นิวซีแลนด์

Flag of New Zealand Coat of Arms of New Zealand
ธง ตราสัญลักษณ์

 

 

ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ

นิวซีแลนด์ (New Zealand)

ที่ตั้ง

โอเชียเนีย (Oceania) หมู่เกาะทางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย

ขนาดพื้นที่

268,680 ตารางกิโลเมตร (ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศญีปุ่นและอังกฤษ) ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะได้แก่ เกาะเหนือและเกาะใต้

อาณาเขต

เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นเกาะ จึงไม่มีอาณาเขตดิดต่อทางพืิ้นดินกับประเทศใด ความยาวชายฝั่งรอบเกาะ 15, 134 กิโลเมตร

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างมาก ในตอนเหนือมีลักษณะเป็นแบบกึ่งเขตร้อนและลักษณะแบบเขตอบอุ่นในตอนใต้ สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฝนตกชุก และมีลักษณะอากาศที่ไม่หนาวจัดและไม่ร้อนจัด นิวซีแลนด์มี 4 ฤดูคือ ฤดูร้อน (ธ.ค.-ก.พ.) ฤดูใบไม้ร่วม (มี.ค. - พ.ค.) ฤดูหนาว (มิ.ย. - ส.ค.) และฤดูใบไม้ผลิ (ก.ย. - พ.ย.)

ทรัพยากรธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติ แร่เหล็ก ทราย ถ่านหิน ไม้ซุง พลังน้ำ ทองคำ หินปูน

ภัยธรรมชาติ

แผ่นดินไหว (แต่ไม่รุนแรง) ภูเขาไฟ

จำนวนประชากร

4,510,327 คน (ค่าประมาณเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

เชื้อชาติ

ยุโรป 71.2%, เอเชีย 11.3%, เมารี 14.1%, ชนพื้นเมืองหมู่เกาะแปซิฟิก 7.6%, ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา อัฟริกัน 1.1% อื่นๆ 1.6% ที่ระบุไม่ได้ 5.4% (จากการสำมะโนประชากร พ.ศ. 2556)

ศาสนา

คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 38.6% ศาสนาคริสต์ไม่ระบุนิกาย 4.6% โรมันคาทอลิก 12.6% คริสต์แบบเมาลี 1.6% ฮินดู 1.6% พุทธ 1.3๔ ศาสนาอื่นๆ 2.2% ไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย 32.2% ศาสนาอื่นๆ หรือไม่ระบุ 9.9% คริสต์ 44.3% (คาทอลิก 11.6% แองกลิคัน 10.8% นิกาย Presbyterian และ Congregational 7.8% นิกาย Methodist 2.4% นิกาย Pentecostal 1.8% นิกายอื่นๆ 9.9%), ฮินดู 2.1% พุทธ 1.4% เมารีคริสเตียน 1.3% อิสลาม 1.1% ศาสนาอื่นๆ 1.4% ไม่มีศาสนา 38.5% ไม่มีศาสนา 8.2% ปฏิเสธที่จะตอบ 4.1% (จากการสำมะโนประชากร พ.ศ. 2556)

ภาษา

ภาษาอังกฤษ (ภาษาราชการ) 89.8% ภาษาเมารี (เป็นภาษาราชการตามกฏหมาย) 3.5% ภาษา Samoan 2% ฮินดี 1.6% ฝรั่งเศส 1.2% จีนทางเหนือ 1.2% ภาษา Yue 1% อื่นๆ 20.5% ภาษาสัญลักษณ์นิวซีแลนด์ (New Zealand Sign Language) (เป็นภาษาราชการตามกฏหมาย) (พ.ศ. 2556)

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิบไตยแบบรัฐสภาแบบสภาเดียว (Parliamentary Democracy)

