สาธารณรัฐเปรู

Flag of Peru Escudo nacional del Perú
ธง ตราสัญลักษณ์

 

ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Coat_of_arms_of_Peru

 

Peru orthographic projection
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Peru
 
pe-map
ที่มา:  https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/pe.html

{/slider=} 

{slider=ข้อมูลทั่วไป}

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ยุคก่อนอินคา

ปรากฏร่องรอยของมนุษย์กลุ่มแรกในบริเวณประเทศเปรูตั้งแต่ประมาณ 10,000 ปีก่อนพุทธศักราช อารยธรรมการัลซึ่งเป็นสังคมที่เก่าแก่ที่สุดในเปรูเจริญขึ้นบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในระหว่าง 2,500 ถึง 1,300 ปีก่อนพุทธศักราช

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลง เหลืออยู่มากมายในประเทศเปรู แสดงให้เห็นว่ามีอารยธรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้ในยุคก่อนอินคา อารยธรรมชาบินเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดอารยธรรมหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ ศูนย์กลางอยู่บริเวณชายฝั่งตอนกลางของเปรู โบราณสถานที่สำคัญคือ ชาบินเดอวนตาร์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลิมา

ในยุคต่อมา อารยธรรมโมเชพัฒนาขึ้นบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของเปรู และภายหลังพัฒนากลายเป็นอารยธรรมชีมู ส่วนทางตอนใต้ของเปรู อารยธรรมนัซกาได้ถือกำเนิดขึ้นบริเวณชายฝั่งในช่วงระยะเวลาเดียวกับอารยธรรมโมเช ร่องรอยอารยธรรมที่สำคัญคือเส้นนัซกา นอกจากนี้ ยังมีอารยธรรมตีวานากู ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ใกล้กรุงลาปาซในประเทศโบลิเวีย และอารยธรรมอัวรีซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณแคว้นไออากูโช ทางตอนใต้ของเปรู

ยุคอินคา

อาณาจักรอินคาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 18 แต่เริ่มมีอำนาจขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1981 ในสมัยของปาชากูตี กษัตริย์องค์ที่ 9 อินคาค่อย ๆ ขยายอาณาเขตออกไปจากศูนย์กลางที่เมืองกุสโกทั้ง โดยวิธีทางการทูตและการสู้รบ จักรวรรดิขยายใหญ่จนถึงที่สุดในยุคของอวยนา กาปัก กษัตริย์องค์ที่ 11 ครอบคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่บริเวณตอนใต้ของประเทศโคลอมเบียไปจนถึงตอนกลางของประเทศชิลี รวมทั้งบริเวณประเทศโบลิเวีย และตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา

ก่อนที่อวยนา กาปักจะสวรรคต ได้ทรงแบ่งดินแดนอินคาให้แก่อาตาอวลปาและอวสการ์ พระราชโอรสทั้งสอง แต่พระราชโอรสทั้งสองไม่พอพระทัย ต้องการปกครองแผ่นดินแต่เพียงพระองค์เดียว จึงเกิดการสู้รบเพื่อแย่งแผ่นดินกันขึ้น ในที่สุดอาตาอวลปาก็เป็นฝ่ายชนะ

ในขณะที่ดินแดนอินคากำลังวุ่นวายด้วยสงครามแย่งชิงอำนาจและโรคระบาด ฟรันซิสโก ปีซาร์โร นักสำรวจชาวสเปนกับ กำลังพลเพียง 167 คน ได้เดินทางมาเข้าพบอาตาอวลปาขณะที่กำลังพักผ่อนหลังเสร็จสงครามและจับ พระองค์เป็นตัวประกัน ชาวอินคามอบทองคำและเงินเป็นจำนวนมากให้แก่ปีซาร์โรเพื่อเป็นค่าไถ่ให้ปล่อย ตัวจักรพรรดิของตน แต่ปีซาร์โรกลับไม่ยอมรักษาคำพูดและประหารพระองค์ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2075

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐเปรู หรือ República del Perú

