สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย

Mauri-flag Mauri-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย หรือ Islamic Republic of Mauritania

ที่ตั้ง

ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างประเทศเซเนกัลและทะเลทรายซาฮาราตะวันตก

พื้นที่

1,030,700 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,030,400 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 300 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนยาว 5,074 กิโลเมตร ด้านเหนือติดดินแดน Western Sahara และแอลจีเรีย ( 463 กิโลเมตร) ด้านใต้ติดเซเนกัล และมาลี (2,237 กิโลเมตร) ด้านตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ด้านตะวันออกติดมาลี

สภาพภูมิประเทศ

เกือบทั้งประเทศมีลักษณะขาดแคลน แห้งแล้ง กันดาร

สภาพภูมิอากาศ

อากาศแบบเขตร้อน โดยทั่วไปอากาศแห้งแล้ง ในเขตใกล้ชายฝั่งพอมีฝนตกบ้างในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน

ทรัพยากรธรรมชาติ

สินแร่เหล็ก ยิปซัม ทองแดง ฟอร์สเฟต เพชร ทองคำ น้ำมัน ปลา

ภัยธรรมชาติ

ลมร้อนอบอ้าวพัดมาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เกิดความแห้งแล้งเป็นระยะ

จำนวนประชากร

3,596,702 ล้านคน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.23% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Mauritanian (s)

เชื้อชาติ

ชาวมัวร์ผิวดำ 40% ชาวมัวร์ผิวขาว (Bidhan) 30% ชาวแอฟริกันผิวดำ 30%

ศาสนา

อิสลาม 100%

ภาษา

ภาษาอาระบิก และ ภาษา Wolof ภาษาต่างประเทศที่ใช้ทั่วไปคือ ภาษาฝรั่งเศส

 

รูปแบบการปกครอง

ปกครองในระบบสาธารณรัฐ มีหลายพรรคการเมือง ประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน (วาระละ 6 ปี) และเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติประกอบด้วยสภาแห่งชาติ ซึ่งได้รับเลือกโดยประชาชนและวุฒิสภาซึ่งได้รับเลือกทางอ้อม โดยผู้นำเทศบาลประจำเขตต่าง ๆ

เมืองหลวง

กรุงนูแอกชอต(Nouakchott) มีพลเมือง 550,300 คน และเป็นเมืองท่าอีกด้วย เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ เมือง Nouadhibou หรือ Port-Etienneเป็นเมืองท่าและเมืองใหญ่อันดับ 2

การแบ่งเขตการปกครอง

12 เขต และเมืองหลวง 1 แห่ง * ได้แก่ Adrar, Assaba, Brakna, Dakhlet Nouadhibou, Gorgol, Guidimaka, Hodh Ech Chargui, Hodh El Gharbi, Inchiri, Nouakchott*, Tagant, Tiris Zemmour, Trarza

วันที่ได้รับเอกราช

28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) จากฝรั่งเศส

รัฐธรรมนูญ

12 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ.1991)

ระบบกฎหมาย

เป็นกฎหมายที่ผสมผสานกันระหว่างกฎหมายอิสลามและประมวลกฎหมายฝรั่งเศส

mauritania-political-map

 

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
 
- ดินแดนมอริเตเนียประกอบด้วยชนเผ่าเบอร์เบอร์ (Berber) แขกมัวร์ และชนเผ่าเร่ร่อนหลายเผ่า มีการอพยพและเดินทางของกลุ่มชนต่าง ๆ ทั้งที่มาจากดินแดนซาฮารา ตะวันออกกลาง และจากภูมิภาคอื่น ๆ ของแอฟริกา (ผิวดำ)
 
- ฝรั่งเศสเข้ายึดครองดินแดนมอริเตเนียในคริสตศตวรรษที่ 19 และดินแดนมอริเตเนียถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2447 (ค.ศ. 1904) และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมฝรั่งเศสในแอฟริกาตะวันตกในปี 2463 (ค.ศ. 1920) จนกระทั่งได้รับเอกราชในปี 2503 (ค.ศ. 1960)
 