เมืองหลวง

กรุงเวลลิงตัน (Wellington) เมื่องสำคัญๆ ได้แก่ โอ๊คแลนด์ (Auckland) ไครสต์เชิร์ท (Christchurch) และดันเนอดิน (Dunedin)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 16 เขตการปกครอง 1 ดินแดน ได้แก่ Auckland, Bay of Plenty, Canterbury, Gisborne, Hawke's Bay, Manawatu-Wananui, Marlborough, Nelson, Northland, Otago, Southland, Taranaki,Tasman, Waikato, Wellington, West Coast, และ Chatham Islands (ดินแดน)

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

large detailed political and relief map of new zealand with roads and cities for free 1

 

ที่มา http://www.vidiani.com/?p=13718

วันที่ได้รับเอกราช

26 กันยายน 1907 (จากสหราชอาณาจักร)

ระบบกฎหมาย

มีรากฐานมาจากกฏหมายอังกฤษ (English Law) และบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับการจดทะเลียนที่ดินและมีศาลที่ดิน (Land Court) ให้กับชาวเมารี

รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นแบบไม่ เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครอง แต่จะมีกฎหมายอื่นๆ หลายฉบับมาประกอบกัน เช่น Constitution ACT1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้รวบรวมเอาหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจาย อยู่มาบัญญัติไว้ด้วยกัน และพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เป็นต้น แต่พระราชบัญญัติเหล่านี้ไม่มีบทบัญญัติ ที่ว่า บทบัญญัติของกฎหมายใดที่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับมิได้ นอกจากนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์ยังรวมเอากฎหมายของอังกฤษ บางฉบับที่บังคับใช้ในนิวซีแลนด์ด้วย เช่น Act of Settlement 1701 ซึ่งเกี่ยวกับ การสืบราชสันตติวงศ์ของกษัตริย์อังกฤษ คำพิพากษาของศาลในคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ฝ่ายบริหาร

ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีไม่เกิน 24 คน ทำหน้าที่รายงานและให้คำปรึกษาแก่ผู้สำเร็จราชการฯ ด้านนโยบายสำคัญ ๆ สมาชิกคณะรัฐมนตรีจะต้องมาจากสมาชิกสภาฯ ในการบริหารงาน คณะรัฐมนตรีกระทำผ่านคณะกรรมมาธิการ กระบวนการกำหนดนโยบายสำคัญภายในคณะรัฐมนตรี กระทำโดยการหารืออย่างไม่เป็นทางการและอย่างมีชั้นความลับ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปโดยอย่างมีฉันทามติ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีนั้นรับผิดชอบร่วมกันและควรต้องมีท่าทีอันเป็นเอกภาพ เพื่อจะได้เป็นฐานสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภานิวซีแลนด์เป็นแบบสภาเดี่ยว ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 120 คน โดยจะมีการเลือกตั้งทุก 3 ปี (เลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด 17 ก.ย. 2548) ประชาชนทุกคนที่มีอายุครบ 18 ปี มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง สำหรับชาวเมารีนั้น ได้มีการจัดสรรที่นั่งในสภาฯ ให้ผู้แทนชาวเมารีจำนวน 7 ที่นั่ง

ฝ่ายตุลาการ

สถาบันตุลาการประกอบด้วยศาลที่สำคัญ 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา นอกจากนั้น มีศาลอื่น ๆ อีก เช่น ศาลคดีเด็กและเยาวชน พิจารณาคดีเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี ศาลอนุญาโตตุลาการ และศาลที่ดินของชาวเมารี เป็นต้น ศาลทุกศาลในนิวซีแลนด์มีอำนาจตัดสินทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา อำนาจทางตุลาการเป็นอำนาจอิสระ

พรรคการเมือง

  • ACT New Zealand
  • Green Party
  • Maori Party
  • National Party (NP)
  • New Zealand First Party (NZFP)
  • New Zealand Labor Party (NZLP)
  • Progressive Party
  • United Future (UF)

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments


ข้อมูล ณ วันที่  19 ธันวาคม 2559

Update 21 กันยายน 2560

 

