สาธารณรัฐเยอรมนี

germany1 germany2
ธง ตราสัญลักษณ์

germany6
ที่มา : www.wikipedia.org
germany5
germany4

ชื่อทางการ

สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนกลางของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก และทะเลเหนือ อยู่ระหว่างประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศโปแลนด์ ตอนใต้ของประเทศเดนมาร์ก

พื้นที่

357,022 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

3,714 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับประเทศ ออสเตรีย 801  กิโลเมตร เบลเยี่ยม 133  กิโลเมตร เช็ก 704  กิโลเมตร เดนมาร์ก 140  กิโลเมตร ฝรั่งเศส 418  กิโลเมตร ลักเซมเบิร์ก 128 กิโลเมตร เนเธอร์แลนด์ 575 กิโลเมตร โปแลนด์ 467 กิโลเมตร และสวิสเซอร์แลนด์ 348 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

เป็นที่ราบต่ำในทางตอนเหนือ และที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ มีภูเขาสูงคือภูเขา บาวาเรียน อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ

อยู่ระหว่างแถบร้อนกับแถบขั้วโลกและอยู่ติดกับทะเล อากาศเย็น มีเมฆมาก และชื้นแฉะทั้งในหน้าหนาว และหน้าร้อน แถบภูเขามีช่วงอบอุ่นจากลมที่พัดมาจากตอนเหนือ

ทรัพยากรธรรมชาติ

ถ่าน ถ่านหินลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติ เหล็กดิบ ทองแดง นิเกิล ยูเรเนียม โพแทช เกลือ วัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้าง ไม้ซุง และพื้นที่ๆเหมาะแก่การเพาะปลูก

ภัยธรรมชาติ

น้ำท่วม

จำนวนประชากร

80,854,408 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

-0.17% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

เยอรมัน

เชื้อชาติ

เยอรมัน 91.5% ตุรกี 2.4% อื่นๆ 6.1% (ประกอบไปด้วยชาวกรีก อิตาลี โปแลนด์ รัสเซีย เซิร์บและโคเอเชีย เป็นกลุ่มใหญ่)

ศาสนา

คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 34% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 34% มุสลิม 3.7% ศาสนาอื่นๆแยกกระจัดกระจายออกไปและอื่นๆ 28.3%

ภาษา

เยอรมัน

ประวัติศาสตร์เยอรมนี     เริ่มต้นด้วยการต้านทานการยึดครองโดยชาวโรมันของชนเจอร์มานิค ซึ่งเมื่อจักรวรรดิโรมันล่มสลายชนชาติเยอรมันก็กลายเป็นกลุ่มชนผู้มีอำนาจในยุโรปเข้าแทนที่ชาวโรมัน จนนำไปสู่กำเนิดจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ หรือ จักรวรรดิที่ 1 ในสมัยกลาง จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ธำรงอยู่กว่าพันปีแต่ก็เป็นเพียงจักรวรรดิที่มองไม่เห็น เพราะรัฐต่าง ๆ ในเยอรมันร้อยกว่ารัฐต่างแยกตัวเป็นอิสระจากพระจักรพรรดิ จนนโปเลียนยกเลิกจักรวรรดินี้ไปกลายเป็นสมาพันธรัฐเยอรมัน เป็นกลุ่มของรัฐต่าง ๆ จนราชอาณาจักรปรัสเซียสามารถรวมประเทศเยอรมนีได้โดยการนำของบิสมาร์ก ก็กลายเป็นจักรวรรดิเยอรมัน หรือจักรวรรดิที่ 2

แต่ด้วยการปฏิวัติล้มระบอบกษัตริย์หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้เยอรมนีกลายเป็นสาธารณรัฐไวมาร์ จนถูก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำลัทธินาซีแผ่ขยายดินแดนไปทั่วยุโรปในสงครามโลกครั้งที่สอง หรือ จักรวรรดิที่ 3 จนฮิตเลอร์พ่ายแพ้เยอรมนีจึงถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือ เยอรมนีตะวันออก และ เยอรมนีตะวันตก จนรวมกันกลายเป็นประเทศเยอรมนีอีกครั้งใน ค.ศ. 1990

