สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน

azerbaijan1 Azerbaijan2
ธง ตราสัญลักษณ์(Coat of Arms)

Azerbaijan3
ที่มา : pt.wikipedia.org
Azerbaijan5
ที่มา : iguide.travel

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan)

ที่ตั้ง

อยู่ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างอาร์เมเนียและเติร์กเมนิสถาน ทางตะวันออกของแนวเทือกเขา Transcaucasus ระหว่างเทือกเขา Greater Caucasus และทะเลสาบแคสเปียน ทิศเหนือติดกับรัสเซีย ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับจอร์เจีย ทิศตะวันตกจรดพรมแดนอาร์เมเนีย ทิศใต้ติดกับอิหร่าน ทิศตะวันออกติดกับทะเลสาบ Caspian ภูมิประเทศ ประกอบด้วยเทือกเขาและที่ราบลุ่ม ทางภาคเหนือเป็นเทือกเขา The Greater Caucasus ซึ่งมียอดเขา Mount Bazardyuzyu เป็นภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ (4,466 เมตร) ส่วนเทือกเขา The Lesser Caucasus เป็นพรมแดนด้านตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลางของประเทศ จึงเป็นบริเวณที่ราบลุ่มที่สำคัญคือ ลุ่มน้ำ Aras-Kura และที่ราบบริเวณชายฝั่งทะเลสาบ Caspian ที่ราบลุ่มเหล่านี้มีพื้นที่กว่า 4,278
เฮคตาร์ (ใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,600 เฮคตาร์ และที่เหลือใช้เลี้ยงสัตว์)
มีพื้นที่ป่ากว่า 1 ล้านเฮคตาร์

พื้นที่

86,600 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,013 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับประเทศอาร์เมเนีย 566 กิโลเมตร อาร์เมนเนีย(ด้านที่ติดกับเขตแนกซ์เชียน) 221 กิโลเมตร จอร์เจีย 322 กิโลเมตร อิหร่าน 432 กิโลเมตร รัสเซีย 284 กิโลเมตร และ ตุรกี 9 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

มีพื้นที่กว้างใหญ่ เคอร์อราส (Kur-Araz Ovaligi) บวกกับเทือกเขาคอร์เคซัสในทางตอนเหนือ

สภาพภูมิอากาศ

อากาศแห้งกึ่งทุ่งหญ้าสเต็ปป์

ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เหล็กดิบ แร่อโลหะ แร่บอกซ์ไซด์

ภัยธรรมชาติ

ความแห้งแล้ง

จำนวนประชากร

9,780,780 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.96% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

อาเซอร์ไบจาน

เชื้อชาติ

อาเซอร์ไบจาน 91.6% เลจแสตนด์ 2% รัสเซีย 1.3% อาร์เมเนีย 1.3% ทาลิช 1.3% และอื่นๆ 2.4% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2552)

ศาสนา

มุสลิม 96.9% คริสต์ 3% และอื่นๆ 0.2% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2553)

ภาษา

อาเซอร์ไบจาน 92.5% รัสเซีย 1.4% อาร์เมเนีย 1.4% อื่นๆ 4.7% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2552)

