ราชอาณาจักรตองกา

800px-Flag of Tonga 539px-Coat of arms of Tonga
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่อทางการ

ราชอาณาจักรตองกา (Kingdom of Tonga) หรือ Tonga

ที่ตั้ง

มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนิวซีแลนด์

พื้นที่

748 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะ 169 เกาะ เป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัย อยู่จำนวน 96 เกาะ แบ่งเกาะทั้งหมดเป็น 3 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะ Tongatapu หมู่เกาะ Haapai และหมู่เกาะ Vava'u มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 720,000 ตารางกิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

เกาะหินปะการัง และบางส่วนเป็นหินภูเขาไฟ

สภาพภูมิอากาศ

ร้อนชื้น (Tropical) ได้รับอิทธิพลของลมสินค้า ช่วงอากาศอบอุ่นระหว่างเดือนธันวาคม-พฤษภาคม อากาศเย็นระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปลา ดินที่อุดมสมบูรณ์

ภัยธรรมชาติ

พายุไซโคลน (ช่วงเดือนตุลาคม) แผ่นดินไหว ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ (Fonuafo'ou)

จำนวนประชากร

106,440 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.09% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สัญชาติ

ตองกัน (Tongan (s))

เชื้อชาติ

ตอนกา 96.6% มีเชื้อสายตองกา 1.7% อื่นๆ 1.7% ที่ระบุไม่ได้ 0.03%

ศาสนา

โปรแตสแตนท์ 64.9% นิกาย Mormon 16.8% โรมันคาทอลิก 15.6% อื่นๆ 1.1% ไม่มีศาสนา 0.03% ที่ระบุไม่ได้ 1.7%

ภาษา

ภาษาตองกา (Tongan) ภาษาอังกฤษ

 

รูปแบบการปกครอง

ระบบรัฐสภามีกษัตริย์เป็นประมุข (Constitutional Monarchy) ระบบสภาเดี่ยว ประกอบด้วยสมาชิก 3 กลุ่ม คือ

  1. คณะรัฐมนตรี คัดเลือกและแต่งตั้งโดยกษัตริย์ ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุ
  2. ผู้แทนขุนนาง (Noble MPs) คัดเลือกโดยกลุ่มขุนนาง
  3. ผู้แทนสามัญชน (Commoner MPs) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

เมืองหลวง

กรุง Nuku'alofa

การแบ่งเขตการปกครอง

3 หมู่เกาะ ได้แก่ Ha'apai, Tongatapu, Vava'u

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

large detailed political map of tonga 1

ที่มา: http://www.vidiani.com/?p=14019

วันที่ได้รับเอกราช

4 มิ.ย. 1970 จากการเป็นดินแดนภายใต้การอารักขาของสหราชอาณาจักร (from UK protectorate)

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

4 พ.ย. 1875 โดยมีการชำระตรวจแก้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1967

ฝ่ายบริหาร

การปกครองที่มีกษัตริย์เป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ จากการเสนอชื่อของนายกรัฐมนตรี มีคณะองคมนตรีให้คำปรึกษาข้อราชการกับพระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกรัฐสภาและได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาเดี่ยว (Unicameral Legislative Assembly หรือ Fale Alea) จำนวน 26 ที่นั่ง (17 ที่นั่งมาจากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง อีก 9 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งจากสภาขุนนาง 19 คน) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2014

ฝ่ายตุลาการ

ศาลฎีกา (ผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์) ศาลอุทธรณ์

ระบบกฎหมาย

ยึดหลักกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ (Common Law) เป็นหลัก

พรรคการเมือง

Democratic Party of the Friendly Islands [Samuela 'Akilisi POHIVA]; People's Democratic Party or PDP [Tesina FUKO]; Sustainable Nation-Building Party [Sione FONUA]; Tonga Democratic Labor Party [NA]; Tonga Human Rights and Democracy Movement or THRDM [Uliti UATA]

เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง 
 
- เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2555 สมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5 ได้สวรรคต ณ โรงพยาบาลในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอย่างฉับพลัน โดยพระองค์อยู่ระหว่างการเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอย่างไม่เป็นทางการ อนึ่ง ในวันที่ 20 มีนาคม 2555 เจ้าชายตูโปโตอา ลาวากา (His Royal Highness Crown Prince Tupouto’a Lavaka) มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรตองกาได้เสด็จขึ้นครองราชย์ และทรงมีพระนามว่า สมเด็จพระราชาธิบดีทูโพ ที่ 6 (His Majesty King Tupou VI) 
 
- เดิมสมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5 (His Majesty King George Tupou V) ได้ประกาศภายหลังพระราชพิธีราชาภิเษก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ว่าทรงประสงค์จะสละอำนาจทางการเมืองเพื่อนำไปสู่  การปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย โดยมีการเลือกตั้งในระบบรัฐสภา โดยสมเด็จพระราชาธิบดีได้ทรงเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาศึกษาการปฏิรูปทางการเมืองในตองกา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 คณะกรรมาธิการรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง (Constitutional and Electoral Commission – CEC) ประกอบด้วยคณะกรรมการ 5 คน ได้เสนอร่างรายงานการปฏิรูปการปกครอง ซึ่งระบุถึงส่วนประกอบ ปัจจัยและทางเลือกของการปฏิรูป รวมถึงบทบาทใหม่ของพระมหากษัตริย์ สภาองคมนตรี นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รวมถึงการปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ซึ่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ให้เงินสนับสนุนแก่คณะกรรมาธิการนี้ด้วย 
 
- เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 คณะกรรมาธิการรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ได้เสนอรายงานอย่างเป็นทางการแก่สมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5  (His Majesty King George Tupou V) ซึ่งสาระสำคัญของรายงาน คือ การเสนอให้มีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนโดยตรง และนอกจากนั้น ได้เสนอให้มีการลดพระราชอำนาจของกษัตริย์ลง ปรับเปลี่ยนระบบการเลือกสมาชิกรัฐสภา ซึ่งปัจจุบันสมาชิกรัฐสภาที่เป็นเสียงข้างมาก มาจากการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ  ที่ 5 และสมาชิกเหล่านี้ประกอบด้วยเหล่าขุนนางที่สืบเชื้อสายมาแต่ดั้งเดิม และได้อำนาจควบคุมเสียงข้างมากในรัฐสภา ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาน้อยกว่าหนึ่ง   ในสาม เป็นสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง (สมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5 ทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี) 
 
- สมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5 ทรงสนับสนุนข้อเสนอตามรายงานดังกล่าว และเป็นที่ทราบดีว่า ทรงให้ความเห็นชอบกับการปฏิรูปทางการเมืองอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2549 ได้เกิดการจลาจลในตองกาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาชนเหล่านี้ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมืองการปกครองแบบเต็มรูปแบบ และรัฐบาลได้ให้สัญญากับประชาชนว่า จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้น ทั้งนี้ ได้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในตองกาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งแรกของตองกา ซึ่งลอร์ดทุยวากาโน (Lord Siale’ataongo Tu’ivakano) ได้รับคะแนนเสียงข้างมากจากสมาชิกรัฐสภาตองกาคือ 14 จาก 26 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด โดยลอร์ด ทุยวากาโนเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของตองกา ปัจจุบันนอกจากจะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลและการสื่อสาร อีกด้วย 
 
- การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขเป็นครั้งแรกในตองกา ซึ่งประชาชนสามารถลงคะแนนเลือกสมาชิกรัฐสภาจํานวน 17 คน จากจํานวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 26 คน ส่วน 9 คน มาจากการแต่งตั้งโดยกษัตริย์ 
 
