สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย

tanzania1 tanzania2
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย หรือ United Republic of Tanzania

ที่ตั้ง

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ แทนกานยิกา(Tanganyika) และแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ระหว่างประเทศเคนยาและโมแซมบิก

พื้นที่

947,300ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 885,800 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 61,500 ตารางกิโลเมตร (พื้นที่ดังกล่าวรวมไปถึงหมู่เกาะ Mafia, Pemba, และ Zanzibar)

อาณาเขต

พรมแดนทั้งหมดยาว 4,161 กิโลเมตร อาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยาเป็นระยะทาง 775 กิโลเมตร และยูกันดาเป็นระยะทาง 391 กิโลเมตร รวมทั้งทะเลสาบวิคตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดาเป็นระยะทาง 222 กิโลเมตร บุรุนดีเป็นระยะทาง 589 กิโลเมตร สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมคือซาอีร์) เป็นระยะทาง 479 กิโลเมตร และ ทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบียเป็นระยะทาง 353 กิโลเมต และมาลาวีเป็นระยะทาง 512 กิโลเมตร และ ทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิกเป็นระยะทาง 840 กิโลเมตร ทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา สาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง 1,424 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ที่ราบบริเวณชายฝั่ง ตอนกลางเป็นที่ราบสูง ทางตอนเหนือและใต้มีลักษณะเป็นที่สูง

สภาพภูมิอากาศ

ลักษณะอากาศแตกต่างกันจากลักษณะอากาศเขตร้อนบริเวณชายฝั่ง ถึงอากาศดีในพื้นที่สูง โดยทั่วไปอากาศร้อนชื้น ช่วงฤดูฝน (พ.ย. - พ.ค.) อุณหภูมิประมาณ30 องศาเซลเซียส ช่วง มิ.ย. - ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ทรัพยากรธรรมชาติ

พลังงานน้ำ ดีบุก ฟอร์สเฟต สินแร่เหล็ก ถ่านหิน เพชร อัญมณี ทองคำ ก๊าซธรรมชาติ นิกเกิล

ภัยธรรมชาติ

น้ำท่วมบริเวณที่ราบสูงในช่วงฤดูฝน และภัยแล้ง

จำนวนประชากร

53,950,935 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฏคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

Tanzanian (s)

เชื้อชาติ

ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ กว่า 130 เผ่า ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเผ่า Bantu แต่ละเผ่าพันธุ์มีภาษาและสำเนียงเฉพาะของตนเอง และมีไม่เกิน 1 ใน 10 ของประชากร เผ่าที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ Sukuma และ Nyamwezi ส่วนประชากรในเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบามีเชื้อสายแอฟริกันผสมอาหรับ

ศาสนา

คริสต์ 61.4% อิสลาม 35.2% และความเชื่อตามท้องถิ่น 1.8% ศาสนาอื่นๆ 0.2% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 1.4%

ภาษา

อังกฤษและ Swahili เป็นภาษาราชการและใช้กันทั่วไปในประเทศ

ประวัติศาสตร์

สหสาธารณรัฐแทนซาเนียประกอบด้วยสาธารณรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ สาธารณรัฐแทนกานยิกา (Tanganyika) และสาธารณรัฐแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาอาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยาและยูกันดา รวมทั้งทะเลสาบวิกตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบีย มาลาวี และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิก ทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา ส่วนสาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร
แต่เดิม แทนกานยิกาเป็นอาณานิคมของเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2428-2459 (ค.ศ. 1885-1916) ต่อมา 
แทนกานยิกาได้เข้าเป็นดินแดนในอารักขาของสันนิบาตชาติและสหประชาชาติตามลำดับ โดยทั้งสันนิบาตชาติและสหประชาชาติได้มอบให้อังกฤษดูแลแทนกานยิกามาโดยตลอด จนกระทั่งแทนกานยิกาได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2504 (ค.ศ. 1961) โดยมีสถานะเป็นสาธารณรัฐภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ
 
แซนซิบาร์เป็นรัฐสุลต่านภายใต้การอารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราชสมบูรณ์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2506 (ค.ศ. 1963) ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2507 (ค.ศ.1964) ระบบสุลต่านถูกโค่นล้มโดยการปฏิวัติจากชาวพื้นเมืองแอฟริกัน และเกิดการขับไล่ชาวตะวันตกออกนอกประเทศและสังหารชาวอาหรับนับพันคน
 
แทนกานยิกาและแซนซิบาร์ได้ตกลงรวมตัวกันเป็นสหสาธารณรัฐแทนซาเนียเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2507 (ค.ศ. 1964) โดยแซนซิบาร์มีสถานะเป็นเขตพิเศษกึ่งปกครองตนเองและมีคณะรัฐบาลของตนเองชื่อ Revolutionary Council of Zanzibar 
 