  • Governor Gen. Jeremiah MATEPARAE
  • Prime Min. Simon William ENGLISH
  • Dep. Prime Min.
    Paula BENNETT
  • Min. for the Accident Compensation Corporation Michael WOODHOUSE
  • Min. for Arts, Culture, & Heritage Maggie BARRY
  • Min. of Broadcasting Amy ADAMS
  • Min. for Building & Housing Nick SMITH
  • Min. for Canterbury Earthquake Recovery Gerard Anthony BROWNLEE
  • Min. of Civil Defense Gerard Anthony BROWNLEE
  • Min. for Climate Change Issues Paula BENNETT
  • Min. of Commerce & Consumer Affairs
    Jacqui DEAN
  • Min. for Communications Simon BRIDGES
  • Min. for the Community & Voluntary Sector
    Alfred NGARO
  • Min. of Conservation Maggie BARRY
  • Min. of Corrections
    Louise UPSTON
  • Min. for Courts Amy ADAMS
  • Min. of Customs Nicky WAGNER
  • Min. of Defense Gerard Anthony BROWNLEE
  • Min. for Disability Issues Nicky WAGNER
  • Min. for Economic Development
    Simon BRIDGES
  • Min. of Education Hekia PARATA
  • Min. of Energy & Resources
    Judith COLLINS
  • Min. for the Environment Nick SMITH
  • Min. for Ethnic Communities
    Judith COLLINS
  • Min. of Finance
    Steven JOYCE
  • Min. for Food Safety
    David BENNETT
  • Min. of Foreign Affairs Murray Stuart MCCULLY
  • Min. of Health Jonathan David COLEMAN, Dr.
  • Min. of Immigration Michael WOODHOUSE
    Min. of Infrastructure
    Steven JOYCE
  • Min. of Internal Affairs Peter DUNNE
  • Min. of Justice Amy ADAMS
  • Min. for Land Information
    Mark MITCHELL
  • Min. of Local Govt
    Anne TOLLEY
  • Min. of Maori Development To Ururoa FLAVELL
  • Min. for National Security & Intelligence
    Simon William ENGLISH
  • Min. of Pacific Island Peoples
    Alfred NGARO
  • Min. of Police
    Paula BENNETT
  • Min. for Primary Industries Nathan GUY
  • Min. for Racing Nathan GUY
  • Min. for Regulatory Reform
    Paul GOLDSMITH
  • Min. of Revenue
    Judith COLLINS
  • Min. of Science & Innovation
    Paul GOLDSMITH
  • Min. for Senior Citizens Maggie BARRY
  • Min. for Small Business
    Jacqui DEAN
  • Min. for Social Development Anne TOLLEY
  • Min. for Social Housing
    Amy ADAMS
    Min. for Social Investment
    Amy ADAMS
  • Min. of Sport & Recreation Jonathan David COLEMAN, Dr.
  • Min. of State Services Paula BENNETT
  • Min. for State-Owned Enterprises Todd MCCLAY
  • Min. of Statistics
    Mark MITCHELL
  • Min. for Tertiary Education, Skills, & Employment
    Paul GOLDSMITH
  • Min. of Tourism
    Paula BENNETT
  • Min. of Trade Todd MCCLAY
  • Min. of Transport Simon BRIDGES
  • Min. for Treaty of Waitangi Negotiations Christopher FINLAYSON
  • Min. of Veterans Affairs
    David BENNETT
  • Min. for Whanau Ora Te Ururoa FLAVELL
  • Min. for Women
    Paula BENNETT
  • Min. for Workplace Relations & Safety Michael WOODHOUSE
  • Min. for Youth Nikki KAYE
  • Min. Supporting Greater Christchurch Regeneration Gerald Anthony BROWNLEE
  • Attorney Gen. Christopher FINLAYSON
  • Governor, Reserve Bank of New zealand Graeme WHEELER
  • Ambassador to the US            Michael Kenneth MOORE
  • Permanent Representative to the UN, New York Gerard Jacobus VAN BOHEMEN                 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/NZ.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

177 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการเติบโตของ GDP

4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายบุคคล (GDP per Capita)

