สาธารณรัฐฟินแลนด์

finland1 Finland2
ธง ตราสัญลักษณ์(Coat of Arms)

finland3
ที่มา : www.wikipedia.org

 

finland5 finland4

ชื่อทางการ

สาธารณรัฐฟินแลนด์ (Republic of Finland)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก อ่าวโบธเนีย และอ่าวฟินแลนด์ อยู่ระหว่างประเทศสวีเดนและรัสเซีย

พื้นที่

338,145 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

2,563  กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศนอร์เวย์ 709 กิโลเมตร สวีเดน 545 กิโลเมตร และรัสเซีย 1,309 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต่ำ ที่ราบ และลูกฟูกกระจัดกระจายสลับกับทะเลสาบแฃะภูเขาเตี้ยๆ

สภาพภูมิอากาศ

มีอากาศค่อนข้างหนาว คล้ายคลึงกับบริเวณขั้วโลกเหนือ แต่จะอบอุ่นกว่า เพราะได้รับอิทธิพลมาจากกระแสน้ำแอตแลนติกเหนือ ทะเลบอลติกและทะเลสาบอีกกว่า 60,000 แห่ง

ทรัพยากรธรรมชาติ

ไม้ซุง เหล็กดิบ ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี โครไมต์ นิเกิล ทอง เงิน และหินปูน

ภัยธรรมชาติ

N/A

จำนวนประชากร

5,476,922 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558)

อัตราการเติบโตของประชากร

0.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สัญชาติ

ฟินแลนด์

เชื้อชาติ

ฟินแลนด์ 93.4% สวีเดน 5.6% รัสเซีย 0.5% เอสโทเนีย 0.3% โรมาเนีย (ยิปซี) 0.1% และซามิ (Sami) 0.1% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2549)

ศาสนา

ลัทธิลูเธอรานของฟินแลนด์ 78.4% คริสต์นิกายออร์เทอร์ด็อกซ์ 1.1% คริสต์นิกายอื่นๆ 1.1% อื่นๆ 0.2% และไม่มีศาสนา 19.2% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2553)

ภาษา

ฟินแลนด์ 89.3% (ภาษาราชการ) สวีเดน 5.3% (ภาษาราชการ) และอื่นๆ 5.4% (ได้แก่ ซามิ-รัสเซีย แต่ใช้เป็นส่วนน้อย) (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2556)

ประวัติศาสตร์

ภายใต้การปกครองของสวีเดน

        เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของความเกี่ยวพันระหว่างสวีเดนกับฟินแลนด์เริ่มต้นในปี พ.ศ. 1698 ในสงครามเผยแผ่คริสต์ศาสนา ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการตั้งเมืองขึ้นในทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศที่โอบู (Åbo) หรือตุรกุ(Turku) โดยตุรกุเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรสวีเดนในยุคนั้น ในช่วงศตวรรษนี้ มีชาวสวีเดนจำนวนมากที่เข้ามาตั้งรกรากบริเวณชายฝั่งทางใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ บนหมู่เกาะโอลันด์ และหมู่เกาะอื่น ๆ ใกล้เคียง ซึ่งทำให้ภาษาสวีเดนยังคงเป็นภาษาหลักของภูมิภาคนี้มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ภาษาสวีเดนได้กลายมาเป็นภาษาของชนชั้นสูงในภาคอื่น ๆ ของฟินแลนด์ในยุคนั้นด้วย

พ.ศ. 2093 กษัตริย์ของสวีเดน สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 1 ได้ทรงก่อตั้งเมืองเฮลซิงกิขึ้นในชื่อ "เฮลซิงฟอร์ส" (Helsingfors) แต่เมืองนี้คงสภาพเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงกว่าสองร้อยปี ชื่อเฮลซิงฟอร์สยังคงเป็นชื่อเมืองเฮลซิงกิในภาษาสวีเดนในปัจจุบัน

