ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์

swaziland1 sw
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

ชื่อทางการ

ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ (Kindom of Swaziland)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา อยู่ระหว่างประเทศโมซัมบิคและทวีปแอฟริกาใต้

พื้นที่

17,363 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

535 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศโมซัมบิค 105 กิโลเมตร และทวีปแอฟริกาใต้ 430 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ภูมิประเทศส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเทือกเขาและภูเขา และมีที่ราบลดหลั่นลงไป

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศที่หลากหลายตั้งแต่ภูมิอากาศเขตร้อนไปจนถึงแบบเขตร้อนกับขั้วโลก

ทรัพยากรธรรมชาติ

แร่ใยหิน ถ่านหิน ดิน แร่ดีบุก พลังงานน้ำ ป่าไม้ แหล่งทองคำและเพชรขนาดเล็ก เหมืองหิน และฝุ่น

ภัยธรรมชาติ

หน้าแล้ง

จำนวนประชากร

1,435,613 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.11% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

สวาซิแลนด์

เชื้อชาติ

แอฟริกา 97% และยุโรป 3%

ศาสนา

ลัทธิไซออน 40% (ลัทธิที่เกิดจากการรวมความเชื่อทางศาสนาคริสต์ กับลัทธิบูชาพื้นเมืองเข้าด้วยกัน) คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 20% มุสลิม 10% และอื่นๆ 30%

ภาษา

อังกฤษ (ภาษาราชการใช้ในทางราชการและการทำธุรกิจ) ซิสวาติ (ภาษาราชการ)

ประวัติศาสตร์

ชนชาติสวาซิเป็นชนเผ่า Nguni เดิมอาศัยอยู่ทางแอฟริกากลาง ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของสวาซิแลนด์ถือว่ากษัตริย์องค์แรกของตนก่อนที่จะเคลื่อนย้ายลงมาในดินแดนปัจจุบัน ได้แก่ Ngwane I กษัตริย์องค์ต่อ ๆ มา ได้แก่ Dlamni I, Mswati I, Ngwane II, Dlamini II, Mavuso I, Magudulela I, Ludvonga I, Dlamini III โดยที่ไม่มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในช่วงที่ขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์เหล่านี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จึงไม่ทราบแน่นอนว่ากษัตริย์เหล่านี้ครองราชสมบัติในช่วง ค.ศ. ใดบ้าง

ชนชาติสวาซิหรือเผ่า Nguni ได้เคลื่อนย้ายลงมาทางแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ในปัจจุบันประมาณปี ค.ศ. 1750 ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ Ngwane III จึงได้ถือว่ากษัตริย์พระองค์นี้เป็นกษัตริย์องค์แรกของราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ปัจจุบัน โดยครองราชย์อยู่จนถึงปี ค.ศ. 1780 กษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาของสวาซิแลนด์ ได้แก่ Ndugunye Sobhuza I, Mswati, Mbandzeni, Ngwane V, Sobhuza II และกษัตริย์องค์ปัจจุบัน คือ King Mswati III ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1986 เมื่อชนชาติสวาซิแลนด์อพยพลงมาอาศัยมาในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของประเทศนี้ ใหม่ ๆ ได้เกิดข้อขัดแย้งในการแย่งดินแดนกับชนเผ่าซูลู ซึ่งมีความเข้มแข็งกว่าชนเผ่า Swazi ต่อมาเมื่อมีการขุดพบทองคำในภูมิภาคนี้เมื่อปี ค.ศ. 1879 จึงมีคนผิวขาวจากยุโรปอพยพเข้าไปแสวงโชคกันมากและยึดดินแดนในภูมิภาคนี้เป็นเมืองขึ้น สวาซิแลนด์ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของคนผิวขาวเชื้อสายดัชต์ ซึ่งได้ครองดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ปัจจุบันด้วย ในขณะนั้นเรียกว่า Boer Republic of Transvaal ต่อมาคนเชื้อสายอังกฤษได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้และได้ทำสงครามชนะคนเชื้อสายดัช (Boer) เมื่อปี ค.ศ. 1903 สวาซิแลนด์จึงกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษหรือเป็น British High Commission Territory สวาซิแลนด์ได้รับเอกราชเมื่อ 6 กันยายน ค.ศ. 1968 ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับเอกราช สวาซิแลนด์เคยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตะวันตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีพรรคการเมืองหลายพรรคและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1973-1977 สมเด็จพระราชาธิบดี Sobhuza II แห่งราชวงศ์ Dlamini ได้ทรงปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงการปกครองของสวาซิแลนด์ โดยได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจการปกครองให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และห้ามการจัดตั้งพรรคการเมือง นอกจากนี้ ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศสวาซิแลนด์ซึ่งใช้ปกครองประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงนำแนวทางการปกครองประเทศแบบตะวันตกผสมผสานกับการปกครองตามประเพณีดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ปัจจุบันสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งมีอิทธิพลเหนือราชอาณาจักรสวาซิแลนด์พยายามกดดันให้สวาซิแลนด์เปลี่ยนเปลงการปกครองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

