Mobile Commerce รูปแบบใหม่ ภายใต้ 3G (12 - 18 เม.ย. 53)

บทความจาก www.telecomjournal.net

Mobile Commerce รูปแบบใหม่ ภายใต้ 3G

ที่ผ่านมาเรากล่าวถึงประโยชน์ของ 3G ด้านการศึกษา การแพทย์ เศรษฐกิจ ทว่า 3G ยังมีประโยชน์ในด้านที่น่าสนใจ  หนึ่งในนั้นคือ ด้านของการส่งเสริมการค้า m-Commerce, e-Commerce

ปัจจัยที่ทำให้ 3G มี ประโยชน์หลากหลายส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการรับ ส่ง ข้อมูลความเร็วสูง ผนวกกับความสามารถของอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นทุกวันๆ ทำให้การ access website ต่างๆ เพื่อเข้าไปทำธุรกรรม มีความคล่องตัวขึ้น เพราะข้อมูลจะส่งด้วยความเร็วที่สูงขึ้น การเลือกซื้อสินค้าจึงไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เสมอไป กรณีนี้มีตัวอย่างเห็นได้ชัดคือการทำธุรกรรมซื้อขาย ผ่าน  eBay  ซึ่งเราสามารถทำธุรกรรมได้จากทุกที่ และสามารถเลือกดูภาพสินค้าที่ต้องการซื้อได้แบบ Multi Media

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการใช้ 3G เข้ามาสนับสนุนระบบ m-Commerce คือการประยุกต์ Mobile Commerce เข้ากับเทคโนโลยี Location Base เพื่อหาพิกัดหรือส่งเสริมร้านค้า ทุกวันนี้เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่น access เข้าไปยังแผนที่ต่างๆ ผ่านระบบ GPS ได้ เพื่อค้นหาตำแหน่งร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ต่างๆ ทว่า การที่เรายังไม่มี 3G ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลไม่เป็น realtime เพราะข้อมูลที่มีความละเอียดเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 3G ในการแสดงผล หากเป็นต่างประเทศ จะสามารถทำได้จนถึงการ booking ต่างๆ แม้กระทั่งการจองตำแหน่งที่นั่งในร้านอาหาร

นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้กับระบบการ tracking ต่างๆ เช่น การติดตามรถบรรทุกสินค้า ไปจนถึงรถบรรทุกวัตถุอันตรายต่างๆ ที่ทำได้ตลอดเวลาแบบ realtime ที่สำคัญผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการ tracking ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา แต่สามารถ access เข้าสู่ระบบจากที่ไหนก็ได้ ที่น่าสนใจคือการประยุกต์ระบบ tracking เข้ากับ service ต่างๆ ที่ต้องอาศัยการเดินทางเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจประกันภัยต่างๆ ที่การ tracking สามารถระบุเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ใกล้ลูกค้าที่สุด ทำให้การบริการมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่ Location Base จะนำมาใช้กับธุรกรรมการส่งเสริมการขาย หรือ service ต่างๆ ที่ต้องมีการทำงานในลักษณะ On Site และสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการซื้อของออนไลน์ต่างๆ เช่น เพลง ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยได้รับความนิยมพอสมควร เพียงแต่อุปสรรคสำคัญคือ application เหล่านี้ต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลของโครงข่ายสูง เนื่องจาก content ต่างๆ ที่ซื้อผ่านออนไลน์อาจเป็นเพลงทั้งเพลง หรือ หนังสือทั้งเล่ม หากผู้ใช้ต้องเสียเวลาในการ download ที่นานมาก จะเกิดความเบื่อหน่าย การมี 3G จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนธุรกรรมเหล่านี้

ทว่า Mobile Commerce ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ยังมีการทำธุรกรรมในส่วนของตลาดหุ้น ตั้งแต่การแจ้งราคาไปจนถึงการซื้อขาย content ในด้านนี้สำหรับประเทศไทยแล้ว แต่ยังมีให้เห็นแค่เพียง iPhone ที่ใช้โครงข่าย 3G ของ True เพียงรายเดียวเท่านั้น

