สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน

south_sudan.gif Coat_of_arms_of_South_Sudan.png
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

คำขวัญ

JUSTICE LIBERTY PROSPERITY

ความยุติธรรม เสรีภาพ ความมั่งคั่ง

        เซาท์ซูดาน มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (Republic of South Sudan) เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออก เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า จูบา ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอิเควทอเรียลกลางที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เซาท์ซูดานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทางตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกับเอธิโอเปีย ทางใต้ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทางตะวันตกติดต่อกับสาธารณรัฐแอฟริกากลาง และทางเหนือติดต่อกับซูดาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบึงตมซึ่งเกิดขึ้นจากแม่น้ำไนล์ขาว
 
     หลังจากซูดานได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2499 ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นหลายครั้ง ซึ่งมีบางช่วงที่เซาท์ซูดานได้รับสิทธิ์ในการปกครองตนเอง เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 ได้มีการจัดการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากประเทศซูดานขึ้น ผลปรากฏว่า ชาวเซาท์ซูดานเสียงข้างมากเกือบ 99% เห็นควรแยกตัวเป็นเอกราช และเมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 9 กรกฎาคม เซาท์ซูดานก็กลายเป็นประเทศเอกราชโดยแยกตัวออกจากประเทศซูดาน
 
     เซาท์ซูดานได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือจักรภพแห่งชาติ และยังได้รับการประกาศว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมจะสมัครเป็นสมาชิกในสันนิบาตอาหรับได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้แสดงความสนใจจะเข้าร่วมประชาคมแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนในหลักการโดยรัฐสมาชิก เคนยาและรวันดา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติวางแผนจะประชุมกันในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เพื่ออภิปรายถึงสมาชิกภาพและการรับรองสาธารณรัฐเซาท์ซูดานอย่างเป็นทางการ ซึ่งในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับรองชาติเกิดใหม่นี้เป็นรัฐสมาชิกลำดับที่ 193 ของสหประชาชาติแล้ว
 
 

ชื่อทางการสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน Republic of South Sudan ที่ตั้งเซาท์ซูดานตั้งอยู่ระหว่างละติจูด 3 และ 13 องศาเหนือ และลองติจูด 24 และ 36 องศาตะวันออก ทางเหนือติดประเทศซูดาน ทางใต้ติดกับประเทศยูกันดา และทางตะวันออกติดกับประเทศเอธิโอเปียพื้นที่644,329 ตารางกิโลเมตรอาณาเขต     พรมแดนทั้งหมด 6,018 กิโลเมตร ติดกับสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 1,055 กิโลเมตร สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 714 กิโลเมตร เอธิโอเปีย 1,299 กิโลเมตร เคนยา 317 กิโลเมตร ซูดาน 2,158 กิโลเมตร และอูกันดา 475 กิโลเมตรสภาพภูมิประเทศ     เป็นที่ราบลุ่มในภาคเหนือและภาคกลาง พื้นที่ภาคใต้เป็นที่ราบสูงตามแนวชายแดนยูกันดาและเคนยา มีพื้นที่ชุ่มน้ำ Sudd (ชื่อที่ได้มาจากพืชลอยน้ำชนิดหนึ่ง) ในตอนกลางของประเทศ กินอาณาบริเวณพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 100,000 ตารางกิโลเมตร หล่อเลี้ยงด้วยน้ำจากแม่น้ำไวท์ไนล์

swamp

ภาพจาก fieldofreeds.comสภาพภูมิอากาศ     อากาศร้อนกับมีปริมาณน้ำฝนตามฤดูกาลที่ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงประจำปีของร่องความกดอากาศต่ำแถบศูนย์สูตร มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และลดลงทางภาคเหนือทรัพยากรธรรมชาติ-ภัยธรรมชาติ-จำนวนประชากร-อัตราการเติบโตของประชากร-สัญชาติ-เชื้อชาติ-ศาสนา-ภาษา     ภาษาราชการของเซาท์ซูดาน คือ ภาษาอังกฤษ ขณะที่ภาษาอารบิกมีพูดกันอย่างแพร่หลาย และภาษาอารบิกจูบา อันเป็นภาษาผสม ใช้พูดกันในพื้นที่รอบเมืองหลวง 