ดินแดนฟินแลนด์ถูกยึดครองโดยรัสเซียสองครั้งในพุทธศตวรรษที่ 23

 
การประชุมรัฐสภาครั้งแรก พ.ศ. 2449

ราชรัฐฟินแลนด์ภายใต้จักรวรรดิรัสเซีย

พ.ศ. 2352 ในช่วงสงครามระหว่างสวีเดนและรัสเซีย กองทัพของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ก็สามารถยึดดินแดนฟินแลนด์ได้อีกครั้ง ฟินแลนด์ดำรงสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเอง ราชรัฐฟินแลนด์ ภายใต้จักรวรรดิรัสเซีย จนกระทั่งถึงการประกาศเอกราชในปี พ.ศ. 2460 ในยุคของราชรัฐฟินแลนด์ ภาษาฟินแลนด์ได้รับความสำคัญมากขึ้นในฟินแลนด์ อันเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวของขบวนการชาตินิยม จนกระทั่งได้รับสถานะเดียวกับภาษาสวีเดนใน พ.ศ. 2435 ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 ฟินแลนด์เริ่มมีการให้สิทธิเลือกตั้งอย่างเท่าเทียม (ผู้ใหญ่ทุกคนมีสิทธิกันเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ หรือสถานะทางสังคม) โดยฟินแลนด์เป็นชาติแรกในโลก ที่ให้สิทธิทั้งการเลือกตั้งและการลงเลือกตั้งแก่สตรี

 
ทหารเด็กวัยสิบสามปี ของฝ่ายขาวใน สงครามกลางเมือง

หลังการประกาศเอกราช

หลังจากการปฏิวัติบอลเชวิกในรัสเซียประสบความสำเร็จ รัฐสภาของฟินแลนด์ลงมติเห็นชอบในเรื่องการประกาศเอกราชของฟินแลนด์ ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2460 และรัฐบาลบอลเชวิกรัสเซีย ยอมรับการประกาศเอกราชในเกือบหนึ่งเดือนถัดมา ซึ่งเยอรมนีและชาติสแกนดิเนเวียอื่น ๆ ก็ยอมรับการประกาศเอกราชตามมาในทันที หลังจากการประกาศเอกราช ฟินแลนด์ก็ตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง โดยเกิดการต่อสู้ระหว่างฝ่าย"ขาว" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิเยอรมนี และฝ่าย"แดง" ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียบอลเชวิก ฝ่ายขาวนั้นประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่มีฐานะค่อนข้างดี มีความเห็นทางการเมืองค่อนไปทางขวา ในขณะที่ฝ่ายแดงส่วนใหญ่ ซึ่งค่อนข้างจะเป็นฝ่ายซ้ายจะเป็นกลุ่มแรงงาน ฝ่ายขาวชนะสงครามนี้ในเวลาต่อมา ก่อตั้งสาธารณรัฐฟินแลนด์เป็นผลสำเร็จ

หลังจากสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง รัฐสภาของฟินแลนด์ ซึ่งไม่มีสมาชิกของพรรคสังคมประชาธิปไตยซึ่งสนับสนุนสาธารณรัฐอยู่เลย ได้ประกาศตั้งราชอาณาจักรฟินแลนด์ขึ้น โดยเลือกเจ้าชายเฟเดอริก ชาลส์ แห่งแฮสส์ของเยอรมนี ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของฟินแลนด์ แต่เมื่อเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ความคิดนี้จึงต้องยกเลิกไป และฟินแลนด์ก็ประกาศเป็นสาธารณรัฐ โดยมีคาร์โล ยุโฮ สโตห์ลเบิร์ก เป็นประธานาธิบดีคนแรก

สงครามโลกครั้งที่สอง

ฟินแลนด์ต่อสู้กับสหภาพโซเวียตสองครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในสงครามฤดูหนาว ระหว่างปี พ.ศ. 2482-2483 และสงครามต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2484-2487 โดยร่วมมือกับนาซีเยอรมนี (อาณาจักรไรช์ที่สาม) ในปฏิบัติการบาร์บารอสซา ทำให้สหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับฟินแลนด์ และฟินแลนด์มีสถานะเป็นประเทศฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม ฟินแลนด์เปลี่ยนฝ่ายในปี พ.ศ. 2487 เมื่อต่อสู้ขับไล่นาซีเยอรมนีออกจากตอนเหนือของฟินแลนด์ในสงครามแลปแลนด์ หลังจากที่เซ็นสัญญาสงบศึกกับโซเวียต ชาวฟินแลนด์ประมาณ 86,000 คนเสียชีวิตในสงครามสองครั้งกับสหภาพโซเวียต ในขณะที่อีกห้าหมื่นคนได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพถาวร

