สาธารณรัฐแกมเบีย

Gambia-flag Gambia-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 
ชื่ออย่างเป็นทางการสาธารณรัฐแกมเบีย หรือ Republic of the Gambiaที่ตั้งแกมเบียตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และประเทศเซเนเกลพื้นที่11,295 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 10,000 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 1,295 ตารางกิโลเมตรอาณาเขตพรมแดนยาว 740 กิโลเมตร ทางเหนือ ติดกับประเทศเซเนกัล ทางใต้ ติดกับประเทศเซเนกัล ทางตะวันออก ติดกับประเทศเซเนกัล ทางตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ความยาวชายฝั่ง 80 กิโลเมตรสภาพภูมิประเทศที่ราบน้ำท่วมถึงบริเวณแม่น้ำแกมเบียสภาพภูมิอากาศเขตร้อน หน้าร้อนและหน้าฝนจะอยู่ในช่วงเดือน มิ.ย.-พ.ย. หน้าหนาวและหน้าแล้งจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย.-พ.ค.ทรัพยากรธรรมชาติดินขาว ดีบุก ไททาเนียม ทรัพยากรในดินส่วนใหญ่ยังไม่ได้สำรวจ แร่ Zircon ซิลิกา ดินเหนียว ปิโตรเลียมภัยธรรมชาติภัยแล้ง (ปริมาณน้ำฝนลดลง 30%ในช่วงระยะเวลา 30 ปี)จำนวนประชากร1,967,709 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2558)อัตราการเติบโตของประชากร2.16% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)สัญชาติGambian (s)เชื้อชาติชาวแอฟริกัน 99% (Mandinka 42%, Fula 18%, Wolof 16%, Jola 10%, Serahuli 9%, อื่นๆ 4%) ที่ไม่ใช่ชาวแอฟริกัน 1%ศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ (90%) คริสต์ (8%) และความเชื่อดั้งเดิม (2%)ภาษาอังกฤษ (ภาษาราชการ) Mandinka, Fula Woof, Jola Serahuli ฯลฯ
 
รูปแบบการปกครองระบบสาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาลเมืองหลวงกรุงบันจูล (Banjul ชื่อเดิมบัทเฮร์ส : Bathurst) เมืองสำคัญได้แก่ Brikama, Soma, Gunjur, Sukuta, Farafeni, Bansang, Georgetown, Basseการแบ่งเขตการปกครอง5 เขตการปกครอง และเมือง 1 เมือง* ได้แก่ Banjul*, Central River, Lower River, North Bank, Upper River, Westernวันที่ได้รับเอกราช18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 24 เมษายน 2513 ยังคงมีผลบังคับใช้ถึงปัจจุบันระบบกฎหมายเป็นกฎหมายที่นำเอากฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ กฎมายอิสลาม และกฎหมายธรรมเนียมปฏิบัติมาผสมผสานกันฝ่ายบริหารประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขและผู้นำรัฐบาลและดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุก 5 ปี และมีอำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจากสมาชิกรัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วยประธานสภา รองประธาน สมาชิก 45 คน ที่มาจากการเลือกตั้ง และ 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งgambia-political-map 

การเมืองการปกครอง
 
แกมเบียเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีภูมิประเทศล้อมรอบด้วยประเทศเซเนกัล ในปี 2131 แกมเบียตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และได้รับเอกราชพร้อมทั้งเข้าเป็นประเทศสมาชิกเครือจักรภพในปี 2508 
 
ปี 2513 แกมเบียประกาศเป็นประเทศสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดี Dawda Kairaba Jawara ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ แกมเบียต้องประสบปัญหาอย่างมาก เนื่องจากเป็นประเทศเล็กที่มีความอ่อนแอในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ จนเกิดการรัฐประหารขึ้นหลายครั้ง ดังเช่น ความพยายามก่อรัฐประหารในปี 2524 โดยการนำของ นาย Kukoi Samba Sanyang ทำให้ประธานาธิบดี Jawara ขอรับความช่วยเหลือจากเซเนกัล รัฐบาลเซเนกัลจึงส่งกำลังทหารเข้าปราบปรามจนสำเร็จ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ทั้งฝ่ายแกมเบียและเซเนกัลลงนามในสนธิสัญญาการรวมตัวกันเป็นสมาพันธรัฐเซเนแกมเบียในปี 2525 ซึ่งต่อมาแกมเบียได้ขอแยกตัวออกจากเซเนกัลในปี 2532 เพราะมีปัญหากันในเรื่องดินแดน 
 
