สาธารณรัฐเกาหลี

Flag of South Korea Emblem of South Korea
ธง ตราสัญลักษณ์

 

คำขวัญ
널리 인간 세계를 이롭게 하라
นำพาประโยชน์สุขแก่มนุษยชาติอย่างทั่วถึง
(Broadly bring benefit to humanity) (unofficial motto)

 

south-korea4
ที่มา:  haimenonline.com
 
map of south-korea
ที่มา lonelyplanet.com

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) หรือ เกาหลีใต้ (South Korea)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ติดกับทะเลญี่ปุ่น ระหว่างละติจูดที่ 37 00 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 127 30 องศาตะวันออก

พื้นที่

99,720 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี (1 ใน 5 ของไทย) เป็นพื้นดิน 96,920 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 2,800 ตารางกิโลเมตร ความยาวรอบชายฝั่ง 2,413 กิโลเมตร

อาณาเขต

มีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ 238 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นทิวเขาและภูเขา มีที่ราบกว้างชายฝั่งตะวันตกและชายฝั่งทางภาคใต้

สภาพภูมิอากาศ

มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว เดือน มิ.ย.- ส.ค. เป็นช่วงที่ฝนตกชุก อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -5 C ในฤดูหนาว และ 33 C ในฤดูร้อน

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่านหิต ทังสเตน กราไฟท์ แร่ Molyddenum ตะกั่ว มีความเป็นไปได้ว่าจะมีพลังงานน้ำ

ภัยธรรมชาติ

พายุไต้ฟุ่นที่ทำให้เกิดลมแรงและน้ำท่วม (ไม่บ่อยนัก) แผ่นดินไหวที่มีความสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย (ภาคตะวันตกเฉียงใต้)

จำนวนประชากร

51,181,299 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

เกาหลี (Korean (s))

เชื้อชาติ

เกาหลี (ชาวจีนประมาณ 20,000 คน)

ศาสนา

ศาสนาคริสต์โปรแตสแตนท์ 19.7% ศาสนาคริสต์โรมัน คาทอลิค 7.9% ศาสนาพุทธ 15.5%  ไม่นับถือศาสนาใดๆเลย 56.9% (พ.ศ. 2558)

ภาษา

เกาหลี ขณะที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย

 

เกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ แม้จะมีปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความ มั่นคงของเกาหลีใต้ แต่ประเทศทั้งสองก็ได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือเพื่อปูทางไปสู่การปรองดอง ระหว่างกัน มีการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจแล้ว 14 ครั้ง โดยได้เห็นชอบและดำเนินโครงการความร่วมมือต่างๆ ทางเศรษฐกิจให้เป็นไปตามแถลงการณ์ร่วม North-South Declaration เมื่อปี 2543 ล่าสุด ได้มีการประชุมหารือระหว่างผู้แทนระดับนายพลทหารของเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ขึ้นเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายความตึงเครียดทางทหาร

เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังคงมีกำลังทหารอยู่ในเกาหลีใต้ ประมาณ 37,000 คน และกำลังจะพิจารณาถอนกำลังทหารส่วนหนึ่งจากเกาหลีใต้ไปอิรัก นอกจากนั้น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้เจรจาปรับย้ายที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ โดยสหรัฐฯ จะย้ายทหารสหรัฐฯ ลงไปทางใต้ห่างจากแนวชายแดนเกาหลีเหนือมากขึ้น ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ได้ร้องขอให้เกาหลีใต้ส่งหน่วยทหารไปช่วยรักษาความสงบเพิ่มเติมในอิรัก ซึ่งเมื่อสิงหาคม 2547 เกาหลีใต้ได้ส่งกำลังเสริม 3,000 นายไปปฏิบัติการรักษาสันติภาพและฟื้นฟูบูรณะอิรัก

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเมื่อปลายปี 2545 หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ใช้ความพยายามเพื่อลดความตึงเครียดดังกล่าวดังนี้

1) การเจรจา 3 ฝ่าย

จีนซึ่งได้รับการร้องขอจากสหรัฐฯ ได้จัดการเจรจา 3 ฝ่าย (Trilateral Talks) ระหว่าง สหรัฐฯ เกาหลีเหนือ และจีน ขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 23-25 เม.ย. 2546 แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเกาหลีเหนือได้ตั้งข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งสหรัฐฯ เห็นว่าเป็นการข่มขู่ (blackmail) สหรัฐฯ

