สาธารณรัฐสโลวีเนีย

Slovenia1 Slovenia2
ธง ตราสัญลักษณ์(Coat of Arms)

 

Slovenia3
ที่มา www.wikipedia.org
 
slovenia4
ที่มา mapsofworld.com

 

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐสโลวีเนีย (Republic of Slovenia)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนกลางของทวีปยุโรป มีเทือกเขาแอลป์อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีเขตแดนติดกับทะเลอะเดรียติก และมีชายแดนอยู่ระหว่างประเทศออสเตรีย และโครเอเชีย

พื้นที่

20,273 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

1,211 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศออสเตรีย 299  กิโลเมตร โครเอเชีย 600 กิโลเมตร ฮังการี 94 กิโลเมตร และอิตาลี 218 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

มีริ้วชายหาดสั้นๆตรงส่วนที่ติดกับทะเลอะเดรียติค และมีเทือกเขาแอลป์ทอดยาวเป็นตัวแบ่งเขตตั้งแต่ประเทศออสเตรียไปจนถึงอิตาลี และมีเทือกเขาสลับกับหุบเขา กับแม่น้ำหลายสายในแถบด้านตะวันออก

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนตรงแถบชายหาด และมีอากาศแบบทางยุโรป โดยจะมีอากาศอบอุ่นไปจนถึงร้อนในช่วงฤดูร้อน และหนาวจัดในฤดูหนาวในแถบที่ราบสูง และหุบเขาทางตะวันออก

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่านหินลิกไนต์ ตะกั่ว สังกะสี หินที่ใช้ในการก่อสร้าง พลังงานน้ำ และป่าไม้

ภัยธรรมชาติ

น้ำท่วมและแผ่นดินไหว

จำนวนประชากร

1,972,126 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

-0.3% (ค่าประมาณ พ.ศ.2560)

สัญชาติ

สโลวีเนีย

เชื้อชาติ

สโลวีเนีย 83.1% เซอร์เบีย 2% โครเอเชีย 1.8% บอสเนีย 1.1% และอื่นๆหรือระบุไม่ได้ 12% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 57.8% มุสลิม 2.4% คริสต์นิกายออร์เทอร์ด็อกซ์ 2.3% คริสต์นิกายอื่นๆ 0.9% ไม่ระบุศาสนาแน่ชัด 3.5% อื่นๆและบ่งบอกไม่ได้ 23% และไม่มีศาสนา 10.1% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ภาษา

สโลวีเนีย 91.1% เซอร์เบีย-โครเอเชีย 4.5% และอื่นๆหรือระบุไม่ได้ 4.4% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ยุคสงครามโลกและระบอบสังคมนิยม
สโลวีเนียได้รับความบอบช้ำอย่างมากจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และประเทศมหาอำนาจพยายามแบ่งแยกดินแดนสโลวีเนียออกเป็นส่วนต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเสื่อมสลายของราชวงศ์ Habsburg และอาณาจักร Astro-Hugarian ชาวสโลวีน โครอัต และเซิร์บ ได้รวมกันก่อตั้งรัฐอิสระทีมีเมืองหลวงอยู่ที่กรุง Zagreb และต่อมาด้วยผลจากที่อิตาลีได้เข้าคุกคามยึดครองดินแดนต่างๆ ทำให้ อาณาจักรสโลวีน โครอัต และเซิร์บ ได้ประกาศรวมตัวกับอาณาจักร Serbia และเปลี่ยนชื่อเป็นอาณาจักร Yugoslavia ซึ่งปกครองภายใต้ระบบกษัตริย์ ในปี 2472

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง อาณาจักรยูโกสลาเวียขาดเอกภาพ นายพล Josip Broz Tito ยุติระบอบกษัตริย์ และขึ้นเป็นประธานาธิบดี ซึ่งด้วยนโยบายเด็ดขาดประกอบกับอัจฉริยภาพของประธานาธิบดี Tito ได้ทำให้สาธารณรัฐต่างๆ ของยูโกสลาเวียยังคงรวมกันอยู่ได้