นโยบายต่างประเทศ 
        ตองกาเป็นประเทศที่สนับสนุนภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ และในภูมิภาคอย่างแข็งขัน เช่น การส่งกองกำลังทหารไปประจำการในอิรักผ่าน Coalition of the Willing การจัดตั้งคณะกรรมการว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย (Counter Terrorism Committee) และการส่งกองกำลังทหารไปรักษาความสงบในพื้นที่หมู่เกาะโซโลมอน ภายใต้กรอบ Regional Assistance Mission to Solomon Islands (RAMSI) ซึ่งเป็นกองกำลังร่วมผสมของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ เพื่อรักษาความสงบในหมู่เกาะโซโลมอน เป็นต้น นอกจากนี้ ตองกายังเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) องค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) กลุ่มแปซิฟิกใต้ (Pacific Islands Forum – PIF) และกลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (The Commonwealth of Nations) 
 
ตองกาให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทนและต้องการเป็นผู้นำในด้านดังกล่าวของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ล่าสุด ตองกาได้เป็นคณะมนตรี (Council) ของ International Renewable Energy Agency (IRENA) วาระปี ค.ศ. 2011-2013 การเข้าเป็นคณะมนตรีของ IRENA สร้างความภาคภูมิใจให้กับตองกาเป็นอย่างมาก
 

 

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  2 ธันวาคม 2558

 

  • King
    TUPOU VI
  • Prime Min.
    Samiuela Akilisi POHIVA
  • Dep. Prime Min.
    Siaosi SOVALENI
  • Min. for Agriculture, Food, Forests, & Fisheries
    Semisi FAKAHAU
  • Min. for Commerce, Tourism, & Labor
    Pohiva TUIONETOA
  • Min. for Education & Training
    Samiuela Akilisi POHIVA
  • Min. for Energy & Environment
    Siaosi SOVALENI
  • Min. for Finance & National Planning
    Aisake Valu EKE
  • Min. for Foreign Affairs & Trade
    Samiuela Akilisi POHIVA
  • Min. for Health
    Saia Mau PIUKALA , Dr.
  • Min. for His Majesty's Armed Forces
    MA'AFU Tukui'aulahi , Lord
  • Min. for Information & Communications
    Siaosi SOVALENI
  • Min. for Infrastructure
    Etuate Sungalu LAVULAVU
  • Min. for Internal Affairs
    Sosefo Feao VAKATA
  • Min. for Justice
    Sione Vuna FAOTUSIA
  • Min. for Lands, Environment, Climate Change, & Natural Resources
    MA'AFU Tukui'aulahi, Lord
  • Min. for Police, Fire Services, & Prisons
    Pohiva TUIONETOA
  • Min. for Public Enterprises
    Poasi Mataele TEI
  • Min. for Revenue & Customs
    Tevita LAVEMAAU
  • Attorney Gen. (Acting)
    Aminiasi KEFU
  • Governor, National Reserve Bank
    Sione Ngongo KIOA
  • Ambassador to the US
    Mahe 'Uli'uli Sandhurst TUPOUNIUA, Jr.
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Mahe 'Uli'uli Sandhurst TUPOUNIUA, Jr.

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/TN.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

523 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราการเติบโตอย่างแท้จริงของ GDP

2.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP รายบุคคล (GDP per Capita)

5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 18.1%
  • ภาคอุตสาหกรรม 21.1%
  • ภาคการบริการ 60.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

1.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ผลผลิตทางการเกษตร

พืชตระกูลน้ำเต้า มะพร้าว เนื้อมะพร้าวแห้ง (ใช้ทำน้ำมันมะพร้าว) กล้วย ฝักวนิลา โกโก้ กาแฟ ขิง พริกไทยดำ ปลา

อุตสาหกรรม

การท่องเที่ยว ก่อสร้าง ประมง (ปลา)

อัตราการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรม

0.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปีงบประมาณ 2557)