 
ประวัติศาสตร์     เซาท์ซูดานแยกตัวเป็นเอกราชจากซูดาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2554 เนื่องจากความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต เกือบ 2 ล้านคน และผลัดถิ่น 4 ล้านคน จนองค์กรระหว่างระหว่างประเทศต้องเข้ามาดูแลรักษาสันติภาพ จนนำไปสู่การลงประชามติแยกประเทศ

        ภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบในแง่ลบจากสงครามกลางเมืองสองครั้งนับแต่ซูดานได้รับเอกราช รัฐบาลซูดานสู้รบกับกบฏตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 ถึง 2515 ในสงครามกลางเมืองซูดานครั้งที่หนึ่ง และกองทัพปลดปล่อยประชาชนซูดาน (SPLA/M) ในสงครามกลางเมืองครั้งที่สอง เป็นเวลาอีกเกือบยี่สิบเอ็ดปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง SPLA/M ในปี พ.ศ. 2526 ซึ่งส่งผลให้เกิดการปล่อยปละละเลย การขาดการพัฒนาสาธารณูปโภค ตลอดจนการทำลายล้างและการย้ายประชากรอย่างมโหฬาร มีผู้ถูกสังหารมากกว่า 2.5 ล้านคน และมีอีกมากกว่า 5 ล้านคนถูกขับออกจากถิ่นที่อยู่ กลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยจากผลของสงครามกลางเมือง
 
     มีการประเมินว่าภูมิภาคเซาท์ซูดานมีประชากร 8 ล้านคน แต่เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการทำสำมะโนประชากรมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว ตัวเลขประมาณนี้จึงอาจคาดเคลื่อนอย่างรุนแรง เศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นแบบชนบทและพึ่งพาเกษตรกรรมเพื่อยังชีพเป็นหลัก ในกลางทศวรรษ 2000 เศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนจากสภาพชนบทมาเป็นแบบเมือง โดยสังเกตได้ว่าเซาท์ซูดานมีการพัฒนาอย่างกว้างขวาง
 
การได้รับเอกราช
        มีการจัดการลงประชามติแยกเซาท์ซูดานเป็นเอกราชระหว่างวันที่ 9 ถึง 15 มกราคม พ.ศ. 2554 ชาวซูดานที่อาศัยอยู่ทางเหนือและที่อยู่โพ้นทะเลก็มาใช้สิทธิ์ด้วยเช่นกันโดยรวมมีประชากรผู้มีสิทธิ์ออกเสียงกว่า 98.83% 
     ผลการลงประชามติที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554 นำไปสู่การได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ถึงแม้ว่าข้อพิพาทบางประการจะยังคงดำเนินต่อไป อย่างเช่น ส่วนแบ่งรายได้จากการค้าน้ำมัน ซึ่งมีการประเมินว่า 80% ของน้ำมันในซูดานอยู่ในเซาท์ซูดาน นับเป็นศักยภาพทางเศรษฐกิจอันน่าทึ่งสำหรับพื้นที่เสื่อมโทรมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 
     ภูมิภาค Abyei ยังคงเป็นพื้นที่พิพาทและจะมีการจัดการลงประชามติแยกต่างหากใน Abyei ว่าชาวเมืองต้องการจะเข้าร่วมกับซูดานเหนือหรือซูดานใต้ 
 
เซาท์ซูดานกำลังทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธอย่างน้อยเจ็ดกลุ่ม โดยมีประชากรถูกบังคับให้ย้ายออกจากถิ่นที่อยู่แล้วหลายหมื่นคน
 
สงครามกลางเมือง (2556–ปัจจุบัน)
        ในเดือนธันวาคม 2556 เกิดการแก่งแย่งอำนาจทางการเมืองระหว่างประธานาธิบดีกีร์และอดีตผู้ช่วยของเขา รีค มาชาร์ (Riek Machar) เมื่อประธานาธิบดีกล่าวหามาชาร์และผู้อื่นอีกสิบคนว่าพยายามรัฐประหาร แม้ทั้งสองมีผู้สนับสนุนจากชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วเซาท์ซูดาน แต่การสู้รบเป็นการโจมตีชุมชน โดยกบฏมุ่งเป้าสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ดิงกาของกีร์และทหารรัฐบาลโจมตีพวกนูเออร์ ทหารยูกันดายังสู้รบร่วมกับกองกำลังรัฐบาลเซาท์ซูดานเพื่อต่อต้านฝ่ายกบฏ
 