 

รูปแบบการปกครอง

แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในปี 2527 (ค.ศ. 1984) และ ปี 2537 (ค.ศ. 1994)
 
ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี โดยประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายยาคายา อึมรีโช คีเควเท (Jakaya Mrisho Kikwete) ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 (ค.ศ. 2005) และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 (ค.ศ. 2010) ซึ่งจะเป็นสมัยสุดท้ายตามรัฐธรรมนูญ โดยปกติ หากประธานาธิบดีมาจาก 
แซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์
 
ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบรัฐสภาของแทนซาเนียเป็นระบบสภาเดียว เรียกว่า Bunge ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 357 คน โดยสมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งจำนวน 239 คน 5 คน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแซนซิบาร์ และ 1 คน เป็นอัยการสูงสุด ส่วนที่เหลือ 102 คน เป็นผู้หญิงที่ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี และอีก 10 คน เป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ส่วนแซนซิบาร์ก็มีรัฐสภาเป็นของตนเองต่างหากเพื่อออกกฎหมายในการปกครอง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 50 คน จากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวแซนซิบาร์ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
 
ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี
 
การแบ่งเขตการปกครอง 
รัฐธรรมนูญแทนซาเนียกำหนดให้สาธารณรัฐแซนซิบาร์เป็นอิสระในการบริหารกิจการแซนซิบาร์ทุกประการ ยกเว้นด้านการต่างประเทศ การป้องกันประเทศ การศาล การราชทัณฑ์ และกิจการตำรวจที่รวมกับแทนกานยิกา แทนซาเนียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 30 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma, Geita, Iringa, Kagera, Kaskazini Pemba (Pemba North), Kaskazini Unguja, (Zanzibar North), Katavi, Kigoma, Kilimanjaro, Kusini Pemba (Pemba South), Kusini Unguja (Zanzibar Central/South), Lindi, Manyara, Mara, Mbeya, Mjini Magharibi (Zanzibar Urban/West), Morogoro, Mtwara, Mwanza, Njombe, Pwani (Coast), Rukwa, Ruvuma, Shinyanga, Simiyu, Singida, Tabora, Tanga
 
นับตั้งแต่รวมประเทศ แทนซาเนียปกครองโดยระบบพรรคการเมืองเดียวมากว่า 27 ปี จนกระทั่งเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบระบบหลายพรรคในเดือนมิถุนายน 2535 (ค.ศ. 1992) และมีการเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคครั้งแรกในปี 2538 (ค.ศ. 1995)
 
ปัจจุบัน พรรค Chama Cha Mapinduzi (CCM) ของประธานาธิบดี Kikwete เป็นพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุด ประธานาธิบดี Kikwete ได้สร้างฐานอำนาจของตนภายในพรรครัฐบาลให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้นโยบายแบบประชานิยม ต่อต้านการทุจริต ปฏิรูประบบเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ในการเลือกตั้งทั่วไปของแทนซาเนียครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 (ค.ศ. 2010) ประธานาธิบดี Kikwete ชนะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 61.1 อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านประท้วงผลการเลือกตั้งดังกล่าว โดยอ้างว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่โปร่งใส แต่ไม่เกิดเหตุรุนแรง ต่อมา ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี Kikwete เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการเคลื่อนไหว และหันมาร่วมมือกัน โดยตนพร้อมที่จะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาแทนซาเนียไปในทิศทางที่ถูกต้อง
 
ปัจจุบัน คณะกรรมการทบทวนรัฐธรรมนูญแทนซาเนีย (Tanzania's Constitutional Review Commission - CRC) อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประเด็นสำคัญที่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง คือ การเสนอให้แทนซาเนียมีระบบ 3 รัฐบาล (Three-tier government system) ประกอบด้วย รัฐบาลแทนซาเนีย (Government of Tanzania) รัฐบาลแทนกายิกา (Government of Tanganyika) และรัฐบาลสหภาพ (Union government) แต่รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของประธานาธิบดี Kikwete ไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าวและสนับสนุนสถานะทางการปกครองแบบเดิม คือ ระบบสองรัฐบาล (two government system) ซึ่งรายงานฉบับล่าสุด (25 เม.ย. 2557) ของ Economist Intelligence Unit (EIU) คาดการณ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่น่าจะได้รับการเห็นชอบและอาจจะต้องตกไป 

 