สถาบันกษัตริย์

ปัจจุบันสวาซิแลนด์ยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ (King Mswati III) และมีพระราชอำนาจสิทธิขาดในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีและในคณะรัฐบาล กษัตริย์สวาซิแลนด์ทรงมีอำนาจในการปกครองประเทศมาก ทรงครอบครองกรรมสิทธิในที่ดินส่วนใหญ่ภายในประเทศ และทรงมอบสิทธิในการทำกินบนพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนโดยมอบผ่านหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ นำไปจัดสรรให้ประชาชนทำกินโดยมีเงื่อนไขว่าจะส่งผลผลิตเป็นการตอบแทนผ่านทางหัวหน้าเผ่าพระมหากษัตริย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสวาซิแลนด์ คือ King Mswati I และ King Sobhuza II ซึ่งพระองค์หลังมีส่วนในการช่วยให้สวาซิแลนด์ได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1968 King Sobhuza II เป็นพระราชบิดาของ King Mswati III (สวาติที่ 3) King Sbohuza II ทรงวางรากฐานทางการเมืองและการปกครองของสวาซิแลนด์ซึ่งยังคงใช้กันต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัตินานที่สุดในโลก คือ 61 ปี (ค.ศ. 1921 ถึง ค.ศ. 1982) ทรงเป็นที่เคารพรักของประชาชนเนื่องจากทรงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับประชาชน ตามขนบธรรมเนียมของสวาซิแลนด์นั้น พระมหากษัตริย์ทรงมีพระชายาเป็นจำนวนมาก โดยทรงเลือกจากสาวเผ่าต่าง ๆ ทุกเผ่าที่มีในประเทศเพื่อให้เกิดความผูกพันกับประชาชนเผ่าต่างๆ ประมาณกันว่า King Sobhuza II มีพระราชโอรสและธิดารวม 600 พระองค์ ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III แห่งสวาซิแลนด์ พระองค์ปัจจุบัน มีพระชายา 12 พระองค์ และพระราชโอรส 2 พระองค์ พระราชธิดา 7 พระองค์ อนึ่ง สำหรับการราชาภิเษกนั้น จะเกี่ยวพันโดยตรงกับการคัดเลือกพระราชชนนี (Queen Mother) โดยหลังจากที่กษัตริย์เสด็จสวรรคต คณะองคมนตรี (Royal Council) ซึ่งประกอบด้วยพระราชวงศ์อาวุโสไม่จำกัดจำนวน จะคัดเลือกผู้เหมาะสมจากบรรดาพระชายาของกษัตริย?พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ลง โดยมีหลักเกณฑ์ว่า บุคคลที่เหมาะสมจะต้องมิได้มาจากราชวงศ์ Dlamini และพระราชโอรสของผู้ที่ถูกเลือกเป็นพระราชชนนีขึ้นเป็นกษัตริย์ ทั้งนี้ ในกรณีที่พระราชโอรสยังทรงพระเยาว์อยู่นั้น พระราชชนนีจะปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทน เช่น กรณีของ Queen Mother องค์ปัจจุบันซึ่งมีพระนามว่า Ntombi ได้ครองราชย์ภายหลังจาก King Sobhuza II สวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1982 จนกระทั่งมีการสถาปนา King Mswati III ขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1986 หรือในกรณีกษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ Queen Mother จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นอกจากนั้น จะเป็นผู้นำประเทศในด้านการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศ

 

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

เมืองหลวง

เมืองอัมบาบาเน (Mbabane)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 4 จังหวัด ได้แก่ โฮโฮ (Hhohho) ลูบอมโบ (Lubombo) มันซินี (Manzini) ชิเซลเวนี (Shiselweni)

