สาธารณรัฐแซมเบีย

zambiac Zambia2
 ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

zambia3
ที่มา: CIA - The World Factbook
zambia4
ที่มา: CIA - The World Factbook

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐแซมเบีย หรือ Republic of Zambia

ที่ตั้ง

อยู่ทางตอนกลางของทวีปแอฟริกาภาคใต้ เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล ระหว่างละติจูดที่ 15 00 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 30 00 องศาตะวันออก

พื้นที่

752,614 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

ทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมชื่อซาอีร์) และแทนซาเนีย ทิศตะวันออกติดประเทศมาลาวีและโมซัมบิก ทิศใต้ติดซิมบับเว บอตสวานา นามิเบีย ทิศตะวันตกติดประเทศแองโกลา

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงซึ่งปกคลุมด้วยป่าทึบ แม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำแซมเบซี (Zambezi)

สภาพภูมิอากาศ

แบบเขตร้อน (tropical) และอากาศเย็นบริเวณที่ราบสูง
มี 3 ฤดู ได้แก่ พฤษภาคม-กันยายน อากาศเย็นและแห้ง อุณหภูมิ15- 27 องศาเซลเซียส กันยายน -พฤศจิกายน อากาศร้อนและแห้ง อุณหภูมิ 23 - 29 องศาเซลเซียส และธันวาคม-เมษายน อากาศร้อนและแห้ง อุณหภูมิ 27 - 32 องศาเซลเซียส

ทรัพยากรธรรมชาติ

แซมเบียเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งทำรายได้ส่วนใหญ่ให้แก่ประเทศ แร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ ทองแดง (ซึ่งแซมเบียผลิตมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก) โคบอลต์ (ผลิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) ตะกั่ว สังกะสี และถ่านหิน

ภัยธรรมชาติ

ภัยแล้ง และพายุเขตร้อน (ตุลาคม-เมษายน)

จำนวนประชากร

15,066,266 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.88% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Zambian (s)

เชื้อชาติ

ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า Bemba 21%, Tonga 13.6%, Chewa 7.4%, Lozi 5.7%, Nsenga 5.3%, Tumbuka 4.4%, Ngoni 4%, Lala 3.1%, Kaonde 2.9%, Namwanga 2.8%, Lunda 2.6%, Mambwe 2.5%, Luvale 2.2%, Lamba 2.1%, Ushi 1.9%, Lenje 1.6%, Bisa 1.6%, Mbunda 1.2%, อื่นๆ 13.8% ที่ระบุไม่ได้ 0.4%

ศาสนา

โปรแตสแตนท์ 75.3% โรมันคาทอลิก 20.2% อื่นๆ 2.7% ไม่มีศาสนา 1.8%

ภาษา

ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ ภาษาท้องถิ่นที่สำคัญ ได้แก่ Bembe 33.4%, Nyanja 14.7%, Tonga 11.4%, Lozi 5.5%, Chewa 4.5%, Nsenga 2.9%, Tumbuka 2.5%, Lunda 1.9%, Kaonde 1.8%, Lala 1.8%, Lamba 1.8% Luvale 1.5%, Mambwe 1.3%, Namwanga 1.2%, Lenje 1.1%, Bisa 1% อื่นๆ 9.2% ที่ระบุๆไม่ได้ 0.4%