เมืองหลวง

นครดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) เป็นเมืองสำคัญที่สุดในประเทศ กรุงโดโดมา (Dodoma) เป็นที่ตั้งของรัฐบาล ในขณะที่ เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ Zanzibar (ประชากร 270,000 คน) Mwanza (480,000 คน) Tanga (460,000 คน) Arusha (250,000 คน)

 

วันที่ได้รับเอกราช

26 เมษายน พ.ศ. 2507 โดย

  • Tanganyika ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2504 จาก UN Trusteeship ในการดูแลของสหราชอาณาจักร
  • Zanzibar ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2506 จากสหราชอาณาจักร

Tanganyika รวมเข้ากับ Zanzibar เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2507 เพื่อตั้งเป้น United Republic of Tanganyika and Zanzibar โดยเปลี่ยนชื่อเป็น United Republic of Tanzania เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2507

รัฐธรรมนูญ

25 เมษายน พ.ศ. 2520 โดยมีการแก้ไขครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2527

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากระบบกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ (English Common Law) อำนาจสูงสุดในการปกครองขึ้นอยู่กับการตีความพระราชบัญญัติหรือกฎหมายต่างๆ

การต่างประเทศ 
แทนซาเนียเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด นายจูเลียส อึนเยเรเร (Julius Nyerere) ประธานาธิบดีคนแรกภายหลังการประกาศเอกราช เป็นผู้ก่อตั้งสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement – NAM) รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายเป็นกลาง เป็นมิตรกับทั้งประเทศเจ้าอาณานิคมเดิม (สหราชอาณาจักรและเยอรมนี) ประเทศที่มีนโยบายสังคมนิยม (กลุ่มสแกนดิเนเวีย และจีน) รวมทั้งประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ (สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น) แทนซาเนียเป็นประเทศที่ผู้ให้ความช่วยเหลือเห็นว่า มีพัฒนาการดี และเป็นผู้รับรายใหญ่ของเงินทุนเพื่อการพัฒนา 
 
แทนซาเนียมีนโยบายเป็นมิตรกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกา โดยส่งเสริมและกระชับความร่วมมือในระดับภูมิภาค และองค์กรสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) แทนซาเนียยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เคนยา และยูกันดา โดยทั้งสามประเทศได้ร่วมก่อตั้งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC)  เมื่อปี 2542 (ค.ศ. 1999) นอกจากนี้ แทนซาเนียเป็นสมาชิก EAC ประเทศเดียวที่เป็นสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC)  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ ปัจจุบัน รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายมองตะวันออก (Look-East Policy) โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียมากขึ้น เนื่องจากวิกฤตทางการเงินในสหรัฐอเมริกาและยุโรปทำให้แทนซาเนียเล็งเห็นศักยภาพทางการเงินและการลงทุนของเอเชีย ซึ่งมีเสถียรภาพทางการเงินสูง 
 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  15 มิถุนายน 2559

Update 28 กันยายน 2559 

 

  • Pres.
    John Pombe MAGUFULI , Dr.
  • Vice Pres.
    Samia Hassan SULUHU
  • Prime Min.
    Kassim Majaliwa MAJALIWA
  • Pres. of Zanzibar
    Ali Mohamed SHEIN , Dr.
  • Min. for Agriculture, Livestock, & Fisheries
    Charles TIZEBA
  • Min. for Defense & National Service
    Hussein Ali MWINYI , Dr.
  • Min. for Education, Science, Technology, & Vocational Training
    Joyce NDALICHAKO
  • Min. for Energy & Minerals
    Sospeter Mwijarubi MUHONGO
  • Min. for Finance & Planning
    Philip MPANGO
  • Min. for Foreign Affairs, Intl. Cooperation, & Regional Integration
    Augustine Phillip MAHIGA, Dr.
  • Min. for Health, Community Development, Gender, the Elderly, & Children
    Ummy Ally MWALIM
  • Min. for Home Affairs
    Mwigulu NCHEMBA
  • Min. for Industry, Trade, & Investment
    Charles John MWIJAGE
  • Min. for Information, Culture, Artists, & Sports
    Nape Mosses NNAUYE
  • Min. for Justice & Constitutional Affairs
    Harrison George MWAKYEMBE , Dr.
  • Min. for Lands, Housing, & Human Settlements Development
    William Vangimembe LUKUVI
  • Min. for Natural Resources & Tourism
    Jumanne MAGHEMBE
  • Min. for Water & Irrigation
    Gerson LWENGE
  • Min. for Works, Transport, & Communication
    Makame Mnyaa MBWRAWA
  • Min. of State for Regional Admin. & Local Govt., Public Service Management, & Good Governance, President's Office
    George Boniface SIMBACHAWENE
  • Min. of State for Union Affairs, Vice President's Office
    January Yussuph MAKAMBA
  • Min. of State for Policy, Coordination, & Parliamentary Affairs, Labor, Employment, Youth, & Persons with Disabilities
    N/A
  • Min. of State for Regional Admin. & Local Govt., Public Service Management, & Good Governance, Prime Minister's Office
    Abdallah Saleh POSSI
  • Attorney Gen.
    George Mcheche MASAJU
  • Governor, Central Bank
    Benno NDULU
  • Ambassador to the US
    Wilson MASILNGI
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Tuvako Nathaniel MANONGI

