สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

algeria-flag algeria-coa
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย หรือ People's Democratic Republic of Algeria

ที่ตั้ง

แอลจีเรียตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแอฟริกา ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างโมรอคโคและตูนิเซีย

พื้นที่

2.381 ล้านตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนยาวประมาณ 6,343 กิโลเมตร ทิศตะวันออกติดกับลิเบีย (982 กิโลเมตร) และตูนีเซีย (965 กิโลเมตร) ทิศใต้ติดกับไนเจอร์ มาลี (1,376 กิโลเมตร) และมอริเตเนีย (463 กิโลเมตร) ทิศตะวันตกติดกับโมร็อกโก (1,559 กิโลเมตร) ทิศเหนือติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ความยาวชายฝั่ง 998 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและทะเลทราย มีภูเขาบ้าง มีที่ราบแคบๆ ชายฝั่ง

สภาพภูมิอากาศ

อากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ร้อนและความชื้นสูงในช่วงฤดูร้อน (พค.- กย.) อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 30-38° C ในบางครั้งอุณหภูมิในฤดูร้อนอาจสูงถึง 43° C ฤดูฝนจะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงเดือน พย.-มค. และอากาศจะเย็นในช่วง ธค.-มค. ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 22-30° C

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ สินแร่เหล็ก ฟอร์สเฟต ยูเรเนียม ดีบุก ตะกั่ว

ภัยธรรมชาติ

ดินแดนที่มีภูเขาจะเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหว นอกจากนั้นทั้งประเทศยังเสี่ยงต่อภัยที่เกิดจากน้ำท่วมและโคลนถล่มในช่วงฤดูฝน

จำนวนประชากร

39,542,166 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.84% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Algerian (s)

เชื้อชาติ

อาหรับ-บาร์เบอร์ 99% ชาวยุโรปและอื่นๆ 1%

ศาสนา

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ (นิกายสุหนี่) มีผู้นับถือประมาณ 99% ศาสนาคริสต์และยิว 1%

ภาษา

อาหรับ (ภาษาต่างประเทศที่ใช้ทั่วไปคือ ฝรั่งเศส) และภาษาถิ่นบาร์เบอร์อื่นๆ

รูปแบบการปกครอง

การปกครองแบบสาธารณรัฐ (Republic)

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งและมีวาระ 4 ปี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

แบ่งการปกครองเป็น 2 สภา ประกอบดด้วย (1) National People's Assembly หรือ Al-Majlis Al-Shabi Al-Watani มี 389 ที่นั่งมาการการเลือกตั้งและมีวาระ 5 ปี และ (2) Council of Nation (Senate) หรือวุฒิสภา มี144 ที่นั่ง ประธานาธิบดีแต่งตั้ง 1/3 ของสภา และ 2/3 มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม มีวาระประมาณ 6 ปี โดยรัฐธรรมนูญระบุให้กึ่งหนึ่งของสภาจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทุกๆ 3 ปี

ศาล

ศาลสูงสุดได้แก่ ศาลฎีกา

การแบ่งเขตการปกครอง

48 เขต ได้แก่ Adrar, Ain Defla, Ain Temouchent, Alger, Annaba, Batna, Bechar, Bejaia, Biskra, Blida, Bordj Bou Arreridj, Bouira, Boumerdes, Chlef, Constantine, Djelfa, El Bayadh, El Oued, El Tarf, Ghardaia, Guelma, Illizi, Jijel, Khenchela, Laghouat, Mascara, Medea, Mila, Mostaganem, M'Sila, Naama, Oran, Ouargla, Oum el Bouaghi, Relizane, Saida, Setif, Sidi Bel Abbes, Skikda, Souk Ahras, Tamanghasset, Tebessa, Tiaret, Tindouf, Tipaza, Tissemsilt, Tizi Ouzou, Tlemcen

วันที่ได้รับเอกราช

5 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 (ค.ศ.1962) จากประเทศฝรั่งเศส

รัฐธรรมนูญ

8 กันยายน พ.ศ. 2506 (ค.ศ.1963)

