แคนาดา

Flag of Canada Canada Coat of Arms
ธง ตราสัญลักษณ์

 

คำขวัญ:

ละติน: A Mari Usque Ad Mare

("จากทะเลสู่ทะเล")

 

Canada orthographic projection
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Canada
 
map of canada
ที่มา: lonelyplanet.com

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

แคนาดา หรือ Canada

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ทางเหนือติดกับมหาสมุทรอาร์คติกและทางใต้ติดกับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ระหว่างละติจูดที่ 60 00 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 95 00 องศาตะวันตก

พื้นที่

พื้นที่ทั้งหมด 9, 984, 670 ตารางกิโลเมตร พื้นดินขนาด 9, 093, 507 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 891, 163 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาเล็กน้อย

อาณาเขต

พรมแดนติดกับประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งหมด 8, 893 กิโลเมตร (รวมกับพรมแดนด้านที่ติดกับอะลาสกา 2,477 กิโลเมตร) ความยาวชายฝั่ง 202, 080 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่ทั้งหมดเป็นที่ราบ มีภูเขาทางทิศตะวันตกและทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะเป็นที่ราบต่ำ

สภาพภูมิอากาศ

ภาคพื้นทวีป (มีหิมะในฤดูหนาว และอบอุ่นในฤดูร้อน) ทางใต้มีอุณหภูมิกำลังพอดี ทางทิศเหนือมีลักษณะอากาศแบบใกล้ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกเหนือ

ทรัพยากรธรรมชาติ

สินแร่, นิกเกิล, สังกะสี, ทองแดง, ทองคำ, ตะกั่ว, Molydenum, โพแทส, เพชร, เงิน, ปลา, ไม้ซุง, สัตว์ป่า, ถ่านหิน, ปิโตรเลียม, ก๊าซธรรมชาติ, พลังงานน้ำ

ภัยธรรมชาติ

ทางตอนเหนือดินชั้นล่างมีลักษณะเป็น น้ำแข็งอย่างถาวรเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา พายุไซโคลนจากทางภาคตะวันออกของเทือกเขาร็อคกี้ทำให้เกิดฝนในประเทศและพายุ ทางตะวันออกของเทือกเขา

จำนวนประชากร

35,362,905 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.74% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สัญชาติ

Canadian (s)

เชื้อชาติ

แคนาดา 32.2 ชาวเกาะอังกฤษ 19.8% ชาวฝรั่งเศส 15.5% ชาวสก๊อต 14.4% ชาวไอริช 13.9% ชาวเยอรมัน 9.8% ชาวอิตาลี 4.5% ชาวจีน 4.5% ชาวพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ (North American Indian) 4.2% อื่นๆ 50.9% (พ.ศ. 2554)

ศาสนา

โรมัน คาทอลิก 40.6% โปรแตสแตนท์ 20.3% ศาสนาคริสต์นิกายอื่นๆ 6.3% ศาสนาอิสลาม 3.2% ฮินดู 1.5% ซิกข์ 1.4% พุทธ 1.1% ยิว 1% อื่นๆ 0.6% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 23.9% (พ.ศ. 2554)

ภาษา

อังกฤษ 58.7% และฝรั่งเศส 22% ปัญจาบ 1.4% อิตาเลียน 1.3% ภาษาสเปน 1.3% เยอรมัน 1.3% ภาษาจีนกวางตุ้ง 1.2% ตากาล็อก 1.2% อาหรับ 1.1% อื่นๆ 10.5% (พ.ศ. 2554)

 

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

 
ฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองแคนาดาฝั่งตะวันออกในปี ค.ศ.1534 และได้เริ่มตั้งถิ่นฐานในปี ค.ศ.1604 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1713 อันเนื่องจากเหตุผลด้านการประมงและการค้าขนสัตว์ ซึ่งในที่สุดดินแดนแคนาดาตกเป็นของอังกฤษ ปี ค.ศ.1849 แคนาดาได้รับการยอมรับในสิทธิการปกครองตนเอง และต่อมาปี ค.ศ.1867 ได้มีการจัดตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะของสมาพันธรัฐซึ่งประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (มณฑล Ontario, Quebec, Nova Scotia และ New Brunswick ในปัจจุบัน) และต่อมาได้ขยายออกไปยังมณฑลภาคตะวันตกจนถึงมณฑล British Columbia ปี ค.ศ.1931 แคนาดาได้รับสถานะเป็นประเทศที่เท่าเทียมกับอังกฤษโดยมีกษัตริย์อังกฤษเป็นพระประมุข และต่อมาในปี ค.ศ.1949 มณฑล New Foundland and Labrador เข้าร่วมเป็นมณฑลที่สิบของแคนาดา

 

รูปแบบการปกครอง

ประมุข สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยมีนายเดวิด จอห์นสตัน (The Right Honourable David Johnston) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy) มีการปกครองแบบสมาพันธรัฐ (Confederation)