2) การเจรจา 6 ฝ่ายรอบแรก

จีนได้จัดให้มีการเจรจา 6 ฝ่าย (Six - Party Talks) รอบแรกขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 27-29 ส.ค. 2546 โดยมีสหรัฐฯ เกาหลีเหนือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และรัสเซีย เข้าร่วมแต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่มีท่าทียืดหยุ่นและผ่อนปรนจุดยืนของตน สหรัฐฯ ต้องการให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยทันทีก่อน ส่วนเกาหลีเหนือก็เสนอข้อเรียกร้องต่างๆ ได้แก่ 1) ให้สหรัฐฯ จัดหาน้ำมันและอาหารแก่เกาหลีเหนือ 2) ให้มีการจัดทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน 3) ให้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือกับญี่ปุ่น และ 4) ให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่งที่สหรัฐฯ สัญญาจะสร้างให้

3) การเจรจา 6 ฝ่ายรอบสอง

จัดที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 25-28 ก.พ. 2547 สหรัฐฯ ต้องการให้เกาหลีเหนือล้มเลิกด้วยการทำลาย (dismantle) โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จากแร่พลูโตเนียมและแร่ยูเรเนียมอย่างสิ้นเชิง ตรวจสอบได้ และหวนกลับคืนไม่ได้ (complete, verifiable and irreversible) แล้วสหรัฐฯ กับทุกฝ่ายจึงจะร่วมกันดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้แก่เกาหลีเหนือ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและพลังงาน ส่วนเกาหลีเหนือต้องการสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ หรือหลักประกันจากทั้ง 5 ฝ่าย โดยคาดหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆ เป็นการตอบแทน ทั้ง 6 ฝ่ายได้จัดตั้งคณะระดับทำงาน (working-level group)


- การประชุมคณะระดับทำงานครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อ 12-14 พ.ค. 2547 ที่กรุงปักกิ่ง โดยไม่มีความก้าวหน้าที่สำคัญมากนักเนื่องจากท่าทีของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือยังคงแตกต่างกันมาก การประชุมคณะระดับทำงานครั้งที่ 2 การเจรจา 6 ฝ่ายรอบสามมีขึ้นระหว่าง 21-22 และ 23-26 มิ.ย. 2547

4) การเจรจา 6 ฝ่ายรอบสา

จัดที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 23-26 มิถุนายน 2547 โดยได้มีความคืบหน้า 3 ประการคือ 1) จีนในฐานะประธานการเจรจาได้ออกคำแถลงของประธาน (Chairman's Statement) มีเนื้อหาโดยสรุปคือ ทั้ง 6 ฝ่ายเน้นย้ำความจำเป็นในการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนของถ้อยคำต่อถ้อยคำและ การกระทำต่อการกระทำ (step-by-step process of words for words and action for action) ในการหาแนวทางการแก้ปัญหาประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ 2) กำหนดให้มีการประชุมคณะระดับทำงานครั้งที่ 3 โดยเร็วที่สุด และ 3) กำหนดให้มีการเจรจา 6 ฝ่ายรอบสี่ภายในเดือนกันยายน 2547 เพื่อกำหนดขอบเขต ระยะเวลา การตรวจสอบ และมาตรการที่สอดคล้องกัน ในการดำเนินการในขั้นตอนแรกของการทำลาย (dismantle) โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการแก่เกาหลีเหนือเพื่อเป็นการตอบแทนที่เกาหลีเหนือระงับ (freeze) โครงการอาวุธนิวเคลียร์ ได้แก่ 1) ช่วยเหลือด้านน้ำมันเชื้อเพลิง 2) ค้ำประกันเฉพาะกาลด้านความมั่นคง (provisional security guarantee) 3) ช่วยเหลือด้านพลังงานในระยะยาว 4) หารือกับเกาหลีเหนือโดยตรงเพื่อยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและถอนเกาหลี เหนือออกจากบัญชีรายชื่อประเทศก่อการร้าย และ 5) ฝึกอบรมนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ในช่วง 3 เดือนซึ่งเป็นขั้นเตรียมการ (preparatory period) ไปสู่กระบวนการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ

5) การเจรจา 6 ฝ่ายรอบสี่

การเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 4 ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 7 สิงหาคม 2548 มีพัฒนาการที่สำคัญ ได้แก่ ด้านสารัตถะ ทุกฝ่ายสามารถบรรลุความเห็นชอบในหลักการร่วมกันใน Joint Statement ซึ่งจะเป็นเอกสารที่ก่อให้เกิดเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันและนำสู่การ ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการทำให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นเขตปลอด อาวุธนิวเคลียร์ ด้านกลไก การเจรจาครั้งนี้เปิดให้สมาชิก 6 ฝ่ายพบหารือทวิภาคีเพื่อปรับท่าทีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือได้พบ หารือทวิภาคีกันมากกว่า 10 ครั้ง อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้ต้อง recess เนื่องจากสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือยังมีท่าทีที่แตกต่างกัน โดยสหรัฐฯ ย้ำว่าเกาหลีเหนือต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด ขณะที่เกาหลีเหนือ เห็นว่าโครงการนิวเคลียร์เพื่อกิจการพลเรือนและการใช้นิวเคลียร์อย่างสันติ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของรัฐอธิปไตย

การเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 4 ระยะที่ 2 เริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 13 -19 กันยายน 2548 โดยทั้ง 6 ฝ่ายได้ออกคำแถลงร่วม (Joint Statement) ซึ่งมีสาระสำคัญ ได้แก่ (1) สมาชิกทั้ง 6 ฝ่ายยืนยันอย่างเป็นเอกฉันท์ถึงเป้าหมายของการเจรจา 6 ฝ่าย คือ การทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์โดยสันติวิธี และสามารถตรวจสอบได้ (2) สมาชิก 6 ฝ่ายเคารพเป้าหมายและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและยอมรับบรรทัดฐานของการ ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน (3) สมาชิก 6 ฝ่ายจะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในสาขาพลังงาน การค้า และการลงทุน ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี (4) สมาชิก 6 ฝ่ายเห็นชอบที่จะจัดการเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 5 ที่กรุงปักกิ่งในต้นเดือนพฤศจิกายน 2548 โดยจะหารือเกี่ยวกับกำหนดวันต่อไป

6) การเจรจา 6 ฝ่ายรอบห้า

การประชุมเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 5 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 โดยมีกำหนดระยะเวลา 3 วัน ก่อนที่จะมีการหยุดพักชั่วคราว (recess) เพื่อให้คณะผู้แทนไปเข้าร่วมประชุม APEC ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

ประเด็นหลักในการเจรจาครั้งนี้ คือ การหารือในรายละเอียดของ Joint Statement ที่สมาชิกทั้ง 6 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ในการเจรจารอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2548 ได้แก่ (1) การยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ (2) การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ (3) ความช่วยเหลือด้านพลังงานแก่เกาหลีเหนือ

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (Republic)

เมืองหลวง

กรุงโซล (Soul)

เมืองสำคัญ

ปูซาน แตจอน แตกู อินชอน และกวางจู

การแบ่งการปกครอง

เกาหลีใต้มีการแบ่งเขตการปกครองเป็น 9 จังหวัด และ 7 เขตการปกครอง

9 จังหวัด ได้แก่ Cheju-do, Cholla-bukto (North Cholla), Cholla-namdo (South Cholla), Ch'ungch'ong-bukto (North Ch'ungch'ong), Ch'ungch'ong-namdo (South Ch'ungch'ong), Kangwon-do, Kyonggi-do, Kyongsang-bukto (North Kyongsang), Kyongsang-namdo (South Kyongsang)

7 เขตการปกครอง ได้แก่ Inch'on-gwangyoksi, Kwangju-gwangyoksi, Pusan-gwangyoksi, Soul-t'ukpyolsi, Taegu-gwangyoksi, Taejon-gwangyoksi, Ulsan-gwangyoksi

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

Provinces of South Korea

 

ประเทศเกาหลีใต้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 จังหวัด (เกาหลี: 도) 1 จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ (เกาหลี: 특별자치도) 6 มหานคร (เกาหลี: 광역시) และ 1 นครพิเศษ (เกาหลี: 특별시)

นครพิเศษ

1. โซล/ซออุล (Seoul Teukbyeolsi: โซล ทึกบยอลชี; 서울특별시; ฤฤ特別市)

มหานคร

2. ปูซาน/พูซาน (Busan Gwangyeoksi: พูซาน กวางยอกชี; 부산광역시; 釜山廣域市)

3. แทกู (Daegu Gwangyeoksi: แทกู กวางยอกชิ; 대구광역시; 大邱廣域市)

4. อินชอน (Incheon Gwangyeoksi: อินชอน กวางยอกชิ; 인천광역시; 仁川廣域市)

5. กวางจู/ควางจู (Gwangju Gwangyeoksi: ควางจู กวางยอกชิ; 광주광역시; 光州廣域市)

6. แทจอน (Daejeon Gwangyeoksi: แทจอน กวางยอกชิ; 대전광역시; 大田廣域市)

7. อุลซาน (Ulsan Gwangyeoksi: อุลซาน กวางยอกชิ; 울산광역시; 蔚山廣域市)

จังหวัด

8. คยองกี (Gyeonggi-do: คยองกี-โด; 경기도; 京畿道)

9. คังวอน (Gangwon-do: คังวอน-โด; 강원도; 江原道)

10. คยองซาบุก (Gyeongsangbuk-do: คยองซังบุกโด; 경상북도; 慶尙北道)

11. คยองซานัม (Gyeongsangnam-do: คยองซังนัม-โด; 경상남도; 慶尙南道)

12. ชอลลาบุก (Jeollabuk-do: ชอนลาบุก-โด; 전라북도; 全羅北道)