ที่มา ประวัติศาสตร์เยอรมนี - วิกิพีเดีย

รูปแบบการปกครอง

ปกครองแบบสหพันธรัฐ ซึ่งรัฐต่างๆก็จะมีรัฐสภาและรัฐบาลเป็นของตัวเอง ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล

เมืองหลวง

กรุงเบอร์ลิน (Berlin)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 16 รัฐ ได้แก่ บาเดิน-เวือร์เทมแบร์ก (Baden-Württemberg) บาร์เยิน (Bayern) เบอร์ลิน (Berlin) บรันเดนบูร์ก (Brandenburg) เบรเมน (Bremen) ฮัมบูร์ก (Hamburg) เฮสส์ (Hessen) เมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น (Mecklenburg-Western Pomerania) นีเดอร์ซัคเซ่น (Niedersachen) นอร์ดไรน์-เวสต์ฟาเลน (North Rhine-Westphalia) ไรลันด์-พฟาลซ์ (Rhineland-Palatinate) ซาร์ลันด์ (Saarland) ซัคเซ่น (Sachsen) ซัคเซ่น-อัลฮัลต์ (Sachsen-Anhalt) ชเลสวิก-โฮลชไตน์(Schleswig-Holestin) ทูริงเง่น (Thuringia)

วันที่ได้รับเอกราช

15 มีนาคม พ.ศ. 2534

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

3 ตุลาคม พ.ศ. 2533

ระบบกฏหมาย

กฎหมายบ้านเมืองดั้งเดิม มีกฎแห่งสหพันธรัฐ ไม่รับกฎหมายจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

พรรค Christian Democratic Union (CDU) พรรค Christian Social Union (CSU) พรรค Social Democratic Party (SPD) พรรค Alliance'90 Greens พรรค Free Democratic Party หรือ FDP และพรรค Left Party หรือ Dine Linke

ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) ปัจจุบันมีสมาชิก 620 คน และสภามลรัฐ (Bundesrat) ปัจจุบันมีสมาชิก 69 คน


ระบบการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรใช้การเลือกตั้งแบบ 2 ระบบ คือ ระบบแบ่งเขต และระบบสัดส่วน โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจากระบบแบ่งแขต 299 คน จาก 299 เขตเลือกตั้ง หลังจากนั้น ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 5 หรือมีสมาชิกสภาผู้แทนฯ ระบบแบ่งเขตอย่างน้อย 3 คนจะได้รับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ อีกอย่างน้อย 299 คน เพื่อให้สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนฯ ในแต่ละรัฐเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนเสียงของแต่ละพรรค ส่วนสมาชิกสภามลรัฐจะได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลของแต่ละรัฐโดยมีจำนวนแตกต่างกันตามสัดส่วนของประชากร แต่สมาชิกของแต่ละรัฐจะต้องออกเสียงไปในทิศทางเดียวกัน

พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่ พรรค Christiche Demokratische Union (CDU – พรรคอนุรักษ์นิยม) พรรค Christlich-Soziale Union in Bavaria (CSU – พรรคพี่น้องของ CDU ในรัฐบาวาเรีย) พรรค Freie Demokratische Partei (FDP – พรรคเสรีนิยมมีนโยบายเป็นมิตรต่อภาคธุรกิจ) พรรค Bündnis 90/die Grünen (เน้นนโยบายเชิงสันติภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) พรรค Sozialdemokratische Partei Deutschlands (SPD – พรรคซ้าย-กลาง) และพรรค Die Linke (ฝ่ายซ้าย)

