สาธารณรัฐคาซัคสถาน

Flag of Kazakhstan Emblem of Kazakhstan
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐคาซัคสถาน หรือ Republic of Kazakhstan

ที่ตั้ง

อยู่ในเขตเอเชียกลาง ทางตอนกลางของที่ราบ Eurasia ระหว่างรัสเซียและอุซเบกิซสถาน

พื้นที่

2,724,900 ตารางกิโลเมตร (มีพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก)

อาณาเขต

พรมแดนยาวทั้งสิ้น 13,364 กิโลเมตรทิศตะวันออกติดจีน 1,765 กิโลเมตร ทิศตะวันตกติดทะเลสาบแคสเปียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดคีร์กีซสถาน 1,212 กิโลเมตร ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดเติร์กเมนิสถาน 413 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทาง 7,644 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

แบบภาคพื้นทวีป

สภาพภูมิอากาศ

ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีปฤดูหนาว หนาวจัด (ประมาณ -18 ถึง -30 องศาเซลเซียส) ฤดูร้อน ร้อนจัดและแห้ง (ประมาณ 20 - 35 อาศาเซลเซียส)

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน สินแร่เหล็กแมงกานีส สินแร่โครม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง Molybdenum สังกะสี ตะกั่ว บอกไซต์ ทองคำ ยูเรเนียม

ภัยธรรมชาติ

แผ่นดินไหวทางภาคใต้ โคลนถล่มบริเวณ Almaty

จำนวนประชากร

18,556,698 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

Kazakstani (S)

เชื้อชาติ

ชาวคาซัค 63.1% ชาวรัสเซีย 23.7% ชาวยูเครน 2.1% ชาวอุซเบก 2.9% อุยกูร์ 1.4% ทาทาร์ 1.3% เยอรมัน 1.1% อื่นๆ 4.4% (พ.ศ. 2552)

ศาสนา

อิสลาม 70.2% คริสต์ 26.2% อื่นๆ 7% ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า 2.8% ที่ระบุไม่ได้ 0.5% (พ.ศ. 2552)

ภาษา

คาซัคเป็นภาษาราชการ (State Language) ที่มีคนใช้กว่า 64.4% ส่วนภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการ (Official) ที่มีคนใช้กว่า 95% (พ.ศ. 2544)

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตย แบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีอำนาจเบ็ดเสร็จภายใต้รัฐธรรมนูญ

เมืองหลวง

กรุงอัสตานา (Astana) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีประชากรประมาณ 550,000 คน

การแบ่งเขตการปกครอง

14 เขต และเมืองอีก 3 เมือง* ดังนี้ Almaty Oblysy, Almaty Qalasy*, Aqmola Oblysy (Astana), Aqtobe Oblysy, Astana Qalasy*, Atyrau Oblysy, Batys Qazaqstan Oblysy (Oral), Bayqongyr Qalasy*, Mangghystau Oblysy (Aqtau), Ongtustik Qazaqstan Oblysy (Shymkent), Pavlodar Oblysy, Qaraghandy Oblysy, Qostanay Oblysy, Qyzylorda Oblysy, Shyghys Qazaqstan Oblysy (Oskemen), Soltustik Qazaqstan Oblysy (Petropavlovsk), Zhambyl Oblysy (Taraz)

วันที่ได้รับเอกราช

16 ธันวาคม พ.ศ. 2534 จากสหภาพโซเวียต

รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญฉบับแรกหลังจากได้รับเอกราช เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2536 หลังจากนั้นได้ใช้รัฐธรรมนูญที่ได้รับการรับรองโดยการทำประชามติ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2538