เมืองหลวง

กรุงออตตาวา (Ottawa) เมืองสำคัญ โทรอนโต(Toronto) มอนทรีออล(Montreal) แวนคูเวอร์ (Vancouver) ควิเบก ซิตี้ (Quebec City) แฮลิแฟ็กซ์ (Halifax) วินนิเป็ก (Winnipeg) เอ็ดมันตัน (Edmonton)

การแบ่งเขตการปกครอง

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 มณฑล (Province) และ 3 เขตปกครองพิเศษ (Territory) โดยแต่ละมณฑลมีมุขมนตรี (Premier) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย 1. Ontario 2. Quebec 3. Nova Scotia 4. New Brunswick 5. Manitoba 6. British Columbia 7. Prince Edward Island 8. Saskatchewan9. Alberta 10. Newfoundland and Labrador 11. Northwest Territories 12. Yukon Territory 13. Nunavut

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

Political map of Canada
ที่มา: ไฟล์:Political map of Canada.png - วิกิพีเดีย

 

วันที่ได้รับเอกราช

1 กรกฎาคม 1867 (พ.ศ. 2410) จากอาณานิคมอเมริกาเหนือของสหราชอาณาจักร และได้รับการยอมรับจากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1931 (พ.ศ. 2474)

รัฐธรรมนูญ

ประกอบด้วย พรบ. ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

ฝ่ายบริหาร

ประมุขของรัฐได้แก่ พระราชินีอลิซาเบทที่ 2 ปกครองโดยผ่านผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor General) มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลและเป็นผู้เลือกรัฐมนตรี (Federal Ministry) ซึ่งโดยปกติจะมาจากพรรคการเมืองเดี่ยวกับนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาร่วมคณะรัฐบาล ประมุขของรัฐมาจากการสืบสันติวงศ์ ประมุขของรัฐเป็นผู้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จากคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ตามด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา โดยปกติแล้วผู้นำพรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภาหรือผู้นำเสียงข้างมากของพรรคร่วมรัฐบาล (จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ House of Commons) จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันทีโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบ 2 สภา (Bicameral Parliament หรือ Parlement) ประกอบด้วย (1) วุฒิสภา (Senate หรือ Senat) สมาชิกจำนวน 105 ที่นั่ง ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จากคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งอายุ 75 ปี และ (2) สภาผู้แทนราษฎร (House of Commons หรือ Chambre des Communes) จำนวนสมาชิก 309 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่งสูงสุด 5 ปี (เริ่มจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2553) การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นภายในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกา (Supreme Court of Canada) ผู้พิพากษาได้รับเลือกโดยนายกรัฐมนตรีและได้รับการแต่งตั้งจากผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ศาลอื่นๆ ได้แก่ Federal Court of Canada, Federal Court of Appeal, Provincial Courts

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษ (English Common Law) ยกเว้นในรัฐ Quebec ที่ระบบกฎหมายมีรากฐานมาจากกฎหมายฝรั่งเศส ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยมีการสงวนสิทธิ์บางประการ

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
 
ฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองแคนาดาฝั่งตะวันออกในปี ค.ศ.1534 และได้เริ่มตั้งถิ่นฐานในปี ค.ศ.1604 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1713 อันเนื่องจากเหตุผลด้านการประมงและการค้าขนสัตว์ ซึ่งในที่สุดดินแดนแคนาดาตกเป็นของอังกฤษ ปี ค.ศ.1849 แคนาดาได้รับการยอมรับในสิทธิการปกครองตนเอง และต่อมาปี ค.ศ.1867 ได้มีการจัดตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะของสมาพันธรัฐซึ่งประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (มณฑล Ontario, Quebec, Nova Scotia และ New Brunswick ในปัจจุบัน) และต่อมาได้ขยายออกไปยังมณฑลภาคตะวันตกจนถึงมณฑล British Columbia ปี ค.ศ.1931 แคนาดาได้รับสถานะเป็นประเทศที่เท่าเทียมกับอังกฤษโดยมีกษัตริย์อังกฤษเป็นพระประมุข และต่อมาในปี ค.ศ.1949 มณฑล New Foundland and Labrador เข้าร่วมเป็นมณฑลที่สิบของแคนาดา
 
สภาพสังคม
 
สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่างๆ มากมาย โดยชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี ค.ศ. 1991-2000 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา โดยในปี ค.ศ. 1962 รัฐสภาแคนาดาได้ออกกฎหมายคนเข้าเมืองตามข้อเสนอของพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้จนทุกวันนี้ สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวคือการยกเลิกการเลือกประติบัติ (ก่อนหน้านี้มีการออกกฎหมายปี ค.ศ. 1887 เพื่อกีดกันการเข้าเมืองของคนจีน และต่อมาปี ค.ศ. 1910 ได้ออกกฎหมายที่ใช้หลักการแหล่งกำเนิด แบ่งเป็น preferred ซึ่งคือ กลุ่มคนยุโรป และ non-preferred ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ใช่ยุโรป) กล่าวคือ การเปิดรับคนเข้าเมืองจากทุกที่อย่างเป็นทางการทั่วไป และการใช้วิธีการคิดคะแนนประเมินน้ำหนัก (point system) ว่าสมควรรับผู้ใดเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดา ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า แคนาดามองเรื่องการรับคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นการถาวร เพื่อเป็นฐานการเก็บภาษีให้แก่รัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑลของแคนาดา
 
