สาธารณรัฐกาบอง

400px-Flag of Gabonsvg 615px-Coat of arms of Gabonsvg
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

 

250px-Gabon
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Gabon
 
gabonaise
ที่มา: http://ngondetour.com/

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐกาบอง หรือ Gabonese Republic

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกที่เส้นอิเควเตอร์ ระหว่างประเทศสาธารณรัฐคองโกและประเทศอิควอเรียลกินี

พื้นที่

267,667 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 257, 667 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 10,000 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนยาวทั้งสิ้น 3,261 กิโลเมตร ทิศเหนือติดกับอิเควทอเรียลกินีเป็นระยะทาง 345 กิโลเมตร และแคเมอรูนเป็นระยะทาง 349 กิโลเมตร ทิศตะวันออกและ ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐคองโกเป็นระยะทาง 2,567 กิโลเมตร ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ความยาวชายฝั่ง 885 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

บริเวณชายฝั่งเป็นมีลักษณะเป็นที่ราบแคบๆ ภายในประเทศมีลักษณะเป็นภูเขา ทางทิศตะวันออกและทิศใต้มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา

สภาพภูมิอากาศ

อากาศร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร อุณหภูมิสูงและฝนตกชุก มีฤดูแล้งยาวนานตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน หลังจากนั้นเป็นฤดูฝนช่วงสั้น ๆ และจะเป็นฤดูแล้งอีกครั้งตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และเป็นฤดูฝนอีกครั้งฝนตกโดยเฉลี่ยประมาณ 2,510 มิลลิเมตรต่อปี

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม แก๊สธรรมชาติ เพชร ไนโอเบียม (niobium) แมงกานีส ยูเรเนียมทองคำ ไม้ แร่เหล็ก และพลังงานน้ำ

จำนวนประชากร

1,772,255 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตประชากร

1.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

Gabonese

เชื้อชาติ

เผ่า Bantu เผ่าต่าง ๆ ที่สำคัญ 4 เผ่า คือ Fang Eshira Bapounou และ Bateke นอกจากนี้ มีชาวอัฟริกันอื่น ๆ และชาว ยุโรปประมาณ 154,000 คน ซึ่งรวมทั้งชาวฝรั่งเศส 10,700 คน และมีผู้ถือสองสัญชาติ 11,000 คน

ศาสนา

นับถือศาสนาคริสต์คาธอลิค 41.9% โปรแตสแตน 13.7% คริสต์นิกายอื่นๆ 32.4 % ศาสนาอิสลาม 6.4% ประชากรที่เหลือนับถือความเชื่อดั้งเดิมและศาสนาอื่นๆรวม 1%

ภาษา

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ และมีภาษาถิ่นอื่น ๆ ที่สำคัญ คือ Fang Myene Bateke Bapounou Eshira และ Bandjabi

 

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบสาธารณรัฐ (Republic) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข (Multiparty Presidential Regime)

เมืองหลวง

กรุงลีเบรอวิล (Libreville) เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ เมือง Port-Gentil ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมปิโตรเลียม เมือง Franceville และเมือง Moande ซึ่งเป็นศูนย์กลางการทำ เหมืองแร่

การแบ่งเขตการปกครอง

9 เขต ได้แก่ Estuaire, Haut-Ogooue, Moyen-Ogooue, Ngounie, Nyanga, Ogooue-Ivindo, Ogooue-Lolo, Ogooue-Maritime, Woleu-Ntem

วันที่ได้รับเอกราช

17 สิงหาคม พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) จากฝรั่งเศส

รัฐธรรมนูญ

เริ่มใช้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991)

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากกฎหมายแพ่งฝรั่งเศสและกฎหมายจารีตประเพณี อำนาจสูงสุดอยู่ที่ Constitutional Chamber of the Supreme Court

สถาบันการเมือง

มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสองสภา (bicameral) โดยวุฒิสภา มำจำนวนที่นั่ง 91 ที่นั่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี (ตั้งขึ้นในปี 2538) เลือกจากสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภานิติบัญญัติ จำนวน 120 ที่นั่ง ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 7 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีโดยได้รับคำแนะนำจากประธานาธิบดี

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกา

gabon-political-map

 

