สาธารณรัฐแองโกลา

Angola-flag Angola-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐแองโกลา หรือ Republic of Angola

ที่ตั้ง

แองโกลาตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาบนฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างประเทศนามิเบียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

พื้นที่

1,246,700 ตารางกิโลเมตร (481,354 ตร.ไมล์)

อาณาเขต

พรมแดนยาว 5,369 กิโลเมตร ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็นระยะทาง 2,646 กิโลเมตร สาธารณรัฐคองโกเป็นระยะทาง 231 กิโลเมตร นามิเบียเป็นระยะทาง 1,427 กิโลเมตร แซมเบียเป็นระยะทาง 1,065 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ที่ราบแคบๆ บริเวณชายฝั่ง สูงขึ้นเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ตรงตอนกลางของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ

อากาศกึ่งแห้งแล้งทางตอนใต้บริเวณชายฝั่งจนถึง Luanda ทางตอนเหนือมีฤดูกาลที่มีอากาศเย็นและแห้งในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และฤดูฝนที่มีอากาศร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำมัน เพชร ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม แก๊ส เหล็ก ทองแดง แมงกานีส

ภัยธรรมชาติ

น้ำท่วมบริเวณที่ราบสูง

จำนวนประชากร

29,310,273 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.78 % (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Angolan (S)

เชื้อชาติ

ชาวพื้นเมืองเผ่า Ovimbundu 37% เผ่า Kimbundu 25 %เผ่า Bakongo 13% เผ่า Mestico 2% ชาวยุโรป 1% และอื่น ๆ 22 %

ศาสนา

ศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค 41.1% โปรเตสแตนท์ 38.1% ศาสนาอื่นๆ 8.6% และไม่นับถือศาสนาใดๆ 12.3% ( สำมะโนครัวปี พ.ศ. 2557)

ภาษา

ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ และภาษา Bantu เป็นภาษาท้องถิ่น

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

แองโกลาได้รับเอกราชจากโปรตุเกสเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 1975 (2518) และเป็นประเทศสังคมนิยมค่ายโซเวียตซึ่งตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาโดยตลอด ต่อมาหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แองโกลาได้เปลี่ยนชื่อประเทศจาก "People's Republic of Angola" เป็น "Republic of Angola" เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 1992 (2535) และดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเสรี และระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมืองแทนการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์เดิม

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบหลายพรรค มีประธานาธิบดีเป็นประมุขภายใต้รัฐบาลปรองดองแห่งชาติชั่วคราว (Transitional Government of National Unity)

ฝ่ายบริหาร

มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาล โดยได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

มีระบบสภาเดียวเรียกว่าสภาแห่งสาธารณรัฐ ประกอบด้วยสมาชิก 220 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยระบบสัดส่วน มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ

มีศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุด โดยผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี

เมืองหลวง

กรุงลูอันดา (Luanda)

การแบ่งเขตการปกครอง

18 Provinces คือ Bengo, Benguela, Bie, Cabinda, Cuando Cubango, Cuanza Norte, Cuanza Sul, Cunene, Huambo, Huila, Luanda, Lunda Norte, Lunda Sul, Malanje, Moxico, Namibe, Uige, Zaire

วันที่ได้รับเอกราช

11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 (ค.ศ.1975) จากโปรตุเกส

รัฐธรรมนูญ

เริ่มใช้วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2535 (ค.ศ.1992)

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากระบบกฎหมายประมวลกฎหมายของโปรตุเกส และกฎหมายธรรมเนียมปฏิบัติ และได้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองและการเติบโตของตลาดเสรี

angola-political-map

 

การเมืองการปกครอง
 
แองโกลาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐ ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 สมัย และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นผู้นำรัฐบาล คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกสภาสมัชชาแห่งชาติจำนวน 220 ที่นั่ง และทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนมีวาระ 4 ปี (เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 5-6 กันยายน 2551) ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูงสุดและศาลจังหวัด  อีก 18 ศาล ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี 
 