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกประเภทคือ Contact List หรือเรียกอีกอย่างว่า Near Field Communication (NFC) ที่ นิยมใช้ในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศไทยที่เริ่มมีบางกลุ่มนำมาใช้ รูปแบบของเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นการนำโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องมาสัมผัสกัน เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน โดยอาศัย Chipset ที่ ฝังตัวอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ตัวอย่างที่เห็นในประเทศญี่ปุ่นคือการใช้งานในส่วนของการเติมเงินเพื่อชำระ ค่ารถเมล์ หรือรถไฟ ไปจนถึงการซื้อของตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ในประเทศไทยเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในระหว่างการเริ่มต้น การใช้งานจะเป็นแบบ SIM Base ใช้ระบบเติมเงิน แต่ในบางประเทศจะใช้กันถึงระดับ transaction ในช่วงสิ้นเดือน รวมกับค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบบ Payment เหล่า นี้ สามารถนำมาประยุกต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ ด้วยการส่งข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องอ่านต่างๆ ไปยังผู้ให้บริการเพื่อทำ transaction หากเป็นการนำมาประยุกต์ใช้กับ Mobile Banking ส่วนมากจะเป็นการทำ transaction ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือถ้าเป็นพวก Vending Machine ก็จะเป็นลักษณะของการซื้อของจากเครื่องผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยที่เครื่องจำหน่ายจะต้องมีความสามารถในการส่งข้อมูล transaction ได้ เช่น ได้รับการบันทึกรายการซื้อขาย ด้วยหมายเลขโทรศัพท์ หรือ RFID ใดๆ ข้อมูลค่าใช้จ่ายจะถูกส่งไปคิดเงินและตัดจากบัญชีของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ เครื่องนั้นๆ นอกจากนี้ตัวเครื่องจำหน่ายเองต้องสามารถส่งข้อมูลกลับศูนย์ได้ ว่าสินค้ามีปริมาณเท่าไหร่ เหลือมากน้อยแค่ไหน ควรจะเติมหรือยัง ทางศูนย์ก็สามารถควบคุมจำนวนสินค้า รวมถึงระบบขนส่งในการนำสินค้ามาเติมได้

เมื่อย้อนกลับมาที่ Location Base นอกเหนือจากกระบวนการค้นหาร้านอาหาร หรือสถานที่ต่างๆ แล้วยังมีเรื่องของ Mobile Coupon เช่น หากเราถือโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเขตของห้างสรรพสินค้า Base Station ที่ติดตั้งไว้ในห้างสรรพสินค้านั้นๆ จะตรวจพบว่าเราเข้ามาในเขต จะมีข้อมูลเป็น Coupon ที่ Push มาให้เรา สมมุติเราเข้าไปใกล้ร้านแมคโดนัลด์ ทางร้านจะ Push โปรโมชั่นต่างๆ มาให้เป็น Coupon ว่าตอนนี้ทางร้านมีเมนูอะไรลดราคาเป็นพิเศษบ้าง เมื่อเราเดินเข้าไปในร้านเราเพียงแค่แสดง Coupon ในเครื่องให้ทางร้านดู เราก็จะได้รับบริการตามที่ระบุไว้ใน Coupon นั้น

นอกจากนี้ จะมีการพัฒนา application เข้า สู่ระบบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า ที่โอเปอเรเตอร์ต้องทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น การซื้อหนังสือจาก Amazon หลังจากตัดสินใจซื้อหนังสือแล้ว ทาง Amazon จะส่ง mail เข้ามาแจ้งว่าลูกค้าเป็นสมาชิกกับทาง website แล้ว และจะส่งข่าวมาเป็นระยะๆ ว่าหนังสือเล่มใหม่ เรื่องราวเป็นอย่างไร แต่งโดยผู้แต่งท่านไหน วางจำหน่ายแล้ว ถ้าพูดในภาษาเทคโนโลยี ลักษณะการ Push แบบนี้จะเรียกว่า Recommendation ซึ่งจะถูกนำมาใช้กับ Mobile User มากขึ้น เพื่อศึกษาว่า พฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร เบื้องต้นอาจศึกษาจาก เพศ และอายุ แล้วนำมา link กับ profile ของ ห้างสรรพสินค้า แล้วเก็บข้อมูลร่วมกัน เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อสร้างกระบวนการค้าให้เกิดขึ้น และมีการทำ transaction ผ่านโทรศัพท์มือถือ เกิดการทำธุรกรรมมากขึ้น