37,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคเกษตรกรรม 4.2%
  • ภาคอุตสาหกรรม 26.5%
  • ภาคการบริการ 69.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

5.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Price)

0.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

34% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อแกะและเนื้อลูกแกะ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ มันฝรั่ง ธัญพืช ผลไม้ ผัก ขนสัตว์ เนื้อวัว ปลา

อุตสาหกรรม

แปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการทำไม้และกระดาษ สิ่งทอ เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง การธนาคารและประกันภัย การท่องเที่ยว การทำเหมืองแร่

อัตราการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรม

2.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-4.957 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

31.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อวัว ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ปลา เครื่องจักร ผลไม้ น้ำมันดิบ ไวน์

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

China 17.6%, Australia 16.9%, US 11.8%, Japan 6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

34.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องบิน ปิโตรเลียม เครื่องใช้อิเล็คทรอนิกส์ สิ่งทอ พลาสติก

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

China 19.5%, Australia 11.9%, US 11.7%, Japan 6.6%, Germany 4.7%, Thailand 4.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือ นิวซีแลนด์ดอลลาร์ (New Zealand Dollar: NZD)

 

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย สถาปนาความสัมพันธ์ 26 มีนาคม 2499

กลไกความสัมพันธ์แบบทวิภาคี

1. การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส Senior Officials' Talks - SOT จัดการ
ประชุมปีละครั้ง ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ การประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2548 ที่กรุงเทพฯ

2. Thai - New Zealand Economic Consultation มีการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อเดือน ธ.ค. 2540 ที่กรุงเทพฯ

3. สภาธุรกิจไทย - นิวซีแลนด์ (Thailand - New Zealand Business Council - TNZBC) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 กำหนดให้มีการประชุมปีละครั้ง การประชุมครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ย. 2538 ที่นครโอ๊คแลนด์ และครั้งที่สองเมื่อเดือนก.ย. 2539 ที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในเอเชีย กรอบความร่วมมือดังกล่าวลดความสำคัญลง ในปี 2548 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้รื้อฟื้นสภาธุรกิจฯ โดยฝ่ายนิวซีแลนด์จะมีประธานThai Chapter ของ ASEAN-New Zealand Combined Business Council (ANZCBC) เป็นประธาน สำหรับประธานร่วมฝ่ายไทย ได้แก่ นางบาร์บาร่า บูรณศิลปิน ประธานสภาธุรกิจร่วมไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (Joint Thailand-Australian-New Zealand Business Council : TANZBC)

4. การสัมมนาแลกเปลี่ยนข่าวกรองไทย-นิวซีแลนด์ (Thai-NZ Intelligence Talks) ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 4-5 มิ.ย. 2546 ณ กรุงเวลลิงตัน ครั้งล่าสุดคือ 19-21 พ.ค. 2548 ณ กรุงเวลลิงตัน

การเยือนและพบหารือทวิภาคีที่ผ่านมา

1. นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Winston Peters รัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2550 ในระหว่างการประชุม รมว. กต. อาเซียนและประเทศคู่เจรจา (PMC) ที่กรุงมะนิลา

2. นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Winston Peters รัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2549 ในระหว่างการประชุมเอเปคที่กรุงฮานอย

3. นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันที่ 6-8 ก.ค. 2549 และพบหารือกับนาง Helen Clark นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และนาย Phil Goff รัฐมนตรีการค้า เมื่อวันที่ 7 และ 6 ก.ค. 2549 ณ กรุงเวลลิงตัน

4. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนาง Helen Clark นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ วันที่ 13 ธ.ค. 2548 ในระหว่างการประชุม EAS ที่กัวลาลัมเปอร์

5. นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Winston Peters รัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2548 ในระหว่าง การประชุมเอเปคที่เมืองปูซาน เพื่อลงนามในข้อตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย-นิวซีแลนด์ (Joint Commission)

6. นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Phil Goff รัฐมนตรีต่างประเทศและการค้าในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งที่ 38 ที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2548