ประวัติศาสตร์พอสังเขป
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าชาวอาเซอร์ไบจานสืบเชื้อสายมาจากชนชาติ Seljuk Turks และชาว เปอร์เซียนโบราณ และสันนิษฐานว่าชื่อประเทศในปัจจุบันมาจากภาษาเปอร์เซียนโบราณที่แปลว่า "ดินแดนแห่งไฟ" เนื่องจากดินแดนแถบนี้มีทรัพยากรน้ำมันอุดมสมบูรณ์และมีสถานะเป็นศูนย์กลาง ของลัทธิโซโรแอสเตอร์ (Zoroaster) ซึ่งเป็นกลุ่มชนโบราณที่บูชาไฟ
ดินแดนของอาเซอร์ไบจานถูกครอบครองโดยชนเผ่าเติร์กตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จึงทำให้ได้รับการถ่ายทอดวัฒนธรรมแบบมุสลิม ศาสนา และภาษาโดยกลุ่มชนดังกล่าวกว่าหลายศตรวรรษ ต่อมาได้ถูกยึดครองโดยชาวมองโกลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13-15 และชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) ในศตวรรษที่ 16 ส่งผลให้อาเซอร์ไบจานรับเอาศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เป็นนิกายประจำชาติ หลังจากนั้น อาเซอร์ไบจานได้ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของหลายชนชาติ อาทิ รัสเซีย เปอร์เซีย และออตโตมัน ด้วยเหตุที่เป็นดินแดนที่มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นสะพานเชื่อมต่อ ระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชียกลาง รวมทั้งอยู่ติดกับทะเลสาบแคสเปียนซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำมันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในที่สุดรัสเซียได้ลงนามในสนธิสัญญา Turkmenchay กับเปอร์เซีย ในปี ค.ศ. 1828 เพื่อแบ่งดินแดนของอาเซอร์ไบจานออกจากอาณาจักรเปอร์เซีย และได้ใช้เริ่มสำรวจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันในอาเซอร์ไบจานนับแต่ นั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นในบริเวณดังกล่าวในช่วงก่อนสงคราม โลกครั้งที่ 1
อาเซอร์ไบจานได้ประกาศเอกราชครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1918 หลังจากที่จักรวรรดิรัสเซียล่มสลายลง 1 ปี แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1920 กองทัพแดงของ Bolshevik ได้เข้ารุกรานและมีชัยชนะเหนืออาเซอร์ไบจานรวมทั้งดินแดนอื่นๆ ในส่วนที่เรียกว่า Transcaucasia (ได้แก่ จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน) ส่งผลให้ในปี ค.ศ. 1922 อาเซอร์ไบจานได้ถูกผนวกเข้ากับสหภาพโซเวียตในฐานะส่วนหนึ่งของ Transcaucasia Soviet Federated Socialist Republic (SFSR) ร่วมกับจอร์เจียและอาร์เมเนีย และได้กลายเป็นสาธารณรัฐหนึ่งในสหภาพโซเวียต (Azerbaijan Soviet Socialist Republic) เมื่อ Transcaucasia SFSR ล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1936 หลังจากนั้น นับแต่ทศวรรษ 1980 อาเซอร์ไบจานประสบกับความวุ่นวายภายในประเทศ รวมทั้งได้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงกับกองทัพสหภาพโซเวียต ซึ่งส่งผลให้ชาวอาเซอร์ไบจานที่เรียกร้องเอกราชในกรุงบากูเสียชีวิตลงจำนวน 190 คนในปี ค.ศ. 1990 และต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1991 อาเซอร์ไบจานก็ได้ประกาศเอกราช

• สถานการณ์ในดินแดนนาร์กาโน-คาราบัค
        นากอร์โน-คาราบัค (Nagorno-Karabakh) ในอดีตเป็นดินแดนปกครองตนเองของสหภาพโซเวียต ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาร์เมเนีย นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1923 สหภาพโซเวียตได้มอบดินแดนนี้ให้แก่อาร์เซอร์ไบจาน ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม และให้ชาวอาเซอรีเข้าไปตั้งถิ่นฐานในบริเวณดังกล่าว โดยให้ใช้ภาษาอาร์เมเนียเป็นภาษาหลัก นับตั้งแต่ผู้นำท้องถิ่นของชาวอาร์เมเนียในนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจาน ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1988 จนถึงปัจจุบัน การประกาศเอกราชดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการรับรองจากนานาชาติและอาเซอร์ไบจานถือว่านากอร์โน-คาราบัค เป็นดินแดนกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากอาร์เมเนีย ความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นพร้อมๆ กับนโยบายปฏิรูป “Perestroika” ของสหภาพโซเวียตในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1988 เมื่อสภาท้องถิ่นของเมือง Stepanakert เมืองหลวงของนากอร์โน-คาราบัค มีมติให้นากอร์โน-คาราบัคประกาศเอกราชจากอาร์เซอร์ไบจานเพื่อไปรวมตัวกับอาร์เมเนีย รัฐบาลอาเซอร์ไบจาน จึงได้ส่งกองกำลังเข้าไปควบคุมสถานการณ์ในดินแดนดังกล่าวไว้ เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยมาจนอาเซอร์ไบจานสามารถเข้ายึดพื้นที่เกือบทั้งหมดของคาราบัคและเมืองหลวง Stepanakert ระหว่างปีค.ศ. 1991-1992 ต่อมารัฐบาลอาร์เมเนียได้ส่งกำลังเข้ารุกรานอาเซอร์ไบจานเพื่อช่วยเหลือกองกำลังคาราบัคระหว่างปีค.ศ.1993-1994

