ราชอาณาจักรเดนมาร์ก

denm1 denm2
 ธง  ตราสัญลักษณ์

 

 

denm3
 
denm5
 
denm4

 

ที่มา: www.mapsofworld.com

 

ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ

ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (Kingdom of Denmark)

ที่ตั้ง

คาบสมุทรจัตแลนด์ (Jutland) ทางตอนเหนือของทวีปยุโรประหว่างทะเลเหนือกับทะเลบอลติก

พื้นที่

43,094 ตารางกิโลเมตร โดยประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 406 เกาะ ซึ่งร้อยละ 90 ไม่มีผู้อยู่อาศัย รวมทั้งดินแดนปกครองตนเองคือ เกาะกรีนแลนด์ (Greenland) และหมู่เกาะฟาร์โร (Faroe)

อาณาเขต

เดนมาร์กมีอาณาเขตทางบกทั้งหมด 140 กิโลเมตร เป็นพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี ความยาวชายฝั่งทะเลทั้งหมด 7,314 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะเป็นที่ราบลูกระนาด (rolling plains) ต่ำและแบนถึงเป็นลูกคลื่นเล็กน้อย

ลักษณะภูมิอากาศ

เขตอบอุ่น (อาณาเขตระหว่างซีกโลกร้อนกับขั้วโลก) ชื้นและมีเมฆมาก ฤดูหนาวมีลมอ่อนๆ และฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย

ทรัพยากรธรรมชาติ

petroleum, natural gas, fish, salt, limestone, chalk, stone, gravel and sand

ภัยธรรมชาติ

บางบริเวณของประเทศ (เช่น Jutland และตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะ Lolland) เสียงต่อภัยจากน้ำท่วม ได้รับการป้องกันโดยระบบทำนบกั้นน้ำ

ประชากร

ประมาณ 5,605,948 คน (เดือน กรกฏาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเจริญเติบโตของประชากร

0.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

Dane(s)

เชื้อชาติ

Scandinavian, Inuit, Faroese, German, Turkish, Iranian, Somali

ภาษา

ภาษาเดนิช (Danish)

ศาสนา

ประชากรร้อยละ 76 นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย Evangelical Lutheran มุสลิม 4% และศาสนาอื่นๆรวมกัน 20%

 

รูปแบบการเมืองการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy)

เมืองหลวง

กรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen)

เมืองสำคัญ

• กรุง Copenhagen ตั้งอยู่บนเกาะ Zealand ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศ

• เมือง Arhus ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Jutland

• เมือง Odense ตั้งอยู่บนเกาะ Funen

• เมือง Allborg ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Jutland

การแบ่งเขตการปกครอง

แบ่งออกเป็น 5 เขต (region) ได้แก่ Hovedstaden, Midtjylland, Nordjylland, Sjaelland, Syddanmark

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

 

denadm

ที่มา Denmark - Wikipedia, the free encyclopedia

วันที่ได้รับเอกราช

ประมาณปี 965 (กษัตริย์ HARALD I Gormson) และในวันที่ 5 มิถุนายน 1849 เป็นวันเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิบไตยแบบรัฐสภา

รัฐธรรมนูญ

ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน 1953 รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสภานิติบัญญัติเพียงสภาเดียว และอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐได้

ฝ่ายบริหาร

สมเด็จพระราชินีมากาเร็ตที่ 2 ดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ซึ่งต้องได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ โดยตำแหน่งประมุขจะสืบตามสันตติวงศ์ นายกรัฐมนตรีโดยส่วนใหญ่จะได้แก่ผู้นำพรรคการเมืองเสียงข้างมาก หรือผู้นำรัฐบาลผสม

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบสภาเดียว (Unicameral People's Assembly หรือ Folketing) จำนวนทั้งหมด 179 ที่น่ัง โดย 2 ที่น่ังมาจาก Greenland และอีก 2 ที่น่ังมาจาก Faroe Islands สมาชิกมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยมแบบสัดส่วน วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี หรือจนกว่าจะหยุบสภาก่อนหมดวาระ

ฝ่ายตุลาการ

ระบบศาลสูงสุด (Supreme Court) กษัตริย์แต่งตั้งผู้พิพากษา ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งตลอดชีวิต

ระบบกฏหมาย

ระบบประมวลกฏหมาย มีการตรวจสอบความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญของกฏหมายที่ออกจากสภานิติบัญญัติ

พรรคการเมือง

Danish People's Party (Kristian THULESEN DAHL) or DF

Liberal Alliance or LA (Anders SAMUELSEN)

Liberal Party (Lars LOEKKE RAMUSSEN) or V

Red-Green Alliance (Unity List) or EL (collective leadership)