อาณาเขตของแองโกลา ซึ่งรวมถึงเขต Cabinda ในบริเวณตอนเหนือของแม่น้ำคองโก ถูกควบรวมเป็นจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกสในปี 2494 ต่อมา ในปี 2503 เกิดกลุ่มความเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราช 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Popular Movement for the Liberation of Angola (MPLA) ซึ่งมีแนวนโยบายสังคมนิยมแบบ Marxist นำโดยนายออกัสตินโญ เนโต (Agostinho Neto) และกลุ่ม Frente Nacional de Libertação de Angola (FNLA) ซึ่งมีแนวคิดเอนเอียงไปทางตะวันตก นำโดยนายโฮเดน โรแบร์โต (Holden Roberto) ทั้งสองกลุ่มเริ่มการใช้อาวุธต่อสู้กับรัฐบาลของเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 2504  และในปี 2509 เกิดกลุ่มความเคลื่อนไหวอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่ม National Union for the Total Independence of Angola (UNITA) นำโดยนายโจนาส ซาวิมบิ (Jonas Savimbi) เข้าร่วมการต่อสู้กับกลุ่ม MPLA และ FNLA จนนำไปสู่การทำรัฐประหารขับไล่ผู้ปกครองชาวโปรตุเกสได้สำเร็จเมื่อปี 2517 
 
ภายหลังได้รับเอกราช รัฐบาลชั่วคราวเข้าบริหารประเทศแต่ต้องล้มลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่สามารถควบคุมกลุ่มความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ ทำให้เกิดการสู้รบเป็นวงกว้างก่อนที่จะได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการจากโปรตุเกสในวันที่ 11 กันยายน 2518 
 
การต่อสู้ส่งผลให้กลุ่ม MPLA เข้าควบคุมกรุงลูอันดาและเมืองต่าง ๆ ในบริเวณชายฝั่งทะเล ด้วยการสนับสนุนของประเทศคิวบา ในขณะที่กลุ่ม UNITA และ FNLA ซึ่งรวมตัวกัน สามารถควบคุมเมืองฮูอัมโบ (Huambo) บริเวณตอนกลางและตอนเหนือของแองโลกา จากนั้น กองกำลังทหารของแอฟริกาใต้บุกเข้าแองโกลาผ่านนามิเบียเพื่อสนับสนุนกลุ่ม UNITA และต่อมา กลุ่ม FNLA พ่ายแพ้การต่อสู้กับกลุ่ม MPLA ทำให้เสียการควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือของแองโกลา นับแต่นั้นมา อิทธิพลของกลุ่ม FNLA ลดลงอย่างมากเพราะมหาอำนาจตะวันตกหันไปสนับสนุนกลุ่ม UNITA มากกว่า 
 
แองโกลาภายใต้การบริหารของกลุ่ม MPLA ซึ่งนำโดยนายเนโต จัดตั้งรัฐในแบบสังคมนิยม (Marxism-Leninism) ที่มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว เมื่อประธานาธิบดีเนโตเสียชีวิตในปี 2522 นายโฆเซ่ เอดูอาร์โด ดอส ซานโตส (Jose Eduardo dos Santos) เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2522 และมีนโยบายแบบสังคมนิยมที่อ่อนลง 
 
MPLA ด้วยการสนับสนุนอาวุธและกำลังทหารจากโซเวียตและคิวบา ทำสงครามกับ UNITA ที่ได้รับการสนับสนุนกำลังทหารจากแอฟริกาใต้ โดย MPLA สามารถยึดครองนครหลวงและเมืองสำคัญต่าง ๆ ไว้ได้ ในขณะที่ UNITA ควบคุมจังหวัดบริเวณรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังสนับสนุนกลุ่ม UNITA ผ่านประธานาธิบดีเซเซ่ เซโก โมบูตู (Sese Seko Mobutu) ของซาอีร์ (Zaire) (ปัจจุบันคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) ซึ่งช่วยให้กลุ่ม UNITA สามารถรักษาพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งแร่เพชรที่อุดมสมบูรณ์ 
 
สหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการเจรจาให้นามิเบียได้รับเอกราชจากแอฟริกาใต้เมื่อเดือนธันวาคม 2531 ซึ่งส่งผลให้กองกำลังของแอฟริกาใต้และคิวบาถอนออกจากแองโกลา ต่อมา MPLA และ UNITA ได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่เมืองบิซเซส (Bicesse) ของโปรตุเกสเมื่อเดือนพฤษภาคม 2534 เพื่อยุติการสู้รบและเปลี่ยนสถานะเป็นพรรคการเมืองเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง 
 
การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 กันยายน 2535 ผลปรากฏว่า นายซานโตสและพรรค MPLA ชนะการเลือกตั้ง แต่นายซาวิมบิ ผู้นำพรรค UNITA ไม่ยอมรับและกล่าวหาว่า รัฐบาลโกงการเลือกตั้ง จึงหันหลับเข้าสู่การสู้รบอีกครั้ง และนับเป็นการสู้รบครั้งที่มีการสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์แองโกลา ส่งผลให้สหประชาชาติมีมติคว่ำบาตรทางอาวุธและวัสดุเชื้อเพลิงกับ UNITA ในปี 2536 
 
ภายหลังการสู้รบและความพยายามในการเจรจาเป็นเวลากว่า 1 ปี ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่กรุงลูซากา (Lusaka Protocol) ประเทศแซมเบีย แต่การบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวถูกบิดเบือนและเลื่อนเวลาออกไป จนถูกยกเลิกเมื่อเดือนธันวาคม 2541 แต่ด้วยความได้เปรียบของฝ่ายรัฐบาล MPLA ที่ใช้รายได้จากน้ำมันในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์และสนับสนุนการสู้รบ จนในที่สุด ฝ่ายรัฐบาลสามารถสังหารนายซาวิมบิ ผู้นำกลุ่ม UNITA เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 UNITA อ่อนกำลังลงไปและเป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2545 สงครามกลางเมืองของแองโกลาจึงสงบลงและหันมาฟื้นฟูประเทศทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ 
 
การบริหารประเทศของประธานาธิบดีซานโตสและพรรค MPLA เน้นการควบคุมสื่อและเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน ประธานาธิบดีซานโตสได้พยายามสร้างเครือข่ายอำนาจให้แก่ตนเองโดยอาศัยระบบอุปถัมถ์ (patronage network) และการควบคุมจากส่วนกลางเป็นพื้นฐาน ในขณะเดียวกัน พรรคฝ่ายค้าน UNITA ขาดเอกภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายในของพรรค จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถผูกขาดการบริหารประเทศได้ในทุกระดับ 
 
แองโกลาจัดให้มีการเลือกตั้งฝ่ายนิติบัญญัติอีกครั้งเมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2551 โดยพรรครัฐบาล MPLA ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 81.8 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพรรครัฐบาล MPLA และประธานาธิบดีซานโตส จนเป็นที่วิเคราะห์กันว่า พรรค MPLA ใช้ข้อได้เปรียบที่ตนเป็นผู้กุมอำนาจรัฐและใช้งบประมาณที่ได้จากทรัพยากรน้ำมัน ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เดิมมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2552 คาดว่า ประธานาธิบดีซานโตส ซึ่งครองอำนาจการเมืองมากกว่า 30 ปี จะชนะการเลือกตั้งดังกล่าวอีกครั้ง แต่ปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งเมื่อใด 
 
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553 รัฐสภาแองโกลาลงมติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การยกเลิกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและการตั้งตำแหน่งรองประธานาธิบดีขึ้นแทน การเปลี่ยนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงจากประชาชนเป็นการแต่งตั้งประธานาธิบดีโดยสมาชิกรัฐสภาของแองโกลา และการกำหนดวาระของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ให้ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี และได้ไม่เกิน 2 วาระ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในปี 2555 
 
นโยบายต่างประเทศ 
 
ความสัมพันธ์กับประเทศในโลกตะวันตก 
ในอดีต รัฐบาลประเทศตะวันตกต่างไม่ให้การรับรองรัฐบาลของนายซานโตส เนื่องจากความไม่โปร่งใสในการบริหารประเทศ อีกทั้ง รัฐบาลของนายซานโตสยังรับการสนับสนุนด้านอาวุธจากสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็นและช่วงการทำสงครามกลางเมืองกับกลุ่ม UNITA อย่างไรก็ดี ปัจจุบันรัฐบาลแองโกลาได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านการเมืองและการต่างประเทศใหม่ โดยคำนึงถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของ UNITA ในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ และเน้นการดำเนินโยบายต่างประเทศที่โปร่งใสและคำนึงถึงผลในทางปฏิบัติ (Pragmatic and Transparent Diplomacy) ทั้งนี้ แองโกลามีท่าทีที่ชัดเจนในการสนับสนุนหลักการอยู่ร่วมกันโดยสันติ การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และการละเว้นการใช้กำลังในการยุติข้อพิพาท โดยเฉพาะภายหลังปี 2539 ที่แองโกลาค้นพบบ่อน้ำมันแหล่งใหม่ในน้ำลึก เป็นเวลาเดียวกันกับที่สหรัฐอเมริกาต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก จึงเริ่มมีท่าทีผ่อนปรนและเป็นมิตรกับแองโกลามากยิ่งขึ้น 
 