ระบบกฎหมาย

ระบบกฎหมายแบบสังคมนิยม (Socialist) มีรากฐานมาจากประมวลกฎหมายของฝรั่งเศสและกฎหมายอิสลาม ประกอบด้วยศาลสูงหลายศาล

algeria-political-map

ชนเผ่าดั้งเดิมของแอลจีเรีย คือ พวก Berber แอลจีเรียเคยอยู่ภายใต้การปกครองของพวกโรมันกว่า 500 ปี และในคริสต์ศตวรรษที่ 7 พวกอาหรับได้เข้ามายึดครองแอฟริกาเหนือ และได้เปลี่ยนศาสนาของ พวก Berber เป็นมุสลิม ต่อมา ในปี 2373 ฝรั่งเศสได้รุกรานแอลจีเรีย และถือเอาแอลจีเรียเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส ระหว่างปี 2497 - 2498 ได้มีการลุกขึ้นต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศสนำโดย Front de libération nationale (FLN) จนกลายเป็นสงครามใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน ในปี 2505 ประธานาธิบดี Charles de Gaulle ของฝรั่งเศสได้เจรจาสันติภาพกับแอลจีเรียเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2505 ซึ่งนำไปสู่การประกาศเอกราชของแอลจีเรีย ต่อมาในเดือนตุลาคม 2506 นาย Ahmed Ben Bella หัวหน้ากลุ่ม FLN ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและได้นำระบอบสังคมนิยมมาใช้ แต่ได้ถูกรัฐประหารโดย Colonel Houari Boumédiènne ในปี 2508

การเมืองการปกครอง 
 
แอลจีเรียมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว คือ พรรค FLN มาจนกระทั่งมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในเดือนธันวาคม 2534 ซึ่งมีการลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองหลายพรรค ผลปรากฎว่า พรรค Front islamique du salut (FIS) ชนะการเลือกตั้ง แต่โดยที่พรรค FIS เป็นพรรคที่สนับสนุนกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง อีกทั้งยังมีกองกำลังติดอาวุธของพรรค (Armee islamique du salut หรือ AIS) ฝ่ายทหารจึงตัดสินใจประกาศยกเลิกผลการเลือกตั้ง และสลายพรรค FIS จากนั้นได้ตั้งสภาสูงแห่งชาติ (Higher Council of State) ขึ้นบริหารประเทศเป็นการชั่วคราว และจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นใหม่ในปี 2538 ผลปรากฎว่านาย Liamine Zeroual ชนะการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรม 
 
4 ปีต่อมา ฝ่ายทหารพยายามกลับเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองอีกครั้ง โดยสนับสนุนให้นาย Abdelaziz Bouteflika ลงสมัครรับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2542 โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่น ๆ ได้ถอนตัวจากการลงสมัครก่อนหน้าวันเลือกตั้งเพียง 1 วัน 
 
ต่อมาในปี 2547 นาย Bouteflika ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 และก่อนที่นาย Bouteflika จะหมดวาระจากตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2552 นาย Bouteflika ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ผู้นำทางการเมืองสามารถดำรงตำแหน่งมากกว่า 2 สมัย ดังนั้นในเดือนเมษายน 2552 นาย Bouteflika จึงได้ลงสมัครแข่งขันในการเลือกตั้งอีกครั้งและได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน 
 
นาย Bouteflika มีนโยบายพยายามแก้ไขปัญหากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ โดยการปลดปล่อยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่กลับใจออกจากคุกและมีการนิรโทษกรรมกองกำลังติดอาวุธที่ยอมร่วมมือกับฝ่ายรัฐบาล ตามบทบัญญัติใน Charter for Peace and National Reconciliation ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนายบูเตฟลิกาเมื่อครั้งเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีใจความสาระสำคัญว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ แต่รัฐก็ยังยินดีที่จะต้อนรับผู้ที่กลับตัวกลับใจ แต่กระนั้น ก็ยังมีกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มที่ยังไม่มีท่าทียินยอมต่อรัฐบาล ได้แก่ Groupe islamique armee และ Groupe Salafiste pour la predication et le combat 
 
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่ได้รับการแก้ไขเมื่อปี 2539 กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร (Assemblee populaire nationale หรือ APN) มีสมาชิก 389 คน ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง มีวาระละ 5 ปี และมีสภาที่ปรึกษาแห่งชาติ (Conseil de la Nation หรือ CN) มีสมาชิก 144 คน โดย 96 คน ได้รับเลือกทางอ้อมจากประชาชน และประธานาธิบดีแต่งตั้งอีก 48 คน มีวาระละ 6 ปี โดยรัฐธรรมนูญระบุให้สมาชิกครึ่งหนึ่งของสภาที่ปรึกษาแห่งชาติ ต้องมีการสับเปลี่ยนทุก ๆ 3 ปี ประธานาธิบดีดำรงฐานะเป็นประมุขของรัฐ และมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทุก 5 ปี มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศโดยการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี 
 
ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2552 นาย Bouteflika ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สามด้วยวัย 72 ปี หลังจากที่สภาได้มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีผลให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งมากกว่าสองสมัยได้ ทั้งนี้ นโยบายทางการเมืองของนาย Bouteflika ล้วนแล้วเป็นนโยบายที่รัฐบาลของเขามีมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเน้นด้านความมั่นคงและการลงทุน นาย Bouteflika ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะหาเงินสนับสนุนในการพัฒนาเศรษฐกิจของสังคม เป็นจำนวนเงิน 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงปี 2552-56 และยังให้คำมั่นสัญญาที่จะคงไว้ซึ่งนโยบายสมานฉันท์แห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ แต่รัฐก็ยังยินดีที่จะต้อนรับผู้ที่กลับตัวกลับใจ ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งล่าสุดนั้น พรรคการเมืองหลักๆได้คว่ำบาตรการเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าอย่างไรเสียนาย Bouteflika ก็ยังคงได้รับเลือกต่อไป แต่ด้วยปัญหาทางสุขภาพของนาย Bouteflika จึงเป็นที่น่าจับตามองว่านาย Bouteflika จะสามารถดำรงตำแหน่งได้นานเพียงใด มีการคาดการณ์ว่าน้องชายของนาย Abdelaziz Bouteflika คือ นาย Said Bouteflika จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลได้ 
 
การได้มาซึ่งตำแหน่งของนาย Bouteflika สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้แก่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล รวมถึงกลุ่มเสรีนิยมและกลุ่ม Islamists ซึ่งต่างออกมาวิจารณ์ว่า เป็นการเลือกตั้งที่มีการทุจริตและผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่ได้มีการกำหนด ไว้ล่วงหน้า ในช่วงระยะเวลาก่อนการเลือกตั้งนั้นอัตราการก่อความไม่สงบโดยกลุ่มทหาร Islamist ได้เพิ่มขึ้นและคาดว่าจะเพิ่มเรื่อยๆ ในสมัยรัฐบาลของนาย Bouteflika โดยกลุ่มดังกล่าวมุ่งเน้นการโจมตีสถานสำคัญด้านความมั่นคง (สถานีตำรวจ ฐานทัพทหาร) ฝ่ายความมั่นคงของแอลจีเรียเองก็ได้มีความพยายามที่จะจับกุมสมาชิกของกลุ่ม ทหารดังกล่าวร่วมถึงการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในสถานที่สำคัญๆ ด้วย 
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ Arab Spring ที่นำไปสู่การปฏิวัติในประเทศเพื่อนบ้านทำให้ประธานาธิบดี บูเตฟลิกามีมาตรการลดเงื่อนไขและโอนอ่อนผ่อนปรนต่าง ๆ เพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งอาจนำไปสู่การประท้วงขับไล่รัฐบาล เช่น มีการให้สัญญากับประชาชนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเดือนเมษายน 2556 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้น มีการยกเลิกกฎหมายภาวะฉุกเฉินที่ใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 มีการลดราคาสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำมัน น้ำตาลและอาหาร การสร้างที่อยู่อาศัย และการให้สินเชื่อ/เงินให้เปล่าเพื่อธุรกิจ มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีผลทำให้กระแส การต่อต้านรัฐบาลอ่อนกำลังลง และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติในที่สุด 
อย่างไรก็ดี ด้วยปัญหาทางได้สุขภาพของนายบูเตฟลิกา จึงเป็นที่น่าจับตามองว่านายบูเตฟลิกาจะสามารถดำรงตำแหน่งได้นานเพียงใด และเริ่มมีกระแสการคาดคะเนถึงผู้ที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป
 