ค่านิยมหลักของสังคมแคนาดาที่ฝังลึกในทุกคนคือการส่งเสริมและเคารพในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สังคมแคนาดาจะสนใจอย่างยิ่งต่อพัฒนาการในประเทศที่มีระบอบการปกครองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
 
ปัจจุบันมีคนไทยในแคนาดาประมาณ 10,000 คน โดยเฉพาะนครแวนคูเวอร์ มณฑลบริติชโคลัมเบีย นครโทรอนโต และกรุงออตตาวา มลฑลออนแทรีโอ (ประมาณ 3,550 คน) คนไทยส่วนใหญ่ประกอบกิจการ ร้านอาหารไทย (ประมาณ 225 ร้าน) มีวัดไทย 7 แห่ง และสมาคมไทย 5 แห่ง
 
การเมืองการปกครอง
 
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศเครือจักรภพของสหราชอาณาจักร และปัจจุบันมีนายเดวิด จอห์นสตัน (The Right Honourable David Johnston) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แคนาดามีพรรคการเมืองหลักที่สำคัญ ได้แก่ พรรค Conservative ซึ่งนายสตีเวน ฮาร์เปอร์ (Stephen J. Harper) เป็นหัวหน้าพรรค พรรค New Democrat (NDP) ซึ่งมีนายทอม มัลแคร์ (Tom Mulcair) เป็นหัวหน้าพรรค และพรรค Liberal แนวเสรีนิยมสายกลาง ซึ่งนายจัสติน ทรูโด (Justin Trudeau)  เป็นหัวหน้าพรรค  
 
ปัจจุบันนายฮาร์เปอร์หัวหน้าพรรค Conservative ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของแคนาดา สมัยที่ 3 โดยพรรค Conservative จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยพรรค Conservative ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดจำนวน 167 ที่นั่ง จากทั้งหมด 308 ที่นั่ง พรรค New Democrat (NDP) ได้ 102 ที่นั่ง ส่วนพรรค Liberal ได้ 34 ที่นั่ง พรรค Bloc Québécois ได้ 1 ที่นั่ง และอีก 1 ที่นั่งเป็นผู้สมัครพรรค Green Party
 
รัฐบาล Conservative ภายใต้การนำของนายฮาร์เปอร์ ให้ความสำคัญในการลดอัตราภาษี การต่อสู้อาชญากรรมโดยเฉพาะปัญหาการลักลอบขนคนข้ามชาติ และนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ    
 
นโยบายต่างประเทศ
 
รัฐบาลแคนาดาให้ความสำคัญสูงสุดกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ โดยคำนึงถึงการที่สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 1 และการที่สหรัฐฯ มีส่วนสำคัญในการป้องกันและป้องปรามปัญหาการก่อการร้ายที่อาจแทรกซึมเข้าสู่แคนาดาที่มีพรมแดนติดกับสหรัฐฯ ยาวถึง 9,000 กิโลเมตร
 
แคนาดามีนโยบายส่งเสริมเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการสร้างงาน ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของชาวแคนาดา ในการนี้ จึงต้องมีการร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยแสดงให้เห็นว่าแคนาดาให้ความสำคัญกับคุณค่าของเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรมและศักดิ์ศรีแก่ทุกคน ซึ่งเป็นค่านิยมสำคัญของแคนาดาในความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
 
แคนาดาเล็งเห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรในประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และได้เข้าร่วมในการเจรจา Trans-Pacific Partnership (TPP) โดยมุ่งที่จะจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  นอกจากนี้ แคนาดากำลังผลักดันให้มีความตกลงการค้าเสรีกับประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทยอีกด้วย
 

 

Update ธันวาคม 2558

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  12 ธันวาคม  2559

 

  • Governor Gen. David JOHNSTON
  • Prime Min. Justin Pierre James TRUDEAU
  • Min. of Agriculture & Agri-Food Lawrence MACAULAY
  • Min. of Canadian Heritage Melanie JOLY
  • Min. of Democratic Institutions Maryam MONSEF
  • Min. of Employment, Workforce Development, & Labor MaryAnn MIHYCHUK
  • Min. of the Environment & Climate Change Catherine MCKENNA
  • Min. of Families, Children, & Social Development Jean-Yves DUCLOS
  • Min. of Finance William Francis MORNEAU
  • Min. of Fisheries, Oceans, & the Canadian Coast Guard Dominic LEBLANC
  • Min. of Foreign Affairs Stephane DION
  • Min. of Health Jane PHILPOTT
  • Min. of Immigration, Refugees and Citizenship John MCCALLUM
  • Min. of Indigenous and Northern Affairs Carolyn BENNETT
  • Min. of Innovation, Science, and Economic Development Navdeep Singh BAINS
  • Min. of Intl. Development & La Francophonie Marie-Claude BIBEAU
  • Min. of Intl. Trade Chrystia FREELAND
  • Min. of Justice & Attorney Gen. Jody WILSON-RAYBOULD
  • Min. of National Defense Harjit Singh SAJJAN
  • Min. of National Revenue Diane LEBOUTHILLIER
  • Min. of Natural Resources James Gordon CARR
  • Min. of Public Safety & Emergency Preparedness Ralph GOODALE
  • Min. of Public Services & Procurement Judy M. FOOTE
  • Min. of Science Kirsty DUNCAN
  • Min. of Small Business and Tourism Bardish CHAGGER
  • Min. of Sport and Persons with Disabilities Carla QUALTROUGH
  • Min. for Status of Women Patricia A. HAJDU
  • Min. of Transport Marc GARNEAU
  • Min. of Veterans Affairs Kent HEHR
  • Pres., Treasury Board Scott BRISON
  • Leader of the Govt. in the House of Commons Bardish CHAGGER
  • Leader of the Govt. in the Senate Peter HARDER
  • Governor, Bank of Canada Stephen POLOZ
  • Ambassador to the US David MACNAUGHTON
  • Permanent Representative to the UN, New York Marc-Andre BLANCHARD