วันที่ได้รับเอกราช

6 กันยายน พ.ศ. 2511

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ระบบกฏหมาย

ใช้กฎหมายโรมัน-ดัชต์ ของแอฟริกาใต้ ผนวกกับกฎหมายดั้งเดิมของประเทศ มีการนำเอากฎจากศาลโลกมาใช้ร่วมเป็นการสำรอง

พรรคการเมือง

พรรค African United Democratic Party (AUDP) พรรค Imbokodvo National Movement (INM) พรรค Ngwane National Liberatory Congress (NNLC) พรรค People's United Democratic Movement (PUDEMO)

การเมืองการปกครอง

ภายหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว สวาซิแลนด์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีพรรคการเมืองหลายพรรคและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1973 ถึง ค.ศ. 1977 กษัตริย์ Sobhuza II ได้ทำการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงการปกครองของสวาซิแลนด์โดยได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจการปกครองให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของกษัตริย์และห้ามการจัดตั้งพรรคการเมือง กษัตริย์ Sobhuza II ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศสวาซิแลนด์ขึ้น ซึ่งใช้ปกครองประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยทรงนำแนวทางการปกครองประเทศแบบตะวันตกผสมผสานกับการปกครองตามประเพณีดั้งเดิมเข้าด้วยกัน สรุปได้ดังนี้ คือ

ฝ่ายบริหาร
กษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสิทธิขาดเหนือรัฐบาล และทรงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่ายบริหารได้  ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยส่วนหนึ่งทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยและส่วนหนึ่งทรงแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันของสวาซิแลนด์ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 (ค.ศ. 2006) 
 
ฝ่ายนิติบัญญัติ
ประกอบด้วยวุฒิสภา (Upper House) และสภาผู้แทนราษฎร (Lower House or House of Assembly) วุฒิสภาประกอบด้วยวุฒิสมาชิกจำนวน 30 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจแต่งตั้งวุฒิสมาชิก 20 คน และอีก 10 คนมาจากการแต่งตั้งของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนสภาล่างประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 65 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสภาผู้แทนราษฎร 10 คน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออีก 55 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนและบริหารท้องถิ่นนั้นมาจากการเลือกตั้งโดยผ่าน Tinkhundla Centres ซึ่งมีทั้งหมด 55 เขต จากทั่วประเทศ (การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2551 (ค.ศ. 2008)) ระบบนิติบัญญัติของสวาซิแลนด์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีความหมายและปราศจากความเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นเพียงสภาที่ปรึกษาของกษัตริย์ กษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการยุบสภา และไม่ต้องปฏิบัติตามมติของฝ่ายนิติบัญญัติ ในขณะที่สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติที่มีจากการแต่งตั้งของกษัตริย์ล้วนเป็นบุคคลในพระราชวงศ์หรือบุคคลใกล้ชิดของกษัตริย์ ทั้งนี้ กฎหมายของสวาซิแลนด์ยังคงห้ามไม่ให้มีพรรคการเมือง อีกทั้งการปฏิรูปการเมืองสวาซิแลนด์ภายใต้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงดำเนินไปด้วยความล่าช้า 
 
ฝ่ายตุลาการ
สวาซิแลนด์ใช้ระบบตุลาการ 2 ระบบควบคู่กันไป คือ การพิจารณาคดีตามประเพณีดั้งเดิม หรือเรียกว่า Traditional Swazi National Court และการพิจารณาตามระบบศาลสถิตยุติธรรมตามแบบตะวันตก โดยยึดแนวทางกฎหมาย Roman Dutch ซึ่งการพิจารณาตามแนวทางสมัยใหม่นี้แบ่งศาลยุติธรรมเป็น High Court, Magistrates Courts และ Industrial Courts นอกจากนั้น ยังมี Constitutional Courts ซึ่งทำหน้าที่เป็นศาลสูงสุดของประเทศและจะมีหน้าที่พิพากษาตัดสินคดีที่ศาลอื่น ๆ มีความเห็นขัดแย้งกัน และการตัดสินคดีของ Constitutional Courts  ถือว่าคดีสิ้นสุด ทั้งนี้ กษัตริย์ทรงเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาเอง 
 