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ชนเผ่าที่พูดภาษาบันตูได้อพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นประเทศแซมเบียในปัจจุบันเมื่อประมาณสองพันปีก่อน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรป มิชชันนารี และพ่อค้าได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่บริเวณนี้ ในปี 2431 (ค.ศ. 1888) นาย Cecil Rhodes ซึ่งกำกับดูแลผลประโยชน์ทางการค้าและการเมืองของอังกฤษในภูมิภาคแอฟริกาตอนกลาง ได้รับสัมปทานการทำเหมืองแร่จากหัวหน้าเผ่าต่างๆ ในพื้นที่ และในปีเดียวกันนั้น อังกฤษได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือดินแดนโรดีเซียเหนือ (Northern Rhodesia) และโรดีเซียใต้ (Southern Rhodesia) (ซึ่งคือ ประเทศแซมเบียและ ซิมบับเวในปัจจุบัน) ในปี 2496 (ค.ศ. 1953) ดินแดนโรดีเซียทั้งสองได้รวมกับดินแดนนยาซาแลนด์ (Nyasaland ซึ่งปัจจุบัน คือ ประเทศมาลาวี) และกลายเป็นสมาพันธรัฐโรดีเซียและนยาซาแลนด์ (the Federation of Rhodesia and Nyasaland) อย่างไรก็ดี ได้เกิดความวุ่นวายในดินแดนโรดีเซียเหนือ เพราะชาวพื้นเมืองแอฟริกาต้องการมีส่วนร่วมในรัฐบาลมากขึ้น ผลการเลือกตั้งในปี 2505 (ค.ศ. 1962) ปรากฏว่า ชาวพื้นเมืองแอฟริกาได้รับเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ ต่อมา สภานิติบัญญัติได้ผ่านมติเสนอให้ปลดปล่อยโรดีเซียเหนือจากสมาพันธรัฐโรดีเซียและนยาซาแลนด์ สมาพันธรัฐดังกล่าวได้สลายตัวลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2506 (ค.ศ. 1963) ดินแดนโรดีเซียเหนือได้รับเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 24 ตุลาคม 2507 (ค.ศ. 1964) และกลายเป็นสาธารณรัฐแซมเบีย

ในช่วง 6 ปีแรกหลังจากที่ได้รับเอกราช แซมเบียเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ที่ร่ำรวยและมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วมากที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะสามารถผลิตทองแดงได้ในปริมาณมาก อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแซมเบียอยู่ในภาวะที่ไม่คงที่ เนื่องจาก ราคาทองแดงในตลาดโลกลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้แซมเบียซึ่งส่งออกทองแดงเป็นสินค้าหลักได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ต้องพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศ ประกอบกับราคาทองแดงตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แซมเบียจึงประสบปัญหาไม่สามารถจ่ายชำระดอกเบี้ยและเงินกู้ได้ ทำให้ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 แซมเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้สินต่างประเทศต่อหัวมากที่สุดในโลก

ประธานาธิบดี Kenneth Kaunda ได้รับการยกย่องเป็นรัฐบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของแซมเบีย ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียาวนานตั้งแต่แซมเบียได้รับเอกราช จนถึงปี 2534 (ค.ศ. 1991) ระบบการเมืองของแซมเบียแต่เดิมนั้น มีพรรค United National Independence Party (UNIP) เป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงพรรคเดียว แต่ต่อมา สภาพความตกต่ำทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน ทำให้ความนิยมในประธานาธิบดี Kaunda เสื่อมลง เกิดการจราจลในประเทศ และมีกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีพยายามทำรัฐประหารหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2533 (ค.ศ. 1990) จึงได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรค และได้มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยในเดือนตุลาคม 2534 (ค.ศ. 1991) ผลปรากฏว่า นาย Federick Chiluba ผู้นำสหภาพแรงงานได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และพรรค Movement for Multi-Party Democracy (MMD) ของนาย Chiluba สามารถครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภา

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตย

เมืองหลวง

กรุงลูซากา (Lusaka)

การแบ่งเขตการปกครอง

9 เขต ได้แก่ Central, Copperbelt, Eastern, Luapula, Lusaka, Northern, North-Western, Southern, Western

วันที่ได้รับเอกราช

24 ตุลาคม พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964)

รัฐธรรมนูญ

24 สิงหาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) แก้ไขในปี พ.ศ. 2539

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษ (English Common Law) และกฎหมายประเพณี