 
นโยบายต่างประเทศ 
ในช่วงปี 2503 - 2513 แอลจีเรียมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของประเทศโลกที่สาม และขบวนการเรียกร้องเอกราชต่าง ๆ การดำเนินการทางการทูตของแอลจีเรียมีส่วนสำคัญในการปลดปล่อยตัวประกันชาว สหรัฐฯ ที่อิหร่าน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2524 (ความตกลงแอลเจียร์) นอกจากนี้ แอลจีเรียยังมีบทบาทนำในเรื่องต่าง ๆ ของทวีปแอฟริกา เช่น การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมขององค์การเอกภาพแอฟริกา (OAU) ในปี 2543 และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทีทำให้เอธิโอเปีย และเอริเทรียยอมมาเจรจาสันติภาพ ในปี 2543 นอกจากนี้ แอลจีเรียยังมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศในแอฟริกาอื่นๆ ในการก่อตั้งหุ้นส่วนใหม่เพื่อการพัฒนาของแอฟริกา (New Partnership for African Development-NEPAD) และในองค์การ Arab Maghreb ด้วย 
 
แอลจีเรียให้การสนับสนุนกลุ่ม Polisario ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้แทนของประชาชนในดินแดนซาฮาราตะวันตก และปฏิเสธการที่โมร็อกโกจะเข้าไปปกครองดินแดนดังกล่าว จึงยังคงมีการปิดพรมแดนระหว่างแอลจีเรีย และโมร็อกโก โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่า ให้ที่พักพิงแก่กองกำลังติดอาวุธ และการลักลอบขนอาวุธ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ได้คลายความตึงเครียดลง เมื่อกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโกได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอาหรับที่จัดขึ้นที่ แอลจีเรียระหว่างวันที่ 22 - 23 มีนาคม 2548 และได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดี Bouteflika หลังเสร็จสิ้นจากการประชุม โมร็อกโกได้ยกเลิกการตรวจลงตราสำหรับชาวแอลจีเรียตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2537 และแอลจีเรียได้ยกเลิกการตรวจลงตราแก่ชาวโมร็อกโกตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2538 แต่ยังปิดพรมแดนทางบกระหว่างกันอยู่ 
 
แอลจีเรียมีความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านใน Maghreb คือ ตูนีเซีย และลิเบีย รวมทั้งมาลี และไนเจอร์ และสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในปัญหาตะวันออกกลาง ในช่วงของรัฐบาลของนาย Bouteflika ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของแอลจีเรียได้ฟื้นฟูขึ้นหลังจากตกต่ำเป็นอย่าง มาก ประเทศตะวันตกได้จัดให้แอลจีเรียเป็นประเทศพันธมิตรที่สำคัญในการรณรงค์การ ต่อต้านกลุ่มทหารอิสลามหัวรุนแรง และทั้งนี้แอลจีเรียเป็นประเทศที่ส่งออกก๊าซให้แก่กลุ่มประเทศ EU คิดเป็นร้อยละ 25 ของทั้งหมด ส่งผลให้ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของแอลจีเรียยิ่งเพิ่มมากขึ้นต่อภูมิภาค ยุโรป สาเหตุเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงด้านพลังงานก๊าซจากรัสซีย 
 
การดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศแอลจีเรียต่อประเทศฝรั่งเศสนั้นเน้น นโยบายที่เป็นกลาง ทั้งนี้ เดิมแอลจีเรียเป็นประเทศเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนาย Nicolas Sarkozy ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสได้มีความพยายามที่จะดำเนินนโยบายทวิภาคีเพื่อส่ง เสริมความร่วมมือในด้านพาณิชย์และการจัดหาพลังงานกับแอลจีเรียเพิ่มมากขึ้น 
 
ความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐอเมริกามีความแน่นแฟ้นเนื่องจากทั้งสองประเทศมี ประสบการณ์ที่คล้ายกัน ทั้งนี้ แอลจีเรียมีประสบการณ์ในการจัดการกับกองกำลังทหารกลุ่ม Islamist ซึ่งทำให้แอลจีเรียเป็นที่จับตามองนับตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11นอกจากนั้น แอลจีเรียภายใต้ นาย Abdelaziz สนับสนุนนโยบาย "war on terror" ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศตะวันตกผ่อนคลายการกดดันให้รัฐบาลของแอล จีเรียปฎิรูปการปกครอง ทั้งนี้สหรัฐอเมริกายังเป็นคู่ค้าที่สำคัญของแอลจีเรียโดยเฉพาะด้านน้ำมัน และก๊าซ สหรัฐอเมริกายังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนา อุตสาหกรรมด้านน้ำมันและก๊าซด้วยเม็ดเงินลงทุนเป็นจำนวนเงิน 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในภาคส่วนอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
 

