เทคโนโลยีฮอตรอบโลกปี 56 (5 - 11 ก.พ. 56)

เทคโนโลยีฮอตรอบโลกปี 56 (5 - 11 ก.พ. 56) 

tech56 zps104bee6e

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 1 มกราคม 2556

ว่ากันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นผลพวงที่สะท้อนมาจากอดีต ส่วนเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งช่วยชี้วัดอนาคต

ทว่าในแวดวงของเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว อย่าเพิ่งแน่ใจนักว่าอะไรที่ว่าแน่ จะนิ่งแช่อยู่ได้โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บรรทัดต่อไปจากนี้คือ 5 สุดยอดเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่จับตามอง ซึ่งเหล่ากูรูทั่วโลกคาดการณ์ไว้ว่ากระแสน่าจะมาแรงที่สุดในอุตสาหกรรมไอที

ภาคต่อสงครามโมบาย

สืบเนื่องจากข่าวเด็น ประเด็นฮอตของปีที่ผ่านมา ปีงูเล็กนี้จึงพลาดไม่ได้กับสงครามสมาร์ทโฟนที่กำลังระอุไปทุกภูมิภาค เหล่ากูรูเห็นว่า วิถีทางที่แอ๊ปเปิ้ลครองความเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ โดยเฉพาะตลาดเติบโตสูงทั้งหลายนั้นน่าสนใจ

ทว่าที่มองข้ามไม่ได้คือศักยภาพและความสามารถของยักษ์อิเล็กทรอนิกส์แดนโสม ซัมซุง ซึ่งพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าสามารถทำได้ดีมากขนาดแซงหน้าได้ทั้งตัวแอ๊ปเปิ้ลเอง หรือแม้เจ้าตลาดแต่เก่าก่อนอย่างโนเกีย พร้อมผงาดขึ้นมาเป็นผู้ผลิตที่มียอดขายสูงที่สุดทั่วโลก

อย่างไรก็ดี แม้หลายคนจะมีไอโฟนอยู่ในมือ ฟังเพลงผ่านไอทูน ทำงานผ่านแม็คบุ๊คแอร์ และพกไอแพดติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง แต่คงไม่อาจประมาทได้เพราะคู่แข่งเองมีความสามารถที่จะก้าวขึ้นมายืนได้ในจุดเดียวกันได้

ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษมีทั้งผู้เล่นที่ยึดกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์อย่างเอชทีซี รวมไปถึงหน้าใหม่ หน้าเก่าที่ทยอยจับวินโดว์สโฟนไปลงสมาร์ท ดีไวซ์ และมีนักวิเคราะห์อีกหลายๆ รายฟันธงมาแล้วว่าหากรักษาระดับคุณภาพ ความสามารถ และการตลาดได้ดีต่อเนื่องม้าแข่งของไมโครซอฟท์มีโอกาสขึ้นมายืนแถวหน้าได้เช่นกัน

นายอีริค ชมิดท์ ประธานบริหาร กูเกิล กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ ซึ่งชัดเจนแล้วว่าวันนี้กูเกิลเป็นผู้ชนะในสงคราม ฉะนั้นกลยุทธ์หลักที่จะต้องทำต่อไปคือยึดส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากขึ้นไปอีก ในจุดยืนที่จะเติมเต็มสิ่งที่ยังไม่เพอร์เฟ็คด้วยแพลตฟอร์มแบบเปิดต่อไป

กูเกิลต่อกรกับแอ๊ปเปิ้ลด้วยวิธีการเดียวกันกับที่ไมโครซอฟท์ใช้กับแอ๊ปเปิ้ลเมื่อ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ทีละเล็กละน้อย ปิดช่องว่างที่มีอยู่ และโหมกระแสตลาดด้วยสินค้าที่ราคาถูกกว่า ซึ่งผลจะออกมารูปแบบใดปี 2556 นี้น่าจะมีคำตอบ