มูลค่าการส่งออก

23.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

พืชตระกูลน้ำเต้า ปลา ฝักวนิลา

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

New Zealand 17.7%, South Korea 16.1%, US 12.1%, Fiji 11.3%, Samoa 9.5%, Japan 9.2%, Australia 9%, American Samoa 6%, Hong Kong 4.3% (พ.ศ. 2556)

มูลค่าการนำเข้า

204.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2557)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

สินค้าประเภทอาหาร เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง เชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Fiji 34%, NZ 18.9%, China 17.6%, US 8.8% (พ.ศ. 2556)

สกุลเงิน

Pa'anga

สัญลักษณ์เงิน (Currency Code)

TOP

ภาพรวมเศรษฐกิจ

        ตองกาเป็นประเทศหนึ่งในแปซิฟิกใต้ที่มีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจของตองกายังคงพึ่งพาสินค้าเกษตรเป็นหลัก สินค้าออกที่สำคัญและทำรายได้อันดับ 1 คือ ฟักทอง (squash pumpkins ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปขายที่ญี่ปุ่น) เนื้อมะพร้าวตากแห้ง สินค้าอื่น ๆ ทำจากมะพร้าว วนิลา และพืชประเภทรากไม้ต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ การท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 การส่งออกฟักลดลงกว่า 1,000 ตัน และเกษตรกรไม่ได้รับเงินค่าจ้างตรงตามเวลา ด้วยเหตุนี้ ผู้แทนการค้าตองกาจึงได้พยายามแสวงหาตลาดใหม่เฉพาะอย่างยิ่งในเกาหลีใต้

ตองกาได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ( WTO) เมื่อเดือนธันวาคม 2548 โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรเอกชน Oxfam ว่า ตองกาจะเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากข้อกำหนดในการเป็นสมาชิก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็กในประเทศ

ตองกายังคงพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อใช้ในการพัฒนา แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังประสบอยู่ โดยในปี 2555 รัฐบาลนิวซีแลนด์และออสเตรเลียได้ให้เงินช่วยเหลือตองกาประมาณ 18 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 14.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และประมาณ 32.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ปรมาณ 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)  ที่ผ่านมารัฐบาลตองกามีนโยบายลดค่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน โดยเริ่มปฏิรูประบบราชการ โดยได้นำมาตรการต่างๆ ได้แก่ การลดจำนวนข้าราชการ การยุบและรวมกระทรวง การขายทรัพย์สิน และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาใช้แก้ปัญหา อย่างไรก็ดี รัฐบาลตองกาได้อนุมัติให้เพิ่มเงินเดือนร้อยละ 10 ให้แก่ข้าราชการพลเรือน โดยแลกกับการลดจำนวนวันลาป่วย (จาก 48 วัน เหลือ 15 วัน ต่อปี) และวันลาประจำปี (จาก 26 วัน เหลือ 20 วัน ต่อปี) 
 
ในปี 2555 ธนาคารโลก (The World Bank) ประเมินว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของตองกาจะชะลอตัวลง เพราะเงินรายได้จากแรงงานที่ไปทำงานในต่างประเทศ (remittances) ลดลง ได้แก่ แรงงานที่ไปทำงานในสหรัฐฯ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ซึ่งมีอัตราเกือบร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งในปี 2554 เงินรายได้จากแรงงานที่ไปทำงานในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2553 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้ลดลงเกือบร้อยละ 15 นอกจากรายได้จากแรงงานในต่างประเทศแล้ว ตองกายังคงพึ่งพารายได้หลักจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน อันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ของการลดลงของ GDP (ข้อมูล the World Bank: ปี 2555) 
 
ส่วนในปี 2555 International Monetary Fund (IMF) คาดการว่า การเติบโตของ Real GDP จะเพิ่มขึ้นจากปี 2554 เล็กน้อยที่ร้อยละ 1.8 (ปี 2554 อยู่ที่ร้อยละ 1.4) ทั้งนี้ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank – ADB) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นโดยอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 6 ในปี 2555 และปัญหาหนี้สาธารณะคิดเป็นร้อยละ 54.9 ของ GDP สาเหตุหลักมาจากการผันแปรของราคาอาหารและน้ำมันโลก และการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 ตองกาขาดดุลการค้าประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล IMF และ ADB: ปี 2555) 
 