ยุคหลังสงคราม

จากสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ฟินแลนด์ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาลให้กับสหภาพโซเวียต รวมถึงเสียดินแดนถึงร้อยละ 12 ของดินแดนทั้งหมด ทำให้ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้กับชาวฟินแลนด์ถึง 420,000 คน อย่างไรก็ตาม ฟินแลนด์ไม่เคยถูกครอบครองเลยในช่วงสงคราม โดยเฮลซิงกิเป็นหนึ่งในสามเมืองหลวงของประเทศยุโรปที่เข้าร่วมสงครามที่ไม่ถูกยึดครองโดยฝ่ายศัตรู (อีกสองเมืองคือลอนดอนและมอสโก)

ในยุคสงครามเย็น ฟินแลนด์ได้รับอิทธิพลจากโซเวียตอย่างมาก ฟินแลนด์จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามงวดสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2495 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เฮลซิงกิเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ซึ่งช่วยฟื้นฟูกำลังใจของชาวฟินแลนด์หลังสงคราม ปีเดียวกันนี้ ฟินแลนด์และประเทศในคณะมนตรีนอร์ดิกเข้าร่วมเปิดเสรีหนังสือเดินทางในปี โดยอนุญาตให้ประชาชนของชาติสมาชิกข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง (ขณะนั้นฟินแลนด์ยังไม่ได้เข้าร่วมคณะมนตรี) โดยฟินแลนด์เข้าร่วมคณะมนตรีนอร์ดิกในปี พ.ศ. 2498

แม้ว่าฟินแลนด์จะได้อิทธิพลจากโซเวียตเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังคงรักษาประชาธิปไตยและเศรษฐกิจระบบตลาดเสรีไว้ได้ ซึ่งต่างจากประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่ติดกับสหภาพโซเวียต ความเสียหายจากสงคราม การที่ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงครามและผลิตสินค้าเพื่อจ่ายหนี้ให้กับสหภาพโซเวียต ทำให้ฟินแลนด์พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจากกสิกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม รวมถึงสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ดีได้ในเวลาไม่กี่สิบปี

หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายลง ฟินแลนด์ก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากการที่การค้าทวิภาคีจำนวนมหาศาลหายไปอย่างรวดเร็ว ฟินแลนด์ยื่นใบสมัครเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปี พ.ศ. 2535 หลังจากที่สวีเดนยื่นไปก่อนหน้านั้นและโซเวียตล่มสลายลง ฟินแลนด์เข้าร่วมสหภาพพร้อมกับสวีเดนและออสเตรียในปี พ.ศ. 2538

ที่มา ประเทศฟินแลนด์ - วิกิพีเดีย

รูปแบบการปกครอง

สาธารณรัฐ ระบอบประชาธิปไตยกึ่งประธานาธิบดี มีรัฐสภา และมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ

เมืองหลวง

กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งเป็น 6 จังหวัด ได้แก่ ฟินแลนด์ใต้ (Southern Finland) ฟินแลนด์ตะวันออก (Eastern Finland) ฟินแลนด์ตะวันตก (Western Finland) โอวลุ (Oulun) แลปแลนด์ หรือ ลัปปิ (Lapland, Lappi) และโอลันด์ (Aland)

วันที่ได้รับเอกราช

6 ธันวาคม พ.ศ. 2460

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

1 มีนาคม พ.ศ. 2543

ระบบกฏหมาย

กฎหมายหลักขึ้นกับกฎหมายสวีเดน ประธานาธิบดีมีอำนาจในการพิจารณากฎหมายใหม่ และนำข้อกฎหมายจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

พรรค Social Democratic Party (SDP) พรรค National Coalition Party พรรค League of the Left Party พรรค Swedish People's Party พรรค Greens พรรค Centre Party พรรค Christian Democratic Party of Finland

ระบอบการปกครอง                            ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเป็นประมุข ดำรงตำแหน่งวาระละ ๖ ปี และไม่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันมากกว่า ๒ วาระ และมีนายกรัฐมนตรีจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและเสียงข้างมากในสภา ซึ่งไม่จำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ฝ่ายนิติบัญญัติใช้ระบบสภาเดียว มีสมาชิกจำนวน ๒๐๐ คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ดำรงตำแหน่งวาระละ ๔ ปี