13. ชอลลานัม (Jeollanam-do: ชอนลานัม-โด; 전라남도; 全羅南道)

14. ชุงชองบุก (Chungcheongbuk-do: ชุงชองบุกโด; 충청북도; 忠淸北道)

15. ชุงชองนัม (Chungcheongnam-do: ชุงชองนัม-โด; 충청남도; 忠淸南道)

จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ

16. เชจู (Jeju: เชจู; 제주특별자치도; 濟州特別自治道)

ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/South_Korea

วันที่ได้รับเอกราช

15 สิงหาคม 1945 (จากญี่ปุ่น)

รัฐธรรมนูญ

เกาหลีใต้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก เมื่อ 17 ก.ค. 2491 โดยได้มีการปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอดอีก 9 ครั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุดมีขึ้นในปี 2530 เมื่อรัฐบาลประธานาธิบดีชุน ดู ฮวาน ต้องประสบกับภาวะกดดันทางการเมืองจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยตรง และในที่สุด ประธานาธิบดีชุน ดู ฮวาน ก็ยินยอมให้มีการลงประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง โดยอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว (5 ปี) และให้มีการจัดระบบการปกครองท้องถิ่นอิสระเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญที่ได้รับการแก้ไข ยังได้ยกเลิกอำนาจการยุบสภาของประธานาธิบดี และให้รัฐสภามีอำนาจหน้าที่ดูแลและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งระบุว่ากองทัพต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ภาพรวมการเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประมุขของประเทศคือประธานาธิบดี ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา รัฐสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติ และศาลทำหน้าที่ทางตุลาการ

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดี

เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากผู้มีสิทธิออกเสียง โดยมีวาระ 5 ปี และไม่สามารถลงสมัครแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 ได้ เพื่อเป็นการป้องกันการขยายอำนาจ ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ และผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย รวมทั้งเป็นผู้มีอำนาจประกาศกฎอัยการศึก และมาตรการจำเป็นในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ประธานาธิบดีสามารถเสนอร่างกฎหมายให้รัฐสภาพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจยุบสภา

คณะรัฐมนตรี

ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ช่วยประธานาธิบดีในด้านบริหารประเทศ รวมทั้งมีอำนาจในการพิจารณานโยบายต่าง ๆ ของประเทศ และการเข้าร่วมประชุมรัฐสภา คณะรัฐมนตรีมีจำนวน 20 คน นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังประกอบด้วย สภาที่ปรึกษาอาวุโส สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาการรวมประเทศ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ คณะกรรมการวางแผนและงบประมาณ คณะกรรมการเกี่ยวกับสิทธิสตรี สภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะกรรมการเกี่ยวกับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก คณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล และสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ โดยประธานของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ทั้งนี้ หน่วยงานเหล่านี้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำต่อคณะรัฐบาลด้วย

ฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภา (National Assembly) เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐสภาของเกาหลีใต้เป็นรูปแบบสภาเดียวประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 299 คน โดยสมาชิกจำนวน 2 ใน 3 มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ที่เหลือมาจากการแต่งตั้งโดยจัดสรรตามสัดส่วนของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือก ตั้ง สมาชิกรัฐสภาแห่งชาติอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี (ล่าสุดเลือกตั้งเมื่อปี 2547) สภาจะเลือกประธาน (Speaker) และรองประธาน (Vice-Speaker) จำนวน 2 คน

อำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า สามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีได้ หากสมาชิกรัฐสภา 1 ใน 3 เสนอขอและสมาชิกสภาข้างมากเห็นชอบตามเสนอ ซึ่งในกรณีการถอดถอนประธานาธิบดีนั้น ต้องเสนอโดยเสียงข้างมากและสมาชิกสภา 2 ใน 3 ให้ความเห็นชอบ

ฝ่ายตุลาการ

ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา โดยประธานาธิบดีแต่งตั้งประธานศาลฎีกาด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา การพิจารณาของศาลกำหนดให้เปิดเผยแก่สาธารณชนทั่วไปได้ ยกเว้นในกรณีที่เห็นว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หรือเป็นเรื่องที่จะสร้างปัญหาในด้านความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของ ประชาชนหรือเป็นภัยต่อขวัญของประชาชน คำพิพากษาจำเป็นต้องปิดเป็นความลับ นอกจากนี้ ยังมีศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยให้ความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และมีอำนาจในการพิจารณาว่ากฎหมายฉบับใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นโมฆะ (โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเริ่มจากศาลรัฐธรรมนูญได้รับการร้องขอจากศาลชั้น ต้นหรือจากกลุ่มบุคคลที่ข้อร้องเรียนได้รับการพิจารณาจากศาลชั้นต้น ให้พิจารณากฎหมายดังกล่าว) อนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตัดสินความถูกต้องทางกฎหมาย ของกระบวนการถอดถอนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ได้แก่ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และผู้พิพากษา รวมทั้งมีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมืองตามข้อเสนอของฝ่ายบริหาร หากพบว่าพรรคการเมืองดังกล่าวดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ระบบกฏหมาย