 

        ไทยและตองกาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2537 (ค.ศ. 1994) โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน มีเขตอาณาครอบคลุมตองกา และปัจจุบันนายนภดล เทพพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 กระทรวงการต่างประเทศตองกาได้มีหนังสือทาบทามไทย โดยขอแต่งตั้งมกุฎราชกุมาร ตูโปโตอา ลาวากา (HRH Crown Prince Tupouto’a Lavaka)  เป็นเอกอัครราชทูตตองกาประจำประเทศไทย (ถิ่นพำนัก ณ กรุงแคนเบอร์รา) และเป็นเอกอัครราชทูตตองกาประจำประเทศไทยพระองค์แรกในประวัติศาสตร์การทูตระหว่างไทยและตองกา มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 พระองค์ทรงเป็นโอรสองค์สุดท้ายของสมเด็จพระราชา- ธิบดี เทาฟาอะเฮา ทูโพ ที่ 4 (King Taufa’ahau Tupou IV) และพระราชินี ฮาเลวาลู มาทาอะโฮ (Queen Halaevalu Mata’aho) และปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตตองกาประจำเครือรัฐออสเตรเลีย 
 
ไทยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ตองกาและประเทศในแปซิฟิกใต้อื่นๆ ในลักษณะทุนฝึกอบรมประจำปีของสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ผ่านทางสำนักเลขาธิการ Pacific Island Forum (PIF) ซึ่งตองกาเคยเข้าร่วม ได้แก่ หลักสูตร Integrated Coastal Zone Management เมื่อปี 2550 โดยมีผู้รับทุนจำนวน 3 คน และเมื่อวันที่ 23 – 27 กรกฎาคม 2550 กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดโครงการศึกษาดูงานด้าน SMEs และการท่องเที่ยวในไทยแก่ภาคเอกชนจากประเทศสมาชิก PIF 16 ประเทศ ซึ่งตองกาได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 
 
นอกจากนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยได้มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ตองกา 3 ครั้ง คือ กรณีพายุไซโคลนเวกา (Weka) เมื่อปี 2545 โดยบริจาคเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ  กรณีพายุเฮตา (Heta) เมื่อปี 2547 บริจาคเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 กรณีภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งรัฐบาลไทยได้มอบเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่ไทยประสบกับเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 ตองกาเป็นประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้เพียงประเทศเดียวที่บริจาคเงินช่วยเหลือไทยกรณีเหตุการณ์คลื่นสึนามิ จำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ 
 
การเยือนระดับสูง 
ฝ่ายไทย 
    - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนตองกาอย่างเป็นทางการ ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรกในระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2539 และ ครั้งที่ 2 ช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2551 ในครั้งที่ 2 เพื่อทรงเข้าร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดี จอร์จ ทูโพ ที่ 5 (His Majesty King George Tupou V) 
 
    - นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนตองการะหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2537 (หมายเหตุ: นำคณะเยือนปาปัวนิวกินี ฟิจิ ตองกา และนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 9 – 21 สิงหาคม 2537) 
 
    - นายนรชิต สิงหเสนี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม Pacific Islands Forum ครั้งที่ 38 และการประชุม Post-Forum Dialogue ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2550 ณ กรุงนูกูอะโลฟา ราชอาณาจักรตองกา 
 
    - นายอุ้ม มาลานนท์  เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน เดินทางไปถวายพระราชสาส์นฯ ต่อสมเด็จพระราชาธิบดียอร์ช ตูโป ที่ 5 (His Majesty George Tupou V) และได้เข้าเยี่ยมคารวะ Honourable Sonatane T.T. Tupou รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมแห่งตองกา และนาย Viliami Va’inga Tona ปลัดกระทรวงการต่างประเทศแห่งตองกา ระหว่างวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2551 
 