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย (1) วุฒิสภา หรือ Senate จำนวน 47 ที่นั่ง สมาชิก 15 ที่นั่ง ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี สมาชิก 32 คนมาจากการเลือกตั้งโดยสภาท้องถิ่น (local assemblies) วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี กึ่งหนึ่งของสภาจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาทุกๆ 3 ปี และ (2) สภา Mazhilis สมาชิก 107 ที่นั่ง 9 ที่นั่งมากจากการเลือกตั้งโดยสภาประชาชนแห่งคาซัคสถาน (Assembly of the People of Kazakhstan) ซึ่งเป็นสภาที่ปรึกษา แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี เพื่อให้เป็นองค์กรตัวแทนคนกลุ่มน้อยในประเทศ สมาชิกที่เหลือ 98 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) และ Constitutional Council

ระบบกฎหมาย

ระบบประมวลกฎหมาย ได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมาโน - เยอรมานิค และทฤษฎีรวมถึงแนวปฏิบัติจากรัสเซีย

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

kazakistan4

 

ที่มา http://www.mapsofworld.com/kazakhstan/kazakhstan-political-map.html

คาซัคสถานมีระบบการเมืองแบบรัฐสภาโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และเป็นผู้บัญชาการทหาร ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี 3 คน และรัฐมนตรี 16 คน ระบบการเมืองของคาซัคสถานนั้น แม้ว่าจะเป็นระบบหลายพรรค และเปิดกว้างตามระบอบประชาธิปไตย แต่พรรคการเมืองทั้งหลายไม่ได้มีบทบาทสำคัญมากนัก อำนาจในการปกครองที่แท้จริงอยู่ภายใต้ประธานาธิบดี Nursultan Nazarbayev อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งคาซัคสถานตั้งแต่สมัยโซเวียต ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถานตั้งแต่ปี 2534 ประธานาธิบดี Nazarbayev กุมอำนาจทั้งหมดโดยตลอด ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่ามีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 เพื่อกระจายอำนาจของประธานาธิบดี โดยเฉพาะการกำหนดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ วาระละ 5 ปี แต่กฎดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้กับประธานาธิบดีคนแรกซึ่งหมายถึงประธานาธิบดี Nazarbayev  (ซึ่งต่อมา ประธานาธิบดีก็ได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้าในเดือนเมษายน 2554 ก่อนครบการสิ้นสุดวาระใน  ปี 2555 ซึ่งประธานาธิบดี Nazarbayev ก็ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง) 

นอกจากนั้น รัฐบาลคาซัคสถานให้ความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และปฏิรูปในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตย การเพิ่มบทบาทของรัฐสภา และองค์กรการปกครองท้องถิ่น โดยประธานาธิบดีได้กล่าวย้ำว่า วิธีการเสริมสร้างประชาธิปไตยในคาซัคสถานจะไม่ลอกเลียนแบบจากต่างประเทศ แต่จะเป็นวิธีการที่สะท้อนความต้องการและประโยชน์ของชาวคาซัคสถานอย่างแท้จริง ซึ่งเรื่องที่จะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การเพิ่มอำนาจของรัฐสภาที่สามารถแต่งตั้งสภารัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการตรวจสอบภายใน อันดับที่สอง คือ การเพิ่มบทบาทของพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองจะได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาล และสุดท้าย คือการเพิ่มจำนวนผู้แทนในสภาล่าง นอกจากนั้น รัฐบาลจะยังทบทวนระบบยุติธรรมเพื่อให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น

ในแต่ละปีนั้น ประธานาธิบดีคาซัคสถานจะมอบนโยบายแก่ประชาชน โดยในปี 2552 นโยบายหลักที่นาย Nazarbayev มอบไว้มุ่งเน้นการจัดการวิกฤติทางเศรษฐกิจ โดยสัญญาว่าจะนำประเทศผ่านวิกฤติเศรษฐกิจดังกล่างอย่างมีศักดิ์ศรีและประสบความสำเร็จในฐานะประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรือง

ในเดือนเมษายน 2554 นาย Nazabayev ได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของตน ซึ่งนาย Nazabayev ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนอย่างท่วมท้น และจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไปจนถึงปี 2558 ซึ่งจากชัยชนะดังกล่าว นาย Nazabayev ได้ปรับคณะบริหารโดยมี นายคาริม คาสสิมอฟ เป็นนายกรัฐมนตรี เช่นเดิม โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงการพัฒนาเศรษฐกิจการลงทุนและ การต่างประเทศให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจการผลิตของประเทศ และสถานะการณ์โลก-ปัจจุบันโดยเฉพาะเงื่อนไขการเมืองใหม่ๆที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรปและเอเชียสำหรับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น นาย Nazabayev ได้แต่งตั้งรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆดังนี้

นโยบายการเมืองและความมั่นคงภายในประเทศ
คาซัคสถานยังรักษาเสถียรภาพภายในประเทศได้ดีได้ดี แม้ว่าในอดีตจะมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ เหตุการณ์สำคัญ อาทิ เหตุการณ์ Zelinnograd ในปี ค.ศ.1979 เป็นเหตุการณ์ที่วัยรุ่นชาวคาซัคออกมาแสดงการต่อต้านการแก้ปัญหาของรัฐที่จะก่อตั้งเขตการปกครองจนเองให้แก่ชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของคาซัคสถาน หรือ เหตุการณ์ Jeltoqsan ในเมือง อัลมา อาตา ความขัดแย้งและการต่อต้านชาวคาฟคาซ ณ เมืองโนวึย อูเชเนีย หรือการปะทะกันระหว่างชาวคาซัคและเชชเนีย  ณ เมืองอูซท์ – คาเมนาโกรซกา หรือ ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ (เทนกีซ) ปี ค.ศ.2006 เป็นความขัดแย้งระหว่างชาวเติร์กและคาซัค ณ แหล่งน้ำมันเทนกีซ หรือ ความขัดแย้ง Kazakh – Uyghur  ปี ค.ศ. 2006 ณ เขตอัลมาติน หรือ ความขัดแย้งระหว่างชาวคาซัคกับเชชเนีย เดือน มีนาคม ปี ค.ศ.2007 ณ เขตอัลมาตินจากปัจจัยโครงสร้างสังคมและการเมืองภายในดังกล่าว จึงเป็นผลให้รัฐบาลคาซัคสถานมีนโยบายต่อต้านการแบ่งแยกเชื้อชาติ การใช้ความรุนแรงและการแบ่งแยกดินแดน

นโยบายต่างประเทศ
นับแต่แยกตัวจากสหภาพโซเวียตคาซัคสถานได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างและดำรงไว้ซึ่งสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และความมั่นคงของคาซัคสถานเป็นหลัก โดยจะเห็นได้จากนโยบายที่มุ่งเน้นความเป็นกลางทางการเมืองในเวทีระหว่างประเทศ และเข้าร่วมกิจกรรมขององค์การระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ส่งเสริมนโยบาย Active, Multilateral and Balance foreign policy โดยให้ความสำคัญกับรัสเซีย จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความสำคัญต่อประเทศอื่น ๆ ในเอเชียและประเทศในตะวันออกกลางด้วย โดยจะเห็นได้จากการที่คาซัคสถานพยายามขยายความสัมพันธ์มายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเข้าเป็นสมาชิก Asia Cooperation Dialogue (ACD) และการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ASEAN Regional Forum (ARF) สำหรับองค์กรระหว่างประเทศ คาซัคสถานมุ่งที่จะเข้าเป็นสมาชิก World Trade Organization (WTO) เป็นอันดับแรก ส่วนองค์กรอื่น ๆ ที่คาซัคสถานให้ความสำคัญ ได้แก่ Shanghai Cooperation Organization (SCO), Commonwealth of Independent States (CIS), Organisation for Security and Cooperation in Europe (OSCE), Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia (CICA) และการก่อตั้ง Common Economic Space ภายในเอเชียกลาง