ผสมผสานระหว่างระบบประมวลกฎหมายจาก ยุโรป (Continental European Civil Law System) กฎหมายอังกฤษและอเมริกันเบื้องต้น (Anglo-American Law) และแนวคิดดั้งเดิมจากประเทศจีน ไม่ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

พรรคการเมือง

  • Creative Korea Party (CKP)
  • Democratic Labor Party (DLP)
  • Grand National Party (GNP)
  • Liberty Forward Party (LFP)
  • United Democratic Party (UDP)

 

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  16 กันยายน  2559

 Update 19 กันยายน 2560

  • Pres. PARK Geun-hye
  • Prime Min. HWANG Kyo-ahn
  • Dep. Prime Min. for Economy YOO II-ho
  • Dep. Prime Min. for Social Affairs LEE Joon-sik
  • Min., Office for Govt. Policy Coordination LEE Suk-joon
  • Min. for Agriculture, Food, & Rural Affairs KIM Jae-soo
  • Min. of Culture, Sports, & Tourism CHO Yoon-sun
  • Min. of Education LEE Joon-sik
  • Min. of Employment & Labor LEE Ki-kweon
  • Min. of Environment CHO Kyeung-kyu
  • Min. of Foreign Affairs YUN Byung-se
  • Min. of Gender Equality & Family KANG Eun-hee
  • Min. of Health & Welfare CHUNG Chin-youb
  • Min. of Interior HONG Yun-sik
  • Min. of Justice KIM Hyun-woong
  • Min. of Land, Infrastructure, & Transport KANG HO-in
  • Min. of National Defense HAN Min-koo
  • Min. of Oceans & Fisheries KIM Young-suk
  • Min. of Public Safety & Security PARK In-yong
  • Min. of Science, Information & Communication Technologies (ICT), & Future Planning CHOI Yang-hee
  • Min. of Strategy & Finance YOO II-ho
  • Min. of Trade, Industry, & Energy JOO Hyung-hwan
  • Min. of Unification HONG Yong-pyo
  • Chmn., Anticorruption & Civil Rights Commission SUNG Yung-hoon
  • Chmn., Board of Audit & Inspection HWANG Chan-hyun
  • Chmn., Fair Trade Commission JEONG Jae-chan
  • Chmn., Financial Services Commission YIM Jong-yong
  • Chmn., Korea Communications Commission CHOI Sung-joon
  • Chmn., National Human Rights Commission LEE Sung-ho
  • Chmn., Nuclear Safety & Security Commission KIM Yong-hwan
  • Chief of Staff, Office of the Pres. LEE Won-jong
  • Dir., National Security Office, Office of the Pres. KIM Kwan-jin
  • Dir., National Intelligence Service LEE Byung-ho
  • Governor, Bank of Korea LEE Ju-yeol
  • Ambassador to the US AHN Ho-young
  • Permanent Representative to the UN, New York OH Joon

 

 ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/KS.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

1.934 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

37,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของ GDP

2.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 2.2%
• ภาคอุตสาหกรรม 38.6%
• ภาคการบริการ 59.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

3.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

36.1% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าว พืชแบบมีราก ข้าวบาร์เลย์ ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ สุกร ไก่ นม ไข่ไก่ ปลา

อุตสาหกรรม

เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคม การผลิตรถยนต์ เคมีภัณฑ์ ต่อเรือ อุตสาหกรรมเหล็ก

อัตราการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรม

1.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

98.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

511.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

อุปกรณ์กึ่งตัวนำ อุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคมแบบไร้สาย ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ คอมพิวเตอร์ เหล็ก เรือ ปิโตรเคมี

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

China 26%, US 13.3%, Hong Kong 5.8%, Vietnam 5.3%, Japan 4.9% (พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

391.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ น้ำมัน เหล็ก อุปกรณ์การขนส่ง ชีวเคมีภัณฑ์ (Organic Chemicals) พลาสติก

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

China 20.7%, Japan 10.5%, US 10.1%, Germany 4.8%, Saudi Arabia 4.5% (พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

วอน (South Korea Won)

สัญลักษณ์สกุลเงิน

KRW

 

