สาธารณรัฐเซอร์เบีย

serbiafg Serbia2
ธง ตราสัญลักษณ์

 

serbia3
ที่มา : CIA - The World Factbook
 
serbia5
ที่มา : britannica.com

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐเซอร์เบีย (Republic of Serbia)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป อยู่ระหว่างประเทศมาซิโดเนียและฮังการี

พื้นที่

77,474 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,322 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา 345 กิโลเมตร บัลแกเรีย 344กิโลเมตร โครเอเชีย 314 กิโลเมตร ฮังการี 164 กิโลเมตร โคโซโว 366 กิโลเมตร มาซิโดเนีย 101 กิโลเมตร มอนเตเนโกร 157 กิโลเมตร และโรมาเนีย 531 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

มีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทางตอนเหนือมีที่ราบดินดี ทางตะวันออกมีมีแนวหินปูนและแอ่งน้ำ ทางตะวันออกเฉียงใต้มีภูเขาและเนินเขาที่เก่าแก่

สภาพภูมิอากาศ

มีสภาพอากาศแบบทวีปยุโรปในทางตอนเหนือของประเทศ (หนาวจัดในฤดูหนาวและร้อนชื้นในฤดูร้อน และมีฝนตกประปราย) ในภาคอื่นๆ มีลักษณะอากาศแบบทวีปยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนผสมกัน (อากาศในฤดูหนาวค่อนข้างหนาว และมีหิมะตกหนัก ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิอากาศจะร้อนแห้ง)

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน เหล็กดิบ ทองแดง สังกะสี พลวง โครไมต์ ทอง เงิน แมกนีเซียม ไพไรต์ หินปูน หินอ่อน เกลือ และผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก

ภัยธรรมชาติ

มีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง

จำนวนประชากร

7,111,024 คน (ไม่รวมประชากรของโคโซโวค่าประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

-0.5 (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560)

สัญชาติ

เซิร์บ

เชื้อชาติ

เซอร์เบีย 83.3% ฮังการี 3.5% โรมาเนีย (ยิปซี) 2.1% บอสเนีย 2% อื่นๆ 5.7% และที่ระบุไม่ได้ 3.4% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2554)

ศาสนา

คริสต์นิกายเซอร์เบียออร์เทอร์ด็อกซ์ 84.6% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 5% คริสต์นิกายโปแตสแตนท์ 1% มุสลิม 3.1% ระบุไม่ได้ 4.5% อื่นๆ 0.8% และไม่เชื่อในพระเจ้า 1.1% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2554)

ภาษา

เซอร์เบีย 88.1% (ภาษาราชการ) ฮังการี 3.4% บอสเนีย 1.9% โรมาเนีย (ยิปซี) 1.4% อื่นๆ 3.4% และภาษาที่ไม่เป็นที่รู้จัก 1.8% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2554)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

        เซอร์เบียเดิมเป็น 1 ใน 6 สาธารณรัฐและมลฑลอิสระปกครองตนเอง (สโลวีเนีย โครเอเชีย เซอร์เบีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกร และมาซิโดเนีย กับ มณฑลอิสระโคโซโว และวอยโวดีนา) ที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวียเมื่อปี 2488 โดยอยู่ภายใต้การนำของจอมพลติโต (Marshall Josip Broz Tito) ชาวโครอัท ซึ่งปกครองประเทศตามระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ พลเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวโครอัท นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอสัญกรรมของจอมพลติโตในปี 2523 ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชของสาธารณรัฐต่างๆ ในยูโกสลาเวียเริ่มมีความรุนแรงขึ้น  และเมื่อนาย Slobodan Milosevic ผู้นำเชื้อสายเซิร์บ ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2532 ความขัดแย้งภายในได้ทวีความรุนแรง โดยสโลวีเนีย และโครเอเชีย ได้ประกาศแยกตัวเป็นเอกราช ไม่อยู่ภายใต้การปกครองของยูโกสลาเวียอีกต่อไป ภายหลังจากการออกเสียงประชามติทั่วประเทศในสาธารณรัฐทั้งสองเมื่อเดือนธันวาคม 2533 และเดือนพฤษภาคม 2534 ตามลำดับ การประกาศเป็นเอกราชดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการณ์ยูโกสลาเวีย ซึ่งได้ขยายตัวเป็นสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา เมื่อมาซิโดเนีย และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้ประกาศแยกตัวออกเป็นรัฐเอกราชเช่นเดียวกัน เมื่อเดือนกันยายนและตุลาคม 2534 ตามลำดับ