ฝ่ายตองกา 
    - สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ทูโพ ที่ 5 (His Majesty King George Tupou V) ยังไม่เคยเสด็จฯเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นับตั้งแต่การสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรตองกา พระองค์เสด็จฯ เยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ 7 ครั้ง ล่าสุด ระหว่างวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2554
 
    - ก่อนหน้านั้น ขณะเมื่อทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรตองกา (HRH Crown Prince Tupouto’a) ได้เสด็จฯ เยือนประเทศไทย ๒ ครั้ง ซึ่งเป็นการเสด็จเยือนเพื่อทรงพระราชกรณียกิจอย่างเป็นทางการ ได้แก่ 1) วันที่ 16 - 28 ธันวาคม 2523 เสด็จเยือนประเทศไทยเพื่อบรรยายสรุปในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific - ESCAP) และเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2523 ได้ทรงพบหารือกับ พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ 2) วันที่ 12 – 13 มิถุนายน 2549 ทรงเป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีเทาฟาอาเฮา ทูโพ ที่ 4 (King Taufa’ahau Tupou IV) เสด็จเยือนประเทศไทยเพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
    - ลอร์ดทุยวากาโน (Lord Tu’ivakano) นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลและข่าวสาร และคณะแวะผ่านประเทศไทยในวันที่ 26 และ 28 มีนาคม 2554 และในวันที่ 7 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นการแวะผ่านประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชา International Renewable Energy Agency (IRENA) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4 – 5 เมษายน 2554 ที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 
 
    - ลอร์ดทุยวากาโน (Lord Tu’ivakano) นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลและข่าวสาร และภริยาแวะผ่านประเทศไทยในวันที่ 26 ตุลาคม 2554 เพื่อเข้าร่วมการประชุม The Commonwealth Heads of Government Meeting (CHOGM) ระหว่างวันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2554 ที่นครเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย 
 
ความร่วมมือต่างๆ กับไทย และความตกลงที่คั่งค้าง 
- คตล. ว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-ตองกา ฝ่ายไทย (โดยกรมการขนส่งทางอากาศ หรือ กรมการบินพาณิชย์) และฝ่ายตองกาเคยลงนามความตกลงฯ ดังกล่าว (ฉบับย่อ) แล้ว เมื่อปี 28 กรกฎาคม 2548 แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ใดจากความตกลงฯ นั้น เนื่องจากความต้องการในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีน้อย
 
- การเปิดสถานเอกอัครราชทูตตองกาประจำประเทศไทย กระทรวงฯ ได้รับทราบจากนาย Leonaitasi Kuluni เลขานุการเอก สอท. ตองกา/อต. ว่าฝ่ายตองกาจะเลือกถนนราชดำริเป็นที่ตั้ง สอท. ตองกา/ปทท. และรับทราบเพิ่มเติมว่า ออท. ตองกา/ปทท. (ถิ่นพำนัก ณ กรุงแคนเบอร์รา) อยู่ระหว่างการสรรหางบประมาณในการตั้ง สอท.ฯ และคาดว่าน่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลตองกาในเดือนกรกฎาคม 2555 (ตองกามีสำนักงานตองกาชั่วคราวตั้งอยู่ใน Four Wings Mansion ถนนสุขุมวิท ซอย 3) 
 
- ความช่วยเหลือพิเศษไทย-ตองกา นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการประชุม Post-Forum Dialogue (PFD) ครั้งที่ 18 ในวันที่ 27 - 28 ต.ค. 2549 ณ กรุงนูกูอะโลฟา ประเทศตองกา ได้อนุมัติทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท ในสาขาสาธารณสุข จำนวน 1 ทุนแก่รัฐบาลตองกา โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2550 แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้รับทุนดังกล่าวจากตองกา 
 