อย่างไรก็ดีเทคโนโลยี Location Base ในประเทศไทยยังมีจุดด้อยอยู่บางประการ ได้แก่ ข้อมูลของ Mobile Network ยังไม่ link กับฐานข้อมูลระบบ GPS เท่าที่ควร แต่ในประเทศไทยเราจะอิงข้อมูลจาก GPS เป็น หลักทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความแม่นยำ อาทิ การระบุตำแหน่งเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอาคารหนาแน่นไม่สามารถทำได้อย่าง เที่ยงตรงเท่าที่ควร แต่ถ้า link เข้ากับระบบ Base Station ของโทรศัพท์มือถือจะมีความแม่นยำสูงกว่า ตัวอย่างของโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยที่ใช้ GPS หาพิกัดอย่างเดียว ได้แก่ iPhone และ HTC สำหรับปัญหาเรื่องของ GPS คือ หากอยู่ในบริเวณที่ปิดทึบ มองไม่เห็นท้องฟ้า จะไม่สามารถหาพิกัดใดๆ ได้เลย ในกรณีดังกล่าว วิธีแก้ไขคือต้องใช้ฐานข้อมูลจากเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทร่วมกัน ได้แก่ Base Station และ GPS แต่ในที่นี้มีเงื่อนไขว่า Base Station เองต้องมีข้อมูลพิกัดของตนเองด้วย แต่ Base Station ในระบบ 2G จะไม่เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ เพราะยังไม่ให้บริการ ยกเว้น Hutch เพียง รายเดียวในประเทศไทยที่มีบริการนี้ แต่ประเด็นปัญหาคือไม่ค่อยมีคนใช้งาน และโทรศัพท์มือถือที่รองรับมีน้อย ทำให้คนที่ใช้บริการค่อยๆ หายไป

เราอาจกล่าวได้ว่า ด้วยประสิทธิภาพของ 3G เราจะเห็น Business Model ใหม่ๆ ทยอยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ขึ้นอยู่กับบรรดาผู้ประกอบการเองว่าจะเลือกใช้ model รูป แบบไหน เพราะการประยุกต์เทคโนโลยีเข้ามาใช้งานในการส่งเสริมธุรกิจนั้น ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับแนวความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ ของผู้ประกอบการรายนั้นๆ ว่าจะเห็นช่องทางเป็นอย่างไร ขอเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ โครงข่าย 3G

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรทเต็ด อิงค์

โดยทั่วไป เรามักคุ้นเคยกับการหาพิกัดสถานที่ต่างๆ โดยอาศัย GPS Application ที่ ติดตั้งมาในโทรศัพท์มือถือ และพูดได้อย่างเต็มปากว่า มันสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตเรามากแค่ไหน แต่เคยหรือไม่ที่เราจะประสบปัญหาในการใช้งาน จนทำให้เราต้องเสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่น ค้นหาร้านอาหารชื่อดังในยามที่ท้องหิว ทว่า GPS ตัว โปรดที่เรามีอยู่ กลับแสดงประสิทธิภาพที่เราไม่แม้แต่จะคาดคิด หรืออยากให้เกิดขึ้น นั่นคือ ไม่สามารถแสดงผลลัพธ์ที่ต้องการได้ เพียงเพราะขนาดของข้อมูล และความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบ 2G ที่ปัจจุบันเต่าเรียกปู่

อย่างไรก็ดี ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 3G ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูง ทำให้ข้อมูลที่ได้รับเป็นแบบ realtime เราจึงไม่ต้องทนเสียเวลากับการนั่งรอข้อมูลอย่างน่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป

แต่สมรรถนะทางเทคโนโลยีของโครงข่าย 3G ทำได้มากกว่าการค้นหาสถานที่ ซึ่งเป็นการใช้งานขั้นพื้นฐาน ด้วยเทคโนโลยี Location Base เรา สามารถประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านั้น โดยเฉพาะการตามหาวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว ไปจนถึงการโฆษณาที่เราจะไม่เห็นว่าเป็นแค่ Spam อีกต่อไป