เมื่อบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาประกาศเอกราชจากยูโกสลาเวียนั้น  ชาวเซิร์บ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาไม่พอใจต่อการประกาศเอกราชจากยูโกสลาเวียของชาวบอสเนียน (มุสลิม) ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เนื่องจากเกรงว่า จะไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกับชาวมุสลิม ภายหลังการแยกตัวออกจากยูโกสลาเวีย ชาวเซิร์บจึงประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากรัฐบาลบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รวมทั้งเป็นพันธมิตรร่วมกับชาวเซิร์บในเมืองคราจินาของโครเอเชีย เพื่อยึดครองพื้นที่ และนำดินแดนที่ยึดได้จากชาวมุสลิม ไปผนวกรวมกับดินแดนของเซอร์เบียในยูโกสลาเวีย  ในขณะเดียวกัน ชาวโครอัทในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ก็ได้ประกาศยึดครองดินแดนส่วนหนึ่งในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เพื่อตั้งเป็นรัฐเฮอร์เซก-บอสนา (Herceg-Bosna) ขึ้น ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างกัน ต่อมา ชาวเซิร์บในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้รับการสนับสนุนด้านยุทธปัจจัยจากรัฐบาลเซอร์เบียในยูโกสลาเวีย สงครามจึงขยายตัวรุนแรง และยืดเยื้อจนกลายเป็นสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในที่สุด โดยมีผู้สูญหายและเสียชีวิตกว่า 250,000 คน และประชาชนอีก 2 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพพลัดถิ่น สหประชาชาติจึงได้ร้องขอให้นาโต ส่งกองกำลังเข้าไปในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งทำให้เมื่อปี 2538 สงครามดังกล่าวได้ยุติลง ภายหลังการลงนามในข้อตกลงสันติภาพเดย์ตัน (Dayton Accord) ซึ่งได้มีจัดการลงนามย่อขึ้นที่ฐานทัพอากาศ Wright-Patterson เมืองเดย์ตัน มลรัฐโอไฮโอ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2538 และมีการลงนามอย่างเป็นทางการขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2538 โดยผู้เข้าร่วมลงนามได้แก่ นาย Bill Clinton ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Jacques Chirac ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นาย John Major นายกรัฐมนตรี  สหราชอาณาจักรฯ นาย Helmut Kohl นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นาย Viktor Chernomyrdin นายกรัฐมนตรีรัสเซีย นาย Slobodan Milosevic ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวเซิร์บในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา นาย Franco Tudman ประธานาธิบดีโครเอเชีย และนาย Alija Izetbegovic ประธานาธิบดีบอสเนียฯ

การประกาศเอกราชของประเทศต่างๆ ในยูโกสลาเวียในศตวรรษที่ 1990 ทำให้เซอร์เบีย และมอนเตเนโกรเป็น 2 รัฐสุดท้ายที่ยังคงรวมตัวกันอยู่ และได้ประกาศเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเซอร์เบียและมอนเตเนโกร โดยรัฐทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงเบลเกรดเมื่อปี 2545 เพื่อรองรับการรวมตัวและเปลี่ยนชื่อประเทศ รวมทั้งระบุให้มีการทบทวนการรวมตัวดังกล่าวได้ภายหลังระยะเวลา 3 ปี ต่อมา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2549 ประชาชนมอนเตเนโกรได้ลงประชามติให้มอนเตเนโกรเป็นอิสระจากเซอร์เบีย ภายหลังประชาชนได้ลงประชามติ ร้อยละ 55 ให้แยกออกจากเซอร์เบีย และมีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2549 ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงเบลเกรดนั้น ในกรณีที่มอนเตเนโกรเลือกที่จะแยกตัวออกจากเซอร์เบีย  เซอร์เบียจะเป็นรัฐสืบสิทธิ์เพียงผู้เดียว และยังคงมีที่นั่งในองค์การสหประชาชาติ และในองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไป  สำหรับมอนเตเนโกรนั้น จะต้องขอรับการรับรองจากนานาประเทศ และสมัครเป็นสมาชิกใหม่ในสถาบันและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ 

