สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ

800px-Flag of Fiji 455px-Coat of Arms Fiji
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ (Republic of Fiji Islands) หรือ Fiji

ที่ตั้ง

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2,880 กิโลเมตร

พื้นที่

ฟิจิประกอบไปด้วยเกาะทั้งหมด 332 เกาะ มีพื้นที่ทั้งหมด 18,333 ตารางกิโลเมตร มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 1,260,000 ตารางกิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

เกาะหินภูเขาไฟ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและมีพื้นที่ราบเพียงเล็กน้อย มีแร่ธรรมชาติ เช่น ทอง เงิน ทองแดง แมงกานีส ในเกาะ Viti Levu มีบ่อน้ำพุร้อนและหุบเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าไม้ และต้นมะพร้าวบริเวณชายฝั่ง บริเวณที่แห้งแล้งเป็นทุ่งหญ้า หรือใช้ในการทำไร่อ้อย

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศเขตร้อน และอยู่ในเขตมรสุม แต่ละฤดูอุณหภูมิต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทรัพยากรธรรมชาติ

ไม้ซุง ปลา ทองคำ ทองแดง มีความเป็นไปได้ที่จะพบน้ำมันนอกชายฝั่ง พลังงานน้ำ

ภัยธรรมชาติ

พายุไซโคลน มักจะเกิดในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม

จำนวนประชากร

909,389 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.67% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สัญชาติ

Fijian (s)

เชื้อชาติ

 iTaukei 56.8% อินเดีย 37.5% Rotuman 1.2% อื่นๆ 4.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2550)

ศาสนา

โปรแตสแตนท์ 45% ฮินดู 27.9% คริสต์นิกายอื่นๆ 10.4% โรมันคาทอลิก 9.1% มุสลิม 6.3% ซิกข์ 0.3% อื่นๆ 0.3% ไม่มีศาสนา 0.8% (สัมมะโนประชากร พ.ศ. 2550)

ภาษา

ภาษาราชการได้แก่ ภาษาอังกฤษและภาษาฟิจิ (Fijian)

(/slider} 

{slider=การเมืองการปกครอง}

รูปแบบการปกครอง

ระบบสาธารณรัฐ (Republic) มี 2 สภา ประกอบด้วยวุฒิสภา (สมาชิก 32 คน) ที่มาจากการแต่งตั้ง และสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง (สมาชิก 71 คน)

เมืองหลวง

กรุงซูวา (Suva) ตั้งอยู่บนเกาะ Viti Levu มีประชากรประมาณ 167,000 คน เกาะใหญ่อีกแห่งคือ เลาโตกา (Lautoka) มีประชากรประมาณ 30,000 คน

การแบ่งการปกครอง

4 ภาคการปกครอง (Central, Eastern, Northern, Western) และ 1 อาณานิคม (Rotuma)

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

large detailed political and administrative map of fiji with roads cities and airports for free

ที่มา vidiani.com

วันที่ได้รับเอกราช

10 ตุลาคม 1970 จากสหราชอาณาจักร

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ประกาศเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 1997 มีผลบังคับใช้วันที่ 28 กรกฏาคม 1998

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศและผู้บัญชาการทหาร ได้รับการแต่งตั้งจาก สภาหัวหน้าเผ่า (Great Council of Chiefs) มีวาระ 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยประธานาธิบดีเป็นผู้เลือกและแต่งตั้งจากสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบ 2 สภา (Bicameral Parliament) ประกอบด้วย (1) วุฒิสภา จำนวน 32 ที่นั่ง ประธานาธิบดีแต่งตั้งโดยได้รับคำแนะนำจาก สภาหัวหน้าเผ่า (Council of Chiefs) 14 ที่นั่ง อีก 9 ที่นั่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีจากคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี 8 ที่นั่งจากผู้ฝ่ายค้าน และ 1 ที่นั่งได้รับการแต่งตั้งจากคำแนะนำของ Council of Rotuma (2) สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) จำนวน 71 ที่นั่ง 23 ที่นั่งสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ฟิจิ 19 ที่นั่งสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์อินเดียน 3 ที่นั่งสำหรับชาติพันธุ์อื่นๆ 1 ที่นั่งสำหรับ Council of Rotuma และอีก 25 ที่นั่งเป็น Open seats, วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี)

