โรมาเนีย

Romania1 Romania2
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐโรมาเนีย (Romania)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป บนคาบสมุทรบอลข่าน ด้านตะวันออกเฉียงใต้ติดกับทะเลดำ คั่นระหว่างประเทศบัลแกเรียและยูเครน โดยด้านเหนือไปจนถึงตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ติดกับยูเครนและติดกับบัลแกเรียทางทิศใต้

พื้นที่

238,391 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,844 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศบัลแกเรีย 605 กิโลเมตร ฮังการี 424 กิโลเมตร โมลโดวา 683 กิโลเมตร เซอร์เบีย 531 กิโลเมตร ยูเครน 601 กิโลเมตรสภาพภูมิประเทศ

ส่วนกลางมีลุ่มน้ำTransylvanian ที่แบ่งเขตที่ราบโมลดาเวีย(Moldavia) และในทางตะวันออกมีภูเขาคาร์พาเทียน (Carpathian) เป็นตัวแบ่งเขต ส่วนทิศใต้มีเทือกเขาTransylvanian เป็นตัวแบ่งเขตที่ราบวาลาเชียน (Walachian)

สภาพภูมิอากาศ

อากาศเย็น มีเมฆมากในช่วงหน้าหนาว รวมทั้งมีหิมะตกและหมอกลง หน้าร้อนมีแดดมาก รวมทั้งมีฝนตกปรอยๆ และพายุฝน

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม (ส่วนที่สำรองไว้กำลังลดลง) ไม้ซุง แก้สธรรมชาติ ถ่านหิน แร่เหล็ก เกลือ พื้นที่เพาะปลูก พลังงานน้ำ

ภัยธรรมชาติ

แผ่นดินไหว เกิดขึ้นมากในทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา และการเคลื่อนที่ของแผ่นดิน

จำนวนประชากร

21,666,350 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

-0.3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

โรมาเนีย

เชื้อชาติ

โรมาเนีย 83.4% ฮังการี 6.1% โรม่า 3.1% ยูเครน 0.3% เยอรมัน 0.2% อื่นๆ 0.7% และที่ไม่บ่งชัด 6.1% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2554)

ศาสนา

ออเทอด็อกซ์ตะวันออก (รวมนิกายย่อยอื่นๆในศาสนาคริสต์) 81.9% โปรแตสแต้นท์ 6.4% โรมันคาทอลิก 4.3% และอื่นๆ (โดยมากเป็นมุสลิม) 0.9% ไม่มีศาสนา 0.2% และที่ไม่บ่งชัด 6.3% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2554)

ภาษา

โรมาเนีย 85.4% เป็นภาษาราชการ ฮังการี 6.3% โรมานี่ (ยิปซี) 1.2% อื่นๆ 1% และที่ไม่บ่งชัด 6.1% (พ.ศ. 2554)

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

เมืองหลวง

กรุงบลูคาเรส (Bucharest)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 41 มณฑล และ 1 เทศบาลนคร ได้แก่ Alba, Arad, Arges, Bacau, Bihor, Bistrita-Nasaud, Botosani, Braila, Brasov, Bucuresti (Bucharest)*, Buzau, Calarasi, Caras-Severin, Cluj, Constanta, Covasna, Dimbovita, Dolj, Galati, Gorj, Giurgiu, Harghita, Hunedoara, Ialomita, Iasi, Ilfov, Maramures, Mehedinti, Mures, Neamt, Olt, Prahova, Salaj, Satu Mare, Sibiu, Suceava, Teleorman, Timis, Tulcea, Vaslui, Vilcea, Vrancea

วันที่ได้รับเอกราช

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2420

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

8 ธันวาคม พ.ศ. 2534

ระบบกฏหมาย

มีกฎหมายเป็นของตนเอง (Civil Law) แต่ไม่ได้เป็นรับกฎต่างๆของศาลโลก (ICJ) มาใช้

พรรคการเมือง

พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) พรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (Democratic Liberal Party) พรรคประชาธิปไตยชาวฮังกาเรียนในโรมาเนีย (Democratic Union of Hungarians in Romania) พรรคเสรนิยมประชาชาติ (National Liberal Party) พรรคโรมาเนีย (Romania Mare Party)และ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democratic Party)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

