สาธารณรัฐโบลิเวีย

Flag of Bolivia Coat of arms of Bolivia
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐโบลิเวีย หรือ Republic of Bolivia

ที่ตั้ง

พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของอเมริกาใต้ มีพรมแดนด้านเหนือและตะวันออกติดกับบราซิล ด้านตะวันตกติดกับชิลีและเปรู ด้านใต้ติดปารากวัยและอาร์เจนตินา โบลิเวียมีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปอเมริกาใต้ ไม่มีทางออกทางทะเล ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง

พื้นที่

พื้นที่ทั้งหมด 1,098,581 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,083,301 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 15,280ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนทั้งหมดยาว 7,252 กิโลเมตร ทิศใต้ ติดประเทศอาร์เจนตินาเป็นระยะทาง 942 กิโลเมตร ทิศเหนือ ติดประเทศบราซิลระยะทาง 3,403 กิโลเมตร ทิศตะวันตก ติดประเทศชิลีระยะทาง 942กิโลเมตร และเปรูระยะทาง 1,212 กิโลเมตร ทิศตะวันออก ติดประเทศปารากวัยระยะทาง 753 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง

สภาพภูมิอากาศ

แตกต่างออกไปแต่ละพื้นที่ บริเวณที่ราบสูงและเทือกเขาแอนดีสอากาศหนาวเย็น หุบเขาตอนกลางและตอนล่างอากาศปานกลาง ไม่ร้อนไม่หนาวนัก ส่วนทางเหนือและตะวันออกของประเทศมีอุณหภูมิอากาศแบบเส้นศูนย์สูตร

ทรัพยากรธรรมชาติ

ดีบุก แก๊สธรรมชาติ ปิโตรเลียม สังกะสี ทังสเตน พลวง เงิน เหล็ก ตะกั่ว ทองคำ ไม้ พลังไฟฟ้าจากน้ำ

ภัยธรรมชาติ

อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เดือนมีนาคม-เมษายน)

จำนวนประชากร

11,138,234 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

ชาวโบลิเวียน (Bolivian(s))

เชื้อชาติ

โบลิเวียเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเคซัว (อินเดียนแดงที่ใช้ภาษา Quechua) โดยมีสัดส่วนประชากรเชื้อชาติต่างๆดังนี้ พวกเมสทิโซ (ลูกผสมระหว่างชาวสเปนและอินเดียนแดง) 68% ชนพื้นเมือง 20% ผิวขาว 5% ชาว cholo/chola 2% ผิวดำ 1% อื่นๆ 1% ที่ระบุไม่ได้ 3% (พ.ศ. 2552)

ศาสนา

โรมันคาทอลิก 76.8% นิกาย Evangelical และ Pentecostal 8.1% โปรแตสแตนท์ 7.9% อื่นๆ 1.7% ไม่มีศาสนา 5.5% (พ.ศ. 2555)

ภาษา

ภาษาสเปน ภาษาเคซัว และภาษาไอย์มารา (ทั้งสามเป็นภาษาราชการ)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

     ระหว่าง 100 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 9 ชนเผ่า Aymara คือชนชาติที่อาศัยอยู่ในโบลิเวีย ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ชาวเผ่าอินคาที่ใช้ภาษา Quechua ได้ผนวกโบลิเวียเข้ากับจักรวรรดิอินคา 

สเปนได้เข้ายึดครองโบลิเวียในปี ในปี 2078 (ค.ศ. 1535) โดยปกครองโบลิเวียนานถึง 290 ปี จนกระทั่งถึงปี 2368 (ค.ศ.1825) โบลิเวียได้รับเอกราชจากสเปน และได้ก่อตั้งประเทศขึ้นโดยใช้ชื่อตาม Simon Bolivar วีรบุรุษผู้นำที่ได้กอบกู้อิสรภาพจากสเปนให้กับอเมริกาใต้ หลังจากได้รับเอกราชแล้ว โบลิเวียอยู่ใต้การปกครองของทหารมาโดยตลอด และได้เข้าสู่สงครามกับชิลี (ปี 2422-2427 หรือ ค.ศ. 1879-84) แต่ต้องพ่ายแพ้และสูญเสียดินแดน ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นทางออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกให้แก่ชิลี