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
 
การค้า
        ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าเกาหลีใต้มาตลอด ในปี 2552 มีมูลค่าการค้ารวม 8,241.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ -21.72 จากปี 2551 ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ 2,818.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 15 ของไทย) และนำเข้าจากเกาหลีใต้ 5,422.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 7 ของไทย) ไทยเสียดุลการค้าเกาหลีใต้ 2,604.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
จากสถิติปี 2555 มูลค่าการค้ารวม ไทย-เกาหลีใต้ 13,758.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ 4,778.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 8,979.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยได้แก่ ยางพารา แผงวงจรไฟฟ้า น้ำตาลทราย เคมีภัณฑ์ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
 
การลงทุน
        การลงทุนสะสมของเกาหลีใต้ในไทยตั้งแต่ปี 2523 จนถึงปี 2555 มีทั้งสิ้น 1,829 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2,443.517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.74 หรืออันดับที่ 26 ของการลงทุนในต่างประเทศสะสมของเกาหลีใต้ทั้งหมดและเป็นอันดับที่ 8 ที่เกาหลีใต้ลงทุนสะสมในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด โดยสาขาที่มีการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับในปี 2555 มีโครงการลงทุน 157 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 93.885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน
 
        ไทยกำลังติดตามกับฝ่ายเกาหลีใต้ให้ยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่สดจากไทยเนื่องจากในปัจจุบันไทยปลอดจากการระบาดของไข้หวัดนกแล้ว (เกาหลีใต้ยกเลิกการนำเข้าไก่สดจากไทยเนื่องจากการระบาดของ
ไข้หวัดนกในไทยในอดีต)
 
         ไทยสนใจดึงดูดให้นักลงทุนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนใน (1) อุตสาหกรรมยานยนต์ (2) อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน (3) เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน (4) เครื่องจักร (5) ผลิตภัณฑ์โลหะ (6) พลังงานทดแทน (7) สิ่งทอและ (8) อาหาร ทั้งนี้ ในช่วงปี 2513 –2553 การลงทุนของเกาหลีใต้ในไทย มีจำนวนโครงการขั้นอนุมัติทั้งสิ้น 645 โครงการ จำนวนเงินลงทุนทั้งสิ้น 135,213.5 ล้านบาท สาขาที่มีการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์
และเครื่องใช้ไฟฟ้า
 
การท่องเที่ยว
        ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปยังเกาหลีใต้ 395,984 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากปี 2554 มากเป็นอันดับ 5 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ทั้งหมด และนักท่องเที่ยวไทยนับเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียน ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมายังประเทศไทยจำนวน 1,169,131 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 จากปี 2554 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.24 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยทั้งหมด
 

 

1. ภาพรวมความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยและเกาหลีใต้ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับอัครราชทูตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2501 และยกระดับขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2503 เมี่อปี 2551 ไทยและเกาหลีใต้ได้ฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน มีการจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติของความสัมพันธ์ภายใต้คำขวัญว่า “สานสายใยไทย-เกาหลี 50 ปีสู่อนาคต” หรือ 50 Years’ Friendship for the Future” กิจกรรมที่สำคัญได้แก่ งานเลี้ยงรับรอง (วันที่ 1 ตุลาคมที่กรุงโซล และ 2 ตุลาคม ที่กรุงเทพฯ) การแลกเปลี่ยนการแสดงทางวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการ การออกตราไปรษณียากรร่วม การเยือนของทหารผ่านศึกและการจัดสร้างอนุสาวรีย์ทหารไทยในสงครามเกาหลีที่นครปูซาน

2. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
เกาหลีใต้มีกลไกความร่วมมือกับไทยทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค ที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission - JC) ระดับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกหารือภาพรวมความร่วมมือ และการประชุม Policy Consultation (PC) เป็นกลไกการหารือในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เพื่อสนับสนุนและเสริมการหารือในกรอบ JC และความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น  ASEAN+1 กับเกาหลีใต้ และ ASEAN+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้)

มีการเสด็จฯ เยือนเกาหลีใต้ของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย และการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลและรัฐมนตรีระหว่างไทยและเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง และมีการลงนามสนธิสัญญาและความตกลงความร่วมมือในหลายสาขา เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ แรงงาน วัฒนธรรม การลงทุน ฯลฯ 

3. ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้เริ่มขึ้นจากความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง โดยในช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 - 2496 ไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมกองกำลังสหประชาชาติ (ประกอบด้วยทหารจาก 16 ประเทศ) เพื่อป้องกันเกาหลีใต้จากการรุกรานของเกาหลีเหนือ เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนของสองประเทศรู้สึกผูกพันใกล้ชิด โดยเฉพาะคนเกาหลีใต้ที่ยังคงระลึกถึงบุญคุณของกองกำลังทหารไทยที่รู้จักกันในนาม “พยัคฆ์น้อย” อยู่เสมอ
ปัจจุบันไทยยังคงส่งนายทหารติดต่อประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ (United Nations Command - UNC) และเจ้าหน้าที่หน่วยแยกกองทัพบกไทยประจำกองร้อยทหารเกียรติยศ (Honour Guard Company) จำนวน 6 นายเพื่อปฏิบัติหน้าที่เชิญธงไทยและปฏิบัติหน้าที่ด้านพิธีการเกี่ยวกับสงครามเกาหลีใน UNC เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าไทยยังคงยึดมั่นในพันธกรณีในการรักษาสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
นอกจากด้านการทหารแล้ว ไทยและเกาหลีใต้ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงในด้านอื่นๆ ได้แก่ การต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี เช่นสหประชาชาติ อาเซียน และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum – ARF)

 

ความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ

ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
        ไทยและเกาหลีใต้ได้จัดทำ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศไทย กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลีใต้ (ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2549) โดย MOU ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในด้าน Solar Cells, Advanced Materials, Biotechnology, Nanotechnology, Electronic Computer, Nuclear Energy, Space Technology และ Meteorology
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ KIST โดย ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ได้ทรงลงพระนามข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 ณ กรุงโซล กรอบข้อตกลงครอบคลุมการแลกเปลี่ยนบุคลากร การสนับสนุนการทำวิจัยร่วมกัน และการร่วมมือทางด้านวิชาการซึ่งรวมถึงการให้ปริญญาร่วมกัน นอกจากนี้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ยังมีการจัดทำความตกลงความร่วมมือกับศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (IERC) สถาบัน Gwangju Institute of Science and Technology (GIST) ซึ่ง ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ได้ทรงลงพระนามข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม 2550

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแห่งราชอาณาจักรไทยและสำนักงานพลังงานปรมาณู กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เกาหลีใต้ ได้จัดทำ MOU เพื่อความร่วมมือด้านพลังงานปรมาณู เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2547 ณ กรุงเทพฯ

การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission-JC)
        ไทยและเกาหลีใต้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission-JC) เพื่อเป็นกลไกและติดตามการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน เมื่อกรกฎาคม 2541 และได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมครั้งที่ 1 ระหว่าง 20-21 มิถุนายน 2546 ที่จ.เชียงใหม่ โดยทั้งสองได้หารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการค้า โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการลดอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดของกันและกัน ด้านความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวด้านแรงงานไทย ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการหารือในประเด็นปัญหาภูมิภาคต่างๆ เช่น สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี การบูรณะฟื้นฟูอิรักภายหลังสงคราม และการต่อต้านการก่อการร้าย เป็นต้น

ความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม
        ไทยและเกาหลีใต้ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือทางวัฒนธรรมส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการแสดงทางวัฒนธรรม การประชุมสัมมนาทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนบุคลากรทางวัฒนธรรม และการเยือนของผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
        กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดกรอบการให้ความร่วมมือทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ระหว่างไทย-สาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย

1) การแลกเปลี่ยนการเยือน เพื่อศึกษาดูงานของผู้บริหารงานวัฒนธรรมทั้งระดับสูงและระดับกลาง

2) การสร้างและส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับประชาชน

3) การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง ด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม

4) ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม อาทิ วรรณคดี ห้องสมุด หอจดหมายเหตุ โบราณคดี จิตรกรรม หัตถกรรม และความร่วมมือด้านพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน

5) ความร่วมมือเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยด้านความร่วมมือในการจัดโครงการนิทรรศการด้านศิลป์ ภาพยนตร์ แฟชั่น หรือดนตรี ความร่วมมือในการจัดอบรม สัมมนาปฏิบัติการเชิงวิชาการด้านการบริหารจัดการ ทางด้านวัฒนธรรม การจัดการพิพิธภัณฑ์ ศิลปะสมัยใหม่ งานออกแบบเชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องแต่งกาย อบรมด้านนาฏศิลป์ ดนตรีร่วมสมัย

6) กิจกรรมอื่น ๆ อันมีลักษณะทางวัฒนธรรม
       

        ในระหว่างการเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2555 ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมแระหว่างกัน 

ที่มา ทวีปเอเชีย : สาธารณรัฐเกาหลี - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557   2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                          
มูลค่าการค้า 478,911.68 455,271.89 417,005.39 409,994.16 0.14 -4.94   -8.41 -1.68 100.00 100.00 100.00 100.00
การส่งออก 228,504.89 227,523.51 214,352.40 215,326.62 -0.26 -0.43   -5.79 0.45 100.00 100.00 100.00 100.00
การนำเข้า 250,406.80 227,748.38 202,652.99 194,667.54 0.52 -9.05   -11.02 -3.94 100.00 100.00 100.00 100.00
ดุลการค้า -21,901.91 -224.88 11,699.41 20,659.09                  
ไทย - เกาหลีใต้                          
มูลค่าการค้า 13,655.77 13,067.55 11,143.87 11,316.78 -0.93 -4.31   -14.72 1.55 2.85 2.87 2.67 2.76
การส่งออก 4,588.22 4,520.09 4,104.59 4,044.14 -3.99 -1.49   -9.19 -1.47 2.01 1.99 1.91 1.88
การนำเข้า 9,067.55 8,547.46 7,039.28 7,272.64 0.70 -5.74   -17.64 3.32 3.62 3.75 3.47 3.74
ดุลการค้า -4,479.32 -4,027.37 -2,934.69 -3,228.50                  