ที่ตั้ง

อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ริมฝั่งมหาสมุทร แปซิฟิก มีพรมแดนด้านเหนือ ติดกับเอกวาดอร์และโคลอมเบีย ด้านตะวันออกติดกับบราซิล และโบลิเวีย และด้านใต้ติดกับชิลี

พื้นที่

พื้นที่ทั้งหมด 1,285,220 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,280,000 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 5,220 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนทั้งหมดยาว 7,641 กิโลเมตร จรดประเทศโบลีเวีย 1,075 กิโลเมตร บราซิล 2,995 กิโลเมตร ชิลี 171 กิโลเมตร โคลอมเบีย 1,800 กิโลเมตร เอกวาดอร์ 1,420 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูงและขรุขระ เทือกเขาแอนดีสในตอนกลาง ทางตะวันออกเป็นที่ราบต่ำป่าอเมซอน

สภาพภูมิอากาศ

ภาคตะวันออกของประเทศมีอากาศร้อนชื้น ภาคตะวันตกแห้งแล้งแบบทะเลทราย และแถบเทือกเขาแอนดีสมีอากาศหนาวเย็น

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทองแดง เงิน ทองคำ ปิโตรเลียม ไม้ ปลา แร่เหล็ก ถ่านหิน ฟอสเฟต โพแตส พลังงานน้ำ แก๊สธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติ

แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟปะทุ

จำนวนประชากร

30,741,062 คน (ค่าประมาณการ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.96% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สัญชาติ

ชาวเปรูเวียน (Peruvian(s))

เชื้อชาติ

อเมอรินเดียน 45% เมสติโซ 37% ผิวขาว 15% ผิวดำ ชาวญี่ปุ่น ชาวจีนและอื่นๆ 3%

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 81.3%  นิกาย Evangelical 12.5% ศาสนาอื่นๆ 3.3% ไม่มีศาสนา 2.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2550)

ภาษา

ใช้ภาษาสเปน ภาษาเคชัว และภาษาไอมารา เป็นภาษาราชการ (พ.ศ. 2550)

 

รูปแบบการปกครอง

เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ใช้ระบอบประธานาธิบดี

เมืองหลวง

กรุงลิมา

การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศเปรูแบ่งการปกครองออกเป็น 25 แคว้น (สเปน: región) แต่ละแคว้นแบ่งออกเป็นจังหวัด (provincia) และเขต (distrito) ย่อยลงมาตามลำดับ [ยกเว้นจังหวัดลิมา (Provincia de Lima) ซึ่งเป็นเอกเทศไม่อยู่ในแคว้นใด] แต่ละแคว้นเลือกรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วยประธานและสภา มีวาระ 4 ปี รัฐบาลท้องถิ่นดูแลเรื่องการพัฒนาภูมิภาค โครงการลงทุนสาธารณะ ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการจัดการทรัพย์สินสาธารณะ จังหวัดลิมาบริหารโดยเทศบาลมหานครลิมา

แคว้นต่าง ๆ ของเปรู และเมืองหลักของแคว้นได้แก่

  • อามาโซนัส (ชาชาโปยัส)
  • อังกัช (อัวรัซ)
  • อาปูรีมัก (อาบังไกย์)
  • อาเรกีปา (อาเรกีปา)
  • ไออากูโช (ไออากูโช)
  • กาคามาร์กา (กาคามาร์กา)
  • กายาโอ (กายาโอ)
  • กุสโก (กุสโก)
  • อวงกาเบลีกา (อวงกาเบลีกา)
  • อัวนูโก (อัวนูโก)
  • อีกา (อีกา)
  • คูนิน (อวนกาโย)
  • ลาลีเบร์ตัด (ตรูคีโย)
  • ลัมบาเยเก (ชีกลาโย)
  • ลิมา (อัวโช)
  • โลเรโต (อีกีโตส)
  • มาเดรเดดีโอส (ปวยร์โตมัลโดนาโด)
  • โมเกกวา (โมเกกวา)
  • ปัสโก (เซร์โรเดปัสโก)
  • ปิวรา (ปิวรา)
  • ปูโน (ปูโน)
  • ซานมาร์ติน (โมโยบัมบา)
  • ตักนา (ตักนา)
  • ตุมเบส (ตุมเบส)
  • อูกายาลี (ปูไกย์ปา)