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  23  มิถุนายน 2559

Update สิงหาคม  2559

 

  • Pres.
    Sauli NIINISTO
  • Prime Min.
    Juha SIPILA
  • Dep. Prime Min.
    Timo SOINI
  • Min. of Agriculture & the Environment
    Kimmo TIILIKAINEN
  • Min. of Defense
    Jussi NIINISTO
  • Min. of Education & Culture
    Sanni GRAHN-LAASONEN
  • Min. of Economic Affairs
    Olli REHN
  • Min. of Family Affairs & Social Services
    Juha REHULA
  • Min. of Finance
    Petteri ORPO
  • Min. of Foreign Affairs
    Timo SOINI
  • Min. of Foreign Trade & Development
    Kai MYKANEN
  • Min. of Interior
    Paula RISIKKO
  • Min. of Justice & Employment
    Jari LINDSTROM
  • Min. of Local Government & Reform
    Anu VEHVILAINEN
  • Min. of Social Affairs & Health
    Hanna MANTYLA
  • Min. of Transport & Communications
    Anne BERNER
  • Governor, Bank of Finland
    Erkki LIIKANEN
  • Ambassador to the US
    Ritva Inkeri KOUKKU-RONDE
  • Permanent Representative to the UN, New York
    Kai Jurgen Mikael SAUER

ที่มา:  https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/FI.html

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

225  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

41,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 2.9%
• ภาคอุตสาหกรรม 26.9%
• ภาคการบริการ 70.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราการว่างงาน

9.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

-0.2% (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

หนี้สาธารณะ

61.2% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวสาลี ต้นบีท(ใช้ทำน้ำตาล) มันฝรั่ง ปศุสัตว์ที่ใช้บริโภคประจำวัน ปลา

อุตสาหกรรม

โลหะและผลิตภัณฑ์จากโลหะ กระแสหไฟฟ้า เครื่องจักร และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมการต่อเรือ เยื่อกระดาษและกระดาษ เครื่องบริโภค เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และเสื้อผ้า

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-2.443 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

มูลค่าการส่งออก

66.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เคมีภัณฑ์ โลหะ ไม้ซุง กระดาษ และเยื่อกระดาษ

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

Germany 12.2%, Sweden 11.2%, Russia 8.1%, US 6.7%, Netherlands 6.2%, UK 5.5%, China 4.5% (พ.ศ.2557)

มูลค่าการนำเข้า

58.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2558)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องบริโภค ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ขนส่ง แร่เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักร เส้นด้ายสำหรับงานถักทอและผ้า และธันญพืช

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

Sweden 15.8%, Germany 15.3%, Russia 14.8%, Netherlands 8.7%, Denmark 4.2% (พ.ศ.2557)

สกุลเงิน

ยูโร (Euro)

สัญลักษณ์เงิน

EUR

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

๑.   ความสัมพันธ์ทั่วไป

      ๑.๑   การทูต

                 ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย และเป็นประเทศที่สองต่อจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรองการประกาศเอกราชของฟินแลนด์เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๖๐ โดยทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๔๖๒ ในปี ๒๕๒๓ ฟินแลนด์ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตในไทยในระดับอุปทูต และในปี ๒๕๒๙ ได้ยกระดับเป็นเอกอัครราชทูต และเปิดสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำจังหวัดภูเก็ต (มีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง) และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (มีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน) เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นางกีร์สติ เวส์ฟาเลน (เข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖) ขณะที่ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ในปี ๒๕๔๘ โดยมีหัวหน้าสำนักงานเป็นระดับอุปทูต และยกระดับเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี ๒๕๕๕ โดยมีนายรัชนันท์ ธนานันท์ เป็น เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิคนแรก (และคนปัจจุบัน)

      ๑.๒   การเมือง

                 ฟินแลนด์ประสงค์ที่จะกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี และส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เนื่องจากฟินแลนด์มีแนวนโยบายต่างประเทศที่ต้องการแสวงหาตลาดเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ในภูมิภาคยุโรป โดยให้ความสำคัญต่อศักยภาพและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                 ปัจจุบัน ไทยและฟินแลนด์มีการประชุม Political Consultation เป็นกลไกเพื่อพัฒนาและติดตามความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยได้มีการจัดประชุมครั้งแรกเมื่อ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ กรุงเทพฯ ระหว่างปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทยและฟินแลนด์

