ราชอาณาจักรเลโซโท

lesotho1 lesotho2
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

lesotho3
ที่มา: CIA - The World Factbook
 
lesotho4
ที่มา: CIA - The World Factbook

 

ชื่อทางการ

ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of Lesotho)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ถูกล้อมรอบด้วยทวีปแอฟริกาใต้

พื้นที่

30,355 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

909 กิโลเมตร ติดกับแอฟริกาใต้ทั้งหมด

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนมากเป็นที่ราบสูง เต็มไปด้วยภูเขาและเทือกเขา

สภาพภูมิอากาศ

อยู่ในอาณาเขตระหว่างซีกโลกร้อนกับขั้วโลก อากาศเย็นสบายไปจนถึงหนาว หน้าหนาวอากาศแห้ง หน้าร้อนเฉอะแฉะ

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำ ผลผลิตทางการเกษตรตและผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก เพชร ทราย ดิน และหินที่ใช้สำหรับการก่อสร้าง

ภัยธรรมชาติ

มีหน้าแล้งเป็นช่วงๆ

จำนวนประชากร

1,947,701 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.32% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

บาโซโล

เชื้อชาติ

โซโท 99.7% ชาวยุโรป เอชียและอื่นๆ 0.3%

ศาสนา

คริสต์เตียน 80% ลัทธิความเชื่ออื่นๆ 20%

ภาษา

เซโซโท (โซโททางตอนใต้) อังกฤษ (ภาษาราชการ) ซูลู และเซาซา

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

เลโซโทเป็นหนึ่งในสามของประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (อีก 2 ประเทศ คือ โมร็อกโก และสวาซิแลนด์) เดิมประเทศเลโซโทมีชื่อว่า Basutho ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2361 (ค.ศ.1818) โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี Moshoeshoe I เป็นผู้ปกครอง ต่อมา ชนเผ่าซูลู และคนผิวขาวเข้าไปตั้งหลักแหล่งในประเทศ และถูกแอฟริกาใต้รุกราน Basutho จึงต้องขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และมีฐานะเป็นรัฐในปกครองของสหราชอาณาจักร (British protectorate of Basutoland) ตั้งแต่ปี 2411 (ค.ศ. 1868) ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2509 (ค.ศ.1966) ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเลโซโท

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยมีรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

เมืองหลวง

กรุงมาเซรู (Maseru)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 10 เมือง ได้แก่ เบเรีย (Berea) บูทา-บูเท (Butha-Buthe) เลริเบ (Leribe) มาเฟเตง (Mafeteng) มาเซรู (Maseru) โมเฮลส์ฮุก (Mohale's Hoek) โมคอตลอง (Mokhotlong) คาชาส์เนก (Qacha's Nek) คูทิง (Quthing) ทาบา-เซกา (Thaba-Tseka)

วันที่ได้รับเอกราช

4 ตุลาคม พ.ศ. 2509

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

2 เมษายน พ.ศ. 2536

ระบบกฏหมาย

ขึ้นกับกฎหมายทั่วไปของอังกฤษและกฎหมายโรมัน-ดัชต์ รับกฎจากศาลโลกมาใช้สำรอง

พรรคการเมือง

พรรค Alliance of Congress Parties (ACP) พรรค All Basotho Convention (ABC) พรรค Basotholand African Congress (BAC) พรรค Basotho Congress Party (BCP) พรรค Basotho National Party (BNP) พรรค Kopanang Basotho Party (KPB) พรรค Lesotho Congress for Democracy (LCD) พรรค Lesotho Education Party (LEP) พรรค Lesotho Workers Party (LWP) พรรค Marematlou Freedom Party (MFP) พรรค National Independent Party (NIP) พรรค New Lesotho Freedom Party (NLFP) พรรค Popular Front for Democracy (PFD) พรรค Sefate Democratic Union (SDU) พรรค Social Democratic Party of SDP

lesotho-political-map

 