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ หัวหน้าและผู้แต่งตั้งคณะรัฐบาลจากผู้แทนราษฎร ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 วาระ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2011
ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาเดียว (Unicameral National Assembly) จำนวน 158 ที่นั่ง (150 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีแต่งตั้ง 8 ที่นั่ง) วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2011
ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์สูงสุด ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษา ศาลสูง (High Court)

zambia-376

นโยบายด้านการเมือง

แซมเบียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เป็นประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระ คณะรัฐมนตรีมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 158 ที่นั่ง โดยมาจากการเลือกตั้ง 150 ที่นั่ง และอีก 8 ที่นั่งมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี มีวาระ 5 ปี (เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2449) ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูงสุดและศาลสูง 
 
เมื่อประมาณสองพันปีก่อน ชนเผ่าที่พูดภาษาบันตูได้อพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นประเทศแซมเบียในปัจจุบัน ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มิชชันนารีและพ่อค้าชาวยุโรปจึงได้เริ่มเดินทางเข้ามาบริเวณนี้ ในปี 2431 (ค.ศ.1888) นายเซซิล โรเดส (Cecil Rhodes) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลผลประโยชน์ทางการค้าและการเมืองของอังกฤษในภูมิภาคแอฟริกาตอนกลาง ได้รับสัมปทานการทำเหมืองแร่จากหัวหน้าเผ่าต่างๆ สัมปทานการทำเหมืองแร่เปิดทางให้อังกฤษเข้าไปมีอิทธิพลเหนือดินแดนโรดีเซียเหนือ (Northern Rhodesia) และโรดีเซียใต้ (Southern Rhodesia) ซึ่งปัจจุบันคือ ประเทศแซมเบียและซิมบับเว 
 
ในปี 2496 (ค.ศ.1953) อังกฤษได้รวมดินแดนโรดีเซียเหนือและใต้เข้ากับดินแดน นยาซาแลนด์ (Nyasaland) ซึ่งปัจจุบันคือ ประเทศมาลาวี และกลายเป็นสมาพันธรัฐโรดีเซียและนยาซาแลนด์ (the Federation of Rhodesia and Nyasaland) อย่างไรก็ดี ได้เกิดความวุ่นวายในดินแดนโรดีเซียเหนือเนื่องจากคนพื้นเมืองต้องการมีส่วนร่วมในรัฐบาลมากขึ้น ผลการเลือกตั้งในปี 2505 (ค.ศ.1962) ปรากฏว่า ชาวพื้นเมืองแอฟริกาได้รับเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ ต่อมา สภานิติบัญญัติได้ผ่านมติเสนอให้ปลดปล่อยโรดีเซียเหนือจากสมาพันธรัฐโรดีเซียและนยาซาแลนด์ สมาพันธรัฐดังกล่าวได้สลายตัวลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2506 (ค.ศ.1963) ดินแดนโรดีเซียเหนือได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2507 (ค.ศ.1964) และกลายเป็นสาธารณรัฐแซมเบีย 
 
ประธานาธิบดีเคนเนธ คาอุนดา (Kenneth Kaunda) ได้รับการยกย่องเป็นรัฐบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของแซมเบีย ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียาวนานตั้งแต่แซมเบียได้รับเอกราช จนถึงปี 2534 (ค.ศ.1991) ระบบการเมืองของแซมเบียแต่เดิมนั้น มีพรรค United National Independence Party (UNIP) เป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงพรรคเดียว แต่ต่อมา ด้วยสภาพความตกต่ำทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูง ทำให้ความนิยมในประธานาธิบดีคาอุนดาเสื่อมลง เกิดการจลาจลในประเทศ และมีกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีพยายามทำรัฐประหารหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2533 (ค.ศ.1990) จึงได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรค และได้มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยในเดือนตุลาคม 2534 (ค.ศ.1991) ผลปรากฏว่า นายเฟดเดอริก ชิลูบา (Federick Chiluba) ผู้นำสหภาพแรงงานได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และพรรค Movement for Multi-Party Democracy (MMD) ของนายชิลูบา สามารถครองที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภา นายชิลูบาชนะการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปี 2539 (ค.ศ.1996) 
 
