สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

Flag of the Philippines Coat of Arms of the Philippines
ธง ตราสัญลักษณ์

 

คำขวัญ
Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

(เพื่อพระเจ้า ประชาชน ธรรมชาติ และบ้านเมือง)

 

The Philippines and ASEAN orthographic projection
ที่มา:  http://www.wikipedia.org/
 
philippines4
ที่มา:   lonelyplanet.com

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) หรือ ฟิลิปปินส์ (the Philippines)

ที่ตั้ง

ทิศตะวันตกและทิศเหนือติดกับทะเลจีนใต้ ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างละติจูดที่ 13 00 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 122 00 องศาตะวันออก

พื้นที่

พื้นที่ 300,000 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย) พื้นดิน 298,170 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,830 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 7,107 เกาะ ชายฝั่งทะเลยาว 36,289 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1,800 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบต่ำชายฝั่ง

สภาพภูมิอากาศ

อากาศเมืองร้อน มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนพฤศจิกายน-เมษายน และมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (พฤษภาคม-ตุลาคม)

ทรัพยากรธรรมชาติ

ไม้ซุง ปิโตรเลียม นิกเกิล โคบอลต์ เงิน ทองคำ เกลือ ทองแดง

ภัยธรรมชาติ

อยู่ระหว่างแนวเข็มขัดไต้ฝุ่น (Typhoon Belt) ในแต่ละปีจะเผชิญกับพายุไต้ฝุ่น ประมาณ 15 ลูก พายุไซโคลน 5-6 ลูก นอกจากนี้ยังมีดินถล่ม ภูเขาไฟ แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง สึนามิ

จำนวนประชากร

104,256,076 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

ฟิลิปปินส์ (Filipino (s))

เชื้อชาติ

ตากาล็อก (Tagalog) 28.1% ซีบูเอโน (Cebuano) 13.1% อิลโลคาโน (Ilcano) 9% Bisaya/ Binisaya 7.6% Hiligaynon Ilonggo 7.5% Bikol 6% Waray 3.4% อื่นๆ 25.3%(สำมะโนประชากร พ.ศ. 2543)

ศาสนา

โรมันคาธอลิก 82.9% มุสลิม 5% Evangelical 2.8%, Iglesia ni Kristo 2.3%, คริสต์นิกายอื่นๆ 4.5%, ศาสนาอื่นๆ 1.8%, ที่ไม่ระบุ 0.6%, ไม่นับถือศาสนา 0.1% (สำมะโนประชากร พ.ศ. 2543)

ภาษา

ฟิลิปิโน (Filipino) และอังกฤษเป็นภาษราชการ และภาษาถิ่นที่ใช้กันมากอีก 8 ภาษา ได้แก่ Tagalog, Cebuano, Ilocano, Hiligaynon or Ilonggo, Bicol, Waray, Pampango, Pangasinan

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (Republic)

เมืองหลวง

กรุงมะนิลา

การแบ่งเขตการปกครอง

31 เขต 80 จังหวัดและ 120 เมือง (Chartered Cities)

เขต: เขตอีโลกอส (Ilocos Region, Region I) คากายันแวลลีย์ (Cagayan Valley, Region II) เซนทรัลลูซอนคาลาบาร์ซอน (CALABARZON, Region IV-A) มิมาโรปา (MIMAROPA, Region IV-B) เขตบีโกล (Bicol Region, Region V) เวสเทิร์นวิซายา (Western Visayas, Region VI) เซนทรัลวิซายา (Central Visayas, Region VII) อีสเทิร์นวิซายาคาบสมุทรซัมโบอังกา (Zamboanga Peninsula, Region IX) นอร์เทิร์นมินดาเนา (Northern Mindanao, Region X) เขตดาเวา (Davao Region, Region XI) ซอกสก์ซาร์เกน (SOCCSKSARGEN, Region XII) คารากาเขตปกครองตนเองในมินดาเนามุสลิม (Autonomous Region in Muslim Mindanao, ARMM) เขตบริหารกอร์ดีเยรา (Cordillera Administrative Region, CAR) เขตนครหลวง (National Capital Region, NCR) (หรือ Metro Manila: เมโทรมะนิลา) (Central Luzon, Region III) (Eastern Visayas, Region VIII) (Caraga, Region XIII)