การเมืองการปกครอง
 
- มอริเตเนียมีการปกครองในระบบประธานาธิบดีโดยใช้รูปแบบของฝรั่งเศส โดยประธานาธิบดีแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ด้านนิติบัญญัติประกอบด้วยสองสภา ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีสมาชิก 81 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และสภาสูงมีสมาชิก 56 คน มาจากการคัดเลือกโดยสมาชิกสภาเทศบาล และด้านตุลาการยึดกฎหมายอิสลามเป็นหลักสำหรับเรื่องสังคมและครอบครัว และยึดกฎหมายแบบตะวันตกสำหรับเรื่องคดีการค้าและคดีอาญาบางประเภท มอริเตเนียแบ่งออกเป็น 12 ภูมิภาค (wilaya) และ 
อีก 1 เขตเมืองหลวง
 
- ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของมอริเตเนีย คือ นาย Mohamed Ould Abdel Aziz ซึ่งเข้าสู่อำนาจ 
โดยการรัฐประหารเมื่อปี 2551 (ค.ศ. 2008) อย่างไรก็ดี การก่อรัฐประหารครั้งนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ โดยหลายประเทศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับมอริเตเนียและยกเลิกโครงการช่วยเหลือ อาทิ แอลจีเรีย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศสและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ต่อมาในปี 2552 (ค.ศ. 2009) 
การเจรจาระหว่างคณะรัฐประหารกับฝ่ายต่อต้านการก่อรัฐประหารทั้งในและนอกประเทศเปิดทางให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ ซึ่งนายพลโมฮัมเหม็ด อูลด์ อับเดล อาซิซ ลาออกจากตำแหน่งทางการทหารและลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะพลเรือน และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2552 (ค.ศ. 2509) ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 52 และปกครองประเทศจนถึงปัจจุบัน
 
นโยบายต่างประเทศ
 
มอริเตเนียเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ทำให้ความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นไปในลักษณะความร่วมมือและการรับความช่วยเหลือทั้งทางการเงินและทางวิชาการจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความช่วยเหลือจากประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกาและองค์กรระหว่างประเทศ การมีสถานะเป็น least-developed countries (LDC) ทำให้มอริเตเนียสามารถส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ไปยังสหภาพยุโรปได้โดยไม่มีกำแพงภาษี (ยกเว้นอาวุธและยุทโธปกรณ์ – ‘Everything but Arms’)
 
มอริเตเนียเป็นประเทศมุสลิมและเป็นประเทศสมาชิกองค์การการประชุมอิสลาม (Organisation of the Islamic Conference – OIC) รัฐบาลปัจจุบันของมอริเตเนียมีท่าทีสอดคล้องกับประเทศมุสลิมอื่น ๆ ในเรื่องปัญหาปาเลสไตน์ การคัดค้านการเชื่อมโยงศาสนาอิสลามเข้ากับการก่อการร้าย และการหวาดกลัวศาสนาอิสลาม (Islamophobia) โดยมอริเตเนียสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายด้วยการเสริมสร้างความเป็นธรรมทางสังคม การพัฒนาเยาวชน การสร้างงานและรายได้การศึกษาและการพัฒนาประเทศ
 
มอริเตเนียเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายในภูมิภาคโดยกลุ่มอัล-กออิดะฮ์ (Al-Qaeda in the Islamic Maghreb – AQIM) จึงมีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายกับประเทศยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา
 
ความมั่นคงในภูมิภาคเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมอริเตเนีย ซึ่งหากประเทศในภูมิภาคสามารถรวมตัวกันได้ก็จะเป็นประโยชน์กับมอริเตเนียเพราะทรัพยากรและการพัฒนาจะไหลเข้าสู่มอริเตเนียด้วย แต่ความร่วมมือในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ อาทิ สหภาพอาหรับมาเกร็บ (Arab-Maghreb Union หรือ UMA) ซึ่งประกอบด้วยโมร็อกโก แอลจีเรีย ตูนิเซีย ลิเบียและมอริเตเนีย กลับไม่สามารถขับเคลื่อนได้เนื่องจากประเทศสมาชิกมีความขัดแย้งระหว่างกัน โดยเฉพาะโมร็อกโกกับแอลจีเรียในประเด็นดินแดนซาฮาราตะวันตก (ซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับภาคเหนือของมอริเตเนีย)

 

