รัฐคูเวต

Flag of Kuwait Coat of Arms of Kuwait-2
ธง

ตราสัญลักษณ์

State of Kuwait

دولة الكويت
Dawlat al-Kuwait

kuwait map1 1
ที่มา: kuwaitemb-australia.com
map of kuwait
ที่มา: lonelyplanet.com

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของคูเวตเริ่มต้นจากการสร้างเมืองคูเวตในศตวรรษที่ 18 โดยชนเผ่า Uteiba ซึ่งเร่ร่อนมาจากทางเหนือของกาตาร์ ในระหว่างศตวรรษที่ 19 คูเวตพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากอังกฤษเพื่อให้พ้นจากการยึดครองของพวกเติร์กและกลุ่มต่าง ๆ ที่เรืองอำนาจในคาบสมุทรอาระเบีย ในปี 2442 Sheikh Mubarak Al Sabah ได้ลงนามในข้อตกลงกับอังกฤษว่า ตนและผู้สืบทอดอำนาจจะไม่ยอมให้ดินแดนและต้อนรับผู้แทนของต่างประเทศใด ๆ โดยไม่ได้ความยินยอมจากอังกฤษเสียก่อน ส่วนอังกฤษก็ได้ตกลงที่จะให้เงินช่วยเหลือประจำปีแก่ Sheikh Mubarak และทายาทและให้ความคุ้มครองคูเวต โดยอังกฤษได้ดูแลกิจการด้านการต่างประเทศและความมั่นคงให้กับคูเวต

ในช่วงต้นปี 2504 อังกฤษได้ถอนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตสำหรับตัดสินคดีของชาวต่างชาติในคูเวตออกไป และรัฐบาลคูเวตได้เริ่มการใช้กฎหมายของตนเองซึ่งยกร่างโดยนักกฎหมายชาวอียิปต์ คูเวตได้รับอิสรภาพสมบูรณ์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2504 ภายหลังการแลกเปลี่ยนหนังสือ (exchange of notes) กับอังกฤษมีการกำหนดเขตแดนระหว่างคูเวตกับซาอุดีอาระเบียในปี 2535 โดยสนธิสัญญา Uqair หลังจากการสู้รบที่เมือง Jahrah สนธิสัญญานี้ยังได้กำหนดเขตเป็นกลางระหว่างคูเวตและซาอุดีอาระเบีย (Kuwaiti - Saudi Arabia Neutral Zone) ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 5,180 ตารางกิโลเมตร ติดกับเขตแดนทางใต้ของคูเวต ในเดือนธันวาคม 2512 คูเวตและซาอุดีอาระเบียได้ลงนามในข้อตกลงแบ่งเขตเป็นกลาง (ปัจจุบันเรียกว่า Divided Zone) และปักปันเส้นเขตแดนระหว่างประเทศใหม่ โดยทั้งสองประเทศได้แบ่งน้ำมันทั้งนอกฝั่งและบนฝั่งในเขต Divided Zone อย่างเท่าเทียมกัน

ชื่ออย่างเป็นทางการ

รัฐคูเวต หรือ State of Kuwait

ที่ตั้ง

เอเชียตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวอาหรับระหว่างอิรัคและซาอุดิ อาระเบีย

พื้นที่

ประมาณ 17,820 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

ทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับอิรัก ทิศตะวันออก ติดกับอ่าวเปอร์เซีย ทิศใต้ติดกับซาอุดีอาระเบีย

สภาพภูมิประเทศ

ทะเลทรายมีลักษณะเป็นที่ราบถึงลักษณะเป็นคลื่นๆ

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศแบบทะเลทราย ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม อากาศร้อนจัด ส่วนช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศหนาว

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม ปลา กุ้ง และก๊าซธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติ

ช่วงเดือนตุลาคม-เดือนเมษายนจะเกิดฝนกระหน่ำและตกอย่างหนัก ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับถนนและบ้านเรือน มีการเกิดพายุทรายและพายุฝุ่นตลอดปี

จำนวนประชากร

2,742,711 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2557)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สัญชาติ

Kuwaiti (s)

เชื้อชาติ

คูเวต 31.3%, อาหรับอื่นๆ 27.9%, เอเชีย 37.8% อาฟริกัน 1.9% อื่นๆ 20% (พ.ศ. 2556)

ศาสนา

อิสลาม 76.7% คริสเตียน 17.3% อื่นๆและที่ไม่ระบุ 5.9% (พ.ศ. 2556)

ภาษา

อาหรับ ภาษาอังกฤษใช้กันอย่างแพร่หลาย

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

ภายหลังสิ้นสุดภัยคุกคามจากอิรัก คูเวตได้ดำเนินนโยบาย "การทูตทางเศรษฐกิจ" (Economic Diplomacy) เน้นการใช้ประโยชน์ทางการทูตเพื่อผลทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวคูเวตได้รับผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยงบประมาณทั้งหลายจะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในด้านนโยบายต่างประเทศโดยรวม คูเวตมุ่งกระชับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าว (GCC) รวมทั้งกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (Arab League) เพื่อการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับกลุ่มประเทศมุสลิมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ ในส่วนของบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ คูเวตให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการก่อการร้าย

