เขตบริหารพิเศษมาเก๊า

660px-Flag of Macau 567px-Macau SAR Regional Emblem
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ประวัติศาสตร์

มาเก๊าเริ่มมีความสำคัญในช่วงเวลาที่มหาอำนาจยุโรปเริ่มขยายอำนาจทั้งทางการเมืองและการค้าเข้ามายังเอเชีย โดยเฉพาะโปรตุเกสได้เริ่มสำรวจเส้นทางการค้าเข้ามาในเขตเอเชียและได้ทำการค้ากับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี บรรดาพ่อค้าและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส ได้เดินทางไปตั้งหลักแหล่งอยู่ที่มาเก๊าเป็นจำนวนมาก ทำให้ต่อมามาเก๊ากลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างโปรตุเกสกับจีน โดยเฉพาะนครกวางโจว และระหว่างโปรตุเกสกับญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงแรกโปรตุเกสได้ทำสัญญาเช่ามาเก๊าจากจีน ต่อมาโปรตุเกสประกาศให้มาเก๊าเป็นส่วนหนึ่งในอาณาเขตต่างแดนของโปรตุเกส (Overseas province of Portugal) และถือว่ามาเก๊าเป็นดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกส โดยเป็นการประกาศโดยที่จีนไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ

พ.ศ. 2430 จีนยกดินแดนมาเก๊าให้แก่โปรตุเกสอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นการตอบแทนที่โปรตุเกสช่วยจีนปราบปรามโจรสลัดในเขตทะเลจีนใต้ พ.ศ. 2517 รัฐบาลโปรตุเกสได้ให้เอกราชแก่ดินแดนอาณานิคมของตนทั้งหมด ในการนี้ โปรตุเกสแสดงเจตจำนงแน่วแน่ที่จะคืนดินแดนมาเก๊าให้แก่จีน และประกาศรับรองอย่างเป็นทางการว่าจีนมีอธิปไตยเหนือมาเก๊า อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าว จีนมีภารกิจในการเจรจาเรื่องการส่งมอบฮ่องกง จึงไม่ได้เข้ามาจัดการเรื่องปัญหามาเก๊า โปรตุเกสจึงประกาศรับรองสถานะของมาเก๊าเพียงฝ่ายเดียว

พ.ศ. 2522 จีนและโปรตุเกสได้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูต จีนได้รับรองอย่างเป็นทางการว่า ดินแดนมาเก๊าเป็นดินแดนของจีนภายใต้การบริหารของโปรตุเกส

พ.ศ. 2530 จีนและโปรตุเกสลงนามในแถลงการณ์ร่วม (Sino-Portuguese Joint Declaration) โดยกำหนดให้ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เป็นวันส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้ระบบ "หนึ่งประเทศสองระบบ" (one country, two systems) โดยมาเก๊ามีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษของจีน นายจ้าว จื่อหยาง ตัวแทนฝ่ายจีน และนาย Cavaco Silva นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส ตัวแทนฝ่ายโปรตุเกส ร่วมลงนาม ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยมีประธานาธิบดี หลี เซียนเนียน และนายเติ้ง เสี่ยวผิง เข้าร่วมพิธี

ชื่ออย่างเป็นทางการ

เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macau Special Administrative Region) หรือ มาเก๊า (Macau)

ที่ตั้ง

อยู่ทางใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจากนครกวางโจวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 145 กิโลเมตร และห่างจากฮ่องกงไปทางทิศตะวันตก 60 กิโลเมตร

พื้นที่

28.2 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยคาบสมุทรมาเก๊า เกาะ Taipa และเกาะ Coloane และมีคอคอดยาว 2 กิโลเมตรเชื่อมระหว่างสองเกาะ

อาณาเขต

มีพรมแดนติดจีนแผ่นดินใหญ่ ประมาณ 0.34 กิโลเมตร ความยาวชายฝั่งทั้งหมด 41 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ลักษณะเป็นพื้นที่ราบทั้งเกาะ

สภาพภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งเขตร้อน อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25 C ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14 C ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน อุณหภูมิสูงกว่า 30 C

ภัยธรรมชาติ

พายุฝนเขตร้อน เคลื่อนตัวจากทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงฤดูร้อน

จำนวนประชากร

601,969 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

จีน (Chinese)