ประวัติศาสตร์การปกครองโดยสังเขป

 
กาบองมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ และเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองมากที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกาตะวันตก มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลและเป็นผู้แต่งตั้งคณะ รัฐมนตรีโดยการหารือกับประธานาธิบดี ในปี 2533 กาบองเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้มีระบบการเมืองหลายพรรค รัฐสภาของกาบองเป็นระบบสภาคู่ โดยสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 120 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งทั่วไป และอยู่ในตำแหน่งวาระละ 5 ปี ในส่วนของวุฒิสภาจำนวน 91 ที่นั่ง (ตั้งขึ้นในปี 2538) เลือกจากสมาชิกสภาท้องถิ่น และอยู่ในตำแหน่งวาระละ 5 ปี 
 
เดิมดินแดนกาบองเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์แอฟริกาตะวันตกของฝรั่งเศส ในปี 2501 กาบองได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง และได้ประกาศเอกราชเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2504 โดยมีนาย Leon M'ba เป็นประธานาธิบดีคนแรก ในปี 2507 ได้เกิดการรัฐประหารขึ้น แต่ด้วยความช่วยเหลือของฝรั่งเศส นาย Leon M'ba ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามเดิมจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2510 
นาย Albert-Bernard Bongo (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Omar Bongo Ondimba) รองประธานาธิบดี ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสให้เข้ารับตำแหน่งแทน และจัดตั้งระบบการปกครองแบบพรรคการเมืองเดียว โดยมีพรรค Parti democratique gabonais (PDG) เป็นพรรครัฐบาล ทั้งนี้ประธานาธิบดี Bongo ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งซ้ำในปี 2516 ปี 2522 และปี 2529 โดยไม่มีคู่แข่ง 
ในปี 2533 ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มต่างๆภายในประเทศ รัฐบาลกาบองได้จัดให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นระบบการเมืองแบบหลายพรรค อย่างไรก็ตาม พรรค PDG ของประธานาธิบดี ยังคงได้รับเสียงข้างมากในสภาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีขึ้นในปี 2536 นาย Bongo ยังคงได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งซ้ำในปี 2541
 
ในปี 2540 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มระยะเวลาให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งจากเดิมวาระละ 5 ปี เป็นวาระละ 7 ปี และมีการแต่งตั้งตำแหน่งรองประธานาธิบดีขึ้นมาอีกครั้ง และในปี 2546 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งโดยยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของ ประธานาธิบดี ซึ่งทำให้นาย Bongo มีสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2548 และชนะการเลือกตั้ง โดยนับเป็นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 6 และถือเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในแอฟริกา 
 
ปี 2552 นาย Albert-Bernard Bongo เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ที่คลิกนิกแห่งหนึ่งในเมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ในวัย 73 ปี หลังจากอยู่ในอำนาจยาวนานถึง 42 ปี (ตั้งแต่ปี 2510 ถึง 2552)โดยทางการกาบองได้ประกาศไว้อาลัยแก่การเสียชีวิตของนาย Albert-Bernard Bongo เป็นเวลา 30 วัน และกำหนดให้ประธานวุฒิสภานาง Rose Francine Rogombe ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีและจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน ในชั้นนี้ สถานการณ์ในกรุงลิเบรวิลล์ยังอยู่ในความสงบไม่เกิดเหตุวุ่นวายตามที่มีการคาดการณ์ไว้
 
การจัดการเลือกตั้งในเดือน ก.ย.2552 นาย Ali Bongo Ondimba บุตรชายของประธานาธิบดีคนเก่า ได้รับเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อมาท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบธรรมในการขึ้นมาดำรงตำแหน่ง จนทำให้เกิดเป็นการจลาจลและการประท้วงผลการเลือกตั้งดังกล่าว
 
ปี 2554 ได้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งอย่างชอบธรรมครั้งแรกหลังจากที่ประธานาธิบดี Albert-Bernard Bongo เสียชีวิตลง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค Gabonese Democratic Party (PDG) ซึ่งนำโดยปธน. Bongo ชนะการเลือกตั้งจากการได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่และได้ที่นั่งในสภาอย่างน้อย 73 ที่นั่งจาก 120 ที่นั่ง จากผลการเลือกตั้งทำให้พรรคฝ่ายค้านคัดค้านผลการเลือกตั้ง รวมไปถึงหลายฝ่ายก็คว่ำบาตรผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจัดตั้ง The Union des forces du changement (UFC) เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีลาออกจากตำแหน่ง
 