ทั้งนี้ ในบรรดาองค์กรระหว่างประเทศที่กล่าวมา นับได้ว่า องค์การกรอบการประชุมเพื่อการปฏิสัมพันธ์และมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจแห่งเอเชีย (CICA) เป็นองค์กรที่สำคัญของคาซัคสถาน เนื่องจากเป็นองค์กรที่ประธานาธิบดี Nazarbayev เสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 47 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน ถึงแม้คาซัคสถานจะมอบตำแหน่งประธานให้ตุรกีแล้ว หาก สำนักเลขาธิการ CICA ก็ยังอยู่ที่เมืองอัลมาตี คาซัคสถาน

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อเดือนมกราคม 2010 คาซัคสถานได้เข้ารับตำแหน่งประธานองค์การเพื่อความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป (OSCE) เป็นเวลา 1 ปี และในปี 2011 นี้ คาซัคสถานทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างประเทศหุ้นส่วนความร่วมมือแห่งเอเชียใน OSCE นอกจากนี้ ในปีนี้ คาซัคสถานจะดำรงตำแหน่งประธานการประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (OIC) ในด้านอื่นๆ คาซัคสถานยังให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ การก่อการร้าย โรคระบาด ปัญหาสิ่งแวดล้อม ยาเสพติด และความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) เป็นต้น

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments


ข้อมูล ณ วันที่  15 กันยายน 2559

 Update 21 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Nursultan NAZARBAYEV
  • Prime Min.
    Bakytzhan SAGINTAYEV
  • First Dep. Prime Min.
    Askar MAMIN
  • Dep. Prime Min.
    Imangali TASMAGAMBETOV
  • Dep. Prime Min.
    Askar MYRZAKHMETOV
  • Min. of Agriculture
    Askar MYRZAKHMETOV
  • Min. of Culture and Sport
    Arystanbek MUKHAMEDIULY
  • Min. of Defense
    Saken ZHASUZAKOV
  • Min. of Economic Integration
    Zhanar AYTZHANOVA
  • Min. of Education & Science
    Yerlan SAGADIYEV
  • Min. of Energy
    Kanat BOZUMBAYEV
  • Min. of Finance
    Bakhyt SULTANOV
  • Min. of Foreign Affairs
    Yerlan IDRISOV
  • Min. of Health & Social Development
    Tamara DUYSENOVA
  • Min. of Information & Communications
    Dauren ABAYEV
  • Min. of Internal Affairs
    Kalmukhanbet KASYMOV
  • Min. of Investment & Development
    Zhenis KASSYMBEK
  • Min. of Justice
    Marat BEKETAYEV
  • Min. of National Economy
    Kuandyk BISHIMBAYEV
  • Min. of Religious Affairs and Civil Society 
    Nurlan YERMEKBAYEV
  • Sec., Security Council
    Vladimir ZHUMAKANOV
  • Chmn., Ctte. for National Security (KNB)
    Karim MASIMOV
  • Prosecutor Gen.
    Zhakip ASSANOV
  • Chmn., National Bank
    Daniyar AKISHEV
  • Ambassador to the US
    Kayrat UMAROV
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Kayrat ABDRAKHMANOV

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/KZ.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

451.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

25,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

1.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 4.6%
  • ภาคอุตสาหกรรม 31.8%
  • ภาคการบริการ 57.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

4.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

14.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

เมล็ดธัญพืช ฝ้าย สัตว์มีชีวิต

อุตสาหกรรม

น้ำมัน ถ่านหิน สินแร่เหล้ก แมงกานีส โครไมต์ ตะกั่ว สังกะสี ทองแดง ไททาเนียม บอกไซต์ ทองแดง ฟอตเฟต กำมะถัน เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตร มอร์เตอร์ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

-1.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

25.1% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 8.156 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

35.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

น้ำมันและผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ โลหะเหล็ก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร ธัญพืช ขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ถ่านหิน

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 15.1%, Russia 12.3%, France 9.3%, Germany 7.9%, Italy 6.7%, Greece 4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

24.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า สินค้าประเภทอาหาร

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Russia 32.9%, China 25.9%, Germany 4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

เต็งเก (Tenge) (เริ่มใช้เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2536)

