สาธารณรัฐคีร์กิซ

 

Kyrgyzstan1-1 Kyrgyzstan2
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐคีร์กิซ หรือ Kyrgyz Republic

ที่ตั้ง

อยู่ในเอเชียกลาง ทางทิศตะวันตกของจีนและทิศใต้ของคาซัคสถาน (ระหว่างเทือกเขาเทียนชานและพาเมียร์)

พื้นที่

198,500 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 191,300 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 7,200 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนยาว 3,051 กิโลเมตร ติดกับประเทศจีนเป็นระยะทาง 1,063 กิโลเมตร คาซัคสถานเป็นระยะทาง 1,212 กิโลเมตร ทาจิกิสถานเป็นระยะทาง 984 กิโลเมตร และอุซเบกิสถานเป็นระยะทาง 1,314 กิโลเมตร ไม่มีทางออกทะเล

สภาพภูมิประเทศ

ยอดเขาเทียนซัน (Peaks of Tien Shan) ที่มีลักษณะเป็นหุบเขาและอ่างกะทะทั้งประเทศ

สภาพภูมิอากาศ

ภูเขาสูงแบบภาคพื้นทวีป

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทองคำ ยูเรเนียม ปรอท ถ่านหิน พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ

ภัยธรรมชาติ

-

จำนวนประชากร

5,789,122 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สัญชาติ

Kyrgyzstani (s)

เชื้อชาติ

ชาวคีร์กีซ 70.9% ชาว Dungan 1.1% ชาวรัสเซีย 7.7% ชาวอุซเบก 14.3% อื่น ๆ 5.9% (พ.ศ. 2552)

ศาสนา

อิสลาม 75% Russian Orthodox 20% อื่น ๆ 5%

ภาษา

คีร์กีซและรัสเซียเป็นภาษาราชการ (ในเดือนมีนาคม 2539 รัฐสภาคีร์กีซได้ให้ความเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการควบคู่กับภาษาคีร์กีซ ในพื้นที่ที่มีประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษารัสเซีย)

 

รูปแบบการปกครอง

สาธารณรัฐ (Republic)

เมืองหลวง

บิชเคก (Bishkek) มีประชากร 5.2 ล้านคน

การแบ่งเขตการปกครอง

7 เขต และเมือง 1 เมือง* ดังนี้ Batken Oblasty, Bishkek Shaary*, Chuy Oblasty (Bishkek), Jalal-Abad Oblasty, Naryn Oblasty, Osh Oblasty, Talas Oblasty, Ysyk-Kol Oblasty (Karakol)

วันที่ได้รับเอกราช

31 สิงหาคม พ.ศ. 2534 จากสหภาพโซเวียต

รัฐธรรมนูญ

เริ่มใช้เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2536

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล และเป็นผู้เสนอชื่อคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศจะได้รับการเลือกและแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดยตรง ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นายกรัฐทมนตรีจะได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากเกินกว่าครึ่ง หากไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีเสียงข้างมาก ประธานาธิบดีจะเลือกพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมเสียงข้างมาก

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาเดี่ยว (Unicameral Supreme Council) หรือ Jogorku Kengesh สมาชิก 120 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) ศาลรัฐธรรมนูญ (Constitutional Court) ผู้พิพากษาจากทั้ง 2 ศาล จะได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติ จากคำแนะนำของประธานาธิบดีให้ดำรงตำแหน่ง 10 ปี (ผู้พิพากษาจะเกษียรอายุเมื่ออายุครบ 70 ปี) ศาลอื่นๆ ได้แก่ Higher Court of Arbitration, ศาลท้องถิ่น (Local Courts) ผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยได้รับการแนะนำจาก National Council on Legal Affairs

ระบบกฎหมาย

ระบบประมวลกฏหมาย มีการรวมลักษณะของระบบประมวลกฎหมายฝรั่งเศสและรัสเซีย

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

kyrgyzstan5
ที่มา: http://www.mapsofworld.com/kyrgyzstan/kyrgyzstan-political-map.html

 

รูปแบบการเมืองการปกครอง นับแต่สาธารณรัฐคีร์กีซได้แยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2534 มีการจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข

 

รัฐธรรมนูญ ผลจากการประชามติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ก่อให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งลดอำนาจประธานาธิบดี โดยให้รัฐสภาและนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเพิ่มขึ้น โดยประธานาธิบดีจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 6 ปี โดยไม่สามารถลงเลือกตั้งซ้ำในวาระต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียังคงเป็นผู้นำแห่งรัฐ และผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ มีหน้าที่กำหนดนโยบายการต่างประเทศ ความมั่นคง ตลอดจนมีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง  นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังมีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในกรณีที่พรรคใดพรรคหนึ่งไม่สามารถได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา

สถานการณ์ปัจจุบัน
เมื่อเดือนเมษายน 2553 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในสาธารณรัฐคีร์กีซ โดยประชาชนได้รวมกันประท้วงและขับไล่ นายคูมานเบ็ก บาคิเอฟ (Kurmanbek Bakiev) ประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ สาเหตุหลักของการประท้วงเนื่องมาจากปัญหาการทุจริต การบริหารประเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพและความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความยากจน ภายหลังจากการลาออกของนายบาคิเอฟในเดือนเมษายน ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว นำโดยนางโรซ่า โอตุนบาเยวา (Roza Otunbayeva)  

ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่นำไปสู่การปะทะและความรุนแรงระหว่างชาวคีร์กีซเชื้อสายอุซเบกและชาวคีร์กีซทางตอนใต้ของประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 รัฐบาลชั่วคราวได้จัดให้มีการประชามติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ให้การยอมรับรัฐธรรมนูญใหม่และตอบรับการดำรงตำแหน่งของนางโอตุนบาเยวาอย่างเป็นทางการจนถึงสิ้นปี 2554

จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554 นายอัลมาซเบ็ก อาตามบาเอฟ (Almazbek Atambayev) นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครเป็นประธานาธิบดีมีคะแนนนิยมมากที่สุด และเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการแล้ว

นโยบายต่างประเทศ 
สาธารณรัฐคีร์กีซมีนโยบายต่างประเทศที่มุ่งพัฒนาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ และมุ่งหาตลาดการค้าใหม่ในต่างประเทศ โดยความร่วมมือนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกันและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ นโยบายดังกล่าวกระทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสาธารณรัฐ คีร์กีซตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศใหญ่ คือ จีนกับรัสเซีย นอกจากนั้น ปัจจุบันอเมริกากับญี่ปุ่นพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์โดยการขยายเขตอิทธิพลในบริเวณเอเชียกลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างประเทศหลักของสาธารณรัฐคีร์กีซได้หันมาเน้นความสำคัญกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรูปแบบของความร่วมมือใต้ - ใต้ โดยสาธารณรัฐคีร์กีซได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เกาหลีใต้และไทย และมีการพัฒนาความเข้าใจที่ดีต่อกันกับญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซียและเกาหลีใต้

ความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ สาธารณรัฐคีร์กีซเป็นประเทศเดียวในเอเชียกลางที่มีฐานทัพของทั้งรัสเซียและสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ ที่ผ่านมาผู้นำสาธารณรัฐคีร์กีซได้รับความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ จากรัสเซียและอเมริกา เช่น เงินช่วยเหลือจากรัสเซีย และค่าเช่าการใช้ Manas Airbase ที่ได้รับจากอเมริกานอกจากนั้นแล้วสาธารณรัฐคีร์กีซยังถือว่าเป็นประเทศที่มีความเปิดกว้างและเป็นเสรีนิยมมาก รวมถึงเป็นประเทศเดียวในเอเชียกลางที่เป็นสมาชิก WTO ดังนั้นประเทศมหาอำนาจและประเทศตะวันตกจึงจับตาความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ

ความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐคีร์กีซยังมีความตึงเครียดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีความขัดแย้งเรื่องน้ำและพลังงานกับประเทศที่มีชายแดนติดกัน คืออุซเบกิสถาน นอกจากนั้น ความขัดแย้งด้านเชื้อชาติระหว่างคนคีร์กีซเชื้อสายอุซเบกทางตอนใต้ กับคนคีร์กีซในส่วนที่เหลือของประเทศก็ยังอาจเป็นฉนวนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้ได้ นอกจากนั้น สถานการณ์ความไม่สงบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสองเชื้อชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน มิถุนายน 2553 ทำให้ประเทศในเอเชียกลางหลายประเทศที่ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติมีความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันในประเทศของตนด้วย

 

 

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

 

ข้อมูล ณ วันที่  12 สิงหาคม 2559

Update 21 กันยายน 2559 

 

  • Pres.
    Almazbek ATAMBAEV
  • Prime Min.
    Sooronbay JEENBEKOV
  • First Dep. Prime Min.
    Mukhammetkaly ABULGAZIEV
  • Dep. Prime Min.
    Oleg PANKRATOV
  • Dep. Prime Min.
    Gulmira KUDAIBERDIEVA
  • Min. & Chief of the Govt. Apparatus
    Akylbek OSMONALIEV
  • Min. of Agriculture & Land Reclamation
    Turdunazir BEKBOEV
  • Min. of Culture, Information, & Tourism
    Altynbek MAKSUTOV
  • Min. of Economy
    Arzybek NOVIKOV
  • Min. of Education & Science
    Elvira SARIEVA
  • Min. of Emergency Situations
    Kubatbek BORONOV , Maj. Gen.
  • Min. of Finance
    Adylbek KASYMALIEV
  • Min. of Foreign Affairs
    Erlan ABDYLDAEV
  • Min. of Health Care
    Talantbek BATYRALIEV
  • Min. of Internal Affairs
    Kashgar DJUNUSHALIEVA
  • Min. of Justice
    Jyldyz MAMBETALIEVA
  • Min. of Social Development
    Bazrbaev KUWAIT
  • Min. of Transportation & Communication
    Zamierbek AYDAROV
  • Chmn., State Ctte. for Defense Affairs
    Turkic SARIMSAKOVIC
  • Chmn., State Ctte. For Industry, Energy and Mineral Resources
    Duishenbek ZILALIEV
  • Chmn., State Ctte. for Information Technology and Communication
    Bakyt SARSEMBIEV
  • Chmn., State Ctte. for National Security (GKNB)
    Abdil SEGIZBAEV
  • Prosecutor Gen.
    Indira JOLDUBAEVA
  • Chmn., National Bank of Kyrgyzstan 
    Tolkunbek ABDYGULOV
  • Ambassador to the US
    Kadyr TOKTOGULOV
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Mirgul MOLDOISAEVA

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/KG.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

21.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

3.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 17.9%
  • ภาคอุตสาหกรรม 25.9%
  • ภาคการบริการ 56.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

8%  (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ยาสูบ ฝ้าย มันฝรั่ง ผัก องุ่น ผลไม้และผลเบอร์รี่ แกะ แพะ ปศุสัตว์ ขนสัตว์

อุตสาหกรรม

เครื่องจักรขนาดเล็ก สิ่งทอ แปรรูปอาหาร ซีเมนต์ ตู้เย็น เครื่องเรือน มอเตอร์ไฟฟ้า ทองคำ

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

0% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-615 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

1.453 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ฝ้าย ขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ยาสูบ ทองคำ ปรอท ยูเรเนียม ก๊าซธรรมชาติ พลังงานน้ำ เครื่องจักร รองเท้า

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Switzerland 26.1%, Uzbekistan 22.6%, Kazakhstan 20.8%, UAE 4.9%, Turkey 4.5%, Afghanistan 4.5%, Russia 4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

3.146 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

น้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือเครื่องจักร เคมีภัณฑ์ สินค้าประเภทอาหาร

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 56.6%, Russia 17.2%, Kazakhstan 10% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

som - ซอม

สัญลักษณ์เงิน

KGS

เศรษฐกิจและสังคม

ภาพรวมทางเศรษฐกิจ ถึงแม้ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากประเทศตะวันตก รวมถึง IMF สาธารณรัฐคีร์กีซในช่วงแยกตัวมาจากสหภาพโซเวียตยังเผชิญสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผกผัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสาธารณรัฐคีร์กีซได้พยายามสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตในระยะยาว การบูรณาการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐคีร์กีซส่งผลให้คีร์กีซสามารถเข้าเป็นสมาชิก WTO ในปี 1998 ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม นโยบายทางเศรษฐกิจภายในประเทศของสาธารณรัฐคีร์กีซต้องคำนึงถึงรากฐานความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมและทางเชื้อชาติ และต้องพยายามยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทาความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งจากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม

ปัจจุบัน สาธารณรัฐคีร์กีซสนใจการพัฒนาด้านการค้า การธนาคาร ระบบตลาดหุ้น และ การให้เอกชนเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจให้มากที่สุด

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กิซ

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย 
ไทยรับรองเอกราชของคีร์กีซสถานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต กับสาธารณรัฐคีร์กีซสถาน (Republic of Kyrgyzstan) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2535 ต่อมาคีร์กีซสถาน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสาธารณรัฐคีร์กีซ (Kyrgyz Republic) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2536
 
นับตั้งแต่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน อาจกล่าวได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังอยู่ในระดับที่เริ่มต้นเท่านั้น ทั้งในด้านความร่วมมือทวิภาคีในระดับต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนการเยือน อนึ่ง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กีซยังผ่านกรอบพหุภาคี ในฐานะที่ทั้งไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซต่างเป็นสมาชิกของสหประชาชาติและกรอบการประชุมว่าด้วยมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย (CICA)  
 
สำนักงานผู้แทนทางการทูตระหว่างกัน 
ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ดูแลความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐคีร์กีซ และสาธารณรัฐคีร์กีซได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคีร์กีซประจำมาเลเซียมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย  
 
ความสัมพันธ์ด้านการเมือง  
ที่ผ่านมา การปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กีซมีเพิ่มมากขึ้น โดยมีการพบหารือของผู้แทนระดับสูงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อระหว่างกันในระดับเจ้าหน้าที่ในสำนักงานผู้แทนทางการทูตเพิ่มขึ้น และการจัดทำความตกลงร่วมมือในด้านต่างๆ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
 
อนึ่ง คีร์กีซได้มีหนังสือแจ้งสนับสนุนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกไม่ถาวรใน UNSC วาระปี 2017-2018 ของไทยเรียบร้อยแล้ว
 
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ 
มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สาธารณรัฐคีร์กีซ ยังมีไม่มากนัก แต่ก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยมูลค่าการค้า ปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 4.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่งออก 2.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 2.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
 
สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์ ยาง ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง ผักกระป๋อง/แปรรูป ไมโครเวฟ คอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋อง/แปรรูป
 
สินค้าสำคัญที่นำเข้าจากสาธารณรัฐคีร์กีซ ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า ลวดและสายเคเบิล เคมีภัณฑ์ 
 
ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม 
ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กีซยังมี ไม่มากนัก แต่ไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซก็พยายามพัฒนาความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ความร่วมมือ ทางวิชาการ คือ การให้ทุนสำหรับผู้แทนชาวคีร์กีซเดินทางมาดูงานและฝึกอบรมระยะสั้นๆ ในไทย นอกจากนั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ฝ่ายคีร์กีซได้ขอให้ไทยนำวรรณกรรมที่แต่งโดยนักเขียนชาว คีร์กีซ คือ นายชิงกิซ เอ็ทมาทอฟ (Chingiz Aitmatov) และได้แปลเป็นภาษาไทยโดยนายธนิต ธรรมสุคติ ไปแสดงในเทศกาลหนังสือนานาชาติด้วย
 
ความตกลงที่ลงนามกับไทย 
ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (Air Service Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 
 
การเยือนที่สำคัญ 
 
ฝ่ายไทย 
 
- เมื่อวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2554 นายเฉลิมพล ทันจิตต์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เยือนสาธารณรัฐคีร์กีซอย่างเป็นทางการ โดยได้พบหารือกับนายรุสลัน คาซัคบาเอฟ (Ruslan Kazakbaev) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคีร์กีซ และนายโอเล็ก พานคราเทเอฟ (Oleg Pankratyev) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ สาธารณรัฐคีร์กีซ และผู้แทนระดับสูงของสาธารณรัฐคีร์กีซด้วย
 