spokesperson Johanne SCHMIDT - NIELSEN

Social Democratic Party (Mette FREDERIKSEN) or SDP

Social Liberal Party (Morten OSTERGAARD) or SLP

Socialist People's Party (Pia OLSEN DYHR) or SF

ภูมิหลังของประเทศโดยสังเขป

        เดนมาร์กเป็นราชอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดในยุโรป โดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของเดนมาร์กเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1528 (ค.ศ. 985) และได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี 2392 (ค.ศ.1849) ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญฉบับแรกได้ถูกร่างขึ้นราชอาณาจักรเดนมาร์กเคยครอบคลุมถึงสวีเดนและนอร์เวย์ จนกระทั่งสวีเดนแยกตัวออกไปเมื่อปี 2066 (ค.ศ.1523) และเดนมาร์กสูญเสียนอร์เวย์ให้แก่สวีเดนภายใต้สนธิสัญญา Kiel เมื่อปี 2357 (ค.ศ.1814) ภายหลังสงครามนโปเลียนยุติลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี 2457 - 2461 (ค.ศ.1914-1918) เดนมาร์กได้ดำเนินนโยบายเป็นกลาง และเมื่อปี 2482 (ค.ศ.1939) ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2เดนมาร์กได้ประกาศความเป็นกลาง อย่างไรก็ดี เดนมาร์กถูกกองทัพเยอรมันเข้ายึดครองเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2483 (ค.ศ.1940) ซึ่งนำไปสู่การรวมตัวของขบวนการต่อต้านของประชาชนชาวเดนมาร์กโดยตลอดช่วงสงครามฝ่ายเยอรมันได้ตอบโต้ด้วยการเข้าปกครองเดนมาร์กโดยตรง จนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม 2488 (ค.ศ.1945) เดนมาร์กถูกปลดปล่อยโดยกองกำลังพันธมิตร และภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดนมาร์กได้รับรองความเป็นเอกราชของไอซ์แลนด์ (เป็นดินแดนหรือเกาะโพ้นทะเลที่เดนมาร์กได้ปกครองมาตั้งแต่ในสมัยที่เดนมาร์กยังคงรวมราชอาณาจักรกับนอร์เวย์) ซึ่งได้ประกาศตัวเป็นเอกราชเมื่อปี 2487 (ค.ศ.1944) และต่อมาเดนมาร์กได้ให้สิทธิในการปกครองตนเองแก่หมู่เกาะแฟโรและเกาะกรีนแลนด์ เมื่อปี 2491 (ค.ศ.1948) และปี 2522 (ค.ศ.1979) ตามลำดับ

        ในปี 2496 (ค.ศ.1953) รัฐธรรมนูญเดนมาร์กได้รับการแก้ไขซึ่งส่งผลทำให้มีบทบัญญัติใหม่ที่สำคัญๆ ในเรื่องต่างๆ ได้แก่ ให้รัชทายาทสตรีมีสิทธิขึ้นครองราชสมบัติ กำหนดให้รัฐสภามีเพียงสภาเดียว และให้ประชาชนชาวเดนมาร์กชายและหญิงที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้ ปัจจุบันเดนมาร์กเป็นราชอาณาจักรโดยมีพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญเป็นประมุข คือ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2515 (ค.ศ.1972) และทรงเป็นพระประมุขแห่งเดนมาร์กลำดับที่ 52 (เดนมาร์กมีพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 1528 (ค.ศ.985)) สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2543 (ค.ศ.2000)

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  30 พฤศจิกายน 2559

Update 20 กันยายน 2560

 

  • Queen
    MARGRETHE II
  • Prime Min.
    Lars Lokke RASMUSSEN
  • Min. for Business Affairs & Growth
    Brian MIKKELSEN
  • Min. for Children & Social Affairs
    Mai MERCADO
  • Min. for Culture & Ecclesiastical Affairs
    Mette BOCK
  • Min. of Defense
    Claus Hjort FREDERIKSEN
  • Min. for Development Cooperation
    Ulla TORNAES
  • Min. for Economics & the Interior
    Simon Emil AMMITZBOLL
  • Min. for Education
    Merete RIISAGER
  • Min. for Elder Affairs
    Thyra FRANK
  • Min. for Employment
    Troels Lund POULSEN
  • Min. for Energy, Utilities, & Climate
    Lars Christian LILLEHOLT
  • Min. for Environment & Food
    Esben Lunde LARSEN
  • Min. for Equality & Nordic Cooperation
    Karen ELLEMANN
  • Min. for Finance
    Kristian JENSEN
  • Min. for Foreign Affairs
    Anders SAMUELSEN
  • Min. for Health
    Ellen Trane NORBY
  • Min. for Higher Education & Science
    Soren PIND
  • Min. for Immigration & Integration
    Inger STOJBERG
  • Min. for Justice
    Soren Pape POULSEN
  • Min. for Public Innovation
    Sophie LOHDE
  • Min. for Taxation
    Karsten LAURITZEN
  • Min. for Transport and Housin
    Ole Birk OLESEN
  • Chmn., Board of Governors, Danish National Bank
    Lars ROHDE
  • Ambassador to the US
    Lars Gert LOSE
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Ib PETERSEN

ที่มา https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/DA.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

273.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

48,000 ดอลลาร์ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโตของ GDP

ร้อยละ 1.1 (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราส่วน GDP ต่อภาคการผลิต

• ภาคเกษตร ร้อยละ 1.1

• ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 23.4

• ภาคบริการ ร้อยละ 75.5 (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Price)

ร้อยละ 0.3 (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

หนี้สาธารณะ

ร้อยละ 34.2 ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี มันฝรั่่ง ชูการ์บีท เนื้อหมู ผลผลิตจากนม ปลา

อุตสาหกรรม

แร่เหล็ก เหล็กอุตสาหกรรม โลหะอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูป เครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการขนส่ง สิ่งทอและเสื้อผ้า เครื่องไฟฟ้า การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้อื่นๆ อุตสาหกรรมการต่อเรือและทำความสะอาดเรือ กังหันลม ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์

อัตราการเติบโตการผลิตภาคอุตสาหกรรม

0.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

94.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

เครื่องจักร เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ปลา เวชภัณฑ์ เครื่องเรือน และกังหันลม

ประเทศส่งออกที่สำคัญ

Germany 15.1%, Sweden 11.4%, Norway 6.2%, UK 6%, US 5%, Netherlands 4.5%, China 4.2% (พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

85.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักร วัตถุดิบสำหรับใช้ในการอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ ธัญพืชและอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค

ประเทศนำเข้าที่สำคัญ

Germany 21.4%, Sweden 12.3%, Netherlands 8%, China 7.6%, UK 4.2%, Norway 4.2% (พ.ศ. 2558)

ภาพรวมทางเศรษฐกิจ

        ในอดีตเศรษฐกิจของเดนมาร์กขึ้นอยู่กับเกษตรกรรม และตั้งแต่ปี 2503(ค.ศ. 1960) เป็นต้นมา เป็นช่วงระยะเวลาที่ผลผลิตทางอุตสาหกรรมมีความเจริญรุดหน้านำผลผลิตทางเกษตรกรรมจนส่งผลทำให้เดนมาร์กกลายเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมและการเกษตรที่ก้าวหน้า โดยเศรษฐกิจของเดนมาร์กมีลักษณะเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิด (small and open economy) ซึ่งรัฐบาลเดนมาร์กก็ได้มีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่เปิดเสรี โดยที่สภาวะเศรษฐกิจของเดนมาร์กพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมจากต่างประเทศ และจากทำเลที่ตั้งของเดนมาร์กที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นศูนย์กลางส่งผ่านสินค้าเข้าสู่กลุ่มประเทศนอร์ดิก และสามารถเป็นประตูไปสู่กลุ่มประเทศบอลติกได้ เพราะเดนมาร์กมีเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างเดนมาร์ก-สวีเดน-นอร์เวย์ หลายเส้นทาง กอปรกับการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศ โดยมีสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปเหนือ และมีสะพาน Oresund Bridge เชื่อมระหว่างเกาะ Zealand ของเดนมาร์กกับเมือง Malmo ทางตอนใต้ของสวีเดน ซึ่งได้เปิดใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2543 (ค.ศ.2000) จึงทำให้เดนมาร์กมีบทบาทในสถานะที่เป็น trading house ในภูมิภาคยุโรปเหนือ

ภาพรวมภาคอุตสาหกรรม

        ภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก คือ อุตสาหกรรมสินค้าอาหาร (food industry) โดยมีสินค้าที่ส่งออก ได้แก่ เนื้อสุกร ไก่ วัว ผลิตภัณฑ์ประเภทเนย นม(diary products) เบียร์ สินค้าประมง และภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญรองลงมา ได้แก่

1) อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการผลิตสินค้าเกษตร รวมทั้งการขนส่งสินค้าที่เสียง่าย ได้แก่ ตู้แช่แข็ง/แช่เย็นในรถบรรทุก/เรือ

2) อุตสาหกรรมเคมี (chemical industry) เพื่อป้องกันแมลง โรคพืช

3) อุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้แก่ ขนมิ้งค์ (mink)

4) อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

5) อุตสาหกรรมทางด้านเภสัช (pharmaceutical industry) ได้แก่ อินซูลิน (insulin) โดยเดนมาร์กเป็นประเทศผู้นำประเทศหนึ่งในโลกที่ผลิตอินซูลินส่งออกขายในตลาดโลก

6) อุตสาหกรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ (เดนมาร์ก มีความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องการออกแบบและคุณภาพ) กังหันลมเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า (เดนมาร์กเป็นประเทศผู้นำประเทศหนึ่งที่ส่งออกกังหันลมชนิดดังกล่าว)

7) อุตสาหกรรม software ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Industry) เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม และ

8) อุตสาหกรรม Shipbuilding บริษัทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของเดนมาร์กจะมีขนาดกลาง (medium-sized industry) และบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สำคัญของเดนมาร์ก รวมทั้งบริษัทที่มีการลงทุนในต่างประเทศ เช่น กลุ่มบริษัท A.P.Moller ซึ่งมีบริษัทเดินเรือ Maersk Line รวมอยู่ด้วย Danfoss (refrigeration technology), Grundfos (ผลิต pumps) Novo Nordisk (pharmaceuticals) เบียร์ Carlsberg และ Tuborg ตลอดจน รองเท้า Ecco เป็นต้น นอกจากนี้ เดนมาร์กยังได้สำรวจพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลเหนือซึ่งมีปริมาณมากพอที่นำไปใช้ภายในประเทศ รวมทั้งส่งออกสู่ตลาดโลกได้นับตั้งแต่ปี 2534 (ค.ศ.1991) เป็นต้นมา

การค้าขาย

     ทางด้านการค้ากับต่างประเทศนั้น เดนมาร์กทำการค้ากับสมาชิกสหภาพยุโรปมากถึง 2 ใน 3 ของการค้าต่างประเทศทั้งหมด ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของเดนมาร์กในยุโรปเรียงตามลำดับ ได้แก่ เยอรมนี สวีเดน อังกฤษ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส ส่วนประเทศคู่ค้าที่อยู่นอกภูมิภาคยุโรป ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เอเชีย สินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ รถยนต์และอุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์ ปลาและผลิตภัณฑ์ สินค้าพลาสติก เป็นต้น รายได้จากการค้าระหว่างประเทศของเดนมาร์กคิดเป็นร้อยละ 60 ของ GDP ของเดนมาร์ก โดยร้อยละ 32 ของผลิตภัณฑ์ของเดนมาร์กถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สินค้าออกของเดนมาร์กในปัจจุบันเป็นสินค้าอุตสาหกรรมร้อยละ 70 อีกร้อยละ 17 เป็นสินค้าเกษตร สินค้าออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องมือ เคมีภัณฑ์ สุกรมีชีวิต เนื้อหมู เสื้อผ้า สิ่งทอ