เชื้อชาติ

คนจีนฮั่น 92.4% โปรตุเกส 0.6% ลูกครึ่ง 1.1% อื่นๆ 5.9% (สำมะโนประชากร พ.ศ. 2554)

ศาสนา

ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ 50% คาทอลิก 15% ไม่นับถือศาสนา และอื่นๆ 35% (พ.ศ. 2540)

ภาษา

ภาษาราชการคือ ภาษาจีนและภาษาโปรตุเกส ในส่วนของภาษาพูดชาวมาเก๊าร้อยละ 83.3 พูดภาษาจีนกวางตุ้ง ร้อยละ 0.7 พูดภาษาโปรตุเกส ภาษาจีนกลางร้อยละ 5 ฮกเกี้ยนร้อยละ 3.7 ภาษาอังกฤษร้อยละ 2.3 และภาษาจีนอื่นๆร้อยละ 2 ตากาล๊อกร้อยละ 1.7 และอื่นๆร้อยละ 1.3 (พ.ศ. 2554)

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบมีขอบเขต (Limited Democracy)

ระบบการเมืองการปกครอง

มาเก๊ามีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน (Special Administrative Region: SAR) ภายใต้ระบบการปกครองแบบหนึ่งประเทศสองระบบ โดยมีรัฐธรรมนูญ หรือ Basic Law เป็นกฎหมายแม่บทของมาเก๊า สาระสำคัญของ Basic Law คือ ให้มาเก๊ามีอิสระในการปกครองตนเองในระดับสูง (high degree of autonomy) ยกเว้นด้านการทหารและการต่างประเทศ สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นๆ ได้ และเป็นเขตศุลกากรอิสระ (separate customs area) กล่าวได้ว่า มีอิสระในการจัดการกิจการภายใน ทั้งการบริหาร การศาล ด้านกฎหมาย และเศรษฐกิจ เป็นระยะเวลา 50 ปี (สิ้นสุดปี พ.ศ. 2592) โดยที่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน

วันที่ได้รับเอกราช

ยังคงเป็นเขตการปกครองพิเศษของประเทศจีน

รัฐธรรมนูญ

กฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) ได้รับการอนุมัติจากประเทศจีนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2546 ถือว่าเป็น "รัฐธรรมนูฐฉบับย่อของมาเก๊า"

ฝ่ายบริหาร

- Chief Executive (ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า) เป็นผู้นำรัฐบาล และผู้บริหารสูงสุดของมาเก๊าได้รับเลือกจาก Election Committee จำนวน 200 คน และได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลจีน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน ผู้บริหารสูงสุดคนปัจจุบัน คือ นาย Edmund Ho Hau wah (เข้าดำรงตำแหน่งวาระแรกเมื่อปี 2542 และวาระที่ 2 เมื่อปี 2547)

- Executive Council ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้บริหารสูงสุด เป็นสภาที่ปรึกษาของผู้บริหารสูงสุดในการกำหนดนโยบาย ประกอบด้วยสมาชิก 10 คน เป็นเลขาธิการของรัฐบาลจำนวน 5 คน สมาชิกสภานิติบัญญัติ 3 คน และนักธุรกิจ 2 คน

ฝ่ายนิติบัญญัติ

Legislative Council: LEGCO (สภานิติบัญญัติ) ประกอบด้วยสมาชิก 27 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 10 คน ผู้แทนจากสาขาอาชีพต่างๆ 10 คน ผู้แทนจากการแต่งตั้งของผู้บริหารสูงสุด 7 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี มีหน้าที่ออกกฎหมาย ควบคุมการใช้จ่ายบประมาณและการบริหารงานของรัฐบาล

ฝ่ายตุลาการ

ตามคำแถลงการณ์ร่วมของจีนและโปรตุเกส ปี พ.ศ. 2530 จีนและโปรตุเกสยอมรับการมีอธิปไตยทางการศาลของมาเก๊า ศาลในมาเก๊า ประกอบด้วย Court of First Instance, Court of Second Instance และ Court of Final Appeal

ระบบกฎหมาย

ใช้กฎหมายบ้านเมืองที่มีกฎหมายของโปรตุเกสเป็นต้นแบบ

 


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  19 มกราคม 2560

Update 20 กันยายน 2560

 

  • Chief Executive

   Fernando CHUI Sai-on

  • Sec. for Admin. & Justice

   Florinda Da Rosa Silva CHAN

  • Sec. for Economics & Finance

   Francis TAM Pak-yuen

  • Sec. for Security

  CHEONG Kuoc Va

  • Sec. for Social Affairs & Culture

  CHEONG U

  • Sec. for Transport & Public Works

  LAU Si Io

  • Procurator Gen.

