ปาปัวนิวกีนี

600px-Flag of Papua New Guinea Emblem of Papua New Guinea
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่อทางการ

ปาปัวนิวกินี (Independent State of Papua New Guinea หรือ Papua New Guinea)

ที่ตั้ง

ทิศตะวันตกของภูมิภาคแปซิฟิกใต้ มีพรมแดนติดกับจังหวัดปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซีย โดยตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของเกาะ New Guinea ซึ่งเป็นเกาะเขตร้อนขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร

พื้นที่

452,860 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 3 เกาะ และเกาะเล็กๆ อีกกว่า 600 เกาะ เขตเศรษฐกิจจำเพาะ 3,120,000 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ

มีลักษณะเป็นภูเขาและชายฝั่งทะเล

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศเขตร้อน (tropical) และอยู่ในเขตลมมรสุม

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทองคำ ทองแดง เงิน ก๊าซธรรมชาติ ไม้ซุง น้ำมัน การประมง

ภัยธรรมชาติ

ภูเขาไฟ แผ่นดินไหว โคลนถล่ม สึนามิ

จำนวนประชากร

6,791,317 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2559)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.75% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

เชื้อชาติ

เมลานีเซียน (Melanesian) ปาปวน (Papuan) เนกริโต (Negrito) ไมโครนีเซียน (Micronesian) โพลีนีเซีย (Polynesian)

สัญชาติ

ปาปัวนิวกินี (Papua New Guinean)

ศาสนา

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 27% โปรแตสแตนท์ 69.4% Baha'i 0.3% คามเชื่อท้องถิ่น และอื่นๆ 3.3%

ภาษา

อังกฤษ (ทางการ) อังกฤษพิดจิน (Pidgin English) โมตู (Motu) และมีภาษาพื้นเมืองของเผ่าต่าง ๆ ประมาณ 715 ภาษา

ภูมิศาสตร์และประชากร

ปาปัวนิวกินีมีลักษณะภูมิศาสตร์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ และมีภูเขาและภูเขาไฟจำนวนมาก พื้นที่ราบเป็นป่าดิบชื้น และทุ่งหญ้าสาวันนา พืชสำคัญคือ มะพร้าว ปาล์ม และเตย

ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีมากที่สุดของโลก บนเกาะนิวกินีซึ่งประกอบด้วยประเทศปาปัวนิวกินีและจังหวัดปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซียมีภาษาพูดมากกว่า 650 ภาษา และมีเพียง 350-450 ภาษาเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน บางภาษาใช้พูดกันเฉพาะในกลุ่มชนจำนวนไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันคน และไม่มีความคล้ายคลึงกับภาษาอื่นๆ ที่ใช้บนเกาะ หรือภาษาอื่นใดในโลก และเนื่องจากลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขา ทำให้กลุ่มชนบางกลุ่มมีความเป็นอยู่อย่างสันโดษและไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มชนอื่นๆ ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตรแม้แต่น้อย

ชาวปาปัวนิวกินีจำนวน 2 ใน 3 ส่วนนับถือศาสนาคริสต์ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในปาปัวนิวกินีคิดเป็นร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นชาวออสเตรเลีย ที่เหลือคือชาวอังกฤษ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และอเมริกัน

ประวัติศาสตร์

หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่า มนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะนิวกินีมานานกว่า 60,000 ปี คาดว่าเป็นกลุ่มคนที่อพยพมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคน้ำแข็ง (Ice Age) ต่อมา ในช่วงศตวรรษที่ 16 นักเดินเรือชาวโปรตุเกสและสเปนเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เข้ามาในดินแดนแห่งนี้ โดยระหว่างปี 2069-2070 (ค.ศ. 1526-27) Don Jorge de Meneses ชาวโปรตุเกสได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า "ปาปัว" (Papua) ซึ่งเป็นภาษามาเล แปลว่า ผมหยิก ตามลักษณะเส้นผมของชนพื้นเมือง ต่อมาในปี 2088 (ค.ศ. 1545) Yngio Ortis de Retez ชาวสเปนเรียกเกาะนี้ว่า "นิวกินี" (New Guinea) เนื่องจากเห็นว่า ชนพื้นเมืองมีความคล้ายคลึงกับชนพื้นเมืองในกินี (Guinea) ในแอฟริกา