     จนในที่สุดกองกำลังคาราบัคสามารถยึดครองดินแดนส่วนหนึ่งเท่ากับประมาณ 20 % ของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน และขับไล่ชาวอาเซอรีประมาณ 600,000 คน ออกจากพื้นที่ สงครามต่อสู้แย่งดินแดนดังกล่าวมีผลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนกว่า 25,000 คน และมีผู้อพยพจากภัยสงครามอีกเป็นจำนวนมาก ในที่สุดสงครามระหว่างเชื้อชาติที่ดำเนินมา 6 ปี ได้ยุติลงชั่วคราวในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1994 เมื่ออาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนียได้ร่วมกันจัดทำข้อตกลงหยุดยิงโดยความช่วยเหลือของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายก็ยังมิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างแท้จริง ยังคงมีการยิงสู้รบระหว่างกันเป็นระยะๆ ล่าสุดในการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดี Aliyev แห่งอาร์เซอร์ไบจานกับประธานาธิบดี Robert Kocharyan แห่งอาร์เมเนีย ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มเครือรัฐเอกราชที่กรุงมอสโกเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1998 ผู้นำทั้งสองได้ร่วมกันประกาศเจตนารมย์ที่จะยุติความขัดแย้งเหนือดินแดนนากอร์โน-คาราบัค โดยทั้งสองฝ่ายเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงยุติการยิงที่ทำขึ้นในปีค.ศ. 1994 และให้ดำเนินกระบวนการเพื่อสันติภาพภายใต้กรอบของกลุ่ม Minsk ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะกิจขององค์การความมั่นคงและความร่วมมือแห่งยุโรป (OSCE) ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาฝรั่งเศส และรัสเซีย จากความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงภายในภูมิภาค คือทำให้ชาวอาเซอรีกว่าร้อยละ 10 ของประชากรของอาเซอร์ไบจานต้องกลายเป็นผู้อพยพ อาศัยอยู่ตามค่ายอพยพต่างๆ และก่อให้เกิดปัญหาสังคมขึ้นภายในประเทศอีกด้วย