สถานการณ์การเมืองที่สำคัญ

เหตุการณ์ความไม่สงบในเลโซโท เมื่อปี 2537

ในช่วงต้น ๆ ของปี 2537 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเลโซโท โดยในเดือนมกราคม 2537 ได้มีการปะทะกันระหว่างทหารของ RLDF (Royal Lesotho Defence Force) กับทหารของกองทัพเลโซโท ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันในเมือง Maseru เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มเงินเดือนอีกเท่าตัว แต่ได้มีผู้สังเกตการณ์ว่า สาเหตุของการจลาจลที่แท้จริงอาจเกิดจากการที่นายทหารบางส่วนไม่พอใจพรรค BCP (Basotholand Congress Party ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน) และกลุ่ม LLA (Lesotho Liberation Army) อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้แทนกลุ่มเครือจักรภพได้เข้าไปช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ทั้งสองก็ยอมสงบศึก ต่อมาในเดือนเมษายน 2537 ได้เกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อกลุ่มทหารได้สังหารรองนายกรัฐมนตรี Solemetsi Baholo และจับรัฐมนตรี 4 คน เป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของทหารบางกลุ่มเท่านั้น มิได้เป็นการก่อรัฐประหารอย่างใด ในเดือนสิงหาคม 2537 สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3ซึ่งปกครองประเทศเลโซโทในขณะนั้นได้ร่วมกับฝ่ายทหารทำการรัฐประหารขับไล่รัฐบาลพลเรือนของนาย Mokhehle ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย นานาชาติได้ประณามการกระทำของสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 2 ในครั้งนี้ และเรียกร้องให้คืนอำนาจให้นาย Mokhehle ต่อมาสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ได้ยินยอมเข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ยกับคณะผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งนำโดยประมุขของแอฟริกาใต้ บอตสวานา และซิมบับเว และในที่สุดสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3ได้ยอมคืนอำนาจโดยให้ Mokhehle กลับเข้าเป็นนายกรัฐมนตรีตามเดิม และได้ทรงสละราชสมบัติให้สมเด็จพระราชาธิบดี Moshoeshoe II พระราชบิดา ซึ่งเคยถูกทหารยึดอำนาจในปี 2533 กลับมาครองราชย์อีกครั้งหนึ่ง (ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2538) สมเด็จพระราชาธิบดี Moshoeshoe II ทรงครองราชย์อยู่ได้เพียงประมาณ 1 ปี ก็เสด็จสวรรคตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2539 สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 จึงได้กลับมาปกครองประเทศอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์ความไม่สงบในเลโซโท เมื่อปี 2541

รัฐบาลเลโซโทได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2541 ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรค LCD ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ที่นั่ง 79 ที่นั่งจาก 80 ที่นั่ง แต่พรรคฝ่ายค้านได้ประท้วงผลการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ประชาชนชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้ง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านได้ออกมาชุมนุมประท้วง ในเดือนสิงหาคม 2541 เหตุการณ์ได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนกระทั่งรัฐบาลเลโซโทไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เมื่อกลุ่มนายทหารหนุ่มที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านได้พยายามยึดอำนาจจากกองทัพ จึงตัดสินใจขอรับความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิก SADC ซึ่งแอฟริกาใต้และบอตสวานาได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 3,500 คน เข้าไปควบคุมสถานการณ์ในเลโซโท

ต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2541 พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้ร่วมกันเจรจาเพื่อหา
ข้อยุติความขัดแย้งทางการเมือง โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก SADC ได้แก่ แอฟริกาใต้ บอตสวานา โมซัมบิก และซิมบับเว เข้าร่วมการเจรจาด้วย ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ มีสาระโดยสรุปคือ

  1. จะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ภายใน 15-18 เดือน
  2. ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป
  3. ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมาธิการอิสระในการควบคุมการเลือกตั้งให้มีอำนาจอิสระเพิ่มขึ้นในการจัดและควบคุมการเลือกตั้ง
  4. ให้มีการวางหลักการความประพฤติพื้นฐาน (code of conduct) สำหรับพรรคการเมือง เพื่อที่จะเอื้ออำนวยต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีอิสรเสรี
  5. ให้มีการทบทวนระบบการเลือกตั้งใหม่