ไอพีโอไม่ใช่คำตอบโลกโซเชียล

ปีที่ผ่านมาคงได้เห็นว่า "มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก" จำต้องกุมขยับอยู่หลายครั้งเพราะหุ้นของเฟซบุ๊คไม่ได้แรงดังคาดเหมือนก่อนที่จะเปิดขายจริง ขณะที่ผู้ให้บริการโซเชียล เน็ตเวิร์คอื่นๆ ทั้งซินก้า และกรุ๊ปปองถูกสั่นคลอนในประเด็นที่คล้ายกัน

กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นร้อนแรงไม่พอ เพราะเหล่าดาวเด่นวงการเทคโนโลยีช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้สร้างปัญหาและโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้หน้าใหม่ที่กำลังแจ้งเกิดในยุคถัดๆ ไปมาแล้ว แต่ทั้งนี้ดูเหมือนโชคชะตากลับไปเข้าข้างบริษัทซอฟต์แวร์สำหรับกลุ่มองค์กรอันเกี่ยวข้องไปกับเทรนด์บิ๊ก ดาต้า, แอพพลิเคชั่นบนคลาวด์ และโอเพ่นซอร์สมากกว่า

ในต่างประเทศมีตัวอย่างน่าสนใจเช่นบริษัทน้องใหม่ชื่อว่า "Acquia" ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์การบริหารจัดการคอนเทนท์ ที่เมื่อเดือนพ.ย.สามารถระดมทุนเพิ่มได้เป็น 68 ล้านดอลลาร์จากเดิมมีอยู่ 30 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการปีที่ผ่านมาเติบโต 100% และปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ที่ 80% พนักงานแตะ 400 คน ผู้บริหารของบริษัทวางแผนไว้ว่าจะเข้าตลาดราวอีก 12-24 เดือนจากนี้

ผู้เชี่ยวชาญประเทศประเมินว่า หากเป็นปี 2552 หรือ 2553 เกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนจะสนใจตลาดเอ็นเตอร์ไพรซ์ ซอฟต์แวร์ จริงอยู่ที่บริษัทเหล่านี้มองดูแล้ว "ไม่เซ็กซี่" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นตัวสะท้อนอนาคตของแฟชั่นตลาดเทคโนโลยีที่สลับกันระหว่างตลาดคอนซูเมอร์และองค์กรได้อย่างดี ไม่แน่ว่ากระแสปีหน้าจะเอนเอียงไปทางซอฟต์แวร์ระบบหลังบ้านมากขึ้นอีกนิดก็เป็นได้

บิ๊กไมโครซอฟท์รีเทิร์น

2555 เป็นอีกหนึ่งปีที่พูดได้ว่าบิ๊กไมโครซอฟท์หันกลับมาสู่ตลาดคอนซูเมอร์แล้วเต็มรูปแบบ มีทั้งคอมพิวเตอร์สายผลิตภัณฑ์วินโดว์ส 8 มือถือวินโดว์สโฟน 8 รวมไปถึงแทบเล็ตรุ่นใหม่สำหรับใช้ในที่ทำงานระบบปฏิบัติการเดียวกัน ขณะที่ตลาดเกมยังคงแข่งขันกันดุเดือด ส่วนซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรถึงจะแผ่วไปบ้างแต่ปฏิเสธยากว่าคลื่นที่ซัดผ่านไม่ได้หายไป

ณ เวลานี้อาจเร็วเกินไปที่จะประเมินเกรดของยักษ์ซอฟต์แวร์โลก แต่เท่าที่พบกระแสที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างน่าสนใจ ภายใต้สภาวะที่ไมโครซอฟท์ตกที่นั่งที่เรียกได้ว่า ไม่ได้อยู่ในบทบาทที่ตัวเองคุ้นเคย เป็นเจ้าตลาดที่ดูเหมือนไม่ยึดติดกับการทำให้ตลาดพีซีเติบโต และพยายามอย่างหนักที่จะเข้ามาเล่นในตลาดโตสูงอย่างสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