Update กุมภาพันธ์ 2559

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  6 สิงหาคม 2558

 

 

  • Pres.
    Abdelaziz BOUTEFLIKA
  • Prime Min.
    Abdelmalek SELLAL
  • Min. of Agriculture, Rural Development, & Fisheries
    Sid-Ahmed FERROUKHI
  • Min. of Commerce
    Bakhti BELAIB
  • Min. of Communication
    Hamid GRIN
  • Min. of Culture
    Azzedine MIHOUBI
  • Min. of Energy
    Salah KHEBRI
  • Min. of Finance
    Abderrahmane BENKHELFA
  • Min. of Foreign Affairs & International Cooperation
    Ramtane LAMAMRA
  • Min. of Health, Population, & Hospital Reform
    Abdelmalek BOUDIAF
  • Min. of Higher Education & Scientific Research
    Tahar HADJAR
  • Min. of Housing, Urban Planning, & the City
    Abdelmadjid TEBBOUNE
  • Min. of Industry & Mines
    Abdesalam BOUCHOUAREB
  • Min. of Interior & Local Govts.
    Nouredine BEDOUI
  • Min. of Justice & Keeper of the Seals
    Tayeb LOUH
  • Min. of Land Management, Tourism, and Handicrafts
    Amar GHOUL
  • Min. of Labor, Employment, & Social Security
    Mohamed GHAZI
  • Min. of Maghreb and African Affairs and the Arab League
    Abdelkader MESSAHEL
  • Min. of National Defense
    Abdelaziz BOUTEFLIKA
  • Min. of National Education
    Nouria BENGHEBRIT
  • Min. of National Planning & Environment
    Dalila BOUDJEMAA
  • Min. of National Solidarity, Family, & Women's Affairs
    Mounia MESLEM
  • Min. of Post, Information Technologies, & Communications
    Iman Houda FERAOUN
  • Min. of Public Works
    Abdelkader OUALI
  • Min. of Relations With the Parliament
    Tahar KHAOUA
  • Min. of Religious Affairs & Endowments
    Mohamed AISSA
  • Min. of Sports
    Mohamed TAHMI
  • Min. of Training and Education Professionals
    Mohamed MEBARKI
  • Min. of Transport
    Boudjema TALAI
  • Min. of Vocational Training
    Nouredine BEDOUI
  • Min. of War Veterans (Moudjahidine)
    Tayeb ZITOUNI
  • Min. of Water Resources & the Environment
    Abdelouahab NOURI
  • Min. of Youth & Sports
    El Hadi Ould ALI
  • Min.-Del. to the Min. of Finance in Charge of the Budget
    Hadji Baba AMMI
  • Sec. Gen. of the Govt.
    Ahmed NOUI
  • Governor, Bank of Algeria
    Mohamed LAKSACI
  • Ambassador to the US
    Madjid BOUGUERRA
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Sabri BOUKADOUM
     

 ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/AG.html

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

578.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP รายบุคคล

14,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

3.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 10.3%
  • ภาคอุตสาหกรรม 46%
  • ภาคการบริการ 43.7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

11% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

4.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต องุ่น มะกอก พืชจำพวกส้ม ผลไม้ แกะ ปศุสัตว์

อุตสาหกรรม

ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมเบา เหมืองแร่ เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมีภัณฑ์ แปรรูปอาหาร

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

0.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

หนี้สาธารณะ

9.3% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-27.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการส่งออก

36.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้าส่งออก

น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ทั้งหมดประมาณ 97%

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Spain 18.8%, France 11.2%, US 8.8%, Italy 8.7%, UK 7.1%, Brazil 5.2%, Tunisia 4.9%, Germany 4.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

52.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้านำเข้า

ส่วนมากจะนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และอาหารที่จำเป็น

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 15.6%, France 14.3%, Italy 9.4%, Spain 7.4%, Germany 5.6%, Russia 4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

ดินาร์ (Algerian Dinar)

สัญลักษณ์เงิน

DZD

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

เศรษฐกิจและสังคม

แอลจีเรียเป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติสำรองมากเป็นอันดับที่ 9 (2553) และเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่เป็นอันดับที่ 7 (2553) และมีน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับที่ 18 (2556) ของโลก การส่งออกสินค้าพลังงานจึงมีความสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจของแอลจีเรีย กล่าวคือมีมูลค่าประมาณร้อยละ 36 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และกว่าร้อยละ 97 ของรายได้จากการส่งออก คู่ค้าน้ำมันและก๊าซที่สำคัญของแอลจีเรียได้แก่ อิตาลีเยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สเปน สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของแอลจีเรียลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยผลพลอยได้จากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลยังคงสามารถใช้รายได้จากภาคพลังงานในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ โดยในปี 2554 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแอลจีเรียคิดเป็นร้อยละ 2.6 
 