สถานการณ์ในโคโซโว ซึ่งเป็นมณฑลอิสระทางภาคใต้ของเซอร์เบีย นับว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งของเซอร์เบียมาโดยตลอดเนื่องจากความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา โดยประชากรกว่า ร้อยละ 90 เป็นชาวแอลเบเนียน (นับถืออิสลาม) และประชาชนส่วนน้อยเป็นชาวเซิร์บ ร้อยละ 10 (นับถือออโธดอกซ์) จากประชากร 2 ล้านคน สถานการณ์ในโคโซโวเริ่มมีความตึงเครียดมากขึ้นในสมัยการปกครองของนาย Slobodan Milosevic ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ที่มีนโยบายชาตินิยมที่แข็งกร้าว โดยในปี 2541 เกิดการสู้รบอย่างรุนแรง ระหว่างกองกำลังชาวโคโซวาร์ เชื้อสายแอลเบเนีย กับกองทัพของเซอร์เบียเมื่อเซอร์เบียประกาศยกเลิกสถานะการปกครองตนเองของโคโซโว การสู้รบขยายตัวไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวแอลเบเนียอย่างโหดเหี้ยม ส่งผลให้เกิดผู้ลี้ภัยชาวแอลเบเนีย ในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก การสู้รบดังกล่าวยุติลงเมื่อนาโตใช้ปฏิบัติการทางทหารกับเซอร์เบีย ในปี 2542   ซึ่งต่อมา นาโตได้ส่งกองกำลัง Kosovo Force (KFOR) เข้าไปปฏิบัติการรักษาสันติภาพในโคโซโว และสหประชาชาติได้จัดตั้งองค์กรบริหารชั่วคราวขึ้นในโคโซโว (UNMIK) เพื่อดูแลผู้อยู่อาศัยในโคโซโว

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในโคโซโวยังคงไม่สงบนัก เนื่องจากมีการปะทะกันระหว่างชาวโคโซโวเชื้อสายแอลเบเนีย กับเชื้อสายเซิร์บอยู่เป็นประจำ ก่อให้เกิดความตึงเครียดเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่ปี 2549 ได้มีการเจรจาระหว่างฝ่ายเซิร์บและฝ่ายโคโซโว แอลเบเนียนในการหาข้อยุติความขัดแย้ง และเพื่อกำหนดสถานะของโคโซโว โดยมีสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และรัสเซียร่วมเจรจาด้วย ต่อมา ในช่วงปลายปี  2550 ได้มีการจัดการเจรจาขึ้นระหว่างสามฝ่าย (Troika) ประกอบด้วย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และรัสเซีย อย่างไรก็ดี การเจรจาของกลุ่ม Troika ต้องจบลงไปโดยปริยายเมื่อเดือนธันวาคม 2550 เนื่องจากไม่สามารถหาข้อยุติได้ และในที่สุด สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะสนับสนุนข้อเสนอของนาย Maarti Ahtisaari ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ให้โคโซโวเป็นรัฐอิสระ โดยอยู่ในความดูแลขององค์การสหประชาชาติ ในช่วงแรก ถึงแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจากรัสเซียและเซอร์เบียก็ตาม โดยล่าสุด โดยปัจจุบัน ประเทศที่ให้การรับรองสถานะของโคโซโว 92 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และบรูไน 

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐเซอร์เบีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

 