ในการเลือกตั้งปี 2544 (ค.ศ.2001) นายเลวี อึมวานาวาซา (Levy Mwanawasa) รองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีชิลูบา เป็นผู้แทนพรรค MMD เข้ารับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และชนะการเลือกตั้ง รัฐบาลของประธานาธิบดีอึมวานาวาซา ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตและการประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยใช้มาตรการปลดรัฐมนตรีที่ประพฤติผิดออกจากตำแหน่ง และให้การสนับสนุนคณะกรรมาธิการปราบปรามคอรัปชั่นในการดำเนินการปราบปรามทุจริตและคอรัปชั่นอย่างเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะ ได้พุ่งเป้าไปที่อดีตประธานาธิบดีชิลูบาและบุคคลใกล้ชิด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอึมวานาวาซายังได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อสืบสวนและลงโทษข้าราชการที่ทุจริตในรัฐบาลก่อนหน้าด้วย ประธานาธิบดีอึมวานาวาซาได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปี 2549 (ค.ศ. 2006) โดยได้รับความชื่นชมจากนานาชาติในฐานะที่เป็นผู้นำที่มีนโยบายต่อต้านการทุจริตในวงราชการ และเป็นผู้วางรากฐานระบบเศรษฐกิจที่ดีให้แก่ประเทศแซมเบีย 
 
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2551 ประธานาธิบดีอึมวานาวาซาได้ถึงแก่อสัญกรรมเนื่องจากหัวใจล้มเหลว ที่โรงพยาบาล Percy de Clamart กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลังจากล้มป่วยเนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตก ระหว่างเข้าร่วมการประชุม African Union Summit ที่ประเทศอียิปต์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2551 รองประธานาธิบดีรูเพีย บันดา (Rupiah Banda) ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานาธิบดีอึมวานาวาซา จนถึงกำหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ภายหลังจากพิธีศพของประธานาธิบดีอึมวานาวาซาเสร็จสิ้นลง นายบันดาลงสมัครรับเลือกตั้งและชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2551 และสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 
 
นโยบายต่างประเทศ 
 
แซมเบียให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและรักษาสันติภาพในภูมิภาคแอฟริกา มีบทบาทสำคัญในการเจรจาสันติภาพในอังโกลา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และได้ส่งทหารเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหภาพแอฟริกาในโมซัมบิก รวันดา แองโกลา และเซียร์ราลีโอน 
 
แซมเบียร่วมโครงการ Highly Indebted Poor Countries Initiative (HIPCI) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2548 ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำหรือ G8 ได้แสดงความพร้อมที่จะปลดหนี้ต่างประเทศของประเทศยากจนที่มีหนี้สินสูง (Highly-Indebted Poor Countries: HIPC) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ตามโครงการ HIPCI ของธนาคารโลกและ IMF โดยเป็นการยกเลิกหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของประเทศที่เข้าข่ายได้รับการยกเลิกหนี้สิน และที่ยอมรับแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจ มีธรรมาภิบาล มีการปราบปรามการคอรัปชั่นอย่างจริงจัง สนับสนุนประชาธิปไตยและหลักกฎหมาย โดยมี 38 ประเทศที่อยู่ในโครงการยกเลิกหนี้สินนี้ และแซมเบียเป็น 1 ใน 18 ประเทศที่เข้าข่ายจะได้รับการยกเลิกหนี้สินทันที 
 

Update มกราคม 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  23 ตุลาคม 2558

 