7. นางเฮเลน คลาร์ก นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19 - 20 เม.ย. 2548 และมีการลงนามความตกลงทวิภาคี 4 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างไทย- นิวซีแลนด์ (CEP) ข้อตกลงโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยว (Working Holiday Scheme) ข้อตกลงด้านแรงงาน และข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม

8. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 ก.ค. 2547 และพบหารือกับนาง Helen Clark นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ตลอดจนประชุมคณะรัฐมนตรี

องค์กรสนับสนุนการค้า

- The New Zealand - Thai Chamber of Commerce จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 115 ราย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางพาณิชย์แก่นักลงทุนชาวนิวซีแลนด์

ความร่วมมือปัจจุบัน

- องค์กรให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศของนิวซีแลนด์หรือ NZAID มีความตกลง Funding Arrangement กับสถาบันฯ ลุ่มน้ำโขงเป็นเวลา 3 ปี ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2548 ถึง 30 มิถุนายน 2550 ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว NZAID จะให้เงินสนับสนุนในลักษณะ core funding แก่สถาบันฯ จำนวนไม่เกิน 82.7 ล้านบาท ขณะนี้ NZAID กำลังอยู่ระหว่างการจัดสรรเงินสนับสนุนสำหรับปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของความตกลง 3 ปี ดังกล่าว จำนวนไม่เกิน 27,046,043 บาท

ด้านการท่องเที่ยว

- ในปี 2549 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนนิวซีแลนด์จำนวน 2.42 ล้านคน นักท่องเที่ยวจากประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญคือ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในปี 2548 และ 2549 นักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เดินทางมาประเทศไทย 77,351 คน และ 86,703 คน นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปนิวซีแลนด์ 19,122 คน และ 18,032 คน ตามลำดับ ในปี 2547 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้เดินทางแวะก่อนเดินทางต่อไปเยือนนิวซีแลนด์ 86,069 คน สูงเป็นลำดับที่ 5 รองจากออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐฯ และฟิจิ

ด้านการศึกษา

- New Zealand Agency for International Development (NZAID) และ
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเป็นองค์กรที่รับผิดชอบความร่วมมือด้านวิชาการ

- รัฐบาลไทยและนิวซีแลนด์ ร่วมกันจัดตั้งสถาบันลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute - MI) ขึ้นเมื่อปี 2539 โดยมีวัตถุประสงค์ให้สถาบันฯ เป็นศูนย์ฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ให้แก่ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงจากประเทศสมาชิกในลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ (ยูนนาน) ในปี 2546 สถาบันฯ ได้ยกระดับเป็นสถาบันระดับภูมิภาค

- องค์กรให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศของนิวซีแลนด์หรือ NZAID มีความตกลง Funding Arrangement กับสถาบันฯ ลุ่มน้ำโขงเป็นเวลา 3 ปี ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2548 ถึง 30 มิถุนายน 2550 ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว NZAID จะให้เงินสนับสนุนในลักษณะ core funding แก่สถาบันฯ จำนวนไม่เกิน 82.7 ล้านบาท ขณะนี้ NZAID กำลังอยู่ระหว่างการจัดสรรเงินสนับสนุนสำหรับปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของความตกลง 3 ปี ดังกล่าว จำนวนไม่เกิน 27,046,043 บาท

- ในปี 2549 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนนิวซีแลนด์จำนวน 2.42 ล้านคน นักท่องเที่ยวจากประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญคือ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในปี 2548 และ 2549 นักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เดินทางมาประเทศไทย 77,351 คน และ 86,703 คน นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปนิวซีแลนด์ 19,122 คน และ 18,032 คน ตามลำดับ ในปี 2547 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้เดินทางแวะก่อนเดินทางต่อไปเยือนนิวซีแลนด์ 86,069 คน สูงเป็นลำดับที่ 5 รองจากออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐฯ และฟิจิ

