สาธารณรัฐตุรกี

turkey1 turkey2
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)

 

turkey3
ที่มา : site-vista.com
 
turkey4
ที่มา : mapsofworld.com

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป และทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย มีทะเลดำเป็นตัวแบ่งอาณาเขต อยู่ระหว่างประเทศบัลแกเรียกและจอร์เจีย ทิศใต้ติดประเทศอิรัก ประเทศซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจรดประเทศกรีซ

พื้นที่

783,562 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,816 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศ อาร์เมเนีย 311 กิโลเมตร อาเซอร์ไบจาน 17 กิโลเมตร บัลแกเรีย 240 กิโลเมตร จอร์เจีย 252 กิโลเมตร กรีซ 192 กิโลเมตร อิหร่าน 499 กิโลเมตร อิรัก 534 กิโลเมตร และซีเรีย 899 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่ราบสูง มีที่ราบแคบๆตรงชายฝั่งทะเล มีภูเขาหลายๆแบบ

สภาพภูมิอากาศ

หน้าร้อนอากาศจะร้อนและแห้ง แต่ไม่ร้อนจัด หน้าหนาวจะเฉอะแฉะ

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่านหิน แร่เหล็กดิบ ทองแดง โครเมียม พลวง ปรอท ทอง แบไรต์ โบเรท โลหะสทอร์นเซียม ผงแร่ แร่หินภูเขาไฟ หินปูน แมงนีไซด์ หินอ่อน เพอร์ไลต์ หินพัมมิส กำมะถัน ดิน ผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก และพลังงานน้ำ

ภัยธรรมชาติ

มีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในส่วนตอนเหนือของตุรกี

จำนวนประชากร

80,845,215 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2560)

สัญชาติ

ตุรกี

เชื้อชาติ

ตุรกี 70-75% เคิร์ด 18% อื่นๆ 7-12% (ค่าประมาณพ.ศ. 2551)

ศาสนา

มุสลิม 99.8% (ส่วนใหญ่นิกายสุหนี่) และอื่นๆ(ส่วนมากเป็นคริสต์นิกายต่างๆและชาวยิว) 0.2%

ภาษา

ตุรกี (ภาษาราชการ) เคิร์ด ดิมลี อาเซอร์ไบจาน และคาร์บาเดียน

 

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

คาบสมุทรอานาโตเลีย (หรือที่เรียกว่าเอเชียไมเนอร์) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตุรกี เป็นดินแดนที่มีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องมายาวนานเพราะอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานในตอนต้นของยุคหินใหม่ เช่น ชาตัลเฮอยืค (Çatalhöyük), ชาเยอนู (Çayönü), เนวาลี โจลี (Nevali Cori), ฮาจิลาร์ (Hacilar), เกอเบกลี เทเป (Göbekli Tepe) และ เมร์ซิน (Mersin) นับได้ว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก การตั้งถิ่นฐานในเมืองทรอยเริ่มต้นในยุคหินใหม่และต่อเนื่องไปถึงยุคเหล็ก ในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ ชาวอานาโตเลียใช้ภาษาอินโดยูโรเปียน,ภาษาเซมิติก และภาษาคาร์ตเวเลียน และยังมีภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา นักวิชาการบางคนเสนอว่าอานาโตเลียเป็นศูนย์กลางที่ภาษากลุ่มอินโดยูโรเปียนนั้นกระจากออกไป

 
หอสมุดเซลซุสในเมืองเอเฟซุสสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 135
 

จักรวรรดิแห่งแรกของบริเวณอานาโตเลียคือจักรวรรดิของชาวอิไตต์ ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นประมาณศตวรรษที่ 18 ถึง 13 ก่อนคริสตกาล หลังจากนั้น อาณาจักรฟรีเจียซึ่งมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองกอร์ตีอุมมีอำนาจขึ้นมาแทนจนกระทั่งถูกทำลายโดยชาวคิมเมอเรียในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล แต่ชาวคิมเมอเรียก็พ่ายแพ้ต่ออาณาจักรลีเดียซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองซาร์ดีสในเวลาต่อมา ลีเดียเป็นอาณาจักรที่ร่ำรวยและเป็นผู้คิดค้นเหรียญกษาปณ์