  HO Chio Meng

  • Pres., Court of Final Appeal

  SAM Hou Fai

  • Pres., Legislative Council

   HO Iat Seng

  • Commissioner, Audit

  HO Veng On

  • Commissioner, Independent Commission Against Corruption

  FONG Man Chong

 

ที่มา https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/CH.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

62.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

95,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

-4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 0%
  • ภาคอุตสาหกรรม 11.2%
  • ภาคการบริการ 88.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

2.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

1.9% (ค่าประมาณพ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

11.95พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ค่าประมาณพ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ใช้พื้นที่ประมาณ 2% ในการทำการเพาะปลูก ส่วนใหญ่เป็นการปลูกผัก การตกปลาจะเป็นการตกสัตว์น้ำประเภทกุ้ง ปู เพรียง โดยส่งออกไปขายยังฮ่องกง

อุตสาหกรรม

การท่องเที่ยว การพนัน เสื้อผ้าสำเร็จรูป สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า ของเล่น

มูลค่าการส่งออก

1.137 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2556)

สินค้าส่งออก

เสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า ของเล่น อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เครื่องจักรและอะไหล่

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Hong Kong 63.4%, China 18.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

14.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้า

วัตถุดิบและสินค้าโรงงานกึ่งสำเร็จรูป (ที่นำมาผลิตต่อเพื่อขาย) สินค้าอุปโภคบริโภค (อาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ) สินค้าทุน แร่เชื้อเพลิงและน้ำมัน

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 33.8%, Hong Kong 8.8%, France 6.9%, Japan 8.5%, Switzerland 8%, Italy 6.7%, US 6.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Macau pataca (MOP) โดยตรึงค่าเงินกับเงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง

ระบบเศรษฐกิจ

มาเก๊ามีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี เนื่องจากมาเก๊าไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและขาดแคลนที่ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้หลักของมาเก๊ามาจากการผลิตเพื่อส่งออก การท่องเที่ยวและธุรกิจการพนัน ปีงบประมาณของมาเก๊าเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม

สินค้าส่งออกที่สำคัญของมาเก๊า ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของเล่น สินค้านำเข้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และสินค้ากึ่งวัตถุดิบสำหรับการผลิต

นโยบายด้านการท่องเที่ยวของมาเก๊า

  • พัฒนาสถานที่ที่เป็นมรดกเชิงวัฒนธรรมหรืออาคารสถานที่ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีนและโปรตุเกส โดยรัฐบาลมาเก๊าได้ยื่นเรื่องต่อ UNESCO เพื่อขอให้อาคารหลายแห่งในมาเก๊าได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลก
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ (Macau Museum, Maritime Museum, Macau Museum of Art, Grand Prix Museum และ Wine Museum)
  • ส่งเสริมการเป็น gastronomic cities โดยส่งเสริมให้มาเก๊าเป็นแหล่งพักผ่อนและรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารของมาเก๊า อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าว รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมาเก๊าส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยดังเห็นได้จากการที่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้นเป็น 40 ร้าน (จากจำนวน 10 ร้านในปี 2545)
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา (Ecotourism) เช่นการเดินชมป่า การจัดโปรแกรมสำหรับเด็ก เช่น การเยี่ยมชม Music farm
  • ส่งเสริมสถานะการเป็นสถานที่จัดงานประชุมและงานแสดงนานาชาติ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพงานแข่งขันและการประชุมที่สำคัญ เช่น ในปี 2548 เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2005 PATA Annual Conference (17-21 เม.ย.) 4th East Asian Games (29 ต.ค.-6 พ.ย.) และเป็นเจ้าภาพการประชุม 2nd Asian Indoor Game ในปี 2550