สัญลักษณ์เงิน

KZT

นโยบายเศรษฐกิจการเมือง

ภายหลังแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต คาซัคสถานได้พยายามปฏิรูปเศรษฐกิจมา โดยตลอด โดยการเรียนรู้จากความล้มเหลวและข้อผิดพลาดของการปฏิรูปเศรษฐกิจในยุโรปตะวันออก และให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อให้สามารถรองรับระบบเศรษฐกิจแบบตลาดของตะวันตก จนกระทั่งได้รับการรับรองสถานะเศรษฐกิจแบบตลาดจากสหรัฐฯ ในปี 2545 และเป็นประเทศแรกที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียตที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในการลงทุนจากสถาบันระหว่างประเทศทั้ง Moody และ Standard & Poor’s (S&P)
 
คาซัคสถานนับว่าประสบความสำเร็จในการปฏิรูปเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกว่าร้อยละ 9 ทุกปี และสามารถชำระหนี้คืน IMF ได้ล่วงหน้าถึง 7 ปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจคาซัคสถานยังพึ่งพาอุตสาหกรรมด้านพลังงานเป็นหลัก โดยรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมัน ซึ่งมีมูลค่ากว่าร้อยละ 60 ของการส่งออกทั้งหมด นอกจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คาซัคสถานยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ อาทิ โครเมียม เหล็ก ทองแดง ทองคำ เงิน และยูเรเนียม แต่อุตสาหกรรมเหมืองแร่ของคาซัคสถานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการลงทุน ปัจจุบัน รัฐบาลคาซัคสถานพยายามเชิญชวนให้มีการลงทุนในสาขาอื่น ๆ มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 80 – 90 ของการลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ รัฐบาลคาซัคสถาน ได้วางนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว โดยเน้นความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) อย่างไรก็ตาม ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และความไม่โปร่งใสในการลงทุน ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้ามาลงทุนในคาซัคสถานของนักลงทุนต่างชาติ
 
นอกจากนั้น ในแถลงการณ์ล่าสุดของประธานาธิบดี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ได้ย้ำว่า นอกจากจะดำเนินมาตรการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว คาซัคสถานจะปรับปรุงและยกระดับระบบสวัสดิการทางสังคม อาทิ เพิ่มเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวที่มีบุตรคนแรก โดยจะเริ่มใน ปี 2551 เพิ่มจำนวนโรงเรียนและโรงพยาบาลอีกอย่างละ 100 แห่ง รวมทั้งให้ความคุ้มครองและหลัก ประกันทางสังคมต่อสตรีและเด็ก ซึ่งมาตรการเหล่านั้นจะช่วยเสริมสร้างรากฐานทางสังคมที่มั่นคง และทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพต่อไป รวมทั้งได้ประกาศว่าจะให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาด้าน สิ่งแวดล้อมของประเทศให้มากขึ้น
 
เมื่อ 29 มกราคม 2553 ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้กล่าวปราศรัยต่อรัฐสภาคาซัคสถาน โดยในด้านเศรษฐกิจของคาซัคสถาน ประธานาธิบดี Nazarbayev ชี้แจงว่าแผนยุทธศาสตร์ปี 2020 จะเน้นการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และการมีนโยบายทางการค้าที่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้ว แผนปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจปี 2553-2553 จะตามมาด้วยแผนพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถาน

ความสัมพันธ์ทางการทูต

ความสัมพันธ์ทั่วไป 
ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่นมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ไทย – คาซัคสถานนับได้ว่ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้าและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและบริการ และวิชาการ เป็นต้น และเมื่อกันยายน ๒๕๕๕ ไทยทำการเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา อย่างเป็นทางการ และได้แต่งตั้งนายชาญ จุลมนต์ เป็นเอกอัครราชทูตประจำคาซัคสถาน คนแร 
 