นโยบายทางเศรษฐกิจ

     จุดมุ่งหมายของนโยบายเศรษฐกิจเดนมาร์ก คือ การทำให้เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีอัตราการจ้างงานที่สูง การพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและความสมบูรณ์ การส่งเสริมระบบรัฐสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของประชาชนและความปลอดภัยทางสังคม และการจัดสรรเงินสนับสนุนจากรัฐบาลให้ประชาชนอย่างมีเหตุผล โดยเดนมาร์กและเยอรมนีมีระดับการจ้างงานคนที่อยู่ในวัยทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่สูงที่สุดร้อยละ 14.6 เมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกสหภาพยุโรปโดยเฉลี่ยร้อยละ 12.2 และสหรัฐฯ ร้อยละ 11.8

ด้านการต่างประเทศ

     นโยบายต่างประเทศของเดนมาร์กมีเป้าหมายสำคัญ คือ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ การทำนุบำรุงความเป็นอยู่ของประชาชนชาวเดนมาร์กอย่างดีที่สุด และการส่งเสริมมาตรฐานและค่านิยมที่สำคัญ เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เดนมาร์กยังเน้นแนวนโยบายที่มีเป้าหมายให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการป้องกันความขัดแย้ง การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง รวมทั้งการเสริมสร้างความประนีประนอมในบริเวณที่มีความขัดแย้งด้วยการร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe - OSCE) การต่างประเทศของเดนมาร์กในยุคปัจจุบันได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริบทหรือด้านต่างๆ ดังนี้

   1. สหภาพยุโรป (European Union) เดนมาร์กได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อสหภาพยุโรป และการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างบรรดาประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เดนมาร์กเข้าเป็นสมาชิกประชาคมยุโรป (สหภาพยุโรปในปัจจุบัน) ตั้งแต่ปี 2516 (ค.ศ.1973) และพยายามผลักดันให้สหภาพยุโรปขยายสมาชิกภาพให้ครอบคลุมประเทศจากภูมิภาคฝั่งทะเลบอลติกและยุโรปตะวันออก แม้ว่าเดนมาร์กเข้าร่วมในกิจกรรมและพันธกรณีของสหภาพยุโรปอย่างแข็งขัน แต่ด้วยเหตุผลการเมืองภายในประเทศและมติมหาชน เดนมาร์กยังคงมีข้อสงวน 4 ประการ ในการเข้าร่วมกระบวนการรวมตัวของสหภาพยุโรป ซึ่งได้แก่

1) การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจและการเงิน (EMU)

2) นโยบายการป้องกันร่วม

3) การเป็นพลเมืองแห่งสหภาพยุโรป

4) นโยบายด้านยุติธรรมและมหาดไทย (Justice and Home Affairs) ตลอดจนการตัดสินใจ โดยเสียงข้างมากในประเด็นปัญหาทางกฎหมายภายในและภายนอกสหภาพยุโรป การลงประชามติของเดนมาร์กในการเข้าร่วมสหภาพเศรษฐกิจและการเงิน(Economic and Monetary Union -EMU) ของสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 (ค.ศ.2000) รัฐบาลเดนมาร์กได้จัดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับการเข้าร่วมของเดนมาร์กในสหภาพเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป ในขั้นตอนของการใช้เงินสกุลเดียวหรือเงินยูโร (Euro) ผลปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 53.1ไม่เห็นด้วยต่อการเข้าร่วม EMU ขณะที่ร้อยละ 46.9 เห็นด้วย ทั้งนี้ ในการลงประชามติดังกล่าวมีประชาชนไปใช้สิทธิร้อยละ 87.8 จากประชากรจำนวนประมาณ 5.3 ล้านคน บทบาทที่สำคัญของเดนมาร์กในกิจการความสัมพันธ์ในกรอบของสหภาพยุโรปคือ การเข้ารับหน้าที่ประธานสหภาพยุโรปของเดนมาร์ก (EU Presidency) ระหว่างเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม 2545 (ค.ศ.2002) รวมทั้งการเป็นเจ้าภาพของเดนมาร์กในการจัดประชุมระดับผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 (Asia-Europe Meeting -ASEM) ในเดือนกันยายนปี 2545 (ค.ศ.2002)

   2. ภูมิภาคนอร์ดิก (Nordic) เดนมาร์กมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านใน ภูมิภาคนอร์ดิก ซึ่งประกอบด้วย นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ ภายใต้กรอบกิจกรรมของคณะมนตรีนอร์ดิก (Nordic Council) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม กระบวนการประชาธิปไตย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

   3. องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เดนมาร์กเป็นประเทศสมาชิกองค์การ NATO ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2492 (ค.ศ. 1949) โดยเดนมาร์กถือว่าเป็นสถาบันกลางที่ส่งเสริมความมั่นคงทางการเมืองในยุโรป นอกจากนี้ เดนมาร์กยังสนับสนุนให้สหรัฐอเมริกามีบทบาทแข็งขันในองค์การดังกล่าว แต่ไม่เห็นด้วยที่องค์การ NATO จะขยายสมาชิกภาพให้ครอบคลุมบรรดาประเทศในยุโรปตะวันออกอย่างรวดเร็วเกินไป ขณะเดียวกัน ก็ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของสหพันธรัฐรัสเซียด้วย

   4. องค์การสหประชาชาติ เดนมาร์กเป็นประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2488(ค.ศ.1945) โดยเดนมาร์กได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญๆ ร่วมกับองค์การสหประชาชาติในด้านต่างๆเช่น การส่งกองกำลังเข้าร่วมในกิจกรรมมากกว่ากึ่งหนึ่งของการปฏิบัติการเพื่อรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ การส่งเสริมภารกิจขององค์การสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือประเทศในโลกที่สาม การให้การสนับสนุนกิจกรรมขององค์การสหประชาชาติในด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การพัฒนาทางสังคม ความมั่นคงร่วมกัน และการพัฒนาประชาธิปไตย นอกจากนี้ เดนมาร์กมีนโยบายให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ โดยเป็นหนึ่งในบรรดาไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้บริจาคความช่วยเหลือในอัตราส่วนมากถึงร้อยละ 1 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GNP) เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคีไปยังประเทศเป้าหมาย อาทิ บรรดาประเทศแถบทะเลบอลติก ยุโรปตะวันออก กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเดนมาร์กให้ความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ความเจริญทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม การเคารพสิทธิมนุษยชน และบทบาทของสตรีในการพัฒนา ทั้งนี้ ความช่วยเหลือโดยตรงส่วนใหญ่จะเน้นไปยังประเทศในภูมิภาคแอฟริกา นอกจากนั้นเดนมาร์กยังได้บริจาคความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกร้อยละ 0.5 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GNP) เพื่อส่งเสริมสันติภาพและประชาธิปไตยเป็นการเฉพาะ

 

ความสัมพันธ์ทางการทูต
        ไทยและเดนมาร์กเริ่มมีการติดต่อระหว่างกันครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2164 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โดยเรือสินค้าเดนมาร์กได้เดินทางมาถึงเมืองตะนาวศรีและได้นำปืนไฟมาขาย ต่อมาชาวเดนมาร์กได้รับอนุญาตให้เข้ามาค้าขายในราชอาณาจักร หลักฐานการติดต่อระหว่างไทยกับเดนมาร์กปรากฏอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2313 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อไทยได้สั่งซื้อปืนใหญ่จาก Danish Royal Asiatic Company ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยและเดนมาร์ก ได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การค้า และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2401 หลังจากนั้น ทั้งสองประเทศได้เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางทูตระหว่างกัน โดยในปี พ.ศ. 2403 เดนมาร์กได้ตั้งสถานกงสุลที่กรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2425 ไทยได้แต่งตั้งอัครราชทูตประจำในยุโรปให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กด้วยอีกตำแหน่งหนึ่งโดยหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์) ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กคนแรก โดยมีสำนักงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน (พ.ศ. 2425 - 2426) ก่อนย้ายสำนักงานไปยังกรุงปารีส (พ.ศ. 2426 - 2431) กรุงเบอร์ลิน (พ.ศ. 2431 -
– 2497) และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 จึงได้เปิดสำนักงานที่กรุงโคเปนเฮเกน โดยมีขุนพิพิธวิรัชชการ ดำรงตำแหน่งอัครราชทูต

     ไทยและเดนมาร์กยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2501 โดยมีขุนพิพิธวิรัชชการ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์ก ถิ่นพำนัก ณ กรุงโคเปนเฮเกน คนแรก

เอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์ก (มีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ และลิทัวเนีย)
นางสาววิมล คิดชอบ

กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน 
นาย Carsten Nielsen

กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน 
นาย Peer Rosenfeldt

เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย  (มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศพม่าและกัมพูชา)
นาย Mikael Hemniti Winther

กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์เดนมาร์กประจำกรุงเทพฯ 
นาย Anders Normann

กงสุลกิตติมศักดิ์เดนมาร์กประจำเมืองพัทยา
นาย Stig Vagt-Andersson

กงสุลกิตติมศักดิ์เดนมาร์กประจำจังหวัดภูเก็ต
-

ความตกลงกับไทย

- ความตกลงว่าด้วยการบินพลเรือนไทย-เดนมาร์ก (ลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2492)
- ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ และความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2506 และปี พ.ศ. 2536 ตามลำดับ ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2539 เดนมาร์กขอยกเลิกความตกลงทั้ง 2 ฉบับ และได้มีหนังสือแจ้งการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการให้ฝ่ายไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2539) 
- อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541)
- สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ (ลงนามเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2542)
- ความตกลงต่างตอบแทนว่าด้วยพนักงานวิทยุสมัครเล่นไทย-เดนมาร์ก (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556)

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและความช่วยเหลือ เดนมาร์กได้มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ไทยในด้านต่างๆ มาเป็นเวลาช้านานนับตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เช่น
กองทัพบก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดชทรงไปศึกษาวิชาการทางทหารที่เดนมาร์กเมื่อปี พ.ศ. 2434 และทรงฝึกหัดรับราชการทหารอยู่ในกรมปืนใหญ่สนามของเดนมาร์ก เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาทรงนำความรู้วิชาการทางทหารจากเดนมาร์กมาพัฒนากองทัพบกของไทยให้มีความทันสมัย

กองทัพเรือ นายทหารเรือชาวเดนมาร์ก คือ นาย Andreas du Plessis de Richelieu ได้รับราชการในกองทัพเรือระหว่างปี พ.ศ. 2419-2445 และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาชลยุทธโยธิน

กิจการรถไฟ รัฐบาลไทยได้อนุมัติสัมปทานให้แก่บริษัทเดนมาร์กในการสร้างทางรถไฟสายแรกขึ้นในประเทศ คือ เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ (ปากน้ำ) ในปี พ.ศ. 2429

กิจการไฟฟ้า นาย Andreas du Plessis de Richelieu ชาวเดนมาร์ก ได้เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งบริษัทไฟฟ้าสยามเมื่อปี พ.ศ. 2441 โดยบริษัทได้จำหน่ายกระแสไฟฟ้า
แก่ประชาชนในพระนคร และต่อมาบริษัทได้โอนกิจการให้มาเป็นของรัฐเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2493 นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดกิจการรถรางขึ้นในพระนครด้วย