- ไทยและนิวซีแลนด์ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2550 ขอบข่ายของความร่วมมือด้านการศึกษากับนิวซีแลนด์ รวมถึงการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา การวิจัยและการพัฒนา การศึกษาทางไกลและทางอินเตอร์เน็ต การฝึกอบรมอาจารย์ การแลกเปลี่ยนนักเรียน ครู และเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษา การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นต้น

- ปัจจุบันสถาบันการศึกษาของไทยและนิวซีแลนด์ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันประมาณ 20 ฉบับ โดยมีความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เช่น การแลกเปลี่ยนอาจารย์ และนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ทั้งหมด 8 แห่งมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของไทยแล้ว ในแต่ละปี มีคนไทยมาเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ประมาณ 3,500 - 4,000 คน ส่วนใหญ่เรียนระดับต่ำกว่ามหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงคนที่มาเรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียว คนไทยที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย ขณะนี้ มีประมาณ
300 กว่าคน

- ไทยและนิวซีแลนด์ได้ลงนามในข้อตกลงโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยว (Arrangement on a Working Holiday Scheme) เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2548 ให้เยาวชนสามารถท่องเที่ยว และมีโอกาสทำงานเป็นครั้งคราวเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อประชาชน ข้อตกลงมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 และในสองปีแรกของโครงการมีผู้เข้าร่วมฝ่ายไทยครบตามจำนวนโควตา 100 คน ในปี 2549 ฝ่ายไทยจึงได้ขอเพิ่มโควตาผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของนิวซีแลนด์

 

ข้อมูลอื่นที่น่าสนใจ

ยุทธศาสตร์ของนิวซีแลนด์ต่อภูมิภาคอาเซียน

- ข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่า

 

ความตกลงที่สำคัญ

1. ความตกลงทางการค้าระหว่างไทย - นิวซีแลนด์ ลงนามเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2524
2. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างไทย - นิวซีแลนด์ ลงนามเมื่อ 5 สิงหาคม 2530
3. ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย - นิวซีแลนด์ ลงนามเมื่อ 22 ตุลาคม 2541
4. ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราไทย - นิวซีแลนด์ ปี 2530 (มีการยกเว้นการบังคับใช้ความตกลงฯ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544)

5. Thai - New Zealand Action Agenda ลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2540 (ได้สิ้นสุดลงเมื่อปี 2543)

6. ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น (Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership Agreement - CEP) ลงนามเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548

7. ข้อตกลงโครงการตรวจลงตราท่องเที่ยวและทำงาน (Arrangement on Working Holiday Scheme) ลงนามเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548

8. ข้อตกลงด้านแรงงาน (Arrangement on Labour) ลงนามเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548

9. ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม (Arrangement on Environment) ลงนามเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548

10. ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะคณะกรรมาธิการร่วมไทย-นิวซีแลนด์ (Arrangement on the Establishment of a Joint Commission) ลงนามเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548

11. ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (Arrangement on Education Cooperation) ลงนามเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2550

การปรับปรุงกฏระเบียบทางการค้าของนิวซีแลนด์

นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน รายงานการปรับปรุงกฎระเบียบทางการค้าของนิวซีแลนด์ ดังนี้

1.การจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางชีวภาพ (Biosecurity Strategy) เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่าความมั่นคงทางด้านชีวภาพของประเทศอยู่ภายใต้ภาวะกดดันจากปริมาณการค้าและการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น โดยอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อร่างยุทธศาสตร์ที่จัดทำขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายโดยรวมเพื่อการสกัดกั้น หรือจัดการกับความเสี่ยงจากศัตรูพืชหรือสัตว์ และโรคต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และได้กำหนดความเสี่ยงต่างๆ พร้อมเสนอให้ดำเนินการตามระดับความเสี่ยงที่ต่างกัน โดยจะทำการพิจารณาแล้วเสร็จและประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2546 ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะส่งผลให้การตรวจสอบสินค้านำเข้ามีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทพืชผัก ผลไม้ และไม้ตัดดอก และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ รวมทั้งจะส่งผลให้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้เดินทางเข้าประเทศมากขึ้นด้วย