     นอกจากนั้น การที่อาเซอร์ไบจานกับตุรกีดำเนินการปิดกั้นทางเศรษฐกิจต่อนากอร์โน-คาราบัค และอาร์เมเนีย โดยการปิดชายแดนและเส้นทางรถไฟสายหลัก 3 สาย ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจของอาร์เมเนียตกต่ำลงอย่างมาก และยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันที่ต่างวิตกว่าเส้นทางท่อขนส่งน้ำมันจากทะเลสาปแคสเปียนอาจถูกผลกระทบจากการสู้รบที่อาจจะปะทุขึ้นได้อีก นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งดังกล่าวขึ้น สหประชาชาติก็ได้มีความพยายามในการที่จะระงับ กรณีพิพาทนี้ โดยให้องค์การ OSCE เข้ามามีบทบาทในการจัดตั้งกระบวนการเจรจาสันติภาพ ซึ่งผู้นำอาร์เมเนียได้ปฏิเสธแผนของ OSCE ที่ขอให้อาร์เมเนียถอนกองกำลังออกจากบริเวณนอกเขตนากอร์โน-คาราบัค ที่เป็นพื้นที่ในกรรมสิทธิ์ของอาเซอร์จาน ในขณะเดียวกัน องค์การ OSCE ยังได้เรียกร้องให้นากอร์โน-คาราบัคได้รับอำนาจปกครองตนเองอย่างเต็มที่ ภายใต้อาณาเขตของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งประธานาธิบดี Kocharyan ของอาร์เมเนีย ได้ออกมาปฏิเสธที่จะยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่จะทำให้ดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ต้องกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของอาร์เซอร์ไบจานอีกครั้ง ตลอดเวลา 10 ปี ของสงครามระหว่างเชื้อชาติ อาเซอร์ไบจานตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบและได้กล่าวหาว่ารัสเซียเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการทหารแก่ประเทศอาร์เมเนีย ซึ่งคอยช่วยเหลือชาวอาร์เมเนียในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค และการที่อาเซอร์ไบจานทำการปิดกั้นทางเศรษฐกิจต่ออาร์เมเนียและนากอร์โน-คาราบัค ทำให้สหรัฐอเมริกาตอบโต้ด้วยการจำกัดการให้ความช่วยเหลือแก่อาร์เซอร์ไบจานภายใต้มาตรา 907 ของ Freedom Support Act
เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2002 ประธานาธิบดี Aliyev ได้พบกับประธานาธิบดี Kocharyan ของอาร์เมเนีย เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหานากอร์โน-คาราบัคโดยสันติ แต่ไม่ปรากฎผลคืบหน้าแต่อย่างใด
อนึ่ง นับตั้งแต่ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากอาเซอร์ไบจานในปี ค.ศ. 1991 นากอร์โน-คาราบัคได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีมาแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 โดยนาย Bako Sahakyan ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ รัฐธรรมนูญรับรองโดยประชาชนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995

เมืองหลวง

กรุงบากู (Baku)

การแบ่งการปกครอง

59 จังหวัด 11 นคร และ 1 สาธารณรัฐปกครองตนเอง

วันที่ได้รับเอกราช

30 สิงหาคม พ.ศ. 2534

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538

ระบบกฏหมาย

มีกฎหมายบ้านเมือง ไม่ได้รับกฎหมายจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

มีพรรคการเมืองมากมาย พรรคที่มีบทบาทสำคัญได้แก่ พรรค Yeni พรรค Azadliq coalition พรรค CSP พรรค YES พรรค Motherland พรรค Popular Front Party (PFP) และพรรค New Azerbaijan Party เป็นต้น

สถาบันการเมือง
• ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบสภาเดียว (Unicameral) คือ “ Milli Mejlis” หรือ สภาแห่งชาติ
(National Assembly) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 125 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง
โดยตรง (ผลจากการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
ค.ศ. 2002) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี• ฝ่ายบริหาร
- ประธานาธิบดี เป็นประมุขของประเทศ (Chief of State) มาจากการ
เลือกตั้งโดยประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี
- นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยประธานาธิบดี เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (Council of Ministers) โดยได้รับความเห็นชอบจากสภา

• ฝ่ายตุลาการ
มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และศาลเศรษฐกิจ โดยผู้พิพากษาได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดี


นโยบายต่างประเทศของอาเซอร์ไบจาน 
1. ส่งเสริมการก่อตั้งสังคมประชาธิปไตยแบบพหุสังคม บนพื้นฐานของเศรษฐกิจแบบตลาดและการปกครองอย่างเป็นธรรม
2. ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ โดยมุ่งที่จะรักษาเอกราชและบูรณภาพแห่งดินแดนของอาเซอร์ไบจาน
3. ขจัดภัยคุกคามความมั่นคง เอกราชทางการเมือง อธิปไตย และบูรณาการของอาเซอร์ไบจาน
4. แก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องดินแดนนากอร์โนคาราบัคซึ่งเป็นกับอาร์เมเนียโดยสันติวิธีภายใต้กรอบ OSCE Minsk Group และหลักการตามผลการประชุม OSCE Lisbon Summit
5. พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
6. ส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค
7. ป้องกันการขนถ่ายอาวุธผิดกฎหมายในภูมิภาค
8. สนับสนุนการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกและการจัดตั้งเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคคอเคซัสตอนใต้
9. การลดอาวุธในทะเลสาบแคสเปียน
10. การบูรณาการสู่โครงสร้างความมั่นคงและความร่วมมือในภูมิภาคทรานแอตแลนติกและยุโรป ได้แก่ NATO, EU, WEO, CE
11. ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงที่ตั้งสำคัญทางภูมิศาสตร์ของอาเซอร์ไบจานในฐานะสะพานของตะวันออกและตะวันตก
12. พัฒนาเส้นทาง Eurasian Transport Corridor ที่มีอาเซอร์ไบจานเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทาง

Update มกราคม 2559

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

ข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558

 

  • Pres.
    Ilham ALIYEV
  • Prime Min.
    Artur RASIZADE
  • First Dep. Prime Min.
    Yaqub EYYUBOV
  • Dep. Prime Min.
    Ismat ABBASOV
  • Dep. Prime Min.
    Ali AKHMEDOV
  • Dep. Prime Min.
    Elchin EFENDIYEV
  • Dep. Prime Min.
    Ali HASANOV
  • Dep. Prime Min.
    Abid SHARIFOV
  • Min. of Agriculture
    Heydar ASADOV
  • Min. of Communications & Information Technology
    N/A
  • Min. of Culture & Tourism
    Abulfaz GARAYEV
  • Min. of Defense
    Zakir HASANOV , Col. Gen.
  • Min. of Defense Industry
    Yavar JAMALOV
  • Min. of Ecology & Natural Resources
    Huseyngulu BAGIROV
  • Min. of Economy & Industry
    Shahin MUSTAFAYEV
  • Min. of Education
    Mikayil JABBAROV
  • Min. of Emergency Situations
    Kamaladdin HEYDAROV
  • Min. of Energy
    Natiq ALIYEV
  • Min. of Finance
    Samir SHARIFOV
  • Min. of Foreign Affairs
    Elmar MAMMADYAROV
  • Min. of Health
    Oqtay SHIRALIYEV
  • Min. of Internal Affairs
    Ramil USUBOV , Col. Gen.
  • Min. of Justice
    Fikret MAMEDOV
  • Min. of Labor & Social Security
    Salim MUSLUMOV
  • Min. of National Security
    N/A
  • Min. of Sports & Youth
    Azad RAHIMOV
  • Min. of Taxation
    Fazil MAMEDOV
  • Min. of Transport
    Ziya MAMMADOV
  • Chmn., National Bank
    Elman RUSTAMOV
  • Ambassador to the US
    Elin SULEYMANOV
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Yashar ALIYEV

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/AJ.html

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

169.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

18,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP แยกตามภาคการผลิ

• ภาคการเกษตร 6%
• ภาคอุตสาหกรรม 58%
• ภาคการบริการ 36.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

5.3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

11.8% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ฝ้าย ธัญพืช ข้าว องุ่น ผักและผลไม้ต่างๆ ใบชา ใบยาสูบ โค กระบือ สุกร แกะ และแพะ

อุตสาหกรรม

ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อุปกรณ์ในการขุดเจาะน้ำมัน เหล็กกล้า แร่เหล็กดิบ ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี และสิ่งทอ

ดุลบัญชีเดินสะพัด

125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

16.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

น้ำมันและก๊าซ เครื่องจักร ฝ้าย และเครื่องบริโภค

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Italy 22%, Indonesia 9.2%, Germany 8.8%, Israel 8.1%, France 7% (พ.ศ.2557)