ในการเลือกตั้งท้องถิ่น (Local Election) ในปี 2555 นาย Pierre Mamboundou หัวหน้าพรรค UPG (The Union du people gabonais) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ยังคงไร้ซึ่งหนทางในการก้าวสู่การเป็นผู้นำประเทศหลังจากการพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2552 ส่วนกลุ่มเสียงส่วนน้อย ซึ่งนำโดยนาย Bruno Ben Moubamba ได้เข้าร่วมกับพรรค UFA (The Union des forces pour l’alternance) ซึ่งเป็นพรรคที่ยึดถือในหลักการและต่อต้านฝ่ายรัฐบาล นอกจากนี้ กลุ่มที่แยกตัวออกมาจากพรรค UPG ต่อมากลายเป็นกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า The Union des partriotes gabonais loyalists ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ UFC และอยู่ภายใต้การนำของ นาย David Mbadinaga ซึ่งเป็นกลุ่มที่พยายามนำหลักการของนาย Mamboundou’s มาใช้
 
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Ali Bongo Ondimba และพรรค Parti Démocratique Gabonais, PDG ยังคงครองอำนาจต่อไป ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่ครอบอำนาจมาอย่างยาวนานท่ามกลางการสนับสนุนของฝ่ายทหาร แต่ก็ยังต้องเผชิญกับกระแสการต่อต้านการเลือกตั้งและนโยบายปฏิรูปของพรรค จนเกิดเป็นการประท้วงและการหยุดงานในบางครั้ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารนโยบายสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษา
 
นโยบายต่างประเทศ 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างกาบอกกับฝรั่งเศส 
ในอดีตกาบองดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยเอนเอียงไปทางฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส โดยมีความร่วมมือทางด้านการทหารและเศรษฐกิจ ในด้านการทหาร ฝรั่งเศสได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคมาให้การฝึกอบรมการใช้อาวุธสมัยใหม่ มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดทหารซึ่งสอนโดยทหารฝรั่งเศส ปัจจุบันยังมีกองกำลังทหารฝรั่งเศสประมาณ 3-4 พันคนประจำการอยู่เพื่อดูแลผลประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจของ กาบอง ซึ่งครอบคลุมถึงการไฟฟ้า ประปา ระบบคมนาคม และโทรคมนาคม 
 
กาบองได้พยายามลดการพึ่งพิงฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเดิม และขยายความสัมพันธ์กับมิตรประเทศอื่น ๆ อาทิ จีน บราซิล แอฟริกาใต้ และอินเดีย เพื่อขอรับการช่วยเหลือด้านการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและที่มิใช่น้ำมัน (oil and non-oil sectors) ของประเทศ ปัจจุบัน กาบองดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
 
ในปัจจุบันเริ่มเกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง ทำให้ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมีมาอย่างยาวนานเนื่องจากฝ่ายฝรั่งเศสตั้งได้ตรวจสอบทรัพย์สินของประธานาธิบดี Bongo ในประเทศฝรั่งเศสและข้อสังเกตเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสของกาบอง หากแต่กาบองก็ยังคงยินยอมในฝรั่งเศสคงฐานทัพทหารเอไว้ในเมือง Libreville
 
ความสัมพันธ์ระหว่างกาบองกับจีน 
ความสัมพันธ์ระหว่างกาบองกับจีนมีความแน่นแฟ้นมากขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2547 ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำ (State Visit) ของประเทศทั้งสอง ในระหว่างการเยือนกาบองอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีหูจินเท่าของจีน ได้มีการลงนามความตกลงระหว่าง China Petroleum and Chemical Corporation Refinery กับ Gabon and France's Total Gabon ซึ่งจะรับประกันการส่งน้ำมันกาบองไปยังประเทศจีนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ มีรายงานว่า จีนกำลังก่อสร้างตึกรัฐสภาแห่งใหม่ ศูนย์มัลติมีเดีย และท่าเรือในกาบองอีกด้วย การเยือนดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของจีนในฐานะหุ้นส่วนทางการค้าและการ พัฒนาของกาบอง
 
ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของกาบองและจีนพัฒนาและมีความแน่นแฟ้นมายิ่งขึ้น และกาบองก็ยังคงพยายามดึงดูดการลงทุนจากประเทศอื่นๆในเอเชีย 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างกาบองกับสหรัฐฯ
มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีกาบองเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ (State Visit) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2547 และผู้บังคับบัญชาการทหารระดับสูงของสหรัฐฯ เยือนกาบองในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เพื่อหารือประเด็นความมั่นคง น้ำมัน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกาบองในฐานะประเทศยุทธศาสตร์ในแอฟริกา ตะวันตกของสหรัฐฯ
 