ในที่นี้ขอยกตัวอย่างบริการที่ใช้ Location Base จากต่างประเทศสักเล็กน้อยได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น มีการนำ Location Base  มาใช้ในการติดตามดูแลเด็กเล็ก สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ปกครอง บริการดังกล่าว มีชื่อว่า Soft Bank – Child Tracking  ผ่านทาง application ที่ชื่อว่า Ichi Navi Search  ที่ มีประสิทธิภาพในการติดตามตัวเด็กอย่างง่ายดาย ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถเฝ้าดูพฤติกรรมและกิจกรรมต่างๆ ของเด็กได้จากระยะไกล นอกจากนี้ยังสามารถติดตามเครื่องโทรศัพท์มือถือในกรณีที่ทำหายได้อีกด้วย

แม้ประเทศไทย จะยังไม่มีการนำ Location Base มาใช้ ณ เวลานี้ แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้ ที่โครงข่าย 3G กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เราจะเห็น service ต่างๆ ที่อิงกับเทคโนโลยี Location Base ทยอยเปิดตัวให้เราเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน

Near Field Communication

อีกรูปแบบของ Machine to Machine

Near Field Communication หรือ NFC เป็น เทคโนโลยีที่นิยมใช้ในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศไทยที่เริ่มมีผู้ใช้งานบ้างแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวจัดเป็นการสื่อสารไร้สายระยะสั้น หรือ Shot-range wireless technology ที่ถูกพัฒนาโดย Sony และ NXP ปัจจุบันมีค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ของโลกนำมาประยุกต์ใช้งานจริงกับโทรศัพท์มือถือในค่ายของตนเองแล้ว เช่น Nokia, Samsung เป็นต้น

การประยุกต์ใช้งานส่วนใหญ่มักนำ NFC มาใช้กับการชำระเงินที่ต้องการความรวดเร็วและมีมูลค่าไม่สูง ซึ่งจะทำให้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถใช้เพื่อการชำระเงิน โดยวิธีการแตะบนเครื่องอ่านหรือเครื่องชำระเงิน เช่น การให้บริการในร้านอาหารจานด่วน ร้านขายสินค้า ระบบการซื้อขายตั๋ว และระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ peer-to-peer เช่น เพลง เกม และรูปภาพ การชำระเงินค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น การชำระเงินแบบไร้สัมผัสนี้ก่อให้เกิดการชำระเงินที่ง่ายและรวดเร็ว ลดการเข้าคิวชำระเงินในร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อต่างๆ

สำหรับประเทศไทย ก็มีเทคโนโลยีดังกล่าวใช้งานเป็นรูปธรรมแล้วเช่นกัน โดย True Move นำมาใช้ในชื่อของ TOUCH SIM ที่ใช้เทคโนโลยี RFID เป็นรายแรกของประเทศไทย สำหรับใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าบริการต่างๆ ซื้อสินค้าจาก Vending Machine ไปจนถึงการใช้งานเป็นระบบการเข้าถึงและตรวจสอบบุคคล หรือ Access and Identification ซึ่งจะนำร่องให้พนักงาน True ใช้ TOUCH SIM สัมผัสแสดงตนผ่านเข้า – ออก แทนบัตรพนักงาน  

อย่างไรก็ตาม NFC ในประเทศไทย ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเท่าที่ควร เนื่องจากการใช้งานตามหลักการแล้ว NFC จะมีลักษณะเป็นเหมือนบัตรเครดิต และเหมาะสมกับตลาดที่เป็น Post Paid มากกว่า ทว่าคนไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้ระบบการจ่ายเงินแบบ Pre Paid รวมถึงรูปแบบการใช้จ่ายยังเป็นลักษณะที่ Conservative อยู่พอสมควร กล่าวคือยังไม่เชื่อใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เท่าไรนัก

กระนั้น หากโครงข่าย 3G บังเกิดเป็นรูปธรรม เราน่าจะเห็นรูปแบบการบริการที่เป็น NFC หรือ Machine to Machine มากขึ้น

ที่มา -  www.telecomjournal.net

JoomSpirit