้งสองประเทศได้พยายามรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันไว้เพื่อ รักษาผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย (ในด้านพลังงานและความมั่นคง) 
 
4 ในการดำเนินความสัมพันธ์พหุภาคี แคเมอรูนยึกหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และยึดแนวปฏิบัติแบบไม่เผชิญหน้า แคเมอรูนเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ทั้งยังเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (Commonwealth) และสมาชิกองค์การการประชุมอิสลาม (OIC) ที่ผ่านมา เคยเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สำคัญๆ อาทิ การประชุมสุดยอดแอฟริกา-ฝรั่งเศส ครั้งที่ 21 ณ กรุงยาอุนเด ในเดือนพฤศจิกายน 2538 และการประชุมสุดยอดองค์การเอกภาพแอฟริกา (OAU) ครั้งที่ 32 ในปี 2539 

 

 

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

ข้อมูล ณ วันที่  16 ตุลาคม 2558

 

  • Pres.
    Paul BIYA
  • Prime Min.
    Philemon YANG
  • Dep. Prime Min.
    Amadou ALI
  • Dep. Prime Min.
    Jean NKUETE
  • Sec. Gen. of the Presidency
    Ferdinand N'GOH N'GOH
  • Min.-Del. at the Presidency in Charge of Defense
    Joseph Beti ASSOMO
  • Min.-Del. at the Presidency in Charge of the Supreme State Audit Bench
    Mba Acha FOMUNDAM
  • Min. in Charge of Special Duties at the Presidency
    Paul ATANGA NJI
  • Min. in Charge of Special Duties at the Presidency
    Victor MENGOT
  • Min. in Charge of Special Duties at the Presidency
    Hamadou MUSTAPHA
  • Min. of Agriculture & Rural Development
    Henri Eyebe AYISSI
  • Min. of Arts & Culture
    Narcisse Mouelle KOMBI
  • Min. of Basic Education
    Youssouf Adidja ALIM
  • Min. of Civil Service & Admin. Reform
    Michel Ange ANGOUIN
  • Min. of Commerce
    Luc Magloire MBARGA ATANGANA
  • Min. of Communication
    Issa Tchiroma BAKARY
  • Min. of Economy, Planning, & Regional Development
    Louis-Paul MOTAZE
  • Min. of Employment & Professional Training
    Zacharie PEREVET
  • Min. of Environment & Nature Protection
    Pierre HELE
  • Min. of External Relations
    Mbella Mbella LEJEUNE
  • Min. of Finance
    Alamine Ousmane MEY
  • Min. of Forestry & Wildlife
    Philip Ngole NGWESE
  • Min. of Higher Education
    Jacques Fame NDONGO
  • Min. of Justice & Keeper of the Seals
    Laurent ESSO
  • Min. of Labor & Social Insurance
    Gregroire OWONA
  • Min. of Land Tenure & State Property
    Jacqueline Koung A BISSIKE
  • Min. of Livestock & Fisheries
    Aboubakary SARKI
  • Min. of Mines & Technological Development
    Ernest NGWABOUBOU
  • Min. of National Education
    Alim YOUSSOUF
  • Min. of Posts & Telecommunications
    Minette Libom Li LIKENG
  • Min. of Public Health
    Andre Mama FOUDA
  • Min. of Public Service & Admin. Reform
    Emmanuel BONDE
  • Min. of Public Works
    Emmanuel Nganou DJOUMESSI
  • Min. of Scientific Research & Innovation
    Madeleine TCHUENTE
  • Min. of Secondary Education
    Jean Ernest Massena Ngalle BIBEHE
  • Min. of Social Affairs
    Pauline Irene NGUENE
  • Min. of Sports & Physical Education
    Bidoung Mkpatt Pierre ISMAEL
  • Min. of Territorial Admin. & Decentralization
    Rene Emmanuel SADI
  • Min. of Tourism
    Baba HAMADOU
  • Min. of Transport
    Edgar Alain Mebe NGO'O
  • Min. of Urban Development & Housing
    Colbert TCHATAT
  • Min. of Water & Energy
    Basile Atangana KOUNA
  • Min. of Women & Family Protection
    Marie Theresa Abena ONDOA
  • Min. of Youth & Civic Education
    Mounouna FOUTSOU
  • Governor, Central Bank
    Philibert ANDZEMBE
  • Ambassador to the US
    Joseph FOE-ATANGANA
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Michel Tommo MONTHE

ที่มา : https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/CM.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

67.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP รายบุคคล

3,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

5.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 22.3%
  • ภาคอุตสาหกรรม 29.9%
  • ภาคการบริการ 47.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการว่างงาน