จากนั้นในปี 2537 ได้เกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองภายในแกมเบีย เมื่อนาย Yahya A.J.J. Jammeh ผู้นำกลุ่ม AFPRC ทำรัฐประหารล้มรัฐบาลประธานาธิบดี Jawara ได้สำเร็จ จากนั้นได้ประกาศแผนการนำพาประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยและได้จัดการเลือกตั้งขึ้นในปี 2539 โดยนาย Jammeh ชนะการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงปัจจุบัน (ภายหลังชนะการเลือกตั้งอีก 2 สมัย ในปี 2544 และเมื่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2549) 
 
จากการที่ประธานาธิบดี Jammeh และพรรค Alliance for Patriotic Reorientation and Construction (APRC) ผูกขาดทางการเมืองมาหลายสมัย จึงทำให้ประธานาธิบดี Jammeh ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในพรรค APRC มีอิทธิพลในทางการบริหารเป็นอย่างมาก ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง ประธานาธิบดี Jammeh ยังมีอิทธิพลแทรกแซงไปในฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้การแบ่งแยกอำนาจไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ พรรค APRC ยังคงรักษาความผูกขาดทางการเมืองในระดับท้องถิ่น ด้วยการเอาชนะพรรคคู่แข่งอื่นๆ ทำให้การทำงานของพรรคฝ่ายค้านในการบริหารประเทศทุกระดับมีความอ่อนแอ 
 
นโยบายต่างประเทศ 
เนื่องจากแกมเบียถูกโอบล้อมทางภูมิศาสตร์โดยเซเนกัลและประเทศอื่นๆ ซึ่งต่างเป็นประเทศที่ฝรั่งเศสมีอิทธิพลเหนือ จึงทำให้แกมเบียพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคแอฟริกา โดยหวังที่จะสามารถถ่วงดุลย์อิทธิพลของฝรั่งเศส ภายหลังจากการปฏิวัติในปี 2537 ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือทวิภาคีระงับความช่วยเหลือ ทำให้เงินช่วยเหลือจากไนจีเรียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของประเทศ นอกเหนือจากไนจีเรีย แกมเบียยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับอดีตอาณานิคมของอังกฤษ อาทิ เซียรร์ราลีโอน ไลบีเรีย อีกด้วย 
 
ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างแกมเบียและเซเนกัลมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาภาษีการค้าและการคมนาคมระหว่างกัน จนส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวและการค้าของทั้งสองประเทศ แม้ข้อกล่าวหาที่ว่าประธานาธิบดี Jammeh ของแกมเบียสนับสนุนกลุ่มกบฏใน Casamance เพื่อเรียกร้องเอกราชจากเซเนกัล จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในหลายโอกาส แต่แกมเบียยังคงมีบทบาทสำคัญในการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มกบฏและรัฐบาลเซเนกัล 
 
ประธานาธิบดี Jammeh มีท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนนาย Muammar Qadhafi ผู้นำลิเบีย และในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการทูตและความช่วยเหลือกับไต้หวัน คิวบา และอีกหลายรัฐในแถบตะวันออกกลาง มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมกับมูลค่าความช่วยเหลือจากไต้หวันที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย 
 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและการบริหารประเทศแบบเบ็ดเสร็จส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างแกมเบียกับประเทศผู้ให้ความช่วยเหลืออื่นๆ รวมถึงสถาบันพหุภาคีต่างๆ แม้ว่าประธานาธิบดี Jammeh จะออกมาแสดงท่าทีเชิงบวกต่อปัญหาดังกล่าว แต่ก็เป็นไปเพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับประเทศและองค์การระหว่างประเทศ มิให้ระงับความช่วยเหลือแก่แกมเบีย โดยเฉพาะการดำเนินนโยบาย Operation No Compromise เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น และการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่จำกัดเพื่อต้องการรักษาปฏิสัมพันธ์กับสถาบันกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังจากที่เคยละเมิดข้อตกลงมาก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นในปี 2550 แกมเบียได้บรรลุข้อตกลง The Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) กับ IMF 
 