ความสัมพันธ์กับจีน
จีนมีบทบาททางเศรษฐกิจในแองโกลามาก รองจากสหรัฐฯ โดยรัฐบาลจีนให้สินเชื่อแก่แองโกลาเป็นวงเงินประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารและระบบโครงสร้างพื้นฐาน นับตั้งแต่ปี 2549 ปริมาณน้ำมันที่จีนนำเข้าจากแองโกลาได้ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าการนำเข้าจากแหล่งอื่นทั้งหมด (ที่ผ่านมา อิหร่านและซาอุดิอาระเบียเคยเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบที่สำคัญของจีน) จีนนับเป็นประเทศในเอเชียที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับแองโกลามากที่สุด โดยในขณะนี้ ได้มีนักธุรกิจจีนจำนวนมากเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง การสื่อสารโทรคมนาคม การค้า พลังงานและเหมืองแร่ ในขณะเดียวกันอินเดียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งจากเอเชียที่กำลังเริ่มขยายการลงทุนเข้าไปในแองโกลา 
 
ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
ในอดีตแองโกลาและแอฟริกาใต้ได้แข่งขันที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้เสมอมา อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีซานโตสของแองโกลากับประธานาธิบดีทาโบ อึมเบกิ (Thabo Mbeki) ของแอฟริกาใต้ไม่ราบรื่นเท่าใดนัก เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันในการแก้ไขปัญหาสงครามกลางเมืองในแองโกลา โดยนายซานโตสสนับสนุนการใช้กำลัง ในขณะที่นายอึมเบกิสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง แองโกลามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเคยประสบความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยให้ยูกันดาถอนกองกำลังออกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  18 ธันวาคม 2557

 Update 28 กันยายน 2560

 

  • Pres.

  Jose Eduardo DOS SANTOS

  • Vice Pres.

  Manuel Domingos VICENTE

  • Min. of Agriculture

   Marcos Alexandre NHUNGA

  • Min. of Commerce

   Rosa Escorcio PACAVIRA DE MATOS

  • Min. of Culture

   Rosa Maria MARTINS DA CRUZ E SILVA

  • Min. of Defense

   Joao Manuel Goncalves LOURENCO

  • Min. of Economy

   Abraao Pio dos Santos GOURGEL

  • Min. of Education

   Mpinda SIMAO

  • Min. of Energy & Water

  Joao Baptista BORGES

  • Min. of Environment

  Maria de Fatima Monteiro JARDIM

  • Min. of External Relations

  Georges Rebelo CHIKOTI

  • Min. of Family & Women Promotion

  Maria Felomena de Fatima Lobao TELO DELGADO

  • Min. of Finance

   Augusto Archer de SOUSA MANGUEIRA

  • Min. of Fisheries

   Victoria Christopher Francisco Lopes de Barros NETO

  • Min. of Former Combatants & Veterans of War

  Candido Pereira dos Santos VAN DUNEM , Maj. Gen.

  • Min. of Geology, Mines, & Industry

   Manuel Francisco QUEIROS

  • Min. of Health

  Jose Vieira DIAS VAN-DUNEM

  • Min. of Higher Education

  Adao do NASCIMENTO

  • Min. of Hotels & Tourism

  Pedro MUTINDE

  • Min. of Industry

   Bernarda Goncalves Martins Henriques DA SILVA

  • Min. of Interior

  Angelo de Barros Veiga TAVARES

  • Min. of Justice & Human Rights

  Rui Jorge Carneiro MANGUEIRA

  • Min. of Parliamentary Affairs

   Rosa Luis de Sousa MICOLO

  • Min. of Petroleum

   Jose Maria Botelho de VASCONCELOS

  • Min. of Planning

  Job GRACA

  • Min. of Public Admin., Employment, & Social Security

   Antonio Domingos da Costa Pitra NETO

  • Min. of Science & Technology

  Maria Candida TEIXEIRA

  • Min. of Social Communication

  Jose Luis DE MATOS

  • Min. of Telecommunications & Information Technology

  Jose Carvalho DA ROCHA

  • Min. of Territorial Admin.