 
ฝ่ายคีร์กีซ
 
- เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 นายรุสลัน คาซัคบาเอฟ (Mr. Ruslan Kazakbaev) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคีร์กีซ เยือนประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุม ESCAP และได้พบหารือกับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น
 
- เมื่อวันที่ 14 - 16 ธันวาคม 2553 นายนูร์ลาน เอทมูร์ซาเอฟ (Mr. Nurland Aitmurzaev) Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคีร์กีซ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม AMED ครั้งที่ 3 โดยได้พบหารือกับนายกษิตย์ ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น
 
สำนักงานผู้แทนทางการทูตระหว่างกัน 
ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ดูแลความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐคีร์กีซ 
และสาธารณรัฐคีร์กีซได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคีร์กีซประจำมาเลเซียมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย 
 
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคีร์กีซประจำประเทศมาเลเซีย 
10-C, Lorong Damai 9 
55000 Kuala Lumpur 
Malaysia 
โทร. 603 2163-2012 
 
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ อัสตานา 
Offic # 191,19th Fl, Kaskad Bus. Centre, 
6/1 Kabanbay Batyr Ave. Astana, Kaz. 
โทร. +7717209260440   
แฟกซ์: +77172926422
 
ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ 
 
วันที่ลงนาม 02 กรกฎาคม 2544
  

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - คีร์กิซสถาน                      
มูลค่าการค้า 4.85 2.54 1.49 1.49 0.63 151.67 -47.68 -41.34 -41.34 -57.34
การส่งออก 2.34 2.52 1.47 1.47 0.63 68.70 7.92 -41.67 -41.67 -57.28
การนำเข้า 2.51 0.01 0.01 0.01 0.01 365.29 -99.58 36.79 36.79 -63.45
ดุลการค้า -0.17 2.51 1.46 1.46 0.62            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 1.5 1.6 0.6 0.6 0.4 132.96 9.35 -62.47 -62.47 -41.76
2 ผลิตภัณฑ์ยาง 0.3 0.2 - - 0.1 3.90 -47.31 - - -
3 เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ 0.1 0.0 0.0 0.0 0.1 89.25 -89.63 316.44 316.44 112.83
4 ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - 26.77 26.77 10.36
5 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป - - 0.1 0.1 0.0 - - - - -69.25
6 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ 0.1 - - - 0.0 - - - - -
7 เครื่องนุ่งห่ม - - - - 0.0 - - - - -
8 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.1 0.3 - - 0.0 - 119.66 - - -
9 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม - 0.0 - - 0.0 - - - - -
10 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - ####### 1,766.67 -55.95
รวม 10 รายการ 2.1 2.2 0.8 0.8 0.6 107.75 1.43 -64.77 -64.77 -20.04
อื่นๆ 0.2 0.4 0.7 0.7 0.0 -43.56 76.53 98.77 98.77 -97.40
รวมทั้งสิ้น 2.3 2.5 1.5 1.5 0.6 68.70 7.92 -41.67 -41.67 -57.28
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 0.0 - - - 0.0 - - - - -
2 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.0 - - - 0.0 -99.90 - - - -
3 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - -50.00 -50.00 -54.55
4 สิ่งพิมพ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - 200.00 100.00 100.00 -50.00
5 แผงวงจรไฟฟ้า - - - - 0.0 - - - - -
6 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ - - - - 0.0 - - - - -
7 เสื้อผ้าสำเร็จรูป - - - - - - - - - -
8 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด - 0.0 0.0 0.0 - - - 60.00 60.00 -100.00
รวม 10 รายการ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -99.93 900.00 -16.67 -16.67 112.00
อื่นๆ 2.5 0.0 0.0 0.0 0.0 ####### -99.70 57.89 57.89 -100.00
รวมทั้งสิ้น 2.5 0.0 0.0 0.0 0.0 365.29 -99.58 36.79 36.79 -63.45

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

10-C , Lorong Damai 9
55000 Kuala Lumpur
Malaysia

Tel: (603) 2163-2012, 2164-9862

Fax: (603) 2163-2024

 

 

JoomSpirit