                 ล่าสุด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับนายยูร์กิ กาไตเนน นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ในช่วงการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting – ASEM) ครั้งที่ ๙ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ซึ่งฝ่ายฟินแลนด์แสดงความสนใจที่จะเพิ่มการลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ (อุตสาหกรรม cleantech) เทคโนโลยีสะอาด ธุรกิจบริการด้าน ICT ขณะที่ฝ่ายไทยสนใจร่วมมือกับฟินแลนด์ในอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสีเขียว การบริการด้านสาธารณสุข ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น

๑.๓   เศรษฐกิจ

              ๑.๓.๑   การค้า

                              ฟินแลนด์เป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ ๕๒ ของไทย และเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๑๒ ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยในปี ๒๕๕๕ มีมูลค่าการค้ารวม ๖๘๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี ๒๕๕๔ ร้อยละ ๑๑.๖๘) ไทยส่งออก๓๙๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า ๒๙๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๑๐๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออกไปฟินแลนด์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องยนต์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัวและเครื่องเรือน เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและ

แปรรูป เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว  สินค้าที่ไทยนำเข้าจากฟินแลนด์ ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ยานพาหนะอื่น ๆ เครื่องมือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์

    ๑.๓.๒   การลงทุน

                   จากสถิติ BOI ปี ๒๕๕๕ ฟินแลนด์ลงทุนในไทย ๙ โครงการ มูลค่าประมาณ มูลค่ารวม ๖๕๒ ล้านบาท เป็นอันดับที่ ๙ ในยุโรป ในกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปสำหรับงานอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ และสิ่งประดิษฐ์จากหินหรือไม้

สาขาที่ฟินแลนด์มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพที่จะลงทุนในไทย อาทิ การออกแบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พลังงาน โดยเฉพาะนิวเคลียร์และชีวภาพ การศึกษา ป่าไม้  ในขณะที่

นวดแผนไทย สปา และร้านอาหารไทย เป็นสาขาการลงทุนที่ไทยมีโอกาสในตลาดฟินแลนด์ (ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในฟินแลนด์จำนวน ๓๐ ร้าน)

     ๑.๓.๓   การท่องเที่ยว

                   ในปี ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวฟินแลนด์เดินทางมาไทย จำนวน ๑๖๑,๗๘๐ คน คน บางส่วนมาอาศัยอยู่ในไทยระยะกลางถึงระยะยาว จึงมีสมาคมคนฟินแลนด์ หรือ ชาวฟินน์ในกรุงเทพฯ (Krungthepin Suomalaiset) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๗ มีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวฟินแลนด์ในการดำเนินชีวิตในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีสมาคมฟินแลนด์ในพัทยา และโรงเรียนฟินน์ในพัทยาอีกด้วย

อนึ่ง สายการบินฟินน์แอร์มีเส้นทางบินจากกรุงเฮลซิงกิ-กรุงเทพฯ วันละ ๑ เที่ยวบิน และในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวจะมีการเพิ่มเที่ยวบิน

จำนวนคนไทย : ประมาณ ๖,๗๔๗ คน ร้านอาหารไทย ๓๐ ร้าน วัดไทย ๒ แห่ง

ที่มา กรมยุโรป

๒.   ความตกลงกับไทย

๒.๑    ความตกลงว่าด้วยสิ่งทอ (ลงนามเมื่อปี ๒๕๒๒)

๒.๒   อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๒๘)

๒.๓   ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๑ธันวาคม ๒๕๒๘)

๒.๔   ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๑)

๒.๕   ความตกลงว่าด้วยการติดตั้งและใช้เครื่องวิทยุรับ-ส่ง ในสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ (ลงนามเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๑)

๒.๖   สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๓๑)

๒.๗   ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๗)

๒.๘   ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราเป็นเวลา ๙๐ วัน ให้แก่ผู้ที่ถือหนังสือเดินทาง

ทุกประเภท (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ ซึ่งต่อมา ฟินแลนด์ได้ขอยกเลิกความตกลงฯ เมื่อวันที่
๑ มกราคม ๒๕๓๙ แต่ได้ยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการของไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นการให้ฝ่ายเดียวแทน)