เมื่อปี 2546คูเวตเข้าเป็นสมาชิก Asia Cooperation Dialogue (ACD) ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของไทย ต่อมา H.E. Dr. Mohammad Al-Sabah Al-Salem Al-Sabah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคูเวต ได้เข้าร่วมประชุม ACD ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2547 ที่เมือง Qingdao ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และการประชุม ACD ระดับรัฐมนตรีครั้งที่4 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2548 ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ขณะนี้ คูเวตยังไม่ได้เป็นประเทศผู้ขับเคลื่อนร่วม (Co-Prime Mover) ในสาขาใด

รูปแบบการปกครอง

ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Hereditary Emirate) เป็นเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah ได้ทรงมีพระราชดำรัสต่อประชาชนชาวคูเวตในโอกาสขึ้นครองราชย์ แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย โดยประชาชนทุกคนมีความเสมอภาค มีอิสรเสรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และมีสิทธิเสรีในการแสดงความคิดเห็น

เมืองหลวง

Kuwait City

การแบ่งเขตการปกครอง

6 เขต แต่ละเขตมีผู้แทนปกครอง (เรียกว่า Muhafazat) ได้แก่ Al Ahmadi, Al'Asimah, Al Farwaniyah, Al Jahra', Hawalli, Mubarak Al Kabir

วันที่ได้รับเอกราช

19 มิ.ย. 2504 (จากสหราชอาณาจักร)

รัฐธรรมนูญ

ประกาศใช้เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505

ฝ่ายบริหาร

เจ้าผู้ครองรัฐ (Amir) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยอาจคัดเลือกจากบุคคลนอกสภาก็ได้

ฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภา แบบสภาเดี่ยว (unicameral National Assemble) เรียกว่า Majlis al-Umma สมาชิกจำนวน 50 ที่นั่นง มาจากการเลือกต้ังระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี รัฐมนตรีทั้งหมดเป็นสมาชิกโดยตำแหน่งของรัฐสภา

ฝ่ายตุลาการ

ศาลอุทธรณ์สูงสุด (High Court of Appeal)

ระบบกฎหมาย

ระบบผสมผสานระหว่างกฏหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ ประมวลกฏหมายของฝรั่งเศส และกฎหมายอิสลาม

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

kuwait5

 ที่มา http://www.mapsofworld.com/kuwait/kuwait-political-map.html

การเมืองการปกครอง 
 
     คูเวตอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ Al-Sabah มีความเจริญรุ่งเรืองมากนับตั้งแต่สมัยของ 
His Highness Sheikh Sabah Al-Salem Al-Sabah เจ้าผู้ครองรัฐองค์ที่ 12 โดยที่ผ่านมา ราชวงศ์ Al-Sabah ได้พัฒนาเป็นรัฐสวัสดิการที่มีระดับการพัฒนาสูงมากมีความร่ำรวยและมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah เจ้าผู้ครองรัฐองค์ปัจจุบัน ได้ทรงมีพระราชดำรัสต่อประชาชนชาวคูเวต ในโอกาสขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย โดยประชาชนทุกคนมีความเสมอภาค มีอิสระเสรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และมีสิทธิเสรีในการแสดงความคิดเห็น 
 
     รัฐธรรมนูญคูเวตได้ระบุว่า ผู้ที่ได้รับการสถาปนาหรือได้รับการเสนอพระนามให้เป็นเจ้าผู้ครองรัฐพระองค์ใหม่ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา (National Assembly) โดยการลงมติให้ความเห็นชอบอย่างน้อยด้วยเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด จึงจะสามารถปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะประมุขของประเทศได้อย่างสมบูรณ์ การลงมติให้ความเห็นชอบดังกล่าว ยังถือว่าเป็นการแสดงความสวามิภักดิ์ (Mubaya-a) ตามประเพณีของชาวอาหรับที่มีมาแต่โบราณกาล 
 
     เจ้าผู้ครองรัฐ (Amir) มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยอาจคัดเลือกจากบุคคลนอกรัฐสภาก็ได้ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวจะได้เป็นสมาชิกรัฐสภาด้วย นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐยังสามารถใช้อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ และที่สำคัญ ในคูเวตไม่มีระบบพรรคการเมือง แต่แบ่งเป็นกลุ่มการเมืองต่างๆ อาทิ The Islamic Constitutional Movement, The Shi’ite Islamists of the National Islamic Alliance และ Kuwait Democratic Forum เป็นต้น 
 