ในปี 2427 (ค.ศ. 1884) เยอรมนีได้เข้ายึดภาคตะวันออกเหนือของเกาะ รวมทั้งเกาะโบเกนวิลล์ (Bogainville) และในปี 2531 (ค.ศ. 1888) สหราชอาณาจักรได้เข้ายึดครองในส่วนใต้ของเกาะ เรียกว่า British New Guinea ส่วนเยอรมนีเข้าครอบครองส่วนเหนือของเกาะอย่างสมบูรณ์ในปี 2442 (ค.ศ. 1899) และเรียกส่วนนี้ว่า German New Guinea จากนั้นในปี 2457 (ค.ศ. 1914) กองทัพออสเตรเลียได้เข้ายึดครองส่วนที่เป็น German New Guinea และปกครองเกาะทั้งสองส่วนจนกระทั่งปี 2484 (ค.ศ. 1941) ญี่ปุ่นได้บุกเข้ายึดและเป็นผู้ปกครองเกาะจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 (ค.ศ. 1945) จากนั้น ในปี 2492 (ค.ศ. 1949) ปาปัวและนิวกินีตกอยู่ในภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ ภายใต้ The Papua and New Guinea Act โดยมีออสเตรเลียเป็นผู้ดูแล และเรียกดินแดนนี้ว่า Territory of Papua and New Guinea ต่อมา ในปี 2515 (ค.ศ. 1972) ได้เปลี่ยนชื่อเป็นปาปัวนิวกินี พร้อมทั้งจัดการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรัฐมนตรีคือ Sir Micheal Somare ซึ่งเป็นผู้นำในการเรียกร้องเอกราชจากออสเตรเลีย และทำให้ปาปัวนิวกินีได้รับเอกราชในปี 2518 (ค.ศ. 1975)

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยระบบรัฐสภาเดียว (Constitutional Parliamentary Democracy) เรียกว่า "รัฐสภาแห่งชาติ" (National Parliament) ปัจจุบันมีสมาชิก 109 คน โดย 89 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป (open electorates) และที่เหลืออีก 20 คน มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด (provincial electorates) วาระ 5 ปี

เมืองหลวง

กรุงพอร์ท มอเรสบี (Port Moresby)

การแบ่งเขตการปกครอง

แบ่งเป็น 3 ระดับคือ ระดับชาติ (National) ระดับจังหวัด(Provincial) และระดับท้องถิ่น(Local) รัฐบาลท้องถิ่น (Provincial Government) ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง และรัฐบาลกลางสามารถแทรกแซงกิจการด้านการบริหาร การคลัง และอื่น ๆ ได้ เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่น ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการโดยอิสระ รัฐบาลมีนโยบายเน้นการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวปาปัวนิวกินี และเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ของประเทศ โดยเน้นสร้างความภูมิใจในความเป็นชาวปาปัวนิวกินี ด้วยการแก้ไขปัญหาทางสังคมต่าง ๆ โดยมีจังหวัดทั้งหมด 20 จังหวัด ได้แก่ Bougainville, Central, Chimbu, Eastern HIghlands, East New Britain, East Sepik, Enga, Gulf, Madang, Manus, Milne Bay, Morobe, National Capital, New Ireland, Northern, Sandaun, Southern Highlands, Western, Western Highlands, West New Britain

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

large administrative and political map of papua new guinea 1

 

ที่มา: http://www.vidiani.com/?p=13881

วันที่ได้รับเอกราช

16 กันยายน พ.ศ. 2518 จาก Australian-administered UN trusteeship

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

16 กันยายน พ.ศ. 2518

ระบบกฏหมาย

ผสมผสานกันระหว่างกฎหมายคอมมอนลอว์ของอังกฤษและกฏหมายประเพณี

พรรคการเมือง

  • National Alliance Party (NA)
  • Papua and Niugi Union Party (PANGU PATI)
  • Papua New Guinea Party (PNGP)
  • People's Democratic Movement (PDM)
  • People's Action Party (PAP)
  • United Resources Party (URP)

รูปแบบการปกครอง

แบ่งเป็น 3 ระดับคือ ระดับชาติ (National) ระดับจังหวัด (Provincial) และระดับท้องถิ่น (Local) รัฐบาลท้องถิ่น (Provincial Government) ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง และรัฐบาลกลางสามารถแทรกแซงกิจการด้านการบริหาร การคลัง และอื่น ๆ ได้ เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่น ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการโดยอิสระ รัฐบาลมีนโยบายเน้นการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวปาปัวนิวกินี และเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ของประเทศ โดยเน้นสร้างความภูมิใจในความเป็นชาวปาปัวนิวกินี ด้วยการแก้ไขปัญหาทางสังคมต่าง ๆ