กาบองเป็นประเทศที่มีบทบาทในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ อาทิ สหประชาชาติ (UN) สหภาพแอฟริกา (AU) กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) องค์การการประชุมอิสลาม (OIC) และประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกา (ECA) เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2549 กาบองได้ร่วมกับองค์กรอาหารและยาแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การอนามัยโลก (WHO) โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดการประชุมระดับอนุภูมิภาคเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด นกในทวีปแอฟริกาตะวันตกขึ้นที่กรุงลีเบรอวิล ประเทศกาบอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความพยายามในการหยุดการแพร่ระบาดและหามาตรการ ป้องกันเชื้อไข้หวัดนกในแอฟริกาตะวันตก อนึ่ง นาย Jean Ping อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาบองได้รับตำแหน่งประธานสหภาพ แอฟริกา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 (รัฐบาลกาบองได้ปรับคณะรัฐมนตรีล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551) 
 
ประธานาธิบดี Bongo ถือว่ามีความโดดเด่นบนเวทีระดับภูมิภาค โดยพยายามขยายบทบาทตนเองให้เป็น รัฐบุรุษอาวุโสของแอฟริกา และภายหลังจากที่ได้สร้างศูนย์ประชุมแห่งชาติขนาดใหญ่ขึ้น กาบองได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับภูมิภาคในหลายโอกาส นอกจากนี้ นาย Bongo ยังมีส่วนช่วยในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในแอฟริกาหลายกรณี อาทิ การสู้รบในโกตดิวัวร์ และการปะทะกันระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกับแอฟริกากลาง เป็นต้น 
 
กาบองมีข้อพิพาททางดินแดนกับอิเควทอเรียลกินี โดยทั้งสองฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะ 3 เกาะ คือ Mbanie Cocotier และ Conga ซึ่งเชื่อกันว่ามีน้ำมันอยู่มาก เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ปี 2549 ประธานาธิบดีกาบอง และประธานาธิบดีอิเควทอเรียลกินี ได้ตกลงที่จะจัดทำความตกลงเพื่อยุติข้อขัดแย้งการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะ ดังกล่าว โดยมีนาย Kofi Annan เลขาธิการสหประชาชาติเป็นผู้ไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศยังไม่สิ้นสุด แม้กาบองจะเสนอให้มีการแบ่งสรรการใช้ทรัพยากรจากเกาะดังกล่าว แต่ก็มีแนวโน้มที่คู่พิพาทจะหาหนทางในการเจรจาเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว 
 

 

 