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2545

ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2545 ปรากฏว่า พรรค LCD ซึ่งเป็นพรรค รัฐบาลได้รับเสียงข้างมาก ได้ที่นั่งในสภาทั้งหมด 77 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 120 ที่นั่ง และได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2545 นายเบธูเอล พาคาดิธา มอซิซิดี ได้เข้าพิธีสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งเลโซโท เป็นครั้งที่ 2 และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายมอซิซิดีได้ให้คำมั่นที่จะแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ การขาดแคลนอาหาร และการว่างงาน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เลโซโทเผชิญอยู่

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550 เลโซโทได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเป็นครั้งที่ 6 พรรค Lesotho Congress for Democracy (LCD) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลนำโดยนาย Pakalitha Mosisili ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยได้ที่นั่งในสภาถึง 61 ที่นั่ง จาก 79 ที่นั่ง และนาย Mosisili สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้เป็นสมัยที่ 3 การเลือกตั้งดังกล่าวใช้ระบบที่เรียกว่า Mixed Member Proportional Model (MMP) ที่ยึดตามแนวทางของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้รัฐสภาเลโซโทมีผู้แทนที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การเลือกตั้งดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและปราศจากซึ่งความรุนแรงใดๆ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดได้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญานเพื่อเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 2 มีนาคม 2550 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันเลโซโทได้ประกาศวิสัยทัศน์ของประเทศ โดยสรุปคือ ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020) เลโซโทต้องการจะเป็นประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยมั่นคง สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่อย่างสงบสุขทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจของประเทศจะเข้มแข็ง มีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ อำนาจในการบริหารประเทศส่วนใหญ่จะอยู่กับนายกรัฐมนตรี

 
การเมืองการปกครอง
เลโซโทปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ไม่มีอำนาจทางการบริหารและนิติบัญญัติ เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความปรองดองแห่งชาติ (a living symbol of national unity) และมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อม (ตามรัฐธรรมนูญระบุให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี) เป็นผู้นำรัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี (ตามวาระของรัฐสภา) คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสองสภา ประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจำนวน 120 ที่นั่ง (ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 80 ที่นั่ง และแบบสัดส่วน 40 ที่นั่ง) มีวาระ 5 ปี และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 33 ที่นั่ง (ผู้นำท้องถิ่น 22 ที่นั่ง บุคคลได้รับการแต่งตั้ง จากพรรครัฐบาล 11 ที่นั่ง) ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลปกครอง และศาลประเพณี 
 
เลโซโท (เดิมเรียกว่า บาซูโทแลนด์ หรือ Basutholand) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2361 (ค.ศ. 1718) โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีโมชูชูที่ 1 (Moshoeshoe I) เป็นผู้ปกครอง ต่อมา ถูกแอฟริกาใต้รุกรานจนต้องขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ส่งผลให้มีสถานะเป็นรัฐในปกครองของสหราชอาณาจักร (British Protectorate of Basutholand) ตั้งแต่ปี 2411 (ค.ศ. 1868) ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2509 (ค.ศ. 1956) ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเลโซโท 
 
ราชอาณาจักรเลโซโทเป็นหนึ่งในสามของประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (อีก 2 ประเทศ คือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก และราชอาณาจักรสวาซิแลนด์) และต้องเผชิญกับสภาวะความไม่สงบและความวุ่นวายทางการเมืองอันเนื่องมาจากการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มชนชั้นปกครอง แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นระยะ ๆ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มีเสถียรภาพได้ มีการชุมนุมประท้วง และกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างชัดเจน 
 
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเลโซโทมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 พฤษภาคม 2541 (ค.ศ.1998) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรค Lesotho Congress for Democracy (LCD) ซึ่งแตกออกจากพรรค Basutho Congress Party (BCP) ที่เป็นพรรครัฐบาลเดิม ได้ 79 ที่นั่งจาก 80 ที่นั่ง แต่ฝ่ายที่แพ้ได้ประท้วงผลการเลือกตั้งและระดมประชาชนชุมนุมประท้วง การชุมนุมยืดเยื้อจนกระทั่งรัฐบาลเลโซโทไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ รัฐบาลจึงตัดสินใจขอรับความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) แอฟริกาใต้และบอตสวานาได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 3,500 คน เข้าไปควบคุมสถานการณ์ในเลโซโท และผู้แทนจากประเทศสมาชิก SADC ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมเจรจากับพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของเลโซโท เพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2541 (ค.ศ. 1998) พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของเลโซโทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ภายใน 15-18 เดือน และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป 
 