  Bornito de Sousa Baltazar DIOGO

  • Min. of Transport

  Augusto da Silva TOMAS

  • Min. of Urbanism & Housing

  Jose Antonio Maria DA CONCEICAO E SILVA

  • Min. of Welfare & Social Reintegration

  Joao Baptista KUSSUMUA

  • Min. of Youth & Sports

  Goncalves Manuel MUANDUMBA

  • Min. in the Office of the Presidency, Civil Affairs

   Edeltrudes Mauricio Fernandes GASPAR DA COSTA

  • Min. in the Office of the Presidency, Military Affairs

   Manuel Helder "Kopelipa" VIEIRA DIAS

  • Sec. of the Council of Ministers

   Frederico Manuel dos Santos e Silva CARDOSO

  • Governor, National Bank of Angola

  Jose de Lima MASSANO

  • Ambassador to the US

  Agostinho NETO

  • Permanent Representative to the UN, New York

  Ismael Abraao GASPAR MARTINS

ที่มา:https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/AO.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

187.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

6,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

0% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 10.2%
  • ภาคอุตสาหกรรม 61.4%
  • ภาคการบริการ 28.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

32.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

ผลผลิตทางการเกษตร

กล้วย อ้อย กาแฟ ปปอไซซัล ข้าวโพด ฝ้าย มันสำปะหลัง ยาสูบ ผัก พืชจำพวกกล้วย ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากป่า ปลา

อุตสาหกรรม

ปิโตรเลียม เพชร สินแร่เหล็ก ฟอร์สเฟต แร่หินฟันม้า บอกไซต์ ยูเรเนียม ทองคำ ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้า แปรรูปปลา แปรรูปอาหาร การกลั่นเบียร์ ผลิตภัณฑ์จากยาสูบ น้ำตาล สิ่งทอ ซ่อมเรือ

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

0.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

57.4% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 4.166 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

30.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

น้ำมันดิบ เพชร น้ำมันปิโตรเลียม กาแฟ ป่านศรนารายณ์ ผลิตภัณฑ์ปลา ไม้ ฝ้าย

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 44.5%, India 8.9%, US 7.8%, Spain 6.3%, France 4.5%, South Africa 4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

19.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรกล อุปกรณ์ไฟฟ้า ยานพาหนะและชิ้นส่วน ยารักษาโรค อาหาร สิ่งทอ อุปกรณ์ทางการทหาร

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 22.4%, Portugal 14%, South Korea 11.2%, US 7%, UK 4.2%, France 4.1%, South Africa 4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

kwanza (AOA)

สัญลักษณ์เงิน

AOA

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

98.15 ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ. 2557)

 

เศรษฐกิจ
 
แองโกลาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 1 ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา (Sub-Saharan Africa) และยังมีการสำรวจพบน้ำมันแหล่งใหม่ ๆ นอกชายฝั่งในแองโกลาอย่างต่อเนื่อง โดยผลผลิตน้ำมันมีมูลค่าเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 40 ของ GDP และทำรายได้ให้แก่รัฐบาลประมาณร้อยละ 90 ของรายได้ทั้งหมด ในขณะนี้ ผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดจากแองโกลาคือ สหรัฐอเมริกาและจีน โดยบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ คือ ExxonMobil ได้เข้าไปตั้งฐานการผลิตในแองโกลา 
 
เพชร เป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้แก่แองโกลาเป็นลำดับที่ 2 รองจากน้ำมัน แองโกลาเป็นผู้ผลิต เพชรดิบรายใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก แองโกลามีบ่อเพชรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบัน ผลิตได้ปีละ  9 แสนกะรัต (ในช่วงก่อนสงครามกลางเมือง แองโกลาสามารถผลิตเพชรได้ปีละประมาณ 2 ล้านกะรัต) แองโกลาไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกของบริษัท DeBeers ธุรกิจเพชรภายในประเทศดำเนินการโดยรัฐบาลและเอกชนของแองโกลาเอง โดยเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติเข้าไปร่วมลงทุนด้วย 
 