ต่อมา ในปี 2446 (ค.ศ. 1903) โบลิเวียสูญเสียดินแดนอีกส่วนหนึ่งของจังหวัด Acre ซึ่งเป็นแหล่งยางพาราที่สำคัญให้กับบราซิล และในปี 2481 (ค.ศ. 1938) เสียดินแดนอีกครั้งให้ปารากวัย 100,000 ตารางไมล์ เนื่องจากแพ้สงคราม 

เมื่อปี 2552 รัฐบาลโบลิเวียได้เปลี่ยนชื่อทางการของประเทศ จากสาธารณรัฐโบลิเวีย (Republic of Bolivia) เป็น “รัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย (Plurinational State of Bolivia) 

 

รูปแบบการปกครอง

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้คำจำกัดความรูปแบบการปกครองของโบลิเวียว่าเป็นลักษณะ "Social Unitarian State" คือ รัฐที่มีรัฐบาลกลางเป็นผู้มีอำนาจปกครอง และอำนาจบริหารสูงสุดเพียงองค์กรเดียว

เมืองหลวง

กรุง La Paz (ลาปาซ ) เป็นเมืองที่ตั้งของฝ่ายบริหาร

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 แคว้น (Departments) ได้แก่ (1) Beni (2) Chuquisaca (3) Cochabamba (4) La Paz (5) Oruro (6) Pando (7) Potosi (8) Santa Cruz (9) Tarija

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

large detailed administrative map of bolivia 1

ที่มา: http://www.vidiani.com/?p=6684

วันที่ได้รับเอกราช

6 สิงหาคม พ.ศ.2368 (จากสเปน)

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าคณะรัฐบาล รวมถึงเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งในคราวเดียวกัน วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี และสามารถได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบ 2 สภา (Bicameral Plurinational Legislative Assembly หรือ Asamblea Legislativa Plurinacional) ประกอบด้วย (1) Chamber of Senators หรือ Camera de Senadores จำนวน 36 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งในระบบสัดส่วนจากบัญชีรายชื่อ วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี และ (2) Chamber of Deputies หรือ Camara de Diputados จำนวน 130 ที่นั่ง 70 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากแต่ละเขต (uninominal deputies) อีก 7 ที่นั่งเป็นตัวแทนพิเศษจากชนพื้นเมือง และอีก 53 คน (Plurinominal deputies) มาจากการเลือกตั้งในระบบสัดส่วนจากบัญชีรายชื่อ ผู้แทนทุกคนมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ

  1. ศาลฎีกา (Supreme Courtor Tribunal Supremo de Justicia) ผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้งระบบคะแนนนิคมจากรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุม วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี)
  2. ศาล Plurinational Constitutional Tribunal
  3. ศาล Agro-Environmental Court
  4. ศาล Council of the Judiciary
  5. ศาล Plurinational Electoral Organ
  6. ศาลท้องถิ่น (Provincial and Local courts)
  7. ศาลประจำแต่ละพื้นที่ (District Courts)

 

ระบบกฎหมาย

ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายโรมัน กฎหมายสเปน หลักศาสนา กฎหมายฝรั่งเศส และกฎหมายชนพื้นเมือง

สถานการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ

เมื่อปี 2525 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยได้เข้ามาบริหารประเทศ แต่ต้องประสบปัญหาความไร้เสถียรภาพตลอดมา ทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายพรรคการเมืองที่เคยอยู่ในอำนาจเดิม และหันไปให้การสนับสนุนพรรคการเมืองจากฝ่ายซ้ายแทน จนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 นายอีโว โมราเลส (Evo Morales) จากพรรค Movimiento al Socialismo (MAS) ซึ่งเป็นชนพื้นเมือง มีแนวความคิดทางการเมืองแบบฝ่ายซ้าย ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

ภายหลังการเลือกตั้ง นายโมราลเสสเร่งปฏิรูปประเทศตามแนวทางสังคมนิยม โดยเน้นการมีบทบาทของรัฐให้เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในการบริหารทรัพยากรสำคัญของชาติ รวมทั้งเร่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้ผ่านประชามติเห็นชอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เพื่อใช้เป็นพื้นฐานการปฏิรูปประเทศ

หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือการยอมรับสิทธิของชนพื้นเมืองซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เพิ่มความเป็นอิสระให้กับเขตปกครองต่างๆ รวมทั้งเพิ่มบทบาทของรัฐในการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของชาติ 

อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีข้อบทบัญญัติให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ 2 สมัยเท่านั้น แต่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า ในกรณีของนายโมราลเลส เมื่อหมดวาระที่ 2 ในปี 2558 แล้วจะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกสมัยหรือไม่ เนื่องจากผู้สนับสนุนนายโมราลเลส ระบุว่า การดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบันของนายโมราเลส ถือเป็นการดำรงตำแหน่งสมัยแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่บัญญัติข้อจำกัดนี้ไว้

นโยบายต่างประเทศ

รัฐบาลนายโมราเลส ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเป็นอย่างมาก เหตุหนึ่งมาจากความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาที่ไม่ราบรื่นนัก ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโมราลเลส ได้ขับไล่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำโบลิเวียออกนอกประเทศ โดยให้เหตุผลว่าแทรกแซงกิจการภายใน เมื่อปี 2552 รัฐบาลสหรัฐฯ จึงตอบโต้ด้วยการยกเลิกสิทธิพิเศษทางศุลกากรกับสินค้าจากโบลิเวียซึ่งนำเข้าตลาดสหรัฐฯ ภายใต้ความตกลง Andean Trade-Promotion and Drug Eradication Act (ATPDEA) ที่สหรัฐฯ ทำกับประชาคมแอนเดียน

สำหรับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา โบลีเวียมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเวเนซุเอลา เนื่องจากมีรัฐบาลที่มีแนวคิดทางการเมืองใกล้เคียงกัน โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาภายใต้การนำของประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ ได้ให้ความช่วยเหลือทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อรัฐบาลนายโมราลเลสตลอดมา นอกจากนี้ โบลิเวียยังมีความใกล้ชิดกับเอกวาดอร์และคิวบาด้วย ซึ่งนำไปสู่บทบาทที่สำคัญในการพัฒนากลุ่มความร่วมมือ The Bolivarian Alliance for the Peoples of Our America หรือ ALBA ในลาตินอเมริกาในเวลาต่อมา 

นอกจากนี้ ในระดับภูมิภาค โบลิเวียยังเป็นสมาชิกของประชาคมแอนเดียน (Andean Community) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกปัจจุบันอื่น ได้แก่ เปรู โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ รวมเป็น 4 ประเทศ กลุ่มความร่วมมือนี้ มีการดำเนินนโยบายการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน และยังมีความตกลงกับสหภาพยุโรปที่ทำให้เศรษฐกิจโบลิเวียได้ประโยชน์ด้วย

 


Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments


ข้อมูล ณ วันที่  2 กุมภาพันธ์ 2560

 Update 22 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Juan Evo MORALES Ayma
  • Vice Pres.
    Alvaro GARCIA Linera
  • Min. of Communication
    Gisela LOPEZ Rivas
  • Min. of Culture & Tourism
    Willma ALANOCA Mamani
  • Min. of Defense
    Reymi FERREIRA Justiniano
  • Min. of the Economy & Public Finances
    Luis ARCE Catacora
  • Min. of Education
    Roberto AGUILAR Gomez
  • Min. of Energy
    Rafael ALARCON Orihuela
  • Min. of the Environment & Water
    Carlos ORTUNO Yanez
  • Min. of Foreign Relations & Worship
    Fernando HUANACUNI Mamani
  • Min. of Govt
    Carlos ROMERO Bonifaz
  • Min. of Health
    Ariana CAMPERO Nava
  • Min. of Hydrocarbons
    Luis Alberto SANCHEZ Fernandez
  • Min. of Justice & Institutional Transparency
    Hector ARCE Zaconeta
  • Min. of Labor, Employment, & Social Security
    Hector HINOJOSA Rodriguez
  • Min. of Mining & Metals
    Felix Cesar NAVARRO Miranda
  • Min. of Planning & Development
    Mariana PRADA Noya
  • Min. of the Presidency
    Rene MARTINEZ Callahuanca
  • Min. of Productive Development & Pluralist Economics
    Eugenio ROJAS Apaza
  • Min. of Public Works, Services, & Housing
    Milton CLAROS Hinojosa
  • Min. of Rural Development & Lands
    Cesar COCARICO Yana
  • Min. of Sport
    Tito Roland MONTANO Rivera
  • Head, Legal Defense of the State
    Pablo MENACHO Diederich
  • Pres., Central Bank
    Marcelo ZABALAGA Estrada
  • Charge d'Affaires, Embassy, Washington
    Freddy BERSATTI Tudela
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Sacha LLORENTI Soliz