วันชาติ

 (Day of Statehood) วันที่ 15 กุมภาพันธ์

การปกครอง

แบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ซึ่งประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งโดยตรง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ได้รับเลือกตั้งจากสภาสำหรับมณฑลอิสระโคโซโวอยู่ภายใต้การบริหารของสหประชาชาติ

สถาบันการเมือง

ประกอบด้วยสถาบันหลัก คือ รัฐสภา ซึ่งมีลักษณะเป็นสภาเดี่ยว มีสมาชิก 250 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ มีวาระ 4 ปี

เมืองหลวง

กรุงเบลเกรด (Belgrade)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 161 เขตเทศบาล ได้แก่ Beograd: Barajevo, Cukavica, Grocka, Lazarevac, Mladnovac, Novi Beograd, Obrenovac, Palilula, Rakovica, Savski Venac, Sopot, Stari Grad, Surcin, Vozdovac, Vracar, Zemun, Zrezdara; Borski Okrug: Bor, Kladovo, Majdanpek, Negotin; Branicevski Okrug: Golubac, Kucevo, Malo Crnice, Petrovac, Pozarevac, Veliko Gradiste, Zabari, Zagubica; Jablanicki Okrug: Bojnik, Crna Trava, Lebane, Leskovac, Medvedja, Vlasotince; Kolubarski Okrug: Lajkovac, Ljig, Mionica, Osecina, Ub, Valjevo; Macvanski Okrug: Bogatic, Koceljeva, Krupanj, Ljubovija, Loznica, Mali Zvornik, Sabac, Vladimirci; Moravicki Okrug: Cacak, Gornkji Milanovac, Ivanjica, Lucani; Nisavski Okrug: Aleksinac, Doljevac, Gadzin Han, Merosina, Nis, Razanj, Svrljig; Pcinjski Okrug: Bosilegrad, Bujanovac, Presevo, Surdulica, Trgoviste, Vladicin Han, Vranje; Pirotski Okrug: Babusnica, Bela Palanka, Dimitrovgrad, Pirot; Podunavski Okrug: Smederevo, Smederevskia Palanka, Velika Plana; Pomoravski Okrug: Cuprija, Despotovac, Jagodina, Paracin, Rckovac, Svilajnac; Rasinski Okrug: Aleksandrovac, Brus, Cicevac, Krusevac, Trstenik, Varvarin; Raski Okrug: Kraljevo, Novi Pazar, Raska, Tutin, Vrnjacka Banja; Sumadijski Okrug: Arandjelovac, Batocina, Knic, Kragujevac, Lapovo, Raca, Topola; Toplicki Okrug: Blace, Kursumlija, Prokuplje, Zitoradja; Zajecarski Okrug: Boljevac, Knjazevac, Sokobanja, Zalecar; Zlatiborski Okrug: Arilje, Bajina Basta, Cajetina, Kosjeric, Nova Varos, Pozega, Priboj, Prijepolje, Sjenica, Uzice
เขตปกครองตนเองโวจโวดิ้ง : Juzno-Backi Okrug: Backi Petrovac, Beocin, Novi Sad, Sremski Karlovci, Temerin, Titel, Zabalj; Juzno Banatski Okrug: Alibunar, Bela Crkva, Kovacica, Kovin, Opovo, Pancevo, Plandiste, Vrsac; Severno-Backi Okrug: Backa Topola, Mali Idjos, Subotica; Severno-Banatski Okrug: Ada, Coka, Kanjiza, Kikinda, Novi Knezevac, Senta; Srednje-Banatski Okrug: Nova Crnja, Novi Becej, Secanj, Zitiste, Zrenjanin; Sremski Okrug: Indjija, Irig, Pecinci, Ruma, Sid, Sremska Mitrovica, Stara Pazova; Zapadno-Backi Okrug: Apatin, Kula, Odzaci, Sombor