 

Update กุมภาพันธ์ 2559

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  8 กันยายน 2557

 

  • Governor Gen. Michael OGIO
  • Prime Min. Peter Paire O'NEILL
  • Dep. Prime Min. Leo DION
  • Min. for Agriculture & Livestock Tommy TOMSCOLL
  • Min. for Bougainville Affairs Steven Kama PIRIKA
  • Min. for Commerce, Trade, & Energy Richard MARU
  • Min. for Communication & Information Technology Jimmy MIRINGTORO
  • Min. for Community Development, Religion, & Family Affairs Loujaya TONI
  • Min. for Civil Aviation Davis STEPHEN
  • Min. for Correctional Services Jim SIMATAB
  • Min. for Defense Fabian POK, Dr.
  • Min. for Education Nick KUMAN
  • Min. for Environment & Conservation John PUNDARI
  • Min. for Finance James MARAPE
  • Min. for Fisheries & Marine Resources Mao ZEMMING
  • Min. for Foreign Affairs & Immigration Rimbink PATO
  • Min. for Forestry & Climate Change Douglas TOMURIESA
  • Min. for Health & HIV AIDS Michael MALABAG
  • Min. for Higher Education, Research, Science, & Technology Delilah GORE
  • Min. for Housing & Urban Development Paul ISIKIEL
  • Min. for Justice Kerenga KUA
  • Min. for Labor & Industrial Relations Benjamin POPOWA
  • Min. for Lands & Physical Planning Benny ALLAN
  • Min. for Mining Byron CHAN
  • Min. for National Planning Charles ABEL
  • Min. for Petroleum & Energy Nixon DUBAN
  • Min. for Police Robert ATIYAFA
  • Min. for Public Enterprises & State Investment Ben MICAH
  • Min. for Public Service Puka TEMU, Sir Dr.
  • Min. for Sports & the Pacific Games Justin TKATCHENKO
  • Min. for Tourism, Art, & Culture Boka KONDRA
  • Min. for Transport Ano PALA
  • Min. for Treasury Patrick PRUAITCH
  • Min. for Works & Implementation Francis AWESA
  • Attorney Gen. Ano PALA
  • Governor, Central Bank Loi BAKANI
  • Ambassador to the US Rupa Abraham MALINA
  • Permanent Representative to the UN, New York Robert Guba AISI

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/PP.html

 

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

20.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการเติบโตของ GDP    

 9% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

2,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 23.3%
  • ภาคอุตสาหกรรม 38.3%
  • ภาคการบริการ 38.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

อัตราการว่างงาน

1.9% แต่ในชนบทอัตราการว่างงานสูงถึง 8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2551)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

หนี้สาธารณะ

48.7% ของ GDP(ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

กาแฟ โกโก้ เนื้อมะพร้าวแห้ง เนื้อในของผลปาร์ม ชา น้ำตาล ยาง หัวมันฝรั่งหวาน ผลไม้ ผัก วนิลา สัตว์ปีก เนื้อสุกร

อุตสาหกรรม

เนื้อมะพร้าวแห้งบด อุตสาหกรรมทำน้ำมันปาล์ม อุตสาหกรรมการทำไม้อัด การทำไม้ชิ้นเล็กๆ เหมืองทอง เงิน และทองแดง น้ำมันดิบ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม การก่อสร้าง การท่องเที่ยว

ดุลบัญชีเดินสะพัด

444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการส่งออก

8.653 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

น้ำมัน ทองคำ สินแร่ทองแดง ไม้ซุง น้ำมันปาล์ม กาแฟ โกโก้ กุ้งน้ำจืด กุ้งทะเล

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Japan 17.4%, Australia 15.9%, China 12.1%  (พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

3.311 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง สินค้าโรงงาน อาหาร น้ำมัน เคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Australia 25.9%, China 20%, Singapore 12.6%, Malaysia 7.2%, US 4.2%, Indonesia 4.1%, South Korea 4% (พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Kina (PGK)