        ในอดีต ดินแดนที่เรียกว่า ประเทศโรมาเนียในปัจจุบัน อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิ์ออโตมัน ต่อมา ได้ประกาศเอกราช โดยได้สถาปนาเป็นประเทศในปี 2421ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โรมาเนียถูกกองทัพเยอรมนีเข้ายึดครอง แต่กองทัโซเวียตได้ปลดปล่อยและมีอำนาจเหนือโรมาเนียแทนเมื่อสิ้นสุดสงคราม มีการโค่นล้มระบอบกษัตริย์และเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ ในปี 2490 ในเดือนธันวาคม 2532 ประชาชนได้ก่อการปฏิวัติล้มล้างการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย และประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2534 เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยกำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐใหม่เป็นรัฐประชาธิปไตยและสวัสดิการสังคม (Democratic and Social State) มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเป็นประมุข ภายหลังจากการปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ของโรมาเนียถูกล้มล้างโดยการปฏิวัติ

การปกครองส่วนท้องถิ่น

     โรมาเนียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 40 จังหวัด (judet หรือ County ในภาษาอังกฤษ) กับ 1 เมืองหลวง (municipui หรือ municipalityในภาษาอังกฤษ) และเขตการเกษตร ซึ่งอยู่รอบชานเมืองหลวง ชื่อว่า Ilfov หรือ Agricultural Sector มี 260 เมือง ซึ่งมี 57 เทศบาลเมือง การจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามหลักแห่งการปกครองตนเอง และการกระจายอำนาจการบริการสาธารณะ (Public Services)

สถานการณ์การเมืองของโรมาเนีย

       การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ของโรมาเนียถูกล้มล้างโดยการปฏิวัติของประชาชนในเดือนธันวาคม 2532 โรมาเนียได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2534

การเลือกตั้งทั่วไปเป็นระบบแบ่งเขต (uninominal voting) แทนระบบเดิมที่เป็นการเลือกพรรคในแบบบัญชีรายชื่อสัดส่วน พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่ พรรค Democratic-Liberal Party       (PD-L) พรรค Social Democratic Party (PSD) พรรค Hungarian Union of Democrats in Romania (HUDR) พรรค Conservative Party (PC) พรรค National Liberal Party (PNL) พรรค Magyar Democratic Union of Romania และพรรค Ethnic Minorities Parties

     เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 นายเอมิล บอค  (Emil Boc) หัวหน้าพรรค PD-L และนายกเทศมนตรีเมือง Cluj-Napoca ในขณะนั้น ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายรัฐมนตรีคนที่ 8 นับจากการปฏิวัติในปี 2532

     เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 นางสาว Roberta Anastase จากพรรค PD-L ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานรัฐสภาด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ นางสาว Anastase เป็นประธานรัฐสภาหญิงคนแรกของโรมาเนีย  ในขณะที่นาย Mircea Geoana หัวหน้าพรรค PSD ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา

     เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2552 นาย Traian Basescu จากพรรค PD-L ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นวาระที่ 2 โดยได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีโรมาเนียแล้ว เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552

        ปัจจุบัน นาย Basescu อายุ 60 ปี เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงบูคาเรสต์ระหว่างปี 2543-2547 ก่อนการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ได้แก่ อธิบดีกรมตรวจสอบการเดินเรือ และอธิบดีกรมการขนส่งทางทะเลของกระทรวงคมนาคมโรมาเนีย เป็นต้น ทั้งนี้ หลังจากการเข้ารับตำแหน่ง นาย Basescu ได้รับการชื่นชมจากนานาชาติถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงรวมทั้งการนำโรมาเนียเข้าสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

     เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ประธานาธิบดี Basescu ได้เสนอแต่งตั้งนาย Emil Boc ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งสมัย โดยรัฐสภาได้ให้การรับรองการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนาย Boc พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี 16 คน แล้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ทั้งนี้ นาย Boc เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 2551 แต่สามารถดำรงตำแหน่งแค่เพียง 10 เดือน หลังจากพ่ายแพ้ในการการลงมติไม่วางใจเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถแก้ปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ อย่างไรก็ดี นาย Boc ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งการเลือกตั้ง ประธานาธิบดี Basescu ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และได้เสนอชื่อนาย Boc ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

รัฐบาลชุดปัจจุบันของโรมาเนียประกอบด้วยพรรค PD-L พรรค Hungarian Union of Democrats in Romania (HUDR) และพรรค Ethnic Minorities Parties โดยพรรค PD-L ยังคงมีอำนาจมากที่สุดในรัฐบาลในฐานะพรรคที่มีคะแนนเสียงที่นั่งส่วนใหญ่ โดยการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2555 อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่พรรคฝ่ายค้านซึ่งประกอบด้วยพรรค Social Democratic Party (SDP) พรรค National Liberal Party (NLP) และพรรค Conservative Party (CP) ได้ประกาศรวมตัวจัดตั้งเครือข่าย Social Liberal Union (USL) ในเดือน ก.พ. 2554