 

และจังหวัดลิมา มีเมืองหลักคือลิมา เมืองหลวงของประเทศ

วันที่ได้รับเอกราช

28 กรกฎาคม พ.ศ.2364 (จากสเปน)

รัฐธรรมนูญ

29 ธันวาคม พ.ศ.2536

ระบบกฎหมาย

ใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับคดีแพ่ง

large detailed administrative and political map of peru

ที่มา http://www.vidiani.com/?p=7206

 

สถานการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ

     เปรูมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นผู้นำประเทศ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยประธานาธิบดีไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้ง 2 สมัยติดกันได้ ปัจจุบันนาย Alan García Perez จากพรรค American Popular Revolutionary Alliance (APRA) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองซ้ายกลาง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2549 และจะหมดวาระลงกลางปี 2554 นี้ 

ที่ผ่านมา รัฐบาลนาย Alan García Pérez เน้นนโยบายประชานิยมที่มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การปฏิรูประบบเศรษฐกิจ รวมทั้งการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและการพัฒนาระบบบริหารของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนาย Alan Garcia ได้พัฒนาเศรษฐกิจเปรูให้ดีขึ้นโดยลำดับจนเปรูกลายเป็นเศรษฐกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกา

ในวันที่ 10 เมษายน 2554 ที่จะถึงนี้ เปรูกำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ โพลล่าสุดของสำนัก Iposos Apoyo ชี้ว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีคะแนนนำ 3 รายได้แก่ นาย Alejandro Toledo อดีตประธานาธิบดีเปรูซึ่งดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2544-2549 นาง Keiko Fujimori บุตรสาวอดีตประธานาธิบดี Alberto Fujimori แห่งเปรู และนาย Luis Castañeda อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลิมา 

ผู้สมัครทั้งสามรายมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยสนับสนุนการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งจะเอื้อต่อบรรยากาศในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามแนวทางที่นาย Alan García ได้ดำเนินมา อย่างไรก็ดี รัฐบาลชุดต่อไปมีภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ คือ การรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเปรูให้คงอยู่ในระดับเดิมหรือสูงกว่าต่อไป ทั้งนี้ หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า ร้อยละ 50 จะต้องมีการเลือกตั้งในรอบที่สองซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2554

นโยบายต่างประเทศ

เปรูให้ความสำคัญกับการดำเนินความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทั้งสหรัฐฯ และการเพิ่มบทบาทในประชาคมระหว่างประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มาแล้ว 4 สมัย และเคยมีชาวเปรูดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ คือ นาย Javier Perez de Cuellar 

แม้เปรูจะให้ความสำคัญต่อการบูรณาการกลุ่มประชาคมแอนเดียน และการเป็นปึกแผ่นของอเมริกาใต้ (ภายใต้กรอบความร่วมมือ UNASUR และ FTAA) อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของเปรู โดยเป็นทั้งตลาดส่งออกและนำเข้าอันดับหนึ่งของประเทศ ขณะเดียวกันเปรูก็ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และประเทศในเอเชียอื่นๆ รวมทั้งไทย เพื่อเป็นฐานในการขยายตลาดด้านการค้า และการลงทุน ซึ่งจะเห็นได้จากการเข้าเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค การเข้าเป็นสมาชิก Trans-Pacific Strategic Economic Partnership พร้อมกับสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เวียดนามและมาเลเซีย รวมถึงนโยบายการจัดทำความตกลงเขตกาค้าเสรีกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ทั้งไทย จีน สิงคโปร์และเกาหลีใต้ เป็นต้น

เปรูเป็นหนึ่งในสามของประเทศลาตินอเมริกา (เปรู ชิลีและเม็กซิโก) ซึ่งเป็นสมาชิกเอเปค โดยมีบทบาทอย่างเข้มแข็งในกรอบความร่วมมือดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างเปรูกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความเจริญเติบโตและศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งทำให้เปรูได้รับประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นอกจากนั้น เปรูยังเป็นสมาชิกเวทีความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา (Forum for East Asia – Latin America Cooperation: FEALAC) เช่นเดียวกับไทย 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  19 ธันวาคม 2559