ความสำคัญในภูมิภาคและในเวทีระหว่างประเทศ

มอริเตเนียตั้งอยู่ใกล้ประเทศ sub-sahara ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนเชื้อชาติอาหรับกับชนชาติแอฟริกันดำภายในมอริเตเนียได้ทำให้มอริเตเนียหันไปใกล้ชิดกับประเทศอาหรับเพื่อนบ้านมากขึ้น ในด้านเศรษฐกิจมอริเตเนียจัดว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ เนื่องจากมอริเตเนียมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำ และมีปัญหาหนี้สินต่างประเทศเรื้อรัง เพราะต้องนำเข้าน้ำมันและอาหารจากต่างประเทศทุกปี แต่มีรายได้จากการส่งออกไม่แน่นอน

ในขณะนี้ มอริเตเนียมีการสำรวจพบน้ำมันสำรองนอกชายฝั่ง และได้เริ่มทำการผลิตน้ำมันตั้งแต่เดือน ก.พ. 2549 (2006) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 แต่เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคทำให้ผลิตน้ำมันได้น้อยลงกว่าที่คาดไว้ จึงทำให้อัตราการเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติเป็นเพียงร้อยละ 11.2 ซึ่งยังนับว่าเป็นอัตราที่ดีอยู่

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2559

 

  • Pres.
    Mohamed Ould Abdel AZIZ
  • Prime Min.
    Yahya Ould HADEMINE
  • Min. of Agriculture
    Lemine Mint MEMA
  • Min. of Commerce, Industry, & Tourism
    Naha Mint Hamdi Ould MOUKNASS
  • Min. of Communications & Relations With Parliament
    Izidbih Ould Mohamed MAHMOUD
  • Min. of Culture & Handicraft
    Hindou Mint AININA
  • Min. of Economics & Development
    Sidi Ould TAH
  • Min. of Education
    Isselmou Ould SID'EL MOCTAR
  • Min. of Employment, Vocational Training, & New Technologies
    Dia Moktar MALAL
  • Min. of Energy, Oil, & Mines
    Mohamed Salem Ould BECHIR
  • Min. of Environment & Sustainable Development
    Amedi CAMARA
  • Min. of Equipment & Transport
    Ahmed Salem Ould ABDERRAOUF
  • Min. of Finance
    Mokhtar Ould DIAY
  • Min. of Fisheries & Maritime Economy
    Nany Ould CHROUGHA
  • Min. of Foreign Affairs & Cooperation
    Isselkou Ould Ahmed IZID BIH
  • Min. of Habitat, Urban Affairs, & Territorial Admin.
    Amal Mint MAOULOUD
  • Min. of Health
    Boubacar KANE, Dr.
  • Min. of Higher Education & Scientific Research
    Sidi Ould SALEM
  • Min. of Interior & Decentralization
    Ahmedou Ould ABDALLAH
  • Min. of Islamic Affairs & Religious Education
    Ahmed Ould Ehil DAOUD
  • Min. of Justice
    Sidi Ould ZEINE
  • Min. of Livestock
    Fatma Vall Mint SOUEINAE
  • Min. of National Defense
    Diallo Amadou BATHIA
  • Min. of Public Services & Admin. Modernization
    Seydina Aly Ould Mohamed KHOUNA
  • Min. of Relations With Parliament
    Mohamed Lemine Ould CHEIKH
  • Min. of Social Affairs
    Fatma Mint HABIB , Dr.
  • Min. of Water & Sanitation
    Mohamed Abdallahi Ould OUDAA
  • Min. of Youth & Sports
    Coumba BA
  • Min. of Sec. Gen. of the Govt.
    Zeinebou Mint Ely SALEM
  • Min.-Del. to the Min. of Foreign Affairs & Cooperation in Charge of Maghreb & African Affairs & Mauritanians Abroad
    Khadijetou Mbareck FALL
  • Ambassador to the US
     
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Mohamed Lemine EL HAYCEN

  ที่มา : https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/MR.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

16.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายบุคคล

4,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

1.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 23.2%
  • ภาคอุตสาหกรรม 37.4%
  • ภาคการบริการ 39.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการว่างงาน

31% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)


อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

อินทผลัม ธัญพืช ข้าวฟ่าง ข้าว ปศุสัตว์ แกะ

อุตสาหกรรม

การแปรรูปปลา ทำเหมืองสินแร่เหล็กและยิปซัม

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-917 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการส่งออก