ภาคเกษตรกรรม
แองโกลาเคยเป็นประเทศที่สามารถผลิตผลผลิตทางการเกษตรได้มากประเทศหนึ่งของ แอฟริกา (เคยผลิตกาแฟได้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก) แต่ภาวะการสู้รบและกับระเบิดที่ฝังอยู่อย่างกระจัดกระจาย ทำให้แองโกลาประสบปัญหาขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการทำการเกษตร เช่น แหล่งน้ำ ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ภายในแองโกลามีแนวโน้มที่จะดีขึ้น โดยบริษัทต่างชาติหลายบริษัทเริ่มเข้าไปมีความสนใจในการทำธุรกิจเพาะปลูก อ้อยและฝ้ายขนาดใหญ่ในแองโกลา นอกจากนี้ แองโกลายังมีศักยภาพมากในด้านการประมง ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 3 ของแองโกลา รองจากอุตสาหกรรมน้ำมันและเหมืองเพชร ขณะนี้แองโกลามีความตกลงด้านประมงกับ สเปน โปรตุเกส และอิตาลี 
 
ภาคอุตสาหกรรม
แองโกลามีการทำอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมผลิตอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง โลหะ ผงซักฟอก ยาสูบ จักรยานยนต์  และเคมีภัณฑ์ โดยอุตสาหกรรมของแองโกลาจะรวมตัวอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงลูอันดา (Luanda)  เมืองโลบิโต (Lobito) และเมืองฮูอัมโบ (Huambo)
 


ความสัมพันธ์ทั่วไป 
การทูต 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแองโกลาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมแองโกลา เอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐแองโกลาคนปัจจุบันคือ นายนนทศิริ บุรณศิริ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย และแองโกลาได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแองโกลาประจำประเทศอินเดีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแองโกลาประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นายอันโตนิโอ เด คอสตา เฟร์นานเดส (Antonio de Costa Fernandes) 
 
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ราบรื่นและมีความใกล้ชิดในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ในระยะหลัง ฝ่ายแองโกลาเล็งเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของไทย จึงให้ความสนใจกับไทยมากขึ้น นับแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2552 กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้จัดคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงและภาคเอกชนไทยเยือนแองโกลา และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เริ่มมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและจัดกิจกรรมระหว่างกันมากขึ้น 
 
เศรษฐกิจ 
การค้า 
การค้าของไทยกับแองโกลามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543-2550 โดยในช่วงปี 2543-2545 ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า เนื่องจากไทยนำเข้าสัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปจากแองโกลาจำนวนมาก แต่ในปี 2546-2547 ไทยนำเข้าลดลงและส่งสินค้าออกมากขึ้น โดยเฉพาะปี 2547 ไทยส่งออกข้าวไปแองโกลาเป็นมูลค่าถึง 2,106 ล้านบาท ทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า แต่ในปี 2548-2549 นั้น ไทยกลับมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า เนื่องจากนำเข้าน้ำมันดิบจากแองโกลาเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท 
 
ในปี 2554 ไทยและแองโกลามีมูลค่าการค้ารวม 180.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 179.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 179.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปแองโกลา อาทิ ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ส่วนสินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากแองโกลา ได้แก่ น้ำมันดิบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 
 
การลงทุน 
ยังมีการลงทุนระหว่างกันไม่มากนัก ปัจจุบัน มีบริษัท CP Intertrade เข้าไปตั้งสำนักงานที่กรุงลูอันดาเพื่อค้าข้าวและอาหารแห้ง นอกจากนั้น เป็นการซื้อสินค้าจากไทยไปขายแบบรายย่อย
 