 

  • Pres.
    Pedro Pablo KUCZYNSKI Godard
  • First Vice Pres.
    Martin VIZCARRA Cornejo
  • Second Vice Pres.
     Mercedes ARAOZ Fernandez
  • Prime Min.
    Fernando ZAVALA Lombardi
  • Min. of Agriculture and Irrigation
    Jose Manuel HERNANDEZ Calderon
  • Min. of Culture
    Salvador DE SOLAR Labarthe
  • Min. of Defense
    Jorge NIETO Montesinos
  • Min. of Development & Social Inclusion
    Cayetana ALJOVIN Gazzani
  • Min. of Economy & Finance
    Alfredo THORNE Vetter
  • Min. of Education
    Marilu MARTENS Cortes
  • Min. of Energy & Mines
    Gonzalo TAMAYO Flores
  • Min. of Environment
    Elsa GALARZA Contreras
  • Min. of Foreign Relations
    Ricardo LUNA Mendoza
  • Min. of Foreign Trade & Tourism
    Eduardo FERREYROS Kuppers
  • Min. of Health
    Patricia GARCIA Funegra
  • Min. of Housing , Construction, & Sanitation
    Edmer TRUJILLO Mori
  • Min. of Interior
    Carlos BASOMBRIO Iglesias
  • Min. of Justice & Human Rights
    Marisol PEREZ Tello
  • Min. of Labor & Employment
    Alfonso GRADOS Carraro
  • Min. of Production
    Bruno GIUFFRA Monteverde
  • Min. of Transportation & Communications
    Martin VIZCARRA Cornejo
  • Min. of Women & Vulnerable Populations
    Ana Maria ROMERO - LOZADA Lauezzari
  • Pres., Central Reserve Bank
    Julio VELARDE Flores
  • Ambassador to the US
    Carlos PAREJA Rios
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Gustavo MEZA-CUADRA Velasquez

 ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/PE.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

409.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายบุคคล

13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

3.7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 7.3%
  • ภาคอุตสาหกรรม 34.2%
  • ภาคการบริการ 58.5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

5.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

3.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

หน่อไม้ฝรั่ง กาแฟ ฝ้าย อ้อย ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด กล้วยกล้าย(Plantain: กล้าย พบและใช้รับประทานมากในทวีปแอฟริกา) องุ่น ส้ม โกโก้ สัตว์ปีก เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ปลา หมูกินนี

อุตสาหกรรม

เหมืองแร่ เหล็ก โลหะปลอม ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ อุปกรณ์ตกปลา สิ่งทอ เสื้อผ้า อาหาร

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

3.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

26.3% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 6.801 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

38.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออก

ทองแดง ทองคำ สังกะสี ปิโตรเลียมดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กาแฟ มันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง สิ่งทอ หมูกินนี

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 22.1%, US 15.2%, Switzerland 8.1%, Canada 7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

38.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้า

ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ พลาสติก เครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องรับโทรทัศน์ โทรศัพท์และอุปกรณ์โทรคมนาคม เหล็กและเหล็กกล้า ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์กระดาษ ผ้าฝ้าย วัคซีน เวชภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 22.7%, US 20.7%, Brazil 5.1%, Mexico 4.5% (ค่าประมาณปี พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

นวยโบซอล (nuevo sol)

สัญลักษณ์เงิน

PEN

สถานการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ 

     เปรูมีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม มุ่งเน้นการเปิดเสรีทางการค้าและเศรษฐกิจ การแปรรูปหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปรับปรุงและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบภาษี ปรับลดภาษีนำเข้าผ่านทางการเปิดเสรีทั้งในระดับภูมิภาคภายใต้กรอบประชาคมแอนเดียน (ANDEAN Community) และ ตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (MERCOSUR) และการทำความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (FTA) กับประเทศต่างๆ ทั้งในลาตินอเมริกาและเอเชีย

เศรษฐกิจของเปรูในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยมีภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าประมงและแร่ธาตุ และการลงทุนภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ ในปี 2552 รัฐบาลเปรูได้อัดฉีดงบประมาณจำนวน 3.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างที่อยู่อาศัย ระบบน้ำปะปา ถนน ท่าเรือ และท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความยากจนในประเทศลดลงต่อเนื่อง

 

 

1.ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยและเปรูได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2508 ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ โดยไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม. 2549 (ค.ศ. 2006) ในขณะที่เปรูเปิดสถานเอกอัครราชทูตในไทยตั้งแต่ปี 2535 (ค.ศ.1992) และมีการแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำจังหวัดสงขลาและเชียงใหม่ 

ปี 2553 เป็นปีแห่งการครบรอบ 45 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตเปรู ประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญดังกล่าว ดังนี้

 การแลกเปลี่ยนสารแสดงความยินดีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ 

 การจัดทำ Common Bilateral Agenda Thailand-Peru 2011-2012 (ซึ่งเป็นเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตเปรู ประจำประเทศไทย จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน) สาระสำคัญของ Common Bilateral Agenda Thailand - Peru 2011 - 2012 สรุปได้ ดังนี้ 

• ด้านการเมือง ครอบคลุมเรื่องการประชุม JC ครั้งที่ 3 (ที่เปรูจะเป็นเจ้าภาพ) การเจรจาจัดทำและ/หรือลงนามในความตกลงทวิภาคี การประเมินผล/ทบทวนการบังคับใช้ความตกลงทวิภาคีที่ลงนามไปแล้ว การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน และการให้มีการหารือทวิภาคีระหว่างผู้แทนระดับสูงในช่วงการประชุมพหุภาคีในกรอบต่างๆ

• ด้านเศรษฐกิจ ครอบคลุมการบังคับใช้พิธีสาร Early Harvest บทบาทการเป็น hub ของแต่ละฝ่ายในภูมิภาคของตน การจัดสัมมนาเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน รวมทั้งการจัดตั้ง Thai-Peru Business Council และการจัด Thai-Peru Business Summit Forum

• ด้านวัฒนธรรม ครอบคลุมการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม อาทิ การจัดเทศกาลอาหาร การจัดการแสดง นิทรรศการภาพวาดและภาพถ่าย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันต่างๆ เป็นต้น 

• ด้านความร่วมมือ ครอบคลุมความร่วมมือในระดับทวิภาคีต่าง เช่น ความร่วมมือทางวิชาการในสาขาต่างๆ เช่น การพัฒนาการปลูกข้าว การแปรรูปอาหารทะเล โบราณคดี การพัฒนาความร่วมมือด้านไทยศึกษาและเปรูศึกษา และการพัฒนาความร่วมมือด้านศุลกากร เป็นต้น อีกทั้งได้กล่าวถึงการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบพหุภาคีระหว่างทั้งสองฝ่ายด้วย

• ด้านกงสุล ครอบคลุมการพิจารณาเปิด สกม. ในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยฝ่ายเปรูอยู่ระหว่างพิจารณาเปิด สกม. ที่ จ. ขอนแก่นและภูเก็ตเพิ่มเติม


 การจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู-ไทยที่มีกำหนดเยือนไทยระหว่างวันที่ 14-21 พฤศจิกายน 2553 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพ 

 การจัดทำสิ่งพิมพ์เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเปรู

2. ความสัมพันธ์ทางการเมือง

ไทยกับเปรู มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในระดับราชวงศ์และรัฐบาล อาทิ 

ฝ่ายไทยเยือนเปรู

- ระดับพระราชวงศ์ คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนเปรูอย่างเป็นทางการ (ปี 2536) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนเปรู (ปี 2543) 

- ระดับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายชวน หลีกภัย (ปี 2542) และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (ปี 2551) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล เคยเดินทางเยือนเปรู 4 ครั้ง รวมทั้งในฐานะผู้แทนการค้าไทย (ปี 2546 -2548) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสวนิต คงสิริ) เยือนเปรูเมื่อเดือน ส.ค. 2550 ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เปรู (นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์) เมื่อปี 2552 ผู้แทนการค้าไทย (นายวัชระ พรรณเชษฐ์) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายอลงกรณ์ พลบุตร) เยือนเปรู เมื่อปี 2553 

ฝ่ายเปรูเยือนไทย คือ ประธานาธิบดีเปรู ได้แก่ นายอัลเบร์โต ฟูจิโมริ (ปี 2539) นายอเลฆานโดร โตเลโด (ในช่วงการประชุมเอเปค เมื่อปี 2546) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศ (นายคาร์ลอส โปซาดา) และกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู-ไทย นำโดยนายอัลแบร์โต เอสกูเดโร ประธานกลุ่มฯ เมื่อปี 2553

3. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

การค้าระหว่างไทยกับเปรูในปี 2553 มีมูลค่ารวม 414.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 213.28 จากปี 2552 โดยมูลค่าการค้าดังกล่าวคิดเป็น ร้อยละ 0.11 ของมูลค่าการค้ารวมของไทยกับทั่วโลก ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้ดุล 203.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยมูลค่าการส่งออก 309.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 221.58 และนำเข้า 105.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 191.27 ทำให้เปรูเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทยในภูมิภาคลาตินอเมริกา (รองจากบราซิล เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลีและโคลอมเบีย) 

สินค้าส่งออกที่สำคัญจากไทย 1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2) เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้ง 3) เม็ดพลาสติก 4) ผลิตภัณฑ์ยาง 5) ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ 6) ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ 7) เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ

สินค้านำเข้าที่สำคัญจากเปรู 1) สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 2) สัตว์น้ำสดแช่เย็น แช่แข็งแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป 3) สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 4) ผัก ผลไม้ และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ 5) เคมีภัณฑ์ 6) เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 7) เสื้อผ้าสำเร็จรูป

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 ทั้งสองประเทศได้ลงนามในพิธีสารเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 ภายใต้พิธีสารเพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า 2548 (Early Harvest) ซึ่งครอบคลุมการลดหรือยกเลิกภาษีของสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันบางส่วนประมาณร้อยละ 70 ในชั้นนี้ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการภายในเพื่อให้พิธีสารข้างต้นมีผลบังคับใช้

ในแง่การลงทุน ทั้งสองประเทศยังมีการลงทุนระหว่างกันน้อย บริษัทสัญชาติเปรูที่ลงทุนในไทย คือ บริษัท อาเจไทย จำกัด (Ajethai Co., Ltd) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลม ภายใต้ชื่อ “Big Cola” ที่มีการส่งออกไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียด้วย โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปรูมาลงทุนในสินค้านี้ ผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปด้วยดี และมีแผนจะลงทุนสร้างโรงงานการผลิตแห่งใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมเพื่อขยายกำลังการผลิตด้วย

4. ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

ในปี 2557 มีชาวเปรูเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 3,902 คน ทั้งนี้ การเดินทางของประชาชน ทั้งสองประเทศมีความสะดวก เนื่องจากไทยและเปรูได้ทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ราชการ และธรรมดา ตั้งแต่ปี 2542

คนไทยในเปรู 32 คน (เป็นนักโทษ 13 คน)
สำนักงานไทยในเปรู สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา 
สำนักงานเปรูในไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทพฯ 
 
 

5. ความร่วมมือทางด้านวิชาการ

ไทยและเปรูลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กับ Peruvian International Cooperation Agency (APCI) ลงนามเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2549 ซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอให้ความร่วมมือกับเปรูใน 3 สาขา ได้แก่ (1) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture) (2) การท่องเที่ยว (Tourism) และ (3) ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีความพร้อม และฝ่ายเปรูได้เสนอให้ความร่วมมือกับไทยในด้านการแปรรูปอาหารทะเลและด้านการย้อมสีเส้นด้ายไหม และการศึกษาดูงานที่เปรูของผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหารทะเลของไทย นอกจากนี้ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองประเทศอาจจะขยายครอบคลุมด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยาเสพติด เป็นต้น โดยผ่านการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การให้ทุนการศึกษา และการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและการสัมมนา 

ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือทางวิชาการในกรอบ FEALAC ด้วย โดยไทยได้เชิญให้ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเปรูเข้าร่วมโครงการบัวแก้วสัมพันธ์-ลาตินอเมริกา เพื่อรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา โดยฝ่ายเปรูให้ความสนใจที่จะกระชับความร่วมมือกับไทยในโครงการพัฒนาทางเลือก รวมทั้งเมื่อครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือด้านยาเสพติดสำหรับประเทศในกลุ่ม FEALAC ซึ่งเปรูเป็นสมาชิก เมื่อปี 2548 เปรูก็ส่งผู้แทนเข้าร่วมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

6. ความสัมพันธ์ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ – การแลกเปลี่ยนการสนับสนุน 

ไทยและเปรูเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ซึ่งภูมิภาคลาตินอเมริกามี 3 ประเทศ คือ เม็กซิโก ชิลี และเปรู ที่เป็นสมาชิก และกรอบความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา (FEALAC)

ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ดีระหว่างกันในเวทีระหว่างประเทศโดยตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองในเวทีเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศในฐานะที่ต่างเป็นประเทศกำลังพัฒนาและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรด้วยกัน โดยเฉพาะในเวทีองค์การสหประชาชาติและ The Cairns Group

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเสียงสนับสนุนในการลงสมัครตำแหน่งสำคัญในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ด้วยดีตลอดมา อาทิ เปรูให้เสียงสนับสนุนไทย ในตำแหน่งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) วาระปี 2010-2013 โดยไทยจะสนับสนุนเปรูในตำแหน่งเดียวกัน วาระปี 2011-2014 เป็นการต่างตอบแทน

7. ความตกลงที่สำคัญ

ไทยและเปรูได้ลงนามความตกลงทวิภาคีแล้ว 37 ฉบับ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวน 15 ฉบับ 

ความตกลงที่มีผลบังคับใช้แล้ว อาทิ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศกับกับ National Aerospace Research and Development Commission of Peru (CONIDA) ซึ่งฝ่ายไทยตอบรับข้อเสนอโครงการความร่วมมือของเปรูใน 3 สาขาได้แก่ พืชเสพติด (Illicit crops) การติดตามการทำลายป่าไม้ (Deforestation monitoring) และการทำแผนที่เพื่อการจัดการพื้นที่ (Cartography for land-use management) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการและหนังสือเดินทางธรรมดา บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของไทยกับ The Peruvian International Cooperation Agency 

ความตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจา อาทิ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติด ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน สนธิสัญญาว่าด้วยโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข บันทึกความเข้าใจด้านการเพาะเลี้ยงหม่อนไหม เป็นต้น 

ที่มา สาธารณรัฐเปรู - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

      มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ   อัตราขยายตัว (%)
  รายการ  
        2558 2559           2558 2559
  2556 2557 2558 2556 2557 2558
 
  (ม.ค.-ธ.ค.) (ม.ค.-ธ.ค.) (ม.ค.-ธ.ค.) (ม.ค.-ธ.ค.)
                     
                             
                             
    ไทย - โลก                        
                             
    มูลค่าการค้า 478,911.68 455,271.89 417,005.39 417,005.39 409,994.16 0.14 -4.94 -8.41 -8.41 -1.68
                             
    การส่งออก 228,504.89 227,523.51 214,352.40 214,352.40 215,326.62 -0.26 -0.43 -5.79 -5.79 0.45
                             
    การนำเข้า 250,406.80 227,748.38 202,652.99 202,652.99 194,667.54 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -3.94
                             
    ดุลการค้า -21,901.91 -224.88 11,699.41 11,699.41 20,659.09 -9.46 98.97 5,302.57 5,302.57 76.58
                             