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2560

 Update 26 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Ali Ben BONGO Ondimba
  • Prime Min.
    Emmanuel ISSOZE-NGONDET
  • Dep. Prime Minister
    Bruno Ben MOUBAMBA
  • Min. of Agriculture & Livestock
    Yves Fernand MANFOUMBI
  • Min. of Budget & Public Finance
    Mathias OTOUNGA OSSIBADJOUO
  • Min. for the Civil Service, Admin. Reform, & Modernization of Legal Framework & Institutions
    Jean-Marie OGANDAGA
  • Min. of Digital Economy, Communication, & Culture and Arts & Government Spokesperson
    Alain-Claude BILIE-BY-NZE
  • Min. of Economy, Planning, & Development Programming
    Regis IMMONGAULT TATAGANI
  • Min. of Energy & Water Resources
    Guy-Bertrand MAPANGOU
  • Min. for Equal Opportunities
    Blaise LOUEMBE
  • Min. of Family & Social Affairs, Social Insurance, and National Solidarity
    Paul BIYOGHE MBA
  • Min. of Forestry Economy, Fisheries & the Environment in Charge of the Protection & Sustainable Management of Ecosystems
    Estelle ONDO
  • Min. of Foreign Affairs, Francophonie, and Regional Integration in charge of Gabonese Living Abroad
    Pacome MOUBELET BOUBEYA
  • Min. of Higher Education, Scientific Research, & Training of Officials
    Denise MEKAM'NE
  • Min. of Infrastructure, Public Works, & Territorial Development
    Jean-Pierre OYIBA
  • Min. of Interior, Security, & Public Hygiene in Charge of Decentralization, and Local Development
    Lambert MATHA
  • Min. of Justice, Human Rights, & Keeper of the Seals
    Alexis BOUTAMBA
  • Min. of Labor, Employment, Technical and Vocational Training, & Youth Integration
    Eloi NZONDO
  • Min. of Mines
    Christian MAGNAGNA
  • Min. of National & Civic Education
    Florentin MOUSSAVOU
  • Min. of Oil & Hydrocarbons
    Pascal HOUANGNI AMBOUROUE
  • Min. for the Promotion of Private Investments, Commerce, Tourism, & Industry
    Madeleine BERRE
  • Min. of Public Health & Population
    Leon NZOUBA
  • Min. of Public Service
    Jean-Marie OGANDAGA
  • Min. for Relations With the Institutions in Charge of Political Dialogue
    Francis NKEA
  • Min. of Small & Medium-Size Enterprises in Charge of National Entrepreneurship
    Biendi MAGANGA MOUSSAVOU
  • Min. for State Reform
    Joel PONO OPAPE
  • Min. of Transport & Logistics
    Flavienne MFOUMOU ONDO
  • Min. of Urban Development & Housing
    Bruno Ben MOUBAMBA
  • Min. of Youths & Sports
    Nicole ASSELE
  • Sec. Gen. at the Presidency of the Republic in Charge of National Defense
    Etienne MASSARD KABINDA MAKAGA
  • Junior Min. to the Dep. Prime Min. & the Min. of Urban Development in Charge of Housing
    Edwige ESSOUKOU
  • Junior Min. to the Min. of Agriculture in Charge of Agribusiness
    Francoise ASSENGONE OBAME
  • Junior Minister to the Min. of Budget in Charge of Budget and Pension Funding
    Edgar Anicet MBOUMBOU-MIYAKOU
  • Junior Min. to the Min. of Budget in Charge of Public Finance
    Guy-Maixent MAMIAKA
  • Junior Min. to the Min. of Digital Economy & Communication in Charge of Culture and Arts
    Olivier KOUMBA MBOUMBA
  • Junior Min. to the Min. of Economy in Charge of Planning and Development Programming
    Noel MBOUMBA
  • Junior Min. to the Min. of Foreign Affairs in Charge of Regional Integration and Gabonese Living Abroad
    Calixte NSIE EDANG
  • Junior Min. to the Min. of the Forestry Economy in Charge of Fisheries
    Chantal MEBALE
  • Junior Min. to the Min. of Interior in Charge of Decentralization and Local Development
    Lucienne OGOUWALANGA AWORE
  • Junior Min. to the Min. of Labor in Charge of Technical and Vocational Training
    Patricia TAYE
  • Junior Min. to the Min. of National Education in Charge of Primary Education
    Lucie AKALANE
  • Junior Min. to the Min. for the Promotion of Private Investments in Charge of Tourism and Industry
    Irene LINDZONDZO
  • Min. of State
    Alain-Claude BILIE-BY-NZE
  • Min. of State
    Guy-Bertrand MAPANGOU
  • Min. of State
    Paul BIYOGHE MBA
  • Min. of State
    Denise MEKAM'NE
  • Min. of State
    Pacome MOUBELET BOUBEYA
  • Min. of State
    Francis NKEA
  • Min. of State
    Jean-Pierre OYIBA
  • Ambassador to the US
    Michael MOUSSA-ADAMO
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Noel Nelson MESSONE

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/GB.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

35.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

19,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

2.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 4.5%
  • ภาคอุตสาหกรรม 46.4%
  • ภาคการบริการ 49.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

28% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

2.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

โกโก้ กาแฟ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ยางพารา โคกระบือ ไม้เนื้ออ่อน (Okoume) และปลา

อุตสาหกรรม

การสกัดปิโตรเลียม เหมืองแร่แมงกานีส ทอง เคมีภัณฑ์ การซ่อมเรือ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ ซีเมนต์ ไม้ซุงและไม่อัด

อัตราการเติบโตอุตสาหกรรม

-1.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

44.5% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 1.279 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

4.395 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

น้ำมันดิบ ป่าไม้ แมงกานีส และยูเรเนียม

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

China 15.6%, Italy 7.4%, Trinidad and Tobago 7.2%, Australia 7.1%, Spain 6.4%, South Korea 5.5%, Netherlands 5%, US 4.8 (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

3.002 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องมือและเครื่องจักร อาหาร เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียมและวัสดุก่อสร้าง