จังหวัด: Abra, Agusan del Norte, Agusan del Sur, Aklan, Albay, Antique, Apayao, Aurora, Basilan, Bataan, Batanes, Batangas, Biliran, Benguet, Bohol, Bukidnon, Bulacan, Cagayan, Camarines Norte, Camarines Sur, Camiguin, Capiz, Catanduanes, Cavite, Cebu, Compostela, Davao del Norte, Davao del Sur, Davao Oriental, Dinagat Islands, Eastern Samar, Guimaras, Ifugao, Ilocos Norte, Ilocos Sur, Iloilo, Isabela, Kalinga, Laguna, Lanao del Norte, Lanao del Sur, La Union, Leyte, Maguindanao, Marinduque, Masbate, Mindoro Occidental, Mindoro Oriental, Misamis Occidental, Misamis Oriental, Mountain Province, Negros Occidental, Negros Oriental, North Cotabato, Northern Samar, Nueva Ecija, Nueva Vizcaya, Palawan, Pampanga, Pangasinan, Quezon, Quirino, Rizal, Romblon, Samar, Sarangani, Siquijor, Sorsogon, South Cotabato, Southern Leyte, Sultan Kudarat, Sulu, Surigao del Norte, Surigao del Sur, Tarlac, Tawi-Tawi, Zambales, Zamboanga del Norte, Zamboanga del Sur, Zamboanga Sibugay

เมือง: Alaminos, Angeles, Antipolo, Bacolod, Bago, Baguio, Bais, Balanga, Batac, Batangas, Bayawan, Bislig, Butuan, Cabadbaran, Cabanatuan, Cadiz, Cagayan de Oro, Calamba, Calapan, Calbayog, Candon, Canlaon, Cauayan, Cavite, Cebu, Cotabato, Dagupan, Danao, Dapitan, Davao, Digos, Dipolog, Dumaguete, Escalante, Gapan, General Santos, Gingoog, Himamaylan, Iligan, Iloilo, Isabela, Iriga, Kabankalan, Kalookan, Kidapawan, Koronadal, La Carlota, Laoag, Lapu-Lapu, Las Pinas, Legazpi, Ligao, Lipa, Lucena, Maasin, Makati, Malabon, Malaybalay, Malolos, Mandaluyong, Mandaue, Manila, Marawi, Marikina, Masbate, Mati, Meycauayan, Muntinlupa, Munoz, Naga, Navotas, Olongapo, Ormoc, Oroquieta, Ozamis, Pagadian, Palayan, Panabo, Paranaque, Pasay, Pasig, Passi, Puerto Princesa, Quezon, Roxas, Sagay, Samal, San Carlos (in Negros Occidental), San Carlos (in Pangasinan), San Fernando (in La Union), San Fernando (in Pampanga), San Jose, San Jose del Monte, San Juan, San Pablo, Santa Rosa, Santiago, Silay, Sipalay, Sorsogon, Surigao, Tabaco, Tacloban, Tacurong, Tagaytay, Tagbilaran, Taguig, Tagum, Talisay (in Cebu), Talisay (in Negros Occidental), Tanauan, Tangub, Tanjay, Tarlac, Toledo, Tuguegarao, Trece Martires, Urdaneta, Valencia, Valenzuela, Victorias, Vigan, Zamboanga (2009)

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

Ph regions and provinces

 

Region Designation Regional center
Ilocos Region Region I San FernandoLa Union
Cagayan Valley Region II TuguegaraoCagayan
Central Luzon Region III San FernandoPampanga
CALABARZON Region IV-A CalambaLaguna
MIMAROPA Region IV-B CalapanOriental Mindoro
Bicol Region Region V LegazpiAlbay
Western Visayas Region VI Iloilo City
Central Visayas Region VII Cebu City
Eastern Visayas Region VIII Tacloban
Zamboanga Peninsula Region IX Pagadian
Northern Mindanao Region X Cagayan de Oro
Davao Region Region XI Davao City
SOCCSKSARGEN Region XII KoronadalSouth Cotabato
Caraga Region XIII Butuan
Autonomous Region in Muslim Mindanao ARMM Cotabato City
Cordillera Administrative Region CAR Baguio
National Capital Region NCR Manila

 

วันที่ได้รับเอกราช

12 มิถุนายน พ.ศ. 2441 จากสเปน และวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2489

รัฐธรรมนูญ

2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 มีผลบังคับใช้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ หัวหน้าคณะรัฐบาล และเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐบาลโดยความเห็นชอบจาก Commission of Appointments การเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งต่างวาระ (แบบ Popular Vote) รับตำแหน่งได้วาระเดียว วาระละ 6 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาคู่ (Bicameral Congress หรือ Kongreso) ประกอบด้วย (1) รัฐสภา (the Senate หรือ Senado) สมาชิกจำนวน 24 ที่นั่ง มีการเลือกตั้งกึ่งหนึ่งทุกๆ 3 ปี โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี (2) สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives หรือ Kapulungan Ng Nga Kinatawan) จากผลการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2550 มีสมาชิกจำนวน 240 ที่นั่ง โดย 218 ที่นั่งเป็นตัวแทนแต่ละเขต และ 22 ที่นั่งเป็นส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ จากการเลือกตั้งย่อยในอัตราส่วน 1 ที่นั่งทุกๆ ร้อยละ 2 ของการออกเสียงเลือกตั้ง (จำกัดไว้เพียง 3 ที่นั่ง) สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี (หมายเหตุ- รัฐธรรมนูญระบุจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีได้ไม่เกิน 250 คน) การเลือกตั้งครั้งต่อไปมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553