ประมาณ 1200 ปีก่อนคริสตกาล ชายฝั่งตะวันตกของอานาโตเลียถูกครอบครองโดยชาวกรีกไอโอเลียนและอีโอเนียน ชาวเปอร์เซียแห่งจักรวรรดิอาเคเมนิดสามารถพิชิตพื้นที่ทั้งหมดได้ในศตวรรษที่ 6 ถึง 5 ก่อนคริสตกาล แต่หลังจากนั้นดินแดนแห่งนี้ก็ตกเป็นของอเล็กซานเดอร์มหาราช ในปี 334 ก่อนคริสตกาล อานาโตเลียจึงถูกแบ่งออกเป็นดินแดนเฮลเลนิสติกขนาดเล็กหลายแห่ง (รวมทั้ง บิทูเนีย คัปปาโดเกีย แพร์กามอน และพอนตุส) ซึ่งดินแดนเหล่านี้ตกเป็นของจักรวรรดิโรมันในกลางศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ในปี ค.ศ. 324 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 เลือกเมืองไบแซนเทียมให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของจักรวรรดิโรมัน และตั้งชื่อให้ว่า โรมใหม่ (ภายหลังกลายเป็นคอนสแตนติโนเปิล และอิสตันบูล) หลังจากที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกเสื่อมลง เมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์

จักรวรรดิออตโตมัน (อังกฤษ: Ottoman Empire) ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ. 1453) หลังการล่มสลายของจักรวรรดิไบแซนไทน์ซึ่งมีคอนสแตนติโนเปิล(อิสตันบูล) เป็นเมืองหลวง จักพรรดิเมห์เหม็ดที่ 2เป็นผู้นำในการทำสงคราม ตอนแรกที่ยึดคอนสแตนติโนเปิลได้ พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อเมืองคอนสแตนติโนเปิลใหม่เป็น อิสตันบูล และเปลี่ยนโบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย ที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์ เป็นมัสยิดในศาสนาอิสลาม

อาณาจักรออตโตมันมีอาณาเขตที่ครอบคลุมถึง 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ซึ่งขยายไปไกลสุดถึงช่องแคบยิบรอลตาร์ทางตะวันตก นครเวียนนาทางทิศเหนือ ทะเลดำทางทิศตะวันออก และอียิปต์ทางทิศใต้

ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา พระราชอำนาจของสุลตานได้ลดลงเป็นอย่างมาก ในขณะที่อำนาจของขุนนางภายใต้การนำของอัครมหาเสนาบดีมีมากขึ้น ในยุคนี้การฉ้อราษฎร์บังหลวง การเล่นพรรคเล่นพวกเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้การเมืองภายในประเทศอ่อนแอ ในทางเศรษฐกิจ จักรวรรดิก็ประสบปัญหาอย่างมากเช่นกัน ในขณะที่ยุโรปประสบความสำเร็จในการปฏิวัติอุตสาหกรรม มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จักรวรรดิออตโตมันกลับอ่อนแอลงตามลำดับ อย่างไรก็ดี จักรวรรดิก็สามารถประคับประคองตนเองให้อยู่รอดมาได้นานนับร้อยปี เนื่องจากชาติมหาอำนาจในยุโรปไม่ทราบถึงความอ่อนแอภายในจักรวรรดิออตโตมัน

อย่างไรก็ดีในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ชาติมหาอำนาจยุโรปเริ่มตระหนักถึงความอ่อนแอของจักรวรรดิออตโตมันมากขึ้น และเริ่มตั้งคำถามว่า ควรจะดำเนินการอย่างไรกับดินแดนภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน หากจักรวรรดิออตโตมันมีอันต้องล่มสลาย โดยไม่ให้ส่งผลกรทบต่อดุลยอำนาจในยุโรป

ในศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิออตโตมันได้รับฉายาว่าเป็น คนป่วยแห่งยุโรป และล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) มีจักรพรรดิเมห์เหม็ดที่ 6 เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้าย และมีสาธารณรัฐตุรกี ขึ้นมาแทนที่ และมีมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก เป็นประธานาธิบดีคนแรก

ที่มา จักรวรรดิออตโตมัน - วิกิพีเดีย

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐโดยมีรัฐสภา มีนโยบายที่แยกศาสนาออกจากการเมือง (secular state) มีการปกครองแบบรัฐสภา (republican parliamentary democracy) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล

สถาบันทางการเมือง
สภาแห่งชาติ (Grand National Assembly) เป็นสภาเดียว มีสมาชิกจำนวน 550 คน จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติทุก 5 ปี 

เมืองหลวง

กรุงอังการา (Ankara)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 81 จังหวัด

วันที่ได้รับเอกราช

29 ตุลาคม พ.ศ. 2466

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525

ระบบกฏหมาย

กฎหมายบ้านเมืองรับมาจากระบบกฎหมายของยุโรปหลายๆฉบับ เป็นสมาชิกของศาลสูงยุโรป (ECHR) ไม่ได้รับกฎจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

พรรค Anavatan Partisi (Motherland Party) หรือ Anavatan พรรค Democratic Left Party หรือ DSP พรรค Democratic Society Party หรือ DTP พรรค Felicity Party หรือ SP พรรค Justice and Development Party หรือ AKP พรรค Nationalist Action Party หรือ MHP พรรค People's Rise Party (Halkin Yukselisi Partisi) หรือ HYP พรรค Republican People's Party หรือ CHP พรรค Social Democratic People's Party หรือ SHP พรรค True Path Party หรือ DYP พรรค Young Party หรือ GP

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  8 พฤจิกายน 2558

Update 18 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Recep Tayyip ERDOGAN
  • Prime Min.
    Binali YILDIRIM
  • Dep. Prime Min.
    Nurettin CANIKLI
  • Dep. Prime Min.
    Veysi KAYNAK
  • Dep. Prime Min.
    Numan KURTULMUS
  • Dep. Prime Min.
    Mehmet SIMSEK
  • Dep. Prime Min.
    Yildirim Tugrul TURKES
  • Min. of Culture & Tourism
    Nabi AVCI
  • Min. of Customs & Trade
    Bulent TUFENKCI
  • Min. of Development
    Lutfi ELVAN
  • Min. of Economy
    Nihat ZEYBEKCI
  • Min. of Energy & Natural Resources
    Berat ALBAYRAK
  • Min. of Environment & Urbanization
    Mehmet OZHASEKI
  • Min. of EU Affairs
    Omer CELIK
  • Min. of Family & Social Policies
    Fatma Betul SAYAN KAYA
  • Min. of Finance
    Naci AGBAL
  • Min. of Food, Agriculture, & Livestock
    Faruk CELIK
  • Min. of Foreign Affairs
    Mevlut CAVUSOGLU
  • Min. of Forestry & Water Affairs
    Veysel EROGLU
  • Min. of Health
    Recep AKDAG
  • Min. of Interior
    Suleyman SOYLU
  • Min. of Justice
    Bekir BOZDAG
  • Min. of Labor & Social Security
    Mehmet MUEZZINOGLU
  • Min. of National Defense
    Fikri ISIK
  • Min. of National Education
    Ismet YILMAZ
  • Min. of Science, Industry, & Technology
    Faruk OZLU
  • Min. of Transport, Maritime Affairs, & Communications
    Ahmet ARSLAN
  • Min. of Youth & Sports
    Akif Cagatay KILIC
  • Governor, Central Bank
    Murat CETINKAYA
  • Ambassador to the US
    Serdar KILIC
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Feridun Hadi SINIRLIOGLU