รัฐบาลของนาย Emil Boc ต้องลาออกในเดือนมกราคม 2555 เนื่องจากปัญหาการเดินขบวนประท้วงของประชาชนเป็นวงกว้าง เพราะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและราคาสินค้าที่สูงขึ้น จากนั้น  ประธานาธิบดี Basescu ได้แต่งตั้งนาย Mihai Razvan Ungureanu จากพรรค PD-L เป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 อย่างไรก็ดี รัฐบาลของนาย Ungureanu มีอายุเพียง 2 เดือน และต้องออกจากตำแหน่งอีกครั้ง เพราะไม่ผ่านการลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจจากรัฐสภา

ในเดือนพฤษภาคม 2555 โรมาเนียจัดตั้งรัฐบาลมใหม่ โดยมีนายวิกตอร์ ปอนตา (Victor Ponta) จากพรรค SDP รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2555 ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2555 ประธานาธิบดี Basescu ถูกพักจากตำแหน่ง และมีการลงคะแนนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีจากประชาชนทั่วประเทศ และแม้ว่าผลคะแนนข้างมากที่ออกมาจะต้องการให้ประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญโรมาเนียได้มีคำตัดสินว่า นาย Basescu ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้ตามเดิม เนื่องจากผู้ที่มาลงคะแนนมีจำนวนไม่ถึงร้อยละ 50 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลให้หลายฝ่ายไม่พอใจ แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงการเดินขบวนกลุ่มเล็ก ที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า เพียงเพื่อเป็นการดึงคะแนนจากประชาชนก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายปีนโยบายต่างประเทศ

       โรมาเนียได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ดังนั้น นโยบายด้านการต่างประเทศจะยึดถือตามสหภาพยุโรปเป็นหลัก นอกจากนี้ โรมาเนียให้ความสำคัญกับการดำรงสมาชิกภาพในนาโต ซึ่งโรมาเนียได้เข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2547 ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินนโยบายต่างประเทศภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน คือ การเพิ่มบทบาทของโรมาเนียในองค์กรระหว่างประเทศ สหภาพยุโรป และนาโต การพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนในระดับทวิภาคีกับประเทศทั้งในและนอกสหภาพยุโรป เช่น จีน เพื่อขยายตลาดไปสู่ประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป การดูแลความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ อาทิ สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย  และการปรับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกับยูเครน มอลโดวา และจอร์เจีย ซึ่งโรมาเนียได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนที่จะสนับสนุนประเทศเหล่านี้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโต

สำหรับนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของโรมาเนียในปี 2554 คือการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม ประเทศ Schengen ซึ่ง ฝรั่งเศส และเยอรมนี ยังคงไม่เห็นด้วย เนื่องจากฝรั่งเศสและเยอรมนีเห็นว่าโรมาเนียยังไม่มีความคืบหน้าการดำเนินการปฎิรูปภายใต้เงื่อนไขของสหภาพยุโรปในเรื่องปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวยิบซีและการปฏิรูประบบศาลยุติธรรม ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยุโรปรายงานว่ารัฐบาลโรมาเนียยังไม่สามารถแก้ปัญหาในการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมและการปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

สถานการณ์สำคัญ

การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
        โรมาเนียได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ทั้งนี้ โรมาเนียได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2538 และเริ่มการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2543 IMF ได้ชื่นชมความพยายามของโรมาเนียในการปฏิรูปเพื่อเตรียมเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่า ยังมีบางสาขาที่โรมาเนียจะต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปต่อไป ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม การปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง อาชญากรรมจัดตั้ง การปฏิรูประบบภาษีสรรพากร ตลอดจนระบบควบคุมการใช้จ่ายเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะมีกลไกตรวจสอบการดำเนินการปฏิรูปในสาขาเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเป็นระยะต่อไปจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เช่น ในด้านการปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง โรมาเนียและบัลแกเรียจะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 6 เดือน (รายงานฉบับแรกภายในวันที่ 31 มีนาคม 2550) เพื่อทำการวัดผลการดำเนินงาน และคาดว่า ประเทศสมาชิกอื่นๆ จะใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายในขั้นต่อไป รายงานดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะมนตรียุโรปและสภายุโรป ซึ่งทั้งสองสถาบันไม่น่าจะมีข้อขัดข้อง ส่วนในด้านกฎหมาย ยังมีประเทศสมาชิกที่ต้องให้สัตยาบันสนธิสัญญาการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อีก 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเดนมาร์ก ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการภายในเร็วๆ นี้

การสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การ NATO
        โรมาเนียเป็นประเทศแรกในภูมิภาคยุโรปตะวันออกที่เข้าร่วมโครงการ Partnership for Peace โดยได้ลงนามใน Framework Document ซึ่งเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการปฎิรูปตามโครงการ Partnership for Peace เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2537 นอกจากนี้ โรมาเนียยังได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามโครงการ Partnership for Peace อาทิ การเป็นเจ้าภาพจัดการซ้อมรบทางเรือบริเวณทะเลดำ การส่งทหารเข้าร่วมการซ้อมรบอย่างสม่ำเสมอ และการส่งกองกำลังทหารเข้าร่วมในกองกำลังผสมเพื่อรักษาสันติภาพในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา อังโกลา และแอลเบเนีย

     โรมาเนียได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระหว่างการประชุมผู้นำประเทศสมาชิกนาโตที่กรุงวอชิงตัน เมื่อเดือนเมษายน 2542 โดยเป็นประเทศกลุ่มที่สองของยุโรปตะวันออกซึ่งประกอบด้วยบัลแกเรีย โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย เอสโตเนีย และแลตเวีย และลิธัวเนีย หลังจากที่ได้รับโปแลนด์ ฮังการี และเช็กเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2542 และในการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกนาโต ที่กรุงปราก ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2545 นาโตได้พิจารณารับโรมาเนียพร้อมกับประเทศกลุ่มที่สองอื่น ๆ เข้าเป็นสมาชิก NATO

ที่มา ทวีปยุโรป : โรมาเนีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  6 กรกฎาคม  2559

Update กรกฎาคม  2559

 

  • Pres.
    Klaus IOHANNIS
  • Prime Min.
    Dacian CIOLOS
  • Dep. Prime Min.
    Costin Grigore BORC
  • Dep. Prime Min.
    Vasile DANCU
  • Min. of Agriculture & Rural Development
    Achim IRIMESCU
  • Min. for Communications and Information Society (Acting)
    Dan TUDORACHE
  • Min. of Culture
    Corina SUTEU
  • Min. of Economy, Trade, & Relations With Business Environment
    Costin Grigore BORC
  • Min. of Education
    Mircea DUMITRU
  • Min. of Energy
    Victor Vlad GRIGORESCU
  • Min. of the Environment, Water, & Forests
    Cristiana Pasca PALMER
  • Min. of European Funds
    Cristian GHINEA
  • Min. of Foreign Affairs
    Lazar COMANESCU
  • Min. of Health
    Vlad VOICULESCU
  • Min. of the Internal Affairs
    Petre TOBA
  • Min. of Justice
    Raluca Alexandra PRUNA
  • Min. of Labor, Family, Social Protection, & Elderly
    Dragos Nicolae PISLARU
  • Min. of National Defense
    Mihnea Ioan MOTOC
  • Min. of Public Finance
    Anca Dana Paliu DRAGU
  • Min. of Regional Development & Public Admin.
    Vasile DANCU
  • Min. of Transport
    Sorin BUSE
  • Min. of Youth & Sports
    Elisabeta LIPA
  • Min.-Del. for Liaison With Parliament
    Ciprian BUCUR
  • Min.-Del. for Romanian Diaspora
    Maria GLIGOR
  • Min.-Del. for Social Dialogue
    Victoria-Violeta ALEXANDRU
  • Head, Prime Minister's Chancellery
    Ioan Dragos TUDORACHE
  • Governor, National Bank of Romania
    Mugur ISARESCU
  • Ambassador to the US
    George Cristian MAIOR
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Ion JINGA

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/world-leaders-1/world-leaders-r/romania.html

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

413.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

20,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของ GDP

3.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 4.8%
• ภาคอุตสาหกรรม 41.3%
• ภาคการบริการ 53.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

6.7% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

-0.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

39.9% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวบาร์เล่ย์ ต้นบีท (ใช้ทำน้ำตาล) เมล็ดทานตะวัน มันฝรั่ง องุ่น ไข่ไก่ และเนื้อแกะ

อุตสาหกรรม

กระแสไฟฟ้า และเครื่องมือต่างๆ สิ่งทอ และรองเท้า เครื่องจักรขนาดเล็ก แผงควบคุม การทำเหมือง ไม้ซุง อุปกรณ์ก่อสร้าง การถลุงโลหะ เคมีภัณฑ์ การประกอบอาหาร การกลั่นปิโตรเลียม

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-1.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

54.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์ สิ่งทอ รองเท้า โลหะและผลิตภัณฑ์จากโลหะ สินแร่ และน้ำมันเชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ และ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Germany 19.6%, Italy 12.1%, France 6.9%, Hungary 5.2%, Turkey 4.6%, UK 4.2% (พ.ศ.2557)