2. การทบทวนมาตรการเกี่ยวกับตู้ขนสินค้าทางเรือ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงทางชีวภาพของนิวซีแลนด์ โดยลดความเสี่ยงจากต่างประเทศก่อนที่ตู้ขนส่งสินค้าจะมาถึงนิวซีแลนด์ เนื่องจากผลการสำรวจตู้สินค้าที่มาทางเรือระหว่างปี 2544 - 2546 พบว่า 1 ใน 5 ของตู้ขนส่งสินค้าเหล่านั้นมีการปนเปื้อน และเป็นช่องทางผ่านของแมลงที่เป็นศัตรูของพืชและสัตว์ มาตรการดังกล่าวได้แก่ ปรับปรุงการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงให้เป็นระบบอีเล็กทรอนิกส์ กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะให้มีการปฏิบัติตามาตรการต่างๆ และเพิ่มค่าปรับกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ขยายข้อกำหนดให้บริษัทเดินเรือต้องรับรองความสะอาดภายในและผิวด้านนอกของตู้สินค้า ส่งเสริมให้มีการประสานงานในระดับระหว่างประเทศ เกี่ยวกับมาตรฐานความมั่นคงด้านชีวภาพของตู้ขนส่งสินค้าและสินค้าที่ขนส่งทางเรือ

3. การยอมรับร่วมในรายงานผลการทดสอบระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยต่างยอมรับผลการทดสอบจากห้องทดลองที่ได้รับการรับรองจากอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นการช่วยลดอุปสรรคทางการค้าโดยลดความซับซ้อนในการทดสอบผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในอีกประเทศหนึ่ง

ความสัมพันธ์ทางการทูต (การแลกเปลี่ยนการเยือน)

1. การเยือนนิวซีแลนด์

ระดับพระบรมวงศานุวงศ์

  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนเมือง Scott Base ในแอนตาร์กติกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2536
  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2549

ระดับรัฐมนตรี

  • นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนภูมิภาคแปซิฟิกใต้ โดยเยือนนิวซีแลนด์วันที่ 17-21 สิงหาคม 2537
  • นายอำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนนิวซีแลนด์วันที่ 10-14 กรกฏาคม 2539
  • นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ที่นครโอ๊คแลนด์วันที่ 12 กันยายน 2542
  • นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนนิวซีแลนด์วันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2546
  • นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2547
  • นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันที่ 6-8 กรกฎาคม 2549 เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

2. การเยือนไทย

  • นาย James Bolger นายกรัฐมนตรี เยือนไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2537
  • นาง Helen Clark ผู้นำฝ่ายค้าน เยือนไทยวันที่ 19-21 เมษายน 2538
  • นาย Jonathan Hunt ประธานรัฐสภา เยือนไทยวันที่ 23-28 เมษายน 2543
  • Dame Silvia Cartwright ผู้สำเร็จราชการ เยือนไทยวันที่ 24-26 เมษายน 2545
  • นาย Phil Goff รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า เดินทางแวะผ่านไทยหลังจากกลับจากเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง และได้ขอเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 30 พฤษภาคม 2546
  • นาง Helen Clark นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่กรุงเทพฯ วันที่ 20-21 ตุลาคม 2546
  • นาย Phil Goff รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า เดินทางมาภูเก็ตและพังงา ภายหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิวันที่ 4-5 ม.ค. 2548
  • นาง Helen Clark นายกรัฐมนตรีเยือนไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 19-20 เมษายน 2548