     ปัจจุบัน คูเวตเป็นประเทศมุสลิมที่เสรีนิยมมากที่สุดประเทศหนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ปี 2505) กำหนดให้มีรัฐสภาแบบสภาเดียว (Unicameral National Assembly) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจำนวน 50 คน ซึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ได้มีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่เป็นสุภาพสตรี 4 คนผ่านการเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคูเวต
 
     รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภามีอำนาจด้านนิติบัญญัติในการออกกฎหมาย และสามารถอภิปรายการทำงานหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ โดยในช่วงที่ผ่านมา นอกจากการแสดงบทบาทในด้านนิติบัญญัติโดยการออกกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับแล้ว รัฐสภาคูเวตได้เพิ่มบทบาทในการกำกับดูแลการบริหารงานของรัฐบาลมากขึ้นอีกด้วย 
 
     อย่างไรก็ดี คูเวตนับเป็นประเทศที่ขาดเสถียรภาพทางการเมืองมากที่สุดในกลุ่มประเทศ GCC 
เนื่องจากการไม่ลงรอยของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ส่งผลให้มีการยุบสภาหลายครั้ง โดยล่าสุดคือเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2552 H.H. Sheikh Nasser Al-Mohammad Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah ได้ประกาศยุบสภา และทรงรับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเป็นสมัยที่ 6 โดยทรงจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ (ชุดปัจจุบัน) ขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2552 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายค้านอภิปรายนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงของราชวงศ์ Al-Sabah และรัฐมนตรีต่างๆ นับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศ GCC ที่ราชวงศ์ถูกอภิปรายและยอมให้มีการซักถามตอบประเด็นข้อกล่าวหาต่างๆ ในรัฐสภา 
 
     ในปี 2553 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อคือปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านในรัฐสภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีทุกครั้งที่มีการเปิดประชุมรัฐสภาและแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามใช้วิธียุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ฝ่ายค้านได้รับเลือกตั้งเข้ามาน้อยลงแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านผู้ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาก็ไม่เคยละทิ้งความตั้งใจเดิม 
 
     เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2554 นายกรัฐมนตรีคูเวตได้รับชัยชนะแบบเฉียดฉิวในการลงมติไม่ไว้วางใจแต่ฝ่ายค้านหลายกลุ่มยังก่อกวนการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนอกรัฐสภา ฝ่ายรัฐบาลสร้างความนิยมจากประชาชนด้วยการใช้งบประมาณราว 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มอบเป็นของขวัญประชาชนในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยอ้างว่าเป็นการเฉลิมฉลองวันได้รับเอกราชครบ 50 ปี     การได้รับการปลดปล่อยจากอิรักครบ 20 ปี แลเจ้าผู้ครองรัฐขึ้นครองราชย์ครบ 5 ปี ตามลำดับ 
 
นโยบายต่างประเทศ 
 
     ในอดีต คูเวตดำเนินนโยบายการทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) มุ่งเน้นการรักษา ความปลอดภัยของประเทศที่อาจถูกรุกรานจากอิรัก โดยมีนโยบายนิยมตะวันตกและพึ่งพิงสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคงมาโดยตลอด ปัจจุบันภายหลังสิ้นสุดภัยคุกคามจากอิรัก คูเวตได้ดำเนินนโยบาย "การทูตทางเศรษฐกิจ" เน้นการใช้ประโยชน์ทางการทูตเพื่อผลทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวคูเวตได้รับผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยงบประมาณทั้งหลายจะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ 
 
     ในด้านนโยบายต่างประเทศ คูเวตมุ่งกระชับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) รวมทั้งกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (Arab League) เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับกลุ่มประเทศมุสลิม ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ คูเวตได้ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้นโยบาย “Look East Policy” เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และเพิ่มพูนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของคูเวตกับประเทศในภูมิภาคนี้ ผ่านความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนต่างๆ 
 
     สำหรับบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ คูเวตให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งในเวทีสหประชาชาติ คูเวตสนับสนุนการปฏิรูปองค์กรของสหประชาชาติโดยเฉพาะการสนับสนุนให้ชาติอาหรับหรือประเทศมุสลิมเข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง และเมื่อปี 2546 คูเวตเข้าเป็นสมาชิก Asia Cooperation Dialogue (ACD) ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของไทย แต่ขณะนี้ คูเวตยังไม่ได้เป็นประเทศผู้ขับเคลื่อนร่วม (Co-Prime Mover) ในสาขาใด 
 
     ปัจจุบัน ภายใต้วิสัยทัศน์ของเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตที่ทรงหวังให้คูเวตเป็น Regional Financial Hub ในอนาคตและโอกาสที่คูเวตเป็นประเทศประธานกลุ่ม GCC ปี 2552 – 2553 คูเวตได้พยายามแสดงบทบาทเป็นผู้นำในองค์กรระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความท้าทายทางด้านการเมือง ความมั่นคงและเศรษฐกิจ อันเห็นได้จากความสำเร็จของคูเวตในการจัดประชุม The First Arab Economic, Social and Development Summit เมื่อเดือนมกราคม 2552 และ GCC Summit สมัยที่ 30 เมื่อเดือนธันวาคม 2552 
 