รัฐธรรมนูญฉบับเก่าได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2516 (ค.ศ.1973) พร้อมกับการยกเลิกระบบพรรคการเมืองนับแต่นั้นมา ระบอบการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2549 (ค.ศ.2006) ยังคงไม่มีความชัดเจนว่า จะอนุญาตให้มีการตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ และอำนาจสิทธ์ขาดในการปกครองยังคงอยู่ในพระราชอำนาจของกษัตริย์ จึงยังคงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเมืองการปกครองให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาประเทศ 
 
นโยบายต่างประเทศ 
สวาซิแลนด์มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community – SADC)  นอกจากนี้ สวาซิแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศแอฟริกา 5 ประเทศ (ประกอบด้วย บูร์กินาฟาโซ แกมเบีย มาลาวี เซาโตเมและปรินซิปี) และหนึ่งใน 25 ประเทศทั่วโลก ที่ให้การรับรองรัฐบาลไต้หวัน โดยสวาซิแลนด์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันตั้งแต่ปี 2511 
 
นอกเหนือจากประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ของสวาซิแลนด์กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอื่น เน้นความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย หลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์กับประเทศในแถบเอเชียมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ประเทศกลุ่มดังกล่าวกดดันสวาซิแลนด์อย่างหนักเพื่อให้มีการปฏิรูประบอบการเมืองการปกครอง ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับประเทศกลุ่มดังกล่าวชะลอตัวลง 
 
ในปัจจุบัน ภาพลักษณ์สวาซิแลนด์ในสายตาของประชาคมระหว่างประเทศไม่สู้ดีนัก เนื่องจากสวาซิแลนด์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการปฏิรูประบอบการเมืองการปกครอง การขาดความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนของประชาชน อันเนื่องมาจากระบอบการปกครองปัจจุบันของสวาซิแลนด์ ซึ่งกษัตริย์มีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครองประเทศแต่เพียงผู้เดียว 
 

สถานการณ์การเมืองที่สำคัญ

สวาซิแลนด์ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งในระบบไม่มีพรรคการเมือง นายแอฟซาลอม เทมบา ลามินี (Absalom Themba Dlamini) ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2546 และได้จัดตั้งรัฐบาลและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 ซึ่งจะมีวาระดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2551 และเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 สวาซิแลนด์ได้มีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่ได้มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง โดยมีการแต่งตั้งให้นาย Mathendele M. Dlamini วุฒิสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า

 

 

Update มกราคม 2559


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  22 กรกฎาคม 2558

 

 

  • King
    MSWATI III
  • Prime Min.
    Barnabus Sibusiso DLAMINI
  • Dep. Prime Min.
    Paul DLAMINI
  • Min. of Agriculture
    Moses VILAKATI
  • Min. of Commerce, Industry, & Trade
    Gideon DLAMINI
  • Min. of Economic Planning & Development
    HLANGUSEMPHI , Prince
  • Min. of Education
    Pheneas MAGAGULA
  • Min. of Finance
    Martin Gobisandla DLAMINI
  • Min. of Foreign Affairs & Intl. Cooperation
    Mgwagwa Sipho Benedict GAMEDZE , Chief
  • Min. of Health
    Sibongile NDLELA-SIMELANE
  • Min. of Home Affairs
    TSANDZILE , Princess
  • Min. of Housing & Urban Development
    Phiwayinkhosi MABUZA
  • Min. of Information & Communications Technology
    Dumisani NDLANGAMANDLA
  • Min. of Justice & Constitutional Affairs
    Edgar HILLARY
  • Min. of Labor & Social Security
    Winnie MAGAGULA
  • Min. of Natural Resources & Energy
    Jabulile MASHWAMA
  • Min. of Public Service
    Magobetane MAMBA
  • Min. of Public Works & Transport
    Lindiwe DLAMINI , Pastor
  • Min. of Sports, Culture, & Youth Affairs
    David NGCAMPHALALA
  • Min. of Tinkhundla Admin.
    Mduduzi DLAMINI
  • Min. of Tourism & Environmental Affairs
    Jabulani MABUZA
  • Governor, Central Bank
    Majozi SITHOLE
  • Ambassador to the US
    Abednigo Mandla NTSHANGASE , Reverend
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Zwelethu MNISI

ที่มา https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/WZ.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

10.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

8,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของ GDP

1.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 11.9%
  • ภาคอุตสาหกรรม 46.6%
  • ภาคการบริการ 41.5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

