กสทช.ย้ำบอลโลก2014อาร์เอสต้องถ่ายสดฟรีทีวีทุกนัด



          จากกรณีที่ บ.อาร์เอส อินเตอร์ฯ ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล ช่วงกลางปีนี้ ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนประกาศ กสทช. ที่กำหนดให้จะต้องมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬารายการใหญ่ ทางการให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปหรือฟรีทีวีครบทั้ง 64 นัด ไม่ใช่เพียงแค่ 22 นัด โดยให้ศาลมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวนั้น

          พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 28 พ.ย.2556 ยกคำร้องของอาร์เอส อินเตอร์ฯ และยังไม่มีคำพิพากษาศาล ดังนั้นประกาศมัสต์แฮฟ (Must have) จึงยังคงมีผลบังคับใช้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ทุกนัดการแข่งขันทางฟรีทีวี แม้ว่าอาร์เอส อินเตอร์ฯ  จะเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกก็ตาม แต่ไม่ใช่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ เพียงแต่เป็นผู้ที่จะได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ใน ระบบดิจิตอล ช่อง 8  ซึ่งถ้าหากต้องการจะนำฟุตบอลโลกมาออกอากาศในช่องดังกล่าวนี้ ก็จะต้องถ่ายทอดสดทั้ง 64 นัด

          ประธาน กสท. กล่าวด้วยว่า ดังนั้นการที่ ช่องทีวีดิจิตอลช่อง 8 ของอาร์เอสฯ จะทำการถ่ายทอดเพียงแค่ 22 นัด จึงไม่สามารถทำได้ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ขายกล่องรับสัญญาณทีวีฟุตบอลโลก 2014 จึงอาจจะเข้าข่ายการกีดกันมิให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการปกติ ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระเพิ่มขึ้น และการไม่ปฏิบัติตามสัญญากับทาง กสทช. โดยอาจจะมีบทลงโทษปรับเงินเป็นจำนวน 5 ล้านบาท นับแต่วันแรกที่เริ่มจำหน่ายกล่องรับสัญญาณคือ 1 เม.ย. 2557 และปรับอีกวันละ 1 แสนบาทจนกว่าจะหยุดจำหน่ายและโฆษณา หากยังมีการฝ่าฝืนระเบียบของ กสทช.อีก  อาจจะมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ

          ด้านนางสาวพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงกรณีเรื่องการถ่ายทอดฟุบอลโลก2014 ผ่านทางทวิตเตอร์ @KungPornpan ว่า จากที่ กสทช. ได้ให้ข่าวในวันนี้ว่า RS ไม่สามารถขายกล่องโดยโฆษณาว่าดูบอลโลกได้มากกว่าฟรีทีวี เพราะละเมิดต่อผู้บริโภคและขัด Must Have นั้น อาร์เอสขอชี้แจงว่าเรายังไม่ได้วางจำหน่ายกล่องดังกล่าว เป็นเพียงการแถลงแผนการตลาดและยังไม่ได้มีการโฆษณาใดๆ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ กสทช.ร้องขอ โดยเราคำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรมในการทำธุรกิจเสมอมา และพร้อมปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลปกครอง โดยขณะนี้ข้อพิพาทระหว่าง RS กับ กสทช.ในเรื่องของประกาศ must have ที่เรามองว่าไม่เป็นธรรมต่อการทำธุรกิจนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนพิจารณาคดีของศาล หากมีความชัดเจนเรื่องคำพิพากษาออกมาเมื่อใด อาร์เอสก็พร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตามความเหมาะสม.

ไทยรัฐออนไลน์

http://www.thairath.co.th/content/tech/410552

JoomSpirit