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/CA.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

1.674 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

46,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

1.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 1.6%
  • ภาคอุตสาหกรรม 27.7%
  • ภาคการบริการ 70.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

7.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

1.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

98.8% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ยาสูบ ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์จากนม ของป่า ปลา

อุตสาหกรรม

อุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ แร่แปรรูปและไม่แปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ไม้และกระดาษ ผลิตภัณฑ์จากปลา ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรมการผลิต

-0.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-56.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

402.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรอุตสาหกรรม อากาศยาน อุปกรณ์โทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ พลาสติก ปุ๋ย ไม้เยื่อกระดาษ ไม้ซุง น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า อลูมิเนียม

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

US 76.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

419 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานยนต์และส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ไฟฟ้า สินค้าประเภทอุปโภคบริโภคที่คงทน

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

US 53.1%, China 12.2%, Mexico 5.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

ดอลลาร์แคนาดา (Canadian dollar)

สัญลักษณ์เงิน

CAD

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่นี่

เศรษฐกิจการค้า

นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน 
แคนาดามีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 11 ของโลก พึ่งพิงการค้ากับต่างประเทศเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการค้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศร้อยละ 45 สำหรับการส่งออก และร้อยละ 40 สำหรับการนำเข้า โดยพึ่งพิงการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ เป็นหลัก และข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North American Free Trade Agreement - NAFTA) ช่วยเสริมมูลค่าการค้าแคนาดา-สหรัฐฯ ให้มากยิ่งขึ้น
ภาคธุรกิจบริการของแคนาดามีสัดส่วนร้อยละ 60 ของภาคเศรษฐกิจ โดยรวมแคนาดาเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมมาเสริมการประกอบธุรกิจธนาคาร ธนาคารชั้นนำของแคนาดา 6 แห่งเป็น 1 ใน 100 ธนาคารชั้นนำของโลก และมีสาขาในต่างประเทศรวมถึงธนาคาร Nova Scotia ซึ่งมีสาขาอยู่ในประเทศไทย


ภาคการลงทุนส่วนใหญ่เปิดรับจากต่างชาติในทุกกิจการยกเว้นประมง (เฉพาะชาวแคนาดาเท่านั้น) และการขนส่งทางอากาศ (ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 25) โดยนอกจากความได้เปรียบด้านคุณภาพแรงงานที่มีความรู้และมีอัตราการว่างงานต่ำมากแล้ว รัฐบาลแคนาดาชุดปัจจุบันให้สิทธิประโยชน์ต่อการลงทุนในกิจการวิจัยและพัฒนาเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างชาติ ตลอดจนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรองรับกับความต้องการของต่างชาติ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เข้าไปลงทุนในแคนาดาเป็นอันดับ 1 ในกิจการพลังงานและเหมืองแร่ อย่างไรก็ดี แคนาดาลงทุนในต่างประเทศมากกว่าที่ได้รับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเป็นหลัก 

รัฐบาลแคนาดาชุดปัจจุบันตระหนักถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือทางการค้ากับเอเชีย นายฮาร์เปอร์ได้ริเริ่มเรื่อง Canada’s Asia - Pacific Gateway and Corridor Initiative เพื่อปรับโครงสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างแคนาดากับเอเชีย โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าการค้าโดยเฉพาะกับจีนและประเทศสำคัญทางเศรษฐกิจของเอเชีย และเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของแคนาดาเพื่อให้เป็น ลู่ทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการนำเข้าและกระจายสินค้าจากเอเชียเข้าสู่พื้นที่ภาคพื้นทวีปของภูมิภาคอเมริกาเหนือ
 
อนึ่ง แคนาดาแสดงความสนใจในการสำรวจและแสวงหาลู่ทางประกอบธุรกิจเหมืองแร่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในขณะนี้มีแผนจะขยายการลงทุนด้านนี้และมีแนวคิดจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำหรับการประกอบธุรกิจดังกล่าวในภูมิภาค

 