มูลค่าการนำเข้า

63.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์ สินแร่และน้ำมันเชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ สิ่งทอและผลิตภัณฑ์ โลหะ และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Germany 19.2%, Italy 10.9%, Hungary 7.9%, France 5.7%, Poland 4.7% (พ.ศ.2557)

สกุลเงิน

Lei ลิว

สัญลักษณ์เงิน

RON

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

เศรษฐกิจของโรมาเนีย
        โรมาเนียประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอยกว่า 3 ปี ก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ในปี 2543 จากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของตลาดสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา โรมาเนียประสบปัญหาหลัก 4 ประการ คือ (1) การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สินทั้งของภาครัฐและเอกชน (2) ปัญหาค่าเงินตกต่ำ (3) ปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ (4) ปัญหาระบบธนาคาร ซึ่งรัฐบาลโรมาเนียได้พยายามดำเนินมาตรการจำเป็นต่างๆ เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ และระบบราชการ รวมทั้งแก้ปัญหาการขาดความชัดเจนด้านกฎหมาย ปัญหาด้านศุลกากร และปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการระดมทุนจากต่างประเทศ

     ในปี 2545 เศรษฐกิจของโรมาเนียเริ่มมีสภาวะดีขึ้น โดยภาคธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาได้แก่ อุตสาหกรรมก่อสร้าง การสร้างทางรถไฟและท่าเรือ และโครงการด้านการพลังงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ยังมีภาคธุรกิจอื่นๆ ที่มีแนวโน้มในศักยภาพ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์และเวชภัณฑ์ ประกันภัย การท่องเที่ยว เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ อุตสาหกรรมอาหาร ในการปฏิรูประบบโครงสร้าง รัฐบาลมีโครงการจำหน่ายรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ อาทิ ธนาคาร Banca Coerciala Romana (BCR) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และบริษัทน้ำมันแห่งชาติ PETROM และยังมีโครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน เหมืองแร่ และอาวุธ รัฐบาลโรมาเนียจึงต้องกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ มาชำระหนี้สิน โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อนุมัติเงินกู้ระยะ 2 ปี จำนวน 367 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่โรมาเนีย โรมาเนียได้ดำเนินการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ เพื่อให้พร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งจะทำให้โรมาเนียได้รับเงินช่วยเหลือทางการเกษตรหลายร้อยล้านยูโร ความช่วยเหลือในการพัฒนาระบบขนส่งและสาธารณูปโภค รวมทั้ง เงินลงทุนจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากค่าจ้างแรงงานและค่าใช้จ่ายซึ่งถูกกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป

เศรษฐกิจและสังคม

        โรมาเนียเริ่มปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยรับเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศและสหภาพยุโรป ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมก่อสร้าง การสร้างทางรถไฟและท่าเรือ และโครงการด้านพลังงาน รวมทั้งรัฐบาลยังประสบผลสำเร็จในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เช่น การแปรรูปโรงงานผลิตไฟฟ้า 4 แห่งจาก 9 แห่ง

     ในการเตรียมตัวเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โรมาเนียได้รับเงินช่วยเหลือสนับสนุนหลายร้อยล้านยูโร ทั้งนี้ การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของโรมาเนียส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจของโรมาเนีย เนื่องจากโรมาเนียจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของสหภาพยุโรป ซึ่งรวมถึงการเปิดเสรีการค้าสินค้าและการลงทุน จึงส่งผลให้มีบรรยากาศของการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของโรมาเนียได้ อย่างไรก็ดี โรมาเนียยังมีข้อจำกัดในหลายด้าน อาทิ แรงงาน ซึ่งหลายๆ ประเทศยังคงกังวลในเรื่องการทะลักเข้าของแรงงานจากโรมาเนีย จึงมีการประกาศจำกัดการเข้ามาทำงานของแรงงานจากโรมาเนียด้านการเกษตรและการขนส่ง ซึ่งโรมาเนียจะต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป

     โรมาเนียยังคงมีปัญหาที่จะต้องดำเนินการปฏิรูป ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม การปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงและอาชญากรรมจัดตั้ง การปฏิรูประบบภาษีสรรพากร ตลอดจนระบบควบคุมการใช้จ่ายเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะมีกลไกตรวจสอบการดำเนินการปฏิรูปในสาขาเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเป็นระยะต่อไปจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เช่น ในด้านการปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งโรมาเนียจะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 6 เดือนเพื่อทำการวัดผลการดำเนินงาน

    รัฐบาลผสมชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรี Emil Boc ยังคงดำเนินนโยบายการใช้งบประมาณอย่างเข้มงวดเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของโรมาเนีย รวมทั้งการจัดทำข้อตกลงกับ IMF เพื่อรับเงินช่วยเหลือ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าจะต้องแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณรวมทั้งการปรับลดค่าแรงและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งส่งให้คะแนนนิยมของรัฐบาลชุดปัจจุบันลดลง และไม่น่าจะสามารถชนะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในปี 2555 ได้

     รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมย์แน่ชัดที่จะเข้าร่วมสหภาพการเงินของยุโรปในปี 2558 แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจของอียู จะกำลังประสบวิกฤติก็ตาม โรมาเนียยังพยายามที่จะปรับลดค่าเงินเฟ้อ ลดอัตราหนี้สินต่อ GDP และลดความผันผวนของเงิน เพื่อให้เป็นไปตามกฎการเข้าร่วม

ที่มา ทวีปยุโรป : โรมาเนีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโรมาเนีย

ความสัมพันธ์ทั่วไป

การทูต

ไทยกับโรมาเนียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2516 โดยโรมาเนียได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพ ฯ เมื่อปี 2519  และไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2523 ซึ่งนับตั้งแต่โรมาเนียได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองเป็นไปด้วยความราบรื่นมาโดยตลอด ปัจจุบัน นายคมกริช วรคามิน ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ และนายกรูเอีย จาโคตา (Mr. Gruia Jacota) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตโรมาเนียประจำประเทศไทย

การเมือง

มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น และเริ่มมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและปฏิสัมพันธ์ภายหลังจากที่       โรมาเนียเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์เป็นระบอบประชาธิปไตยในปี 2534 อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบันยังไม่มีปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างไทยกับโรมาเนียมากเท่าใดนัก

ความร่วมมือในระดับรัฐสภา

ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ในขณะนั้น (2535 - 2538)  ได้มีดำริให้จัดตั้ง กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โรมาเนีย (Thailand-Romania Parliament Friendship Group) ภายหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตโรมาเนียประจำประเทศไทยได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า รัฐสภาโรมาเนียได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โรมาเนีย (The Friendship Parliamentary Group with Kingdom of Thailand) ขึ้นแล้ว ปัจจุบัน พลเอกเกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มฯของฝ่ายไทย และนาย Dragos-Adrian Iftime สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค PD-L เป็นประธานกลุ่มฯ ฝ่ายโรมาเนีย (กลุ่มมิตรภาพฯ โรมาเนีย-ไทย มีสมาชิกจำนวน 8 คน)

เศรษฐกิจ

การค้า-การลงทุน

มูลค่าการค้า 199.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 133.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 66.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 66.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2556 (อัพเดทล่าสุด ก.ค. 2557) ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป วงจรพิมพ์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้าสินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์  วงจรไฟฟ้า

สำหรับภาคเอกชน ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามพิธีสารความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศโรมาเนีย และต่อมาได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย (Thailand-Romania Business Council) ภายใต้กรอบพิธีสารขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539 ทั้งนี้ สภาธุรกิจไทย-โรมาเนียมีการนำคณะนักธุรกิจไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้า TIBCO ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนียเป็นประจำทุกปี และมีแผนที่จะตั้งศูนย์กระจายสินค้าขึ้นในโรมาเนีย

การท่องเที่ยว

ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวชาวโรมาเนียเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 20,575 คน  อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างไทยกับโรมาเนีย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาไทยต้องต่อเที่ยวบินที่กรุงเวียนนาหรือนครอิสตันบูล  

จำนวนคนไทย
51 คน

 

ความร่วมมือทางวิชาการ

กระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทยและโรมาเนีย เมื่อปี 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และวัฒนธรรม ตลอดจน วัสดุอุปกรณ์ทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ สนับสนุนความร่วมมือของสถานศึกษาทุกระดับ การให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรมแก่ประเทศคู่ภาคี การรับรองประกาศนียบัตรและอนุปริญญาที่ให้ในประเทศทั้งสอง และการรับบุคคล/ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐทุกระดับโดยเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ไทยกับโรมาเนียยังมีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับมหาวิทยาลัย Lucian Blaga ของโรมาเนียด้วย