นโยบายด้านการต่างประเทศ
- นโยบายด้านการต่างประเทศของเยอรมนีเป็นนโยบายแห่งสันติ (peace policy) เยอรมนีสนับสนุนการลดอาวุธ (disarmament) โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ยอมรับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประสบการณ์จากสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้เยอรมนีมักหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารในประเทศอื่น ๆ หากไม่มีความจำเป็น นอกจากนี้ เยอรมนีกำลังอยู่ในระหว่างการปฏิรูปกองทัพ และได้ระงับระบบการเกณฑ์ทหารตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 อย่างไรก็ตาม เยอรมนีมีกองกำลังทหารจำนวน 6,800 นาย และกำลังตำรวจ 270 นายเข้าร่วมในปฏิบัติการสันติภาพของสหประชาชาติ โดยเฉพาะในอัฟกานิสถาน

- ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในกรอบสหภาพยุโรป และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะฝรั่งเศส และประเทศยุโรปตะวันออก สำหรับประเทศนอกภูมิภาคยุโรป เยอรมนีให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐอเมริกา (transatlantic partnership) และจะเริ่มให้ความสำคัญกับภูมิภาคลาตินอเมริกา รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือแก่ภูมิภาคแอฟริกา

- หัวใจสำคัญของนโยบาย ตปท. ของเยอรมนี คือ การได้รับเลือกเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จึงให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ UN ในปฏิบัติการต่างๆ โดยในปี 2009 เยอรมนีเป็นประเทศผู้ให้เงินสนับสนุนแก่ UN มากเป็นอันดับ 3

- เยอรมนีสนับสนุนการปฏิรูปการปกครองในตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเด็นการฟื้นฟูอัฟกานิสถาน สถานการณ์ในซีเรีย และการพัฒนาทางนิวเคลียร์ในอิหร่าน อย่างไรก็ดี เยอรมนีให้ความสำคัญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากกว่าปฏิบัติการทางทหาร เยอรมนีเป็น 1 ใน 5 ประเทศ (ร่วมกับ รัสเซีย จีน อินเดีย และบราซิล) ที่งดออกเสียงในข้อมติ UNSC ที่ 1973 เกี่ยวกับการดำเนินการทางทหารเพื่อปกป้องพลเรือนในลิเบีย และการประกาศเขตห้ามบิน

- ประเด็นระดับโลกที่เยอรมนีให้ความสำคัญ ได้แก่ การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การฟื้นฟูอัฟกานิสถาน ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางพลังงาน โดยเยอรมนีได้ริเริ่มการจัดตั้ง International Renewable Energy Agency (IRENA) เพื่อส่งเสริมการขยายการใช้พลังงานทดแทนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ เยอรมนียังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมและการศึกษา เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงเยอรมนีกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ที่มา ทวีปยุโรป : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557

Update สิงหาคม  2559

 

  • Fed. Pres. Joachim GAUCK
  • Chancellor Angela MERKEL
  • Vice Chancellor Sigmar GABRIEL
  • Min. of Defense Ursula VON DER LEYEN
  • Min. for Economic Cooperation & Development Gerd MUELLER
  • Min. for Economics & Energy Sigmar GABRIEL
  • Min. for Education & Research Johanna WANKA
  • Min. for the Environment, Nature Conservation, Construction, & Reactor Security Barbara HENDRICKS
  • Min. for Family, Seniors, Women, & Youth Manuela SCHWESIG
  • Min. of Finance Wolfgang SCHAEUBLE
  • Min. of Foreign Affairs Frank-Walter STEINMEIER
  • Min. for Health Hermann GROEHE
  • Min. of Interior Thomas DE MAIZIERE
  • Min. of Justice & Consumer Protection Heiko MAAS
  • Min. for Labor & Social Affairs Andrea NAHLES
  • Min. for Nutrition & Agriculture Christian SCHMIDT
  • Min. for Transportation & Digital Infrastructure Alexander DOBRINDT
  • Min. Without Portfolio & Chancellery Chief Peter ALTMAIER
  • Pres., Bundesbank Jens WEIDMANN
  • Ambassador to the US Peter WITTIG
  • Permanent Representative to the UN, New York Harald BRAUN