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 21.5%, France 19.7%, US 6.6%, Benin 4.7%, Netherlands 4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

เงินฟรังก์เซฟา (Communaute Financiere Africaine Franc)

สัญลักษณ์เงิน

XAF

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราการแลกเปลี่ยนได้ที่นี่)

 

เศรษฐกิจและสังคม 

กาบองเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยเนื่องมาจากน้ำมัน โดยเศรษฐกิจของกาบองมีการพึ่งพารายได้ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมเป็น หลัก ในปี 2549 กาบองสามารถผลิตน้ำมันได้เป็นอันดับที่ 39 ของโลก และช่วยให้กาบองมีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงถึง 14,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจกาบองโดย เฉพาะระหว่างวิกฤตน้ำมันในช่วงปี 2523 และในปี 2541 อนึ่ง กาบองได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) ในปี 2538 เนื่องจากต้องการผลิตน้ำมันเกินโควต้าที่ OPEC กำหนด ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจของกาบองดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้น 

 
แม้ว่ากาบองจะถือเป็นประเทศร่ำรวย แต่การลดค่าเงินฟรังก์เซฟาในปี 2537 ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขนาดหนักและทำให้กาบองต้องประสบปัญหาภาระหนี้สิน ระหว่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส ธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยมีพันธะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IMF ในการการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การเปิดเสรีทางการค้า และเร่งรัดพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้น้ำมัน เพื่อลดปัญหาการว่างงาน  
 
นโยบายหลักของรัฐบาล คือการพยายามดำเนินการตามเงื่อนไขของ IMF เพื่อให้สามารถได้รับการสนับสนุน และหวังจะได้รับการผ่อนปรนระยะเวลาชำระหนี้จากกลุ่มประเทศ G7 นอกจากนี้ เนื่องจากมีการประเมินกันว่า การผลิตน้ำมันของกาบองจะหมดลงภายในปี 2555 หากไม่มีการสำรวจบ่อน้ำมันใหม่ ๆ รัฐบาลจึงได้พยายามพัฒนาการสำรวจน้ำมันเพิ่มเติมโดยการดึงดูดการลงทุนในสาขา พลังงาน โดยมีการปรับระบบกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ อาทิ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบัน บริษัท Royal Dutch Shell และ Total เป็นสองบริษัทน้ำมันข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ดำเนินการในกาบอง
 
รัฐบาลได้พยายามลดการพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยให้ความสำคัญมากขึ้นกับการภาคธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตแมงกานีส การแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ การก่อสร้าง และการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจตามคำแนะนำของ IMF อย่างไรก็ดี การส่งเสริมบรรยากาศที่ดีสำหรับการลงทุนและการดำเนินธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากน้ำมันในกาบองยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยธนาคารโลกได้จัดให้กาบองอยู่ในลำดับที่ 144 จาก 178 ของประเทศ ที่มีบรรยากาศเหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจัยหลักที่เป็นผลในการจัดลำดับดังกล่าว คือ กฎระเบียบภายในที่ยุ่งยาก อัตราค่าจ้างแรงงานสูงและการจดทะเบียนแรงงานที่เข้มงวด รวมทั้งการขาดประสิทธิภาพในการทำสัญญาและการประกันความเสี่ยงของนักลงทุน 
 
กาบองประสบปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมาก อีกทั้ง สหประชาชาติได้จัดให้กาบองอยู่ในอันดับที่ 119 จาก 177 ประเทศ ที่มีดัชนีพัฒนาคน (Human Development Index-HDI) ต่ำที่สุด ซึ่งดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านสาธารณสุขของกาบองยังไม่ได้รับ การพัฒนาเท่าที่ควร อัตราโรงพยาบาลและแพทย์ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย โรคที่ระบาดมากได้แก่มาลาเรีย และเอดส์ ทั้งนี้ กาบองยังมีอัตราการแพร่กระจายของโรคเอดส์สูงถึงร้อยละ 7.9 (พ.ศ.2548) และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์กว่า 4,700 คน (พ.ศ. 2548) 
 
 
 
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 23.720 พันล้าน USD (ไทย: 385 พันล้าน USD)
 
รายได้ประชาชาติต่อหัว 12,302 USD (ไทย: 5,647 USD)
 
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.2 (ไทย: ร้อยละ 2.9)
 
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.4 (ไทย: ร้อยละ 2.2)
 
