มือถือขายดีที่สุดในโลก (11 - 17 ก.ย. 55)

มือถือขายดีที่สุดในโลก (11 - 17 ก.ย. 55)

5c75698d

มนุษย์โลกมีมือถือใช้กันมาตั้งแต่ราวปี 1980 โดย Motorola และ NEC คือบริษัทแรกๆ ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดมือถือ หลังจากนั้นได้ผ่านเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของมือถือยี่ห้อ Nokia พร้อมกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Siemens, Ericsson, Panasonic, Samsung และ LG จนกระทั่งเข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟน หรือมือถืออัจฉริยะ

มนุษย์โลกมี "โทรศัพท์เคลื่อนที่" หรือ "มือถือ" ใช้กันมาตั้งแต่ราวปี 1980 โดย Motorola และ NEC คือบริษัทแรกๆ ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดมือถือ หลังจากนั้นได้ผ่านเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของมือถือยี่ห้อ Nokia พร้อมกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Siemens, Ericsson, Panasonic, Samsung และ LG จนกระทั่งเข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟน หรือมือถืออัจฉริยะ ที่ควบคุมด้วยระบบปฏิบัติการจากหลากหลายค่าย โดยเฉพาะ iOS ที่อยู่ในมือถือยี่ห้อ iPhone ของบริษัท Apple และ BlackBerry ของบริษัท RIM ส่วนน้องใหม่ที่มาแรงอย่างระบบปฏิบัติการ Android จาก Google ได้ถูก Samsung นำมาใช้ผลิตมือถือขายกันอย่างถล่มทลาย บทความนี้จะพาท่านย้อนกลับไปดูว่า กว่า 30 ปีที่ผ่านมา มือถือรุ่นใดกันแน่ที่ขายดีที่สุดในโลก กระทั่งปัจจุบันมือถือรุ่นใด จากค่ายใด และระบบปฏิบัติการใด ที่ครองตำแหน่งดังกล่าวอยู่ ติดตามข้อมูลทั้งหมดได้จากที่นี่

คงต้องยอมรับกันว่า "โทรศัพท์เคลื่อนที่" (Mobile phone) หรือ "โทรศัพท์มือถือ" หรือ "มือถือ" ตามแต่จะเรียก ได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ไปแล้ว ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1973 มือถือเครื่องแรกได้ถือกำเนิดขึ้นโดยการคิดค้นของ Martin Cooper แห่งบริษัท Motorola หลังจากนั้นอีก 10 ปี มือถือรุ่น DynaTAC 8000x ของ Motorola ก็ออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นรุ่นแรกของโลก มือถือในยุค 30 ปีที่แล้วยังมีนาดใหญ่เกือบเท่าท่อนแขนคน มีน้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัม และมีราคาเครื่องละไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท แต่หลังจากนั้นมือถือก็ค่อยๆ ถูกพัฒนาขึ้นจนมีขนาดเล็กลงและเข้าถึงผู้คนทั่วไปได้มากขึ้น เมื่อปี ค.ศ.1990 ทั่วโลกมีผู้เปิดใช้บริการมือถืออยู่ประมาณ 12.4 ล้านราย

แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการของมือถือได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จากมือถือที่ทำได้แค่รับสายและโทรออก ได้พัฒนามาเป็น "ฟีเจอร์โฟน" (Feature phone) ที่เพิ่มฟังก์ชันอื่นๆ เข้ามา เช่น เครื่องคิดเลข นาฬิกาปลุก วิทยุ กล้องถ่ายรูป เล่นไฟล์ภาพ-วีดีโอ-เพลง เป็นต้น ทั้งยังมีขนาดเล็กลงและราคายังถูกลงด้วย

จนกระทั่งราว 10 ปีที่แล้ว โลกมือถือได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการถือกำเนิดของ "สมาร์ทโฟน" (Smartphone) หรือมือถืออัจฉริยะ ที่ใส่ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เข้าไปภายใน จนผู้ใช้มือถือสามารถสร้างหรือติดตั้ง Application ลงในมือถือได้ด้วยตัวเอง (หลักการเดียวกับการลงโปรแกรมต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล) มือถือจึงกลายร่างเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ย่อส่วน ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายจนเกินบรรยาย นั่นจึงทำให้ตัวเลขผู้ใช้บริการมือถือ 12.4 ล้านรายในปี ค.ศ.1990 พุ่งทะยานมาเป็น 5,600 ล้านรายในปี ค.ศ.2011 หรือครอบคลุม 70% ของประชากรโลก โดยแบ่งออกเป็นฟีเจอร์โฟนประมาณ 70% ของจำนวนผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด และที่เหลืออีก 30% เป็นสมาร์ทโฟน

แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของสมาร์ทโฟนได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการมือถือในประเทศที่พัฒนาแล้ว และคาดกันว่าสมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่ฟีเจอร์โฟนทั่วโลกได้ในเวลาอีกไม่นาน โดยปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการหลักๆ ที่ถูกใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนประมาณ 6 ระบบ คือ