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 แผงวงจรไฟฟ้า 420.1 400.7 416.2 416.2 467.0 0.59 -4.61 3.86 3.86 12.21
2 อัญมณีและเครื่องประดับ 19.1 39.5 153.2 153.2 253.9 26.98 106.79 287.59 287.59 65.75
3 ยางพารา 427.7 337.1 271.6 271.6 194.5 -27.61 -21.19 -19.41 -19.41 -28.39
4 เคมีภัณฑ์ 243.0 365.9 207.4 207.4 157.5 -4.37 50.55 -43.31 -43.31 -24.06
5 เม็ดพลาสติก 141.4 176.6 175.5 175.5 151.8 1.93 24.96 -0.63 -0.63 -13.50
6 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 86.3 162.9 142.6 142.6 147.7 39.73 88.77 -12.47 -12.47 3.58
7 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ 207.7 174.3 162.2 162.2 142.8 0.79 -16.07 -6.94 -6.94 -11.96
8 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 138.3 137.4 138.6 138.6 134.1 3.36 -0.64 0.83 0.83 -3.26
9 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 139.5 101.3 113.3 113.3 125.0 13.89 -27.35 11.79 11.79 10.32
10 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 66.0 98.7 69.6 69.6 90.7 -0.93 49.62 -29.43 -29.43 30.20
รวม 10 รายการ 1,889.1 1,994.5 1,850.3 1,850.3 1,865.0 -5.88 5.58 -7.23 -7.23 0.79
อื่นๆ 2,698.4 2,524.7 2,253.6 2,253.6 2,209.0 -2.65 -6.44 -10.74 -10.74 -1.98
รวมทั้งสิ้น 4,587.4 4,519.3 4,103.9 4,103.9 4,074.0 -4.01 -1.49 -9.19 -9.19 -0.73

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 1,605.6 1,553.1 1,354.6 1,354.6 1,236.7 -6.11 -3.27 -12.78 -12.78 -8.70
2 เคมีภัณฑ์ 1,077.8 960.9 815.2 815.2 791.2 6.94 -10.85 -15.17 -15.17 -2.94
3 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 461.7 425.6 430.7 430.7 655.7 -21.07 -7.83 1.21 1.21 52.23
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 905.4 1,015.4 640.0 640.0 641.8 -0.66 12.15 -36.97 -36.97 0.27
5 แผงวงจรไฟฟ้า 609.3 662.5 623.3 623.3 551.5 16.66 8.73 -5.91 -5.91 -11.53
6 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 449.8 488.9 461.4 461.4 450.9 17.86 8.69 -5.63 -5.63 -2.27
7 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 271.5 232.6 222.1 222.1 250.0 -25.21 -14.32 -4.53 -4.53 12.57
8 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 166.1 206.7 217.5 217.5 218.9 10.85 24.39 5.26 5.26 0.62
9 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 314.9 273.3 155.5 155.5 202.5 -4.56 -13.21 -43.11 -43.11 30.21
10 ผลิตภัณฑ์โลหะ 353.3 382.8 212.0 212.0 187.8 11.75 8.36 -44.62 -44.62 -11.40
รวม 10 รายการ 6,215.5 6,201.7 5,132.3 5,132.3 5,186.8 -0.99 -0.22 -17.24 -17.24 1.06
อื่นๆ 2,852.1 2,345.7 1,907.0 1,907.0 2,096.0 4.58 -17.75 -18.70 -18.70 9.91
รวมทั้งสิ้น 9,067.5 8,547.5 7,039.3 7,039.3 7,282.8 0.70 -5.74 -17.64 -17.64 3.46

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย
H.E. Mr. Chung Hae-moon
ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

23 Thiam-Ruammit Road,
Ratchadapisek, Huai Khwang,
Bangkok 10320

Tel: 0-2247-7537-9

Fax: 0-2247-7535

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

  1. กองเอเชียตะวันออก 4 กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ (www.mfa.go.th)
  2. สถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th)
  3. The World Factbook, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  4. World Leaders, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  5. www.wikipedia.org
  6. http://www004.upp.so-net.ne.jp

 

 

JoomSpirit