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/TU.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

1.988 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

24,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตตราการเติบโตของ GDP

2.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 6.1%
• ภาคอุตสาหกรรม 28.5%
• ภาคการบริการ 65.5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

10.9% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

7.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

29.5% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ใบยาสูบ ฝ้าย เมล็ดข้าว มะกอก ต้นบีท (ใช้ทำน้ำตาล) เมล็ดพืช มะนาว ปศุสัตว์

อุตสาหกรรม

สิ่งทอ อาหารกึ่งสำเร็จรูป ยานยนต์ เหมือง (ถ่านหิน โครไมต์ ทองแดง และโบรอน) เหล็กกล้า ปิโตรเลียม สิ่งก่อสร้าง เศษไม้ และกระดาษ

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

1.3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 32.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

143.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

เครื่องนุ่งห่ม อาหาร สิ่งทอ การผลิตโลหะ อุปกรณ์การขนส่ง

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Germany 9.3%, UK 7.3%, Iraq 5.9%, Italy 4.8%, US 4.5%, France 4.1% (พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

142.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ สินค้ากึ่งสำเร็จ น้ำมันเชื้อเพลิง อุปกรณ์การขนส่ง

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

China 12%, Germany 10.3%, Russia 9.8%, US 5.4%, Italy 5.1% (พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

ตุรกีไลรา (Turkish Lira)

สัญลักษณ์เงิน

TRY

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับตุรกี

1.1 ความสัมพันธ์ทั่วไป

       ไทยและตุรกีมีการติดต่อสัมพันธ์กันมาเป็นเวลาช้านาน โดยในบันทึก “ประวัติการค้าไทย” ของขุนวิจิตรมาตราได้กล่าวไว้ว่า สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ไทยส่งไม้ไปขายตุรกี เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศเคยติดต่อค้าขายกันมาเป็นเวลานานแล้ว และมีเหรียญตราสมัยรัชกาลที่ 3 จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระราชวัง Topkapi ณ นครอิสตันบูล ด้วย

       ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับตุรกีเริ่มต้นในรัชกาลของพระบาทสมเด็จ

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้เสด็จเยือนยุโรป และราชอาณาจักรออตโตมัน เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี

       ไทยและตุรกีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2501 ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยได้มีการร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อปี 2551 

       ฝ่ายตุรกีได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยในปี 2502 และฝ่ายไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ  กรุงอังการา และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ นครอิสตันบูล ในปี 2510 และต่อมาได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครอิสตันบูลในปี 2538

       เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา คนปัจจุบัน คือ นายธฤต จรุงวัฒน์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2556) และกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำนครอิสตันบูล (Honorary Consul-General) คือ นาย Refik Gokcek (รับหน้าที่เดือนสิงหาคม 2547) ส่วนเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย คือ นาย Osman Bulent Tulun (เข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2556)

1.2 การเมือง
       ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีกลไกดำเนินความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี คือ (1) การประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (Joint Committee on Economic and Technical  Cooperation: JC)  ตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 มีการประชุมร่วมกันไปแล้ว 3 ครั้ง (ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2543 ที่กรุงเทพฯ)  (2) การประชุมหารือ Political Consultation ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ประชุมร่วมกันไปแล้ว 2 ครั้ง (ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ที่กรุงอังการา) และ (3) กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองประเทศ

      ไทยและตุรกีมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกันเป็นระยะ โดยในระดับนายกรัฐมนตรี ได้แก่ (1) นายกรัฐมนตรีตุรกี (นาย Recep Tayyip Erdoğan) เยือนไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2548  (2) นายกรัฐมนตรี (พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร) เยือนตุรกีระหว่างวันที่ 10 – 11 พฤศจิกายน 2548  และ (3) นายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร) เยือนตุรกีระหว่างวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2556 ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ เยือนตุรกีระหว่างวันที่ 22 – 25 ธันวาคม 2553 และระดับรัฐสภา ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ตุรกี เยือนตุรกี ระหว่างวันที่ 6 – 12 ธันวาคม 2547 