๒.๙   บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๗)

๓.   การเยือนที่สำคัญ

     ๓.๑   ฝ่ายไทย

               นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

                - วันที่ ๒๒ – ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๑ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนฟินแลนด์

                - วันที่ ๑๔ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๘ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนฟินแลนด์ ตามคำเชิญของนายมัตติ วานฮาเนน (Matti Vanhanen) นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์

                - วันที่ ๑๐ – ๑๑ กันยายน ๒๕๔๙ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกันตธีร์
ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำ  ASEM ครั้งที่ ๖

     ๓.๒   ฝ่ายฟินแลนด์

             ประธานาธิบดี / นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

                - เดือนมีนาคม ๒๕๒๗ นายปาโว แววรูเนน (Paavo Väyrynen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศ เยือนไทย

                - วันที่ ๒๐ – ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ นายไตสโต กาเลวิ ซอร์ซา (Taisto Kalevi Sorsa)
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย

                 - วันที่ ๗ – ๙ มกราคม ๒๕๓๔ นายเปอร์ตติ ปาสซิโอ (Pertti Passio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศ เยือนไทย อย่างเป็นทางการ

                - วันที่ ๒๑ – ๒๔ มกราคม ๒๕๓๘ นายมาร์ตติ อาห์ติซาริ (Martti Ahtisaari) ประธานาธิบดี เยือนไทย อย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกรัฐบาล

                - วันที่ ๑ – ๒ มีนาคม ๒๕๓๙ นายปาโว ลิปโปเนน (Paavo Lipponen) นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย
นางตาเรีย การินา ฮาโลเนน (Tarja Kaarina Halonen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย
เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำ ASEM ครั้งที่ ๑

                - วันที่ ๑๕ – ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๕ นางตาเรีย ฮาโลเนน (Tarja Halonen) ประธานาธิบดี เยือนไทย
ในฐานะแขกของรัฐบาล

                - วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๗ นายมัตติ วานฮาเนน (Matti Vanhanen) นายกรัฐมนตรี แวะเยือนไทย
ก่อนเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำ ASEM ครั้งที่ ๕ ที่เวียดนาม

                - วันที่ ๑๖ – ๑๗ มกราคม ๒๕๔๘ นายมัตติ วานฮาเนน (Matti Vanhanen) นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีกลุ่มประเทศนอร์ดิก (สวีเดนและนอร์เวย์) เยือนไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์เหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ

                - วันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๔๘ นายมาร์ตติ อาห์ติซาริ (Martti Ahtisaari) อดีตประธานาธิบดี
และประธานคณะกรรมการตรวจสอบกรณีเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิของฟินแลนด์ เยือนไทย เพื่อประเมินสถานการณ์และรวบรวมข้อมูล/ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ

                - วันที่ ๑๖ และวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นางตาเรีย ฮาโลเนน (Tarja Halonen) ประธานาธิบดี และคู่สมรส พร้อมคณะ แวะเยือนไทย ระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามอย่างเป็นทางการ

                - วันที่ ๑๕ และวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นายมัตติ วานฮาเนน (Matti Vanhanen) นายกรัฐมนตรี แวะผ่านไทย ระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ

ที่มา ทวีปยุโรป : สาธารณรัฐฟินแลนด์ - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

กันยายน 2558

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2555 2556 2557 2557(ม.ค.-ธ.ค.) 2558(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                      
มูลค่าการค้า 478,220.67 478,911.68 455,271.89 455,271.89 417,029.28 5.95 0.14 -4.94 -4.94 -8.40
การส่งออก 229,105.66 228,504.89 227,523.51 227,523.51 214,375.14 2.93 -0.26 -0.43 -0.43 -5.78
การนำเข้า 249,115.00 250,406.80 227,748.38 227,748.38 202,654.14 8.89 0.52 -9.05 -9.05 -11.02
ดุลการค้า -20,009.34 -21,901.91 -224.88 -224.88 11,721.01            
ไทย - ฟินแลนด์                      
มูลค่าการค้า 688.61 627.10 631.76 631.76 531.69 -11.68 -8.93 0.74 0.74 -15.84
การส่งออก 398.12 330.73 314.68 314.68 222.80 -4.20 -16.93 -4.85 -4.85 -29.20
การนำเข้า 290.49 296.37 317.08 317.08 308.90 -20.22 2.02 6.99 6.99 -2.58
ดุลการค้า 107.62 34.37 -2.41 -2.41 -86.10            