  

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/TZ.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

149.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

3,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

6.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 25.1%
  • ภาคอุตสาหกรรม 27.6%
  • ภาคการบริการ 47.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

5.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

กาแฟ ชา ฝ้าย ยาสูบ ข้าวโพด ข้าวสาลี สาคู กล้วย ผักและผลไม้ วัว แกะและแพะ

อุตสาหกรรม

ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร อาทิ โรงงานผลิตอ้อย โรงงานเบียร์ ยาสูบ เหมืองเพชรและทองคำ อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ซีเมนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ปุ๋ยและเกลือ

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

5.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

36.6% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 2.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

5.985 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ทองคำ และผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กาแฟ ฝ้าย ชา ป่านไซซาล กานพลู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และยาสูบ

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

India 21.8%, China 8.2%, Japan 5.1%, Kenya 4.6%, Belgium 4.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

9.976 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องกลและอุปกรณ์การขนส่ง วัตถุดิบ และน้ำมันดิบ

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 34.7%, India 13.5%, South Africa 4.7%, UAE 4.4%, Kenya 4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Tanzanian Shilling (TZS) = 100 cents

สัญลักษณ์เงิน

TZS

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

แต่เดิม แทนซาเนียใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมา ช่วงต้นทศวรรษที่ 90 (2533-2543) รัฐบาลจึงได้ริเริ่มการกระตุ้นการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพต่ำ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ (International Monetary Fund - IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความเป็นเสรีมากขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
 
ปัจจุบัน แทนซาเนียวางนโยบายเศรษฐกิจภายใต้กรอบ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF นอกจากนี้ แทนซาเนียอยู่ในกลุ่มประเทศ Heavily Indebted Poor Countries (HIPC) ของ IMF และธนาคารโลก ซึ่งได้รับประโยชน์เป็นเงินทุนเพื่อการช่วยเหลือและการยกเลิกหนี้ (debt relief) โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศ G8 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ให้รายใหญ่ในภูมิภาคแอฟริกา 
 
รัฐบาลแทนซาเนียให้ความสำคัญกับการกระจายฐานการผลิตสู่ภาคอุตสาหกรรม และดำเนินนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในแทนซาเนียยังล้าหลัง เนื่องจากปัญหา การขาดแคลนวัตถุดิบและพลังงาน โดยทั่วไปเป็นอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นของรัฐ และเป็นการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ 
 
แทนซาเนียมีศักยภาพทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพและมีทรัพยากรทางธรรมชาติมาก อาทิ แร่ธาตุ อัญมณี และก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และได้ตั้งศูนย์ส่งเสริมการลงทุน (Tanzania Investment Centre) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติด้วย สาขาการค้าการลงทุนที่มีศักยภาพ ได้แก่ เหมืองแร่และอัญมณี การก่อสร้าง การแปรรูปผลิตผลทางเกษตร และธุรกิจท่องเที่ยว
 
มูลค่าการค้าไทย-แทนซาเนีย 114.28 ล้าน USD (ไทยส่งออก 100.31 ล้าน USD ไทยนำเข้า 13.97 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 86.34 ล้าน USD)
 
การลงทุน บริษัท SCT เปิดสำนักงานที่นคร Dar es Salaam บริษัท CPF ทำธุรกิจฟาร์มไก่ อิตัลไทยร่วมทุนธุรกิจเหมืองแร่
 
เงินทุนสำรอง 4.343 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (2556)
 


ความสัมพันธ์ทางการทูต 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแทนซาเนียเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2523 (ค.ศ.1980) โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี มีเขตอาณาครอบคลุมแทนซาเนีย ส่วนแทนซาเนียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย
 
วันที่ 22 เมษายน 2557 แทนซาเนียได้ทาบทามขอความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยในการแต่งตั้ง ดร.Aziz Ponary Mlima เป็น ออท.แทนซาเนียประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยสถานะล่าสุด อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากฝ่ายไทย
 
ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
 
การค้า 
การค้ารวมไทย-แทนซาเนียในปี 2556 (ค.ศ. 2013) มีมูลค่า 158.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 129.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากแทนซาเนีย 29.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้าจำนวน 100.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ น้ำตาลทราย เม็ดพลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้านำเข้าหลักของไทยได้แก่ ด้ายและเส้นใย สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง
 