ต่อมา ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2545 (ค.ศ. 2002) ซึ่งผลปรากฏว่า พรรค LCD ได้รับชัยชนะโดยได้ที่นั่งในสภาทั้งหมด 77 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 120 ที่นั่ง และได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลนายเบธทูเอล พากาลิทา โมซิซิลิ (Bethuel Pakalitha Mosisili) หัวหน้าพรรค ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นวาระที่ 2 และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปี 
 
เลโซโทจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550 (ค.ศ. 2007) ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 6 ของประเทศ พรรค LCD ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลนำโดยนายโมซิซิลิ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยได้ที่นั่ง 61 ที่นั่งจาก 79 ที่นั่ง และนายโมซิซิลิสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้เป็นสมัยที่ 3 การเลือกตั้งดังกล่าวใช้ระบบที่เรียกว่า Mixed Member Proportional Model (MMP) ที่ยึดตามแนวทางของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้รัฐสภาเลโซโทมีผู้แทนที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การเลือกตั้งดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและปราศจากซึ่งความรุนแรงใด ๆ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดได้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 2 มีนาคม 2550 (ค.ศ. 2007) 
 
รัฐบาลปัจจุบันได้ประกาศวิสัยทัศน์ของประเทศคือ ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020)  เลโซโทต้องการจะเป็นประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยมั่นคง สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความเจริญรุ่งเรือง อยู่อย่างสงบสุขทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจของประเทศที่เข้มแข็ง การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี 
     
นโยบายต่างประเทศ 
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของเลโซโทคือ ความสัมพันธ์กับแอฟริกาใต้ เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ถูกล้อมรอบด้วยแอฟริกาใต้ แต่ในช่วงปี 2503-2523 (ทศวรรษ ที่ 60 - 80) ความสัมพันธ์ระหว่างเลโซโทกับแอฟริกาใต้ค่อนข้างตึงเครียดเนื่องจากปัญหาบริเวณชายแดน ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้หันมาใช้นโยบายพัฒนาประเทศเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยตกลงจัดทำโครงการ Highlands Water Project (HWP) สร้างเขื่อนและอุโมงค์ส่งน้ำจากเลโซโทไปแอฟริกาใต้ ใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 30 ปี แบ่งขั้นตอนดำเนินการออกเป็น 5 ระยะ เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ 2529 (ค.ศ. 1986)  ซึ่งรัฐบาลเลโซโทได้ เชิญชวนนักลงทุนต่างชาติและบริษัทก่อสร้างทั่วโลกมาประมูลโครงการนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าวเลโซโทจะขายน้ำให้แอฟริกาใต้ โดยได้ผลตอบแทนประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี 
 
รัฐบาลเลโซโทสนับสนุนการปฏิรูปสหประชาชาติ และการดำเนินการตามแนวทางความเป็นหุ้นส่วนใหม่เพื่อการพัฒนาแอฟริกา (The New Partnership for Africa‘s Development - NEPAD) เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาด้านการพัฒนาของประเทศในแอฟริกา นอกจากนี้ รัฐบาลเลโซโทยังสนับสนุนความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาคมโลกร่วมมือกันในการแก้ปัญหาโรคร้ายแรงต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคเอดส์ ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายประเทศในภูมิภาคแอฟริกาประสบอยู่ในปัจจุบัน 
 
เลโซโทเป็นสมาชิกในองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ สหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ (Southern African Custom Union – SACU) สหภาพแอฟริกา (African Union – AU) กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา G-77 ในสหประชาชาติ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency – IAEA) กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement – NAM) กลุ่มประเทศ New Asian – African Strategic Partnership (NAASP) เป็นต้น
 

 

 

Update มกราคม 2559


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2558

 