ฝ่ายตุลาการ

ระบบศาลฎีกา (Supreme Court) ผู้พิพากษา 15 คนมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี จากคำแนะนำของ Judicial and Bar Council ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งอายุ 70 ปี ศาลอุทธรณ์ (Court of Appeals) และศาล Sandigan-bayanซึ่งเป็นศาลพิเศษตัดสินคดีฉ้อโกงของข้าราชการ

ระบบกฎหมาย

กฎหมายสเปนและกฎหมายแองโกล-อเมริกัน (Spanish and Anglo-American Law) ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยมีการสงวนสิทธิ์บางประการ

นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

การเมืองการปกครอง

ฟิลิปปินส์มีการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยแบบมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย (Gloria Macapagal Arroyo) ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2547 และได้แถลงนโยบายและผลงานประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Nation Address) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2547 สรุปว่า จะดำเนินตามนโยบาย 10 ประการที่ได้ประกาศไว้ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ได้แก่

  1. การปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง
  2. การสร้างงาน
  3. การสร้างความยุติธรรมทางสังคมและความต้องการขั้นพื้นฐาน
  4. การปรับปรุงระบบการศึกษาให้ทันสมัย
  5. การพึ่งพาและการประหยัดพลังงานภายในประเทศ
  6. แก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ
  7. การลดจำนวนหน่วยงานของรัฐบาล
  8. การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
  9. การเพิ่มปริมาณการลงทุน
  10. การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด

 

ฟิลิปปินส์ประสบปัญหากลุ่มก่อความไม่สงบในหมู่เกาะมินดาเนา แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่

กลุ่มที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน (secessionist movement) เช่น Moro Islamic Liberation Front (MILF) และ Moro National Liberation Front- Misuari Group (MNLF-MG)
กลุ่มก่อการร้าย (terrorist group) เช่น Abu Sayyaf Group (ASG) และ Jemaah Islamiya (JI) และ Foreign Militant Jihadist
กลุ่มคอมมิวนิสต์ (communist insurgency) เช่น Communist Party of the Philippines (CPP), New People's Army (NPA) และ National Democratic Front (NDF) รัฐบาลฟิลิปปินส์มีนโยบายใช้การเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหา โดยคำนึงถึงความต้องการของ ทุกฝ่าย และเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้มิตรประเทศสนับสนุนกระบวนการเจรจาสันติภาพ เช่น รัฐบาลมาเลเซียได้ช่วยประสานงานการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับ กลุ่ม MILF สำหรับกลุ่มก่อการร้าย เช่น JI รัฐบาลใช้นโยบายปราบปรามและโดดเดี่ยวกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุสลิมไม่ให้ได้รับ ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดี อาคีโน ที่สาม มุ่งให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบบริหารประเทศเพื่อปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงและขจัดความยากจน จึงได้รับความนิยม จากประชาชนและมีสถานะความมั่นคงทางการเมืองสูง ทั้งนี้ รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ การสร้างมาตรฐานกฎระเบียบด้านงบประมาณ การปรับปรุงระบบข้าราชการพลเรือน และการปรับปรุงระบบการศึกษา ส่วนประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลฟิลิปปินส์เน้นการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นท้าทายต่าง ๆ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโรคติดต่อ การฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ และการสร้างพลังประชาคมระหว่างประเทศในทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals – MDG) ภายในปี 2558


นโยบายต่างประเทศ

นโยบายต่างประเทศของฟิลิปปินส์อยู่บนพื้นฐานของนโยบายหลัก 3 ด้าน คือ (1) ด้านความมั่นคง (2) ด้านเศรษฐกิจ และ (3) ด้านแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipinos Workers) โดยเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติกับการเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมระหว่างประเทศ และยังคงให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศสมาชิกอาเซียน

 ฟิลิปปินส์มีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา เนื่องด้วยความเกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์ ความเป็น พันธมิตรด้านความมั่นคง และสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ในระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดีอาคีโน ที่สาม เมื่อเดือนกันยายน 2553 รัฐบาลฟิลิปปินส์ประสบผลสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนและเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาพร้อมจะสนับสนุนนโยบายแห่งชาติของฟิลิปปินส์ในทุกมิติ ในการนี้ ฟิลิปปินส์ได้ลงนามความตกลง Millennium Challenge Account (MCA) มูลค่า 434 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความตกลงดังกล่าว อยู่ภายใต้การดำเนินงานของความร่วมมือแห่งความท้าทายแห่งสหัสวรรษ (Millennium Challenge Corporation – MCC) โดยเป็นเงินทุนจากสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนประเทศที่ยากจนเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังได้แสดงความสนใจที่จะเพิ่มพลวัตร และแรงขับเคลื่อนทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยการเข้าร่วมการเจรจาความตกลงว่าด้วยการค้าเสรีในกรอบ Trans – Pacific Economic Partnership

 ฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์ในระดับดีกับนานาประเทศ อาทิ (1) กับญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์และเป็นประเทศผู้บริจาครายสำคัญต่อการพัฒนาในมินดาเนา (2) กับจีนในฐานะประเทศคู่ค้าและผู้ลงทุนที่สำคัญ และ (3) กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน และเยเมน ซึ่งเป็นตลาดแรงงานสำคัญของฟิลิปปินส์และแหล่งทุนสำหรับการพัฒนาในมินดาเนา ตลอดจนมีศักยภาพที่จะสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการเข้าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference – OIC)

 ฟิลิปปินส์ส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (1) การร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front – MILF) และกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร (Moro National Liberation Front – MNLF) (2) การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่ม NAM วาระพิเศษว่าด้วยเรื่อง Interfaith Dialogue และความร่วมมือเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (Special Non-Aligned Movement Ministerial Meeting - SNAMM) เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ซึ่งมีการรับรองปฏิญญามะนิลาเกี่ยวกับหลักสำคัญในการบรรลุผลด้านสันติภาพและการพัฒนาโดยใช้ Interfaith Dialogue (3) การเป็นประธานการประชุมทบทวนไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (2010 Review Conference of Non-Proliferation of Nuclear Weapon – NPT) ซึ่งสาระสำคัญเกี่ยวกับการลดและไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติจำนวน 64 ข้อ ได้รับการบรรจุไว้ในรายงานสุดท้ายของการประชุมดังกล่าว (4) การส่งกองกำลังฟิลิปปินส์เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ และ (5) การมีบทบาทที่แข็งขันในกรอบอาเซียน อาทิ บทบาทในฐานะประเทศผู้ประสานงานการเจรจาระหว่างอาเซียน – สหรัฐอเมริกา การส่งเสริมการจัดทำแนวทางปฏิบัติ ในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in South China Sea) รวมทั้งการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียน

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  13 มกราคม  2560

 Update 26 กันยายน 2560

 

  • Pres. Rodrigo DUTERTE
  • Vice Pres. Leni ROBREDO
  • Executive Sec. Salvador MEDIALDEA
  • Chief of Staff Julia ABAD
  • Sec. to the Cabinet Leoncio EVASCO
  • Sec. of Agrarian Reform Rafael MARIANO
  • Sec. of Agriculture Emmanual PINOL
  • Sec. of the Budget & Management Benjamin DIOKNO
  • Sec. of Education, Culture, & Sports Leonor BRIONES
  • Sec. of Energy (Acting) Alfonso CUS
  • Sec. of Environment & Natural Resources Regina LOPEZ
  • Sec. of Finance Carlos DOMINGUEZ III
  • Sec. of Foreign Affairs Perfecto YASAY, Jr.
  • Sec. of Health Paulyn Jean ROSELL- UBIAL
  • Sec. of Information & Communications Technology Rodolfo SALALIMA
  • Sec. of Interior & Local Govt. Ismael SUENO
  • Sec. of Justice Vitaliano AGUIRRE II
  • Sec. of Labor & Employment Silvestre "Bebot" BELLO III
  • Sec. of National Defense Delfin LORENZANA
  • Sec. of Public Works & Highways Mark VILLAR
  • Sec. of Science & Technology Fortunato de la PENA
  • Sec. of Social Welfare & Development Judy TAGUIWALO
  • Sec. of Socioeconomic Planning Ernesto PERNIA
  • Sec. of Tourism Wanda Corazon TED
  • Sec. of Trade & Industry Ramon LOPEZ
  • Sec. of Transportation & Communications Arthur TUGADE
  • National Security Adviser Hermogenes ESPERON, Jr.
  • Governor, Central Bank of the Philippines Amando TETANGCO, Jr.
  • Ambassador to the US N/A
  • Permanent Representative to the UN, New York Lourdes Ortiz YPARRAGUIRRE