เมื่อปี 2528 (ค.ศ. 1985) บริษัท แหลมทองค้าข้าว จำกัด ได้ทำการค้าข้าวกับรัฐบาล 
แซนซิบาร์ โดยได้ส่งมอบข้าว จำนวน 63,400 ตัน ให้แก่รัฐบาลแซนซิบาร์ ทั้งนี้ รัฐบาลแซนซิบาร์ไม่ยอมชำระเงิน โดยมียอดรวมค้างชำระบริษัทฯ 12.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในปี 2538 (ค.ศ.1995) รัฐบาลแซนซิบาร์ได้ชำระเงินค้างจ่ายจำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมียอดเงินค้างชำระจำนวน 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมา ในปี 2540 (ค.ศ. 1997) ศาลสูงแห่งรัฐแซนซิบาร์มีคำสั่งศาลชั้นต้น ให้กระทรวงการคลังของรัฐบาลแซนซิบาร์ชำระเงินให้กับบริษัทฯ เป็นจำนวน 69,044,651 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ปัจจุบัน รัฐบาลแซนซิบาร์ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ตามคำสั่งศาลดังกล่าว
 
ความสัมพันธ์ด้านการลงทุน 
แทนซาเนียมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เนื่องจากมีเสถียรภาพทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ แทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community – EAC) ซึ่งได้จัดตั้งตลาดร่วมแล้ว และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ทำให้สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย ทั้งนี้ แทนซาเนียเป็นประเทศที่มีศักยภาพเหมาะแก่การลงทุนในหลายด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยวและภาคบริการ (อาทิ การโรงแรม ร้านอาหาร สปา) เกษตรกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
 
ปัจจุบัน มีบริษัทไทยหลายบริษัทมาตั้งฐานการดำเนินธุรกิจในแทนซาเนีย อาทิ บริษัท CPF (ธุรกิจปศุสัตว์) บริษัท CPP (ธุรกิจพืชไร่) บริษัท SCT[1] (ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง และสินค้าอื่น ๆ) และบริษัททำเหมืองอัญมณี เนื่องจากแทนซาเนียมีเสถียรภาพทางการเมืองดี มีระบบกฎหมายที่ชัดเจน และมีท่าเรือที่เมืองดาร์เอสซาลาม (Dar es Salaam) เป็นจุดเชื่อมต่อการส่งสินค้าจากต่างประเทศสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล
 
ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว 
ในปี 2556 มีชาวแทนซาเนียเดินทางมาไทยจำนวน 3,381 คน และมีคนไทยอยู่ในแทนซาเนียประมาณ 80 คน โดยทำงานในบริษัทไทยที่ไปลงทุนในแทนซาเนีย และเป็นพนักงานโรงแรม
 
ความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา 
ไทยเริ่มให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2529 (ค.ศ. 1986) โดยจัดฝึกอบรมด้านการศึกษาและการจัดระบบสาธารณูปโภคตามคำขอของ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) และ International Civil Aviation Organization (ICAO) ในลักษณะ Third Country Training Programme ไทยให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ ปีละ 1-2 ทุน อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ แทนซาเนียเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายภายใต้ความร่วมมือไตรภาคีไทย-ญี่ปุ่น-แอฟริกา ในสาขาเกษตรและสาธารณสุขอีกด้วย
 
ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและแทนซาเนียส่วนใหญ่อยู่ในรูปของทุน 
ฝึกอบรมประจำปี (AITC) โดยสาขาที่แทนซาเนียให้ความสนใจส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการอบรม เช่น สาธารณสุข OTOP การทูต และการท่องเที่ยว
 
ทุนฝึกอบรม
 
โรคมาลาเรีย 
การจัดฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคมาลาเรียให้แก่ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา โดยแทนซาเนียได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการอบรม ดังนี้
 
หลักสูตร International Training Course on the Management of Malaria ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. - 7 ต.ค. 2548
 
หลักสูตร Malaria Prevention and Control ระหว่างวันที่ 6 ก.พ.- 3 มี.ค. 2549
 
โรคเอดส์ 
หลักสูตร STIs/HIV Laboratory Diagnosis ระหว่างวันที่ 21 ก.ย. - 2 ต.ค. 2552 โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากประเทศแทนซาเนีย 2 คน
 