ฝ่ายตุลาการ

ประกอบด้วยศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลสูง และศาลแขวง

ระบบกฎหมาย

ใช้ระบบกฏหมายจารีตประเพณี (Common Law System) ที่มีรากฐานมาจากระบบของประเทศอังกฤษ

การเมืองการปกครอง 
หลังจากพลเรือจัตวา Bainimarama กระทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และสถาปนาตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้กระบวนการประชาธิปไตยของฟิจิถดถอยหลัง โดยมีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งเป็นปี 2557 จากเดิมที่มีการกำหนดการเลือกตั้งไว้ภายในปี 2552 เมื่อเดือน เม.ย. 2552 นาย Ratu Josefa Iloilo  ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในขณะนั้น  (ปัจจุบันเกษียณแล้ว) ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฟิจิ และประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นภายในประเทศ  ประเทศต่าง ๆ แสดงปฏิกิริยาต่อต้าน โดยฟิจิถูกระงับสมาชิกภาพของประเทศในเครือ Commonwealth และ Pacific Islands Forum (PIF) ชั่วคราว เนื่องจาก นรม.ฟิจิ ไม่รักษาคำมั่นต่อการกลับสู่ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดย นรม. ย้ำว่าจะไม่มีการเลือกตั้งทั่วไปจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน 2557 และจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี 2555 เนื่องจาก รธน. ฉบับปัจจุบันก่อให้เกิดการแบ่งแยกเชื้อชาติ (Indigenous Fijian, Indian Fijian, Chinese Fijian)  แต่ใน รธน. ฉบับใหม่ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด จะได้รับสิทธิความเป็นพลเมืองฟิจิเท่าเทียมกัน 
 
รัฐบาลฟิจิได้ประกาศ Five Year Roadmap สู่ประชาธิปไตย ซึ่งใน 3 ปีแรกจะเน้นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมมาตรการที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนก่อน อาทิเช่น การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบท 
 
รัฐบาลฟิจิยังควบคุมและจำกัดการรายงานข่าวของสื่อภายในประเทศ โดยการตรวจสอบและ censor ข่าวที่มีการรายงานรัฐบาลในทางลบ โดยเดือนเมษายน 2553 รัฐบาลฟิจิได้ประกาศคำสั่งว่าด้วยสื่อมวลชน (Media Decree) สั่งห้ามชาวต่างชาติมีหุ้นส่วนหรือเป็นเจ้าของธุรกิจหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นไปเพื่อจุดมุ่งหมายเรื่องการกดดันให้สื่อที่มีเจ้าของต่างชาติร่วมอยู่ด้วย ถอนตัวออกจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ มีหลายเสียงออกความคิดเห็นว่า การประกาศ media decree ดังกล่าว เจาะจงไปยัง บริษัท News Corporation ซึ่งเป็นบริษัทสหรัฐอเมริกา และเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น The Fiji Times 
 
พัฒนาการทางการเมือง 
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 55 นรม. Bainimarama ได้ประกาศยกเลิก Public Emergency Regulations (PERs) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ม.ค. 55   (ทั้งนี้ PERs ถูกบังคับใช้ตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันทำรัฐประหารและยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ในเดือนเม.ย. 52)   ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 55 นรม. Bainimarama แจ้งว่า รัฐบาลฟิจิได้กำหนดแผนงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะเริ่มกระบวนการหารือเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นขั้นตอนแรก ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลา 12 เดือน   (ปี 2555-2556) นานาประเทศ (โดยเฉพาะออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) เริ่มมีท่าทีในเชิงบวกต่อพัฒนาการด้านประชาธิปไตยในฟิจิ 
 