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/RP.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

805.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายหัว

7,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

6.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 9.7%
• ภาคอุตสาหกรรม 30.5%
• ภาคการบริการ 59.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

5.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

1.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

อ้อย มะพร้าว ข้าว ข้าวโพด กล้วย มันสำปะหลังอัดเม็ด สัปปะรด มะม่วง เนื้อสุกร ไข่ เนื้อวัว ปลา

อุตสาหกรรม

ประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากไม้ แปรรูปอาหาร กลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ตกปลา

อัตราการเกิบโตภาคอุตสาหกรรม

8.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

42.1% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

601 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

43.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ผลิตภัณฑ์สารกึ่งตัวนำและอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์การขนส่ง เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ทองแดง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม น้ำมันมะพร้าว ผลไม้

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Japan 21.1%, US 15%, China 10.9%, Hong Kong 10.6%, Singapore 6.2%, Germany 4.5%, South Korea 4.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

77.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แร่เชื้อเพลิง เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง เหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ ธัญพืช เคมีภัณฑ์ พลาสติก

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

hina 16.2%, US 10.8%, Japan 9.6%, Singapore 7%, South Korea 6.5%, Thailand 6.4%, Malaysia 4.8%, Indonesia 4.4%(ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

เปโซ (Philippine Peso)

สัญลักษณ์เงิน

PHP

 

นโยบายเศรษฐกิจและสังคม 

ฟิลิปปินส์มีระบบเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกับไทย กล่าวคือ เป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากร ร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร อย่างไรก็ดี สภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันไดในบริเวณเกาะลูซอน ขณะเดียวกันประชากรฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่นิยมประกอบอาชีพในต่างประเทศ ฟิลิปปินส์จึงพึ่งพารายได้จากแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นส่วนใหญ่

 รัฐบาลภายใต้การบริหารงานด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีอาคีโน ที่สาม เน้นนโยบายสร้างวินัยทางการคลัง โดยการบริหารงบประมาณแบบสมดุล (zero - budgeting policy) เพื่อแก้ไขภาวะงบประมาณขาดดุล อันเป็นปัญหาสืบเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน ในปี 2553 รัฐบาลได้กำหนดงบประมาณขาดดุลอัตราร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หรือประมาณ 625 พันล้านเปโซ เนื่องจากความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณเพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภค และอัดฉีดเม็ดเงินให้กับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยสนับสนุนการสร้างกลไกความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ - เอกชน (public - private partnerships) และเร่งแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของต่างชาติ ผลักดันกฎหมายป้องกันการผูกขาด (anti - trust law) เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเท่าเทียม รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในสาขาสาธารณูปโภค การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เหมืองแร่ และเกษตรกรรม

 

 

สินค้าไทยมีส่วนแบ่งตลาดในฟิลิปปินส์ประมาณร้อยละ 3.5 สินค้าออกรายการสำคัญที่มีมูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับโทรทัศน์ และกระดาษ

การค้า
- การค้าระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2545 - 2554 เติบโตค่อนข้างดีสม่ำเสมอ ในปี 2555 ฟิลิปปินส์เป็นคู่ค้าลำดับที่ 5 ของไทยในอาเซียน และลำดับที่ 17 ในโลก มีมูลค่าการค้ารวม 7,585.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (235,340 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 3.27 ไทยส่งออกไปฟิลิปปินส์ 4,861.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (150,141.86 ล้านบาท) ไทยนำเข้าจากฟิลิปปินส์ 2,724.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (85,199.13 ล้านบาท) โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า  2,136.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (64,942.73 ล้านบาท) ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของฟิลิปปินส์ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และลำดับที่ 7 ของฟิลิปปินส์ในโลก โดยฟิลิปปินส์ส่งออกไปไทยเป็นลำดับที่ 9 และนำเข้าจากไทยเป็นลำดับที่ 8 ของโลก ทั้งนี้ ไทยมักจะเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับฟิลิปปินส์เป็นส่วนใหญ่
ปัญหาทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยประสบ ได้แก่ (1) การถูกเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อน (2) ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้านำเข้าจากจีน (3) สายการบินต้องเสียภาษีสูงกว่าสายการบินฟิลิปปินส์และถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้บริการท่าอากาศยานมะนิลา (4) การมีกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและโรคเกี่ยวกับพืชที่เข้มงวด และ (5) การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกสดและแช่แข็งจากไทยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2547 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิก

การลงทุน
- ในปี 2554ไทยลงทุนในฟิลิปปินส์เป็นอันดับที่ 18 (อันดับที่ 3 ในอาเซียน) ภาคเอกชนไทย ที่ลงทุนในฟิลิปปินส์ ได้แก่ เครือโรงแรมดุสิตธานี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครืออิตัลไทย เครือซิเมนต์ไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ และธนาคารกรุงเทพ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ลงทุนในไทยเป็นลำดับที่ 5 ของอาเซียน และในปี 2552 ได้รับอนุมัติโครงการจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 2 โครงการ ภาคเอกชนฟิลิปปินส์ที่ลงทุนในไทยส่วนใหญ่เป็นสาขาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่บริษัท Universal Robina (ขนมขบเคี้ยว) San Miguel (เบียร์) และบริษัท Thai Liwayway Food Industries (ขนมขบเคี้ยวยี่ห้อรินบี้และเครื่องดื่ม) ในปี 2553 มีโครงการจากฟิลิปปินส์ได้รับใบประกาศอนุมัติส่งเสริมการลงทุน (Promotion Certificate Issue) จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 1 โครงการ คือ กิจการโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพ
- ฟิลิปปินส์มีปัจจัยบวกที่ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ เช่น บุคลากรใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เป็นมิตร และตลาดภายในประเทศมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านการค้าการลงทุนที่ภาคเอกชนไทยประสบได้แก่ (1) การถูกเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน และไม่เป็นธรรม (2) ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้านำเข้าจากจีนและเวียดนาม (3) การมีกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและโรคเกี่ยวกับพืชที่เข้มงวด (4) การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกสดและแช่แข็งจากไทยตั้งแต่ 23 มกราคม 2547 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิก (5) ปัญหาในการดำเนินธุรกิจและขยายกิจการ เช่น ปัญหาในการหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อประกอบธุรกิจและการครอบครองที่ดินมีขั้นตอนที่ซับซ้อน และระบบขั้นตอนทางราชการที่ล่าช้า ค่าสาธารณูปโภคสูง การขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบายและเสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง

การท่องเที่ยว
- ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวชาวฟิลิปปินส์มาไทย จำนวน 271,903 คน และนักท่องเที่ยวไทยไปฟิลิปปินส์ ประมาณ 20,000 คน ปัจจุบัน มีชาวไทยอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ประมาณ 650 คน รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์เห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บริหารระดับสูง การจับคู่ทางธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และการจัดทำโครงการจุดหมายปลายทางร่วมด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ (Thailand-Philippines Tourist Package) เนื่องจากทั้งสองประเทศมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่สวยงามและเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของอาเซียนในภาพรวมอีกด้วย

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป 

การทูต
- ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492 เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลาคนปัจจุบันคือ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย และมีหน่วยงานในสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ เมืองเซบู เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย คนปัจจุบันคือ นางลิงลีไง เอฟ ลาคันลาเล
- ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทยกับฟิลิปปินส์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิดมานาน เป็นประเทศร่วมก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Treaty Organization - SEATO) และอาเซียน และเป็นแนวร่วมในอาเซียนและเวทีระหว่างประเทศเนื่องจากมีทัศนคติและแนวคิดคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประชาธิปไตยและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission on Bilateral Cooperation – JCBC) ตั้งเมื่อปี 2536 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ ทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 4 (ครั้งหลังสุด) เมื่อวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2550 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับรูปแบบการประชุมโดยให้จัดการประชุมเป็นประจำทุก 2 ปี โดยเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้วตามด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรีในลักษณะไม่เป็นทางการ (Retreat) ฝ่ายฟิลิปปินส์มีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 5 ซึ่งในชั้นนี้ ฟิลิปปินส์เสนอจะจัดการประชุมดังกล่าวในปี 2555
- ในปี 2552 ไทยกับฟิลิปปินส์ได้ครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีการจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าว อาทิ นิทรรศการศิลปะ การแสดงทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์โบราณสถานและการจัดเทศกาลภาพยนตร์