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - นิวซีแลนด์                      
มูลค่าการค้า 1,779.38 1,998.30 1,912.10 1,912.10 2,022.40 9.15 12.30 -4.31 -4.31 5.77
การส่งออก 1,160.94 1,237.17 1,318.28 1,318.28 1,434.82 13.05 6.57 6.56 6.56 8.84
การนำเข้า 618.44 761.12 593.82 593.82 587.58 2.50 23.07 -21.98 -21.98 -1.05
ดุลการค้า 542.51 476.05 724.46 724.46 847.25            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 470.3 521.2 671.1 671.1 784.8 34.29 10.80 28.78 28.78 16.94
2 เม็ดพลาสติก 80.3 91.3 65.9 65.9 52.7 9.89 13.79 -27.85 -27.85 -20.05
3 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 37.4 34.8 39.4 39.4 52.6 17.00 -6.93 13.29 13.29 33.43
4 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 44.5 40.4 38.3 38.3 41.5 25.69 -9.39 -5.00 -5.00 8.13
5 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 31.1 33.6 36.3 36.3 37.2 11.97 8.16 7.92 7.92 2.41
6 ผลิตภัณฑ์ยาง 37.4 40.3 35.0 35.0 33.6 14.46 7.75 -13.08 -13.08 -4.03
7 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 18.6 18.6 19.5 19.5 33.5 -3.19 -0.05 4.75 4.75 72.02
8 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 37.3 38.6 32.6 32.6 31.8 -10.80 3.65 -15.68 -15.68 -2.27
9 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 37.6 32.2 29.1 29.1 30.1 25.22 -14.32 -9.57 -9.57 3.41
10 อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ 18.0 13.3 23.9 23.9 24.5 3.00 -26.09 79.29 79.29 2.40
รวม 10 รายการ 812.5 864.3 991.2 991.2 1,122.2 23.18 6.38 14.68 14.68 13.22
อื่นๆ 348.4 372.8 327.1 327.1 312.6 -5.14 7.01 -12.27 -12.27 -4.44
รวมทั้งสิ้น 1,160.9 1,237.2 1,318.3 1,318.3 1,434.8 13.05 6.57 6.56 6.56 8.84

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 นมและผลิตภัณฑ์นม 269.7 383.3 275.4 275.4 231.2 0.96 42.16 -28.15 -28.15 -16.06
2 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ 57.7 51.0 72.3 72.3 67.0 15.12 -11.56 41.60 41.60 -7.35
3 อาหารปรุงแต่งสำหรับใช้เลี้ยงทารก 14.3 8.9 17.1 17.1 37.6 -67.07 -37.68 91.73 91.73 120.59
4 เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค 20.9 34.4 32.6 32.6 33.7 48.72 64.79 -5.20 -5.20 3.37
5 ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ 35.6 36.6 26.3 26.3 27.0 -0.96 2.77 -28.19 -28.19 2.58
6 เคมีภัณฑ์ 26.1 46.5 25.1 25.1 22.1 70.98 78.03 -46.01 -46.01 -12.14
7 น้ำมันดิบ 39.0 39.5 - - 20.9 24.94 1.29 - - -
8 เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 13.6 13.7 16.7 16.7 18.2 -44.24 1.22 21.88 21.88 8.87
9 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ 8.9 13.3 15.3 15.3 14.8 -9.05 49.81 14.86 14.86 -2.88
10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2.7 5.4 8.2 8.2 14.7 13.47 101.65 50.26 50.26 79.32
รวม 10 รายการ 488.4 632.8 489.0 489.0 487.1 -1.04 29.56 -22.72 -22.72 -0.38
อื่นๆ 130.0 128.3 104.8 104.8 100.4 18.44 -1.31 -18.33 -18.33 -4.17
รวมทั้งสิ้น 618.4 761.1 593.8 593.8 587.6 2.50 23.07 -21.98 -21.98 -1.05

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ฯพณฯ เบน คิง (H.E. Mr. Ben  King)
ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

ที่อยู่ :ชั้น 15 อาคาร M Thai, All Seasons Place
87 ถนนวิทยุ เขตลุมพินี กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ :(66 2) 654-3444
โทรสาร :(66 2) 654-3445
อีเมลล์ :This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">
 

 

 

JoomSpirit