ระบบภาษีนำเข้า

ระบบภาษีนำเข้าของแคนาดาประมาณ ร้อยละ 90 เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 อีกทั้งยังให้สิทธิพิเศษแก่สินค้าที่นำเข้าจากประเทศด้อยพัฒนา ยกเว้นในสินค้าประเภทนม สัตว์ปีกและไข่

การลงทุน

แคนาดาเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติใน ทุกกิจการยกเว้นในบางกิจการ ได้แก่ กิจการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม การเงิน การขนส่ง และบริการด้านโทรคมนาคม นอกจากนี้ ยังมีกิจการประเภทอื่นๆ ที่ห้ามการลงทุนหรือจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ ได้แก่ การประมง ซึ่งอนุญาตเฉพาะชาวแคนาดาเท่านั้น การขนส่งทางอากาศ ซึ่งอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน ร้อยละ 25 การผลิตและการจำหน่ายหนังสือ การกระจายเสียง (ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงและไม่เกินร้อยละ 33 ในกรณีที่เป็นบริษัทแม่) การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ การจัดพิมพ์เอกสารไตรมาส บริการด้านการเงิน (มีข้อจำกัดด้านการถือหุ้นซึ่ง แตกต่างตามขนาดของสถาบันการเงิน และขึ้นอยู่กับแต่ละเมือง) โทรคมนาคม (จำกัดการถือหุ้นของต่างชาติไม่เกินร้อยละ 46.7) ทั้งนี้ ตามข้อตกลงเอเปค แคนาดาจะต้องเปิดเสรีการค้าและการลงทุนภายในปี 2553

รัฐบาลแคนาดาได้ปรับปรุงบรรยากาศการ ลงทุนให้มีความสะดวกและเอื้ออำนวยต่อการ ลงทุนของต่างชาติตลอดเวลา รัฐบาลแคนาดาให้สิทธิประโยชน์เพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่อการลงทุนในกิจการการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นกิจการเป้าหมายของรัฐบาลแคนาดา รัฐบาลแคนาดายังมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรอง รับกับความต้องการของต่างชาติ นอกจากนี้ แรงงานแคนาดายังมีความรู้และมีประสิทธิภาพ และอัตราการย้ายงานมีต่ำมาก

สหรัฐฯ เป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนในแคนาดาเป็นอันดับหนึ่ง โดยจะลงทุนในกิจการที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ได้แก่ กิจการพลังงานและเหมืองแร่

กิจการที่นักลงทุนต่างชาติให้ความ สนใจ ได้แก่ กิจการด้านการเงินและประกันภัย กิจการพลังงาน อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่ากิจการในอุตสาหกรรมอื่นๆ เริ่มที่จะมีการลงทุนทางตรงจากต่างชาติในแคนาดาเพิ่มขึ้น เช่น การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น หลายบริษัทจะเป็นลักษณะของการควบและรวมกิจการ (M&A) เช่น ในกิจการน้ำมัน และเหมืองแร่ ส่วนการลงทุนทางตรงของแคนาดาในต่างประเทศจะลงทุนมากที่สุดในสหรัฐฯ

แคนาดาออกไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่า ที่ได้รับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีแนวโน้มจะออกไป ลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยให้ความสนใจต่อสหภาพยุโรปมากขึ้นเป็นลำดับ กิจการที่แคนาดาให้ความสนใจ ได้แก่ พลังงาน โลหะ การเงินและประกันภัย เป็นที่น่าสังเกตว่า การลงทุนของแคนาดาในต่างประเทศจะเปลี่ยนจากการลงทุนในกิจการที่ใช้ทรัพยากร ธรรมชาติเป็นหลัก ไปสู่การลงทุนในการผลิตเครื่องจักรกล การขนส่ง การเงินและการประกันภัย ภาคบริการและการค้าปลีก ดังนั้น จะพบว่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในแคนาดาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นกิจการที่ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ในขณะที่การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของแคนาดาให้ความสนใจในกิจการด้านการ เงินและการประกันภัย

 

 

การค้า
 
มูลค่าการค้าระหว่างไทย-แคนาดาในปี 2555 มีมูลค่ารวม 2,518.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้าสินค้าจากแคนาดาคิดเป็นมูลค่า 936.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยส่งออกไปยังแคนาดาคิดเป็นมูลค่า 1,582.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้ากับแคนาดา 646.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 
สินค้าส่งออกไทยไปแคนาดาที่มีมูลค่าสำคัญ 10 อันดับแรก ได้แก่
1.อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 
2.เครื่องโทรสาร
3.โทรศัพท์และอุปกรณ์
4.ยางพารา
5.กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง
6.ข้าว
7.เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
8.ผลไม้กระป๋องและแปรรูป
9.เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ
10.เครื่องนุ่มห่ม
 
สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากแคนาดาที่มีมูลค่าสำคัญ 10 อันดับแรก ได้แก่
1.ปุ๋ย
2.พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช
3.เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ
4.แผงวงจรไฟฟ้า
5.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
6.สินแร่โลหะอื่น ๆ
7.เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
8.เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินและทองคำ
9.สัตว์น้ำสดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป
10.เคมีภัณฑ์
 