อุปสรรคในการทำธุรกิจกับแองโกลา ได้แก่
- การเจรจาติดต่ออาจมีปัญหาเรื่องภาษา ระบบโทรศัพท์และโทรสาร การนัดหมายไม่เป็นไปตามกำหนดและไม่สามารถคาดหวังในการติดต่อได้ ต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายและกลุ่มอิทธิพลในแองโกลาซึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวโยงใยกับประธานาธิบดี
- คนแองโกลาอาจไม่มีระเบียบวินัย ไม่รักษาคำพูด และมีเล่ห์เหลี่ยม
- การขนส่งสินค้าล่าช้าเพราะท่าเรือไม่เพียงพอและมีปัญหาการลักขโมยสินค้าในตู้สินค้า
- ความไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัยในกรุงลูอันดา 
 
การท่องเที่ยว 
ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวชาวแองโกลาเดินทางมาไทยจำนวน 1,930 คน และมีคนไทยอาศัยอยู่ในแองโกลาจำนวน 2 คน เป็นคู่สมรสของชาวต่างชาติในแองโกลา 
 
ความร่วมมือทางวิชาการ 
ปัจจุบัน แองโกลากำลังเร่งพัฒนาประเทศอย่างเร่งด่วน จึงต้องการเรียนรู้ Best Practice ด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการจัดการโครงสร้างสาธารณูปโภค การกำจัดของเสีย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาแหล่งพลังงานพื้นฐาน แองโกลาชื่นชมไทยในฐานะที่เป็นประเทศตัวอย่างของการพัฒนา ด้วยสภาพภูมิอากาศที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และแองโกลามีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่ยังคงขาดความรู้และเทคโลยีที่จำเป็นต่อการเกษตรกรรม ไทยจึงเป็นประเทศที่แองโกลาให้ความสำคัญในการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ด้านการพัฒนาด้วย 
 
ที่ผ่านมา แองโกลาเคยส่งผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงอุตสาหกรรม มาศึกษาดูงานด้านการกำจัดกาก ของเสียและการจัดการระบบรีไซเคิลกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2551 หลังจากนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมแองโกลาได้เชิญผู้เชี่ยวชาญไทยไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ด้านการรีไซเคิลขยะที่กรุงลูอันดาด้วย และล่าสุด  แองโกลาส่งผู้แทนเข้าร่วมการศึกษาดูงานภายใต้โครงการบัวแก้วสัมพันธ์ประจำปี 2552 ของไทย โดยเน้นสาขาการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 1-8 กันยายน 2552 
 
ตั้งแต่เมื่อปี 2548 แองโกลาเป็นประเทศหนึ่งที่รัฐบาลไทยเสนอให้ทุนฝึกอบรมภายใต้โครงการหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course – AITC) แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้แทนจากแองโกลาเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 
 
ความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ 
ไทยและแองโกลาได้แลกเสียงสนับสนุนซึ่งกันและกันในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council - HRC) วาระปี ค.ศ.2010-2013 
 
ความตกลงที่สำคัญกับไทย
 
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว
ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแองโกลาร่วมลงนามเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เวลา 8.00 น. ที่กรุงเทพฯ)
 
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางศุลกากร
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิชาการ วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-แองโกลา
- ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ 
 
การแลกเปลี่ยนการเยือน 
ฝ่ายไทย 
พระราชวงศ์ 
ไม่มีการเสด็จฯ เยือน 
 
นายกรัฐมนตรี / คณะรัฐมนตรี / เจ้าหน้าที่ระดับสูง    
วันที่ 2-5 สิงหาคม 2552 นางจิตริยา ปิ่นทอง รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะ Focus Group ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เยือนสาธารณรัฐแองโกลา 
 
ฝ่ายแองโกลา 
ประธานาธิบดี / นายกรัฐมนตรี / คณะรัฐมนตรี 
 
- วันที่ 13 -15 ตุลาคม 2544 นายจอร์จ เรเบโล ปินโต ชิโกติ (Dr. George Rebelo Pinto Chikoti) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะเยือนไทยอย่างเป็นทางการ 
 
- วันที่ 28-30 สิงหาคม 2548 นายอาเบรา ปิโอ ดอส เจอเคล (Abraao Pio dos Santos Gourgel) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะนักธุรกิจเยือนไทย และได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสาธิต ศิริรังคมานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 
 
- วันที่ 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2553 นายกูอัลเตอร์ ดอส เรเมดิออส อินโนเซนซิโอ (Gualter dos Remedios Inocencio) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงปิโตรเลียม และคณะ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน 
 