ด้านการต่างประเทศ 
รัฐบาลปัจจุบันเน้น “Look North Policy” ซึ่งเป็นนโยบายเชิงรุกที่จะกระชับ คสพ. ทุกมิติระหว่างฟิจิกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศสมาชิก Non-Aligned Movement (NAM) และเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดการพึ่งพาจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยที่ฟิจิจะเริ่มนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แทนการนำเข้าสินค้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ตามที่เคยปฏิบัติมาในอดีต ทั้งนี้ รัฐบาลฟิจิได้กล่าวว่า ได้เริ่มเปิดการเจรจากับรัฐบาลประเทศดังกล่าวด้วยแล้ว และจะริเริ่มทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันในอนาคตด้วย  
 
หลังการทำรัฐประหารของพลเรือจัตวา Bainimarama เมื่อปี 2549 ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวอยู่เนือง ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฟิจิกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ถดถอย และเมื่อฟิจิขับตัวแทนการทูตของทั้งสองประเทศออกจากฟิจิ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2552 ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฟิจิกับทั้งสองประเทศถึงจุดต่ำที่สุด แต่สำหรับนิวซีแลนด์ มีแนวโน้มที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในระดับ Deputy Chief of Mission ประจำกรุงซุวา ฟิจิ ซึ่งคาดว่าจะมีความพยายามเจรจาที่จะให้ความสัมพันธ์กลับสู่ระดับปรกติต่อไป 
 
เมื่อต้นปี 2553 Ratu Inoke Kubuabola รมว.กต.ฟิจิ และนาย Murray McCully รมว.กต.นิวซีแลนด์ ได้ประชุมหารือเรื่องความพยายามเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างฟิจิและนิวซีแลนด์ ที่ได้เสื่อมลงหลังการยึดอำนาจของพลเรือจัตวา Bainimarama แต่ต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างฟิจิ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ก็ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น เนื่องจากนาย McCully และนาย Stephen Smith รมว.กต.ออสเตรเลีย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า สถานการณ์การเมืองและสังคมฟิจิมีสภาวะที่แย่ลง ทำให้พลเรือจัตวา Bainimarama เกิดความไม่พอใจอย่างมากและตำหนินาย McCully และนาย Smith ว่าพึ่งพาข้อมูลจากการรายงานของนาย Tuiloma Neroni Slade เลขาธิการ Pacific Islands Forum ฝ่ายเดียว อย่างไรก็ดี ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ยังคงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับฟิจิต่อไป 
 
ล่าสุด ในระหว่างการประชุม PIF ครั้งที่ 43 และ PFD ครั้งที่ 24 ณ เกาะราโรตองกา หมู่เกาะคุก ระหว่างวันที่ 28 – 31 ส.ค. 2555 ผู้นำประเทศสมาชิก PIF ได้ยังคงแสดงจุดร่วมในการระงับสมาชิกภาพของฟิจิในกรอบ PIF ชั่วคราวต่อไป แต่ได้มีท่าทีในเชิงบวกมากขึ้นต่อพัฒนาการกระบวนการประชาธิปไตยในฟิจิ ทั้งนี้ ผู้นำประเทศสมาชิก PIF ยังยืนยันว่าจะยังคงให้ความช่วยเหลือแบบทวิภาคี ต่อไป 
ในกรอบเวทีระหว่างประเทศ ฟิจิเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ Pacific Community, The Commonwealth และ Pacific Islands Forum (PIF) แต่เนื่องจากรัฐบาลฟิจิยังไม่มีท่าทีกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยมีการเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็วจึงถูกระงับสมาชิกภาพของฟิจิใน PIF เมื่อเดือน พ.ค. 2552  และ The Commonwealth เมื่อเดือน ก.ย. 2552  นอกจากนี้ ฟิจิยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองกับปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอนและวานูอาตูผ่านกลุ่ม Melanesian Spearhead Group (MSG) และเป็นสมาชิกของกลุ่ม African-Caribbean-Pacific Group (ACP) ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก EU อีกด้วย ฟิจิเข้าเป็นสมาชิกของ The General Agreement on Tariffs and Trade (GATT) ในปี 2536 และเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ต่อเนื่องมาจาก GATT 
 

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  13 พฤศจิกายน 2558

 

 