วันที่ได้รับเอกราช

5 มิถุนายน พ.ศ. 2549

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ระบบกฏหมาย

ขึ้นกับกฎหมายบ้านเมือง ไม่ได้นำกฎของศาลโลกมาใช้ร่วมด้วย

พรรคการเมือง

พรรค Coalition of Albanians of the Presevo Valley (KAPD) พรรค Coalition for Sandzak (KZS) พรรค Democratic Party of Albanians (PDSh) พรรค Democratic Party of Serbia (DSS) พรรค Democratic Party (DS) พรรค Democratic Union of the Valley (BDL) พรรค For a European Serbia พรรค Force of Serbia Movement (PSS) พรรค G17 Plus พรรค League of Vojvodina Hungarians (SVM) พรรค Liberal Democratic Party (LDP) พรรค Movement for Democratic Progress of LPD พรรค New Serbia (NS) พรรค Party of Democratic Action (PVD) พรรค Roma Party (RP) พรรค Serbian Radical Party (SRS) พรรค Socialist Party of Serbia (SPS) พรรค Union of Roma of Serbia (URS)

นโยบายต่างประเทศ

สถานการณ์ในโคโซโว

สถานการณ์ในโคโซโวยังคงเป็นประเด็นสำคัญในด้านการต่างประเทศของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยภายหลังจากที่โคโซโวประกาศเอกราชฝ่ายเดียวจากเซอร์เบียเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 นั้น รัฐบาลเซอร์เบียมีความพยายามที่จะขอเสียงสนับสนุนจากนานาประเทศไม่ให้รับรองโคโซโว และพยายามที่จะโน้มน้าวประเทศที่ตัดสินใจรับรองโคโซโวแล้ว ให้เปลี่ยนการตัดสินใจ เนื่องจากอ้างว่า การประกาศเอกราชฝ่ายเดียวของโคโซโวผิดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ ที่ 1244 เมื่อปี 2542 ซึ่งกำหนดให้นานาประเทศเป็นผู้กำหนดสถานะสุดท้ายของโคโซโว

นอกจากนี้ ยังประณามการปฏิบัติการของข้าราชการของสหภาพยุโรป (EULEX) ในโคโซโวอีกด้วย เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติและเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติอย่างไรก็ดี ภายหลังจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ให้ความเห็นเชิงแนะนำ (Advisory Opinion) เกี่ยวกับการประกาศเอกราชฝ่ายเดียวของโคโซโว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 โดยมีสาระสำคัญว่า การประกาศเอกราชฝ่ายเดียวโดยโคโซโวไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศทั่วไป มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เซอร์เบียได้พยายามเสนอข้อมติเกี่ยวกับโคโซโวต่อที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2553 แต่ถูกสหภาพยุโรปกดดันอย่างหนักเพื่อให้ปรับแก้ถ้อยคำของร่างข้อมติดังกล่าวจนนำไปสู่การเสนอร่างข้อมติร่วมกันระหว่างเซอร์เบียกับ EU และได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติโดยฉันทามติ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2553 โดยข้อมติดังกล่าวได้ระบุถึงการรับทราบความเห็นเชิงแนะนำของศาลโลกดังกล่าว และสนับสนุนความพร้อมของพร้อมของสหภาพยุโรปในฐานะผู้ประสานงานในกระบวนการเจรจาระหว่างเซอร์เบียและโคโซโว

สหภาพยุโรปได้ใช้ความพยายามในการจัดการเจรจาสันติภาพให้การเจรจาระหว่างเซอร์เบียและโคโซโวเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 – 9 มีนาคม 2554 ที่กรุงบรัสเซลล์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการลดอุปสรรคระหว่างกันซึ่งมีผลเชิงลบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนของทั้งสองฝ่ายและแนวทางในขยายความร่วมมือระหว่างกัน รวมทั้งแนวทางของการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของทั้งสองฝ่าย และการหารือครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 4) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2554 ที่กรุงบรัสเซลล์ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ระหว่างเซอร์เบียและโคโซโวตึงเครียดอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 หลังจากโคโซโวสั่งห้ามการนำเข้าสินค้าจากเซอร์เบียและส่งกองกำลังเข้าควบคุมบริเวณด่านศุลกากรทั้ง 2 จุดเพื่อตอบโต้เซอร์เบียซึ่งสั่งห้ามการนำเข้าสินค้าจากโคโซโว ส่งผลให้กลุ่มชาวเซิร์บที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของโคโซโวไม่พอใจและประท้วงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จนกระทั่งกองกำลัง NATO Kosovo Force เข้ายุติเหตุการณ์ดังกล่าวและเข้าควบคุมด่านศุลกากรดังกล่าว ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายต้องยุติลงชั่วคราวและยังคงไม่มีทีท่ากลับสู่ภาวะปกติ

การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเป็นประเด็นการต่างประเทศที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง โดย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 เซอร์เบียได้ลงนามในความตกลง Stabilization and Association Agreement กับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นความตกลงที่สำคัญสำหรับเซอร์เบียในการเริ่มต้นกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และได้แสดงความประสงค์เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553

·       ปัจจุบันเซอร์เบียได้รับสถานะการเป็น official candidate membership จากสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2555

·       อย่างไรก็ดี เซอร์เบียยังคงมีอุปสรรคในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือเรื่องโคโซโวเนื่องจากการกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพกับโคโซโวเป็นเงื่อนไขสำหรับการได้รับสถานะประเทศที่ได้รับพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป นอกจากนี้ อุปสรรคอื่น ๆ ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรม อัตราเงินเฟ้อที่สูง สำหรับ การส่งมอบอาชญากรสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสมัยสงครามบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนานั้น เซอร์เบียได้ดำเนินเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จสิ้นแล้ว

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments

ข้อมูล ณ วันที่  9 เมษายน 2558

Update 18 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Tomislav NIKOLIC
  • Prime Min.
    Aleksandar VUCIC
  • First Dep. Prime Min.
    Ivica DACIC
  • Dep. Prime Min.
    Rasim LJAJIC
  • Dep. Prime Min.
    Zorana MIHAJLOVIC
  • Dep. Prime Min.
    Kori UDOVICKI
  • Min. of Agriculture & Environmental Protection
    Snezana BOGOSAVLJEVIC-BOSKOVIC
  • Min. of Construction, Transportation, & Infrastructure
    Zorana MIHAJLOVIC
  • Min. of Culture & Information
    Ivan TASOVAC
  • Min. of Defense
    Bratislav GASIC
  • Min. of Economy
    Zeljko SERTIC
  • Min. of Education, Science, & Technological Development
    Srdjan VERBIC
  • Min. of Energy & Mining
    Aleksandar ANTIC
  • Min. of Finance
    Dusan VUJOVIC
  • Min. of Foreign Affairs
    Ivica DACIC
  • Min. of Health
    Zlatibor LONCAR
  • Min. of Internal Affairs
    Nebojsa STEFANOVIC
  • Min. of Justice
    Nikola SELAKOVIC
  • Min. of Labor, Employment, Veteran, & Social Issues
    Aleksandar VULIN
  • Min. of Public Admin. & Local Self-Govt.
    Kori UDOVICKI
  • Min. of Trade, Telecommunications, & Tourism
    Rasim LJAJIC
  • Min. of Youth & Sports
    Vanja UDOVICIC
  • Min. Without Portfolio
    Velimir ILIC
  • Min. Without Portfolio
    Jadranka JOKSIMOVIC
  • Governor, National Bank of Serbia
    Jorgovanka TABAKOVIC
  • Ambassador to the US
    Djerdj MATKOVIC
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Milan MILANOVIC

 

 

ที่มา:  https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/RI.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

101.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการเติบโตของ GDP

2.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

14,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 9.7%
• ภาคอุตสาหกรรม 42.7%
• ภาคการบริการ 47.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

13.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

1.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

72.9% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวสาลี ข้าวโพด ต้นบีท (ใช้ทำน้ำตาล) ทานตะวัน ราสเบอร์รี่ เนื้อวัว เนื้อหมู และนมสด

อุตสาหกรรม

น้ำตาล เครื่องจักรทางการเกษตร ไฟฟ้าและอุปกรณ์การสื่อสาร กระดาษและเยื่อกระดาษ ตะกั่ว และอุปกรณ์เกี่ยวกับการขนส่ง