Update มกราคม 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

ข้อมูล ณ วันที่  30 มีนาคม 2558

 

  • Amir
    SABAH al-Ahmad al-Jabir al-Sabah
  • Prime Min.
    JABIR AL-MUBARAK al-Hamad al-Sabah
  • First Dep. Prime Min.
    SABAH AL-KHALID al-Hamad al-Sabah
  • Dep. Prime Min.
    KHALID al-Jarrah al-Sabah
  • Dep. Prime Min.
    Abd al-Muhsin al-MADAJ
  • Dep. Prime Min.
    MUHAMMAD AL-KHALID al-Hamad al-Sabah
  • Dep. Prime Min. for Economic Affairs
     N/A
  • Dep. Prime Min. for Legal Affairs
    Rashid Abd al-Muhsin al-HAMAD
  • Min. of Commerce & Industry
    N/A
  • Min. of Communications
    Isa Ahmad al-KANDARI
  • Min. of Defense
    KHALID al-Jarrah al-Sabah
  • Min. of Education & Higher Education
    Badir al-ISA
  • Min. of Electricity & Water
    Abd al-Aziz Abd al-Latif al-IBRAHIM
  • Min. of Finance
    Anas al-Khalid al-SALIH
  • Min. of Foreign Affairs
    SABAH AL-KHALID al-Hamad al-Sabah
  • Min. of Health
    Ali Saad al-UBAYDI
  • Min. of Information
    SALMAN al-Sabah al-Salim al-Sabah
  • Min. of Interior
    MUHAMMAD AL-KHALID al-Hamad al-Sabah
  • Min. of Justice (Acting)
    MUHAMMAD Abdallah al-Mubarak al-Sabah
  • Min. of Oil
    Ali Salih al-UMAYR
  • Min. of Public Works
    Abd al-Aziz Abd al-Latif al-IBRAHIM
  • Min. of Religious Endowment & Islamic Affairs
    Yaqub al-SAYN
  • Min. of Social Affairs & Labor
    HIND Sabih al-Sabih
  • Min. of State for Cabinet Affairs
    MUHAMMAD Abdallah al-Mubarak al-Sabah
  • Min. of State for Housing Affairs
    Yasir ABUL
  • Min. of State for Municipality Affairs
    Isa Ahmad al-KANDARI
  • Min. of State for National Assembly Affairs
    Ali Salih al-UMAYR
  • Min. of State for Planning & Development
    HIND Sabih al-Sabih
  • Min. of State for Youth Affairs
    SALMAN al-Sabah al-Salim al-Sabah
  • Governor, Central Bank of Kuwait
    Muhammad al-HASHIL
  • Ambassador to the US
    SALIM al-Abdallah al-Jabir al-Sabah
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Mansur Ayad al-UTAYBI

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/KU.html

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

     1.คูเวตเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีและร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมันดิบ (2.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือร้อยละ 3.5 ของปริมาณน้ำมันดิบสำรองทั่วโลก) และก๊าซธรรมชาติ 
 
     2. มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งทางด้านการค้า และการลงทุน โดยสำนักงานการลงทุนคูเวต (Kuwait Investment Authority - KIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ โดยบริหารจัดการทรัพย์สินมูลค่า 61.4 พันล้านดีนาร์คูเวต หรือ 213 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผลกำไรปีละประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  
 
     3. คูเวตใช้นโยบายการค้าเสรีไม่มีระบบโควต้าหรือมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้า โดยเก็บ 
ภาษีนำเข้าสินค้า (Across the board) ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่า CIF (ภายใต้ GCC Customs Union Regime) ทั้งนี้ เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมด้าน ปิโตรเคมี ขณะที่ 
ภาคการผลิตอื่นๆ มีประมาณร้อยละ 7 ของ GDP ทำให้คูเวตต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค 
 
     4.แม้ระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เศรษฐกิจคูเวตเติบโตสูงมากทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นและงบประมาณเกินดุล อย่างไรก็ดี คูเวตได้จัดเตรียมแผนเพื่อรองรับกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อาจมีการผันผวน โดยได้เริ่มดำเนินแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ (Economic Reform Package) มาตั้งแต่ 
ปี 2542 ซึ่งครอบคลุมการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของรัฐ การลดรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคม การแปรรูปวิสาหกิจ และการผลักดันให้บรรจุคนคูเวตเข้าทำงานแทนคนต่างชาติ (Kuwaitization) ส่งเสริมการค้าและ 
การลงทุน โดยออกกฎหมายและกฎระเบียบด้านการลงทุน อาทิ กฎหมายการครอบครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ การปรับปรุงกฎระเบียบการค้า และการอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่นักลงทุนต่างประเทศ เป็นต้น 
 