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/GM.html

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

3.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของ GDP

1.5% (ค่าประมาณพ.ศ. 2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

46,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 0.7%
• ภาคอุตสาหกรรม 30.2%
• ภาคการบริการ 69.1% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

4.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

71.7% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

มันฝรั่ง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ ต้นบีท(ใช้ทำน้ำตาล) ผลไม้ กระหล่ำปลี ปศุสัตว์ สุกร และสัตว์ปีก

อุตสาหกรรม

เป็นผู้ผลิตรายใหญ่และก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก มีการผลิตอุตสาหกรรมเหล็ก เหล็กกล้า ถ่าน ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องมือที่ใช้ในยานพาหนะ กระแสไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม การต่อเรือและสิ่งทอ

ดุลบัญชีเดินสะพัด

286.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

1.292 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

เครื่องจักร ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ โลหะและผลิตภัณฑ์จากโลหะ เครื่องบริโภค และสิ่งทอ

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

France 9.6%, UK 7.9%, US 6.9%, Netherlands 6.9%, China 5.8%, Austria 5.3%, Italy 5.1%, Poland 4.5%, Switzerland 4.3% (พ.ศ.2557)

มูลค่าการนำเข้า

983.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักร ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ อาหาร สิ่งทอ และโลหะ

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Netherlands 13.8%, France 8%, China 6.6%, Belgium 6.3%, Italy 5.4%, UK 4.8%, Poland 4.6%, Czech Republic 4.4%, Austria 4.3%, Switzerland 4.1% (พ.ศ.2557)

สกุลเงิน

ยูโร (Euro)

สัญลักษณ์เงิน

EUR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

ภาพรวม

เยอรมนีมีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสังคม เยอรมนีเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก โดยในปี 2554 เยอรมนีมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก (รองจากสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น) มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นผู้ส่งออกใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก (รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา) เยอรมนีเป็นฐานการผลิตของสินค้าเชิงอุตสาหกรรมหนักจากบริษัทขนาดกลางที่มักมีราคาแพง แต่มีมาตรฐานเชิงคุณภาพสูง อาทิ รถยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ ในปี 2554 เยอรมนีได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันโดย International Institute for Management Development (IMD) เป็นอันดับที่ 10 ของโลก

1.ความสัมพันธ์ทางการทูต

- ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับรัฐอิสระของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมายาวนาน โดยเมื่อปี 2401ไทยได้ทำสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือกับ 3 รัฐอิสระของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation between the Kingdom of Siam and the Hanseatic Republics) ซึ่งได้แก่ ลือเบค (Lübeck) เบรเมน (Bremen) และฮัมบูร์ก (Hamburg) และเมื่อปี 2551 ถือเป็นการครบรอบ 150 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการค้า

- ต่อมา ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2405 โดยการทำสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือระหว่างกัน (Treaty of Amity, Commerce and Navigation with Prussia, in the name of the German Customs and Commercial Union) โดยไทยได้ดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับอัครราชทูต (ปี 2426-2498) โดยในระยะแรกมีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน และจัดตั้งสำนักงาน ณ กรุงเบอร์ลิน ขึ้นในปี 2430 และต่อมา เมื่อปี 2498 ได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูต โดยได้จัดตั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบอนน์ มีเขตอาณาครอบคลุมเยอรมนีตะวันตก และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเบอร์ลิน มีเขตอาณาครอบคลุมเยอรมนีตะวันออก

- ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2542 ไทยได้ยกระดับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเบอร์ลิน ขึ้นเป็นสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เนื่องจากมีการย้ายที่ทำการของรัฐสภาและรัฐบาลสหพันธ์จากกรุงบอนน์ไปยังกรุงเบอร์ลิน สำหรับที่ทำการเดิมที่กรุงบอนน์ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานสถานเอกอัครราชทูตสาขากรุงบอนน์ขึ้น แต่ได้ปิดทำการไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2544 และได้มีการเปิดสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2545

- ไทยมีสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 3 แห่ง คือ ที่นครมิวนิก เมืองฮัมบูร์ก และเมืองดึสเซลดอร์ฟ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ 1 แห่งที่เมืองชตุทท์การ์ท ในขณะที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในไทย 3 แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และเมืองพัทยา

- ปัจจุบัน มีคนไทยอาศัยอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยสถิติของทางการสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในปี 2552 มีจำนวนคนไทยพำนักในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีทั้งสิ้น 55,324 คน อย่างไรก็ดี คนไทยที่อาศัยอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีจำนวนมากเป็นหญิงไทยที่สมรสกับชาวเยอรมันและได้รับสัญชาติเยอรมัน ดังนั้นจำนวนคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีจึงมีประมาณกว่า 100,000 คน

2.ความสัมพันธ์ทางการเมือง
- ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับเยอรมนีดำเนินไปด้วยความราบรื่น ไทยและเยอรมนีมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เยอรมนีเห็นไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาค โดยให้ความสนใจติดตามบทบาทและการดำเนินการของไทยในกรณีพม่า และสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย อีกทั้งยังสนใจและชื่นชมบทบาทนำของไทยในอาเซียน รวมทั้งผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทยทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยและความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับอาเซียน โดยเฉพาะการจัดทำกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือระหว่างไทยกับประชาคมยุโรป (Framework Agreement on Comprehensive Partnership and Cooperation between Thailand and the European Community and its Member States – PCA) และความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement – FTA)

- เยอรมนีชื่นชมและตระหนักถึงความสำคัญของไทยในฐานะที่มีบทบาทนำและเป็นแบบอย่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องความเป็นประชาธิปไตย การรักษาสิทธิมนุษยชน เสรีภาพของสื่อมวลชน ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และความสำเร็จทางเศรษฐกิจโดยรวม

3.ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
3.1 การค้า                         เยอรมนีเป็นคู่ค้าลำดับที่ 15 ของไทย โดยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยจากสหภาพยุโรป ในปี 2556 มีมูลค่าการค้า 10,182.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 4,068.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 6,113.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุล 2,044.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเยอรมนี ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ  เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ก๊อก วาล์วและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยจากเยอรมนี ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์  รถยนต์นั่ง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม แผงวงจรไฟฟ้า


3.2 การลงทุน

                          มีการเข้ามาลงทุนในไทย ผ่าน BOI ในปี 2555 จำนวน 34โครงการ รวมมีมูลค่า 2,941.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสาขาสาธารณูปโภคและบริการ รองลงมาได้แก่ สาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ และในปี 2556 (ม.ค.-มิ.ย.) จำนวน 13 โครงการ รวมมีมูลค่า 729.4 ล้านบาท

                           กรณีข้อพิพาททางการค้าการลงทุนที่สำคัญระหว่างประเทศไทยกับเยอรมนี คือ ข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทวาลเทอร์ เบา (Walter Bau AG) ซึ่งผู้พิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทวาลเทอร์ เบา ได้ฟ้องร้องต่อศาลนครนิวยอร์กและศาลกรุงเบอร์ลิน ขอบังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ให้ไทยชำระค่าเสียหายแก่บริษัทวาลเทอร์ เบา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 รวมไปถึงการขอให้ศาลกรุงเบอร์ลินอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ไว้เป็นของกลางในเยอรมนีระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2554 โดยอ้างว่า
เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2556 ศาลฎีกาสูงสุดของเยอรมนีได้ตัดสินยกคำพิพากษาของศาลสูงเบอร์ลินและให้พิจารณาคำร้องของบริษัท Walter Bau ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย เพราะทำให้ฝ่ายไทยสามารถกลับเข้าสู่กระบวรการพิจารณาได้อีกครั้ง