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-1.516 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

14.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

อุตสาหกรรมการผลิตสินค้า อาหารและสิ่งมีชีวิต เครื่องมือและอุปกรณ์การขนส่ง

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Italy 16.2%, Germany 12.6%, Bosnia and Herzegovina 8.7%, Romania 5.6%, Russia 5.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

19.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

N/A

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Germany 12.4%, Italy 10.6%, Russia 9.6%, China 8.5%, Hungary 4.8%, Poland 4.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

Serbian dinars (RSD) ดีน่าร์, ยูโร (Euro)

สัญลักษณ์เงิน

RSD/EUR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

เศรษฐกิจและสังคม

     เซอร์เบียประสบปัญหาทางเศรษฐกิจสืบเนื่องจากการบริหารเศรษฐกิจประเทศที่ผิดพลาดในสมัยประธานาธิบดี Slobodan Milosevic ตลอดจนความเสียหายทางระบบสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมจากการโจมตีของกองกำลังนาโตในปี 2542 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีมูลค่าเหลือเพียงครึ่งเดียวของมูลค่าในปี 2533 ปัจจุบัน รัฐบาลเซอร์เบียให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การลดอัตราการว่างงานในประเทศ การลดอัตราเงินเฟ้อ และการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และสมาชิกองค์การการค้าโลก โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund - IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และ European Bank for Reconstruction and Development อย่างไรก็ดี การปฏิรูประบบเศรษฐกิจและอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปบ่อยครั้งและวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2551

 

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเซอร์เบียและมอนเตเนโกร (สมัยที่ยังไม่แยกตัวเป็น 2 ประเทศ) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2546 โดยเซอร์เบียได้ให้ สอท.เซอร์เบีย/อินโดนีเซีย ดูแลความสัมพันธ์กับไทย และให้ ออท.เซอร์เบีย/อินโดนีเซีย เป็น ออท.เซอร์เบีย/ไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงจาการ์ตา  ในขณะที่ไทยกำลังดำเนินการยกระดับ สอท. ณ กรุงเอเธนส์ จากสถานะจุดติดต่อกับเซอร์เบียให้มีเขตอาณาครอบคลุมเซอร์เบีย

ในภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเซอร์เบียเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน แต่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันยังมีไม่มากนัก โดยประเด็นที่เซอร์เบียให้ความสำคัญกับไทยก็คือ การขอมิให้ไทยรับรองโคโซโว ซึ่งท่าทีของไทยในปัจจุบันคือยังคงไม่ให้การรับรองโคโซโว รวมทั้งการเสนอขยายความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์กับไทย อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเซอร์เบียได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับโดย รมว.กต. เซอร์เบียได้เดินทางเยือนไทยเมื่อปี 2552 ในฐานะแขกของ กต. นอกจากนี้ รมว.กต.ไทยและเซอร์เบียได้มีโอกาสพบหารือกันในระหว่างการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน สมัยที่ 13 ที่กรุงเจนีวา ในการพบหารือระหว่างกันในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางที่จะกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เช่น การส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการศึกษา

ด้านการค้า เซอร์เบียเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 156 ของไทย การค้าของไทยกับเซอร์เบียในปี 2556 มีมูลค่ารวม 19.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 7.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 12.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 5.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังเซอร์เบีย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป รองเท้าและชิ้นส่วน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าจากเซอร์เบีย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ไทยมีการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากเซอร์เบีย) สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังเซอร์เบีย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป รองเท้าและชิ้นส่วน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าจากเซอร์เบีย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ไทยมีการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากเซอร์เบีย)

ด้านการท่องเที่ยว เซอร์เบียเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวจากเซอร์เบียมาไทยยังมีจำนวนน้อย โดยในปี 2556 จำนวนนักท่องเที่ยวจากเซอร์เบียเดินทางมาไทยจำนวน 6,494 คน (เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ซึ่งมีจำนวน 5,050 คน)