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

1 USD = 2.44 Kina (พ.ศ. 2557)

ภาพรวม

ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ ทรัพยากรทางทะเล ทองคำ ทองแดง น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการประมง เหมืองทองแดง เหมืองทองคำ และการท่องเที่ยว ส่วนด้านเกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นการเพาะปลูกกาแฟ โกโก้ และมะพร้าว ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ทองคำ น้ำมันดิบ กาแฟ ทองแดง ซุง กาแฟ และสัตว์ทะเล ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง ส่วนประกอบรถยนต์ อาหาร และเชื้อเพลิง

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

รัฐบาลควบคุมสถานะการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราเงินเฟ้อต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจได้รับผลดีจากผลผลิตเหมืองแร่ที่เพิ่มขึ้น และราคาสินค้าส่งออกเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ ทอง น้ำมันดิบ ทองแท่ง เป็นผลให้การส่งออกในช่วงไตรมาสของปีขยายตัวร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าในปีนี้ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลและเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ในเดือน มี.ค. 2549 UN ได้เสนอปรับสถานะการพัฒนาของปาปัวนิวกินีจากประเทศกำลังพัฒนาเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ซึ่ง นรม. Sir Michael คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว

รัฐบาลพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ขยายการส่งออก (Export-led economy) แสวงหาความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย (look north) และมีบทบาทนำในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก (Work Pacific) การลงนามความตกลงทางการค้ากับนิวซีแลนด์เมื่อเดือนมิ.ย. 2549 ทำให้ปาปัวนิวกินีส่งออกสินค้าเกษตร เช่น มะพร้าว เผือก ขิง ไปยังตลาดนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ปาปัวนิวกินียังได้รับโควตาการส่งออกปลาทูนาไปยังตลาด EU เพิ่มขึ้น ในการประชุมรัฐมนตรีการค้าของเอเปคครั้งที่ 12 ปาปัวนิวกินีตอบรับที่จะยกเลิกการอุดหนุนสินค้าส่งออกทั้งหมดภายในปี 2556

 

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยและปาปัวนิวกินีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2519 โดยเอกอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซียมีเขตอาณาดูแลปาปัวนิวกินี ปัจจุบันคือนางอัจฉรา เสรีบุตร โดยมีนาย Laoni Henao เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำปาปัวนิวกินี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2538 เอกอัครราชทูตปาปัวนิวกินีประจำอินโดนีเซียมีอาณาเขตดูแลไทย ได้แก่ นาย Peter Maginde

ปาปัวนิวกินีถือเป็นประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ที่มีความสำคัญในลำดับต้นสำหรับไทย มีความร่วมมือที่ดีกับไทยในเวทีระหว่างประเทศมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในกลุ่มประเทศแปซิฟิกใต้

2. เศรษฐกิจและการค้า

ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย และเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และมีภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเป็นประตูของไทยไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ โดยในปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 359.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2554 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 269.96ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.34) ไทยส่งออก 259.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 100.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 159.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อนึ่ง ปาปัวนิวกินีเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันสำหรับการผลิตไบโอดีเซลของไทย และเป็นแหล่งนำเข้าปลาทูน่าที่สำคัญของไทย โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดคือ ข้าว รองลงมาคือ เหล็กและผลิตภัณฑ์ จากเหล็ก

มูลค่าการลงทุน                                      
บริษัทไทยยูเนี่ยนลงทุนสร้างโรงงานปลาทูน่ากระป๋องและเริ่มกระบวนการผลิต เมื่อ มิ.ย. 2555 

     ปัจจุบัน ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับปาปัวนิวกินีมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย กล่าวคือไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพและราคาถูกที่ชาวปาปัวนิวกินีนิยม เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ในขณะที่ปาปัวนิวกินีมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สามารถสนับสนุนวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมไทย เช่น ทรัพยากรทางทะเล ป่าไม้ ทองคำ ทองแดง นอกจากนี้ ข้าวยังเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการขยายตลาดได้อีกมาก เนื่องจากในปัจจุบันชาวปาปัวนิวกินีบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ซึ่งสามารถปลูกข้าวได้บ้างแต่ไม่ได้ผลเต็มที่ เนื่องจากขาดการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ทันสมัย กอปรกับขาดความรู้และความชำนาญในการปลูกข้าว ทำให้ปาปัวนิวกินีมีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศปีละ 170,000 ตัน โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีทั้งข้าวออสเตรเลียและข้าวไทยที่ส่งผ่านออสเตรเลีย ภาคเอกชนปาปัวนิวกินีแสดงความสนใจที่จะนำเข้าข้าวจากประเทศไทยโดยตรงเพื่อเป็นการลดต้นทุน แต่ปัญหาอุปสรรคทางการค้าในปาปัวนิวกินี คือ ยังมีการผูกขาดอยู่มาก โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย ในขณะเดียวกันสถานการณ์ และความปลอดภัยภายในประเทศ ยังเป็นปัญหาหลักที่ทำให้นักธุรกิจชาวต่างประเทศไม่กล้าเข้าไปลงทุนในปาปัวนิวกินี