30% (ค่าประมาณ พ.ศ.2544)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

2.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

กาแฟ โกโก้ ฝ้าย ยางพารา กล้วย เมล็ดธัญพืช สิ่งมีชีวิต ไม้ซุง

อุตสาหกรรม

ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมและการกลั่นน้ำมัน การผลิตอะลูมิเนียม การแปรรูปอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งทอ การซ่อมเรือ

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

31.7% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-1.647 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการส่งออก

5.283 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้าส่งออก

น้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมไม้ซุง เมล็ดโกโก้ อะลูมิเนียม กาแฟ ฝ้าย

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 16.7%, India 15.7%, Spain 6.2%, Belgium 6.1%, France 6.1%, Portugal 5.6%, Netherlands 5%, Italy 5% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

6.159 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การขนส่ง เชื้อเพลิง อาหาร

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 27.9%, Nigeria 13.9%, France 10.9%, Belgium 4.1% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Cooperation Financiere en Afrique Centrale francs

สัญลักษณ์เงิน

XAF

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

 

เศรษฐกิจและสังคม 

1 หลังจากแผนงานการขจัดความยากจนและกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (PRGF) ภายใต้การสนับสนุนด้านนโยบายและการเงินของ IMF (มูลค่ารวม 28.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2552 รัฐบาลแคเมอรูนได้แสดงความตั้งใจที่จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน 2552 รัฐบาลได้ตอบรับความช่วยเหลือทางด้านการเงินของ IMF มูลค่า 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้แผนงานการรับมือกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (Exogenous Shocks Facility หรือ ESF) 
 
2 แคเมอรูนเป็นเส้นทางลำเลียงขนส่งสินค้าที่สำคัญไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ มีทางออกทะเล ได้แก่ ชาดและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง รัฐบาลแคเมอรูนมีรายได้หลักมาจากการเก็บภาษีศุลกากร (ประมาณร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด) แต่กำลังประสบปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี ทางการแคเมอรูนเปิดเผยว่า ในปี 2551 ร้อยละ 51 ของสินค้าที่อ้างว่าจะส่งออกไปขายต่อในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ขาเข้าถูกนำมาขายในประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีศุลกากรหลายพันล้าน ฟรังซ์ ปัจจุบัน หน่วยงานศุลกากรของแคเมอรูนกำลังเร่งดำเนินการติดตั้งระบบ GPS เพื่อตรวจสอบและติดตามผลการขนส่งสินค้าข้ามประเทศไปขายต่อในประเทศเพื่อน บ้าน 
 
3 ในภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน แคเมอรูนได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของอุปสงค์และราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากแคเมอรูนมีรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมันดิบ ในปี 2551 สามารถผลิตน้ำมันได้เฉลี่ยประมาณ 87,400 บาร์เรล/วัน แต่มีแนวโน้มที่จะผลิตได้ลดลงในปัจจุบัน รัฐบาลแคเมอรูนกำลังหาแนวทางลดการพึ่งพิงรายได้จากการค้าน้ำมันและเพิ่มราย ได้จากการลงทุนด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งออก สินค้าเกษตรที่สำคัญของแคเมอรูน ได้แก่ ไม้แปรรูป กล้วย โกโก้ ฝ้าย และกาแฟ
 
4 นโยบายการเงินของแคเมอรูนถูกกำหนดโดยธนาคารแห่งรัฐในภูมิภาคแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique centrale หรือ BEAC) ซึ่งปัจจุบันให้ความสำคัญกับการคุมระดับอัตราเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่า เงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (655.96 CFAfr เท่ากับ 1 ยูโร) 
 
5 ในระหว่างการเสด็จเยือนแคเมอรูนของสมเด็จพระสันตปาปา Benedict ที่ 16 ในเดือนมีนาคม 2552 พระองค์ได้กล่าวชื่นชมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของชาวมุสลิมและคริสต์ใน แคเมอรูน และขอให้ประเทศแอฟริกาอื่นๆ ถือเป็นตัวอย่าง
 

 

 

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป 
1.1 ความสัมพันธ์ด้านการเมือง 
ไทยและแคเมอรูนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ในปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศแคเมอรูน ในปัจจุบัน ฝ่ายแคเมอรูนยังมิได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศ ไทย (สถานเอกอัครราชทูตแคเมอรูน ณ กรุงปักกิ่ง อยู่ใกล้ไทยที่สุด) ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและแคเมอรูนดำเนินมาด้วยความราบรื่น และไม่มีปัญหาระหว่างกัน 
 
1.2 ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
ปริมาณการค้าระหว่างไทยกับแคเมอรูนได้เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ในปี 2555 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับแคเมอรูนมีมูลค่า 181.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 172.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 9.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าเป็นเงิน 162.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปแคเมอรูนได้แก่ ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากแคเมอรูน ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ด้ายและเส้นใย ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์
 