 

 ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/BL.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

78.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

7,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 12.9%
  • ภาคอุตสาหกรรม 29.3%
  • ภาคการบริการ 57.7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

3.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ถั่วเหลือง กาแฟ โคคา ฝ้าย อ้อย ไม้

อุตสาหกรรม

ทำเหมือง ถลุงแร่ ปิโตรเลียม อาหารและเครื่องดื่ม ยาสูบ หัตถกรรม สิ่งทอ

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

6.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

34% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

* ข้อมูลครอบคลุมหนี้ภาครัฐทั่วไปและรวมถึงตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ นอกเหนือจากกระทรวงการคลัง หนี้ของกระทรวงการคลังต่อองค์กรต่างประเทศ และหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานในระบอบต่ำกว่ารัฐ (subnational entity)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 1.876 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

7.214 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออก

แก๊สธรรมชาติ, ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง, น้ำมันดิบ, แร่สังกะสี, ดีบุก

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

Brazil 28.1%, Argentina 16.9%, US 12.1%, Colombia 6.3%, China 5.3%, Japan 4.7%, South Korea 4.3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

8.427 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้า

ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม พลาสติก กระดาษ เครื่องบินและชิ้นส่วนเครื่องบิน อาหาร รถยนต์ ยาฆ่าแมลง ถั่วเหลือง

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

CChina 17.9%, Brazil 16.5%, Argentina 11.8%, US 10.6%, Peru 6.2%, Japan 5.2%, Chile 4.6%  (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

โบลิเวียโน

สัญลักษณ์เงิน

BOB

 

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ


        โบลิเวียเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในลาตินอเมริกา แม้จะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันปิโตรเลียม โดยเมื่อปี 2550 เป็นที่มาของรายได้ร้อยละ 11.3 ของ GDP ของประเทศ และมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของสินค้าส่งออกของโบลิเวียทั้งหมด รวมทั้ง แร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะลิเทียม ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในโลกและมีศักยภาพด้านการเกษตร 

     ที่ผ่านมา ชาวโบลิเวียส่วนใหญ่เห็นว่า การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนทั่วไปถูกเอารัดเอาเปรียบ และไม่ได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่ตนมีส่วนเป็นเจ้าของ รัฐบาลนายโมราลเลส ซึ่งบริหารประเทศด้วยแนวความคิดทางการเมืองแบบสังคมนิยม ได้โอนกิจการสำคัญที่เป็นรายได้หลักของประเทศมาเป็นของรัฐเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม 

     เมื่อปี 2549 รัฐบาลได้เริ่มการโอนกิจการก๊าซธรรมชาติให้บริษัทที่รัฐบาลเป็นเจ้าของเป็นผู้บริหารงาน นอกจากนี้ ยังมีการโอนกิจการเหมืองแร่ Huanuni สัมปทานโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่เคยถือครองโดยบริษัท ENTEL และกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียมอีกหลายบริษัทมาเป็นของรัฐด้วย ซึ่งการโอนกิจการดังกล่าวมาเป็นของรัฐ ในแง่หนึ่งได้กลายมาเป็นข้อด้อยของเศรษฐกิจโบลิเวีย ที่ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ การลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศของโบลิเวียอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายถอนตัวจากศูนย์ระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนของธนาคารโลก และขู่ที่จะเจรจาจัดทำความตกลงทวิภาคีเพื่อคุ้มครองการลงทุนที่ลงนามไว้กับประเทศต่างๆ ใหม่ทั้งหมด