  • Pres.
    Jioji KONROTE , Maj. Gen. (Ret.)
  • Prime Min.
    Josaia Voreqe BAINIMARAMA , RAdm. (Ret.)
  • Min. for Agriculture
    Inia SERUIRATU
  • Min. for Education, Heritage, & Arts
    Mahendra REDDY
  • Min. for Employment, Productivity, & Industrial Relations
    Semi KOROILAVESAU
  • Min. for Finance, Public Enterprises, Public Service, & Communications
    Aiyaz SAYED-KHAIYUM
  • Min. for Fisheries & Forests
    Osea NAIQAMU
  • Min. for Foreign Affairs
    Inoke KUBUABOLA
  • Min. for Health & Medical Services
    Jone USAMATE
  • Min. for Industry, Trade, & Tourism
    Faiyaz KOYA
  • Min. for Immigration, National Security, & Defense
    Timoci Lesi NATUVA
  • Min. for Information & National Archives of Fiji
    Mahendra REDDY
  • Min. for Infrastructure and Transport
    Parveen KUMAR
  • Min. for Lands & Mineral Resources
    Mereseini VUNIWAQA
  • Min. for Local Govt., Housing, & Environment
    Parveen KUMAR
  • Min. for Rural & Maritime Development & National Disaster Management
    Inia SERUIRATU
  • Min. for Sugar Industry
    Josaia Voreqe BAINIMARAMA , RAdm. (Ret.)
  • Min. for Taukei Affairs
    Josaia Voreqe BAINIMARAMA , RAdm. (Ret.)
  • Min. for Women, Children, & Poverty Alleviation
    Rosy Sofia AKBAR
  • Min. for Youth & Sports
    Laisenia Bale TUITUBOU
  • Attorney Gen.
    Aiyaz SAYED-KHAIYUM
  • Governor, Reserve Bank
    Barry WHITESIDE
  • Ambassador to the US
    Winston THOMPSON
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Peter THOMSON

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/FJ.html

 

ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าของฟิจิ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าของฟิจิยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญเช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์มีการนำเข้าลดลง ภาคสิ่งทอมีการจ้างงานประมาณ 13,000 คน สินค้าส่งออกของฟิจิส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ The South Pacific and Regional Trade Agreement (SPARTECA) ซึ่งทำให้ฟิจิสามารถส่งออกสินค้าไปขายยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยไม่ต้อง เสียภาษี และส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยมีโควตาพิเศษ

นอกจากสินค้าประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอ แล้ว ฟิจิยังมีเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม ที่มีความผันแปรตามราคาทองคำโลกค่อนข้างสูง นอกจากนี้แล้ว ฟิจิยังส่งออกน้ำดื่มบรรจุขวดไปยังสหรัฐฯอีกด้วย โดยอาศัยชื่อเสียงของฟิจิเรื่องการมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

7.293 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการเติบโตอย่างแท้จริงของ GDP

4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP รายบุคคล (GDP per Capita)

8,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคเกษตรกรรม 12.7%
  • ภาคอุตสาหกรรม 18.2%
  • ภาคการบริการ 69.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ผลผลิตทางการเกษตร

อ้อย มะพร้าว มันสำปะหลัง (เขตร้อน) ข้าว หัวมันฝรั่งหวาน กล้วย ปศุสัตว์ สุกร ม้า แพะ ปลา

อุตสาหกรรม

การท่องเที่ยว น้ำตาล เสื้อผ้า เนื้อมะพร้าวแห้ง (ใช้ทำน้ำมัน) ทองคำ เงิน ไม้ (ที่เลื่อยเป็นท่อนๆ แล้ว) อุตสาหกรรมการทำที่พักตากอากาศหลังเล็กๆ

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-354.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณพ.ศ.2557)

มูลค่าการส่งออก

1.188 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

น้ำตาล เสื้อผ้า ทองคำ ไม้ซุง ปลา กากน้ำตาล น้ำมันมะพร้าว

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

US 12.4%, Australia 11.3%, Samoa 6.1%, Tonga 5.4%, UK 5.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2556)

มูลค่าการนำเข้า

2.241 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

สินค้าที่ผลิตในโรงงาน เครื่องบจักรและอุปกรณ์การขนส่ง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อาหาร เคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Singapore 17.5%, France 16.1%, NZ 13.6%, Australia 12%, China 10.1%, Malaysia 9.8% (ค่าประมาณพ.ศ. 2556)