กิจการปูนซีเมนต์บริษัทสยามซีเมนต์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สั่งซื้อเครื่องจักรจากประเทศเดนมาร์ก และได้จ้างชาวเดนมาร์กที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารการผลิตและการบัญชีมาช่วยการดำเนินกิจการของบริษัทในระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2457-2502  และหลังจากปี พ.ศ. 2517 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัทปูนซีเมนต์ไทย

     นอกจากนี้ ยังมีโครงการความร่วมมือระหว่างไทย-เดนมาร์ก ในด้านต่างๆ ที่ได้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความเจริญของประเทศและความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เช่น โครงการความร่วมมือทางด้านโบราณคดี โครงการความร่วมมือทางด้านพฤกษศาสตร์ กิจการฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก สยามสมาคม เป็นต้น ในปัจจุบันเดนมาร์กมี 2 หน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบในความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ระหว่างไทยกับเดนมาร์ก คือ 1) หน่วยงานการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของเดนมาร์ก (Danish International Development Assistance – DANIDA) และ 2) หน่วยงานรับผิดชอบความร่วมมือด้านการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมของเดนมาร์ก (Danish Cooperation for Environment and Development –DANCED)

     DANIDA ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ต่างประเทศและอยู่ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยในรูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการในกรอบทวิภาคีติดต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เช่น การให้ทุนการศึกษาและการฝึกอบรม จนถึงปี พ.ศ. 2542 เนื่องจากเดนมาร์กเห็นว่า ไทยมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นแล้ว (รายได้ประชาชาติต่อหัวมากกว่า 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ)
อย่างไรก็ดี ไทยก็ยังได้รับความช่วยเหลือจากเดนมาร์กในกรอบระดับภูมิภาค ซึ่งเดนมาร์กได้ให้ความช่วยเหลือผ่านทางสถาบันระดับภูมิภาค เช่น สถาบัน Asian Institutes of Technology (AIT) รวมทั้งโครงการการให้ความช่วยเหลือภายใต้การให้เงินกู้แบบผ่อนปรน (Mixed Credits Programme)

     DANCED เป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมของโลก โดย DANCED ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาสาขาที่เดนมาร์กมีความชำนาญและเชี่ยวชาญ อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองและโรงงาน การจัดการป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้พัฒนารูปแบบความร่วมมือไปสู่ความร่วมมือแบบไตรภาคี (Trilateral Cooperation) ซึ่งเดนมาร์กจะให้ความร่วมมือในการฝึกอบรมแก่ประเทศที่สามในไทย โดยเฉพาะภูมิภาคอินโดจีน อาทิ โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ในปัจจุบันมีกรอบที่เป็นทางการในการดำเนินความสัมพันธ์ในความร่วมมือเพื่อการพัฒนา คือ การจัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ ทางวิชาการระหว่างกันเป็นประจำทุกปีระหว่างหน่วยงาน DANIDA กระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กระทรวงการต่างประเทศของไทย

การแลกเปลี่ยนการเยือน


ฝ่ายไทย
ระดับราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ
- กรกฎาคม พ.ศ. 2440   เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก
- 30 มิถุนายน พ.ศ. 2450 เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
- พ.ศ. 2473  เสด็จฯ เยือนเดนมาร์ก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 
- วันที่ 6-9 กันยายน พ.ศ. 2503 เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
- วันที่ 13-15 กันยายน พ.ศ. 2531  เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
- กรกฎาคม พ.ศ. 2536  เสด็จเยือนเดนมาร์ก เป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 22 สิงหาคม -– 3 กันยายน พ.ศ.2542 เสด็จเยือนเดนมาร์ก และเกาะกรีนแลนด์ลัตเวีย เอสโตเนียและลิทัวเนีย เป็นการส่วนพระองค์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- วันที่ 19-25 เมษายน พ.ศ. 2545 เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก

ระดับรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี

- ปี พ.ศ. 2522 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ
- 1-3 ตุลาคม พ.ศ. 2524 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ
- 16-18 เมษายน พ.ศ. 2527 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 8-11 มีนาคม พ.ศ. 2533 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ
- มีนาคม พ.ศ. 2538 นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเยือนเดนมาร์ก เพื่อเข้าประชุมสุดยอดด้านสังคม (Social Summit)
- วันที่ 22-24 กันยายน พ.ศ. 2545 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์กเพื่อเข้าประชุมระดับผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 (ASEM Summit)
- วันที่ 17-18 ธันวาคม พ.ศ. 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 ( COP 15)

ระดับรัฐมนตรี
- กรกฎาคม พ.ศ. 2526 พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนเดนมาร์ก
- วันที่ 12-14 ตุลาคม พ.ศ. 2537 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะนักธุรกิจไทยเยือนเดนมาร์ก
- วันที่ 17-18 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนเดนมาร์กเพื่อหารือข้อราชการกับนาย Friis Arne Petersen ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก
- วันที่ 22-24 กันยายน พ.ศ. 2545 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนเดนมาร์ก โดยร่วมอยู่ในคณะของนายกรัฐมนตรี เพื่อ เข้าร่วมประชุมระดับผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 (ASEM Summit)
- วันที่ 5-7 มิถุนายน พ.ศ. 2546 นายกร ทัพพะรังสี รองนายกรัฐมนตรี เยือนเดนมาร์ก
- วันที่ 26 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2546 นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เยือนเดนมาร์ก ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์