  • Symbian ซึ่งพัฒนามาจาก Nokia Series 40 โดยค่าย Nokia ถือเป็นผู้บุกเบิกในยุคแรกของสมาร์ทโฟน
  • Windows Phone ที่พัฒนามาจาก Windows Mobile โดยบริษัท Microsoft เดิมนิยมใช้ใน Pocket PC และ PDA ต่อมาได้นำมาใช้ในสมาร์ทโฟนบางยี่ห้อ เช่น Nokia, HTC และ Samsung
  • Bada พัฒนาโดยบริษัท Samsung ใช้อยู่ในมือถือและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของค่าย Samsung
  • BlackBerry OS ของบริษัท Research In Motion (RIM) ซึ่งใช้เฉพาะมือถือยี่ห้อ BlackBerry มีจุดเด่นในการรับ-ส่งข้อความ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ลดความนิยมลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
  • iOS ของบริษัท Apple ซึ่งใช้เฉพาะในมือถือยี่ห้อ iPhone และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของค่าย Apple ถือเป็นผู้ผลักดันให้โลกมือถือเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟนอย่างเต็มตัว ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ และ Application จำนวนมหาศาล
  • Android พัฒนาโดยบริษัท Google และเป็นระบบปฏิบัติการหลักเพียงรายเดียวที่เปิดให้บริษัทผู้ผลิตมือถือ ทุกรายนำไปใช้ได้ฟรี จึงกลายเป็นระบบปฏิบัติการยอดฮิตในปัจจุบัน และเป็นแกนหลักในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของสมาร์ทโฟน

ปัจจุบันแม้ กระแสความนิยมในมือถือยี่ห้อ iPhone และ Samsung จะแรงติดลมบนจนเหนือมือถือยี่ห้ออื่นๆ อย่างชัดเจน แต่เมื่อดูจากสถิติยอดจำหน่ายจริงแล้วจะพบว่า มือถือยี่ห้อ Nokia ก็ยังคงรักษาอันดับหัวแถวมาได้ตลอดนับสิบปี ซึ่งมาจากยอดจำหน่ายมือถือในกลุ่มฟีเจอร์โฟนเป็นหลัก ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มือถือยี่ห้อ Nokia หลายรุ่นได้ขึ้นหิ้งกลายเป็นตำนาน บางรุ่นแม้จะผ่านเวลามาเนิ่นนานแล้วแต่เรายังคงจดจำมันได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากสถิติของมือถือรุ่นที่มียอดจำหน่ายทั่วโลกเกิน 10 ล้านเครื่อง ซึ่งถูกยึดครองไปด้วยมือถือยี่ห้อ Nokia ดังตารางต่อไปนี้

image

                                                                               10 มือถือที่มียอดขายมากที่สุดในโลก

image 1

อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมในสมาร์ทโฟนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ส่งผลกระทบต่อบริษัท Nokia หนัก เพราะมีผู้บริโภคมือถือจำนวนมากที่เปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนของ Nokia ไปใช้สมาร์ทโฟนของผู้ผลิตมือถือรายอื่นแทน เพราะสมาร์ทโฟนของ Nokia ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian เป็นหลักนั้นยังมีจุดด้อยอยู่มาก โดยเฉพาะในเรื่องความหลากหลายของ Application ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์นี้ไปเต็มๆ คือ บริษัท Samsung ซึ่งหยิบระบบปฏิบัติการ Android ที่ Google แจกฟรี มาใช้ผลิตมือถือของตัวเอง ทำให้มีต้นทุนต่อเครื่องต่ำ สามารถผลิตสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ในราคาที่แทบไม่ต่างจากฟีเจอร์โฟนของ Nokia ได้ อีกทั้ง Application ในระบบปฏิบัติการ Android ก็ยังมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นยอดจำหน่ายมือถือของ Samsung จึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่งจะเขี่ย Nokia ตกจากบัลลังก์แชมป์ได้ในปีนี้นี่เอง ดังที่ International Data Corporation (IDC) เปิดเผยสถิติยอดจัดส่งสินค้าและส่วนแบ่งตลาดของมือถือไตรมาส 1 และ 2 ของปี ค.ศ.2012 ต่อไปนี้

 

ไตรมาส 2

ไตรมาส 1

%เปลี่ยนแปลง

ไตรมาส 2

ไตรมาส 1

%เปลี่ยนแปลง

Samsung

97.8

93.8

4.26%

24.1%

23.5%

2.55%

Nokia

83.7

82.7

1.21%

20.6%

20.8%

-0.96%

iPhone

26.0

35.1

-25.93%

6.4%

8.8%

-27.27%

ZTE

17.7

19.1

-7.33%

4.4%

4.8%

-8.33%

LG

13.1

13.7

-4.38%

3.2%

3.4%

-5.88%

อื่นๆ

167.7

154.0

8.90%

41.3%

38.7%

6.72%

รวม

406.0

398.4

1.91%

100.0%

100.0%

0%

 

สำหรับสัดส่วนของระบบปฏิบัติการที่ใช้กันในสมาร์ทโฟนนั้น ระบบ Android ที่ถูกใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนของผู้ผลิตหลายยี่ห้อ มีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยระบบ iOS ที่ใช้ใน iPhone ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สวนทางกับระบบ Symbian ของ Nokia และ RIM หรือ BlackBerry OS ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา http://politic.myfirstinfo.com/viewnews.asp?newsid=98414

JoomSpirit