     5. คูเวตเป็นรัฐสวัสดิการ ชาวคูเวตสามารถรับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลของรัฐโดย 
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ การส่งชาวคูเวตไปรักษาพยาบาลในต่างประเทศจะกระทำเฉพาะในกรณีที่คูเวต 
ไม่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์ (Specialized equipments) ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของกระทรวงสาธารณสุขคูเวต โดยรัฐจะออกค่าใช้จ่ายในทั้งหมด รวมทั้งสนับสนุนเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้ติดตาม 1 คน 
 
     6. รัฐบาลคูเวตมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนชาวคูเวต ช่วยเหลือเด็ก คนชรา ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมทั้งการพัฒนาทักษะด้านแรงงานให้กับชาวคูเวต โดยที่ปัจจุบันมีชาวต่างชาติทำงานอยู่ในคูเวตประมาณ 1.4 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากอียิปต์ อินเดีย บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์  รัฐบาลจึงมีนโยบายผลักดันให้บรรจุคนคูเวตเข้าทำงานแทนคนต่างชาติ (Kuwaitization)  
 
     7. คูเวตใช้นโยบายการค้าเสรี ไม่มีระบบโควตา หรือมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้า โดยเก็บภาษีนำเข้าสินค้า (across the board) ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่า CIF (ภายใต้ GCC Customs Union Regime) ทั้งนี้ เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมี ขณะที่ภาคการผลิตอื่นๆ 
มีประมาณร้อยละ 7 ของ GDP ทำให้คูเวตต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค 
 
     8. แม้ระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เศรษฐกิจคูเวตเติบโตสูงมาก ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นและงบประมาณเกินดุล อย่างไรก็ดี คูเวตได้จัดเตรียมแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อาจมีการผันผวน โดยได้เริ่มดำเนินแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ (Economic Reform Package) มาตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งครอบคลุมการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของรัฐ การลดรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคม การแปรรูปวิสาหกิจ และการผลักดันให้บรรจุคนคูเวตเข้าทำงานแทนคนต่างชาติ (Kuwaitization) ส่งเสริมการค้าและการลงทุน โดยออกกฎหมายและกฎระเบียบด้านการลงทุน อาทิ กฎหมายการครอบครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ การปรับปรุงกฎระเบียบการค้า และการอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่นักลงทุนต่างประเทศ เป็นต้น 
 
     9. ล่าสุด รัฐบาลคูเวตได้ประกาศโครงการพัฒนา (Mega Projects) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ 5 ปี (2009/2010 – 2013/2014) งบประมาณ 37 พันล้านดีนาร์คูเวต (125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งประกอบด้วย การลงทุนก่อสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันในคูเวตเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำมัน การก่อสร้างเมืองธุรกิจใหม่ (Silk City) โครงการขยายท่าเรือที่เกาะ Bubiyan โครงการสร้างที่พักอาศัยและโรงพยาบาล 8 แห่ง รวมทั้งระบบทางรถไฟบนดินและใต้ดิน ซึ่งคาดว่าความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือนั้น จะเพิ่มมากขึ้นภายในระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับโครงการต่างๆ รวมทั้งการบริหารจัดการและการดูแลช่อมบำรุง 
 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

283.9 พันดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP รายบุคคล

71,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

1.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 0.3%
  • ภาคอุตสาหกรรม 49.4%
  • ภาคการบริการ 50.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ผลผลิตทางการเกษตร

ไม่มีพืชผล มีแต่ปลา

อุตสาหกรรม

ปิโตรเลียม ปิโตรเคมีภัณฑ์ ซีเมนต์ อู่ต่อและซ่อมเรือ การแยกเกลือออกจากน้ำ การแปรรูปอาหาร วัสดุก่อสร้าง

หนี้สาธารณะ

6.8% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2557)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

66.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

มูลค่าการส่งออก

109.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้าส่งออก

น้ำมันและผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ปุ๋ย

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

South Korea 17.1%, India 16%, Japan 12.3%, US 11.7%, China 8.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2556)

มูลค่าการนำเข้า

26.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้า

อาหาร วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์และอะไหล่ เครื่องนุ่งห่ม

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 10.9%, US 10.6%, Saudi Arabia 7.9%, Japan 7.6%, Germany 5.3%, South Korea 4.6%, France 4.6%, India 4.3%, Italy 4.2%, UAE 4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2556)

สกุลเงิน

คูเวตดีนาร์ Kuwaiti Dinars (KD)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัฐคูเวต

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป 
 
   1.1 การทูต 
 
        ไทยและคูเวตสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2506 โดยไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2526 ในอดีตคูเวตได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำมาเลเซียเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตคูเวตได้เริ่มเปิดทำการตั้งแต่เดือนมกราคม 2540 และมีเอกอัครราชทูตคูเวตประจำประเทศไทยตั้งแต่นั้นมา 
 
   1.2 ด้านราชวงศ์ 
 
        เชค ซอบะห์ อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ (His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah) เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเสด็จฯ ร่วมพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ส่วน His Highness Sheikh Nawaf Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah มกุฏราชกุมารคูเวต ทรงชื่นชอบประเทศไทยมากเช่นกัน และล่าสุด เชค นัสเซอร์ อัลโมฮัมมัด อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ นายกรัฐมนตรีคูเวตได้เสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 
 
        ปัจจุบัน ยังไม่มีการเสด็จฯ เยือนคูเวตอย่างเป็นทางการของราชวงศ์ไทย 
 
   1.3 การเมือง 
 
        ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างไทยและคูเวตดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยคูเวตตระหนักถึงความสำคัญของไทยที่เคยช่วยเหลือและสนับสนุนคูเวตมาโดยตลอดในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจาก 
ไทยได้สนับสนุนข้อมติทุกข้อเกี่ยวกับปัญหาคูเวตและอิรัก นอกจากนี้ ไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมในกองกำลังสังเกตการณ์แห่งสหประชาชาติประจำชายแดนอิรัก – คูเวต (United Nations Iraq – Kuwait Observer Mission – UNIKOM) รวมทั้งได้ส่งคณะแพทย์และพยาบาลไปช่วยเหลือคูเวตด้วย ซึ่งได้สร้างความรู้สึกอันดีให้กับคูเวตเป็นอย่างมาก 
 
    1.4 เศรษฐกิจ 
 
        1.4.1 การค้า 
 
        การค้าระหว่างไทยและคูเวตมีมูลค่าการค้าไม่มากนัก โดยไทยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า เนื่องจากสินค้าที่ไทยนำเข้าจากคูเวตส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบ และคูเวตเป็นตลาดเล็ก ไม่ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนไทยมากนัก ในปี 2552 การค้าไทยกับคูเวตมีมูลค่า 744.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยมีมูลค่าการนำเข้า 401.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการส่งออก 343.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า 58.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 
        กลไกทวิภาคีที่สำคัญระหว่างไทย - คูเวต ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วม (JC) ไทย - คูเวต ซึ่งมีการประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2542 ที่กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ปัจจุบัน ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเรื่องกำหนดการประชุม JC ครั้งต่อไป 
 
        1.4.2 การลงทุน 
 
        คูเวตเริ่มให้ความสนใจไปลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน โดยมีสำนักงานการลงทุนของรัฐ (Kuwait Investment Authority - KIA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการลงทุนภาคการเงิน มีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ ๒๖๔.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับ ๖ ของโลก) ปัจจุบัน KIA ได้เริ่มกลับเข้าไปลงทุนในเอเชียอีกครั้งหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และจากความตื่นตัวกับกระแสวิกฤตอาหารโลก โดยกำลังแสวงหาลู่ทางที่จะลงทุนด้านเกษตรกรรมเพื่อความมั่นคงด้านอาหารในอนาคต ที่ผ่านมา มีนักธุรกิจคูเวตจำนวนหนึ่งสนใจที่จะสร้างพันธมิตรกับฝ่ายไทย เพื่อทำธุรกิจในคูเวตโดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ ธุรกิจร้านอาหาร เสริมสวย ความงาม สปา เป็นต้น 
 
   1.5 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม 
 
        1.5.1 ด้านแรงงาน มีแรงงานไทยอยู่ในคูเวตประมาณ 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานประเภทกึ่งฝีมือ โดยทำงานในภาคเอกชนในประเภทกิจการรับเหมาขุดเจาะและประกอบท่อส่งน้ำมัน รับเหมาก่อสร้าง อู่ต่อเรือ อู่ซ่อมรถยนต์ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ร้านเสริมสวย และตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี 
 
        1.5.2 ด้านวิชาการ คูเวตให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยไปศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาทุกปี โดยศึกษาในสาขาด้านศาสนา กฎหมายอิสลาม ศึกษาศาสตร์ และภาษาอาหรับ ปัจจุบัน มีนักเรียนไทยในคูเวตประมาณ 45 คน นอกจากนี้กระทรวงศาสนาสมบัติและกิจการอิสลาม (Ministry of Awqaf and Islamic Affairs) ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักศึกษาไทยที่จบการศึกษาในคูเวต และกับชุมชนมุสลิมทางภาคใต้ของไทย 
 