นอกจากนี้ น่าจับตาว่าหลังนายสตีเว่น ซินอฟสกี้ ลาบริษัทไป เสมือนปีนภูเขาโดยขาดผู้นำทางด้านการพัฒนาวินโดว์สที่ชัดเจน ฉะนั้นอย่าแปลกใจหากแรงโน้มถ่วงที่ได้เห็นจะเทไปทางเอ็กซ์บอกซ์ และสไกป์ เพราะโต้โผใหญ่ผู้รับช่องดูแลตั้งแต่ซื้อกิจการมาเมื่อปี 2554 คือนายสตีฟ บอลเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนปัจจุบันของบริษัทนั่นเอง

ขณะเดียวกันเป็นไปได้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะถูกพัฒนาให้ซึมลึกลงไปกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อยู่ในเครือโดยแฟนพันธุ์แท้ที่ใช้งานอยู่ก่อนคงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากปรับตัวตามไป

เฟซบุ๊คยังแรงไม่พลิกโผ

ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมไอทีประเมินว่า ศักราชใหม่เฟซบุ๊คจะยังเป็นโซเชียล เน็ตเวิร์คที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ใช้ต่อไป แม้ว่าบางครั้ง หรือหลายๆ ครั้งจะได้เห็นว่าออกมาเปิดบริการบางอย่างที่ทำให้บางคนถึงกับสบถสาบานว่าจะไม่หันกลับไปใช้อีกเลย ขณะที่แต่ละเหตุการณ์ผ่านพ้นมาได้ด้วยคำแก้ตัวที่บางครั้งใช้เพียงว่า "เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด" และผู้ใช้ก็ลืมได้ในอีกไม่กี่วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊คคงต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้ใช้ให้มากขึ้น อย่าเพียงมองว่าแท้จริงแล้วผู้ใช้คือสินค้า ส่วนลูกค้าที่จริงแล้วคือบริษัทที่มาโฆษณาเหมือนดังที่นักวิเคราะห์บางรายว่าไว้ เช่นเดียวกันกับกรณีของอินสตาแกรม ควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าบทบาทต่อผู้ใช้จะเป็นอย่างไร

อย่าลืมไปว่า เฟซบุ๊คเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่แน่นอนว่านักลงทุนหวังที่จะได้เห็นการเติบโต เมื่อใดที่ผู้ใช้แตะ 1 พันล้านคน กฏเกณฑ์ของตัวเลขย่อมเข้ามาส่งอิทธิพลต่อบทบาทที่มี และเป็นธรรมดาที่จะปรับแต่งอะไรต่อมิอะไรเพิ่มเติม หรือได้เห็นโมเดลใหม่ๆ กรุยทางแสวงหาผลกำไรมากขึ้น

มหากาพย์สิทธิบัตรยังไม่จบ

จุดประกายโดยคดีฟ้องร้องแห่งปีระหว่างแอ๊ปเปิ้ลและซัมซุง กระแสใครลอกใครกันแน่กำลังกลายเป็นนิยายเรื่องยาวและลุกลามไปทั้งอุตสาหกรรม โดยปีใหม่ฟ้าใหม่คาดกันว่าที่ว่าดุเด็ดเผ็ดมันมาแล้ว จะเป็นเพียงแค่การโหมโรง โดยข้อพิพาทที่มีก่อนหน้าจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติตาม

ทั้งนี้การแก้ปัญหาเบื้องต้น ไม่น่าจะต่างกันมากนัก ด้วยวิธีเป็นการเปิดโต๊ะเจรจากันภายในเพื่อไกล่เกลี่ย และจ่ายค่าเสียหายให้สมน้ำสมเนื้อ

อย่างไรก็ตาม การพบกับพี่น้องฝาแฝดนับเป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่คนที่ลอกเลียนคนอื่นมักได้เปรียบเสมอเพราะเจ้าตำรับจะยุ่งกับการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงตลาดซึ่งไม่เกิน 3 ปี ทั้งไม่มีเวลามาสนใจหากไม่กรณีที่ใหญ่จริงๆ จนเข้ามามีผลกระทบกับตัวเอง ทางออกที่ดูแต่ละฝ่ายคงต้องขบคิดกันต่อไป

JoomSpirit