1.705 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้าส่งออก

แร่เหล็ก ปลา และผลิตผลประมงน่านน้ำของมอริเตเนียมีปลาชุกชุมที่สุดในโลก

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 32.7%, Switzerland 11.1%, Spain 8.6%, Italy 6.7%, Cote dIvoire 6.6%, Japan 5.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

2.142 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สินค้าทุน อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 25.5%, Algeria 8.4%, France 6.3%, Morocco 5.1%, Spain 4.8%, Brazil 4.5%, US 4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Ouguiya

สัญลักษณ์เงิน

MRO

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ไม่มีข้อมูล

 

ประชากรของมอริเตเนียส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและยังคงพึ่งพาการเกษตรกรรมและปศุสัตว์ แม้ว่าวิถีชีวิตแบบชนเผ่าเร่ร่อนจะยังคงอยู่ แต่ด้วยวิกฤติความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ชาวมอริเตเนียจึงเข้ามาทำงานในเมืองมากขึ้น
มอริเตเนียพึ่งพารายได้จากการส่งออกอาหารทะเล เนื่องจากชายฝั่งมอริเตเนียเป็นแหล่งประมงน้ำเค็มที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่กระนั้น มอริเตเนียก็ยังนำเข้าอาหารมากกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณความต้องการอาหารในประเทศ
 
มอริเตเนียยังมีแร่เหล็กมาก เหล็ก และเหล็กกล้าจึงเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอีกอย่างหนึ่งของประเทศ แต่อุปสงค์ของโลกที่ลดลงทำให้ต้องมีการลดการผลิต
 
ในปี 2544 (ค.ศ. 2001) ได้มีการค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง (แหล่ง Chinguetti) ที่มีศักยภาพพอที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยคาดว่าจะทำรายได้มากถึง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับหนึ่งในสี่ของงบประมาณของประเทศ
 
ทรัพยากรธรรมชาติ  แร่เหล็ก ยิปซั่ม ทองแดง ฟอสเฟต เพชร ทอง น้ำมัน ปลา 
 
อุตสาหกรรมหลัก  การแปรรูปปลา การผลิตน้ำมัน การทำเหมืองแร่เหล็ก, ทอง และทองแดง ยิปซั่ม 
 
 
สังคมและวัฒนธรรม
 
มอริเตเนียมีประชากรประมาณ 3.5 ล้านคน (พ.ศ. 2555) ประชากรของมอริเตเนียประกอบด้วยลูกผสมแขกมัวร์และแอฟริกันผิวดำร้อยละ 40 แขกมัวร์ร้อยละ 30 แอฟริกันผิวดำร้อยละ 29 และประมาณ 
ร้อยละ 1 เป็นผู้ที่มีเชื้อสายฝรั่งเศสหรือสเปน ประชากรเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่
 
ลักษณะสำคัญของสังคมมอริเตเนีย ได้แก่ การคงอยู่ของระบบทาส ซึ่งถึงแม้ว่าการตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสจะนำมาซึ่งการห้ามการค้าทาส แต่ปัจจุบันยังพบว่ามากกว่าร้อยละ 20 ของประชากร หรือ 600,000 คน ยังมีสถานะเป็นทาส โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวแอฟริกันผิวดำที่นับถือศาสนาอิสลาม
 
มอริเตเนียใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ โดยมีภาษาพูลาร์ (Pulaar) โซนินเก้ (Soninke) และโวลอฟ (Wolof) เป็นภาษาประจำชาติ ส่วนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาต่างประเทศที่ใช้กันแพร่หลาย
 

 

 

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย
 
ความสัมพันธ์ทั่วไป
 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับมอริเตเนียเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2519 โดยไทยมอบหมายให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงราบัต ราชอาณาจักรโมร็อกโก ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำมอริเตเนียอีกตำแหน่งหนึ่ง (ปัจจุบัน นางกุณฑลี ประจิมทิศ) ส่วนมอริเตเนียกำลังเปลี่ยนเขตอาณาที่ดูแลไทยจากปักกิ่งเป็นโดฮา ขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยณ กรุงนูอัคชอต
 
ด้านเศรษฐกิจ
 
มอริเตเนียเป็นประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 136 ของไทย และเป็นอันดับ 28 ในภูมิภาคแอฟริกา ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2551-2555) การค้าระหว่างไทยกับมอริเตเนียมีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 38.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับมอริเตเนียมาโดยตลอด ในปี 2555 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 36.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 4.55 คิดเป็นร้อยละ 0.01 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 30.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์จากเม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องยนต์สันดาบภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ
 
สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สิ่งพิมพ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถจักรยานยนต์และรถจักรยาน แผงวงจรไฟฟ้า สินค้าทุนอื่นๆ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ
 
ไทยกับมอริเตเนียยังไม่มีการลงทุนระหว่างกัน
 
ในปี 2555 ชาวมอริเตเนียเดินทางมาไทย 243 คน ในขณะที่ไม่มีคนไทยเดินทางไปมอริเตเนีย

 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - มอริเตเนีย                      
มูลค่าการค้า 36.15 35.65 35.82 35.82 16.18 -4.55 -1.36 0.45 0.45 -54.82
การส่งออก 33.31 33.56 34.02 34.02 14.95 -6.48 0.75 1.35 1.35 -56.05
การนำเข้า 2.83 2.09 1.80 1.80 1.23 26.07 -26.21 -13.97 -13.97 -31.44
ดุลการค้า 30.48 31.47 32.22 32.22 13.72            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ข้าว 24.7 26.5 27.0 27.0 11.4 9.30 7.30 1.55 1.55 -57.85
2 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.7 1.1 1.2 1.2 1.2 -31.39 59.38 3.62 3.62 -0.47
3 เม็ดพลาสติก - - 0.3 0.3 0.7 - - - - 188.72
4 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 3.2 0.9 0.7 0.7 0.7 40.97 -72.69 -14.02 -14.02 -4.63
5 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.3 0.9 2.1 2.1 0.2 87.63 160.94 133.57 133.57 -91.58
6 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 1.0 1.0 0.7 0.7 0.1 87.24 5.49 -34.61 -34.61 -77.93
7 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 -60.77 171.80 -35.90 -35.90 19.28
8 เครื่องดื่ม 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 72.12 22.01 16.67 16.67 -22.53
9 ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 0.1 0.1 0.0 0.0 0.1 29.90 42.86 -62.56 -62.56 91.69
10 สิ่งทออื่นๆ 0.2 0.0 0.1 0.1 0.1 6.14 -78.41 224.70 224.70 -43.45
รวม 10 รายการ 30.3 30.8 32.2 32.2 14.6 10.99 1.77 4.56 4.56 -54.61
อื่นๆ 3.0 2.7 1.8 1.8 0.3 -63.78 -9.46 -34.88 -34.88 -82.19
รวมทั้งสิ้น 33.3 33.6 34.0 34.0 14.9 -6.48 0.75 1.35 1.35 -56.05
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 1,472,253.8 1,316,120.7 655,869.4 655,869.4 1,163,776.0 25.95 -10.61 -50.17 -50.17 77.44
2 แผงวงจรไฟฟ้า 3,110.8 17.0 10,480.6 10,480.6 33,491.9 ####### -99.45 ####### 61,523.12 219.56
3 เคมีภัณฑ์ - - - - 30,240.0 - - - - -
4 สิ่งพิมพ์ 7,758.6 3,106.8 3,488.4 3,488.4 3,762.8 109.76 -59.96 12.28 12.28 7.86
5 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 174.2 3,070.9 2,634.4 2,634.4 1,322.6 -98.90 ####### -14.22 -14.22 -49.79
6 ไดโอด  ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ 321.3 - - - 313.3 6.22 - - - -
7 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ - - - - 311.3 - - - - -
8 สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง - - - - 109.6 - - - - -
9 ผ้าผืน - 16.9 - - 107.9 - - - - -
10 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 109.2 6,933.3 - - 94.8 - ####### - - -
รวม 10 รายการ 1,483,728.0 1,329,265.6 672,472.7 672,472.7 1,233,530.2 24.79 -10.41 -49.41 -49.41 83.43
อื่นๆ 1,350,786.1 762,292.3 1,127,024.3 1,127,024.3 129.9 27.51 -43.57 47.85 47.85 -99.99
รวมทั้งสิ้น 2,834,514.1 2,091,557.9 1,799,497.0 1,799,497.0 1,233,660.1 26.07 -26.21 -13.96 -13.96 -31.44
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ที่อยู่

Embassy of the Islamic Republic of Mauritania

No. 9, Dong San Jie, San Li Tun,

Beijing, China


Tel: (8610) 6532 1346

Fax: (8610) 6532 1685

 

JoomSpirit