OTOP 
การจัดฝึกอบรม/ดูงานด้าน OTOP หลักสูตร Economic Development with OTOP ให้แก่ประเทศในกลุ่มแอฟริกาตะวันออก จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ เคนยา ยูกันดาและแทนซาเนีย ประเทศละ 4 คน ระหว่างวันที่ 13 - 26 ก.ค. 2549 เพื่อสานต่อการเดินทางเยือนเคนยาและยูกันดาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ) เมื่อกรกฎาคม 2548
 
ความสัมพันธ์ด้านการทูต 
- หลักสูตร Diplomatic Skills for Professionals in International Affairs ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ระหว่าง 7 ส.ค.- 4 ก.ย.2554 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 1 คน
 
-หลักสูตร Advanced Workshop Diplomatic Skills for Official and Business Application ระหว่างวันที่ 4 - 17 ส.ค. 2556 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 2 คน
 
ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว 
- หลักสูตร Sustainable Tourism Management จัดระหว่างวันที่ 3 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2556 ผู้รับทุนชาวแทนซาเนียเข้าร่วม 4 คน
 
ทุนฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course: AITC) 
สพร.ได้แจ้งเวียนทุน AITC แก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2541 มีผู้รับทุนชาวแทนซาเนียได้รับคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรด้านการเกษตร การสร้างรายได้และลดความยากจน ความมั่นคงทางอาหาร การจัดการชายฝั่ง และการจัดการน้ำเป็นต้น
 
ความร่วมมือในปัจจุบัน 
จากผลการเยือนโมซัมบิก ยูกันดา และแทนซาเนียของนรม. ระหว่างวันที่ 29 ก.ค. - 2 ส.ค. 2556 สพร.ได้เสนอให้ทุนศึกษาปริญญาโท จำนวน 10 ทุน และทุนฝึกอบรมในสาขาที่แทนซาเนียต้องการ ซึ่งแทนซาเนียได้แจ้งสาขาที่ประสงค์จะขอรับทุนปริญญาโทและทุนฝึกอบรมแล้ว ได้แก่ สาขาพัฒนาการเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรม การทำเหมือง การพัฒนาการท่องเที่ยว การค้าระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบริหารจัดการภาครัฐ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการด้าน ICT เป็นต้น และสพร.ได้แจ้งให้ฝ่ายแทนซาเนียเสนอชื่อพร้อมใบสมัครผ่าน สอท. ณ กรุงไนโรบี แล้ว
 
ความตกลงที่สำคัญ ๆ กับไทย
 
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว
 
-ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ ลงนามเมื่อปี 2549 (ค.ศ. 2006)
 
-ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนียเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
-ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนียว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา ลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
-บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
-บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ป่าระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ลงนามเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
-บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติกับกระทรวงพลังงานและทรัพยากรเหมืองแร่แทนซาเนีย ลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ
 
ความตกลงด้านการค้า – พณ. พร้อมที่จะลงนามแล้ว แต่ยังรอผลการพิจารณาของฝ่ายแทนซาเนีย
 
-บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรแร่ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแทนซาเนีย – ฝ่ายไทยได้ส่งร่าง คตล. ฉบับปรับปรุงให้ฝ่ายแทนซาเนียพิจารณาตั้งแต่ ก.ค. 2556
 
-บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแทนซาเนียว่าด้วยความมั่นคงทางอาหาร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค – ฝ่ายไทยได้ส่งร่าง คตล. ให้ฝ่ายแทนซาเนียพิจารณาตั้งแต่ ก.ค. 2556 (คาดว่า ฝ่ายแทนซาเนียอาจจะไม่สนใจจัดทำ)
 
-ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการปรึกษาหารือทวิภาคีระหว่าง กต. ไทย กับ กต. แทนซาเนีย - ฝ่ายไทยได้ส่งร่าง คตล. ฉบับปรับปรุงให้ฝ่ายแทนซาเนียพิจารณาตั้งแต่ ก.ย. 2556
 
การเยือนที่สำคัญ
 
ฝ่ายไทย
 
ระดับพระราชวงศ์
 
(1) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกันยายน 2537 (ค.ศ. 1994)
 
(2) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนแทนซาเนีย 
ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ UNHCR เพื่อทอดพระเนตรโครงการของ Refugee Education Trust ที่เมือง Kigoma เมื่อเดือนมีนาคม 2546 (ค.ศ. 2003)
 
ระดับรัฐบาล
 
(1) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนมีนาคม 2536 (ค.ศ. 1993)
 
(2) นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ 
ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2549 (ค.ศ. 2006)
 
(3) นายปรีชา ผ่องเจริญกุล ประธานคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย และที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเยือนแทนซาเนียระหว่างวันที่ 18-19 มีนาคม 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อแสวงลู่ทางการดำเนินธุรกิจอัญมณี
 
(4) นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา นำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเยือนแทนซาเนียระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อแสวงหาลู่ทางการค้าและการลงทุน
 