3.3 การท่องเที่ยว

                           ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวเยอรมันเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 737,658 คน ในปี 2555 จำนวน 682,419 คน
(เป็นอันดับที่ 3 ในยุโรป รองจากรัสเซีย  และสหราชอาณาจักร) นักท่องเที่ยวเยอรมันจัดเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพราะพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสูง ปัจจุบัน สายการบินไทยทำการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่นครแฟรงก์เฟิร์ตวันละ 2 เที่ยวบิน และจากกรุงเทพฯ สู่นครมิวนิกทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ส่วนสายการบิน Lufthansa  ทำการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปนครแฟรงก์เฟิร์ตวันละ 1 เที่ยว

จำนวนคนไทย: 766,685 คน แต่คาดว่าเมื่อรวมกับคนไทยสัญชาติเยอรมันแล้วจะมีถึง 100,000 คน

ที่มา กรมยุโรป


4.ความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนา
- ที่ผ่านมา เยอรมนีให้ความร่วมมือแก่ไทยในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการฝึกอบรมทางวิชาชีพ/การพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเยอรมนีแก่ไทย โดยมีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือ คือ โรงเรียนเทคนิคไทย-เยอรมัน ซึ่งได้พัฒนามาเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ

- เยอรมนีได้ยุติความร่วมมือทวิภาคีแบบผู้ให้-ผู้รับกับไทย ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากไทยถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูง และจะมุ่งส่งเสริมความร่วมมือความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันเพื่อพัฒนาประเทศที่สาม ซึ่งนโยบายดังกล่าวของเยอรมนีสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ต้องการปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาหรือประเทศผู้ให้รายใหม่ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2551 ไทยกับเยอรมนีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคี เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือกับประเทศที่สาม โดยเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย อาทิ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มศักยภาพและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

5.แนวโน้มความสัมพันธ์
- กระทรวงการต่างประเทศได้กำหนดให้ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีใน 3 สาขาหลัก คือ โครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่ง พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการศึกษาและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสาขาที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีความชำนาญและสนใจ ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของไทยต่อสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

6.ความตกลงทวิภาคีที่สำคัญ
- สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน (ลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2504 และลงนามครั้งล่าสุดหลังจากเจรจาใหม่ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2545 โดยมีการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารระหว่างกันเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2547)
- ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2505)
- อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และจากทุน (ลงนามเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2510)
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (ลงนามเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2513)
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2526 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2527)
- สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2536)
- ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางทะเล (ลงนามเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2544)
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ (ลงนามเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2546)
- ความตกลงว่าด้วยพนักงานวิทยุสมัครเล่น (แลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2546)
- ความตกลงด้านการเงิน เพื่อเป็นกรอบความตกลงสำหรับการให้กู้ยืมเงินระหว่างธนาคาร Kreditanstalt fuer Wiederaufbau (KfW) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีกับธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ลงนามเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2548)
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคีระหว่างไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อให้ความร่วมมือแก่ประเทศที่สาม (ลงนามเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2551) 
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในสาขาการบริหารจัดการภัยพิบัติ (ลงนามเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2555)
- บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (ลงนามเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2555)

ที่มา ทวีปยุโรป : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - เยอรมนี                      
มูลค่าการค้า 9,590.13 10,180.65 10,447.61 10,447.61 9,834.41 4.55 6.16 2.62 2.62 -5.87
การส่งออก 3,608.79 4,067.42 4,532.01 4,532.01 4,287.43 -4.11 12.71 11.42 11.42 -5.40
การนำเข้า 5,981.34 6,113.23 5,915.60 5,915.60 5,546.98 10.58 2.21 -3.23 -3.23 -6.23
ดุลการค้า -2,372.55 -2,045.82 -1,383.59 -1,383.59 -1,259.54            