ต่อมาในช่วงที่มีการต่อตั้งกลุ่ม Liberation Front และพรรคคอมมิวนิสต์ อันนำไปสู่การปฏิวัติให้ประเทศเป็นระบบสังคมนิยมนั้น ได้มีการรวมดินแดนสโลวีเนียในปัจจุบันเข้ากับยูโกสลาเวียใหม่ที่มีการปกครองระบอบสังคมนิยม อย่างไรก็ดี การปกครองในสโลวีเนียเป็นระบบสังคมนิยมที่ไม่รุนแรงโดยได้ผสมผสานระบบกลไกทางตลาดเข้ากับการวางแผนจากส่วนกลาง เป็นผลให้เศรษฐกิจของสโลวีเนียมีความเจริญรุดหน้ามากที่สุดในบรรดา 6 สาธารณรัฐของยูโกสลาเวีย และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นชาวสโลวีน ทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

การแยกตัวเป็นเอกราชของสโลวีเนีย
ความแตกแยกในยูโกสลาเวียเกิดจากปัจจัยพื้นฐานหลายประการ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือปัจจัยทางประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าพันปี จากการที่สาธารณรัฐต่างๆ ที่รวมกันเป็นสหพันธ์สาธารณัฐ มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งทางด้านเชื้อชาติ ศสนา ความเป็นมาทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติเป็นปัญหาที่คุกรุ่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างชาวโครอัท ชาวเซิร์บ และชาวมุสลิม ทั้งนี้ ในอดีต สโลวีเนียและโครเอเชียเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมันและจักรวรรดิออสโตร-ฮังการี แหน่งราชวงศ์ Habsburg จึงมีความผูกพันทางสังคม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และจิตใจกับยุโรปตะวันตก ในขณะที่รัฐทั้งหลายทางตอนใต้ ได้แก่ เซอร์เบียน มอนตินิโกร บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา และมาเซโดเนีย เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรไปแซนไทน์ และจักรวรรดิ์ออตโตมันมานับพันปี จึงได้รับการหล่อหลอมวัฒนธรรมแบบบอลข่าน คือแบบมุสลิมหรือคริสเตียนตะวันออก (Orthodox)

ในปี 2517 มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้ยูโกสลาเวียเปลี่ยนรูปแบบจากรัฐที่รวมอำนาจไว้ที่สูนย์กลางไปเป็นสหพันธ์อย่างหลวมๆ ทั้งนี้ การถึงแก่อสัญกรรมของนายพบ Josip Broz Tito แห่งยูโกสลาเวียในปี 2523 ถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยได้เกิดความระส่ำระสายทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในยูโกสลาเวีย และนำไปสู่การเสื่อมลสายของยูโกสลาเวียในเวลาต่อมา

ในปี 2530 กลุ่มปัญญาชนได่รวมตัวกันเรียกร้องประชาธิปไตยและเอกราชให้แก่สโลวีเนีย และได้รณรงค์ต่อต้านอำนาจศูนย์กลางจากยูโกลาเวีย ในปี 2533 มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในสโลวีเนีย และในปีเดียวกันได้มีการจัดให้มีการลงประชามติเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราชของสโลวีเนีย ซึ่งผลปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 88 ลงเสียงสนับสนุน

วันที่ 25 มิถุนายน 2534 สโลวีเนียประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากยูโกสลาเวีย แต่ถูกกองทัพยูโกสลาเวียบุกเข้าโจมตีในวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการเจรจาสงบศึกในเดือนตุลาคม 2534 และสโลวีเนียประกาศใช้รัฐธรรมนูญในเดือนธันวาคม 2534

สหภาพยุโรปรับรองสโลเวียในฐานะประเทศในเดือนมกราคม 2535 และสโลวีเนียเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติในเดือนพฤษภาคม 2535

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547 สโลวีเนียได้เข้าเป็สมาชิกสหภาพยุโรปโดยสมบูรณ์ และได้มีการประการศใช้เงินสกุลยูโร เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550

สถานการณ์ทางการเมือง
• พรรค Social Democrats (SD) ของนายกรัฐมนตรี Borut Pahor ซึ่งมีนโยบายกลาง-ซ้าย ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน 2008 โดยได้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากร่วมกับพรรคแนวเสรีนิยม คือ Zares, LDS และพรรคผู้รับบำนาญ DeSUS
• รัฐบาลมีนโยบายหลักในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (sustainable growth) การพัฒนาระบบประกันสังคม (social security) และการสร้างความเป็นนิติรัฐ (state of law)
• นอกจากการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลต้องจัดการกับปัญหาเร่งด่วน เช่น ด้านสวัสดิการสังคม การว่างงาน ระบบเงินบำนาญ และการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ


การต่างประเทศ
• หลังจากประกาศเอกราชจากยูโกสลาเวียในปี 1991 นโยบายต่างประเทศของสโลวีเนียให้ความสำคัญในลำดับต้นกับการสร้างการยอมรับและสร้างเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค จนสโลวีเนียได้รับการยอมรับจาก EU ในฐานะรัฐเอกราชภายหลังจากการประกาศเอกราชได้ 6 เดือน และในเดือนเมษายน 1993 ได้ลงนามความตกลงในการมีความร่วมมือกับ EU ซึ่งได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ตลาดของประเทศสมาชิก EU
• สโลวีเนียเข้าเป็นสมาชิก UN และ OSCE ในปี 1992 และเป็นสมาชิก EU และ NATO ในปี 2004 เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธาน OSCE เมื่อปี 2005 และเป็นประธาน EU ในช่วงครึ่งแรกของปี 2008
• นโยบายต่างประเทศสโลวีเนียในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับสโลวีเนีย ได้แก่ อิตาลี ฮังการี ออสเตรีย โดยเฉพาะโครเอเชีย ซึ่งมีข้อพิพาทกับสโลวีเนียเรื่องเขตแดน รวมทั้งให้ความสำคัญกับ EU สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย สำหรับประเทศนอกภูมิภาคยุโรปนั้น สโลวีเนียให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์และความร่วมมือกับจีน
• สโลวีเนียมีนโยบายที่สอดคล้องกับประชาคมระหว่างประเทศ และได้พยายามเข้าร่วมกับนานาประเทศเพื่อสนับสนุนให้มีสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคยุโรป รวมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน การลดอาวุธ การเคารพบูรณภาพแห่งดินแดน การปกป้องและพัฒนาเอกลักษณ์ของชาติ และการพัฒนาประชาธิปไตย
• สโลวีเนียให้ความสำคัญกับเครือข่ายความมั่นคงมนุษย์ (Human Security Network-HSN) โดยส่งเสริมประเด็น 1) inter-cultural and inter-religious Dialogue 2) การต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับเด็ก 3) การปกป้องเด็กจากการตกเป็นเหยื่อของสงคราม 4) แก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยในฐานะประธาน HSN ในวาระก่อนหน้านี้ ให้ความสำคัญ รวมทั้ง 5) การให้ความสำคัญกับประเด็นการค้ามนุษย์ โดยให้การสนับสนุน UN Global Program against Trafficking in Human Beings

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐสโลวีเนีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีรัฐสภาสองสภา

เมืองหลวง

กรุงลุบลิยานา (Ljubljana)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 182 เขตเทศบาล และ 11 หัวเมืองเทศบาล

วันที่ได้รับเอกราช

25 มิถุนายน พ.ศ. 2534

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

23 ธันวาคม พ.ศ. 2534

ระบบกฏหมาย

กฎหมายบ้านเมืองเป็นกฎหมายหลัก ไม่ได้นำกฎจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

พรรค Liberal Democracy of Slovenia (LDS) พรรค New Slovenia (NSi) พรรค Slovenian Democratic Party (SDS) พรรค Democratic Party of Pensioners of Slovenia (DeSUS) พรรค Slovene National Party (SNS) พรรค Slovene People's Party (SLS) พรรค Slovene Youth Party (SMS) พรรค Social Democrats (SD) พรรค ZARES

ระบอบการปกครอง 

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งเป็นระบบสองสภา (Bicameral Parliament) คือ วุฒิสภา (National Council) ทำหน้าที่นิติบัญญัติ มี 40 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 22 ที่นั่ง มาจากตัวแทนกลุ่มทางสังคม เศรษฐกิจและสาขาอาชีพต่างๆ 18 ที่นั่ง มีวาระ 5 ปี และ สภาผู้แทนราษฎร (National Assembly) มี 90 ที่นั่ง มาจากระบบสัดส่วน 50 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 38 ที่นั่ง มาจากผู้แทนชนกลุ่มน้อยชาวฮังกาเรียนและอิตาเลียน 2 ที่นั่ง มีวาระ 4 ปี