คนไทยในปาปัวนิวกินี                             
ขณะนี้มีชุมชนไทยในปาปัวนิวกินีประมาณ 45 คน มีทั้งหญิงไทยที่ติดตามสามีชาวออสเตรเลียไปทำงานที่ปาปัวนิวกินี ช่างนวดแผนโบราณและสปา ผู้จัดการบริษัทขุดเจาะก๊าซและน้ำมัน และแรงงานชาวไทย นอกจากนี้ มีนักธุรกิจไทย 2 คน ที่เมือง Lae ประกอบธุรกิจค้าข้าวและเครื่องจักรกล  (สถานะ ณ เดือนกันยายน 2554) 

3. ความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการ

ประเทศไทยได้เริ่มให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่ปาปัวนิวกินีครั้งแรกเมื่อปี 2522 โดยส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือในรูปแบบหลักสูตรประจำปี โดยในปี 2547 ไทยแจ้งเวียนหลักสูตรประจำปีให้แก่ปาปัวนิวกินีด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการชายฝั่งทะเลแต่ไม่มีผู้สมัครรับทุนดังกล่าวจากปาปัวนิวกินี ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายอยู่ในระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (Agreement on Technical Cooperation) ระหว่างกัน เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือทางวิชาการของฝ่ายไทยเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์กับปาปัวนิวกินี และฝ่ายไทยได้พิจารณากำหนดยุทธศาสตร์ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ โดยกำหนดให้ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศในลำดับต้นที่จะให้ความช่วยเหลือ

4. ความตกลงที่ทำกับไทย

4.1 ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (Air Services Agreement) ลงนามเมื่อ 1 พฤษภาคม 2539 ที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสายการบินทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ทำการบินระหว่างกัน เนื่องจากปริมาณการจราจรยังไม่เพียงพอ

4.2 ความตกลงการค้า (Trade Agreement) ลงนามเมื่อวันที่3 มิถุนายน 2546 ที่ จังหวัดขอนแก่น

ความตกลงที่ยังคั่งค้าง มี 4 ฉบับ ได้แก่

(1) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน

(2) ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน

(3) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ

(4) ความตกลงว่าด้วยระบบการค้าแบบหักบัญชี

 

ความร่วมมือต่างๆ กับไทย และความตกลงที่คั่งค้าง 
- ความตกลงความร่วมมือด้านประมง ร่าง คตล.ประมง ไทย-ปาปัวนิวกินีคั่งค้างมาตั้งแต่กันยายน 2548 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2555 นายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมงได้หารือกับนาย Veali Vagi ออท. ปาปัวนิวกินีประจำประเทศไทย (ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์) เกี่ยวกับความตกลงความร่วมมือประมงไทย-ปาปัวนิวกินี ที่ยังคั่งค้างและการเยือนปาปัวนิวกินีของคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทย ซึ่ง นาย Vagi รับที่จะประสานกับ National Fisheries Authority (NFA) ของปาปัวนิวกินี ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 นาย Sylvester Pokajam, Managing Director ของ NFA ได้เข้าเยี่ยมคารวะอธิบดีกรมประมงและหารือเกี่ยวกับความตกลงความร่วมมือประมงฯ และการเยือนปาปัวนิวกินีของคณะผู้แทนฯ ซึ่งนาย Pokajam รับที่จะประสานและจัดกำหนดการเยือนของคณะผู้แทนฯ ภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา (กรกฎาคม 2555) 
 
- ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Investment Promotion and Protection Agreement – IPPA) ซึ่งขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้ร่าง คตล. ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนร่างให้แต่ละฝ่ายพิจารณา เดิมกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้เตรียมข้อมูลเพื่อเดินทางไปปาปัวนิวกินีเพื่อเจรจาเรื่องดังกล่าวระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน  2554 แต่ฝ่ายปาปัวนิวกินีได้ขอเลื่อนการเจรจาดังกล่าวออกไป 
 
- ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Avoidance of Double Taxation) ซึ่งปาปัวนิวกินีพร้อมลงนามในขณะที่ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 
 
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ (Technical Cooperation) ฝ่ายไทยได้ส่งร่างโต้ตอบให้ฝ่ายปาปัวนิวกินีตังแต่เดือนตุลาคม 2546 ถึงแม้จะมีการหยิบยกหารือกันหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากฝ่ายปาปัวนิวกินี 
 
- ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศไทย-ปาปัวนิวกินี (Air Services Agreement) ซึ่งมีการ ลงนาม คตล. ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2538 โดยวัตถุประสงค์คือการให้มีการเปิดเส้นทางบิน กรุงเทพ-พอร์ตมอร์สบี-กรุงเทพ ของสายการบินไทย และ พอร์ตมอร์สบี-กรุงเทพ-พอร์ตมอร์สบี ของสายการบิน Air Nuigini แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ใดๆ จาก คตล. ดังกล่าว เนื่องจากสายการบินไทย เห็นว่าความต้องการในการเดินทางและขนส่งสินค้าไปปาปัวนิวกินียังมีไม่มากพอและไม่คุ้มค่าต่อการเปิดสายการบินตรง 

 

ที่มา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

 

5. การเยือนของผู้นำระดับสูง

ฝ่ายไทยเยือนปาปัวนิวกินี

ระดับพระราชวงศ์

- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2539

ระดับรัฐบาลไทย

- นายพิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 5 - 8 สิงหาคม 2527

- ร้อยตรี ประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนปาปัวนิวกินี ระหว่างวันที่ 8 - 25 กุมภาพันธ์ 2528

- นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีไปเยือนในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมงานฉลองเอกราชครบ 10 ปี วันที่ 16 กันยายน 2528

- ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปเยือนปาปัวนิวกินี ระหว่างวันที่ 9 - 11 สิงหาคม 2537

- พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 27 - 28 มีนาคม 2546 แต่ต้องเลื่อนการเยือนดังกล่าวออกไปเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิรัก

- นายสรจักร เกษมสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะนักธุรกิจประมงไทยเดินทางเยือนปาปัวนิวกินี ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2547 เพื่อแสวงหาลู่ทางในการขยายการค้า / การลงทุน โดยเฉพาะการทำประมง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากฝ่ายปาปัวนิวกินี และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการจัดทำความตกลงด้านประมงระหว่างกัน

- รองนายกรัฐมนตรี(นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย) เดินทางเยือนปาปัวนิวกินีเพื่อเข้าร่วมประชุม Post-Forum Dialogue ของ Pacific Islands Forum เมื่อเดือน ต.ค. 2548 และได้เข้าเยี่ยมคารวะ The Rt. Hon. Grand Chief Sir Michael Somare โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการเตือนภัยสึนามิ ปัญหาโรคเอดส์ และตำแหน่ง UNSG

ฝ่ายปาปัวนิวกินีเยือนไทย

- นาย Tukape Masani รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการปศุสัตว์เยือนไทย เพื่อเยี่ยมชมสถาบันวิจัยของไทยเมื่อเดือนเมษายน 2541

- นาย Kilroy Genia สมาชิกสภาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนาย Loani Henao กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำ Port Moresby ได้พาคณะเยือนไทยเพื่อหารือการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขอรับความช่วยเหลือด้านการปลูกข้าว ระหว่างวันที่ 25 - 29 พฤศจิกายน 2541

- Rt. Hon. Sir Michael Somare นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีเยือนไทยในลักษณะ Working visit ระหว่างวันที่ 18 - 22 ตุลาคม 2546 ก่อนเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11 โดยได้เข้าพบและหารือข้อราชการกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

- นาย Ben Semri รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประมงและคณะ ได้นำเดินทางมาดูงานด้านประมงในประเทศไทย ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ในเดือนกันยายน 2547 ซึ่งนอกจากจะช่วยผลักดันความร่วมมือด้านประมงแล้ว การหารือระหว่างนาย Semri และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ในขณะนั้น) ยังส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายแสวงหาลู่ทางความร่วมมือด้านอื่นๆ อาทิ การปลูกข้าว การเพาะเลี้ยงกุ้ง และปาล์มน้ำมัน