      ในกรอบพหุภาคี ตุรกีสนใจที่จะส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มอาเซียน โดยได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia - TAC) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในองค์การการประชุมอิสลาม (Organisation of the Islamic Conference - OIC) ซึ่งไทยเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย 

       นอกจากนี้ ไทยและตุรกียังมีการแลกเปลี่ยนสนับสนุนการสมัครเข้าดำรงตำแหน่งในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ เสมอมา และมีความร่วมมือกันในกรอบพหุภาคี อาทิ กรอบการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia - CICA) ซึ่งตุรกีมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียกลาง และไทยสนใจที่จะให้ตุรกีเป็นสะพานเชื่อมสู่ประเทศในเอเชียกลาง ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และพลังงาน ล่าสุด ไทยในฐานะผู้ประสานงานของกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue - ACD) ได้ให้การสนับสนุนตุรกีเข้าเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 33 ของ ACD เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2556


1.3 เศรษฐกิจ
      1.3.1 การค้า
                ตุรกีเป็นตลาดที่สำคัญตลาดหนึ่งของไทย โดยเฉพาะตลาดอาหารฮาลาลไปสู่สหภาพยุโรป โดยในปี 2555 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 1,329.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 1,085.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 243.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 841.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เส้นใยประดิษฐ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ด้าย ผลิตภัณฑ์ทำจากยาง เคมีภัณฑ์ ตู้เย็น ผ้าผืน อัญมณีและเครื่องประดับ                                             
                สินค้านำเข้าจากตุรกี ได้แก่ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สินแร่และโลหะอื่น ๆ ผ้าผืน เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องขึ้นรูปอัญมณี เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
ผลิตภัณฑ์ทำจากยาง ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เหล็กและเหล็กกล้า                          

                ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายได้มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทย-ตุรกี โดยการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ตุรกี และสภาธุรกิจตุรกี-ไทย เมื่อปี 2554 และสมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างของทั้งสองประเทศยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการก่อสร้างระหว่างกัน เมื่อปี 2554 ทั้งนี้ ภาคเอกชนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เดินทางเยือนตุรกี เมื่อวันที่ 19-24 กันยายน 2554 ขณะที่ สภาธุรกิจตุรกี - ไทย ได้นำคณะนักธุรกิจตุรกีเดินทางเยือนไทย เมื่อวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2555 และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2556  

                นอกจากนี้ ตุรกียังมีความสนใจที่จะทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับไทย-ตุรกี ด้วย โดยสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการศึกษาผลกระทบของการทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกันให้แล้วเสร็จภายในปี 2557


     1.3.2 การลงทุน
               บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ลงทุนในธุรกิจผลิตอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์จากไก่ครบวงจรในตุรกี ตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยครองส่วนแบ่งการตลาดในตุรกี ร้อยละ 10 เป็นอันดับ 1 ในตลาดอาหารสัตว์ อันดับ 2 ในตลาดไข่ไก่ และอันดับ 4 ในตลาดเนื้อไก่ มีการจ้างงานกว่า 2,550 คน นอกจากนี้ สาขาธุรกิจและบริการอื่น ๆ ที่มีลู่ทางลงทุนในตุรกี ได้แก่ การท่องเที่ยว ร้านอาหาร อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร เป็นต้น

               สำหรับการลงทุนของตุรกีในประเทศไทย ปัจจุบันมีบริษัทของตุรกีลงทุนในไทยประมาณ 20 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจด้านสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา อัญมณี และบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว ตุรกีเคยแสดงความสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในไทย โดยหวังจะใช้ไทยเป็นประตูไปสู่อินโดจีน โดยเฉพาะในเวียดนามและลาว นอกจากนี้ ยังสนใจการต่อเรือ การรถไฟ ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ และธุรกิจให้คำปรึกษา (consultancy) ตลอดจนร่วมมือกับไทยในการค้าและการลงทุนด้านอื่น ๆ ในภูมิภาคอินโดจีนและเอเชีย-แปซิฟิก