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า

ความสัมพันธ์ไทย-มาเก๊า

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่แสดงความเชื่อมั่นต่ออนาคตของมาเก๊าภายใต้การปกครองของจีนตามหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" (One Country, Two Systems) และความสัมพันธ์ไทย - มาเก๊าราบรื่นมาโดยตลอด การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันที่สำคัญ ได้แก่ การเสด็จฯ เยือนมาเก๊าของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะแขกเกียรติยศในพิธีส่งมอบมาเก๊าคืน แก่จีน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีนและโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2542 และการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ของนาย Edmund Ho Hau-Wah ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า ระหว่างวันที่ 8 - 10 เมษายน 2550

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

สินค้าส่งออกของไทยไปมาเก๊า 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าสำหรับ การเดินทาง ปลาสดและปลาทอด แผนวงจรไฟฟ้า สินค้านำเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ แร่เหล็กและแผ่นเหล็กเคมีภัณฑ์ เสื้อผ้า รองเท้า สิ่งทอ

การท่องเที่ยว

ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก รวมทั้งปัญหาการเมืองของไทยและค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเก๊าเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยลดลงจาก 15,797 คน ในปี 2551 เหลือ 13,924 คน ในปี 2552 หรือลดลงร้อยละ 11.86

แรงงาน
ในปี 2552 มีแรงงานไทยในมาเก๊ารวม 923 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ แม่บ้าน พนักงานร้านอาหาร ผู้ประกอบอาหาร

การเยือน

- ในพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม พ.ศ. 2542 รัฐบาลจีนและโปรตุเกสกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมเป็นแขกเกียรติยศในพิธี โดยมี นายสุรินทร์พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและภรรยา ร่วมเป็นเกียรติในงาน

- นายสุรเกียรติ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนมาเก๊าเพื่อร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา และเข้าพบหารือกับนาย Edmund Ho ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

- ระหว่างวันที่ 8 - 10 เมษายน 2550 นาย Edmund Ho ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊าพร้อมคณะได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยระหว่างการเยือนนาย Edmund Ho ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการ0กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณชย์ ซึ่งทั้งฝ่ายไทย และมาเก๊าเห็นว่าไทย มาเก๊ามีศักยภาพในการพัฒนาระดับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจอีกมาก

ความตกลง

- Air Service Agreement (ลงนามเมื่อ พฤศจิกายน พ.ศ. 2538)

- ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราไทย-มาเก๊า (The Agreement on Exemption of Visa Requirement) เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 นายสุรเกียรติ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนฝ่ายไทย และนาง Florinda Da Rosa Silva Chan, Secretary ด้านการบริหารและยุติธรรม ตัวแทนฝ่ายมาเก๊า ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราไทย-มาเก๊า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายหลังจากวันลงนาม 60 วัน (วันที่ 15 มกราคม 2546)

ชุมชนไทยในมาเก๊า

- แรงงานไทย
คนไทยในมาเก๊ามีประมาณ 1,500 คน ส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในย่านชุมชนไทย
ที่เรียกว่า Thai Town และจำนวนแรงงานไทย 575 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในร้านอาหารไทย คาสิโน ไนท์คลับ โรงแรม และประกอบธุรกิจส่วนตัว

- นโยบายแรงงาน
ทางการมาเก๊าให้ความสำคัญกับแรงงานท้องถิ่นมาก และพยายามที่จะลดอัตราการว่างงาน ดังนั้นจึงอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้เฉพาะบางสาขาอาชีพซึ่งแรงงานท้องถิ่นไม่สามารถตอบสนองความต้องการแรงงานได้ ทั้งนี้ นายจ้างจะเป็นผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อ Economic Department ซึ่งรับผิดชอบด้านแรงงานของมาเก๊า เพื่อขออนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ และติดต่อกรมตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินขั้นตอนการขอบัตรทำงานต่อไป

- สาขาอาชีพ
สาขาอาชีพที่ชาวต่างชาติได้รับการว่าจ้างประกอบด้วย พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร พนักงานคิดเงิน พนักงานทำความสะอาด พ่อครัว พนักงานในสถานบันเทิงทำงานกลางคืน ลักษณะการจัดหาพนักงาน จะเป็นในลักษณะผู้ที่ทำงานอยู่ก่อนแนะนำคนรู้จักหรือเพื่อนให้มาทำงานที่เดียวกัน