-------------------------------------------------------

ที่มา: กองแปซิฟิกใต้ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - ปาปัวนิวกินี                      
มูลค่าการค้า 359.96 360.74 277.22 277.22 428.62 33.34 0.22 -23.15 -23.15 54.62
การส่งออก 259.68 179.77 127.82 127.82 139.92 26.97 -30.77 -28.90 -28.90 9.47
การนำเข้า 100.28 180.98 149.40 149.40 288.71 53.25 80.47 -17.45 -17.45 93.25
ดุลการค้า 159.40 -1.21 -21.58 -21.58 -148.79            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 น้ำมันดิบ - 116.0 65.2 65.2 177.8 - - -43.81 -43.81 172.75
2 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 73.2 52.3 69.0 69.0 101.1 37.88 -28.53 31.86 31.86 46.59
3 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 10.5 9.7 10.8 10.8 9.1 30.67 -7.66 11.70 11.70 -15.47
4 เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค 0.7 2.5 4.2 4.2 0.4 -55.92 270.06 66.47 66.47 -90.31
5 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.5 0.0 0.1 0.1 0.1 28.99 -96.93 630.87 630.87 -3.12
6 แผงวงจรไฟฟ้า - - 0.0 0.0 0.0 - - - - 3,025.00
7 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -90.80 188.46 -76.00 -76.00 272.22
8 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -23.81 -93.75 500.00 500.00 900.00
9 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.0 0.1 0.0 0.0 0.0 20.00 296.21 -98.28 -98.28 966.67
10 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - -45.91 -99.28 -99.28 6,900.00
รวม 10 รายการ 84.9 180.6 149.2 149.2 288.6 34.56 112.78 -17.36 -17.36 93.39
อื่นๆ 15.4 0.4 0.2 0.2 0.1 551.74 -97.37 -57.37 -57.37 -26.99
รวมทั้งสิ้น 100.3 181.0 149.4 149.4 288.7 53.25 80.47 -17.45 -17.45 93.25

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 ข้าว 37.4 33.2 25.3 25.3 39.0 -20.31 -11.33 -23.57 -23.57 53.71
2 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 35.9 42.2 26.9 26.9 28.1 59.30 17.54 -36.28 -36.28 4.55
3 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 15.7 13.6 17.4 17.4 15.6 90.04 -13.35 28.25 28.25 -10.30
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 11.4 12.8 11.3 11.3 11.8 62.95 12.18 -11.54 -11.54 3.91
5 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 102.1 31.3 6.7 6.7 6.8 116.20 -69.37 -78.64 -78.64 1.58
6 น้ำตาลทราย 9.7 5.9 1.6 1.6 4.7 -3.12 -39.21 -73.16 -73.16 194.48
7 ผลิตภัณฑ์ยาง 4.9 4.5 3.2 3.2 3.0 -28.30 -7.37 -28.92 -28.92 -5.66
8 เม็ดพลาสติก 2.4 4.0 2.8 2.8 2.9 -61.90 68.19 -29.38 -29.38 3.50
9 เครื่องนุ่งห่ม 4.9 2.9 3.1 3.1 2.5 5.69 -40.50 7.31 7.31 -20.83
10 เคมีภัณฑ์ 1.5 1.1 0.9 0.9 2.2 -27.80 -26.36 -19.79 -19.79 142.94
รวม 10 รายการ 225.9 151.5 99.3 99.3 116.5 39.65 -32.94 -34.45 -34.45 17.34
อื่นๆ 33.8 28.3 28.5 28.5 23.4 -20.99 -16.28 0.83 0.83 -17.93
รวมทั้งสิ้น 259.7 179.8 127.8 127.8 139.9 26.97 -30.77 -28.90 -28.90 9.47

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

เอกอัครราชทูตปาปัว นิวกินี ประจำประเทศอินโดนีเซีย
H.E. Mr. Christopher Siaoa Mero
ที่อยู่

Embassy of the Independent State of Papua New Guinea

Panin Bank Centre, 6th Fl.,
Jl. Jenderal Sudirman, No.1
Jakarta 10270,
The Republic of Indonesia

Tel: (6221) 725-1218

Fax: (6221) 720-1012

 

สำนักงานไทยในปาปัวนิวกินี
สอท. ที่มีเขตอาณา คือ สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา 
 
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำปาปัวนิวกินี
นาย Loani Ravu HENAO
 
สำนักงานปาปัวนิวกินีในไทย
กงสุลกิตติมศักดิ์ปาปัวนิวกินีประจำประเทศไทย คือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล 
 

 

 

JoomSpirit