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างแกมเบียและสหรัฐฯ ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร แม้ว่าแกมเบียจะได้รับสิทธิประโยชน์จากพระราชบัญญัติการให้ความช่วยเหลือแอฟริกา (African Growth and Opportunity ACT ? AGOA) ของสหรัฐฯ แต่ก็ถูกสหรัฐฯ ตัดออกจากประเทศผู้มีสิทธิประโยชน์ในกรอบความช่วยเหลือ Millennium Challenge Initiative ในปี 2549 เนื่องจากสหรัฐฯ มีข้อกังวลต่อปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนของแกมเบีย 
 
เมื่อเดือนเมษายน 2550 สภาผู้แทนราษฎรของแกมเบียได้รับรองกรอบความตกลงเพื่อความร่วมมือระหว่างแกมเบียและเวเนซูเอลา ต่อมาประธานาธิบดี Hugo Chavez ของเวเนซูเอลาได้เดินทางไปร่วมการประชุม African Union (AU) Summit ที่กรุงบันจูล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 และทั้งสองประเทศได้ประกาศที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้านเกษตรกรรม สาธารณสุข การศึกษา ปิโตรเลียม พลังงาน การทหาร และระบบโครงสร้างพื้นฐาน 
 
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเวเนซูเอลา แกมเบียได้เสริมสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอิหร่าน นับแต่การประชุม AU Summit เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 โดยทั้งสองประเทศได้ลงนามความตกลงในด้านการค้า การจัดเก็บภาษี อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การเงินการธนาคาร การคมนาคม การสื่อสาร และระบบโครงสร้างพื้นฐาน 

 ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ :แกมเบียได้รับความช่วยเหลือส่วนใหญ่จากประเทศตะวันตกเช่น การฝึกทหารจากอังกฤษ การฝึกตำรวจจากฝรั่งเศส และการเงิน และการพัฒนาด้านคมนาคมจากเยอรมัน เป็นต้น และรัฐบาลไทยเคยบริจาคข้าวสาร 100 ตันให้แก่รัฐบาลแกมเบียซึ่งประสบปัญหาความแห้งแล้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2531

 
 Update กุมภาพันธ์ 2559 Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governmentsข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2559  

  • Pres.
    Yahya JAMMEH
  • Vice Pres.
    Isatou NJIE-SAIDY
  • Min. of Agriculture
    Ismaila SANYANG
  • Min. of Basic & Secondary Education
    Fatou Lamin FAYE
  • Min. of Defense
    Yahya JAMME
  • Min. of Environment, Water Resources, Parks, & Wildlife, Fisheries, & Climate Change
    Pa Ousman JARJU
  • Min. of Finance & Economic Affairs
    Abdou KOLLEY
  • Min. of Fisheries
    Mass Axi GAI
  • Min. of Foreign Affairs
    Neneh MACDOUALL-GAYE
  • Min. of Health & Social Welfare
    Omar SEY
  • Min. of Higher Education, Research, Science, & Technology
    Aboubacar SENGHORE
  • Min. of Information & Communication Infrastructure
    Sheriff BOJANG
  • Min. of the Interior
    Ousman SONKO
  • Min. of Justice & Attorney Gen.
    Mama Fatima SINGHATEH
  • Min. of Lands & Regional Govt.
    Musa Amul NYASSI
  • Min. of Petroleum & Energy
     
  • Min. of Planning
     
  • Min. of Presidential Affairs
    Doudou Bammy JAGNE
  • Min. of Trade & Culture
    Benjamin A. ROBERTS
  • Min. of Trade, Industry, Regional Integration, & Employment
    Abdou JOBE
  • Min. of Transport, Works, & Infrastructure
     