     มีการประมาณตัวเลขว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 100,000 คนในความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ดิงกา-นูเออร์ ข้าราชการห้าคนรวมทั้งมาชาร์ ถูกพิจารณาโทษฐานกบฏ ความขัดแย้งทำให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 1,000,000 คนในเซาท์ซูดาน และกว่า 400,000 คนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเคนยา ซูดานและยูกันดา
 

 รูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขเมืองหลวงกรุงจูบา (Juba)การแบ่งการปกครอง-วันที่ได้รับเอกราช-วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ-ระบบกฏหมาย-พรรคการเมือง- 

การเมืองการปกครอง
 
        เซาท์ซูดานมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดี ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขของรัฐ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วยสภา 2 สภา ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (National Legislative Assembly) มีสมาชิกจำนวน 332 คน มาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 4 ปี และสภาแห่งชาติ (Council of States) มีสมาชิกจำนวน 50 คน มาจากการแต่งตั้ง มีวาระ 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นาย Salva Kiir Mayardit 
 
     หลังได้รับเอกราช เซาท์ซูดานประสบปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธภายในประเทศ ซึ่งมีที่มาจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้านการเมือง และเชื่อว่าบางส่วนอาจได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซูดาน ขณะนี้ รัฐบาลเซาท์ซูดานได้พยายามแก้ไขความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธ โดยใช้การเจรจา เพื่อสร้างความปรองดองและความมั่นคงให้แก่ประเทศ 
 
     ปัจจุบัน (เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556)ยังมีสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองโดยกลุ่มต่อต้านต้องการโค่นล้มประธานาธิบดี นาย Salva Kiir Mayardit 
 
การต่างประเทศ 
        ประชาคมนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาสนับสนุนการแยกประเทศเซาท์ซูดานอย่างเต็มที่ หลังจากประชาชนชาวเซาท์ซูดานลงประชามติแยกประเทศเมื่อเดือน ม.ค. 2554 (ค.ศ. 2011) ประธานาธิบดี Obama ได้ประกาศแสดงความยินดีและแสดงความพร้อมที่จะรับรองเซาท์ซูดานในทันที ภายหลังประกาศเอกราช เซาท์ซูดานได้รับการรับรองให้เป็นสมาชิกสหประชาชาติอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 14 ก.ค. และเป็นสมาชิกสหภาพแอฟริกาเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ปีเดียวกัน ตามลำดับ การเป็นสมาชิกสหประชาชาติทำให้เซาท์ซูดานสามารถสมัครเป็นสมาชิกธนาคารโลก และองค์กรการเงินระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้มีสิทธิรับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาได้ 
 
     การประกาศเอกราชของเซาท์ซูดานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2554 ผ่านไปอย่างสงบเรียบร้อย แต่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างซูดานและเซาท์ซูดานยังไม่ยุติ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุความตกลงเกี่ยวกับปัญหาที่คั่งค้าง อาทิ ภาระหนี้สินของซูดานเดิม สัญชาติของประชาชน การกำหนดพรมแดน สิทธิเหนือจังหวัด Abyei และการแบ่งปันผลประโยชน์จากน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 ประเด็นหลัง ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศมากที่สุด ในการนี้ สหประชาชาติได้จัดตั้งภารกิจ United Nations Interim Security Force for Abyei (UNISFA) และ UN Mission in the Republic of South Sudan (UNMISS) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในเซาท์ซูดาน และเสริมสร้างสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างชาติ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน 
 
     รัฐบาลซูดานได้พยายามกดดันรัฐบาลเซาท์ซูดานตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. 2554 (ค.ศ. 2011) โดยตลอด โดยเพิ่มทหารในพื้นที่ชายแดน และปิดกั้นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าและเดินทางของประชาชนระหว่างทั้งสองประเทศ จนเป็นสาเหตุทำให้อาหารสินค้าอุปโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงในเซาท์ซูดานเริ่มขาดแคลนและมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลเซาท์ซูดานเชื่อว่า เป็นแผนการบ่อนทำลายฝ่ายเซาท์ซูดาน 
 
     เพื่อลดการพึ่งพาซูดาน รัฐบาลเซาท์ซูดานใช้นโยบายการขยายความร่วมมือด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เอธิโอเปีย ยูกันดา และเคนยา โดยเซาท์ซูดานและเคนยาได้ร่วมกันวางแผนสร้างระบบท่อขนส่งน้ำมันดิบระยะทางประมาณ 1,400 กม. จากเซาท์ซูดานมายังท่าเรือเมือง Lamu ทางตอนเหนือของเคนยา โดยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากจีนและญี่ปุ่น 
 