1.3 ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม 
ประเทศไทยเคยให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่แคเมอรูน จากกรณีการระเบิดของก๊าซจากปล่องภูเขาไฟในแคเมอรูน โดยได้บริจาคข้าวนึ่งชนิด 5% จำนวน 25 ตัน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 และในปี 2533 ไทยได้บริจาคข้าวนึ่ง 10% จำนวน 100 ตัน ให้แก่แคเมอรูนโดยผ่านทางสมาคมฟุตบอลแคเมอรูน 
 
2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย 
ในปัจจุบัน ยังไม่มีการทำความตกลงกันระหว่างทั้งไทยกับแคเมอรูน 
 
3. การเยือนที่สำคัญ 
ที่ผ่านมา ยังไม่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน 
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - แคเมอรูน                      
มูลค่าการค้า 181.87 168.41 259.01 259.01 184.44 19.78 -7.40 53.80 53.80 -28.79
การส่งออก 172.18 159.01 226.12 226.12 176.47 26.22 -7.65 42.20 42.20 -21.95
การนำเข้า 9.69 9.40 32.90 32.90 7.96 -37.15 -3.06 250.07 250.07 -75.80
ดุลการค้า 162.49 149.61 193.22 193.22 168.51            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ข้าว 140.5 135.7 197.5 197.5 158.8 42.25 -3.46 45.58 45.58 -19.61
2 เม็ดพลาสติก 5.3 7.8 10.5 10.5 6.2 -20.53 47.22 34.64 34.64 -41.07
3 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 11.5 3.0 6.1 6.1 3.5 -12.58 -73.78 100.96 100.96 -41.92
4 ผลิตภัณฑ์ยาง 1.9 2.1 2.4 2.4 1.4 45.92 12.71 14.94 14.94 -43.07
5 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ 0.0 0.0 0.1 0.1 0.9 -95.83 100.00 ####### 62,600.00 602.31
6 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.8 1.4 1.3 1.3 0.9 174.54 63.02 -5.99 -5.99 -33.38
7 ผ้าผืน 7.1 3.4 1.9 1.9 0.9 63.94 -52.63 -43.43 -43.43 -55.37
8 เครื่องนุ่งห่ม 1.1 0.9 1.2 1.2 0.7 -0.96 -14.69 32.48 32.48 -47.45
9 เคมีภัณฑ์ 0.1 0.9 0.8 0.8 0.6 -62.04 654.68 -11.29 -11.29 -26.30
10 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.9 0.7 0.7 0.7 0.5 85.03 -26.28 -4.86 -4.86 -22.15
รวม 10 รายการ 169.3 155.9 222.5 222.5 174.2 33.87 -7.93 42.75 42.75 -21.70
อื่นๆ 2.9 3.2 3.6 3.6 2.3 -70.96 8.91 15.24 15.24 -37.47
รวมทั้งสิ้น 172.2 159.0 226.1 226.1 176.5 26.22 -7.65 42.20 42.20 -21.95
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 
อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 3,043,801.8 3,362,491.3 7,384,568.8 7,384,568.8 3,622,649.0 -56.61 10.47 119.62 119.62 -50.94
2 ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ 790,134.5 2,406,424.4 1,872,587.8 1,872,587.8 1,762,328.9 -6.51 204.56 -22.18 -22.18 -5.89
3 ด้ายและเส้นใย 1,738,547.2 1,543,006.7 1,880,745.2 1,880,745.2 1,535,583.6 -57.64 -11.25 21.89 21.89 -18.35
4 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 3,417,961.6 1,888,698.5 2,682,079.0 2,682,079.0 848,144.4 32.11 -44.74 42.01 42.01 -68.38
5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 115,407.1 7,610.0 28,230.8 28,230.8 90,712.9 ####### -93.41 270.97 270.97 221.33
6 แผงวงจรไฟฟ้า 10,014.9 - - - 34,167.3 ####### - - - -
7 ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ - - - - 13,586.2 - - - - -
8 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 9,204.6 44,157.1 13,535.4 13,535.4 8,365.9 - 379.73 -69.35 -69.35 -38.19
9 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 131.0 109.3 - - 5,494.4 - -16.51 - - -
10 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 226.1 - - - 4,576.5 - - - - -
รวม 10 รายการ 9,125,428.8 9,252,497.3 13,861,747.2 13,861,747.2 7,925,609.0 -37.30 1.39 49.82 49.82 -42.82
อื่นๆ 568,128.5 144,815.6 19,034,996.6 19,034,996.6 35,778.5 -34.61 -74.51 ####### 13,044.30 -99.81
รวมทั้งสิ้น 9,693,557.3 9,397,312.9 32,896,743.7 32,896,743.7 7,961,387.6 -37.15 -3.06 250.07 250.07 -75.80
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

JoomSpirit