1.4 การท่องเที่ยว

       นับตั้งแต่ปี 2542 สายการบินตุรกี (Turkish Airlines) ได้เปิดบริการเที่ยวบินตรงในเส้นทางกรุงเทพฯ - อิสตันบูล ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงทุกวัน รวม 11-15 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวจากตุรกีมาไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2550 ที่มีจำนวน 31,591 คน เพิ่มขึ้นเป็น 64,206 คน ในปี 2555 ขณะที่มีนักท่องเที่ยวไทยไปตุรกี 12,221 คน ในปีเดียวกัน

       ไทยและตุรกีมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ และนักท่องเที่ยวตุรกีได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (ผ.30) จากไทยตั้งแต่ปี 2538  และล่าสุด ฝ่ายตุรกีได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงตรา (30 วัน) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยเพื่อเป็นการต่างตอบแทน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 เป็นต้นมา

จำนวนคนไทย: ประมาณ 500 คน ส่วนมากเป็นสตรีที่สมรสกับคนตุรกี (ประมาณ 260 คนอาศัยในนครอิสตันบูล)
ที่มา กรมยุโรป
 

1.5 ด้านวิชาการ

     ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติของตุรกีในไทย 4 แห่ง (1 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่และ 3 แห่งในกรุงเทพฯ) นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2548 รัฐบาลตุรกีได้มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรี-โท-เอก และทุนวิจัย ประมาณ 20 ทุนต่อปี สำหรับนักเรียนและนักศึกษาไทยเป็นประจำทุกปี ปัจจุบัน มีนักเรียนไทยในตุรกีประมาณ 90 คน ทั้งนี้ ตุรกีเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษามุสลิมของไทยในการเดินทางไปศึกษาต่อ เนื่องจากเป็นประเทศมุสลิมที่แนวทางปฏิบัติและความเชื่อถือทางศาสนาเป็นสายกลาง และยึดหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมือง จึงเป็นสังคมที่เปิดกว้างต่อความรู้และวิทยาการต่าง ๆ

    ล่าสุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้เปิดศูนย์ศึกษาตุรกีเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2556 โดยร่วมมือกับ Ankara University ของตุรกี         

1.6 ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม      

กรุงเทพมหานครและเทศบาลกรุงอังการาได้ลงนามความตกลงการสถาปนาความสัมพันธ์ ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างกรุงเทพมหานครกับกรุงอังการา ณ กรุงอังการาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2555


2. ความตกลงและความร่วมมือระหว่างไทย - ตุรกี
    ความตกลงที่ลงนามแล้ว

    2.1 ความตกลงทางการค้าระหว่างไทย-ตุรกี (ลงนามเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2530)

    2.2 ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศระหว่างไทย-ตุรกี (ลงนามเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2530)

    2.3 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ (ลงนามเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2532)

    2.4 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-ตุรกี (ลงนามเมื่อวันที่
8 มิถุนายน 2532)

    2.5 แผนปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-ตุรกี (ลงนามเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548)

    2.6 ข้อตกลงระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศตุรกี
(ลงนามเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2542)

    2.7 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม (ลงนามเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2545)

    2.8 ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2545)

    2.9 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ลงนามเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548)

    2.10 ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน (ลงนามเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2548)

    2.11 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548)

    2.12 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548)

    2.13  สนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐตุรกีว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษา (สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ) (ลงนามเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556)

    2.14  แผนปฏิบัติการร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐตุรกี ฉบับที่ 1 (ปี 2556-2561) (ลงนามเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556)