  • King
    LETSIE III
  • Prime Min.
    Pakalitha Bathuel MOSISILI
  • Dep. Prime Min.
    Mothejoa METSING
  • Min. of Agriculture & Food Security
    'Mapalesa MOTHOKHO
  • Min. of Communications, Science, & Technology
    Selibe MOCHOBOROANE
  • Min. of Defense
    Tseliso MOKHOSI
  • Min. of Development Planning
    Mokoto HLOAELE
  • Min. of Education & Training
    Mahali PHAMOTSE
  • Min. of Employment & Labor
    Keketso RANT'SO
  • Min. of Energy
    Selibe MOCHOBOROANE
  • Min. of Finance
    'Mamphono KHAKETLA
  • Min. of Foreign Affairs & Intl. Relations
    Tlohang SEKHAMANE
  • Min. of Forestry & Land Reclamation
    Kabelo MAFURA
  • Min. of Gender, Youth, Sports, & Recreation
    Thesele 'MASERIBANE
  • Min. of Health
    'Molotsi MONYAMANE
  • Min. of Home Affairs
    Lekhetho RAKUOANE
  • Min. of Justice, Human Rights, & Correctional Services
    Moeketse MALEBO
  • Min. of Law & Constitutional Affairs
    Motlalentoa LETSOSA
  • Min. of Local Govt. & Chieftainship Affairs
    Mothejoa METSING
  • Min. of Mining
    Lebohang THOTANYANA
  • Min. of Police & Public Safety
    Monyane MOLELEKI
  • Min. of Public Service
    Tskukutlane AU
  • Min. of Public Works & Transport
    Lebesa MALOI
  • Min. of Social Development
    'Matebatso DOTI
  • Min. of Tourism, Environment, & Culture
    'Mamahele RADEBE
  • Min. of Trade & Industry, Cooperatives, & Marketing
    Joshua SETIPA
  • Min. of Water
    Lincoln Ralechate MOKOSE
  • Min. in the Prime Minister's Office
    Pitso MAISA
  • Governor, Central Bank of Lesotho
    Rets'elisitsoe Adelaide MATLANYANE
  • Ambassador to the US
    Eliachim Molapi SEBATANE
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Kelebone Albert MAOPE

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/LT.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

5.77  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของ GDP

2.5% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)
GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 7.5%
  • ภาคอุตสาหกรรม 35.7%
  • ภาคการบริการ 56.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

อัตราการว่างงาน

28.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

4.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

53.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดพืช ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เล่ย์ ปศุสัตว์

อุตสาหกรรม

อาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม งานหัตถกรรม การก่อสร้าง การท่องเที่ยว

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

786.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ (เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ยานพาหนะ) ขนแกะ ผ้าขนแพะ อาหารและสิ่งมีชีวิต

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

สหรัฐอเมริกา 79.8% เบลเยียม 14.5% แคนาดา 1.7% (พ.ศ.2549)

มูลค่าการนำเข้า

1.671 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

อาหาร วัสดุก่อสร้าง ยานพาหนะ เครื่องจักร ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

ฮ่องกง 26.2% ไต้หวัน 24.7% จีน 24.5% เยอรมัน 6.2% เกาหลีใต้ 4.1% (พ.ศ.2549)

สกุลเงิน

มาโลติ (Maloti) และแรนแอฟริกาใต้ (South Africa Rand)

สัญลักษณ์เงิน

LSL/ZAR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

เลโซโทมีลักษณะภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 – 3,350 เมตร ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวของแม่น้ำคาเลดอน (Caledon) ซึ่งเป็นบริเวณที่เหมาะแก่การเพาะปลูกมากที่สุด เลโซโทมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างเปราะบาง ส่งผลให้ประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย อาทิ การเสื่อมสภาพของหน้าดิน การพังทลายของร่องน้ำ การตัดไม้ทำลายป่า การเสื่อมโทรมของพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น (Population Pressure) ต่อพื้นที่เพาะปลูกที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างไรก็ดี เลโซโทมีแหล่งแร่เพชรจำนวนมาก 
 
ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่เกษตรกรรม เศรษฐกิจของเลโซโทจึงขึ้นอยู่กับการเกษตรแบบยังชีพ การเลี้ยงสัตว์ และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การแปรรูปอาหาร และการก่อสร้าง รัฐบาลเลโซโทมีนโยบายการค้าแบบเสรีและส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  การพัฒนาภาคเอกชนและอุตสาหกรรมภายในประเทศเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของเลโซโทขึ้นอยู่กับพลวัตรทางการเมืองและเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ เป็นอย่างมาก รวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิก SADC ด้วย นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง และการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม จะเป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของเลโซโทเช่นกัน 
 
แม้รายได้ประชาชาติต่อหัวของเลโซโทจะไม่มากนัก แต่ประชาชนเลโซโทมีอัตราการรู้หนังสือสูงถึงกว่าร้อยละ 80 ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลเลโซโทและหน่วยงานระหว่างประเทศอื่น ๆ ให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการศึกษา โดยรัฐบาลได้ริเริ่มนโยบายสนับสนุนการศึกษาระดับประถมศึกษา (Primary Education) โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเมื่อปี 2543 (ค.ศ. 2000) อย่างไรก็ตาม เลโซโทยังเป็นประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS มากกว่า ร้อยละ 30 ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์และอายุเฉลี่ยของประชากรมีแนวโน้มลดลง
 

ภาพรวมเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของเลโซโทขึ้นอยู่กับการเกษตรแบบยังชีพ การเลี้ยงสัตว์ และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การแปรรูปอาหาร และการก่อสร้าง รัฐบาลเลโซโทมีนโยบายการค้าแบบเสรีและส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การพัฒนาภาคเอกชนและอุตสาหกรรมภายในประเทศ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของเลโซโทขึ้นอยู่กับพลวัตรทางการเมืองและเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก รวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาของภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ด้วย ทั้งนี้ เลโซโทเป็นประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS มากที่สุดในทวีปแอฟริกาคือจำนวน 320,000 คน จากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 2,022,331 คน

โทรคมนาคม

ถนน ในปี 2542 มีถนนราดยางยาว 1,087 กิโลเมตร และถนนไม่ราดยาง 4,853 กิโลเมตร ถนนโรยกรวด 2,337 กิโลเมตร และถนนลูกรัง 1,806 กิโลเมตร ในปี 2526 มียานพาหนะที่ใช้ในการพาณิชย์ 10,200 คัน และรถยนต์โดยสารส่วนบุคคล 4,359 คัน

ทางรถไฟ มีเส้นทางรถไฟที่สร้างโดย South African Railways ความยาว 1 ไมล์ เชื่อมต่อเมืองหลวง Maseru กับทางรถไฟสาย Bloemfontein - Natal ที่เมือง Marseilles

การบินพลเรือน สายการบินแห่งชาติชื่อ Air Lesotho ซึ่งมีเครื่องบินจำนวน 28 ลำ ในปี 2548 และทำการบินทุกวัน ๆ ละ 2 เที่ยว ระหว่างเมือง Maseru กับ Johannesburg นอกจากนี้ สายการบินดังกล่าวยังมีเที่ยวบินภายในไปตามเขตต่าง ๆ ที่ห่างไกลของเลโซโทด้วย

โทรคมนาคม ในปี 2548 มีโทรศัพท์จำนวน 37,200 คู่สาย มีโทรศัพท์มือถือจำนวน 159,000 เลขหมาย สถานีวิทยุเลโซโทออกอากาศทุกวันเป็นภาษาอังกฤษและภาษาเซโซโท โดยมีสถานีวิทยุจำนวน 3 เครื่อง (2548) สถานีโทรทัศน์จำนวน 1 สถานี (2543) มีผู้ให้บริการ Internet จำนวน 1 ราย (2543) และมีผู้ใช้บริการ Internet จำนวน 43,000 ราย (2548)

 