สกุลเงิน

Fijian dollars (FJD)

 

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

ฟิจิพยายามกระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก แต่ก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีอิทธิพล นอกจากนี้ก็ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในองค์การสหประชาชาติ และได้ส่งกองกำลังเข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติหลายครั้ง

ฟิจิมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการเผยแพร่อาวุธนิวเคลียร์ และการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ โดยได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญา South Pacific Nuclear Free Zone

ปัจจุบันฟิจิ เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ Pacific Community และ Pacific Islands Forum (PIF)นอกจากนี้ ฟิจิยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองกับปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอนและวานูอาตูผ่านกลุ่ม Melanesian Spearhead Group (MSG) และเป็นสมาชิกของกลุ่ม African-Caribbean-Pacific Group (ACP) ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก EU อีกด้วย ฟิจิเข้าเป็นสมาชิกของ The General Agreement on Tariffs and Trade (GATT) ในปี 2536 และเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ต่อเนื่องมาจาก GATT

จากการที่ฟิจิตั้งอยู่กลางภูมิภาคแปซิฟิกใต้ และมีความพร้อมเรื่องสาธารณูปโภค และเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเจริญ จึงเป็นที่ตั้งขององค์การระดับภูมิภาคหลายองค์การ เช่น Pacific Islands Forum Secretariat, The University of the South Pacific, The South Pacific Applied Geoscience Commission และส่วนหนึ่งของ The Secretariat of the Pacific Community นอกจากนี้ ฟิจิยังมีบทบาทในการส่งทหารเข้าร่วมใน UN Peacekeeing Forces โดยเฉพาะใน East Timor ผ่านทาง INTERFET (International Force in East Timor) และได้เข้าร่วมกับกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศอื่นๆ เช่น การรักษาสันติภาพในหมู่เกาะโซโลมอนและปาปัวนิวกินี

ด้านความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย มี Australia-Fiji Trade and Economic Relations Agreement (AFTERA) ซึ่งลงนามที่ Canberra เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2542 และ SPARTECA ในส่วนของ TCF Provisions (ข้อตกลงยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าประเภท Textile, Clothing, and Footware) การค้าทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศมีมูลค่ารวมประมาณ 38,000 ล้านบาทระหว่างปี 2545-2546 โดยออสเตรเลียมีส่วนแบ่งตลาดในฟิจิประมาณ 37% และเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 26 ในช่วงปี 2545-2547

ปัจจุบัน รัฐบาลของนาย Qarase ได้พยายามส่งเสริมบทบาทของฟิจิในเวทีโลก เช่น การเข้าร่วมการประชุม Commonwealth Heads of Government Meeting (CHOGM) ที่ออสเตรเลียในปี 2545 นอกจากนี้ ฟิจิยังเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม Summit of the African, Caribbean and Pacific (ACP) Leaders ครั้งที่ 3 เมื่อเดือนกรกฏาคม 2545 และการประชุม Pacific Islands Forum ครั้งที่ 33 เมื่อเดือนสิงหาคม 2545

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยและฟิจิสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2515 (หลังจากได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2513) โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา มีเขตอาณาครอบคลุมฟิจิ และสถานเอกอัครราชทูตฟิจิ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีเขตอาณาครอบคลุมไทย 
 