     ในขณะเดียวกัน เซาท์ซูดานใช้กลไกทางการทูตเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศโดยเฉพาะสหประชาชาติและสหภาพแอฟริกา ที่เซาท์ซูดานเพิ่งเป็นสมาชิก รวมถึงประเทศมหาอำนาจกดดันรัฐบาลซูดานยุติการสู้รบและกลับสู่กระบวนการเจรจาอีกครั้ง เมื่อเดือน ก.พ. 2555 (ค.ศ. 2012) รัฐบาลซูดานและเซาท์ซูดานได้ลงนามในข้อตกลงไม่รุกรานกัน (non-aggression pact) ที่กรุงแอดดิสอาบาบา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ข้อขัดแย้ง ล่าสุด ในเดือน เม.ย. 2555 (ค.ศ. 2012) เกิดการปะทะระหว่างทหารซูดานและเซาท์ซูดาน เพื่อแย่งชิงแหล่งน้ำมันดิบ
 

สถาบันทางการเมือง-  

 
 ข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2558Update มีนาคม 2559 

  • Pres.
    Salva KIIR Mayardit
  • Vice Pres.
    James Wani IGGA
  • Min. of Agriculture, Forestry, Tourism, Animal Resources, & Fisheries
    Beda Machar DENG
  • Min. of Cabinet Affairs
    Martin Elia LOMORO
  • Min. of Culture, Youth, & Sports
    Nadia Arop DUDI
  • Min. of Defense & Veterans Affairs
    Kuol MANYANG Juuk
  • Min. of Education, Science, & Technology
    John GAI Yoah
  • Min. of Electricity, Dams, Irrigation, & Water Resources
    Jemma Nunu KUMBA
  • Min. of Environment
    Abdallah Deng NHIAL
  • Min. of Finance, Commerce, & Economic Planning
    David Deng ATHORBEI
  • Min. of Foreign Affairs & Intl. Cooperation
    Barnaba Marial BENJAMIN
  • Min. of Gender, Child, & Social Welfare
    Awut Deng ACUIL
  • Min. of Health
    Riek Gai KOK
  • Min. of Information & Broadcasting
    Michael Makuei LUETH
  • Min. of Interior & Wildlife Conservation
    N/A
  • Min. of Justice
    Paulino WANAWILLA Onango
  • Min. of Labor, Public Service, & Human Resource Development
    Ngor Kulang NGOR
  • Min. of Lands, Housing, & Physical Planning
    Catherine Juan BENEIAH
  • Min. of the Office of the Pres.
    Awan Guol RIAK
  • Min. of the Office of the Pres. for National Security Service
    Issac Mamour METE, Gen.
  • Min. of Petroleum, Mining, & Industries
    Stephen Dhieu DAU
  • Min. of Telecommunication & Postal Services
    Rebecca Joshua OKWACHI
  • Min. of Transport, Roads, & Bridges
    Kuong Danhier GATLUK
  • Governor, Central Bank of South Sudan
    Cornelio Koryom MAYIK
  • Ambassador to the US
    Garang Diing AKUONG
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Francis Mading DENG

 ที่มา https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/OD.html 

        รายได้ของเซาท์ซูดานส่วนใหญ่มาจากการผลิตน้ำมันดิบ คิดเป็นร้อยละ 98 ของรายได้ประชาชาติ เซาท์ซูดานเป็นผู้ผลิตน้ำมันสำคัญอันดับที่ 3 ของแอฟริกา และอันดับที่ 30 ของโลก โดยกำลังการผลิตน้ำมันดิบวันละ 260,000 บาร์เรล ปัจจุบัน แคนาดา ฝรั่งเศส จีน อินเดีย และมาเลเซีย ได้เริ่มลงทุนด้านน้ำมันในเซาท์ซูดานแล้ว อย่างไรก็ดี ขณะนี้ เซาท์ซูดานยังต้องพึ่งพาซูดานในการส่งออกน้ำมันดิบผ่านทางเมืองท่า Port Sudan ของซูดาน 
 
     ประชากรชาวเซาท์ซูดานส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบยังชีพ เซาท์ซูดานมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น บริเวณที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำไวท์ไนล์ จึงมีผืนดินและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก   
 