สถิติที่สำคัญ 
 
มูลค่าการค้ารวมไทย-ตองกา ปี 2555 มูลค่าการค้ารวมไทย-ตองกาอยู่ที่ 2.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2554 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 3.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐมูลค่าการค้าลดลงร้อยละ 34.43) ไทยส่งออกมูลค่า 2.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (น้ำตาลทราย รถยนต์และส่วนประกอบ ผ้าผืนและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก) และไม่มีการนำเข้าสินค้าในปีดังกล่าว ไทยได้ดุลการค้า 2.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
มูลค่าการลงทุน    
ไม่มีข้อมูล 
การท่องเที่ยว    
ไม่มีข้อมูล 
คนไทยในตองกา      
5 คน ทำงานรับจ้างก่อสร้าง (ข้อมูลจากสอท.ตองกา เดือนตุลาคม 2554) 
สำนักงานไทยในตองกา ประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน 
สำนักงานตองกาในไทย ประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน 
 

ที่มา: กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - ตองกา                      
มูลค่าการค้า 2.02 1.64 1.98 1.98 2.18 -34.43 -19.00 21.25 21.25 10.06
การส่งออก 2.02 1.64 1.98 1.98 2.18 -34.30 -18.98 21.25 21.25 9.97
การนำเข้า 0.00 - 0.00 0.00 0.00 -94.03 -100.00       1,800.00
ดุลการค้า 2.02 1.64 1.98 1.98 2.18            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : เหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ - - - - 950.6 - - - - -
2 ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ - - - - 914.6 - - - - -
3 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม - - - - 28.2 - - - - -
4 สิ่งพิมพ์ 9.2 15.5 14.9 14.9 8.7 -95.01 68.34 -3.61 -3.61 -41.55
5 ผ้าผืน - 10.3 9.3 9.3 7.0 - - -10.15 -10.15 -24.00
6 รองเท้า - - - - 3.0 - - - - -
รวม 6 รายการ 9.2 25.8 24.2 24.2 1,912.1 -99.63 180.49 -6.23 -6.23 7,809.93
อื่นๆ 427.3 0.0 83.8 83.8 0.0 -89.83 -100.00 0.00 0.00 -100.00
รวมทั้งสิ้น 436.5 25.8 107.9 107.9 1,912.1 -93.48 -94.09 318.66 318.66 1,671.67

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 น้ำตาลทราย 0.6 0.3 0.7 0.7 0.6 -34.36 -43.24 122.07 122.07 -8.68
2 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.4 0.5 0.4 0.4 0.4 23.74 23.50 -31.77 -31.77 19.45
3 เครื่องนุ่งห่ม 0.3 0.2 0.2 0.2 0.2 150.49 -27.83 -23.58 -23.58 1.88
4 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 0.1 0.0 0.1 0.1 0.1 11.40 -33.61 86.46 86.46 36.31
5 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.0 0.1 0.1 0.1 0.1 -82.48 32.72 55.07 55.07 41.79
6 รองเท้าและชิ้นส่วน 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.63 -25.56 4.58 4.58 0.46
7 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.1 0.0 0.2 0.2 0.1 -23.53 -75.17 520.08 520.08 -51.25
8 ข้าว - - - - 0.1 - - - - -
9 ผ้าผืน 0.1 0.0 0.1 0.1 0.1 -81.44 -50.00 90.07 90.07 19.10
10 หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 80.71 -39.26 -3.03 -3.03 -0.21
รวม 10 รายการ 1.7 1.3 1.7 1.7 1.8 -21.17 -23.10 30.47 30.47 4.48
อื่นๆ 0.3 0.3 0.2 0.2 0.4 -67.18 5.80 -19.10 -19.10 48.68
รวมทั้งสิ้น 2.0 1.6 2.0 2.0 2.2 -34.30 -18.98 21.25 21.25 9.97

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

JoomSpirit