ปัจจุบัน ไทยเน้นการกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยหาลู่ทางในการขยายความร่วมมือทางการค้าและบริการ โดยไทยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการภายใต้กรอบ Annual International Training Courses (AITC) ของ สพร. ซึ่งฟิจิเคยเข้าร่วม ได้แก่หลักสูตร Sufficiency Economy เมื่อเดือน มี.ค. 2552 หลักสูตร Prevention, Resuscitation and Rehabilitation in Traumatic Injury:  A Nursing Perspective เมื่อเดือน มี.ค. 2552  หลักสูตร Leadership in Competitive Enterprise และ Hazardous Waste Management เมื่อปี 2551 หลักสูตร Tourism Management เมื่อปี 2550 และหลักสูตร Principles of Toxicology และ Environmental Toxicology เมื่อปี 2548 ทั้งนี้ ในปี 2552 รัฐบาลไทยได้สนับสนุนทุนศึกษาระดับปริญญาโทให้แก่ผู้สมัครจากฟิจิ จำนวน 1 ทุน ในสาขาพยาบาล ที่มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษา (ฟิจิเป็นประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกที่ส่งบุคลากรมาฝึกอบรมในประเทศไทยมากที่สุด โดยตั้งแต่ปี 2548 – 2554 มีบุคลากรจากฟิจิเข้ารับการฝึกอบรมในประเทศไทยจำนวน 36 คน) นอกจากนี้ไทยยังได้บริจาคเงิน ให้แก่รัฐบาลฟิจิเพื่อบรรเทาอุทกภัยจำนวน 2 ครั้ง คือ 1) ในเดือน เม.ย. 2547 จำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 2) เดือน ม.ค. 2552 จำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ อนึ่ง ไทยได้ให้เงินช่วยเหลือวานูอาตูในการจัดประชุมนานาชาติ The Asia Pacific Inter-Governmental Consultations on Refugees, Displaced Persons and Migrants (APC) ครั้งที่ 9 ที่นครนาดี ฟิจิ เมื่อเดือน พ.ย. 2547 เป็นจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 
 
- ฟิจิประสงค์เป็นผู้สังเกตการณ์ในอาเซียนและขอรับการสนับสนุนจากไทย โดยฟิจิมุ่งกระชับ คสพ.กับภูมิภาคเอเชียตามนโยบาย “Look North” ของฟิจิ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของฟิจิที่จะลดการพึ่งพาจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  แสวงหาการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก และภูมิภาคตะวันออกกลาง และทดแทนความสูญเสียจากการที่ คสพ.ทวีภาคีกับทั้งสองประเทศมีสภาวะถดถอยลง อย่างไรก็ดี การระงับ คสพ.กับประเทศใน Commonwealth และประเทศใน Pacific Islands Forum (PIF) ที่ดำเนินมาตั้งแต่การประชุม Post Forum Dialogue (PFD) ในปี 2552 นั้น ตราบจนปัจจุบัน ทางฟิจิและประเทศในองค์กรทั้งสองก็ยังคงมีการเจรจากันอยู่เป็นระยะ ๆ และการดำเนินธุรกิจกับออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ยังคงเป็นไปตามปรกติ ทั้งนี้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยังคงให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับโครงการพัฒนาการต่าง ๆ ของฟิจิอยู่ 
 
    ล่าสุด ตามที่ฟิจิได้มีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการอาเซียนเสนอขอแต่งตั้งนาย Seremaia Tui Cavuilati ออท.ฟิจิ ประจำประเทศอินโดนีเซียเป็น ออท.ฟิจิประจำอาเซียน ล่าสุด ประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบต่อการแต่งตั้งนาย Cavuilati แล้ว และเมื่อวันที่ 26 มิย. 2555 นาย Cavuilati ได้ยื่นสาส์นแต่งตั้งต่อเลขาธิการอาเซียน 
 
ท่าทีของไทยต่อฟิจิ 
รัฐบาลไทยอาจแสดงความหวังว่าฟิจิจะดำเนินการตามขั้นตอนที่จะกลับสู่ระบบประชาธิปไตยโดยเร็ว โดยให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ฟิจิ และอาจนำไปสู่การยกเลิกการคว่ำบาตรของรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ได้ลดความสัมพันธ์ลง โดยเฉพาะด้านการเมือง หลังจากฟิจิได้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยไม่มีกำหนด  ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนฟิจิให้กลับคืนสู่กระบวนการประชาธิปไตยโดยเร็ว และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวหากเป็นความประสงค์ของฝ่ายฟิจิ 
 