รัฐบาลเร่งการเปิดเสรีเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น โทรคมนาคม พลังงาน น้ำประปา และการก่อสร้าง เปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจเหล่านี้ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ผ่านการพิจารณากฎหมายปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรน้ำมัน ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจทรัพยากรน้ำมันมีความโปร่งใสขึ้นสำหรับนักลงทุนชาวต่าง ชาติ รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะจัดระเบียบและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็นระบบมากขึ้น รวมทั้งการบริหารสื่อกลางทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 
 
ความท้าทายทางเศรษฐกิจของแอลจีเรียในระยะสั้นและระยะกลาง คือ การสร้างความหลากหลาย ทางเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังต้องพยายามผลักดันการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ และการเงินการธนาคาร เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อธุรกิจและการลงทุน และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องแก้ไขปัญหาการว่างงานในหมู่เยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งที่แอลจีเรียกำลังเผชิญอยู่อีกด้วย 

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
ด้านการทูต 
ไทยกับแอลจีเรียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2518 โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส มีเขตอาณาครอบคลุมแอลจีเรีย แอลจีเรียมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแอลจีเรียประจำมาเลเซีย มีอาณาครอบคลุมประเทศไทย 
 
ในเดือนพฤษภาคม 2546 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในแอลจีเรียทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน รัฐบาลไทยได้บริจาคเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลแอลจีเรียเป็นเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 
 
แอลจีเรียได้ให้การดูแลบริษัท ปตท.สผ.ฯ ซึ่งได้ไปลงทุนร่วมในแอลจีเรีย ตั้งแต่ปี 2547 เป็นอย่างดี รวมทั้งให้การสนับสนุนไทยในเวทีโลกมาโดยตลอด 
 
แม้ความสัมพันธ์ราบรื่นและไม่มีปัญหาทางการเมืองระหว่างกัน แต่ค่อนข้างห่างเหิน การเยือนที่สำคัญ ได้แก่ การเยือนของนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2548 และการเยือนของนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี 2548 
 
ด้านเศรษฐกิจ 
มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับแอลจีเรียยังมีมูลค่าไม่สูงนัก โดยในปี 2555 มีมูลค่ารวม 1,019 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 242.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 776.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 534.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ 
และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว เม็ดพลาสติก ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ
 
สินค้าที่ไทยนำเข้าจากแอลจีเรีย ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
 
ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวชาวแอลจีเรียเดินทางมาไทย 3,000 คน และมีคนไทยอยู่ใน แอลจีเรีย 383 คน
 
ความตกลงที่สำคัญๆกับไทย 
พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (ลงนามย่อระหว่างการเยือนแอลจีเรียของ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล วันที่ 9-12 ธันวาคม 2548) 
 
การเยือนของผู้นำระดับสูง 
ฝ่ายไทย : รัฐบาล 
- วันที่ 15-23 มิถุนายน 2548 
นาย วันมูหะหมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการพัฒนาอาหารฮาลาล แห่งประเทศไทย นำคณะผู้แทนไทยเยือนแอลจีเรีย และโมร็อกโก 
 
- วันที่ 11-12 กันยายน 2548 
นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เยือนแอลจีเรีย โดยได้พบกับข้าราชการระดับสูงของฝ่ายแอลจีเรีย ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแอลจีเรีย 
 
- วันที่ 9-12 ธันวาคม 2548 
ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เยือนแอลจีเรีย โดยได้พบกับนาย Mohammed Bedjaoui รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจน้ำมัน บริษัท Sonatrach หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย กระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายของสหภาพแอฟริกา 
 
ฝ่ายแอลจีเรีย : รัฐบาล 
- วันที่ 4-5 เมษายน 2545 
นาย Amine Kherbi อดีตรัฐมนตรีดูแลการต่างประเทศเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ และได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

 