การลงทุน
 
การลงทุนของแคนาดาในไทยมีไม่มากนัก ประเทศที่นักลงทุนแคนาดาสนใจเข้าไปลงทุน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฮ่องกงตามลำดับ แคนาดาเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านชีวภาพและบริการด้านการแพทย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการยกระดับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และเพิ่มความเข้มแข็งในการแข่งขันในตลาดโลกได้หากมีความร่วมมือในด้านการลงทุนมากขึ้น
 
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2553 บริษัท ปตท.เนเธอร์แลนด์ โฮลดิ้ง หรือ ปตท.สผ.เอ็นแอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท.สผ.จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามใน Partnership Unit Sale Agreement กับบริษัท Statoil Canada Ltd. และบริษัท Statoil Canada Holding Corp. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Statoil ASA เพื่อร่วมลงทุนในอัตราร้อยละ 40 ในแหล่ง Oil Sands Kai Kos Dehseh (KKD) ในแคนาดา คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 2,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.84 หมื่นล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนต่างประเทศขนาดที่ใหญ่ที่สุดของ ปตท.สผ. ทั้งนี้ เมื่อปี 2554 บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) ได้เปิดสำนักงานที่นครคัลแกรี ในมณฑลแอลเบอร์ตา โดยมี ดร.โยธิน ทองเป็นใหญ่ ประธาน ปตท.สผ.แคนาดา ไปดูแลกิจการพร้อมกับเจ้าหน้าที่บริษัท ปตท.สผ.อีกประมาณ 10 คน
 
การท่องเที่ยว
 
- เมื่อปี 2555 มีคนไทยเดินทางไปยังแคนาดาประมาณ 1,200 คน และมีนักท่องเที่ยวแคนาดามาไทยประมาณ 200,000 คน
           

 

ความสัมพันธ์ทั่วไป
 
     ไทยและแคนาดาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมาเป็นเวลา 50 ปี ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2504 และเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ตั้งแต่ปี 2504 มีเขตอาณาครอบคลุมเกรนาดา ตรินิแดดและโตเบโก โดยเอกอัครราชทูตไทยคนปัจจุบันคือ นายพิศาล มาณวพัฒน์ และได้ยื่นพระราชสาสน์ตราตั้งต่อนายเดวิด จอหน์สตัน ผู้สำเร็จราชการและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคนาดาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 และมีสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ โดยมีนายคมกริช วรคามิน ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ (ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งกงสุลใหญ่คนใหม่แทนคนเก่าซึ่งจะหมดวาระประจำการ) เพื่อดูแลรัฐด้านตะวันตกของแคนาดา (รัฐบริติชโคลัมเบีย รัฐแอลเบอร์ตา และเขตปกครองพิเศษยูคอน) สำหรับสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย มีเขตอาณาครอบคลุมลาว และกัมพูชา โดยเอกอัครราชทูตแคนาดาคนปัจจุบัน ได้แก่ นายฟิลิป คาลเวิร์ต  (Philip Calvert) ได้เข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555
 
การเมือง
 
ไทยและแคนาดามีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงกันสม่ำเสมอ โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีแคนาดา (นายสตีเวน ฮาร์เปอร์) ได้เดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2555 
 
ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย 
  • ความตกลงด้านการพาณิชย์ (Exchange of Notes on Commerce) ลงนามเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2512
  • ความตกลงประกันภัยการลงทุนต่างประเทศ (Exchange of Notes Constituting an Agreement Relating to Canadian Investment Insurance Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2526
  • อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Convention for the Avoidance of Double Taxation) ลงนามเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2528
  • ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างไทยกับแคนาดา ลงนามเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2532
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-แคนาดา (Agreement of Economic Cooperation between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Canada) ลงนามเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2531 โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจไทย-แคนาดา  เมื่อเดือนมิถุนายน 2539
  • ข้อตกลงทวิภาคีสิ่งทอเพื่อควบคุมปริมาณการส่งออกสินค้าเสื้อผ้าและสิ่งทอไปแคนาดา ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2538 ได้ถูกผนวกเข้ากับความตกลงว่าด้วยสิ่งทอและเสื้อผ้าภายใต้ WTO (Agreement on Textile and Clothing : ATC) และกำหนดยกเลิกโควตาภายใน 10 ปี
  • ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2540
  • ความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมกันในเรื่องการตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ และระบบควบคุม (Mutual Recognition Agreement on the Equivalence of Fish Inspection and Control System : MRA) ลงนามเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2540
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสิ่งแวดล้อมแคนาดา ลงนามเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2540
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ ลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2540
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วย CIDA Regional Project Southeast Asia Fund for Institutional and Legal Development ลงนามเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2543
  • ปฏิญญาแสดงเจตจำนงในการจัดทำตราสารระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งแคนาดาว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเยาวชน ลงนามเมื่อ 23 มีนาคม 2555
  • หนังสือความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศแคนาดาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ด้านการต่อต้านการลักลอบขนคนข้ามชาติ การก่อการร้าย และอาชญากรรม  ข้ามชาติ) ลงนามเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555
 