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 อัญมณีและเครื่องประดับ 432.9 530.6 611.2 611.2 628.8 50.96 22.57 15.19 15.19 2.88
2 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 352.7 324.1 408.1 408.1 371.5 -6.03 -8.12 25.94 25.94 -8.98
3 แผงวงจรไฟฟ้า 156.4 330.3 359.2 359.2 356.8 78.91 111.13 8.77 8.77 -0.68
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 123.9 154.7 240.4 240.4 320.4 -10.58 24.88 55.42 55.42 33.28
5 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 133.3 155.7 304.1 304.1 267.8 -1.20 16.77 95.32 95.32 -11.94
6 ผลิตภัณฑ์ยาง 182.8 195.3 196.9 196.9 178.6 -18.10 6.84 0.85 0.85 -9.31
7 ก๊อก วาวล์และส่วนประกอบ 123.9 141.0 158.2 158.2 140.3 7.53 13.82 12.22 12.22 -11.31
8 เครื่องนุ่งห่ม 136.6 140.5 134.4 134.4 107.8 -23.56 2.87 -4.36 -4.36 -19.79
9 เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับให้สัญญาณเสียง  68.3 90.9 94.7 94.7 104.0 20.80 33.06 4.20 4.20 9.80
10 เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ 14.4 17.8 65.5 65.5 98.2 41.14 23.21 268.66 268.66 49.82
รวม 10 รายการ 1,725.3 2,080.8 2,572.9 2,572.9 2,574.2 7.37 20.61 23.65 23.65 0.05
อื่นๆ 1,883.5 1,986.6 1,959.1 1,959.1 1,713.2 -12.66 5.47 -1.38 -1.38 -12.55
รวมทั้งสิ้น 3,608.8 4,067.4 4,532.0 4,532.0 4,287.4 -4.11 12.71 11.42 11.42 -5.40

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 1,442.7 1,384.3 1,537.8 1,537.8 1,320.5 26.37 -4.05 11.09 11.09 -14.13
2 เคมีภัณฑ์ 687.8 673.8 664.5 664.5 588.5 -5.56 -2.04 -1.38 -1.38 -11.44
3 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 674.2 582.4 571.4 571.4 554.5 72.38 -13.61 -1.89 -1.89 -2.96
4 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 458.1 509.3 430.6 430.6 499.6 83.22 11.18 -15.47 -15.47 16.03
5 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 328.5 289.3 266.2 266.2 269.9 9.22 -11.91 -8.02 -8.02 1.39
6 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 219.6 220.5 242.3 242.3 261.9 8.57 0.38 9.91 9.91 8.07
7 รถยนต์นั่ง 240.4 251.8 236.7 236.7 181.7 -15.30 4.71 -6.00 -6.00 -23.23
8 แผงวงจรไฟฟ้า 212.3 230.6 196.1 196.1 176.7 -24.89 8.63 -14.95 -14.95 -9.93
9 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 157.6 250.2 148.0 148.0 160.3 -24.76 58.70 -40.85 -40.85 8.32
10 ผลิตภัณฑ์โลหะ 192.9 176.2 174.1 174.1 151.4 0.81 -8.66 -1.24 -1.24 -13.00
รวม 10 รายการ 4,614.2 4,568.4 4,467.6 4,467.6 4,164.9 15.89 -0.99 -2.21 -2.21 -6.78
อื่นๆ 1,367.2 1,544.8 1,448.0 1,448.0 1,382.1 -4.23 12.99 -6.27 -6.27 -4.55
รวมทั้งสิ้น 5,981.3 6,113.2 5,915.6 5,915.6 5,547.0 10.58 2.21 -3.23 -3.23 -6.23

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมันประจำประเทศไทย    H.E. Dr. Hanns Heinrich Schumacher
ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

Embassy of the Federal Republic of Germany

9 South Sathorn Road,
Bangkok 10120

Tel: 0-2287-9000

Fax: 0-2287-1776

Website: http://www.bangkok.diplo.de

 

JoomSpirit