เงินทุนสำรอง 2.47 พันล้าน USD (ไทย: 181.7 พันล้าน USD)
ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เพชร ไนโอเบียม แมงกานีส ยูรเนียม ทอง ไม้ แร่เหล็ก และพลังงานน้ำ 
 
อุตสาหกรรมที่สำคัญ การกลั่นปิโตรเลียม แมงกานีส เหมืองทอง เคมีภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ ไม้ซุง ไม้อัด ซีเมนต์
 
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผ้าผืน เม็ดพลาสติก กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เครื่องนุ่งห่ม  
 
สินค้านำเข้าที่สำคัญ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
 
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไปรัสเซีย สหรัฐอเมริกา จีน ฝรั่งเศส นำเข้าจาก ฝรั่งเศส สหรัฐอเมนิกา จีน เบลเยียม อิตาลี แคเมอรูน เนเธอร์แลนด์  
 
หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา (CFA Franc) (1 บาท = 18.11 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 3 มีนาคม 2558) 
 
การท่องเที่ยว ชาวกาบองเดินทางมาไทย 114 คน (2556)  
 
คนไทยในกาบอง 17 คน (2556)
 

 

 

ความสัมพันธ์
 
ความสัมพันธ์ทางการทูต 
ประเทศไทยกับกาบองได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2519 โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาครอบคลุมกาบอง และฝ่ายกาบองได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตกาบองประจำกรุงโซล มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย 
 
ด้านเศรษฐกิจ 
ปริมาณการค้าระหว่างประเทศทั้งสองมีปริมาณไม่มากนัก และมีความผันผวนมากในแต่ละปี โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ไทยเสียดุลการค้ากับกาบองมาโดยตลอด ล่าสุด ในปี 2552 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกาบองมีจำนวน 1,515.43 ล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงกว่าปี 2550 ถึง 3,261.26 ล้านบาท ไทยส่งออกไปกาบองมูลค่า 1,489.30 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากกาบอง 26.12 ล้านบาท สินค้าที่ไทยส่งออกไปกาบอง 10 อันดับแรก ได้แก่ 1. รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 3. ข้าว 4. หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 5. ประทีปโคมไฟ 6. ผลิตภัณฑ์พลาสติก 7. เสื้อผ้าสำเร็จรูป 8. ผ้าผืน 9. เครื่องดื่ม 10. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากกาบอง ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นต้น 
 
ด้านสังคมและวัฒนธรรม 
ไทยให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการเผยแพร่เทคโนโลยีด้านการผลิตยารักษาโรคมาลาเรียและยาต้านโรค เอดส์แก่ประเทศในแอฟริกา โดยระหว่างปี 2549-2550 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขไปประเทศบูร์กินาฟาโซ แกมเบีย เซเนกัล กาบอง และมาลี เพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีด้านการผลิตยารักษาโรคมาลาเรีย โดยในกาบอง ดำเนินการระหว่างวันที่ 2-8 กันยายน 2549 นอกจากนี้ สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) ยังได้ให้ทุนฝึกอบรมประจำปีแก่เจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญชาวกาบองในหลาก หลายสาขาเป็นประจำทุกปี 
 
ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย 
ความตกลงแม่บทว่าด้วยความร่วมมือ (ลงนามเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2529) 
 
การเยือนที่สำคัญ 
 
ฝ่ายไทย 
รัฐบาล 
- วันที่ 22 - 24 สิงหาคม 2549 
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนกาบองอย่างเป็นทางการ 
 
- วันที่ 16 - 19 มีนาคม 2529 
ร้อยตรีประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนกาบองอย่างเป็นทางการ 
 
ฝ่ายกาบอง 
รัฐบาล 
- ปี 2527 
นาย Omar Bongo Ondimba ประธานาธิบดีกาบอง เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในลักษณะ Working visit 
 
- วันที่ 2 - 5 พฤศจิกายน 2528 
นาย Omar Bongo Ondimba เยือนไทยเป็นการส่วนตัวโดยได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2528 
 
- วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2546 
นาย Omar Bongo Ondimba พร้อมภริยา เดินทางเยือนไทยเป็นการส่วนตัว 
 
- วันที่ 10 - 15 ตุลาคม 2546 
นาย Omar Bongo Ondimba พร้อมภริยา เดินทางเยือนไทยเป็นการส่วนตัว 
 