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  5 มกราคม 2560

Update 18 กันยายน 2560

 

  • Pres.
    Borut PAHOR
  • Prime Min.
    Miro CERAR
  • Dep. Prime Min.
    Karl ERJAVEC
  • Dep. Prime Min.
    Boris KOPRIVNIKAR
  • Dep. Prime Min.
    Dejan ZIDAN
  • Min. of Agriculture, Food, & Forestry
    Dejan ZIDAN
  • Min. of Culture
    Anton PERSAK
  • Min. of Defense
    Andreja KATIC
  • Min. of Economic Development & Technology
    Zdravko POCIVALSEK
  • Min. of Education, Science, & Sport
    Maja Makovec BRENCIC
  • Min. of Environment & Spatial Planning
    Irena MAJCEN
  • Min. of Finance
    Mateja VRANICAR ERMAN
  • Min. of Foreign Affairs
    Karl ERJAVEC
  • Min. of Health
    Milojka KOLAR CELARC
  • Min. of Infrastructure
    Peter GASPERSIC
  • Min. of Interior
    Vesna GYORKOS ZNIDAR
  • Min. of Justice
    Goran KLEMENCIC
  • Min. of Labor, Family, Social Affairs, & Equal Opportunity
    Anja Kopac MRAK
  • Min. for Public Admin.
    Boris KOPRIVNIKAR
  • Min. Without Portfolio for Development, Strategic Projects, & Cohesion
    Alenka SMERKOLJ
  • Min. Without Portfolio for Slovenians Abroad
    Gorazd ZMAVC
  • Governor, National Bank
    Bostjan JAZBEC
  • Ambassador to the US
    Bozo CERAR
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Andrej LOGAR

 

 

ที่มา:  https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/SI.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

66.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

32,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 2.3%
• ภาคอุตสาหกรรม 33.6%
• ภาคการบริการ 64.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราการว่างงาน

11.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

-0.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

หนี้สาธารณะ

81.8% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

มันสำปะหลัง ต้นฮอบส์ ข้าวสาลี ต้นบีท (ใช้ทำน้ำตาล) ข้าวโพด องุ่น โค กระบือ แกะ และสัตว์ปีก

อุตสาหกรรม

เหล็กและโลหกรรมและผลิตภัณฑ์จากอะลูมิเนียม การหลอมตะกั่วและสังกะสี เครื่องใช้ไฟฟ้า (รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทางการทหาร) รถบรรทุก รถยนต์ อุปกรณ์กำเนิดพลังงานไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากไม้ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องจักร

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

5.6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

3.009 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

มูลค่าการส่งออก

20.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

การผลิตสินค้า เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ และอาหาร

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Germany 19.1%, Italy 10.6%, Austria 8%, Croatia 6.8%, Slovakia 4.7%, Hungary 4.4%, France 4.2% (พ.ศ.2558)

มูลค่าการนำเข้า

20.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2559)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง การผลิตสินค้า เคมีภัณฑ์ น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น และอาหาร

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Germany 16.5%, Italy 13.6%, Austria 10.2%, China 5.5%, Croatia 5.1%, Turkey 4% (พ.ศ.2558)

สกุลเงิน

ยูโร (Euro)

สัญลักษณ์เงิน

EUR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่นี่)

        หลังจากอัตราการเจริญเติบโตติดลบในปี 2009 คาดการณ์กันว่า GDP จะเติบโตได้ร้อยละ 3 ในช่วงปี 2010-2013 แม้อุปสงค์ภายในประเทศจะลดลงอย่างมากในปี 2009 เนื่องมาจากกลุ่มธุรกิจและครัวเรือนลดการลงทุนลง แต่ก็จะฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้งในไม่ช้า อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์นี้สามารถช่วยระงับอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงขึ้นได้ระดับหนึ่งหลังจากที่ขึ้นสูงในปี 2008 นอกจากนั้น การค้าต่างประเทศจะช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการส่งออกจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าการนำเข้า

•        สโลวีเนียได้รับเงินลงทุนจากต่างประเทศจำนวนสูงมาก ส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการแปรรูป เช่น กิจการธนาคารของรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดตั้ง Office of National Development เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบขนส่งทางรถไฟและท่าเรือให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น