ความร่วมมือต่างๆ กับไทย และความตกลงที่คั่งค้าง 
- คตล. ยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการฟิจิ โดยฟิจิได้ขอให้ไทยพิจารณายกเว้นการตรวจลงตราเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับทุนฝึกอบรมและดูงานจากรัฐบาลไทยและการเข้าร่วมประชุมในประเทศไทย ซึ่งฝ่ายไทยพิจารณาแล้วเห็นควรจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างกัน โดยได้เสนอร่างความตกลงดังกล่าวให้ฝ่ายฟิจิพิจารณาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากฝ่ายฟิจิ 
- ความร่วมมือด้านการบิน ไทยและฟิจิมีความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ ลงนามเมื่อ 5 พ.ย. 2539 โดยมีสายการบินตัวแทนคือสายการบินไทย และ Air Pacific Ltd. แต่ยังไม่ได้เริ่มให้การบริการระหว่างกัน บริษัทการบินไทย (มหาชน) จำกัด แจ้งว่า ปริมาณการจราจรกรุงเทพฯ-นาดี ไม่เพียงพอต่อการบินแบบประจำ แต่ได้หารือกับสายการบินของฟิจิเพื่อทำการบินแบบ code share ระหว่าง 2 สายการบิน
- ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย South Pacific (USP) กับมหาวิทยาลัยของไทย (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กรมอเมริกาฯ ได้แจ้งความประสงค์ของ University of South Pacific (ตั้งอยู่ที่ฟิจิ) ที่จะมีความร่วมมือด้านวิชาการไปยัง ม. เกษตรฯ แล้ว ซึ่ง ม. เกษตรฯ ได้เสนอแนวทางความร่วมมือมา แต่ยังมีความไม่ลงตัวเรื่องงบประมาณ กรมอเมริกาฯ ยังได้เสนอให้ สพร. พิจารณาประสานความร่วมมือกับ University of South Pacific โดยการแลกเปลี่ยนนักวิชาการระหว่างกัน 
- ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย South Pacific (USP) กับวิทยาลัยดุสิตธานี University of South Pacific สนใจที่จะมีความร่วมมือกับวิทยาลัยดุสิตธานีอย่างมาก เนื่องจากการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยวของ USP ในปัจจุบันเน้นทฤษฎีมากกว่าด้านปฏิบัติ ทำให้ผู้จบการศึกษาไม่สามารถหางาน    ทำได้ กรมอเมริกาฯ ได้ประสานให้ทั้งสองฝ่ายสามารถติดต่อกันโดยตรงแล้ว และทราบว่า USP ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา แต่วิทยาลัยดุสิตธานีมีความยินดีที่จะร่วมมือกับ USP ในอนาคต 
 
มูลค่าการค้ารวมไทย-ฟิจิ ปี 2555
ปี 2555 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 65.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2554 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 75.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการค้าลดลงร้อยละ 13.58) ไทยส่งออก 54.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว) นำเข้า 10.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค) ไทยได้ดุลการค้า 44.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
มูลค่าการลงทุน    
ไม่มีข้อมูล 
การท่องเที่ยว    
ไม่มีข้อมูล 
คนไทยในฟิจิ                    
มีจำนวนประมาณ 20 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพก่อสร้างและบริการ 
สำนักงานไทยในฟิจิ          
ไม่มี (ประสานงานผ่าน สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา)                          
สำนักงานฟิจิในไทย        
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ฟิจิประจำประเทศไทย คือ นายชุมพล พรประภา 
 

อุปสรรคและปัญหาทางการค้าที่สำคัญ

  1. การเดินทางไปแสวงหาตลาดมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
  2. การติดต่อและการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ต้องระมัดระวังเพราะเป็นธุรกิจของคนพื้นเมืองซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนเพียงพอและขาดความชำนาญทางการค้า
  3. ออสเตรเลียผูกขาดตลาดภายในประเทศ เนื่องจากมีอิทธิพลมานานและได้เปรียบในด้านการขนส่ง

----------------------------------------------------------

ที่มา: กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - ฟิจิ                      
มูลค่าการค้า 65.23 76.38 66.21 66.21 60.56 -13.58 17.10 -13.31 -13.31 -8.54
การส่งออก 54.73 67.72 57.64 57.64 54.80 -7.49 23.73 -14.88 -14.88 -4.92
การนำเข้า 10.50 8.67 8.57 8.57 5.75 -35.67 -17.46 -1.08 -1.08 -32.88
ดุลการค้า 44.23 59.05 49.07 49.07 49.05            