     นอกจากนี้ โบลิเวียเสียเปรียบด้านการแข่งขันกับประเทศอื่นในลาตินอเมริกาเนื่องจากไม่มีทางออกทะเล การขนส่งสินค้าเข้าออกต้องอาศัยท่าเรือที่เมือง Arica และ Antofagasta ในชิลี และท่าเรือ Mollendo-Matarani ในเปรู รวมทั้งผ่านเส้นทางแม่น้ำที่ไหลไปสู่แม่น้ำอะเมซอน เพื่อขนส่งสินค้าแทน ชาวโบลิเวียถือว่าการสูญเสียทางออกสู่ทะเลให้กับชิลีเมื่อปี 2446 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโบลิเวียประสบปัญหา อย่างต่อเนื่อง และเป็นสาเหตุของปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชิลีมาโดยตลอด

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย

ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยและโบลิเวียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2506 ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา มีเขตอาณาครอบคลุมโบลิเวีย และได้แต่งตั้งให้นาย Francisco Muñoz เป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำกรุงลาปาซ ในขณะที่โบลิเวียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตโบลิเวีย ณ กรุงโตเกียว มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น แต่ไม่ใกล้ชิด และไม่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนบ่อยครั้งนัก โดยเมื่อ 10-12 มิถุนายน 2540 คณะเอกอัครราชทูตสัญจรประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาของไทยได้เคยไปเยือนโบลิเวีย และคณะผู้แทนจาก Special Task Force กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ได้เคยเดินทางไปศึกษาตลาดสินค้าที่โบลิเวีย ระหว่าง 24-27 พฤศจิกายน 2546

อย่างไรก็ดี ไทยได้แสดงความเป็นมิตรประเทศที่ดีของโบลิเวีย โดยได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา เป็นผู้แทนระดับสูงของไทยเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายอีโว โมราลเลสเมื่อปี 2553 และเมื่อครั้งที่โบลิเวียประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงในปี 2551 รัฐบาลไทยได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่รัฐบาลโบลิเวียด้วย

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

สินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แบตเตอรี่ ผ้าปักและผ้าลูกไม้ รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบ รถจักรยานและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องเทศและสมุนไพร ผ้าผืน เครื่องดนตรีและส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋อง สินค้านำเข้าจากโบลิเวียที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักผลไม้ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และสิ่งทอ 

การท่องเที่ยว ชาวโบลิเวียเดินทางเข้าไทย 736 คน (2556)
จำนวนคนไทยในโบลิเวีย 10 คน
 

ความร่วมมือทางวิชาการ

ไทยและโบลิเวียยังไม่มีความตกลงเพื่อความร่วมมือทางวิชาการในระดับทวิภาคี อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบความร่วมมือ FEALAC และ OAS ไทยให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรมแก่ผู้แทนจากโบลิเวีย เช่นเดียวกับประเทศอื่นในลาตินอเมริกา

ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

จำนวนนักท่องเที่ยวโบลิเวียที่เดินทางเข้าไทยเมื่อปี 2552 มีจำนวน 391 คน ทั้งนี้ หากบุคคลสัญชาติไทยประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศโบลิเวียต้องขอตรวจลงตราเพื่อเดินทางเข้าประเทศโบลิเวียด้วย โดยอาจติดต่อสถานเอกอัครราชทูตโบลิเวีย ประจำประเทศญี่ปุ่น หมายเลขโทรศัพท์ 813 3499 5441-42

ความสัมพันธ์ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ – การแลกเปลี่ยนการสนับสนุน

ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีในการเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะการให้เสียงสนับสนุนในการลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสำคัญในองค์กรระหว่างประเทศ เช่น โบลิเวียให้เสียงสนับสนุนไทย ในตำแหน่งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) วาระ ค.ศ. 2010-2013 ซึ่งไทยแลกเปลี่ยนโดยการให้เสียงสนับสนุนการสมัครของโบลิเวียในตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) วาระ ค.ศ. 2013-2015