(5) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2556 (ค.ศ. 2013)
 
 
ฝ่ายแทนซาเนีย
 
(1) นาย Julius Nyerere อดีตประธานาธิบดีแทนซาเนียในฐานะประธาน South Commission เดินทางเยือนไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2531 (ค.ศ. 1988) และเข้าพบหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายพงษ์ 
สารสิน) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
 
(2) นาย Joseph F. Mbwiliza รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำ พลังงาน และเหมืองแร่แทนซาเนีย เดินทางเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเดือนมีนาคม 2537 (ค.ศ. 1994) เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการ Bangkok Gems and Jewelry Fair ตามคำเชิญของกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าเยี่ยมคารวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ)
 
(3) นาย Frederick T. Sumaye นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย ระหว่างวันที่ 15-18 ตุลาคม 2541 (ค.ศ. 1998)
 
(4) นาย Edward Lowassa นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2549 (ค.ศ. 2006)
 
(5) นายมิเซ็นโก พินดา (Mizenko Pinda) นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเดินทางแวะผ่านไทย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2553 (ค.ศ. 2010)
 
(6) นายยาคายา อึมรีโช คีเควเท (Jakaya Mrisho Kikwete) ประธานาธิบดีแทนซาเนียทาบทามเยือนไทยเมื่อปี 2554 แต่ได้เลื่อนการเยือนออกไป และได้ทาบทามการเยือนอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมา ประธานาธิบดีแทนซาเนียได้เชิญนายกรัฐมนตรีเยือนแทนซาเนียและเลื่อนการเยือนประเทศไทยออกไปก่อน
 
(7) นาย John Haule ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ แทนซาเนียได้เดินทางเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมหารือกับปลัดกระทรวงฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2556 ที่ กรุงเทพฯ และเข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสไทย-แอฟริกา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2556 ณ หัวหิน
 
ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ 
วันที่ลงนาม 26 สิงหาคม 2545
 
การตรวจลงตรา Visa on Arrival หรือ ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย
 
สำนักงานไทยที่ดูแลแทนซาเนีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
 
สำนักงานแทนซาเนียที่ดูแลไทย สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย 
 
กงสุลกิตติมศักดิ์แทนซาเนียประจำประเทศไทย  
ในที่ประชุมหารือทวิภาคีไทย-แทนซาเนีย ระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (5 ก.ย. 2556) นาย John Haule ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแทนซาเนีย แสดงความประสงค์ที่จะแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์แทนซาเนียประจำประเทศไทย และขอให้ฝ่ายไทยเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม กระทรวงฯ จึงได้มีหนังสือถึงสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอให้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้ฝ่ายแทนซาเนียพิจารณา ขณะนี้ สภาหอการค้าฯ อยู่ระหว่างการเสนอชื่อนายกุลวุฒิ วนาสวัสดิ์ คณะกรรมการเอเชียใต้ฯ ตะวันออกกลางและแอฟริกา สภาหอการค้าฯ และกรรมการผู้จัดการ โรงงานเภสัชกรรม แอตแลนติก จำกัด (รอหนังสืออย่างเป็นทางการ รวมทั้ง CV และเอกสารวิศัยทัศน์)
 
กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำแทนซาเนีย  
กระทรวงฯ มีดำริจะเปิด สกม. และแต่งตั้ง กสม. ไทย/แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2543 แต่ประสบปัญหา กต.แทนซาเนีย ไม่เห็นชอบบุคคลที่ไทยเลือกให้เป็น กสม. ถึงแม้ว่าจะได้รับเสนอชื่อจาก กต. แทนซาเนียก็ตาม ประเด็นนี้จึงได้หยุดชะงักไป ต่อมา เมื่อปี 2554 อธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ ขณะนั้น (นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ) ได้เดินทางไปแทนซาเนียตามโครงการตลาดใหม่ (Focus Group) และเห็นว่า อาจจะถึงเวลาพิจารณาความจำเป็นในการจัดตั้ง สกม. ไทย/แทนซาเนีย ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุน และเมื่อ 2555 สอท. ณ กรุงไนโรบีได้แจ้งยืนยันเหตุผลและความสำคัญของการเปิด สกม. และแต่งตั้ง กสม. ไทย/แทนซาเนีย กรมเอเชียใต้ฯ จึงได้มีบันทึกเรียนเสนอ และ รมว. กต. อนุมัติการเปิดในหลักการ และแจ้ง สอท. ณ กรุงไนโรบีให้ขอความเห็นชอบการเปิด สกม. ไทย/แทนซาเนีย และสรรหาบุคคลเป็น กสม. ไทย/แทนซาเนีย ต่อมา กระทรวงฯ มีดำริร่างระเบียบ กสม. ฉบับใหม่ซึ่งทำให้กระบวนการชะงักไปชั่วคราว
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
[1] ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัท SCT ได้ปิดทำการตั้งแต่ปี 2555 (ค.ศ. 2012) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ โดยการจัดตั้งตัวแทน (Local sales representative) ที่อยู่ในพื้นที่เพื่อทดแทนการมีสำนักงานเป็นของตัวเอง และทดแทนการส่งพนักงานไทยเข้าไปประจำในพื้นที่แทน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานไทยในท้องที่ 