40% (ค่าประมาณ พ.ศ.2549)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

ไม่มีข้อมูล

ผลผลิตทางการเกษตร

น้ำตาลทราย ฝ้าย ข้าวโพด ใบยาสูบ ข้าว มะนาว สัปปะรด ข้าวฟ่าง ถั่ว ปศุสัตว์ แพะ แกะ

อุตสาหกรรม

ถ่านหิน เนื้อไม้ น้ำตาล สารตั้งต้นน้ำอัดลม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ดุลบัญชีเดินสะพัด

20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

1.575 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

สารตั้งต้นน้ำอัดลม น้ำตาล เนื้อไม้ ฝ้าย ไหมพรม ตู้เย็น มะนาวและผลไม้กระป๋อง

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

แอฟริกาใต้ 59.7% สหภาพยุโรป 8.8% สหรัฐอเมริกา 8.8% โมซัมบิค 6.2% (พ.ศ.2549)

มูลค่าการนำเข้า

1.581 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องยนต์ยานพาหนะ เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง อาหาร ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

แอฟริกาใต้ 95.6% สหภาพยุโรป 0.9% ญี่ปุ่น 0.9% (พ.ศ.2549)

สกุลเงิน

ลิลังเจนี (Lilangeni)

สัญลักษณ์เงิน

SZL

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

สภาพเศรษฐกิจของสวาซิแลนด์ผูกพันอยู่กับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก โดยประมาณร้อยละ 80 ของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ นำเข้าจากแอฟริกาใต้ และร้อยละ 70 ของสินค้าออกของสวาซิแลนด์ส่งไปยังแอฟริกาใต้ นอกจากนั้น ระบบการเงินและการคลังรวมทั้งระบบภาษีศุลกากรของสวาซิแลนด์ ก็ผูกพันกับแอฟริกาใต้ เนื่องจากสวาซิแลนด์เป็นประเทศสมาชิกของสหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ (Southern African Customs Union - SACU)  แต่ในทางปฏิบัติ สินค้าต่างประเทศส่วนใหญ่เข้ามายังเมืองท่าของแอฟริกาใต้ ดังนั้น แอฟริกาใต้จึงมีอิทธิพลเหนือประเทศสมาชิกอื่น ๆ มาก โดยใช้เรื่องสัดส่วนในการแบ่งปันรายได้จากการจัดเก็บภาษีสินค้าเข้า SACU เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาทางการเมืองและเศรษฐกิจอยู่เสมอ สำหรับสวาซิแลนด์นั้น รายได้ซึ่งได้รับจากส่วนเฉลี่ยของภาษีที่ได้จาก SACU นับเป็นรายได้หลักที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในการบริหารประเทศ 
 
สินค้าที่เป็นรายได้หลักของประเทศ ได้แก่ น้ำตาลทราย ผลผลิตจากป่าไม้ อาทิ เยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์จากไม้สน เครื่องดื่ม เครื่องตกแต่งบ้าน และตู้เย็น การลงทุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากสหราชอาณาจักรและแอฟริกาใต้ ประชาชนร้อยละ 80 อยู่ในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของสวาซิแลนด์ คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกาใต้และยุโรป อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน สวาซิแลนด์ก็ยังไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รายได้จากการท่องเที่ยวนับว่าเป็นรายได้สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ 
 
รัฐบาลสวาซิแลนด์มีนโยบายเสริมสร้างบรรยากาศและระบบสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อ การพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงของชีวิตประชาชนสวาซิแลนด์ รวมทั้งมุ่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้ เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งรัฐบาลสวาซิแลนด์ยังมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรโดยการส่ง เสริมด้านการศึกษา ปัจจุบันมีจำนวนสถานศึกษาเพิ่มขึ้นมาก แต่คุณภาพของการศึกษายังไม่ดีเท่าที่ควร และไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศ 
 
แม้ว่าสวาซิแลนด์จะเป็นประเทศที่ยากจน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกา ถือว่า เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยและความมั่นคงค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี สวาซิแลนด์เป็นประเทศที่ต้องประสบปัญหาผู้ติดเชื้อเอดส์สูงที่สุดประเทศ หนึ่งในโลก โดยประชากรกว่าร้อยละ 26.1 ติดเชื้อ HIV รัฐบาลสวาซิแลนด์จึงพยายามดำเนินนโยบายต่อต้านและป้องกันการแพร่ขยายของโรค เอดส์อย่างจริงจังในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