มูลค่าการนำเข้า

8.414 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน เครื่องบริโภค โลหะภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Russia 14.3%, Turkey 14%, UK 10.7%, Germany 7.7%, China 7.6%, US 6.1%, Ukraine 4.6% (พ.ศ.2557)

สกุลเงิน

อาเซอร์ไบจาน มานัท (Arzerbaijani Manat)

สัญลักษณ์เงิน

AZN

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
     สินค้าส่งออกหลักของประเทศคือน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่มาจากทะเลสาปแคสเปียน มีน้ำมันสำรองอันดับ 3 ของโลก


     อาเซอร์ไบจานอยู่ระหว่างระยะการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจจากการมีระบบเศรษฐกิจที่รัฐเป็นผู้ควบคุมไปสู่การเปิดเสรีมากขึ้น แต่เดิมอาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่มีพัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมน้อยกว่าอาร์เมเนียและจอร์เจีย โดยมีส่วนคล้ายประเทศในเอเชียกลาง เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอัตราการว่างงานสูง และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ต่ำ สินค้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน ฝ้ายและก๊าซธรรมชาติ แต่โดยที่อาเซอร์ไบจานมีทรัพยากรน้ำมันอุดมสมบูรณ์ และตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบแคสเปียนซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใหญ่เป็นอันดับสามของโลก จึงทำให้อาเซอร์ไบจานมีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ส่งผลให้มีการลงทุนในธุรกิจด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอาเซอร์ไบจานอย่างต่อเนื่อง โดยอาเซอร์ไบจานได้มีสัญญาร่วมลงทุนด้านน้ำมันกับบริษัทน้ำมันต่างชาติหลายบริษัท อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ ตุรกี รวมทั้งได้มีการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงการเชื่อมต่อท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านอาเซอร์ไบจานโดยมีเส้นทางสำคัญคือ Baku-Tbilisi-Ceyhan นอกจากนี้ อาเซอร์ไบจานยังได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อกระตุ้นพัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมอีกด้วย


ปัจจุบันอาเซอร์ไบจานประสบความสำเร็จในการปฏิรูปเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง โดยภายใต้ความร่วมมือกับ IMF อาเซอร์ไบจานสามารถลดระดับเงินเฟ้อจากเดิมสูงถึง 1,800 % ในปี ค.ศ. 1994 เป็น ร้อยละ 8.3 ในปี 2549 และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ.2001 มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 34.5 ในปี 2549 รัฐบาลประสบความสำเร็จในการปฏิรูปที่ดินด้านการเกษตร และปฏิรูปรัฐวิสาหกิจขนาดกลาง อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ ความขัดแย้งภายในประเทศโดยมีการสู้รบในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งทำให้ชาวต่างประเทศไม่กล้าเข้ามาลงทุนมากนัก การปฏิรูปเศรษฐกิจไปสู่ระบบแบบตลาดยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ภาวะว่างงานที่สูง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังยากจน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 การทูต
สถาปนาความสัมพันธ์ 7 กรกฎาคม 2535
สำนักงานผู้แทนทางการทูต - สอท.ณ กรุงอังการา / สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำอาเซอร์ไบจาน
มูลค่าการค้ารวม 676.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2554) โดยไทยส่งออก 6.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 669.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยเสียดุลการค้าอยู่ 663.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้าส่งออกสำคัญ - เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์เซรามิก ข้าว ตู้เย็น
สินค้านำเข้า - ผัก ผลไม้ และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้
นักท่องเที่ยวมาไทย 1,142 คน