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคคือ กรอบความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา (FEALAC) ซึ่งไทยได้ใช้เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์กับโบลิเวียผ่านการเสนอให้ทุนการศึกษาและการฝึกอบรมแก่ชาวโบลิเวียอย่างต่อเนื่อง 

ความตกลงที่สำคัญระหว่างสองประเทศ

ไทยและโบลิเวียอยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำความตกลงการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ ซึ่งหากการเจรจาจัดทำประสบความสำเร็จจะเป็นความตกลงทวิภาคีฉบับแรกระหว่างประเทศทั้งสอง

ที่มา รัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - โบลิเวีย                      
มูลค่าการค้า 77.04 72.88 61.97 61.97 52.49 109.17 -5.40 -14.96 -14.96 -15.30
การส่งออก 53.89 71.90 58.40 58.40 38.65 61.42 33.42 -18.78 -18.78 -33.82
การนำเข้า 23.15 0.97 3.57 3.57 13.84 572.14 -95.79 266.79 266.79 287.62
ดุลการค้า 30.75 70.93 54.83 54.83 24.81            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 50.4 68.0 51.5 51.5 36.0 71.68 34.95 -24.26 -24.26 -30.14
2 หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 0.5 0.6 1.0 1.0 1.5 -20.10 14.60 70.35 70.35 42.84
3 ผลิตภัณฑ์ยาง 1.1 1.9 0.3 0.3 0.2 -42.48 70.37 -84.07 -84.07 -29.35
4 รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 0.1 0.0 0.3 0.3 0.1 100.00 -99.20 35,337.50 35,337.50 -55.63
5 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.1 0.0 0.0 0.0 0.1 -24.32 -50.93 -39.89 -39.89 387.89
6 ผักกระป๋อง และผักแปรรูป 0.1 0.1 0.0 0.0 0.1 44,666.67 -5.44 -65.91 -65.91 147.34
7 ตาข่ายจับปลา 0.0 - 0.1 0.1 0.1 - - - - -3.12
8 ผ้าปักและผ้าลูกไม้ 0.5 0.4 0.3 0.3 0.1 515.04 -13.86 -24.58 -24.58 -80.94
9 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม 0.1 0.1 0.0 0.0 0.1 -23.50 -32.82 -60.49 -60.49 80.82
10 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.4 0.1 3.3 3.3 0.0 -23.47 -68.31 2,810.84 2,810.84 -98.65
รวม 10 รายการ 53.3 71.3 56.9 56.9 38.3 62.49 33.74 -20.11 -20.11 -32.81
อื่นๆ 0.6 0.6 1.5 1.5 0.4 2.26 5.37 129.94 129.94 -72.87
รวมทั้งสิ้น 53.9 71.9 58.4 58.4 38.7 61.42 33.42 -18.78 -18.78 -33.82

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 0.4 0.5 0.4 0.4 11.8 -13.35 21.52 -11.97 -11.97 2,843.70
2 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 0.8 0.2 1.7 1.7 1.1 -57.83 -69.73 603.66 603.66 -33.61
3 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 0.2 0.2 0.6 0.6 0.3 - -24.12 197.25 197.25 -43.27
4 เคมีภัณฑ์ 0.1 0.1 0.3 0.3 0.3 -47.29 -3.06 332.95 332.95 -17.32
5 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ 0.1 - - - 0.2 - -100.00 - - -
6 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ - - 0.0 0.0 0.1 - - - - 51,300.00
7 รองเท้า - - - - 0.0 - - - - -
8 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - -65.33 -65.33 646.15
9 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 200.00 -66.67 10,800.00 10,800.00 -5.50
10 ข้าวและผลิตภัณฑ์จากแป้ง - 0.0 0.0 0.0 0.0 - - 7,900.00 7,900.00 18.75
รวม 10 รายการ 1.6 1.0 3.0 3.0 13.8 -38.78 -38.74 209.58 209.58 360.82
อื่นๆ 21.6 0.0 0.6 0.6 0.0 2,407.81 -99.98 12,868.18 12,868.18 -97.28
รวมทั้งสิ้น 23.1 1.0 3.6 3.6 13.8 572.14 -95.79 266.79 266.79 287.62
 
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

JoomSpirit