        1.5.3 ด้านการท่องเที่ยว คูเวตเป็นตลาดเล็กแต่มีศักยภาพสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวมาก โดยนักท่องเที่ยวจากคูเวตเดินทางมาประเทศไทยเฉลี่ยปีละประมาณ 35,000 คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และสนใจที่จะเข้ารับบริการด้านการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนของไทย ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตคูเวตประจำประเทศไทย ได้แจ้งว่าต้องการที่จะตั้ง Health Office เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวคูเวต ในการเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลในประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ 
 
2. การเยือนที่สำคัญ 
 
    ฝ่ายไทย 
 
    พระราชวงศ์ 
 
         -   ปัจจุบัน ยังไม่มีการเสด็จฯ เยือนคูเวตอย่างเป็นทางการของราชวงศ์ไทย 
 
    รัฐบาล 
นายกรัฐมนตรี/ รองนายกรัฐมนตรี
        -   วันที่ 15 – 20 พฤศจิกายน 2548 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนคูเวต และกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
        -   วันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ 2548 พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนคูเวต 
 
        -   วันที่ 29 ธันวาคม 2533 – 2 มกราคม 2534 ในระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบีย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าเฝ้าเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตที่เมือง Taif ซาอุดีอาระเบีย (ขณะลี้ภัยสงครามอยู่ในซาอุดีฯ) เพื่อแสดงการสนับสนุนต่อรัฐบาลคูเวตในการต่อต้านการยึดครองของอิรัก 
 
        -   วันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2541 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนคูเวต 
 
    ฝ่ายคูเวต 
 
    พระราชวงศ์ 
 
        -   วันที่ 10 – 12 เมษายน 2538 H.H. Sheikh Saad Al-Abdullah Al-Salem Al-Sabah อดีต เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต องค์ที่14 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารคูเวต ได้เสด็จฯ เยือนไทย นับเป็นการเยือนระดับสูงครั้งประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์ไทย – คูเวต 
 
        -   วันที่ 26 – 28 กุมภาพันธ์ 2546 H.H. Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah เสด็จฯ เยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรี 
ว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
 
        -   วันที่ 11 – 14 มิถุนายน 2549 H.H. Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต เสด็จฯ เข้าร่วมพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 
 
    รัฐบาล 
นายกรัฐมนตรี/ รองนายกรัฐมนตรี
        -   วันที่ 13 – 14 สิงหาคม 2551 H.H. Sheikh Nasser Al-Mohammad Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah นายกรัฐมนตรีรัฐคูเวตเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในระหว่างการเสด็จเยือนประเทศในแถบเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2551 
 
        -   วันที่ 7 – 10 ตุลาคม 2552 H.E. Rashed Abdul Mohsen Al-Hammaad รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนสมบัติและกิจการอิสลามคูเวตเยือนไทยเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดมัสยิดกลางประจำวิทยาลัยอิสลามยะลาซึ่งรัฐบาลคูเวตให้การสนับสนุนด้านการเงิน 
 
        -   วันที่ 2 – 4 ตุลาคม 2553 H.E. Rashed Abdul Mohsen Al-Hammaad  รองนายกรัฐมนตรี 
ฝ่ายกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนสมบัติและกิจการอิสลาม เยือนไทยเพื่อเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์หอพักนักเรียนชายโรงเรียนอัตตัรกียะห์ อิสลามียะห์ ซึ่งรัฐบาลคูเวตให้การสนับสนุนด้านงบประมาณก่อสร้าง 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้แทน
        -   วันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2533 Dr. Rasheed Al-Ameeri รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันคูเวตเดินทางเยือนไทยในฐานะผู้แทนพิเศษของเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเพื่อขอความสนับสนุนจากไทยต่อรัฐบาลที่ชอบธรรมของคูเวต ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย และยืนยันการดำเนินการลงทุนต่อไปใน ประเทศไทย 
 
        -   วันที่ 22 – 25 สิงหาคม 2536 นาย Ghazi Al-Rayes เอกอัครราชทูตคูเวตประจำกรุงปักกิ่ง เยือนไทยในฐานะผู้แทนพิเศษของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคูเวต 
 
        -   วันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2551 H.E. Dr. Ismail Khundhr Al-Shatti ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคูเวตเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อติดตามผลการเยือนของนายกรัฐมนตรีรัฐคูเวตเมื่อวันที่ 13 – 14 สิงหาคม 2551 
 
        -   วันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2553 H.E. Mr. Mohamad A. Al-Mijrin Al-Roumi อธิบดีกรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศคูเวต เยือนไทยในฐานะผู้แทนพิเศษของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคูเวตเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือเอเชีย - 
ตะวันออกกลาง ครั้งที่ 3 
 