- วันที่ 16 - 20 เมษายน 2548 
นาย Jean Ping รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาบอง พร้อมภริยา เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ 
 
- วันที่ 30 เมษายน 2549 - 6 พฤษภาคม 2549 
นาย Omar Bongo Ondimba และภริยา เดินทางเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนตัว พร้อมด้วยนาย Jean Ping รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
 
ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงแม่บทว่าด้วยความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐกาบอง 
วันที่ลงนาม 09 พฤษภาคม 2529
 

ที่มา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - กาบอง                      
มูลค่าการค้า 56.29 44.43 62.33 62.33 80.58 39.03 -21.07 40.30 40.30 29.27
การส่งออก 54.06 43.53 61.18 61.18 79.16 40.68 -19.47 40.55 40.55 29.38
การนำเข้า 2.23 0.90 1.15 1.15 1.42 8.31 -59.72 28.11 28.11 23.69
ดุลการค้า 51.83 42.63 60.03 60.03 77.73            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ข้าว 39.8 29.5 51.2 51.2 40.0 59.23 -25.87 73.44 73.44 -21.96
2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.4 0.3 0.1 0.1 27.8 37.68 -27.16 -60.55 -60.55 24,906.66
3 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 6.1 4.9 3.5 3.5 3.0 36.43 -19.51 -30.09 -30.09 -12.13
4 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.8 1.3 0.4 0.4 2.2 -16.62 72.85 -68.98 -68.98 428.31
5 ผ้าผืน 1.4 2.5 2.0 2.0 1.7 42.35 78.06 -17.14 -17.14 -15.37
6 พืชน้ำมัน 0.3 - 0.3 0.3 0.7 -55.00 - - - 111.50
7 เม็ดพลาสติก 1.2 0.6 0.8 0.8 0.7 23.14 -49.90 38.77 38.77 -17.44
8 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.6 0.2 0.2 0.2 0.6 124.74 -59.90 -27.49 -27.49 242.46
9 เครื่องนุ่งห่ม 0.5 0.7 0.8 0.8 0.4 -29.73 37.20 13.98 13.98 -47.82
10 ผลิตภัณฑ์ยาง 0.2 0.6 0.3 0.3 0.4 123.27 225.78 -47.25 -47.25 5.09
รวม 10 รายการ 51.4 40.7 59.7 59.7 77.5 48.87 -20.69 46.64 46.64 29.68
อื่นๆ 2.7 2.8 1.4 1.4 1.7 -31.47 3.93 -48.40 -48.40 16.63
รวมทั้งสิ้น 54.1 43.5 61.2 61.2 79.2 40.68 -19.47 40.55 40.55 29.38

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ - 0.1 0.9 0.9 1.4 -100.00 - 1,190.43 1,190.43 45.67
2 ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ 0.1 0.0 0.1 0.1 0.0 - -66.39 150.70 150.70 -34.83
3 สินค้าทุนอื่น ๆ 0.0 0.0 - - 0.0 - 925.00 - - -
4 สิ่งพิมพ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 200.00 533.33 -31.58 -31.58 138.46
5 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.0 0.1 0.0 0.0 0.0 - 16,933.33 -97.26 -97.26 14.29
6 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2.1 0.7 - - 0.0 5.32 -66.26 - - -
7 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.0 - 0.0 0.0 0.0 -45.00 - - - -37.50
8 ผลิตภัณฑ์โลหะ 0.0 - 0.0 0.0 0.0 - - - - 400.00
9 ผลิตภัณฑ์ทำจากยาง 0.0 - - - 0.0 50.00 -100.00 - - -
10 ลวดและสายเคเบิล - - - - 0.0 - - - - -
รวม 10 รายการ 2.2 0.9 1.0 1.0 1.4 6.22 -60.40 16.10 16.10 41.58
อื่นๆ 0.0 0.0 0.1 0.1 0.0 2,873.33 -26.46 345.12 345.12 -99.52
รวมทั้งสิ้น 2.2 0.9 1.2 1.2 1.4 8.31 -59.72 28.11 28.11 23.69

 

 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกาบองประจำประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

H.E. Mr. Jean Pierre Sole-Emane
ที่อยู่

The Embassy of the Gabonese Republic

4th Fl., Yoosung Bldg.,
738-20 Hannam-dong,
Yongsan-ku, Seoul,
The Republic of Korea

Tel: (822) 793-9575, 793-9576

Fax: (822) 793-9574

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

 

JoomSpirit