 

 

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
การทูต 
ไทยและสวาซิแลนด์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2534   (ค.ศ.1991) โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ เอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรสวาซิแลนด์คนปัจจุบันคือ นายนนทศิริ บุรณศิริ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย ส่วนฝ่ายสวาซิแลนด์มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ประจำมาเลเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และได้แต่งตั้งให้นางสาวพันธ์พิไล ใบหยก เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ประจำไทย ตั้งแต่ปี 2548 (ค.ศ. 2005) 
 
ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างราชอาณาจักรสวาซิแลนด์และไทยเป็นไปด้วยดี มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศเสมอมา นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สามแห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ยังทรงแสดงความชื่มชมในพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาพลังงานชีวภาพเป็นอย่างมาก ภายหลังจากที่ได้ทอดพระเนตรโครงการตามพระราชดำริระหว่างการเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลเพื่อเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 11 - 15 มิถุนายน 2549 (ค.ศ. 2006) 
 
ด้านเศรษฐกิจ 
การค้า 
มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สวาซิแลนด์ยังมีไม่มาก แต่อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด สำหรับปี 2554 (ค.ศ. 2011) ระหว่างกันมีมูลค่า 35.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมูลค่า 21.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้ามูลค่า 14.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยได้ดุลการค้ามูลค่า 8.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งออก อาทิ ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน เคหะสิ่งทอ ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ เครื่องนุ่งห่ม ผ้าผืน เป็นต้น สินค้าที่ไทยนำเข้าได้แก่ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 
 
ปัญหาการค้าระหว่างไทย-สวาซิแลนด์ 
ความห่างไกลและขาดแคลนข้อมูลเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันที่ผ่านมา และนักธุรกิจไทยมีทัศนคติเชิงลบต่อประเทศในแถบแอฟริกา จึงมักไม่ค่อยจะนิยมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับนักธุรกิจจากสวาซิแลนด์ด้วยเช่นกัน 
 
เนื่องจากสวาซิแลนด์เป็นประเทศขนาดเล็ก มีพลเมืองเพียง 1 ล้านคนเศษ จึงเป็นตลาดขนาดเล็กที่มีกำลังซื้อน้อย และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล จำเป็นต้องพึ่งระบบคมนาคมขนส่งของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแอฟริกาใต้และโมซัมบิก นอกจากนั้น ธุรกรรมการค้าส่วนใหญ่จึงต้องดำเนินการผ่านประเทศที่สาม โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ จึงมีต้นทุนในการดำเนินธุรกรรมสูงกว่าการค้าปกติ เนื่องจากปัญหาพ่อค้าคนกลาง 
 
การลงทุน 
ยังไม่มีปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน 
 
การท่องเที่ยว 
ในปี 2554 (ค.ศ. 2011) มีชาวสวาซิแลนด์เดินทางมาไทยจำนวน 161 คน แต่ไม่มีคนไทยอยู่ในสวาซิแลนด์ 
 
ความร่วมมือทางวิชาการ 
ไทยได้เสนอให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่สวาซิแลนด์บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันในด้านสาธารณสุข โดยเน้นการป้องกันและรักษาโรคเอดส์ และวัณโรค และด้านการขจัดความยากจน ซึ่งเป็นปัญหาทางสังคมที่สำคัญในสวาซิแลนด์ สวาซิแลนด์จึงเป็นประเทศหนึ่งที่อยาภายใต้โครงการให้ทุนฝึกอบรมประจำปี (Annual International Training Course – AITC) ของไทย 
 
ไทยอาศัยความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเกษตร ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เพิ่มพูนมากขึ้น และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อนึ่ง ในปี 2550 (ค.ศ. 2007) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย เริ่มดำเนินโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรทฤษฎีใหม่ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการจัดตั้งแปลงเกษตรสาธิตการเกษตรฯ ที่ราชอาณาจักรเลโซโท และในอนาคต หากไทยประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพจากข้าวฟ่างหวานซึ่งสวาซิแลนด์มีความสนใจมากและได้เคยขอรับเทคโนโลยีดังกล่าวจากไทยแล้วความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างกันเหล่านี้ก็จะเป็นช่องทางสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันในทุกด้านต่อไป 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
 