ที่มา: กองตะวันออกกลาง กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - แอลจีเรีย                      
มูลค่าการค้า 1,019.02 811.58 1,136.94 1,136.94 269.10 219.62 -20.36 40.09 40.09 -76.33
การส่งออก 242.24 326.64 258.38 258.38 128.17 -2.46 34.84 -20.90 -20.90 -50.39
การนำเข้า 776.78 484.94 878.56 878.56 140.93 1,002.21 -37.57 81.17 81.17 -83.96
ดุลการค้า -534.54 -158.31 -620.17 -620.17 -12.75            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 DZ

 
อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 35.5 34.0 29.0 29.0 42.7 -2.21 -4.18 -14.61 -14.61 46.94
2 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 59.4 150.4 112.1 112.1 28.3 6.83 153.20 -25.48 -25.48 -74.72
3 ผลิตภัณฑ์ยาง 7.3 9.1 8.5 8.5 10.2 -0.51 25.14 -6.52 -6.52 19.50
4 เม็ดพลาสติก 4.6 4.1 4.0 4.0 7.0 -55.97 -10.30 -2.61 -2.61 73.44
5 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 7.1 6.3 7.8 7.8 7.0 22.98 -12.16 24.28 24.28 -10.49
6 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 29.3 23.0 17.8 17.8 5.3 103.02 -21.62 -22.59 -22.59 -70.32
7 ข้าว 1.8 3.0 20.9 20.9 4.7 -88.99 63.63 599.31 599.31 -77.54
8 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.2 0.4 0.1 0.1 3.1 -46.05 136.37 -75.73 -75.73 3,221.88
9 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 2.8 2.0 1.5 1.5 2.3 89.37 -28.80 -23.70 -23.70 49.88
10 เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ 64.6 65.2 32.6 32.6 2.0 20.78 0.93 -49.99 -49.99 -93.73
รวม 10 รายการ 212.7 297.5 234.3 234.3 112.6 5.39 39.89 -21.23 -21.23 -51.97
อื่นๆ 29.6 29.2 24.0 24.0 15.6 -36.48 -1.43 -17.54 -17.54 -35.06
รวมทั้งสิ้น 242.2 326.6 258.4 258.4 128.2 -2.46 34.84 -20.90 -20.90 -50.39
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 น้ำมันสำเร็จรูป 129,295,913.5 79,628,844.8 161,427,596.7 161,427,596.7 94,786,617.3 ####### -38.41 102.73 102.73 -41.28
2 น้ำมันดิบ 646,456,996.9 404,458,204.0 636,155,837.8 636,155,837.8 44,607,420.0 828.88 -37.43 57.29 57.29 -92.99
3 ลวดและสายเคเบิล - 49.2 33.6 33.6 774,532.0 - - -31.69 -31.69 2,306,695.51
4 เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 258,299.7 109,443.5 358,109.8 358,109.8 351,584.8 -10.12 -57.63 227.21 227.21 -1.82
5 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 620,072.0 681,392.2 1,127,194.5 1,127,194.5 272,167.6 5.76 9.89 65.43 65.43 -75.85
6 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ - 20,614.2 81,882.7 81,882.7 128,982.9 - - 297.21 297.21 57.52
7 สิ่งพิมพ์ 874.2 1,277.4 923.9 923.9 738.3 -60.00 46.13 -27.68 -27.68 -20.08
8 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 2,000.8 66.9 18.7 18.7 504.8 ####### -96.65 -72.03 -72.03 2,595.99
9 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ 873.4 32,288.0 - - 457.0 ####### ####### - - -
10 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ - 2,481.5 390.7 390.7 427.0 - - -84.26 -84.26 9.31
รวม 10 รายการ 776,635,030.3 484,934,661.5 799,151,988.4 799,151,988.4 140,923,431.8 ####### -37.56 64.80 64.80 -82.37
อื่นๆ 147,145.0 9,831.4 79,403,349.4 79,403,349.4 1,724.1 ####### -93.32 ####### 807,550.48 -100.00
รวมทั้งสิ้น 776,782,175.3 484,944,492.9 878,555,337.7 878,555,337.7 140,925,155.9 ####### -37.57 81.17 81.17 -83.96

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ที่อยู่

The Embassy of the People's Democratic Republic of Algeria

No. 5 Jalan Mesra,
Off Jalan Damai,
55000 Kuala Lumpur,
Malaysia

Tel: (603) 2145-9604, 2148-8159

Fax: (603) 2148-8154

 

JoomSpirit