 

ที่มา: กองเอเชียตะวันออก 3 กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                                  
มูลค่าการค้า 478,911.68 455,271.89 417,005.39 417,005.39 409,994.16 0.14 -4.94 -8.41 -8.41 -1.68 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การส่งออก 228,504.89 227,523.51 214,352.40 214,352.40 215,326.62 -0.26 -0.43 -5.79 -5.79 0.45 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การนำเข้า 250,406.80 227,748.38 202,652.99 202,652.99 194,667.54 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -3.94 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
ดุลการค้า -21,901.91 -224.88 11,699.41 11,699.41 20,659.09                        
ไทย - มาเก๊า                                  
มูลค่าการค้า 32.35 31.64 35.43 35.43 31.48 42.62 -2.20 11.99 11.99 -11.17 0.01 0.01 0.01 0.01 0.01
การส่งออก 23.13 21.21 24.60 24.60 21.98 40.11 -8.29 15.97 15.97 -10.66 0.01 0.01 0.01 0.01 0.01
การนำเข้า 9.22 10.43 10.83 10.83 9.50 49.32 13.09 3.89 3.89 -12.33 0.00 0.00 0.01 0.01 0.00
ดุลการค้า 13.91 10.79 13.77 13.77 12.48                        

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 อัญมณีและเครื่องประดับ 0.7 2.5 6.3 6.3 5.4 51.86 244.30 156.13 156.13 -14.16
2 ข้าว 2.7 2.5 2.7 2.7 3.5 7.12 -7.90 7.09 7.09 30.36
3 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ 2.3 0.7 1.7 1.7 2.3 46.59 -68.55 132.99 132.99 39.73
4 ผลิตภัณฑ์ข้าว 1.1 0.8 1.0 1.0 1.1 26.79 -25.31 26.82 26.82 13.87
5 กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง - - - - 0.9 - - - - -
6 อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด - - 0.0 0.0 0.7 - - - - 26,151.85
7 ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 0.9 0.6 0.7 0.7 0.7 46.35 -40.92 17.08 17.08 4.20
8 สัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซียและโมลลุสก์ อื่น ๆ 0.8 1.3 0.9 0.9 0.7 346.70 70.78 -35.11 -35.11 -24.18
9 เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 0.3 0.2 0.1 0.1 0.5 1.43 -50.29 -38.67 -38.67 407.26
10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.4 0.4 0.4 0.4 0.5 136.61 -14.16 20.77 20.77 11.06
รวม 10 รายการ 9.2 8.9 13.7 13.7 16.2 37.64 -3.51 54.39 54.39 18.40
อื่นๆ 13.9 12.3 10.9 10.9 5.8 41.80 -11.45 -11.70 -11.70 -46.82
รวมทั้งสิ้น 23.1 21.2 24.6 24.6 22.0 40.11 -8.29 15.97 15.97 -10.47

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 6.8 8.3 9.5 9.5 7.8 54.13 21.65 14.88 14.88 -18.28
2 เคมีภัณฑ์ 0.3 0.2 0.5 0.5 0.7 3.99 -36.56 119.99 119.99 52.47
3 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.7 0.2 0.2 0.2 0.3 63.23 -75.56 17.37 17.37 67.06
4 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 0.0 0.1 0.3 0.3 0.3 194.12 459.50 143.61 143.61 15.92
5 แผงวงจรไฟฟ้า 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 4,266.67 -60.69 166.99 166.99 574.91
6 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 -39.20 164.29 -15.72 -15.72 -55.86
7 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - 257.58 -76.27 -76.27 810.71
8 สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 77.78 -12.50 -64.29 -64.29 3,180.00
9 วงจรพิมพ์ 0.9 1.1 - - 0.0 28,934.38 13.24 - - -
10 ผ้าผืน 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 121.16 -98.02 214.29 214.29 -15.91
รวม 10 รายการ 9.0 10.0 10.6 10.6 9.4 69.15 11.07 6.17 6.17 -11.14
อื่นๆ 0.2 0.4 0.2 0.2 0.1 -74.56 97.23 -49.53 -49.53 -70.62
รวมทั้งสิ้น 9.2 10.4 10.8 10.8 9.5 49.32 13.09 3.89 3.89 -12.33

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

 

JoomSpirit