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 140.0 105.5 84.3 84.3 53.0 34.22 -24.60 -20.16 -20.16 -37.15
2 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 32.8 36.1 40.8 40.8 28.4 -41.11 10.06 12.98 12.98 -30.49
3 ผลิตภัณฑ์ยาง 38.1 22.4 26.5 26.5 23.2 10.73 -41.23 18.46 18.46 -12.43
4 เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัวและบ้านเรือน 15.7 16.0 19.7 19.7 17.2 15.53 1.86 22.97 22.97 -12.79
5 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 24.5 10.8 18.1 18.1 15.2 62.18 -56.00 68.47 68.47 -16.32
6 เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและ 16.5 14.0 16.5 16.5 11.2 25.67 -15.15 18.29 18.29 -32.40
7 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 20.7 25.5 13.5 13.5 9.8 -15.44 22.98 -47.03 -47.03 -27.73
8 เลนซ์ 1.1 3.5 8.6 8.6 7.9 -66.48 211.30 146.81 146.81 -7.69
9 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 8.7 6.8 5.5 5.5 6.1 -32.17 -21.85 -19.77 -19.77 11.73
10 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 3.5 2.8 3.3 3.3 4.2 -61.23 -20.23 18.01 18.01 27.34
รวม 10 รายการ 301.6 243.4 236.8 236.8 176.1 5.49 -19.31 -2.70 -2.70 -25.65
อื่นๆ 96.5 87.3 77.9 77.9 46.7 -25.57 -9.48 -10.86 -10.86 -39.99
รวมทั้งสิ้น 398.1 330.7 314.7 314.7 222.8 -4.20 -16.93 -4.85 -4.85 -29.20

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

อันดับที่
 
ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2555 2556 2557 2557
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
 
1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 37.2 27.1 56.2 56.2 48.7 17.22 -27.14 107.25 107.25 -13.34
2 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 32.2 29.0 55.3 55.3 45.3 -54.03 -10.00 90.45 90.45 -18.05
3 ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 30.9 49.5 35.1 35.1 44.0 -38.79 59.96 -29.07 -29.07 25.55
4 กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ 44.0 39.0 42.1 42.1 38.1 -6.41 -11.17 7.93 7.93 -9.53
5 เคมีภัณฑ์ 32.3 30.6 31.7 31.7 35.2 -11.96 -5.29 3.66 3.66 11.13
6 เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ 8.1 10.9 9.7 9.7 17.8 -56.48 34.37 -11.47 -11.47 83.90
7 ยานพาหนะอื่น ๆ 8.3 2.9 3.1 3.1 13.7 139.67 -65.58 7.20 7.20 344.91
8 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 8.1 9.7 10.5 10.5 8.5 -53.69 18.75 8.92 8.92 -19.02
9 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 6.2 8.6 6.7 6.7 7.1 9.24 39.71 -22.42 -22.42 5.73
10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 28.0 15.7 11.5 11.5 7.0 51.70 -43.94 -26.48 -26.48 -39.05
รวม 10 รายการ 235.4 223.0 261.9 261.9 265.5 -21.51 -5.27 17.43 17.43 1.38
อื่นๆ 55.1 73.4 55.2 55.2 43.4 -14.17 33.16 -24.75 -24.75 -21.40
รวมทั้งสิ้น 290.5 296.4 317.1 317.1 308.9 -20.22 2.02 6.99 6.99 -2.58

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

ชั้น 16 อัมรินทร์ทาวเวอร์ 500 ถ. เพลินจิต กทม. 10330 โทร. 02-256-9306 (-9)

เอกอัครราชทูตประเทศฟินแลนด์ประจำประเทศไทย    H.E. Mr. Lars Erik Backstrom
ที่ตั้งสถานเอกอัคคราชทูต

Embassy of Finland

16th Fl., Amarin Tower,
500 Ploenchit Road,
Bangkok 10330

Tel: 0-2250-8801

Fax: 0-2250-8802

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Website: http://www.finland.or.th

 

JoomSpirit