 
การเยือนที่สำคัญ
 
      พระบรมวงศานุวงศ์
 
              สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
 
- วันที่ 21-29 กรกฎาคม 2529 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนประเทศแคนาดาอย่างเป็นทางการตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลแคนาดา
 
                สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
- วันที่ 13-15มิถุนายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแคนาดาในโอกาสทรงเข้าร่วมการประชุม Geomatics Conference
 
- วันที่ 22 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแคนาดา
 
- ปี 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแคนาดา
 
- วันที่ 8-19 มิถุนายน 2548 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแคนาดา
 
- วันที่ 18-20 กันยายน 2556 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนนครโตรอนโต เป็นการส่วนพระองค์         
 
                สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
 
- ปี 2534 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงบรรยายที่มหาวิทยาลัยควีนส์ เมืองคิงสตัน และมหาวิทยาลัยไซมอน เฟรเชอร์ นครแวนคูเวอร์
 
- วันที่ 8-24 ตุลาคม 2539 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยือนแคนาดา
 
- วันที่ 10-25 กรกฎาคม 2540 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ
 
- วันที่ 8-24 กรกฎาคม 2543 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยือนแคนาดา
 
- วันที่ 14-26 มกราคม 2548 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยือนนครแวนคูเวอร์
 
- วันที่ ๗-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยือนนครแวนคูเวอร์            
 
                 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
 
- วันที่ 13-20 ธันวาคม 2552 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเยือนนครแวนคูเวอร์ เป็นการส่วนพระองค์
 
- วันที่ 28-30 กันยายน 2553๓ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเข้าร่วมการประชุม High-Level Forum ของกรมราชทัณฑ์แคนาดา ที่กรุงออตตาวา    
 
      รัฐบาล
 
                 นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
 
- วันที่9-12 เมษายน 2527 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนแคนาดา
 
- วันที่ 4-7 ตุลาคม 2533 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เยือนแคนาดา
 
- วันที่ 28 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2537 นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เยือนแคนาดา
 
- วันที่ 17-24 กันยายน 2540 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ
 
- วันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2548 นายกันตธีร์ ศุภมงคล เยือนแคนาดาเพื่อรณรงค์ขอรับการสนับสนุนสำหรับผู้สมัครในตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติของไทย
 
     ฝ่ายแคนาดา
 
                 ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ
 
-  วันที่ 29 มีนาคม - 1 เมษายน 2530 นางชอน โซฟว์ (Jeanne Sauve) เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
 
                 ระดับนายกรัฐมนตรี
 

- วันที่ 19-22 กันยายน 2525 นายปีแอร์ เอเลียต ทรูโด (Pierre Elliott Trudeau) นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

- วันที่ 22-24 มกราคม 2538 นายชอง เกรเตียง (Jean Chretien) นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

- วันที่ ๑๖-๒๐ มกราคม ๒๕๔๐ นายชอง เกรเตียง (Jean Chretien) นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

- วันที่ 22-24 มีนาคม 2555 นายสตีเวน ฮาร์เปอร์ (Stephen Harper) นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

 

ที่มา กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558 2558   (ม.ค.-ธ.ค.) 2559  (ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558 (ม.ค.-ธ.ค.) 2559 (ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558 (ม.ค.-ธ.ค.) 2559 (ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                                  
มูลค่าการค้า 478,911.68 455,271.89 417,005.39 417,005.39 409,994.16 0.14 -4.94 -8.41 -8.41 -1.68 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การส่งออก 228,504.89 227,523.51 214,352.40 214,352.40 215,326.62 -0.26 -0.43 -5.79 -5.79 0.45 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การนำเข้า 250,406.80 227,748.38 202,652.99 202,652.99 194,667.54 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -3.94 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
ดุลการค้า -21,901.91 -224.88 11,699.41 11,699.41 20,659.09                        
ไทย - แคนาดา                                  
มูลค่าการค้า 2,472.65 2,395.68 2,292.15 2,292.15 2,247.11 -1.93 -3.11 -4.32 -4.32 -1.97 0.52 0.53 0.55 0.55 0.55
การส่งออก 1,478.99 1,476.07 1,365.03 1,365.03 1,342.58 -6.54 -0.20 -7.52 -7.52 -1.64 0.65 0.65 0.64 0.64 0.62
การนำเข้า 993.66 919.60 927.12 927.12 904.53 5.84 -7.45 0.82 0.82 -2.44 0.40 0.40 0.46 0.46 0.46
ดุลการค้า 485.33 556.47 437.91 437.91 438.05                        

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.
2559
 (ม.ค.
   