2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย
ความตกลงที่ลงนามไปแล้ว
2.1 ความตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือทางทหาร (ลงนามเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2490)
2.2 สนธิสัญญาไมตรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
(ลงนามเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492)
2.3 ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาณาเขตของแต่ละฝ่าย (ลงนามเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2496)
2.4 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ
(ลงนามเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2505)
2.5 ความตกลงว่าด้วยที่ดิน (ลงนามเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2506)
2.6 ความตกลงทางวัฒนธรรมไทย – ฟิลิปปินส์ (ลงนามเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2518)
2.7 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร (ลงนามเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2522)
2.8 สนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (ลงนามเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2524)
2.9 อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้
(ลงนามเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2525 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2526)
2.10 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ (ลงนามเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2526)
2.11 คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission on Bilateral Cooperation - JCBC) (ลงนามเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2535)
2.12 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2536)
2.13 ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2538)
2.14 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาการเกษตร
(ลงนามเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2540)
2.15 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางทหาร (ลงนามเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540)
2.16 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2541)
2.17 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขจัดคราบน้ำมัน (ลงนามเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542)
2.18 ความตกลงทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2542)
2.19 สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา
(ลงนามเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544)
2.20 ความตกลงแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ และจัดตั้งวิธีการดำเนินการในการสื่อสาร
(ลงนามเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545)
2.21 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (ลงนามเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2546)
2.22 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (ลงนามเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2546)
2.23 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าวไทย – ฟิลิปปินส์ (ลงนามเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553)
2.24 บันทึกความตกลงว่าด้วยการซื้อขายข้าวไทย – ฟิลิปปินส์ (ลงนามเมื่อเดือนมิถุนายน 2554)
ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ
2.24 อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – ฟิลิปปินส์ (ฉบับแก้ไข)
2.25 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย – ฟิลิปปินส์
2.26 บันทึกความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนครู
2.27 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติดและสารตั้งต้นการผลิต
2.28 ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน ไทย - ฟิลิปปินส์

3. การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย
พระราชวงศ์
  • วันที่ 9 - 14 กรกฎาคม 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ และในโอกาสดังกล่าว นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุตรีของนายดีออสดาโด มาคาปากัล (Diosdado Macapagal) ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ขณะนั้น ได้ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  • วันที่ 27 สิงหาคม - 2 กันยายน 2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงรับรางวัลรามอน แมกไซไซ ซึ่งมูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ ทูลเกล้าฯ ถวาย
  • วันที่ 24-26 กรกฎาคม 2535 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์
  • วันที่ 11 - 14 มีนาคม 2540 พระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นองค์ประธานการเปิดโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา และเป็นองค์ประธานพิธีเปิดศาลาไทย ณ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ วิทยาเขตลอสบายอส
  • วันที่ 26 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2548 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯ ไปทรงร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23
  • วันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงเปิดและเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติด้านพันธุกรรมข้าว ครั้งที่ 6 (The 6th international Rice Genetics Symposium) และทรงเปิดนิทรรศการฉลองการสถาปนาสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute: IRRI) ครบรอบ 50 ปี
 
รัฐบาล
  • วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 14 สิงหาคม 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 30 มิถุนายน –1 กรกฎาคม 2553 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทยเพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนการดำรงตำแหน่งของนายเบนิกโน อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
  • วันที่ 19 มกราคม 2555 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ    
 
การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายฟิลิปปินส์
รัฐบาล
  • วันที่ 15 - 19 มกราคม 2511 นายเฟอร์ดินัน อี.มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และภริยาเดินทางมาเยือนประเทศไทยอยางเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  • วันที่ 7- 8 พฤษภาคม 2545 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย
  • วันที่ 29 เมษายน 2546 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน สมัยพิเศษว่าด้วยโรค SARS
  • วันที่ 20 - 21 ตุลาคม 2546 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14
  • วันที่ 10 - 12 เมษายน 2552 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 12 และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4
  • วันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2552 นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15
  • วันที่ 26 - 27 พฤษภาคม 2554 นายเบนิกโน เอส อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
 
การประชุมที่สำคัญ
ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2550 ที่กรุงเทพฯ และมีกำหนดจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 5 ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2556 ณ กรุงมะนิลา
 
 

เวบไซต์หน่วยงานฟิลิปปินส์อื่น ๆ (LINKS)

สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย
Office of the President 
House of Representatives
Department of Agrarian Reform 
Department of Agriculture 
Department of Budget and Management 
Department of Education, Culture and Sports
Department of Energy 
Department of Environment and Natural Resources
Department of Finance 
Department of Foreign Affairs 
Department of Health 
Department of the Interior and Local Government
Department of Justice 
Department of Labor and Employment 
Armed Forces of the Philippines 
Department of Public Works and Highways
Department of Science and Technology
Department of Social Welfare and Development 
Department of Tourism 
Department of Trade and Industry 
Department of Transportation and Communications