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว
ความตกลงว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา ลงนามเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 (ค.ศ. 2007)
 
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา
ไม่มี 
 
การเยือนที่สำคัญ 
ฝ่ายไทย 
พระราชวงศ์ 
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 
- วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน 2537 (ค.ศ. 1994)  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการ 
- วันที่ 3-6 ตุลาคม 2554 (ค.ศ. 2011) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการ 
 
นายกรัฐมนตรี / คณะรัฐมนตรี / เจ้าหน้าที่ระดับสูง 
- เดือนพฤษภาคม 2438 (ค.ศ. 1995)คณะผู้แทนไทย ซึ่งมีรองอธิบดีกรมวิเทศสหการเป็นหัวหน้าคณะเยือนสวาซิแลนด์ 
- วันที่ 16-17 มิถุนายน 2539 (ค.ศ. 1996)  คณะสำรวจข้อเท็จจริงของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมผู้แทนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเยือนสวาซิแลนด์ 
- วันที่ 15-16 พฤษภาคม 2545 (ค.ศ. 2002) นายนิสสัย เวชชาชีวะ ในฐานะผู้แทนพิเศษของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะผู้แทนภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนไทยเยือนสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการ 
- วันที่ 17 พฤศจิกายน 2548 (ค.ศ. 2005) นายวีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเยือนสวาซิแลนด์ และได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์ เพื่อมอบหนังสือกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีสวาซิแลนด์และพระชายาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
 
ฝ่ายสวาซิแลนด์ 
พระราชวงศ์ 
- เดือนตุลาคม 2532 (ค.ศ. 1989) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สามแห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์เสด็จฯ แวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ หลังการประชุมระดับประมุขของประเทศเครือจักรภพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์     
- วันที่ 16 พฤษภาคม 2539 (ค.ศ. 1996) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สาม และพระชายา เสด็จ ฯ แวะพักและเปลี่ยนเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ และเดินทางต่อไปยังไต้หวัน 
- วันที่ 28-30 พฤษภาคม 2540 (ค.ศ. 1777) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สามและพระชายา เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาล 
- วันที่ 28 เมษายน - 7 พฤษภาคม 2545 (ค.ศ. 2002)  สมเด็จพระราชชนนีอึนทอมบี แห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ (Her Majesty Queen Mother Ntombi) เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ 
- เดือนตุลาคม 2545 (ค.ศ. 2002) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สาม และพระชายา เสด็จ ฯ เยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นการส่วนพระองค์ 
- วันที่ 11-15 มิถุนายน 2549 (ค.ศ. 2006) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่สามและพระชายา เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลเพื่อเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
- วันที่ 17-22 มิถุนายน 2551 สมเด็จพระราชชนนีอึนทอมบี (Her Majesty Queen Mother Ntombi) เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมคณะผู้ติดตามอันประกอบด้วยสมาชิกพระราชวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ 
 