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
การทูต 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเลโซโทเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2532 (ค.ศ. 1989) โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมเลโซโท เอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเลโซโท ถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย คนปัจจุบันคือ นายนนทศิริ บุรณศิริ ส่วนเลโซโทเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเลโซโทประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย จนกระทั่งเมื่อปี 2553 (ค.ศ. 2010) จึงได้ปรับเปลี่ยนให้สถานเอกอัครราชทูตเลโซโทประจำมาเลเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยแทน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ คนปัจจุบันคือ นางสาวอึนเซเบ อิดเลตต์ โคโคเม (Ntsebe Idlett Kokome) และเคยแต่งตั้งนายรณพงษ์ คำนวณทิพย์ ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์เลโซโทประจำประเทศไทย (ปัจจุบัน นายรณพงษ์ฯ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ แล้ว และฝ่ายเลโซโทกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาการแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ คนใหม่) 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เลโซโทเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน และเลโซโทให้การสนับสนุนไทยในเวทีการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด ล่าสุด เลโซโทสนับสนุนไทยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาบริหารสหภาพโทรคมนาคมระหว่าง ประเทศ (International Telecommunication Union – ITU Council) วาระปี ค.ศ. 2011-2014 
 
เศรษฐกิจ 
การค้าระหว่างไทยและเลโซโทยังมีปริมาณค่อนข้างน้อย โดยในปี 2554 (ค.ศ. 2011) มีมูลค่าการค้ารวม 0.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 0.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากเลโซโท 0.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 0.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกหลักของไทยไปเลโซโท อาทิ ผ้าผืน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์ สินค้านำเข้าหลักของไทยได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการลงทุนระหว่างกัน 
 
อุปสรรคของความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและเลโซโทที่สำคัญคือ การขาดข้อมูลด้านการค้า-การลงทุน และกฎระเบียบ กอปรกับความไม่คุ้นเคยระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่มั่นใจที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินธุรกิจหรือลงทุนร่วมกัน 
 
ความร่วมมือทางวิชาการ 
ตั้งแต่ปี 2542 (ค.ศ. 1999) เป็นต้นมา รัฐบาลไทยได้จัดให้เลโซโทเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ในโครงการหลักสูตรฝึกอบรม นานาชาติประจำปี (Annual International Training Course – AITC) ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่าง ประเทศ (สพร.) ให้ทุนฝึกอบรมและดูงาน ในหลักสูตรระยะสั้นต่าง ๆ อาทิ Integrated Watershed Management; Tourism Management; Prevention, Resuscitation and Rehabilitation in Traumatic Injury; A Nursing Perspective; Sufficiency Economy และ Grassroots Economic Development with One Tambon One Product (OTOP) 
 
เลโซโทประสบปัญหาการผลิตอาหารที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและ ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาสิ่งแวดล้อม และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกดดันของจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น เลโซโทจึงมีความสนใจที่จะเรียนรู้และขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร จากไทย ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-เลโซโท มีพัฒนาการและมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับแต่โอกาสที่สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และสมเด็จพระราชินีฯ เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลไทย เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2549  (ค.ศ. 2006) โดยภายหลังงานพระราชพิธี ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ เยือนจังหวัดเชียงใหม่เป็นการส่วนพระองค์ และได้เสด็จฯ เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ 
 
ในปี 2549 (ค.ศ. 2006) ไทยได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างใกล้ชิดกับเลโซโท โดยเฉพาะความร่วมมือทางวิชาการตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและการ เกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีโครงการหลักได้แก่ “โครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านดิน ด้านพืช และด้านป่าไม้ของไทยไปปฏิบัติงานจำนวน 3 คน โดยมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราช ดำริในประเทศไทย 
 
การเยือนที่สำคัญ 
ฝ่ายไทย 
พระราชวงศ์ 
- วันที่ 6-7 ตุลาคม 2554 (ค.ศ. 2011) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการ 
 
นายกรัฐมนตรี/ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
- วันที่ 17 พฤศจิกายน 2548 (ค.ศ. 2005) นายวีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนเลโซโท และได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีเลโซโท เพื่อมอบหนังสือกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีและพระชายาแห่งเลโซโท เข้าร่วมงานเฉลิมฉลอง    การครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 12-13 มิถุนายน 2549 (ค.ศ. 2006) และในโอกาสนี้ ได้เข้าพบนายโมบอตเซ เลโรโทริ (Mabotse Lerotholi) ราชเลขาธิการในสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเลโซโทด้วย 
 