  • Min. of Women's Affairs
    Isatou NJIE-SAIDY
  • Min. of Youth & Sports
    Alieu K. JAMMEH
  • Ambassador to the US
    Omar FAYE
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Mamadou TANGARA

 ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/GA.html

 
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)3.261 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)GDP รายบุคคล1,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)อัตราการเจริญเติบโต GDP4.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 19.9%
  • ภาคอุตสาหกรรม 13.2%
  • ภาคการบริการ 66.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)6.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)ผลผลิตทางการเกษตรถั่วลิสง (ทำรายได้ให้แก่ประเทศประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าส่งออก) ข้าว ฝ้าย มันสำปะหลังอุตสาหกรรมภาคอุตสาหกรรมเป็นแบบดั้งเดิมที่ยังไม่พัฒนา การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมทีทำรายได้เข้าประเทศมากอัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม4.4% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)ดุลบัญชีเดินสะพัด-136 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)มูลค่าการส่งออก102.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)สินค้าส่งออกถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง น้ำมันปาล์ม ปลารมควัน และตากแห้ง หนังสัตว์ และน้ำมันถั่วประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญChina 47.5%, India 27.2%, France 5.9%, UK 4.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)มูลค่าการนำเข้า310 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)สินค้านำเข้าเครื่องอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ เสื้อผ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์-ปิโตรเลียม ยานพาหนะ เครื่องจักรต่างๆ (สินค้าที่แกมเบียนำเข้าจาก ประเทศไทย ได้แก่ ข้าว เครื่องแต่งกายผู้ชาย รองเท้า รถจักรยาน หม้อเก็บไฟฟ้า)ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญChina 34.2%, Brazil 8.1%, Senegal 6.9%, India 5.7%, Netherlands 4.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)สกุลเงินDalasi (GMD)สัญลักษณ์เงินGMDอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

 
แกมเบียเป็นประเทศขนาดเล็ก มีประชากรเพียง 1.7 ล้านคน ประชากรในสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 โดยเฉลี่ยมีรายได้ต่ำกว่า 2 USD ต่อวัน และกว่าร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อย่างไรก็ดี ตัวชี้วัดทางสุขภาพหลายตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อายุเฉลี่ยประชากรเพิ่มขึ้นจาก 37 ปี ในปี 2513 เป็น 59 ปี ในปี 2548 การแพร่กระจายของโรคเอดส์โดยส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ แต่ยังคงมีอัตราสูงในกรุงบันจูล นักวิจัยชี้ว่า การขาดแผนงานที่สมบูรณ์ในการส่งเสริมความรู้โรคเอดส์ ปัญหาว่างงาน และการอพยพ เป็นปัจจัยลบต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในแกมเบีย 
 
แกมเบียเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้หลักจากการเกษตรและอุตสาหกรรมท่อง เที่ยว เมื่อใดที่แกมเบียประสบปัญหาความแห้งแล้ง ก็จะมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม แกมเบียไม่มีแร่ธาตุหรือทรัพยากรธรรมชาติที่เด่นชัดนัก และมีรากฐานทางเกษตรกรรมค่อนข้างจำกัด แต่ทรัพยากรตามลุ่มแม่น้ำแกมเบียยังคงไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์มากนัก เนื่องจากเป็นแม่น้ำที่สามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งได้ บริเวณดังกล่าวจึงเหมาะแก่การเพาะปลูกและอุตสาหกรรมแปรรูปที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพาะปลูกและจัดส่งดอกไม้ ผลไม้เขตร้อน ฝ้าย และข้าว ซึ่งได้รับประโยชน์จากการที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องและในปริมาณที่เหมาะสม 
 
แม้ในช่วงหลัง สาธารณูปโภคทางอากาศและทางบกจะได้รับการพัฒนามากขึ้น การคมนาคมทางน้ำยังคงเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะผ่านทางแม่น้ำแกมเบีย ซึ่งท่าเรือที่กรุงบันจูลรับตู้สินค้าโดยเฉลี่ย 800 ตู้ต่อเดือน ท่าอากาศยาน Yundum International Airport ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปี 2540 อาคารผู้โดยสารใหม่ได้ถูกสร้างขึ้น มีการเชื่อมต่อทางอากาศที่ค่อนข้างดีและมีหลายสายการบินที่บินออกจากกรุงบัน จูลไปยังจุดหมายต่างๆ ในแอฟริกาและยุโรป 
 
อุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กด้านการผลิต ถั่ว ปลา หนังสัตว์ การลดค่าเงิน CFA FRANC ของเซเนกัล ในเดือนมกราคม 2537 ส่งผลให้สินค้าของประเทศเซเนกัลเป็นที่สนใจจากผู้ซื้อมากกว่าสินค้าจาก แกมเบีย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวของธุรกิจโทรคมนาคม มีการลงทุนขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมการประมง โดยแกมเบียได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น แม้ว่า ภาคการประมงยังคงมีขนาดเล็ก นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการก่อสร้างและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยังเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญและทำรายได้ให้แกมเบียเป็นจำนวนมาก 
 
สิ่งที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศคือ ปัญหาโครงข่ายพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค อาทิ ไฟฟ้า ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ การเชื่อมต่อทางการตลาดและการขนส่งค่อนข้างจำกัด และกฏระเบียบยังไม่ได้มาตรฐาน นอกเหนือจากการประมง ภาค รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ โดยเฉพาะในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเมืองของ แกมเบีย 
 
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ Vision 2020 ซึ่งได้ถูกร่างขึ้นโดย The Armed Forces Provisional Ruling Council เมื่อปี 2537 ยังคงเป็นแผนหลักของแกมเบียในปัจจุบัน แผนดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะขจัดความยากจนและส่งเสริมการพึ่งพาอาหารตนเอง การเสริมสร้างและเพิ่มความหลากหลายของฐานอุตสาหกรรม และการสร้างภาคอุตสาหกรรมการส่งออก

 

 

สถิติที่สำคัญ ไทย-แกมเบีย (2555)
มูลค่าการค้าไทย-แกมเบีย 19.94 ล้าน USD (ไทยส่งออก 18.15 ล้าน USD ไทยนำเข้า 1.79 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 16.36 ล้าน USD)
 
 
การท่องเที่ยว ชาวแกมเบียมาไทย 432 คน
 
คนไทยในแกมเบีย 2 คน
 
การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่กรุงเทพฯ (สถานกงสุล)
 
สำนักงานไทยที่ดูแลแกมเบีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์
 
สำนักงานแกมเบียในไทย กรุงเทพฯ (สถานกงสุล) (กงสุลกิตติมศักดิ์แกมเบียประจำไทยคือ นายสมควร บุณยมานนท์
 
ความสัมพันธ์ทั่วไป 
การทูต 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแกมเบียเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528 โดยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาครอบคลุมถึงแกมเบีย แต่ฝ่ายแกมเบียยังไม่ได้กำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตแห่งใดมีเขตอาณาครอบคลุมถึงประเทศไทย ไทยมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำแกมเบียโดยมีนาย Alieu Abdoulie Momodou Mboge (อาลีเยอ อับดูลี โมโมดู อึมโบเก) ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำกรุงบันจูล และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์แกมเบียประจำประเทศไทย โดยมีนายสมควร บุณยมานนท์ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์แกมเบียประจำกรุงเทพฯ 
 
เศรษฐกิจ 
แม้ว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับแกมเบียยังมีจำนวนไม่มาก ไทยอาจพิจารณาใช้แกมเบียเป็นศูนย์กลางการค้าในแถบกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophone) โดยให้แกมเบียเป็นเสมือนแหล่งระบายสินค้า หรือคลังสินค้า เพื่อส่งต่อสินค้าไทยไปขายในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ทั้งนี้ แกมเบียเคยเสนอให้มีการร่วมลงทุนในแกมเบีย โดยเฉพาะด้านการประมง ซึ่งข้อเสนอทางด้านการประมงเป็นสิ่งที่น่าจะดำเนินการได้ โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงงานทำปลากระป๋องส่งไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่แกมเบียต้องมีปัจจัยด้านการพัฒนาภายในประเทศให้พร้อมกว่านี้ อาทิ ระบบคมนาคมและการสื่อสาร การพัฒนากรุงบันจูลให้เป็นท่าเรือน้ำลึก จะมีส่วนสำคัญในการเชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้าร่วมลงทุนกับแกมเบีย สำหรับด้านการท่องเที่ยวนั้นไทยอาจพิจารณาลงทุนในกิจการโรงแรมเพื่อชักชวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาในแกมเบียวัตถุดิบที่ไทยสามารถนำเข้าได้ เช่น ฝ้าย ปลา อัญมณี ถั่วลิสง
 
สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างสองฝ่ายมีปริมาณไม่มากนัก สำหรับสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปแกมเบีย ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผ้าปักและผ้าลูกไม้ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ เป็นต้น สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากแกมเบีย ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย เคมีภัณฑ์ เป็นต้น
 
สังคมและวัฒนธรรม
ภายใต้โครงการ Thai Aid ปี 2531 แกมเบียส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 5-6 คน มารับการฝึกอบรมบุคลากรสาขาสาธารณสุขภายใต้โครงการ Thai Aid Programme และแกมเบียมีความสนใจในหลักสูตรการฝึกอบรมของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศแกมเบียเคยไปเยี่ยมชมมาเมื่อต้นปี 2531 
 
ไทยได้ให้ความช่วยเหลือแกมเบียด้านสาธารณสุข โดยไทยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยารักษาโรคมาลาเรียไปประเทศแกมเบีย เพื่อพบหารือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข และเยี่ยมชมสถาบัน โรงพยาบาลในเดือนมิถุนายน 
 
กรกฎาคม 2549 นอกจากนี้ ไทยยังได้เคยมอบ Malaria Test Kits จำนวน 7,500 ชิ้น และมุ้งเคลือบน้ำยากันยุงอีก 300 ชิ้น ซึ่งได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวางจากฝ่ายแกมเบีย 
 
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) ได้จัดการอบรม Malaria Prevention and Control แก่ผู้รับทุนชาวเซเนกัล แกมเบีย มาลี และบูร์กินาฟาโซ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน ? 3 กรกฎาคม 2552 และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม ? 14 สิงหาคม 2552 สำหรับปีงบประมาณ 2553 สพร. มีแผนที่จะจัดการอบรมดังกล่าวที่ไทย 1 ครั้ง และจัด workshop ในประเทศเซเนกัล แกมเบีย และบูร์กินาฟาโซ อีกประเทศละ 1 ครั้ง 
 
ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2552 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงดาการ์ได้เดินทางไปเยือนแกมเบียเพื่อติดตามผลโครงการความร่วมมือระหว่างไทย-แกมเบีย และได้มีการหารือเกี่ยวกับการขยายโครงการ One hospital bed, One mosquito net ที่ปัจจุบันกำลังดำเนินการกับเซเนกัล ไปยังแกมเบียด้วย 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย 
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว 
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2549 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม คตล.ว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และวิชาการระหว่างแกมเบียกับไทย ในช่วงการประชุม AU Summit ที่กรุงบันจูล ประเทศแกมเบีย 
 
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างพิจารณาจัดทำ 
ไม่มี 
 
การเยือนที่สำคัญ 
ฝ่ายไทย 
รัฐบาล 
- ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 3 กรกฎาคม 2549 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมการประชุม AU Summit ที่กรุงบันจูล 
 
ฝ่ายแกมเบีย 
รัฐบาล 
- ประธานาธิบดี Dawda Kairaba Jawara เคยเดินทางมาเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ 3 ครั้ง คือ ปี 2511 (ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี), ปี 2513, ปี 2518 เคยแวะพัก (Stop-over) 3 ครั้ง คือ 18 กันยายน 2527, 16-18 เมษายน 2530, 14-16 กรกฎาคม 2531 และเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11-15 ธันวาคม 2531 และเมื่อวันที่ 23-27 มิถุนายน 2548 จึงนับเป็นผู้นำของประเทศในแอฟริกาที่มาเยือนประเทศไทยบ่อยครั้งที่สุด 
 
- รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Alhagi Lamin Kiti Jabang เยือนไทยระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2530 
 
- รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Omar B Say เยือนไทย 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม 2531 และระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2531 
 
- รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Omar A. Touray และรัฐมนตรีการค้าและแรงงาน นาย Abdou Kolley เดินทางเยือนไทยเพื่อหารือถึงประเด็นการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2551   
 
ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และวิชาการ
วันที่ลงนาม 02 กรกฎาคม 2549
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ
กันยายน 2558

 

 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - แกมเบีย                      
มูลค่าการค้า 19.94 26.32 33.31 33.31 29.47 -7.93 32.00 26.56 26.56 -11.51
การส่งออก 18.15 23.24 31.70 31.70 28.54 2.52 28.09 36.37 36.37 -9.95
การนำเข้า 1.79 3.07 1.61 1.61 0.93 -54.70 71.60 -47.65 -47.65 -42.15
ดุลการค้า 16.36 20.17 30.09 30.09 27.61            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 9.9 11.6 13.9 13.9 10.0 20.25 17.93 19.32 19.32 -27.93
2 ผ้าปักและผ้าลูกไม้ 2.7 3.5 4.0 4.0 6.4 -33.70 26.78 14.26 14.26 61.04
3 ข้าว 1.7 2.0 6.7 6.7 4.8 141.99 16.68 237.03 237.03 -27.98
4 ตาข่ายจับปลา 0.2 0.6 0.5 0.5 0.7 -71.13 150.04 -24.02 -24.02 43.44
5 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.4 0.6 0.9 0.9 0.5 -30.22 52.58 55.77 55.77 -39.73
6 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.4 0.7 0.2 0.2 0.5 18.32 67.43 -70.38 -70.38 171.67
7 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.0 0.4 1.1 1.1 0.3 -91.51 959.95 189.82 189.82 -73.52
8 หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 0.7 0.5 0.6 0.6 0.3 56.19 -29.38 26.78 26.78 -55.06
9 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 0.0 0.2 0.1 0.1 0.3 -86.22 501.85 -73.63 -73.63 348.00
10 เครื่องนุ่งห่ม 0.3 0.1 0.5 0.5 0.2 5.95 -71.13 499.14 499.14 -49.09
รวม 10 รายการ 16.4 20.1 28.4 28.4 24.0 1.32 22.87 41.26 41.26 -15.35
อื่นๆ 1.8 3.2 3.3 3.3 4.5 14.98 75.64 5.20 5.20 36.29
รวมทั้งสิ้น 18.1 23.2 31.7 31.7 28.5 2.52 28.09 36.37 36.37 -9.95
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 1,776,129.1 2,995,061.3 1,435,689.5 1,435,689.5 728,114.1 -54.06 68.63 -52.06 -52.06 -49.28
2 เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค - - - - 78,742.6 - - - - -
3 ผลิตภัณฑ์โลหะ - - 493.9 493.9 58,990.4 - - - - 11,842.94
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 8,791.2 - 104,601.1 104,601.1 52,629.8 - - - - -49.69
5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 5,916.3 2,730.9 15.0 15.0 5,785.0 -11.59 -53.84 -99.45 -99.45 38,367.50
6 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ - 74,040.4 61,709.4 61,709.4 3,534.1 - - -16.65 -16.65 -94.27
7 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ - - - - 879.6 - - - - -
8 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ - - - - 677.1 - - - - -
9 เสื้อผ้าสำเร็จรูป - - - - 426.7 - - - - -
10 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก - - 4,496.6 4,496.6 274.4 - - - - -93.90
รวม 10 รายการ 1,790,836.7 3,071,832.6 1,607,005.6 1,607,005.6 930,053.7 -54.19 71.53 -47.69 -47.69 -42.13
อื่นๆ 166.0 1,524.3 1,825.9 1,825.9 649.3 -99.63 818.22 19.79 19.79 -64.44
รวมทั้งสิ้น 1,791,002.7 3,073,356.9 1,608,831.4 1,608,831.4 930,703.0 -54.70 71.60 -47.65 -47.65 -42.15
 
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

JoomSpirit