- วันที่ 27 มีนาคม – 1 เมษายน 2553 นายเจา มานูเอล กอนคัลเวส โลเรนโค (Joao Manuel Goncalves Lourenco) รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 122 ที่กรุงเทพฯ 
 
- วันที่ 14-16 พฤษภาคม 2555 นาย Jose Maria Botelho de Vasconcelos รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแองโกลา และคณะ เยือนไทยเพื่อลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง 
 
 
 

ที่มา: กองเอเชียใต้ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - อังโกลา                      
มูลค่าการค้า 423.25 605.42 338.06 338.06 320.81 -21.02 43.04 -44.16 -44.16 -5.10
การส่งออก 231.34 282.29 182.33 182.33 155.41 13.43 22.03 -35.41 -35.41 -14.77
การนำเข้า 191.92 323.12 155.73 155.73 165.40 -42.19 68.36 -51.80 -51.80 6.21
ดุลการค้า 39.42 -40.83 26.60 26.60 -9.98            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ข้าว 122.2 167.2 131.9 131.9 125.7 35.71 36.77 -21.11 -21.11 -4.70
2 เม็ดพลาสติก 11.2 16.5 13.1 13.1 10.6 7.65 46.56 -20.43 -20.43 -19.41
3 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 30.4 28.9 8.3 8.3 5.8 3.46 -4.73 -71.18 -71.18 -30.17
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 9.8 30.2 11.6 11.6 2.9 -35.13 209.12 -61.74 -61.74 -74.78
5 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 7.8 4.5 2.6 2.6 2.2 61.30 -41.96 -41.80 -41.80 -16.91
6 ปูนซิเมนต์ - - - - 1.7 - - - - -
7 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 4.6 1.3 0.2 0.2 1.1 268.28 -72.33 -81.11 -81.11 342.16
8 ผลิตภัณฑ์ยาง 1.7 2.0 0.7 0.7 0.8 98.45 17.97 -63.82 -63.82 6.91
9 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2.1 0.1 0.2 0.2 0.5 -65.06 -95.24 144.90 144.90 99.19
10 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 1.8 2.4 0.9 0.9 0.5 7.18 34.46 -59.88 -59.88 -52.11
รวม 10 รายการ 191.6 253.0 169.7 169.7 151.6 20.06 32.09 -32.94 -32.94 -10.63
อื่นๆ 39.8 29.3 12.7 12.7 3.8 -10.39 -26.43 -56.73 -56.73 -70.21
รวมทั้งสิ้น 231.3 282.3 182.3 182.3 155.4 13.43 22.03 -35.41 -35.41 -14.77

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 น้ำมันดิบ 189.6 317.6 135.7 135.7 160.3 -42.51 67.52 -57.27 -57.27 18.13
2 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 0.8 3.6 5.4 5.4 4.8 628.66 324.87 49.87 49.87 -10.91
3 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 1.5 1.9 0.0 0.0 0.2 -26.35 30.35 -99.96 -99.96 32,142.86
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -63.16 -42.86 -50.00 -50.00 16,550.00
5 ผลิตภัณฑ์โลหะ - - 0.4 0.4 0.0 -100.00 - - - -94.71
6 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - -96.00 -96.00 3,700.00
7 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ - 0.0 0.0 0.0 0.0 -100.00 - 20.00 20.00 450.00
8 สินค้าทุนอื่น ๆ - - 0.0 0.0 0.0 - - - - 1,550.00
9 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ - - - - 0.0 - - - - -
10 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ - - 0.0 0.0 0.0 -100.00 - - - 157.14
รวม 10 รายการ 191.9 323.1 141.5 141.5 165.4 -42.18 68.36 -56.21 -56.21 16.88
อื่นๆ 0.0 0.0 14.2 14.2 0.0 -90.28 70.83 173,419.51 173,419.51 -99.96
รวมทั้งสิ้น 191.9 323.1 155.7 155.7 165.4 -42.19 68.36 -51.80 -51.80 6.21

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

ที่อยู่

The Embassy of the Republic of Angola

5 Poorvi Marg,
Vasant Vihar
New Delhi - 110057
The Republic of India

Tel: (91-11) - 26146197/ 26146195

Fax: (91-11) 26146190/ 26146184

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: http://www.angolaembassyindia.org

 

 

JoomSpirit