ความสัมพันธ์ด้านการเมือง  
ผู้นำไทยกับคาซัคสถานมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันตลอดมา ซึ่งมีส่วนช่วยให้ความร่วมมือระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น คาซัคสถานได้ให้การสนับสนุนไทยในการสมัครเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยการปฏิสัมพันธ์และการแสวงหามาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในเอเชีย (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia - CICA) ซึ่งเป็นกรอบการประชุมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียที่คาซัคสถานได้ริเริ่มขึ้น โดยไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของ CICA เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ ฝ่ายคาซัคสถานประสงค์ที่จะสมัครเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยความมั่นคงระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Regional Forum - ARF) และขอรับการสนับสนุนจากประเทศไทย
ไทยได้สนับสนุนคาซัคสถานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue - ACD) ซึ่งไทยริเริ่ม โดยในระหว่างการประชุมรัฐมนตรี ACD เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ 
 
ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมฯ ได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ในการรับคาซัคสถานเข้าเป็นสมาชิก ACD  
 
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-คาซัคสถาน 
การค้า  
ความสัมพันธ์ไทย – คาซัคสถานในทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างใกล้ชิด คาซัคสถานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทยในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) และมีศักยภาพมาก เนื่องจากมีจำนวนประชากร ๑๗.๗ ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับที่ ๔ รองจากรัสเซีย ยูเครนและอุซเบกิสถาน อย่างไรก็ตาม มูลค่าการค้าระหว่างไทยและคาซัคสถานยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ
การค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานในปี ๒๕๕๖ มีมูลค่า ๗๘.๗๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยนำเข้าจากคาซัคสถาน ๑๙.๘๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกไปยังคาซัคสถาน ๕๘.๙๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยฝ่ายไทยได้ดุลการค้า ๓๙.๐๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไขมันพืชและสัตว์ ตู้เย็นและตู้แช่ ผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่นำเข้าจากคาซัคสถาน ได้แก่ โลหะ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด สิ่งพิมพ์
 
การลงทุน 
ปัจจุบันยังไม่มีการลงทุนของคาซัคสถานในประเทศไทย อนึ่ง สาขาของอุตสาหกรรมที่คาซัคสถานน่าจะมาลงทุนในไทยได้ คือ การประกอบเครื่องจักรเกษตรกรรม อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมเหล็ก และพลังงานทดแทน สาขาของอุตสาหกรรมที่ไทยอาจพิจารณาไปลงทุนใน คาซัคสถานได้ คือ การผลิต เครื่องนุ่งห่ม อาหารแปรรูปกระป๋อง เครื่องหนังซึ่งคาซัคสถานมีการส่งออกหนังดิบจำนวนมาก รวมทั้งการผลิตเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องประดับและอัญมณี ตลอดจนการส่งเสริมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไปร่วมลงทุนด้านก่อสร้างกับบริษัทต่างชาติในประเทศคาซัคสถานในลักษณะรับช่วงงานในโครงการก่อสร้างต่างๆ และส่งแรงงานไทยเข้าไปทำงานด้านทักษะฝีมือในคาซัคสถาน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานไทยในคาซัคสถานจำนวน ๔๐๐ คน เข้าไปทำงานอยู่ที่เมือง Atyrau เป็นช่างเชื่อมโลหะที่ฐานขุดเจาะน้ำมัน
 
อนึ่ง รัฐบาลคาซัคสถานมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนหลายประการ อาทิ การออกกฎหมาย ส่งเสริมการลงทุนและการดำเนินธุรกิจเสรี การลดความซ้ำซ้อนของระบบการจัดเก็บภาษีที่เรียกเก็บเดิม จาก ๔๕ ประเภทเหลือเพียง ๑๑ ประเภท และกำหนดภาษีธุรกิจในอัตราเดียวร้อยละ ๓๐ และภาษีส่วนบุคคล ไม่เกินร้อยละ ๔๐ รวมทั้งออกกฎหมายที่ให้หลักประกันว่าจะไม่มีการริบทรัพย์สินและไม่ให้การเมือง เข้าแทรกแซงการลงทุนจากต่างชาติ
 