นายกรัฐมนตรี / คณะรัฐมนตรี / เจ้าหน้าที่ระดับสูง 
- วันที่ 13-20 มีนาคม 2534 (ค.ศ. 1991) นายจอร์จ มัมบา (Sir George Mamba) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวาซิแลนด์และภริยา เดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ 
- วันที่ 18-22 มกราคม 2538  (ค.ศ. 1995)นายโซโลมอน ดลามินี (Solomon M. Dlamini) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายเทมบา มาสูกู (Themba Masuku) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจของสวาซิแลนด์เดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ   
- วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2547  (ค.ศ. 2004)นายอับซารอม เทมบา ดลามินี (Absalom Themba Dlamini) นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพฯ 
- วันที่ 18-19 มกราคม 2553 (ค.ศ. 2010) นายอึนซาบันคูลู ซิเมลาเน (Chief Ndzabankhulu Simelane) นำคณะผู้แทนจากสภาราชเลขาธิการ (Board of Royal Trustees) ของสวาซิแลนด์ เยือนไทยเพื่อหารือกับสำนักราชเลขาธิการและดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริฯ
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - สวาซิแลนด์                      
มูลค่าการค้า 18.51 24.45 20.81 20.81 13.61 -48.55 32.14 -14.89 -14.89 -34.61
การส่งออก 2.29 13.27 12.03 12.03 3.70 -89.44 480.70 -9.34 -9.34 -69.23
การนำเข้า 16.22 11.18 8.78 8.78 9.91 13.22 -31.05 -21.48 -21.48 12.82
ดุลการค้า -13.94 2.09 3.25 3.25 -6.21            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและ - - - - 2.4 - - - - -
2 ผลิตภัณฑ์ยาง 0.0 - 0.3 0.3 0.3 -79.15 -100.00 - - -4.50
3 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.3 0.7 0.5 0.5 0.1 -2.54 114.23 -25.10 -25.10 -76.93
4 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม 0.0 0.1 0.1 0.1 0.1 31.54 295.90 16.49 16.49 -36.39
5 เครื่องนุ่งห่ม 0.3 0.2 0.2 0.2 0.1 250.63 -27.00 -25.96 -25.96 -46.04
6 เครื่องใช้สำหรับเดินทาง 0.0 0.1 0.0 0.0 0.1 -15.04 605.21 -97.78 -97.78 5,140.00
7 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.2 0.1 0.1 0.1 0.1 -4.31 -50.05 -51.23 -51.23 43.00
8 อัญมณีและเครื่องประดับ 0.0 0.4 0.1 0.1 0.1 -61.28 ####### -78.65 -78.65 -3.45
9 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.0 0.0 0.2 0.2 0.1 98.37 -42.62 ####### 1,384.29 -66.79
10 ผลิตภัณฑ์เซรามิก 0.0 - 0.0 0.0 0.1 -96.74 -100.00 - - 849.28
รวม 10 รายการ 1.0 1.6 1.5 1.5 3.4 6.00 65.27 -4.63 -4.63 128.32
อื่นๆ 1.3 11.7 10.5 10.5 0.3 -93.58 777.61 -9.97 -9.97 -97.39
รวมทั้งสิ้น 2.3 13.3 12.0 12.0 3.7 -89.44 480.70 -9.34 -9.34 -69.23
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 
อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 5,162,499.0 2,733,618.0 2,102,010.5 2,102,010.5 3,430,664.5 3.60 -47.05 -23.11 -23.11 63.21
2 เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและ - 139,778.7 - - 1,889,512.8 - - - - -
3 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 325,320.9 357,739.7 862,603.2 862,603.2 1,110,149.0 88.81 9.97 141.13 141.13 28.70
4 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 2,404,910.4 295,559.8 286,622.7 286,622.7 1,094,754.1 750.08 -87.71 -3.02 -3.02 281.95
5 เคมีภัณฑ์ 576,517.3 5,417,716.4 1,270,671.1 1,270,671.1 620,543.0 85.57 839.73 -76.55 -76.55 -51.16
6 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 56,273.9 261,210.6 136,458.1 136,458.1 385,430.4 5.55 364.18 -47.76 -47.76 182.45
7 นมและผลิตภัณฑ์นม 11,473.7 60.8 100,171.8 100,171.8 331,013.8 - -99.47 ####### 164,730.26 230.45
8 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 11,198.2 83,114.7 193,045.2 193,045.2 180,133.0 -84.59 642.21 132.26 132.26 -6.69
9 เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ - 44,400.0 6,177.5 6,177.5 132,681.0 - - -86.09 -86.09 2,047.82
10 สินค้าทุนอื่น ๆ 324,072.9 1,675.3 48,824.8 48,824.8 111,104.0 450.88 -99.48 ####### 2,814.41 127.56
รวม 10 รายการ 8,872,266.2 9,334,873.8 5,006,585.0 5,006,585.0 9,285,985.4 49.36 5.21 -46.37 -46.37 85.48
อื่นๆ 7,348,764.4 1,849,583.5 3,775,614.7 3,775,614.7 621,783.2 -12.38 -74.83 104.13 104.13 -83.53
รวมทั้งสิ้น 16,221,030.6 11,184,457.4 8,782,199.8 8,782,199.8 9,907,768.6 13.22 -31.05 -21.48 -21.48 12.82

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร 

ที่อยู่

The Embassy of the Kingdom of Swaziland

Menara Citibank,
Suite 22.03 & 03A,
165 Jalan Ampang,
50450 Kuala Lumpur,
Malaysia

Tel: (603) 2163-2511, (603) 2163-2487

Fax: (603) 2163-3326

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

JoomSpirit