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 9,234,442.6 8,235,755.1 8,103,411.3 8,103,411.3 5,348,224.9 -22.75 -10.81 -1.61 -1.61 -34.00
2 เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา 693,733.1 349,258.4 330,756.2 330,756.2 391,230.4 311.04 -49.66 -5.30 -5.30 18.28
3 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 459.8 2,484.7 52,029.2 52,029.2 2,340.0 -98.99 440.41 ####### 1,994.02 -95.50
4 สิ่งพิมพ์ 3,258.7 2,657.4 6,324.6 6,324.6 1,913.2 -17.05 -18.45 138.00 138.00 -69.75
5 เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน - 9,983.6 613.7 613.7 1,900.6 - - -93.85 -93.85 209.67
6 ผ้าผืน 368.2 46,757.6 6.8 6.8 1,891.4 459.42 ####### -99.99 -99.99 27,580.98
7 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 435.3 1,682.8 846.6 846.6 1,375.4 ####### 286.61 -49.69 -49.69 62.47
8 ด้ายและเส้นใย - - - - 609.1 - - - - -
9 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 63.4 151.9 864.8 864.8 572.5 9.22 139.53 469.14 469.14 -33.80
10 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 23.9 432.2 60,546.3 60,546.3 554.9 -99.50 ####### ####### 13,910.19 -99.08
รวม 10 รายการ 9,932,785.0 8,649,163.5 8,555,399.6 8,555,399.6 5,750,612.4 -18.45 -12.92 -1.08 -1.08 -32.78
อื่นๆ 565,767.9 16,022.9 15,961.7 15,961.7 2,506.4 -86.33 -97.17 -0.38 -0.38 -84.30
รวมทั้งสิ้น 10,498,552.9 8,665,186.5 8,571,361.3 8,571,361.3 5,753,118.8 -35.67 -17.46 -1.08 -1.08 -32.88

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 14.7 21.7 18.5 18.5 16.6 62.97 47.77 -14.89 -14.89 -10.07
2 เม็ดพลาสติก 8.0 5.4 6.8 6.8 5.4 -32.20 -32.73 25.01 25.01 -20.23
3 ข้าว 0.2 0.3 5.8 5.8 5.2 -86.98 47.70 ####### 1,797.91 -10.51
4 ผ้าผืน 2.1 4.0 3.1 3.1 3.6 -50.96 85.93 -21.59 -21.59 17.16
5 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 2.5 3.2 3.0 3.0 2.8 -24.51 26.96 -4.82 -4.82 -9.38
6 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2.3 3.3 3.6 3.6 2.6 4.32 45.02 7.68 7.68 -28.16
7 น้ำตาลทราย 6.4 14.9 0.7 0.7 2.3 -27.10 131.25 -95.33 -95.33 227.72
8 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 5.4 0.3 0.4 0.4 1.6 23.93 -95.05 43.92 43.92 321.77
9 ผลิตภัณฑ์ยาง 1.8 1.7 1.4 1.4 1.2 29.29 -3.20 -18.80 -18.80 -12.76
10 เครื่องนุ่งห่ม 1.3 1.4 1.2 1.2 1.2 -20.06 9.94 -12.91 -12.91 -4.51
รวม 10 รายการ 44.8 56.2 44.5 44.5 42.5 -7.69 25.49 -20.88 -20.88 -4.50
อื่นๆ 9.9 11.5 13.2 13.2 12.3 -6.57 15.79 14.41 14.41 -6.34
รวมทั้งสิ้น 54.7 67.7 57.6 57.6 54.8 -7.49 23.73 -14.88 -14.88 -4.92

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อุปทูต/ Charge d'Affaires a.i.

H.E. Mr. Suliasi Lutubula
ที่อยู่

Embassy of the Republic of the Fiji Islands

Level 2, Menara Chan,
138 Jalan Ampang,
50450 Kuala Lumpur, Malaysia

Tel: (603) 2732-3335

Fax: (603) 2732-7555

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

 

JoomSpirit