1.2 การเมือง
หลังจากสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงในช่วงปลายปีค.ศ. 1991 โดยสาธารณรัฐต่างๆ ซึ่งเคยรวมเป็นสหภาพโซเวียต ได้แยกตัวออกเป็นอิสระและประกาศตัวเป็นเอกราชรวม 12 ประเทศ ได้แก่ สหพันธรัฐรัสเซีย ยูเครน เบลารุส มอลโดวา คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน คีร์กิสถาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ซึ่งไทยได้ให้การรับรองเอกราชของประเทศเหล่านี้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ต่อมาประเทศเหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช(Commonwealth of Independent States-CIS)
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอาเซอร์ไบจานเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 โดยทั้งสองฝ่ายยังมิได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตในเมืองหลวงของกันและกัน ฝ่ายไทยจึงมอบหมายให้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา มีเขตอาณาครอบคลุมอาเซอร์ไบจาน ด้วยเหตุผลทางภูมิศาสตร์และความใกล้ชิดทางเชื้อชาติและศาสนาระหว่างอาเซอร์ไบจานกับตุรกี
การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันยังมีไม่มากนัก ทั้งนี้ อาเซอร์ไบจานเคยขอรับความสนับสนุนจากไทยกรณีความขัดแย้งเหนือดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย แต่โดยที่ไทยมีนโยบายในการต่อต้านการทำสงครามและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติวิธี จึงสนับสนุนให้อาเซอร์ไบจานใช้เวทีระหว่างประเทศในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

1.3 เศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2556 มีมูลค่า 1,993.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 12.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 1,920.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 1,908.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ไทยอาจพิจารณาจัดตั้ง Joint Economic Commission กับอาเซอร์ไบจาน เพื่อส่งเสริมการปฎิสัมพันธ์ของภาครัฐและภาคเอกชน และขยายลู่ทางการค้า ของไทย นอกจากนี้ ไทยประสงค์ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น ความร่วมมือด้านพลังงาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การลงทุน ไม่ปรากฏการลงทุนของไทยในอาเซอร์ไบจาน และการลงทุนของอาเซอร์ไบจานในไทย มีเพียงบริษัทอาเซอร์ไบจาน 1 บริษัท จดทะเบียนนิติบุคคลในไทย
จำนวนนักท่องเที่ยว ปี 2556 นักท่องเที่ยวอาเซอร์ไบจานมาไทย 1,831 คน (เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ซึ่งมีจำนวน 1,548 คน) 
จำนวนคนไทย 32 คน
 
สำนักงานของไทยในอาเซอร์ไบจาน 
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา มีเขตอาณาครอบคลุมอาร์เซอร์ไบจาน / สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงบากู
 
สำนักงานของอาเซอร์ไบจานในไทย
ไม่มี (รัฐบาลอาเซอร์ไบจานไม่ได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตในประเทศใดมีเขตอาณาครอบคลุม ประเทศไทย)
 
ที่มา กรมยุโรป
 

2. การเยือนที่สำคัญ
2.1 ฝ่ายไทย 
- คณะผู้แทนไทยเดินทางไปสำรวจตลาดและศึกษาลู่ทางการค้าและการลงทุนในประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อปี 2543
- เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เดินทางไปยื่นพระราชสาส์นและได้เข้าพบหารือกับบุคคลสำคัญของภาครัฐและภาคเอกชนของอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2544
- อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เดินทางไปร่วมงาน International Caspian Oil & Gas 2004 ณ กรุงบากู ระหว่างวันที่ 1-4 มิถุนายน 2547

2.2 ฝ่ายอาเซอร์ไบจาน 
- คณะผู้แทนภาคเอกชนจากอาเซอร์ไบจานเยือนประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ. 2001
- นาย Elman Arashi เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำซาอุดิอาระเบีย เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดองค์การการประชุมอิสลาม (OIC) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และแวะผ่านไทยโดยพำนักที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม 2546 ในระหว่างนั้น นาย Arashi ได้พบหารือกับที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ (นายประชา คุณะเกษม) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546

2.3 การพบหารือทวิภาคีในระหว่างการประชุมพหุภาคี 
- ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบกับนาย Vilayat Guliyev รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2002 ในระหว่างการประชุม UNGA สมัยที่ 57 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก

ทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันในระดับผู้นำ ทั้งนี้ ประธานาธิบดี Aliyev ได้ตอบรับที่จะเยือนไทย และได้เชิญนรม.เยือนอาเซอร์ไบจานด้วย ล่าสุด รมว.กต. เยือนอาเซอร์ไบจานเพื่อเข้าร่วมประชุมระดับรมต.ของ OIC ระหว่างวันที่ 19-21 มิ.ย. ค.ศ.2006 โดยเข้าเยี่ยมคารวะปธน.และพบหารือกับรมว.กต.อาเซอร์ไบจาน พร้อมเป็นปธ.ในพิธีเปิดสถานกงสุล (กิตติมศักดิ์) ไทยประจำอาเซอร์ไบจาน โดยมีนาย Suad Fataliyev ซึ่งมีความสนิทสนมกับประธานาธิบดี ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ และลงนามในพิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-อาเซอร์ไบจาน

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - อาเซอร์ไบจาน                      
มูลค่าการค้า 1,250.00 1,939.63 1,258.40 1,258.40 388.92 84.77 55.17 -35.12 -35.12 -69.09
การส่งออก 11.89 12.72 23.96 23.96 13.50 81.49 6.99 88.28 88.28 -43.67
การนำเข้า 1,238.11 1,926.90 1,234.44 1,234.44 375.43 84.80 55.63 -35.94 -35.94 -69.59
ดุลการค้า -1,226.21 -1,914.18 -1,210.48 -1,210.48 -361.93            

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 5.2 4.3 3.0 3.0 3.3 137.70 -17.24 -30.83 -30.83 11.70
2 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.2 2.2 8.5 8.5 3.1 - 2.03 280.86 280.86 -63.21
3 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.1 0.7 2.6 2.6 2.3 -89.40 997.12 279.51 279.51 -11.97
4 เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วน - 0.6 5.8 5.8 1.7 - - 945.05 945.05 -70.98
5 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.9 1.9 1.2 1.2 1.1 -8.65 100.70 -36.21 -36.21 -7.11
6 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.7 0.6 0.6 0.6 0.6 40.96 -19.87 15.30 15.30 -6.58
7 ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 0.0 0.2 0.2 0.2 0.3 -74.39 278.43 -2.13 -2.13 49.76
8 ข้าว - 0.0 - - 0.2 - - - - -
9 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป - 0.0 0.1 0.1 0.2 - - 121.59 121.59 218.69
10 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.4 0.9 0.4 0.4 0.1 669.59 117.84 -59.65 -59.65 -66.66
รวม 10 รายการ 9.6 11.4 22.3 22.3 12.9 107.72 18.87 96.44 96.44 -42.20
อื่นๆ 2.3 1.4 1.6 1.6 0.6 19.51 -41.83 19.70 19.70 -63.90
รวมทั้งสิ้น 11.9 12.7 24.0 24.0 13.5 81.49 6.99 88.28 88.28 -43.67

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 น้ำมันดิบ 1,237.8 1,926.2 1,234.1 1,234.1 375.3 84.82 55.62 -35.93 -35.93 -69.59
2 ลวดและสายเคเบิล 0.2 0.7 0.3 0.3 0.1 - 319.05 -55.19 -55.19 -59.63
3 เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและ - - - - 0.0 - - - - -
4 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ - - - - 0.0 - - - - -
5 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 - 383.33 62.07 62.07 -25.53
6 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 350.00 -25.00 248.15 248.15 -76.60
7 เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน 0.0 - 0.0 0.0 0.0 - - - - -60.87
8 สิ่งพิมพ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 ####### -92.31 ####### 2,500.00 -53.85
9 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.0 - - - 0.0 - - - - -
10 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ - - - - 0.0 - - - - -
รวม 10 รายการ 1,238.0 1,926.9 1,234.4 1,234.4 375.4 84.85 55.65 -35.94 -35.94 -69.59
อื่นๆ 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 -44.72 -86.42 -72.08 -72.08 -56.36
รวมทั้งสิ้น 1,238.1 1,926.9 1,234.4 1,234.4 375.4 84.80 55.63 -35.94 -35.94 -69.59

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

JoomSpirit