1 เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 118.0 100.3 118.4 118.4 112.4 8.50 -14.99 18.01 18.01 -5.10 11.88 10.91 12.77 12.77 12.42
2 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 121.6 64.0 71.7 71.7 95.2 300.23 -47.39 12.14 12.14 32.68 12.23 6.96 7.74 7.74 10.52
3 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 117.0 101.7 148.6 148.6 93.6 -16.01 -13.11 46.21 46.21 -37.02 11.77 11.05 16.03 16.03 10.35
4 ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 139.3 106.7 108.8 108.8 93.4 -3.42 -23.39 1.95 1.95 -14.19 14.02 11.60 11.73 11.73 10.32
5 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 57.7 71.9 44.3 44.3 72.9 -9.84 24.64 -38.41 -38.41 64.67 5.80 7.81 4.77 4.77 8.06
6 เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและ 17.4 87.6 47.9 47.9 64.1 605.60 405.14 -45.40 -45.40 33.97 1.75 9.53 5.16 5.16 7.09
7 แผงวงจรไฟฟ้า 81.4 67.6 65.8 65.8 53.7 26.03 -16.91 -2.75 -2.75 -18.28 8.19 7.35 7.09 7.09 5.94
8 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 40.7 37.4 29.9 29.9 40.8 -15.85 -8.17 -20.08 -20.08 36.74 4.10 4.06 3.22 3.22 4.52
9 เคมีภัณฑ์ 34.4 33.6 33.5 33.5 40.6 11.27 -2.47 -0.32 -0.32 21.23 3.47 3.65 3.61 3.61 4.49
10 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 17.3 19.8 21.6 21.6 28.4 57.30 14.33 9.11 9.11 31.32 1.74 2.15 2.33 2.33 3.14
รวม 10 รายการ 744.7 690.6 690.4 690.4 695.1 15.65 -7.27 -0.02 -0.02 0.68 74.95 75.09 74.47 74.47 76.84
อื่นๆ 248.9 229.0 236.7 236.7 209.5 -15.58 -7.99 3.36 3.36 -11.51 25.05 24.91 25.53 25.53 23.16
รวมทั้งสิ้น 993.7 919.6 927.1 927.1 904.5 5.84 -7.45 0.82 0.82 -2.44 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.
2559
 (ม.ค.
   
1 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 234.3 215.1 179.4 179.4 190.7 -15.47 -8.17 -16.63 -16.63 6.33 15.84 14.58 13.14 13.14 14.21
2 ข้าว 91.3 88.9 79.3 79.3 71.7 9.02 -2.61 -10.72 -10.72 -9.63 6.17 6.02 5.81 5.81 5.34
3 ผลิตภัณฑ์ยาง 48.4 57.3 76.9 76.9 71.0 -9.50 18.39 34.21 34.21 -7.70 3.27 3.88 5.63 5.63 5.28
4 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 52.0 59.2 59.2 59.2 63.9 -8.04 13.85 0.02 0.02 7.97 3.52 4.01 4.34 4.34 4.76
5 กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง 56.9 58.9 42.3 42.3 61.5 -41.44 3.53 -28.22 -28.22 45.61 3.84 3.99 3.10 3.10 4.58
6 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 34.3 49.3 54.3 54.3 59.7 152.75 43.85 10.16 10.16 9.78 2.32 3.34 3.98 3.98 4.44
7 เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ 34.1 47.7 46.4 46.4 52.8 46.76 39.95 -2.69 -2.69 13.83 2.30 3.23 3.40 3.40 3.93
8 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ  อื่น ๆ 57.6 45.4 41.9 41.9 39.0 4.68 -21.12 -7.64 -7.64 -7.02 3.89 3.08 3.07 3.07 2.90
9 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 46.9 45.5 32.5 32.5 37.6 -29.22 -3.02 -28.40 -28.40 15.57 3.17 3.08 2.38 2.38 2.80
10 เครื่องนุ่งห่ม 56.7 43.7 46.0 46.0 36.2 3.93 -22.95 5.25 5.25 -21.29 3.83 2.96 3.37 3.37 2.70
รวม 10 รายการ 712.3 710.9 658.2 658.2 684.1 -8.74 -0.19 -7.41 -7.41 3.93 48.16 48.16 48.22 48.22 50.95
อื่นๆ 766.7 765.2 706.8 706.8 658.5 -4.39 -0.20 -7.63 -7.63 -6.83 51.84 51.84 51.78 51.78 49.05
รวมทั้งสิ้น 1,479.0 1,476.1 1,365.0 1,365.0 1,342.6 -6.54 -0.20 -7.52 -7.52 -1.64 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย

(Embassy of Canada to Thailand)

ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิม

990 ถนน พระราม 4

กรุงเทพฯ 10500

โทร: +66 (0) 2636-0540

Fax: +66 (0) 2636-0566

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เว็บไซต์: http://geo.international.gc.ca/asia/bangkok/menu-en.aspx

สถานกงศุลใหญ่กิตติมศักดิ์ จ. เชียงใหม่

151 ซูเปอร์ไฮเวย์

ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง

เชียงใหม่ 50000

โทรฯ: 053-242-292

โทรสาร: 053-850-147

 

  1. กองอเมริกาเหนือ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ (www.mfa.go.th)
  2. สถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th)
  3. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (www.bot.or.th)
  4. The World Factbook, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  5. World Leaders, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  6. www.wikipedia.org

 

 

JoomSpirit