การท่องเที่ยว 
คาซัคสถานมีสิ่งดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ความงดงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมของชาวมุสลิม คาซัคสถานจึงอาจเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของชาวไทยในอนาคต ในขณะเดียวกัน เมื่อคำนึงถึงความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติของคาซัคสถาน ประกอบกับความตั้งใจของผู้นำประเทศที่จะสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นแล้ว คาซัคสถานมีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเอเชียกลางได้ และชาวคาซัคซึ่งมีกำลังซื้อสูงขึ้นอาจเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเดินทางมายังประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเที่ยวบินสายการบิน Air Astana ระหว่างกรุงเทพฯ – กรุงอัลมาตี สัปดาห์ละ ๔ เที่ยว (พุธ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) ใช้เวลาเดินทาง ๖.๔๕ ชั่วโมง โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มเครือรัฐเอกราชเป็นกลุ่มตลาดใหม่ที่มีการขยายตัวดีมาก และนักท่องเที่ยวคาซัคมาไทยมากขึ้นเรื่อยๆ 
 
ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม  
ชาวคาซัคนิยมกีฬามวยไทยมาก โดยมีการจัดตั้งสมาคมมวยไทยแห่งคาซัคสถานโดยมีนายกรัฐมนตรีคาซัคสถานเป็นประธานสมาคม คาซัคสถานได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Congress of Leaders of World and Traditional Religions ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๒ – ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โดยไทยได้ส่ง ศาสตราจารย์ ดร. พระธรรมโกศาจารย์ ผู้นำศาสนาพุทธระดับสูงของไทยเข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๔๖ คาซัคสถานได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จเข้าร่วมประชุมด้วย แต่พระพลานามัยไม่อำนวยให้ตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญข้างต้น
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้สถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับกรุงอัสตานา โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น (นายสมัคร สุนทรเวช) ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนาดังกล่าว ในโอกาสที่ไปเยือนคาซัคสถานเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๔๗ นอกจากนี้ คาซัคสถานยังแสดงความประสงค์ที่จะสถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องระหว่างเมืองพัทยาและเมืองชิมเคนต์ (Shymkent) ด้วย 
 
การเยือนที่สำคัญ 
 
ฝ่ายไทย
 
พระราชวงศ์
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
- วันที่ ๑๗ – ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘ เสด็จฯ เยือนคาซัคสถาน ในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลคาซัคสถาน
 
รัฐบาล
 
- วันที่ ๑๙ – ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๗ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ ๒ ของ CICA
 
- วันที่ ๓๐ – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ
 
- วันที่ ๑๖ – ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอด CICA ครั้งที่ ๒
 
- วันที่ ๒๐ – ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐ นายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๖๓
 
- วันที่ ๒๑ – ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นายจริยวัฒน์ สันตะบุตร รองปลัดกระทรวงการ ต่างประเทศเดินทางเข้าร่วมการประชุม Focus Group ด้านเศรษฐกิจไทย-คาซัคสถาน
 
- วันที่ ๒๘ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ
 
ฝ่ายคาซัคสถาน
 
รัฐบาล
 
- วันที่ ๒๐ – ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๖ นาย Nursultan Nazarbayev ประธานาธิบดี เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
 
- วันที่ ๒๓ – ๓๐ เมษายน ๒๕๔๐ นาย Kassym - Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๕๓
 
- วันที่ ๑๕ – ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘ นาย Kassym - Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๖๑ และเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
 
- วันที่ ๑๓ -๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐ นาย Nurlan Yermekbayev รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสของ Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia (CICA)
 
- เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ นาย Kairat Sarybay รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบหารือกับนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศไทย ก่อนการเดินทางไปเยือนเมียนมาร์อย่างเป็นทางการ
 
- เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ นาง Gulshara Abdykalikova รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการคุ้มครองทางสังคมของประชากร เดินทางเยือนไทยเพื่อร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ ๒
 