การเกษตร

ไทยกับโรมาเนียได้ลงนามความตกลงความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-โรมาเนีย เมื่อปี 2549 โดยมีโครงการความร่วมมือด้านเกษตรที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบการเลี้ยงโคในไทย: จัดให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ของไทยดูงานที่ฟาร์มเอกชนของโรมาเนีย ทั้งนี้ โรมาเนียจะให้น้ำเชื้อโคแช่แข็งแก่ฝ่ายไทยเพื่อใช้ประโยชน์ในการวิจัยหรือพัฒนาสายพันธุ์โคของไทย โครงการความร่วมมือในการพัฒนาสายพันธุ์องุ่นและการผลิตไวน์ในไทย: จัดให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรของไทยดูงานที่โรมาเนีย รวมทั้งให้พันธุ์องุ่นที่เหมาะสมในการผลิตไวน์แก่ฝ่ายไทย และโครงการพัฒนาการเลี้ยงปลา Sturgeon ในไทยและเลี้ยงปลานิลในโรมาเนีย: จัดให้เจ้าหน้าที่กรมประมงของไทยดูงานที่โรมาเนีย และให้ไข่ปลา Sturgeon แก่ไทยจำนวน 1 กิโลกรัม (ประมาณ 30,000 ฟอง) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการทดลองเพาะพันธุ์ในไทยในโครงการหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะเดียวกัน ไทยจะมอบไข่ปลานิลจำนวน 4 กิโลกรัม (ภายใน 4 ปี) แก่ฝ่ายโรมาเนีย สำหรับโครงการความร่วมมือด้านเกษตรในอนาคตนั้น ฝ่ายโรมาเนียเสนอให้มีโครงการความร่วมมือในการวิจัยเพาะพันธุ์ข้าวไทยในโรมาเนียและในการพัฒนาการแปรรูปอาหารทะเล

ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย

ความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว

- ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2522)

- ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2536)

- ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2536)

- พิธีสารความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (ลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2536)

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2538)

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าและอุตสาหกรรมของโรมาเนีย (ลงนามเมื่อพฤศจิกายน 2538) และต่อมา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539 ได้มีข้อตกลงจัดตั้งสภาธุรกิจไทย – โรมาเนีย (Thailand-Romania Business Council)

- อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2539)

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า และพิธีสารว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540)

- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2540)

- บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ลงนามเมื่อมิถุนายน 2540)

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ลงนามเมื่อกรกฎาคม 2542)

- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง (ลงนามเมื่อพฤษภาคม 2546)

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (ลงนามเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2549)

 ความตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจา 

- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี

- สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ

- สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางอาญา

- ความตกลงด้านการขนส่งทางทะเล (อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายโรมาเนีย)

การเยือนที่สำคัญ

ฝ่ายไทย

 

  • พระราชวงศ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

- วันที่ 14 - 17 มีนาคม 2537 เสด็จฯ เยือนโรมาเนีย อย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์

- วันที่ 11 - 16 พฤษภาคม 2543 เสด็จเยือนโรมาเนีย อย่างเป็นทางการ

 

  • รัฐบาล

- วันที่ 26 - 27 มิถุนายน 2539 นายอำนวย วีรวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนโรมาเนีย อย่างเป็นทางการ

- วันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2542 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนโรมาเนีย

- วันที่ 17 - 19 มิถุนายน 2548 ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนโรมาเนีย ตามคำเชิญของเจ้าชาย Radu (His Highness Prince Radu of Hohenzollern-Veringen) ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลโรมาเนียด้านการรวมตัว ความร่วมมือและการพัฒนาที่ยั่งยืน (เจ้าชาย Radu เป็นราชบุตรเขยของอดีตกษัตริย์ Mihai สมรสกับ HRH the Princess Magarita of Romania)

- วันที่ 14-18 มิถุนายน 2552 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เยือนโรมาเนียอย่างเป็นทางการ

- วันที่ 5-7 กันยายน 2552 นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เยือนโรมาเนียอย่างเป็นทางการ

- วันที่ 19-26 มิถุนายน 2553 พลเอกเกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โรมาเนีย เดินทางเยือนโรมาเนีย

ฝ่ายโรมาเนีย

- วันที่ 26 - 27 กันยายน 2543 นาย Emil Constantinescu ประธานาธิบดีโรมาเนียเยือนไทย อย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล

- วันที่ 25 - 26 มิถุนายน 2544 นาย Dan Ioan Popescu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรโรมาเนีย เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย-โรมาเนีย ครั้งที่ 10 ที่กรุงเทพฯ

- วันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2545 นาย Mihnea Motoc รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศโรมาเนีย เยือนไทย ในฐานะประธาน OSCE เพื่อเข้าร่วมการประชุม OSCE - Thailand Conference on Human Dimension of Security ที่กรุงเทพฯ