• ปัจจุบันเศรษฐกิจของสโลวีเนียพึ่งพาภาคบริการ (ร้อยละ 62 ของ GDP) และการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก (ร้อยละ 58 ของ GDP) ซึ่งการค้า 1 ใน 3 เป็นการค้ากับ EU โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส และโครเอเชีย


• สโลวีเนียมีท่าเรือโคเปอร์ซึ่งสามารถขนถ่ายสินค้าจากยุโรปตะวันออกสู่ทะเลอาเดรียติกเพื่อออกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีเครือข่ายระบบขนส่งทั้งทางรถไฟและทางบกที่เชื่อมต่อกับประเทศในยุโรป อาทิ เยอรมนี ออสเตรีย เช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์ โครเอเชีย และอิตาลี อีกทั้งเมืองโคเปอร์ยังเป็นเมืองปลอดภาษีด้วย ส่งผลให้มีสินค้าขนถ่ายผ่านท่าเรือดังกล่าวเฉลี่ย 7 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ สโลวีเนียมีเครือข่ายการติดต่อทางธุรกิจกับประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอดีตยูโกสลาเวีย


• บริษัทเดินเรือกว่า 30 บริษัท มาขึ้นที่ท่าโคเปอร์ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นลำดับสองในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และรับเก็บรักษาและกระจายสินค้าเกือบทุกชนิด ส่วนมากคือ รถยนต์ แต่ไม่รับน้ำมันดิบ และของเหลวที่เป็นอันตราย โดยประเทศที่ใช้บริการมาก ได้แก่ ออสเตรีย อิตาลี ฮังการี สโลวาเกีย และเยอรมนี (ตอนใต้) เป็นต้น

การปรับตัวทางเศรษฐกิจภายหลังการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
•        คาดการณ์ไว้ว่า สโลวีเนียอาจฝืนกฎระเบียบว่าด้วยงบประมาณของ EU ที่มีต่อประเทศสมาชิก โดยการจัดทำงบประมาณขาดดุล เนื่องจากจำเป็นต้องเร่งให้มีการใช้จ่ายของสาธารณะให้มากขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย อย่างไรก็ดี คาดว่า เศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นในปี 2010 และน่าจะส่งผลให้การใช้งบประมาณขาดดุลกลับมาอยู่ในระดับต่ำอยู่ในเกณฑ์ที่ Stability and Growth Pact (SGP) กำหนดไว้สโลวีเนียจะต้องปรับตัวให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อตอบรับกับการลงทุนต่างประเทศ หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ผ่านพ้น รัฐบาลจะเพิ่มการผูกโยงทางด้านการค้าและเศรษฐกิจเข้ากับ EU มากยิ่งขึ้น อีกทั้งพยายามที่จะดึงเงินลงทุนในกลุ่ม Greenfield แม้ว่าจะมีการแข่งขันสูงและแรงจูงใจจากอัตราดอกเบี้ยสำหรับนักลงทุนที่ลดลง กระบวนการ privatization ของกลุ่มสินทรัพย์ของรัฐบาลต่างๆ ก็ยังคงเป็นไปได้ยากในอนาคตอันใกล้นี้

 

ความสัมพันธ์ทางการทูต
รัฐบาลไทยได้ประกาศรับรองเอกราชของสโลวีเนียเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2535 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2535

ปัจจุบัน สโลวีเนียอยู่ภายใต้เขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ในขณะที่ฝ่ายสโลวีเนียได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตสโลวีเนียประจำกรุงปักกิ่งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายได้แต่งตั้งกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่าย โดยฝ่ายไทยอยู่ในระหว่างสรรหากงสุลกิตติมศักดิ์ประจำกรุงลุบลิยานาคนใหม่ สืบแทนนายสวอนโก โวไลย (Zvonko Volaj) ที่เสียชีวิตเมื่อปี 2551 สำหรับกงสุลกิตติมศักดิ์สโลวีเนียประจำประเทศไทย คือ นางภัทรา พุฒิพรรณพงศ์

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
ด้านการค้า
ในปี 2556 มีมูลค่าการค้า 79.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 42.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 37.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 4.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ยางพารา