    2.15 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการและการฝึกอบรมนักการทูตระหว่างสถาบันการต่างประเทศของไทยกับตุรกี (ปี 2556-2558) (ลงนามเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556)

    นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยและตุรกีได้ลงนามความตกลงสำหรับการจัดตั้งสภาธุรกิจร่วมกัน และบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย-ตุรกี ณ นครอิสตันบูล เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2554

    สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และองค์การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของตุรกี (KOSGEB) ได้ลงนามกรอบความร่วมมือด้านการส่งเสริม SMEs ระหว่างกัน ณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555 โดยทั้งสองฝ่ายได้จัดทำแผนงานความร่วมมือฯ รวมทั้งระบุเป้าหมาย สินค้าที่จะส่งเสริมร่วมกัน ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมการต่อเรือ (2) อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์และบริการสปา (3) อุตสาหกรรมสิ่งทอ และ (4) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง

3. การเยือนที่สำคัญ
    3.1 การเยือนของฝ่ายไทย
          พระราชวงศ์ 
          สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
          - วันที่ 12 - 20 ธันวาคม 2535 เสด็จฯ เยือนตุรกีอย่างเป็นทางการ
          สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
          - เดือนกันยายน 2537 เสด็จเยือนตุรกี  
          - 13 - 17 สิงหาคม 2556 เสด็จเยือนสาธารณรัฐตุรกี เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุมเคมีโลกครั้งที่ 44

          นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ              
          - วันที่ 7 - 11 มิถุนายน 2532 พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนตุรกี
          - วันที่ 1 - 5 มิถุนายน 2537 นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนตุรกี              
          - วันที่ 23 - 25 มิถุนายน 2548 ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนตุรกี
          - วันที่ 10 - 11 พฤศจิกายน 2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนตุรกี
          - วันที่ 22 - 25 ธันวาคม 2553 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนตุรกี
          - วันที่ 5 - 6 กรกฎาคม 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนตุรกี

   3.2 ฝ่ายตุรกี
          ประธานาธิบดี / นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
          - วันที่ 29 มิถุนายน 2528 นายทูร์กุท เออซาล (Turgut Ozal) ประธานาธิบดี พร้อมภริยาแวะผ่านไทย ระหว่างการเดินทางไปเยือนจีน
          - วันที่ 27 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2533 ดร.อาลี โบแซร์ (Ali Bozer) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกี เยือนไทย
          - วันที่ 16 - 17 พฤษภาคม 2534 นายเยิลเดอเริม อัคบูลุท (Yilidirim Akbulut) นายกรัฐมนตรีตุรกี และคณะ แวะผ่านไทย และได้เข้าเยี่ยมคารวะ
นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
          - วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2548 นายเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน (Recep Tayyip Erdogan) นายกรัฐมนตรีตุรกีเดินทางเยือนไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล (Working Visit) พร้อมเพื่อเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่ประสบเหตุสึนามิ ในจังหวัดพังงาและภูเก็ต
          - วันที่ 3 ธันวาคม 2548 นายเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน (Recep Tayyip Erdogan) นายกรัฐมนตรีตุรกี เดินทางแวะผ่านไทยระหว่างเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์      


หน่วยงานของไทยในตุรกี
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา (ตุรกี)
Royal Thai Embassy, Ankara
ที่ตั้ง: Koza Sokak No. 87, 06700 Gaziosmanpasa, Ankara, Turkey
Tel. (90 312) 437 4318 / 437 5248
Fax (90 312) 437 8459

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐตุรกี - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ


กันยายน 2558

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - ตุรกี                      
มูลค่าการค้า 1,438.13 1,371.78 1,212.17 1,212.17 1,374.65 8.19 -4.61 -11.64 -11.64 13.40
การส่งออก 1,119.52 1,088.02 978.87 978.87 1,075.41 3.14 -2.81 -10.03 -10.03 9.86
การนำเข้า 318.60 283.76 233.29 233.29 299.24 30.67 -10.94 -17.79 -17.79 28.27
ดุลการค้า 800.92 804.25 745.58 745.58 776.16            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 222.3 148.7 160.6 160.6 254.5 37.41 -33.10 7.98 7.98 58.48
2 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 153.3 113.6 134.3 134.3 116.9 62.08 -25.92 18.29 18.29 -12.99
3 เส้นใยประดิษฐ์ 34.5 50.3 64.5 64.5 67.8 -46.00 46.05 28.14 28.14 5.16
4 ยางพารา 106.9 78.0 68.7 68.7 63.9 -9.02 -27.03 -12.00 -12.00 -6.93
5 ผลิตภัณฑ์ยาง 64.4 81.6 52.6 52.6 63.4 51.22 26.74 -35.57 -35.57 20.49
6 ด้ายและด้ายเส้นใยประดิษฐ์ 41.3 85.1 66.3 66.3 61.3 -6.96 106.25 -22.13 -22.13 -7.48
7 เม็ดพลาสติก 114.8 96.6 86.4 86.4 59.4 -38.43 -15.83 -10.55 -10.55 -31.27
8 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 30.9 38.3 32.2 32.2 45.9 30.87 23.85 -15.82 -15.82 42.34
9 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 9.1 45.3 30.9 30.9 35.9 -50.24 395.84 -31.92 -31.92 16.47
10 อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด 0.1 0.1 0.1 0.1 30.4 1,788.00 12.39 10.74 10.74 25,811.57
รวม 10 รายการ 777.6 737.7 696.6 696.6 799.4 3.26 -5.13 -5.58 -5.58 14.77
อื่นๆ 341.9 350.3 282.3 282.3 276.0 2.88 2.46 -19.41 -19.41 -2.25
รวมทั้งสิ้น 1,119.5 1,088.0 978.9 978.9 1,075.4 3.14 -2.81 -10.03 -10.03 9.86

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 32.7 26.9 29.9 29.9 102.3 15.07 -17.78 11.17 11.17 241.96
2 เสื้อผ้าสำเร็จรูป 22.3 23.9 25.3 25.3 26.4 30.46 7.29 5.76 5.76 4.17
3 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 84.7 69.0 23.9 23.9 17.3 1,225.41 -18.54 -65.33 -65.33 -27.80
4 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 23.6 18.9 16.0 16.0 16.7 -12.68 -19.95 -15.20 -15.20 4.25
5 เครื่องประดับอัญมณี 13.0 7.9 8.3 8.3 13.1 6.42 -38.87 4.50 4.50 57.89
6 เคมีภัณฑ์ 9.8 11.6 9.8 9.8 9.5 2.24 18.75 -15.34 -15.34 -3.59
7 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 20.8 5.5 8.5 8.5 8.3 -20.16 -73.71 55.27 55.27 -1.76
8 เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ 0.2 0.2 4.7 4.7 7.7 200.00 15.36 2,278.42 2,278.42 63.32
9 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 8.8 23.8 7.0 7.0 7.7 -23.84 169.55 -70.79 -70.79 9.98
10 แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ 6.9 6.6 6.9 6.9 7.5 16.71 -4.28 3.62 3.62 9.64
รวม 10 รายการ 222.8 194.4 140.3 140.3 216.4 54.33 -12.77 -27.81 -27.81 54.23
อื่นๆ 95.8 89.4 93.0 93.0 82.8 -3.69 -6.68 4.01 4.01 -10.90
รวมทั้งสิ้น 318.6 283.8 233.3 233.3 299.2 30.67 -10.94 -17.79 -17.79 28.27

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย
H.E. Mr. Cinar Aldemir

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

Embassy of the Republic of Turkey

61/1 Soi Chatsan,
Suthisarn Road, Huaykwang,
Bangkok 10310

Tel: 0-2274-7262-3, 0-2274-8574

Fax: 0-2274-7261

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

 

JoomSpirit