ด้านการลงทุน ยังไม่ปรากฏว่ามีการลงทุนระหว่างกัน และไม่มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทยกับเซอร์เบีย 

จำนวนคนไทย: ประมาณ 300 คน

ที่มา กรมยุโรป 

กันยายน 2558

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - เซอร์เบีย                      
มูลค่าการค้า 19.93 16.79 16.91 16.91 15.63 37.75 -15.77 0.71 0.71 -7.56
การส่งออก 7.19 8.23 10.04 10.04 10.30 -7.24 14.47 22.01 22.01 2.58
การนำเข้า 12.74 8.56 6.87 6.87 5.33 89.62 -32.82 -19.76 -19.76 -22.38
ดุลการค้า -5.55 -0.33 3.17 3.17 4.97            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 3.0 4.8 4.8 4.8 3.8 5.97 61.09 1.04 1.04 -21.34
2 ยางพารา 1.7 0.6 1.3 1.3 1.9 106.43 -65.71 121.52 121.52 47.42
3 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 0.1 0.1 0.4 0.4 1.0 - 48.78 176.84 176.84 168.85
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.0 0.3 0.3 0.3 0.8 - 502.71 9.89 9.89 158.62
5 รองเท้าและชิ้นส่วน 0.0 0.0 0.4 0.4 0.3 ####### 194.05 ####### 1,325.91 -3.58
6 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 0.1 0.1 - - 0.3 -37.75 -0.29 -100.00 -100.00 -
7 แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า 0.1 0.2 0.4 0.4 0.3 905.52 41.15 105.49 105.49 -23.76
8 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.6 0.7 0.4 0.4 0.2 -74.42 8.73 -35.04 -35.04 -44.05
9 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว - 0.1 0.1 0.1 0.2 - - 56.47 56.47 156.00
10 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 -62.19 -84.35 7.32 7.32 4,647.73
รวม 10 รายการ 5.7 6.8 8.1 8.1 9.1 -9.22 19.39 18.39 18.39 12.53
อื่นๆ 1.5 1.4 2.0 2.0 1.2 1.40 -4.68 39.69 39.69 -38.54
รวมทั้งสิ้น 7.2 8.2 10.0 10.0 10.3 -7.24 14.47 22.01 22.01 2.58

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2.9 2.1 1.6 1.6 1.3 - -25.65 -25.66 -25.66 -20.43
2 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 0.1 0.0 0.1 0.1 1.2 0.82 -68.09 196.59 196.59 1,073.85
3 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.5 0.4 0.6 0.6 0.8 -25.21 -12.06 58.03 58.03 28.29
4 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.2 1.3 0.1 0.1 0.3 -33.12 488.34 -89.72 -89.72 148.75
5 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 200.00 ####### 151.88 151.88 639.40
6 ยุทธปัจจัย 1.1 0.6 3.1 3.1 0.2 -44.89 -44.75 402.81 402.81 -93.23
7 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 0.3 0.3 0.2 0.2 0.2 388.08 -7.72 -38.90 -38.90 0.47
8 รองเท้า 0.0 0.0 0.1 0.1 0.1 ####### 60.90 61.92 61.92 7.22
9 ผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 ####### -22.51 -50.98 -50.98 34.24
10 ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 51.71 25.26 2.76 2.76 -0.81
รวม 10 รายการ 5.3 5.0 6.0 6.0 4.5 66.89 -5.83 19.36 19.36 -24.71
อื่นๆ 7.4 3.6 0.9 0.9 0.8 110.02 -52.08 -74.60 -74.60 -7.05
รวมทั้งสิ้น 12.7 8.6 6.9 6.9 5.3 89.62 -32.82 -19.76 -19.76 -22.38

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

ที่อยู่

Embassy of the Republic of Serbia

JI. H.O.S. Cokroaminoto No.109, Menteng,
Jakarta Pusat 10310, Indonesia

Tel: +6221-3143560, 3143720

Fax: +6221-3143613

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

 

JoomSpirit