ฝ่ายเดนมาร์ก
ระดับราชวงศ์ 

เจ้าชายวัลเดอมาร์ (Valdemar) พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าคริสเตียน ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก (His Majesty King Christian IX)
- ธันวาคม พ.ศ. 2442  เสด็จฯ เยือนไทย

สมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริก ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก (His Majesty King Frederik IX) 
- เดือนมกราคม พ.ศ. 2473 เสด็จฯ เยือนไทย
- วันที่ 12-24 มกราคม พ.ศ. 2505 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีอินกริด (Her Majesty Queen Ingrid) เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
-
สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก (Her Majesty Queen Margrethe II)
- วันที่ 17-28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506  เสด็จฯ เยือนไทย
- วันที่ 30 เมษายน- 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 พร้อมด้วยเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามี (His Royal Highness Prince Henrik) เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 7-12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544  พร้อมด้วยเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามี และเจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (State Visit) ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เจ้าชายเฮนริก พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก 
- วันที่ 2-15 ธันวาคม พ.ศ. 2536  เสด็จฯ เยือนไทย เป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงเข้าร่วมการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ประจำปี พ.ศ. 2536
- วันที่ 18-19 มีนาคม พ.ศ. 2542 เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรโครงการเพื่อการพัฒนาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมเดนมาร์ก (DANCED)
- วันที่ 5 ธันวาคม และ วันที่ 12-13 ธันวาคม พ.ศ. เสด็จฯ แวะผ่านไทย
-วันที่ 11-14 มิถุนายน พ.ศ. 2549 เสด็จฯ เยือนไทย เพื่อทรงเข้าร่วมงาน ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก (His Royal Highness Crown Prince Frederik) พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามี 
- วันที่ 24-27 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 14-23 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เสด็จฯ เยือนไทย เป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 15-17 เมษายน พ.ศ. 2548  พร้อมด้วยเจ้าหญิงแมรี พระชายา เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเข้าร่วมงานพิธีรำลึกแก่ผู้เสียชีวิตชาวเดนมาร์กจากเหตุการณ์ภัย พิบัติคลื่นยักษ์ ซึ่งได้จัดขึ้น ที่เขาหลักจ.พังงา วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2548
- วันที่ 24-28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เสด็จฯ เยือนไทย พร้อมด้วยเจ้าหญิงแมรี พระชายา เพื่อทรงร่วมงานฉลองครบรอบ 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เดนมาร์ก
- วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เสด็จฯ แวะผ่านไทย

เจ้าชายโจคิม แห่งเดนมาร์ก (His Royal Highness Prince Joachim) พระราชโอรสองค์ที่สองในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และเจ้าชายเฮนริก
- วันที่ 9 - –10 ธันวาคม พ.ศ. 2543 เสด็จฯ แวะผ่านไทย
- วันที่ 25 มกราคม -– 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานดรา และเจ้าชายนิโคไล ( Prince Nikolai) พระโอรส เสด็จฯ เยือนไทย (จ.ภูเก็ต) เป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 12-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานดรา เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์

เจ้าหญิงอเล็กซานดรา (Her Royal Highness Princess Alexandra) พระชายาของเจ้าชายโจคิม แห่งเดนมาร์ก 
- กันยายน พ.ศ. 2541 เสด็จฯแวะผ่านไทย


ระดับรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี

- วันที่ 14-17 มีนาคม พ.ศ. 2531 นายพอล ชลูเทอร์ (Poul Schluter) นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก พร้อมด้วยภาคเอกชนเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรัฐบาล (Official Visit)
- วันที่ 1-2 มีนาคม พ.ศ. 2539 นายนีลส์ เฮลวิก พีเทอร์เซน (Niels Helveg Petersen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting -ASEM) ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ในฐานะผู้แทนของนายพอล นูรูพ ราสมูสเซน (Poul Nyrup Rasmussen) นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก
- วันที่ 17-18 เมษายน พ.ศ. 2548 นายอันเดอร์ โฟค ราสมูสเซน (Mr. Anders Fogh Rasmussen) นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และภริยา เยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาล (Working Visit) ในระหว่างการเยือนไทย นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้เข้าพบ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรเพื่อหารือข้อราชการ และเมื่อวันที่ 15-17 เมษายน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กและภริยา พร้อมด้วยมกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์กและพระชายาได้เข้าร่วมงานพิธีรำลึกแก่ผู้เสียชีวิตชาวเดนมาร์ก ซึ่งทางการเดนมาร์กได้จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์ ที่เขาหลัก จ.พังงา เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2548

ระดับรัฐมนตรี
- วันที่ 16-18 มกราคม พ.ศ. 2537 นาย Niels Helveg Petersen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก และคณะพร้อมด้วยภาคเอกชนเยือนไทย
- วันที่ 7-12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 นาย Mogens Lykketoft รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก พร้อมด้วยนาย Friis Arne Petersen ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก เยือนไทย (โดยร่วมอยู่ในคณะการเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (State Visit) ของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามี ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) และเข้าเยี่ยมคารวะ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

 

ความสัมพันธ์ทางการค้า


สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ แผงสวิทช์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ รองเท้าและชิ้นส่วน เสื้อผ้าสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้านำเข้าที่สำคัญจากเดนมาร์ก ได้แก่ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ เครื่องจักรในการเกษตร เครื่องจักรอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม
สินค้าส่งออกไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์และส่วนประกอบ วงจรพิมพ์ ยานพาหนะและอุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น
สินค้านำเข้าจากเดนมาร์กที่มีศักยภาพ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น