ด้านการลงทุน
จากสถิติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันไม่มีการลงทุนจากสโลวีเนียในไทย แต่ในอดีตเมื่อปี 2550 สโลวีเนียเคยลงทุนในไทย 1 โครงการ มูลค่ารวม 66 ล้านบาท ผลิตอุปกรณ์วัดและทดสอบระบบโทรทัศน์ รัฐบาลสโลวีเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน โดยค่าจ้างแรงงานฝีมือและแรงงานทักษะไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นใน EU จึงมีลู่ทางที่ไทยและสโลวีเนียจะขยายความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน สโลวีเนียได้เชิญชวนให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในสโลวีเนีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจบริการที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันมีนักธุรกิจไทยไปลงทุนในกิจการสปาแล้ว 9 แห่ง และมีร้านอาหารไทย 4 ร้าน

ด้านการท่องเที่ยว
ปี 2556 มีนักท่องเที่ยวสโลวีเนียมาเยือนไทยจำนวน 7,161 คน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมีจำนวน 7,072 คน ไม่ปรากฏจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปสโลวีเนีย

จำนวนคนไทย: มีชาวไทยในสโลวีเนีย 95 คน

 

ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ภายหลังการประกาศเอกราชจากยูโกสลาเวีย สโลวีเนียได้ขอสืบสิทธิความตกลงที่ไทยมีกับยูโกสลาเวีย 2 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงทางการค้า และความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ ซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการจัดทำความตกลงฉบับใหม่ระหว่างกัน โดยใช้ความตกลงดังกล่าวเป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ ฝ่ายสโลวีเนียได้เสนอขอทำความตกลงอื่นๆ กับไทย โดยมีความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว และความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา ดังนี้

ความตกลงทีได้ลงนามแล้ว
- ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement for the Promotion and Protection of Investment) ลงนามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000
- อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Convention for the Avoidance of Double Taxation and the Prevention of Fiscal Evasion with Respect on Taxes on Income) ลงนามเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2003 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 เป็นต้นไป โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกาศใช้อนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2004 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งสำเนาประกาศใช้อนุสัญญาฯ เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Agreement on Scientific and Technological Cooperation) ในชั้นต้น ฝ่ายสโลวีเนียได้ทาบทามขอสืบสิทธิความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างไทยกับยูโกสลาเวีย ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1997 ฝ่ายสโลวีเนียได้เสนอร่างความตกลงฉบับใหม่ให้ไทยพิจารณา และมีการแลกเปลี่ยนร่างโต้ตอบระหว่างกัน จนทั้งสองฝ่ายสามารถเห็นชอบร่างความตกลงฯ ร่วมกัน และมีการลงนามความตกลงฯ เมื่อกันยายน ค.ศ. 2004 และมีผลบังคับใช้เมื่อ 13 พ.ค. 2010

ความตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
- ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (Agreement for the Exemption of Visa Requirement for the Holder of Diplomatic and Official Passport) ขณะนี้ ร่างโต้ตอบจากฝ่ายสโลวีเนียอยู่ในระหว่างการพิจารณาของไทย
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า (Agreement on Trade and Economic Cooperation) เดิมเคยลงนามเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1999 แต่โดยที่สโลวีเนียกำหนดเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปโดยสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2004 ทำให้ความตกลงฯ ฉบับเดิมสิ้นสุด ฝ่ายไทยจึงเสนอร่างความตกลงฉบับใหม่ให้ฝ่ายสโลวีเนียพิจารณา ขณะนี้ฝ่ายไทยและฝ่ายสโลวีเนียเห็นพ้องในร่างความตกลงทุกประเด็น และกำลังดำเนินการตามกระบวนการภายในประเทศเพื่อสามารถลงนามในความตกลง

ข้อมูลคนไทยในสโลวีเนีย
จำนวนคนไทยในสโลวีเนีย 95 คน (ปี 2554)