     เซาท์ซูดานมีนโยบายเปิดรับการลงทุนและความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เนื่องจากเซาท์ซูดานยากจนและขาดโครงสร้างพื้นฐาน มีถนนราดยางเพียง 60 กิโลเมตร ไฟฟ้าผลิตจากน้ำมันดีเซลและน้ำประปายังมีใช้ไม่ทั่วถึง ธนาคารโลกมีแผนที่จะสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)-GDP รายหัว (GDP per Capita)-อัตราการเติบโตของ GDP-
GDP แยกตามภาคการผลิต-อัตราการว่างงาน-อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)-หนี้สาธารณะ-ผลผลิตทางการเกษตร-อุตสาหกรรม-ดุลบัญชีเดินสะพัด-มูลค่าการส่งออก-สินค้าส่งออกที่สำคัญ-ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ-มูลค่าการนำเข้า-สินค้านำเข้าที่สำคัญ-ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ-สกุลเงิน-สัญลักษณ์เงิน-อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา-

สภาพเศรษฐกิจ
 
-

 

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
        ขณะนี้ไทยและเซาท์ซูดานอยู่ระหว่างการดำเนินการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยไทยรับรองสาธารณรัฐเซาท์ซูดานอย่างเป็นทางการแล้วตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2554 (ค.ศ. 2011) ฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี เป็นจุดติดต่อเซาท์ซูดานไปพลางก่อน และจะให้มีเขตอาณาครอบคลุมเซาท์ซูดานภายหลังการสถาปนาความสัมพันธ์ฯ ส่วนฝ่ายเซาท์ซูดานได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเซาท์ซูดานประจำเคนยาเป็นจุดติดต่อกับไทย 
 
ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ 
        มีบริษัทก่อสร้างไทยและแรงงานไทยเข้าไปดำเนินการก่อสร้างถนนในดินแดนของเซาท์ซูดานตั้งแต่ก่อนการประกาศเอกราชจากซูดานจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ บริษัทขายเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาลไทยซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงไนโรบี เริ่มเข้าไปขายเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาลในเซาท์ซูดานแล้ว 
 
ความตกลงทวิภาคี – ยังไม่มี 
 
การเยือนระดับสูง – ยังไม่มี 
 
 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - SOUTH SUDAN                      
มูลค่าการค้า   0.50 1.16 1.16 2.96     130.22 130.22 155.72
การส่งออก   0.50 1.12 1.12 2.96     125.19 125.19 164.96
การนำเข้า   0.01 0.04 0.04 0.00     487.14 487.14 -95.62
ดุลการค้า   0.49 1.08 1.08 2.96            

 ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร







   

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ - 0.0 0.9 0.9 2.4 - - ####### 3,040.56 171.20
2 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ - - - - 0.4 - - - - -
3 เครื่องดื่ม - 0.0 0.0 0.0 0.1 - - 0.62 0.62 403.68
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง - 0.4 0.0 0.0 0.0 - - -98.10 -98.10 138.24
5 เครื่องใช้สำหรับเดินทาง - 0.0 - - 0.0 - - - - -
6 รองเท้าและชิ้นส่วน - - - - 0.0 - - - - -
7 เครื่องนุ่งห่ม - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - ####### 2,355.00 -87.58
8 ผลิตภัณฑ์ยาง - - - - 0.0 - - - - -
9 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ - - - - 0.0 - - - - -
10 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ - - 0.0 0.0 0.0 - - - - -97.25
รวม 10 รายการ 0.0 0.4 1.0 1.0 3.0 0.00 0.00 147.95 147.95 193.17
อื่นๆ 0.0 0.1 0.1 0.1 0.0 0.00 0.00 21.10 21.10 -99.26
รวมทั้งสิ้น - 0.5 1.1 1.1 3.0 - - 125.19 125.19 164.96

 ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ - 832.5 38,363.6 38,363.6 1,549.3 - - ####### 4,508.33 -95.96
2 ลวดและสายเคเบิล - 2,097.0 - - 207.6 - - - - -
3 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ - - - - 47.7 - - - - -
4 เสื้อผ้าสำเร็จรูป - - 19.6 19.6 6.8 - - - - -65.56
รวม 4 รายการ 0.0 2,929.5 38,383.2 38,383.2 1,811.3 0.00 0.00 ####### 1,210.24 -95.28
อื่นๆ 0.0 4,094.2 2,692.9 2,692.9 0.0 0.00 0.00 -34.23 -34.23 -100.00
รวมทั้งสิ้น - 7,023.7 41,076.1 41,076.1 1,811.3 - - 484.82 484.82 -95.59

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
 

ที่อยู่-
 

JoomSpirit