    ไทย - เปรู                        
                             
    มูลค่าการค้า 634.20 579.98 553.65 553.65 450.54 -16.77 -8.55 -4.54 -4.54 -18.62
                             
    การส่งออก 490.73 467.75 464.98 464.98 382.14 30.44 -4.68 -0.59 -0.59 -17.82
                             
    การนำเข้า 143.47 112.23 88.68 88.68 68.40 -62.81 -21.77 -20.99 -20.99 -22.86
                             
    ดุลการค้า 347.26 355.52 376.30 376.30 313.74 3,732.50 2.38 5.85 5.85 -16.63

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

  มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
    ชื่อสินค้า
                  2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
         
    2556 2557 2558 2556 2557 2558
 
                   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 349.8 290.6 279.1 279.1 212.2 53.08 -16.91 -3.98 -3.98   -23.98
                                     
2 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 23.4 36.3 48.8 48.8 37.8 120.53 55.56 34.34 34.34   -22.52
3 เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ 14.7 14.1 15.2 15.2 21.8 -24.40 -4.55 7.99 7.99   43.83
                                       
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล 18.9 28.5 28.3 28.3 17.9 90.27 50.51 -0.90 -0.90   -36.52
                                     
                                       
5 ผลิตภัณฑ์ยาง 12.6 14.7 16.0 16.0 17.8 -23.20 16.90 8.94 8.94   11.15
                                       
6 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 6.3 6.5 6.1 6.1 13.8 -14.87 3.11 -6.44 -6.44   125.41
                                       
7 ข้าว 0.3 6.5 7.1 7.1 12.9 -95.19 2,223.12 10.66 10.66   80.20
                                       
8 เม็ดพลาสติก 22.5 26.4 22.2 22.2 12.6 3.40 17.24 -16.02 -16.02   -43.07
                                       
9 เคมีภัณฑ์ 2.5 2.7 4.3 4.3 3.7 9.01 9.88 55.28 55.28   -12.28
                                       
10 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ 2.8 1.8 2.9 2.9 3.7 86.31 -34.42 59.85 59.85   28.89
                                       
รวม 10 รายการ 453.8 428.2 429.9 429.9 354.3 40.20 -5.64 0.41 0.41   -17.59
                                       
อื่นๆ 37.0 39.6 35.1 35.1 27.9 -29.66 7.02 -11.39 -11.39   -20.54
                                       
รวมทั้งสิ้น 490.7 467.7 465.0 465.0 382.1 30.44 -4.68 -0.59 -0.59   -17.82
                                       

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

      มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
อันดับที่    
ชื่อสินค้า
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
                           
1 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ 13.5 25.0 37.1 37.1 35.5 491.66 84.37 48.76 48.76 -4.31
                       
2 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป 29.8 73.1 53.2 53.2 32.5 27.29 145.08 -27.26 -27.26 -38.79
                       
3 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 64.5 39.8 14.0 14.0 10.7 -31.65 -38.22 -64.76 -64.76 -23.84
                       
4 เคมีภัณฑ์ 2.9 2.1 2.7 2.7 3.1 167.33 -26.26 27.25 27.25 15.57
5 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 1.1 1.3 1.6 1.6 2.7 36.22 23.59 23.55 23.55 65.13
6 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 3.8 1.0 2.3 2.3 1.9 50.09 -73.08 127.46 127.46 -19.63
7 ด้ายและเส้นใย 0.1 0.0 0.3 0.3 1.0 8,776.92 -73.22 984.14 984.14 201.76
8 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 0.1 0.1 0.2 0.2 0.6 -62.90 -5.43 274.55 274.55 162.69
                       
9 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 0.7 0.4 0.3 0.3 0.1 -8.95 -45.75 -19.45 -19.45 -64.14
                       
                       
10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1 1,125.00 181.63 -70.29 -70.29 2,636.59
                       

  

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

Embassy of the Republic of Peru

Glas Haus Bldg., 16th Fl.,
No. 1 Sukhumvit Soi 25,
Sukhumvit Road, Watthana,
Bangkok 10110

Tel: 0-2260-6243, 0-2260-6245, 0-2260-6248

Fax: 0-2260-6244

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: http://www.peru.org.pe

 

 

JoomSpirit