 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - แทนซาเนีย                      
มูลค่าการค้า 158.85 167.81 122.04 122.04 120.91 39.00 5.64 -27.27 -27.27 -0.93
การส่งออก 129.45 144.50 106.00 106.00 92.49 29.05 11.63 -26.65 -26.65 -12.74
การนำเข้า 29.39 23.31 16.04 16.04 28.42 110.42 -20.70 -31.17 -31.17 77.11
ดุลการค้า 100.06 121.19 89.95 89.95 64.07            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 4.5 5.6 8.0 8.0 13.9 -1.31 25.60 41.70 41.70 74.71
2 ข้าว 0.7 8.5 7.1 7.1 8.5 -58.51 1,114.94 -16.36 -16.36 19.70
3 เม็ดพลาสติก 14.4 13.3 9.7 9.7 5.4 49.09 -7.36 -26.97 -26.97 -45.02
4 เครื่องนุ่งห่ม 5.1 6.4 5.0 5.0 5.2 -12.24 26.50 -22.27 -22.27 3.87
5 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 5.7 4.0 4.7 4.7 5.0 33.45 -29.83 17.08 17.08 7.48
6 น้ำตาลทราย 31.6 32.0 17.0 17.0 5.0 93.95 1.18 -46.89 -46.89 -70.41
7 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.6 3.6 4.2 4.2 4.8 -20.72 41.96 16.53 16.53 14.08
8 เคมีภัณฑ์ 1.8 2.9 1.2 1.2 4.5 61.32 57.68 -56.64 -56.64 264.44
9 แร่ยิบซัม 2.4 4.2 5.3 5.3 4.3 115.95 72.47 25.60 25.60 -18.03
10 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 2.2 2.5 2.3 2.3 3.4 -18.63 10.00 -6.56 -6.56 48.74
รวม 10 รายการ 71.0 83.0 64.5 64.5 60.1 40.73 16.90 -22.27 -22.27 -6.85
อื่นๆ 58.5 61.5 41.5 41.5 32.4 17.25 5.23 -32.55 -32.55 -21.90
รวมทั้งสิ้น 129.5 144.5 106.0 106.0 92.5 29.05 11.63 -26.65 -26.65 -12.74

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 7.0 5.8 6.4 6.4 10.5 3,590.37 -17.67 10.28 10.28 64.76
2 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 1.6 1.6 4.6 4.6 10.3 -19.76 0.14 181.11 181.11 126.22
3 ด้ายและเส้นใย 14.7 14.8 3.9 3.9 5.8 133.13 1.00 -73.73 -73.73 49.92
4 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 4.0 0.2 0.2 0.2 0.6 55.68 -95.36 31.57 31.57 155.61
5 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 0.0 0.1 0.2 0.2 0.2 -71.58 162.05 200.00 200.00 -33.50
6 กาแฟ ชา เครื่องเทศ 0.0 0.0 0.1 0.1 0.1 29.97 10.36 58.69 58.69 36.09
7 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -90.40 20.83 -41.38 -41.38 2,141.18
8 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ - - 0.0 0.0 0.0 - - - - -22.84
9 รถยนต์นั่ง - - - - 0.0 - - - - -
10 สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -34.78 1,866.67 37.29 37.29 -86.17
รวม 10 รายการ 27.4 22.6 15.4 15.4 27.6 143.66 -17.63 -31.56 -31.56 78.79
อื่นๆ 2.0 0.8 0.6 0.6 0.8 -26.24 -62.35 -19.58 -19.58 34.67
รวมทั้งสิ้น 29.4 23.3 16.0 16.0 28.4 110.42 -20.70 -31.17 -31.17 77.11

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

ที่อยู่

The Embassy of United Republic of Tanzania

No. 8, Liang Ma He Nan Lu,
San Li Tun, Beijing 100600,
The People's Republic of China

Tel: (8610) 6532-1491, 6532-1408, 6532-1719, 6532-2394

Fax: (8610) 6532-4351, 6532-1695

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: www.tanzaniaembassy.org.cn

 

 

JoomSpirit