ข้อมูลด้านกงสุล
 
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา
Address : Office Number 191 , 19th Floor 
Kaskad Business Centre, 6/1 Kabanbay Batyr Avenue 
Astana , Kazakhstan
Tel. : +7 (7172) 926440
Mobile : (+7) 7783-978-123
Fax. : +7 (7172) 926422
E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
 

ที่มา: กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - คาซัคสถาน                      
มูลค่าการค้า 78.78 61.82 47.21 47.21 52.14 -16.16 -21.53 -23.64 -23.64 10.46
การส่งออก 58.91 58.34 36.28 36.28 37.87 15.59 -0.96 -37.82 -37.82 4.38
การนำเข้า 19.87 3.48 10.93 10.93 14.28 -53.79 -82.50 214.29 214.29 30.63
ดุลการค้า 39.04 54.87 25.35 25.35 23.59            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 24.0 31.7 15.4 15.4 19.9 91.69 31.93 -51.51 -51.51 29.36
2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 7.1 7.6 3.8 3.8 5.5 26.20 6.70 -50.22 -50.22 45.32
3 เม็ดพลาสติก 13.4 4.7 1.4 1.4 2.1 -13.72 -65.28 -70.87 -70.87 53.72
4 อัญมณีและเครื่องประดับ 0.3 0.2 0.6 0.6 1.4 145.69 -52.61 298.18 298.18 125.18
5 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 1.8 0.8 0.7 0.7 1.4 668.87 -55.49 -9.70 -9.70 90.90
6 เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ 0.8 0.5 0.7 0.7 1.0 107.84 -39.52 41.10 41.10 35.91
7 เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วน 0.2 0.2 6.0 6.0 1.0 6.30 -35.28 3,683.83 3,683.83 -83.67
8 ผลิตภัณฑ์เซรามิก 0.0 0.0 0.0 0.0 0.8 - 1,983.33 -96.00 -96.00 84,000.00
9 เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ 0.0 0.1 0.5 0.5 0.8 133.33 1,533.77 258.03 258.03 70.65
10 เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ 0.1 0.4 0.5 0.5 0.6 10,277.78 280.94 27.21 27.21 30.09
รวม 10 รายการ 47.9 46.1 29.5 29.5 34.4 37.86 -3.74 -36.02 -36.02 16.78
อื่นๆ 11.1 12.3 6.8 6.8 3.5 -31.96 11.06 -44.55 -44.55 -49.27
รวมทั้งสิ้น 58.9 58.3 36.3 36.3 37.9 15.59 -0.96 -37.82 -37.82 4.38

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 16.4 1.9 4.8 4.8 10.1 -42.43 -88.51 154.38 154.38 111.43
2 แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ - - 0.2 0.2 2.1 - - - - 824.97
3 เคมีภัณฑ์ 3.4 1.3 2.0 2.0 1.5 69.19 -60.71 46.36 46.36 -23.17
4 ด้ายและเส้นใย - 0.2 - - 0.5 - - - - -
5 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 1,761.29 -91.85 661.70 661.70 -85.47
6 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.0 - 0.0 0.0 0.0 20.00 - - - 193.75
7 กล้อง  เลนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่าย - - - - 0.0 - - - - -
8 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - 34.78 34.78 -
9 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 200.00 300.00 -66.67 -66.67 625.00
10 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - 200.00 66.67 66.67 420.00
รวม 10 รายการ 19.9 3.4 7.0 7.0 14.3 -38.58 -82.68 104.20 104.20 103.11
อื่นๆ 0.0 0.0 3.9 3.9 0.0 -99.86 164.43 9,821.32 9,821.32 -99.55
รวมทั้งสิ้น 19.9 3.5 10.9 10.9 14.3 -53.79 -82.50 214.29 214.29 30.63

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

Suite 4301, 43rd Floor,
Jewelry Trade Center Building
919/501 Silom Road, Bangrak,
Bangkok 10500

Tel: 0-22346365, 0-22346366

Fax: 0-22346368

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: www.kazembassythailand.org

 

 

JoomSpirit