ที่มา ทวีปเอเชีย : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - ฟิลิปปินส์                      
มูลค่าการค้า 7,661.31 8,477.35 8,349.77 8,349.77 9,108.15 1.00 10.65 -1.50 -1.50 9.08
การส่งออก 5,033.94 5,864.97 5,991.65 5,991.65 6,396.34 3.55 16.51 2.16 2.16 6.75
การนำเข้า 2,627.37 2,612.38 2,358.12 2,358.12 2,711.81 -3.55 -0.57 -9.73 -9.73 15.00
ดุลการค้า 2,406.56 3,252.59 3,633.53 3,633.53 3,684.54            

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 1,204.0 1,540.7 2,067.8 2,067.8 2,333.1 20.76 27.96 34.22 34.22 12.83
2 แผงวงจรไฟฟ้า 365.0 424.9 401.6 401.6 409.0 4.97 16.43 -5.49 -5.49 1.84
3 เม็ดพลาสติก 217.9 344.9 225.5 225.5 243.1 14.61 58.31 -34.61 -34.61 7.80
4 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 168.6 217.2 190.0 190.0 220.7 4.72 28.86 -12.54 -12.54 16.16
5 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 138.6 153.9 173.9 173.9 208.0 -22.72 11.08 12.93 12.93 19.62
6 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 136.4 168.9 144.5 144.5 178.7 19.65 23.81 -14.47 -14.47 23.73
7 เคมีภัณฑ์ 172.9 207.6 151.3 151.3 165.6 29.51 20.10 -27.12 -27.12 9.47
8 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 114.9 161.4 127.6 127.6 152.4 6.62 40.56 -20.93 -20.93 19.40
9 ข้าวโพด 78.1 119.4 20.2 20.2 133.0 166.71 52.99 -83.11 -83.11 559.33
10 เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและ 108.9 103.6 95.9 95.9 128.4 5.51 -4.87 -7.36 -7.36 33.82
รวม 10 รายการ 2,705.1 3,442.6 3,598.3 3,598.3 4,172.0 14.49 27.27 4.52 4.52 15.94
อื่นๆ 2,328.9 2,422.3 2,393.3 2,393.3 2,224.3 -6.79 4.01 -1.20 -1.20 -7.06
รวมทั้งสิ้น 5,033.9 5,865.0 5,991.7 5,991.7 6,396.3 3.55 16.51 2.16 2.16 6.75

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

สินค้านำเข้า 10 อันดับแรกของไทยรายประเทศ
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 234.0 282.5 418.3 418.3 521.9 2.25 20.72 48.06 48.06 24.76
2 แผงวงจรไฟฟ้า 455.0 449.9 407.5 407.5 481.5 7.37 -1.12 -9.43 -9.43 18.16
3 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 467.6 400.6 344.0 344.0 329.3 -13.41 -14.33 -14.13 -14.13 -4.28
4 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 341.6 329.4 289.4 289.4 311.6 -0.13 -3.57 -12.13 -12.13 7.64
5 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 201.0 110.7 86.2 86.2 209.9 6.24 -44.93 -22.11 -22.11 143.43
6 น้ำมันดิบ 77.7 277.9 100.8 100.8 138.4 118.49 257.61 -63.72 -63.72 37.30
7 ลวดและสายเคเบิล 102.1 85.6 97.6 97.6 105.0 10.06 -16.10 13.93 13.93 7.60
8 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 77.8 43.7 49.4 49.4 85.4 -2.90 -43.76 12.88 12.88 73.04
9 ผลิตภัณฑ์ยาสูบ 89.2 86.9 68.0 68.0 51.7 11.30 -2.57 -21.72 -21.72 -23.91
10 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 50.7 48.5 53.9 53.9 48.3 -2.13 -4.42 11.23 11.23 -10.37
รวม 10 รายการ 2,096.7 2,115.8 1,915.2 1,915.2 2,283.1 1.57 0.91 -9.48 -9.48 19.21
อื่นๆ 530.6 496.6 443.0 443.0 428.8 -19.58 -6.41 -10.80 -10.80 -3.21
รวมทั้งสิ้น 2,627.4 2,612.4 2,358.1 2,358.1 2,711.8 -3.55 -0.57 -9.73 -9.73 15.00

 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย
H.E. Mr. Antonio Venus Rodriguez

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

760 Sukhumvit Road,
Corner Soi Philippines (Sukhumvit 30/1), Prakhanong,
Bangkok 10110

Tel: 0-2259-0139-40, 0-2258-5401

Fax: 0-2259-2809

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: http://www.philembassy-bangkok.net

 

  1. กองเอเชียตะวันออก 1 กรมเอเชียตะวันออกกระทรวงการต่างประเทศ (www.mfa.go.th)
  2. สถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th)
  3. The World Factbook, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  4. World Leaders, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  5. www.wikipedia.org

 

 

JoomSpirit