ฝ่ายเลโซโท 
พระราชวงศ์ 
- วันที่ 12-13 มิถุนายน 2549 (ค.ศ. 2006) สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และสมเด็จพระราชินีฯ เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลไทย เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันที่ 14-17 มิถุนายน 2549  (ค.ศ. 2006) เสด็จฯ เยือนจังหวัดเชียงใหม่เป็นการส่วนพระองค์ และได้เสด็จฯ เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้    จ.เชียงใหม่ 
 
นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
- วันที่ 22-27 มีนาคม 2547  (ค.ศ. 2004) นายเลเซา เลโอลา (Lesao Lehohla) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมโครงการดูงานด้านการศึกษาของไทยและมาเลเซีย ซึ่งจัดโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization – UNESCO) และกระทรวงศึกษาธิการ 
 
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - เลโซโท                      
มูลค่าการค้า 0.16 0.82 1.34 1.34 0.28 -26.57 399.39 63.62 63.62 -79.17
การส่งออก 0.08 0.76 1.28 1.28 0.23 -39.03 802.74 69.36 69.36 -82.02
การนำเข้า 0.08 0.06 0.06 0.06 0.05 -6.54 -23.63 -7.53 -7.53 -14.34
ดุลการค้า 0.00 0.70 1.23 1.23 0.18            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ผ้าผืน - 0.6 0.9 0.9 0.2 - - 54.29 54.29 -78.47
2 ผลิตภัณฑ์ยาง - 0.1 0.3 0.3 0.0 - - 199.78 199.78 -94.45
3 ผลิตภัณฑ์เซรามิก - - - - 0.0 - - - - -
4 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.0 - 0.0 0.0 0.0 -97.50 - - - 30.56
5 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.0 0.0 - - 0.0 - -48.65 - - -
6 เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า - - 0.0 0.0 0.0 - - - - 77.78
7 เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียงอุปกรณ์และส่วน - - - - 0.0 - - - - -
8 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 940.00 -92.31 800.00 800.00 -91.67
รวม 10 รายการ 0.0 0.7 1.2 1.2 0.2 -88.65 ####### 73.59 73.59 -80.80
อื่นๆ 0.1 0.1 0.1 0.1 0.0 177.04 -8.01 24.58 24.58 -100.00
รวมทั้งสิ้น 0.1 0.8 1.3 1.3 0.2 -39.03 802.74 69.36 69.36 -82.02
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 25,519.1 46,018.4 41,027.0 41,027.0 45,635.0 - 80.33 -10.85 -10.85 11.23
2 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก - 469.5 39.2 39.2 1,006.0 - - -91.64 -91.64 2,463.24
3 ผ้าผืน - 28.0 322.1 322.1 802.7 - - ####### 1,051.17 149.20
4 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 14,292.7 - 175.7 175.7 447.8 -24.45 - - - 154.79
5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 30,923.4 14,535.8 14,506.4 14,506.4 179.4 -45.89 -52.99 -0.20 -0.20 -98.76
6 สิ่งพิมพ์ 23.8 47.7 26.8 26.8 157.6 148.14 100.58 -43.93 -43.93 488.86
7 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ - - - - 78.0 - - - - -
8 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม - - - - 26.2 - - - - -
9 ลวดและสายเคเบิล - - - - 18.6 - - - - -
รวม 9 รายการ 70,759.0 61,099.4 56,097.2 56,097.2 48,351.3 -7.18 -13.65 -8.19 -8.19 -13.81
อื่นๆ 9,195.7 30.1 384.6 384.6 0.0 -1.53 -99.67 ####### 1,179.71 -100.00
รวมทั้งสิ้น 79,954.7 61,129.5 56,481.8 56,481.8 48,351.3 -6.57 -23.54 -7.60 -7.60 -14.39

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ที่อยู่

The Embassy of the Kingdom of Lesotho

No.302, Dong Zhi Men Wai,
Office Building,
Beijing 100600,
The People's Republic of China

Tel: (8610) 6532-6843-4

Fax: (8610) 6532-6845

 

JoomSpirit