ความตกลงและความร่วมมือ
 
- ความตกลงระหว่างไทย - คูเวตว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ
วันที่ลงนาม 13 สิงหาคม 2551
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินการปรึกษาหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย - คูเวต 
วันที่ลงนาม 13 สิงหาคม 2551
- ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐคูเวตเพื่อการเว้นการเก็บภาษีและการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ 
วันที่ลงนาม 29 กรกฎาคม 2546
- ความตกลงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งรัฐคูเวต
วันที่ลงนาม 07 มีนาคม 2530
- ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาณาเขตของแต่ฝ่ายและพ้นจากนั้นไป
วันที่ลงนาม 27 เมษายน 2519
 
 

กันยายน 2558

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - คูเวต                      
มูลค่าการค้า 1,222.50 1,390.08 1,376.14 1,376.14 1,204.01 9.40 13.71 -1.00 -1.00 -12.51
การส่งออก 414.44 418.63 458.71 458.71 400.21 21.19 1.01 9.57 9.57 -12.75
การนำเข้า 808.06 971.45 917.43 917.43 803.81 4.20 20.22 -5.56 -5.56 -12.39
ดุลการค้า -393.63 -552.82 -458.72 -458.72 -403.60            
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 น้ำมันสำเร็จรูป 109.7 252.3 550.0 550.0 485.7 -51.49 129.97 117.95 117.95 -11.69
2 น้ำมันดิบ 509.6 355.7 113.4 113.4 131.2 92.82 -30.20 -68.12 -68.12 15.73
3 ก๊าซธรรมชาติ 123.7 293.1 194.3 194.3 120.8 -23.98 136.89 -33.70 -33.70 -37.85
4 ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 40.1 46.9 31.4 31.4 43.3 -42.96 16.87 -33.02 -33.02 37.87
5 เคมีภัณฑ์ 18.7 20.4 25.9 25.9 17.6 -62.33 9.36 27.09 27.09 -32.05
6 เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 2.5 0.3 1.0 1.0 3.0 79.18 -86.79 213.62 213.62 186.12
7 เครื่องประดับอัญมณี 0.0 - 0.0 0.0 1.5 - -100.00 - - 1,492,300.00
8 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 0.2 0.5 0.4 0.4 0.2 - 135.00 -25.50 -25.50 -35.77
9 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.1 0.0 0.1 0.1 0.1 62.57 -26.12 95.58 95.58 30.92
10 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1 - -28.57 -80.00 -80.00 79,600.00
รวม 10 รายการ 804.5 969.2 916.5 916.5 803.5 3.88 20.47 -5.44 -5.44 -12.33
อื่นๆ 3.5 2.2 0.9 0.9 0.3 238.26 -37.74 -58.25 -58.25 -67.02
รวมทั้งสิ้น 808.1 971.5 917.4 917.4 803.8 4.20 20.22 -5.56 -5.56 -12.39

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 214.3 218.5 242.9 242.9 203.2 67.04 1.94 11.21 11.21 -16.34
2 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 16.3 26.4 17.8 17.8 21.3 -5.60 62.19 -32.79 -32.79 20.06
3 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 16.8 18.7 19.4 19.4 19.1 4.83 10.98 3.86 3.86 -1.62
4 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 9.9 12.1 12.4 12.4 12.8 1.71 21.35 2.92 2.92 3.10
5 น้ำตาลทราย 9.5 7.8 11.4 11.4 8.1 -8.87 -18.09 47.32 47.32 -29.53
6 เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วน 10.6 11.0 10.1 10.1 8.1 16.62 3.13 -8.03 -8.03 -20.28
7 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 9.2 5.8 7.1 7.1 7.8 -5.40 -37.07 21.73 21.73 9.77
8 รองเท้าและชิ้นส่วน 5.7 6.0 7.1 7.1 7.2 2.84 3.97 19.25 19.25 1.64
9 ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 11.6 8.4 8.7 8.7 7.1 73.84 -27.30 2.99 2.99 -17.96
10 อัญมณีและเครื่องประดับ 10.4 4.8 15.9 15.9 6.8 249.27 -53.47 229.93 229.93 -57.60
รวม 10 รายการ 314.4 319.4 352.9 352.9 301.4 45.65 1.58 10.48 10.48 -14.57
อื่นๆ 100.0 99.2 105.9 105.9 98.8 -20.70 -0.77 6.67 6.67 -6.68
รวมทั้งสิ้น 414.4 418.6 458.7 458.7 400.2 21.19 1.01 9.57 9.57 -12.75

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ผู้แทนทางการทูต 
 
ฝ่ายไทย 
 
Royal Thai Embassy 
Jabriya, Block No.6, 
Street No. 8, Villa No.1 
P.O. Box 66647 Bayan 43757 Kuwait 
Tel. (+965) 607-19-888  
Fax. (96-5) 531-7532 
E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 
 
ฝ่ายคูเวต 
 
The Embassy of the State of Kuwait 
Sathorn Nakhon Tower, 24A Fl., 
100/44 North Sathorn Rd., 
Bangrak, Bangkok 10500 
Tel. 0-2636-6600, 0-2636-7461-3 
Fax. 0-2636-7360 
 

 

JoomSpirit