ด้านการลงทุน กิจการที่เดนมาร์กมีความสนใจลงทุนในไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมขนาดกลางซึ่งเดนมาร์กมีความชำนาญและเชี่ยวชาญ เช่น ด้านการผลิตรองเท้า การผลิตเครื่องดื่มเบียร์ อุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนกิจการด้านบริการโดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งเป็นสาขาที่เดนมาร์กมีประสบการณ์และถือเป็นประเทศชั้นนำที่มีความเจริญก้าวหน้าและทันสมัยมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป

เดนมาร์กเล็งเห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ไทยเป็นฐานผลิตสินค้าสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับโครงการลงทุนจากเดนมาร์กที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Office of Board of Investment –BOI) เป็นอันดับที่ 3 ในสหภาพยุโรป

การท่องเที่ยว
ในปี พ.ศ. 2556 มีนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์กเดินทางมาไทยจำนวน 163,907 คน นักท่องเที่ยวเดนมาร์กนับว่าเป็นกลุ่มท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพ มีการใช้จ่ายสูง โดยที่ชาวเดนมาร์กมีอำนาจซื้อสูงและนิยมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เดนมาร์กจึงเป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายของไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการพำนักระยะยาว และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

จำนวนคนไทย
ประมาณ 9,000 คน วัดไทย 3 วัด สมาคมไทย 3 สมาคม ร้านอาหารไทย 85 ร้าน
 
ที่มา กรมยุโรป
 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - เดนมาร์ก                      
มูลค่าการค้า 676.33 815.62 680.89 680.89 649.81 -8.79 20.59 -16.52 -16.52 -4.56
การส่งออก 424.44 438.81 444.43 444.43 387.79 -6.85 3.39 1.28 1.28 -12.75
การนำเข้า 251.89 376.81 236.46 236.46 262.02 -11.90 49.59 -37.25 -37.25 10.81
ดุลการค้า 172.55 62.00 207.97 207.97 125.76            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รองเท้าและชิ้นส่วน 57.8 73.8 55.7 55.7 59.3 50.94 27.74 -24.47 -24.47 6.44
2 อัญมณีและเครื่องประดับ 90.1 44.4 48.8 48.8 43.8 -36.79 -50.76 9.95 9.95 -10.11
3 แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า 42.5 43.5 52.0 52.0 42.6 8.22 2.47 19.49 19.49 -18.02
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 3.0 38.9 47.9 47.9 40.5 -28.95 1,202.19 22.95 22.95 -15.40
5 เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของ 14.0 19.6 26.2 26.2 25.7 6.91 39.70 33.84 33.84 -2.24
6 เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วน 2.7 4.5 16.5 16.5 13.6 65.67 64.14 269.24 269.24 -18.10
7 วงจรพิมพ์ 7.3 6.5 9.3 9.3 11.4 -30.82 -11.03 44.53 44.53 22.08
8 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ 13.1 10.2 12.0 12.0 9.8 -21.82 -22.02 17.97 17.97 -18.61
9 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 8.4 12.6 7.3 7.3 8.4 126.96 48.96 -41.81 -41.81 14.91
10 เครื่องนุ่งห่ม 9.8 10.5 8.3 8.3 7.8 -18.03 7.51 -21.57 -21.57 -5.01
รวม 10 รายการ 248.6 264.4 284.1 284.1 262.9 -11.80 6.35 7.43 7.43 -7.45
อื่นๆ 175.8 174.4 160.4 160.4 124.9 1.19 -0.81 -8.05 -8.05 -22.13
รวมทั้งสิ้น 424.4 438.8 444.4 444.4 387.8 -6.85 3.38 1.28 1.28 -12.75

 

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 4.6 4.8 5.6 5.6 46.8 61.56 3.44 16.91 16.91 731.94
2 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 35.9 37.3 35.3 35.3 33.5 14.02 3.90 -5.48 -5.48 -5.05
3 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 52.7 28.5 37.1 37.1 32.2 -12.24 -46.01 30.22 30.22 -13.10
4 เคมีภัณฑ์ 24.2 26.1 29.9 29.9 30.3 12.44 7.74 14.65 14.65 1.23
5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 18.7 18.9 19.9 19.9 22.3 -52.94 1.39 5.08 5.08 11.92
6 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 10.3 11.1 23.2 23.2 11.8 2.44 7.75 109.24 109.24 -49.24
7 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 12.3 10.1 8.2 8.2 10.2 21.43 -18.26 -18.39 -18.39 23.43
8 สินค้าทุนอื่น ๆ 9.7 6.9 6.2 6.2 5.5 1.43 -28.69 -10.99 -10.99 -11.42
9 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 6.6 6.8 6.0 6.0 5.3 -13.52 2.45 -11.21 -11.21 -12.52
10 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง 2.6 1.5 2.3 2.3 4.8 -34.21 -41.69 52.96 52.96 103.92
รวม 10 รายการ 177.8 152.1 173.8 173.8 202.5 -9.81 -14.47 14.28 14.28 16.52
อื่นๆ 74.1 224.8 62.7 62.7 59.5 -16.53 203.27 -72.11 -72.11 -5.02
รวมทั้งสิ้น 251.9 376.8 236.5 236.5 262.0 -11.90 49.59 -37.25 -37.25 10.81

 

   

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

The Royal Danish Embassy

10 Soi Sathorn 1 (Attakarn Prasit),
South Sathorn Road,
Bangkok 10120

Tel: 0-2343-1100

Fax: 0-2213-1752

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: www.ambbangkok.um.dk

 

 

 

JoomSpirit