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐสโลวีเนีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,914.69 455,210.59 416,962.57 416,962.57 409,585.57 0.15 -4.95 -8.40 -8.40 -1.77
การส่งออก 228,498.54 227,461.99 214,309.58 214,309.58 215,387.54 -0.26 -0.45 -5.78 -5.78 0.50
การนำเข้า 250,416.15 227,748.59 202,652.99 202,652.99 194,198.03 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -4.17
ดุลการค้า -21,917.61 -286.60 11,656.59 11,656.59 21,189.51            
ไทย - สโลวีเนีย                      
มูลค่าการค้า 79.99 106.75 95.53 95.53 101.49 4.16 33.45 -10.51 -10.51 6.24
การส่งออก 42.35 59.60 58.67 58.67 60.86 14.93 40.74 -1.57 -1.57 3.73
การนำเข้า 37.64 47.15 36.86 36.86 40.63 -5.78 25.25 -21.81 -21.81 10.23
ดุลการค้า 4.71 12.46 21.80 21.80 20.22            

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 10.9 18.8 17.5 17.5 14.4 40.77 72.86 -7.19 -7.19 -17.69
2 ยางพารา 5.1 12.3 15.1 15.1 10.7 -33.88 141.85 22.72 22.72 -29.51
3 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 7.9 6.9 6.0 6.0 10.4 115.19 -13.36 -12.83 -12.83 73.97
4 ผลิตภัณฑ์ยาง 3.8 2.7 2.5 2.5 6.0 51.06 -29.12 -6.22 -6.22 140.92
5 เม็ดพลาสติก 3.2 3.8 2.5 2.5 3.6 -21.00 19.76 -35.00 -35.00 43.80
6 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.5 0.6 1.3 1.3 2.8 -30.11 18.51 139.57 139.57 107.28
7 หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.1 2.5 2.3 2.3 2.1 -51.57 2,205.74 -7.50 -7.50 -8.40
8 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.9 1.0 1.1 1.1 1.1 -27.87 20.47 9.20 9.20 -3.09
9 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 1.5 1.9 1.2 1.2 1.1 -5.32 26.59 -35.97 -35.97 -11.31
10 เคมีภัณฑ์ 0.3 0.7 0.7 0.7 0.9 -48.73 149.34 1.02 1.02 29.55
รวม 10 รายการ 34.0 51.2 50.2 50.2 53.0 14.16 50.28 -1.80 -1.80 5.46
อื่นๆ 8.3 8.4 8.4 8.4 7.9 18.21 1.64 -0.18 -0.18 -6.61
รวมทั้งสิ้น 42.3 59.6 58.7 58.7 60.9 14.93 40.74 -1.57 -1.57 3.73

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 13.4 12.4 9.4 9.4 12.7 36.96 -7.26 -24.63 -24.63 36.07
2 เคมีภัณฑ์ 4.4 3.6 3.2 3.2 5.0 50.42 -16.36 -11.81 -11.81 54.57
3 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 4.9 10.3 5.6 5.6 4.3 -34.67 110.97 -45.71 -45.71 -22.10
4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 1.8 5.7 1.9 1.9 3.3 -16.68 221.68 -65.86 -65.86 68.29
5 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 2.4 2.1 4.1 4.1 3.0 -70.95 -11.92 93.64 93.64 -28.33
6 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ 1.4 1.4 1.5 1.5 1.9 41.59 2.96 8.60 8.60 26.96
7 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 1.4 2.0 1.7 1.7 1.6 262.72 38.81 -13.93 -13.93 -4.87
8 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 1.1 0.9 1.6 1.6 1.5 -5.46 -21.52 86.23 86.23 -5.87
9 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 1.4 1.6 1.9 1.9 1.5 19.45 11.17 23.97 23.97 -23.32
10 ผลิตภัณฑ์โลหะ 1.1 0.9 1.3 1.3 1.0 -29.82 -12.96 43.87 43.87 -27.18
รวม 10 รายการ 33.1 40.9 32.3 32.3 35.8 -7.38 23.25 -20.90 -20.90 10.73
อื่นๆ 4.5 6.3 4.6 4.6 4.9 8.04 40.05 -27.70 -27.70 6.63
รวมทั้งสิ้น 37.6 47.1 36.9 36.9 40.6 -5.78 25.25 -21.81 -21.81 10.23

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักประจำกรุงปักกิ่ง    H.E. Mr. Marjan Cencen
ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

Embassy of the Republic of Slovenia

57 Block F, Ya Qu Yuan, King's Garden Villas, 18 Xiao Yun Road, Chao Yang district,
100600 Beijing

People Republic of China

Tel: (8610) 64681154

Fax: (8610) 64681040

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: http://beijing.embassy.si/en

 

 

JoomSpirit