  • Pres.
    Edgar LUNGU
  • Vice Pres.
    Inonge WINA
  • Min. of Agriculture
    Given LUBINDA
  • Min. of Chiefs & Traditional Affairs
    Yamfwa KATEMA
  • Min. of Commerce, Trade, & Industry
    Margaret Duduzi MWANAKATWE
  • Min. of Community Development and Mother and Child Health
    Emerine KABANSHI
  • Min. of Defense
    Richwell SIAMUNENE
  • Min. of Education, Science, Vocational Training & Early Education
    Michael KAINGU
  • Min. of Finance
    Alexander CHIKWANDA
  • Min. of Fisheries & Livestock
    Greyford MONDE
  • Min. of Foreign Affairs
    Harry KALABA
  • Min. of Gender & Child Development
    Nkandu LUO
  • Min. of Health
    Joseph KASONDE , Dr.
  • Min. of Home Affairs
    Davies MWILA
  • Min. of Information & Broadcasting Services
    Chisimba KAMBWILI
  • Min. of Justice
    Ngosa SIMBYAKULA
  • Min. of Labor & Social Security
    Fackson SHAMENDA
  • Min. of Lands, Natural Resources, & Environmental Protection
    Christabel NJIMBU
  • Min. of Local Govt. & Housing
    John PHIRI
  • Min. of Mines, Energy, & Water Development
    Christopher Bwalya YALUMA
  • Min. of Tourism & Arts
    Jean KAPATA
  • Min. of Transport, Communications, Works, & Supply
    Yamfwa MUKANGA
  • Min. of Youth & Sports
    Vincent MWALE
  • Attorney Gen.
    Likando KALALUKA
  • Governor, Bank of Zambia
    Denny KALYALYA
  • Ambassador to the US
    Palan MULONDA
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Patricia Mwaba KASESE-BOTA

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/ZA.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

62.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP รายบุคคล

3,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

3.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 8.6%
  • ภาคอุตสาหกรรม 31.3%
  • ภาคการบริการ 60% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

10.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าว ถั่วลิสง เมล็ดดอกทานตะวัน ผัก ดอกไม้ ยาสูบ ฝ้าย อ้อย แป้งมันสำปะหลัง กาแฟ ปศุสัตว์ แพะ สุกร สัตว์ปีก นม ไข่ หนังสัตว์

อุตสาหกรรม

การทำเหมืองและแปรรูปทองแดง ก่อสร้าง อาหาร เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ ปุ๋ย

อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม

2.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-768 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการส่งออก

6.316 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้าส่งออก

ทองแดง โคบอลท์ กระแสไฟฟ้า ยาสูบ ดอกไม้ ฝ้าย

ประเทศ (คู่ค้า) ส่งออกที่สำคัญ

China 25.5%, Democratic Republic of the Congo 13%, South Africa 6.4%, South Korea 4.9%, India 4.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

6.798 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักร อุปกรณ์เกี่ยวกับการขนส่ง สินค้าปิโตรเลียม กระแสไฟฟ้า ปุ๋ย อาหาร เสื้อผ้าสำเร็จรูป

ประเทศ (คู่ค้า) นำเข้าที่สำคัญ

South Africa 34.5%, Democratic Republic of the Congo 18.2%, Kenya 9.7%, China 7.2%, India 4.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Zambian Kwacha (ZMK)

สัญลักษณ์เงิน

ZMK

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

 

นโยบายทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจและสังคม
 
ในช่วง 6 ปีแรกหลังจากที่ได้รับเอกราช แซมเบียเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ที่ร่ำรวยและมีความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจรวดเร็วมากที่สุดประเทศหนึ่ง ทั้งนี้ เพราะสามารถผลิตทองแดงได้ในปริมาณมาก อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแซมเบียอยู่ในภาวะที่ไม่คงที่ เนื่องจากราคาทองแดงในตลาดโลกลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้แซมเบียซึ่งส่งออกทองแดงเป็นสินค้าหลักได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ต้องพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศ และเนื่องจากราคาทองแดงตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แซมเบียจึงประสบปัญหาไม่สามารถจ่ายชำระดอกเบี้ยและเงินกู้ได้ ทำให้ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 แซมเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้ต่างประเทศต่อหัวมากที่สุดในโลก 
 