- วันที่ 8 - 13 มีนาคม 2547 เจ้าชาย Radu (His Highness Prince Radu of Hohenzollern-Veringen) ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลโรมาเนียด้านการรวมตัว ความร่วมมือ และการพัฒนาที่ยั่งยืน เยือนไทย

- วันที่ 6 – 8 มีนาคม 2553 นาย Doru Costea ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศโรมาเนียเยือนไทย โดยเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศ


จำนวนคนไทยในโรมาเนีย 51 คน

 

ที่มา: กองยุโรป 3 กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - โรมาเนีย                      
มูลค่าการค้า 166.83 199.85 227.24 227.24 215.57 -19.52 19.79 13.71 13.71 -5.14
การส่งออก 115.07 132.96 134.11 134.11 126.99 -32.06 15.55 0.86 0.86 -5.31
การนำเข้า 51.76 66.88 93.13 93.13 88.58 36.45 29.22 39.24 39.24 -4.89
ดุลการค้า 63.31 66.08 40.98 40.98 38.41            

    
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 วงจรพิมพ์ 13.5 18.2 20.7 20.7 15.8 0.79 34.82 13.81 13.81 -23.77
2 ยางพารา 15.9 27.3 17.5 17.5 15.2 -39.37 71.42 -36.00 -36.00 -13.07
3 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ 0.4 7.0 23.4 23.4 14.9 -91.89 ####### 233.02 233.02 -36.32
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 8.6 6.7 7.3 7.3 11.5 19.74 -21.48 8.16 8.16 57.90
5 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 14.1 16.0 13.6 13.6 11.2 -36.76 13.61 -15.10 -15.10 -17.29
6 หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 2.8 4.4 5.0 5.0 4.7 47.27 55.58 12.29 12.29 -4.26
7 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 11.3 7.2 7.7 7.7 4.6 24.98 -36.29 7.69 7.69 -41.01
8 ผลิตภัณฑ์ยาง 3.9 3.5 4.5 4.5 4.2 32.07 -8.88 27.66 27.66 -5.91
9 แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า 0.0 0.3 1.8 1.8 4.2 -98.98 ####### 610.87 610.87 129.46
10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 3.0 1.9 3.3 3.3 3.3 -88.18 -35.27 72.71 72.71 -1.60
รวม 10 รายการ 73.5 92.6 104.8 104.8 89.7 -36.23 26.02 13.21 13.21 -14.46
อื่นๆ 41.6 40.4 29.3 29.3 37.3 -23.17 -2.95 -27.45 -27.45 27.46
รวมทั้งสิ้น 115.1 133.0 134.1 134.1 127.0 -32.06 15.55 0.86 0.86 -5.31

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 6.5 28.7 32.6 32.6 25.1 -16.90 340.11 13.59 13.59 -22.83
2 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 0.9 0.7 0.0 0.0 11.9 ####### -22.37 -99.97 -99.97 5,974,350.00
3 ผลิตภัณฑ์โลหะ 1.2 4.2 6.3 6.3 7.8 209.28 258.15 49.40 49.40 23.77
4 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 11.0 7.3 19.3 19.3 7.5 81.01 -33.52 165.13 165.13 -60.94
5 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 4.7 7.2 8.3 8.3 6.8 61.60 52.68 15.69 15.69 -17.63
6 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 3.6 2.8 3.3 3.3 5.5 12.73 -22.50 18.15 18.15 66.51
7 ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ 0.7 1.0 1.7 1.7 3.2 10.18 44.24 65.73 65.73 89.43
8 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.7 0.9 1.5 1.5 2.6 -29.70 35.16 65.09 65.09 76.29
9 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 0.7 1.4 2.5 2.5 2.3 152.30 98.95 78.92 78.92 -9.50
10 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 1.0 1.3 2.0 2.0 2.1 153.23 22.75 56.97 56.97 5.20
รวม 10 รายการ 31.0 55.4 77.5 77.5 75.0 36.71 78.95 39.77 39.77 -3.25
อื่นๆ 20.8 11.4 15.6 15.6 13.6 36.07 -44.94 36.67 36.67 -13.00
รวมทั้งสิ้น 51.8 66.9 93.1 93.1 88.6 36.45 29.22 39.24 39.24 -4.89

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

เลขานุการโท (Second Secretary)     Mr. Marius Sorin Miclea
ที่อยู่สถานทูตโรมาเนีย

Embassy of Romania

20/1 Soi Rajakhru,
Phaholyothin Soi 5,
Phaholyothin Rd.,
Phyathai, Bangkok 10400

Tel: 0-2617-1551

Fax: 0-2617-1113

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

JoomSpirit