รัฐบาลปัจจุบันมีเป้าหมายลดความยากจนและส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้คำมั่นสัญญาที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจัดว่าเป็นประเทศยากจนมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก โดยรัฐบาลพยายามใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับลดจำนวนตำแหน่งรัฐมนตรี ควบคุมการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการไม่ให้สูงกว่าอัตราการขยายตัวของ GDP และจะทุ่มเทงบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดความยากจน อาทิ โครงการเกี่ยวกับการศึกษา และการสาธารณสุข รวมถึงการต่อสู้กับโรคเอดส์ นอกจากนี้ ยังมีความพยายามจะลดการพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมการผลิตทองแดงเพียงอย่าง เดียว โดยพยายามส่งเสริมภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การทำเหมืองอัญมณี และพลังงานไฟฟ้า 
 
รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงและเพิ่มผลผลิตการเกษตร เพื่อทำให้แซมเบียมีผลผลิตข้าวโพดเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งนโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานของประชาคมเพื่อการพัฒนา แห่งอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community – SADC) และเห็นว่า นโยบายดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้แซมเบียพัฒนาเป็นแหล่งอาหารในกลุ่มประเทศ สมาชิก SADC เนื่องจากแซมเบียมีดินที่อุดมสมบูรณ์ และมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อการเพาะปลูก 
 
แซมเบียมีอัตราผู้ติดเชื้อโรคเอดส์สูง โดยมีชาวแซมเบียในวัยผู้ใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในอัตรา 1 ต่อ 5 คน และในแต่ละวัน มีชาวแซมเบียเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์จำนวนประมาณ 200 ราย จึงทำให้มีการคาดการณ์ว่า ช่วงอายุของชาวแซมเบียจะลดลงจาก 46 ปีเป็น 37 ปี ภายในช่วง 1 ทศวรรษต่อจากนี้ รัฐบาลเห็นว่าปัญหานี้เป็นความหายนะของชาติและต้องได้รับการแก้ไข โดยมุ่งให้ผู้ป่วยโรคเอดส์มียารักษาโรคในราคาถูก และปลุกจิตสำนึกของประชาชนให้รับรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกันโรคเอดส์  ในปัจจุบัน แซมเบียยังไม่มีโครงการจัดสรรยาต่อต้านไวรัสเอดส์เพื่อยืดอายุผู้ป่วยโรคเอดส์
 

การปลดหนี้ประเทศยากจนและมีภาระหนี้สูง

แซมเบียเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Highly Indebted Poor Countries Initiative (HIPCI) ขององค์การการเงินระหว่างประเทศ และเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2548 ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำหรือ G8 ได้แถลงว่า กลุ่ม G8 ได้แสดงความพร้อมที่จะปลดเปลื้องหนี้ต่างประเทศของประเทศยากจนที่มีหนี้สินสูง (Highly-Indebted Poor Countries: HIPC) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ตามโครงการ HIPCI ของธนาคารโลกและองค์การการเงินระหว่างประเทศ โดยเป็นการยกเลิกหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของประเทศที่เข้าข่ายได้รับการยกเลิกหนี้สิน ที่ยอมรับแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจ มีธรรมาภิบาล มีการปราบปรามการคอรัปชั่นอย่างจริงจัง สนับสนุนประชาธิปไตยและหลักกฎหมาย โดยมี 38 ประเทศที่อยู่ในโครงการยกเลิกหนี้สินนี้ และแซมเบียเป็น 1 ใน 18 ประเทศที่เข้าข่ายจะได้รับการยกเลิกหนี้สินทันที

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
 
การทูต 
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแซมเบียเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2530 (ค.ศ.1987) ฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมแซมเบีย เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐแซมเบียคนปัจจุบันคือ นายนนทศิริ บุรณศิริ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย ฝ่ายแซมเบียมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแซมเบียประจำสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนจีน มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแซมเบียประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นายลูพันโด ออกัสติน เฟสตัส คาโทโลซี อึมวาพี (Lupando Augustine Festus Katoloshi Mwape) โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง 
 
ความสัมพันธ์ด้านการเมือง 
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-แซมเบียราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน แต่ยังค่อนข้างห่างเหิน ไม่ค่อยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง แซมเบียให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศเสมอมา และที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศมีท่าทีในเวทีระหว่างประเทศที่สอดคล้องกัน แซมเบียมีความชื่นชมการพัฒนาด้านการเกษตรแบบยั่งยืน และการต่อสู้กับปัญหาการแพร่กระจาย  ของเชื้อเอชไอวีและเอดส์ของไทย โดยต้องการใช้ไทยเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้ ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางวิชาการกับแซมเบียอย่างเต็มที่ฉันท์ มิตรประเทศ ที่ผ่านมา สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร) กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดทุนการฝึกอบรมด้านสาธารณสุขประจำปีแก่รัฐบาลแซมเบียอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีความร่วมมือแบบไตรภาคีกับรัฐบาลญี่ปุ่น ในโครงการส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรรม ฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่แซมเบียอีกด้วย 
 
เศรษฐกิจ
 
การค้า 
แซมเบียเป็นคู่ค้าและแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของไทยประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ไทยนำเข้าวัตถุดิบประเภทสินแร่โลหะและเศษโลหะจากแซมเบียเป็นมูลค่าหลายพัน ล้านบาทต่อปี ในปี 2553 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-แซมเบีย มีมูลค่า 54.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 7.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 46.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 38.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปแซมเบีย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคหะสิ่งทอ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม ประทีปโคมไฟ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง เคมีภัณฑ์ เป็นต้น สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากแซมเบีย ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย 
 
การลงทุน 
นักธุรกิจไทยยังเข้าไปลงทุนในแซมเบียน้อยมากและจำกัดอยู่แค่เฉพาะธุรกิจร้าน อาหารเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ เนื่องจากแซมเบียยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักธุรกิจไทย อีกทั้งระบบการบริหารจัดการภายในของแซมเบียในการจัดเก็บภาษีและการส่งเสริม การลงทุนยังขาดมาตรฐานและไม่มีความเป็นสากล จึงไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม แซมเบียมีศักยภาพเป็นแหล่งวัตถุดิบ แร่ทองแดง อัญมณีและทรัพยากรไม้ และเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกของไทย 
 
การท่องเที่ยว 
ในปี 2554 มีชาวแซมเบียเดินทางมาไทย 1,439 คน และมีคนไทยอยู่ในแซมเบียประมาณ 10 คน ที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารและเป็นคู่สมรสกับชาวแซมเบียและชาวต่างชาติที่ อาศัยอยู่ในแซมเบีย 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย 
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว 
- ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามย่อเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2534) 
 
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา 
- ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ (อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายแซมเบีย) 
 
การเยือนที่สำคัญ 
 
ฝ่ายไทย 
-
 
ฝ่ายแซมเบีย 
ประธานาธิบดี / คณะรัฐมนตรี / เจ้าหน้าที่ระดับสูง 
- เดือนเมษายน 2544 นายเคนเนธ คาอุนดา (Kenneth Kaunda) อดีตประธานาธิบดีแซมเบีย เดินทางมาเป็นผู้กล่าว Keynote address ในหัวข้อ HIV/AIDS ต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ESCAP สมัยที่ 57 ที่กรุงเทพฯ 
- วันที่ 15 -18 ตุลาคม 2545 นายไบรอัน ชิตูโว (Dr. Brian Chituwo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแซมเบีย เดินทางเยือนไทย
- เดือนกรกฎาคม 2547 นางมอรีน อึมวานาวาซา (Maureen Mwanawasa) ภริยาประธานาธิบดีแซมเบียเข้าร่วมการประชุมเอดส์โลก ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพฯ 
- วันที่ 4 มีนาคม 2553 นายรูเพีย บันดา (Rupiah Banda) ประธานาธิบดีแซมเบีย เดินทางแวะผ่านไทย 
- วันที่ 27 มีนาคม – 1 เมษายน 2553 นางลูซี ชางเว (Lucy S. Changwe) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU) ครั้งที่ 122 ที่กรุงเทพฯ 
 

ที่มา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - แซมเบีย                      
มูลค่าการค้า 59.31 66.74 109.78 109.78 162.31 9.22 12.54 64.48 64.48 47.84
การส่งออก 11.37 10.71 15.95 15.95 14.33 45.81 -5.80 48.93 48.93 -10.13
การนำเข้า 47.94 56.04 93.83 93.83 147.97 3.08 16.89 67.45 67.45 57.70
ดุลการค้า -36.57 -45.33 -77.88 -77.88 -133.64            
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 1.7 2.3 3.3 3.3 4.8 39.78 34.99 46.14 46.14 43.10
2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.7 1.3 4.6 4.6 4.4 107.95 77.54 257.43 257.43 -4.64
3 ผลิตภัณฑ์ยาง 0.8 1.0 1.2 1.2 1.3 ####### 26.33 17.95 17.95 9.62
4 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 0.4 0.4 1.1 1.1 0.7 84.43 8.50 196.23 196.23 -41.95
5 ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม 0.0 2.1 3.1 3.1 0.5 - ####### 46.55 46.55 -83.13
6 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.1 0.0 0.0 0.0 0.2 107.90 -66.95 -84.74 -84.74 3,620.00
7 ข้าว 0.0 - 0.0 0.0 0.2 - - - - 464.85
8 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.1 0.1 0.3 0.3 0.2 32.64 11.58 296.58 296.58 -32.05
9 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.1 0.1 0.1 0.1 0.2 48.34 -13.40 3.05 3.05 82.48
10 เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วน 0.0 - 0.1 0.1 0.2 - - - - 27.76
รวม 10 รายการ 3.9 7.3 14.0 14.0 12.7 97.14 85.21 91.51 91.51 -9.15
อื่นๆ 7.4 3.4 2.0 2.0 1.7 28.15 -53.97 -41.75 -41.75 -17.01
รวมทั้งสิ้น 11.4 10.7 15.9 15.9 14.3 45.81 -5.80 48.93 48.93 -10.13
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 45,263,627.8 49,763,047.8 90,124,213.7 90,124,213.7 138,849,585.3 0.82 9.94 81.11 81.11 54.06
2 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 156,181.6 1,104,930.9 1,018,866.6 1,018,866.6 7,522,140.7 430.50 607.47 -7.79 -7.79 638.29
3 ด้ายและเส้นใย 2,373,237.1 5,085,273.4 2,644,922.5 2,644,922.5 1,446,944.9 61.13 114.28 -47.99 -47.99 -45.29
4 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 142,113.8 60,998.7 39,344.0 39,344.0 91,971.3 52.42 -57.08 -35.50 -35.50 133.76
5 เครื่องประดับอัญมณี - - - - 32,367.0 - - - - -
6 เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ - - - - 22,200.0 - - - - -
7 สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธ์ 683.3 2,181.9 2,470.6 2,470.6 4,310.9 -29.06 219.30 13.24 13.24 74.49
8 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 190.5 - 150.4 150.4 921.0 - - - - 512.16
9 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 10.4 38.2 18.1 18.1 814.5 -14.25 268.60 -52.52 -52.52 4,391.63
10 กระจก แก้ว และผลิตภัณฑ์ - - - - 593.0 - - - - -
รวม 10 รายการ 47,936,044.5 56,016,470.7 93,829,986.1 93,829,986.1 147,971,848.6 3.11 16.86 67.50 67.50 57.70
อื่นๆ 1,401.4 18,797.9 3,188.6 3,188.6 1,140.6 -87.15 ####### -83.04 -83.04 -64.23
รวมทั้งสิ้น 47,937,445.9 56,035,268.7 93,833,174.6 93,833,174.6 147,972,989.2 3.08 16.89 67.45 67.45 57.70
 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ที่อยู่

The Embassy of the Republic of Zambia

No. 5 Dong Si Jie, San Li Tun,
Beijing,
The People's Republic of China

Tel: (8610) 6532-1554, 6532-1778, 6532-2058

Fax: (8610) 6532-1891

 

JoomSpirit