พิรุธ5ประเด็นสัญญาทรู-กสท (18 - 23 เม.ย. 55)

true2012-04-18

"อนุดิษฐ์" เผยผลตรวจสอบสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่าง "ทรู กับ กสท" เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีภายใต้เทคโนโลยีเอชเอสพีเอ พบพิรุธ 5 ประเด็น ระบุฝ่ายการเมืองยุคก่อนเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน&หลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ร่วมทุน โยนเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับผลสรุปการสอบสวนกรณีสัญญาโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จีในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ด้วยเทคโนโลยี HSPA ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  กับ  บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น  โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หลังจากที่เลื่อนแถลงสรุปมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า

"จากการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องรวม 37 ฉบับ กฎหมาย ประกาศอีก 9 เรื่อง และการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เชื่อได้ว่าการดำเนินการทางสัญญาดังกล่าวเป็นการสั่งการอย่างมีนัยสำคัญ เป็นไปอย่างเร่งรีบ และพบข้อผิดปกติตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอคืนจากกลุ่มฮัทชิสัน ฮ่องกง อย่างชัดเจน ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อโครงสร้างกิจการโทรคมนาคม และส่งผลต่อความเชื่อมั่นกับองค์กรรัฐวิสาหกิจ" 

สำหรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการปรากฏมี 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 เชื่อได้ว่าฝ่ายการเมืองเข้ามากำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน โดยเฉพาะการลดราคาเข้าซื้อกิจการฮัทชิสันคืน ในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่เคยตกลงไว้ที่ 7,500 ล้านบาท เป็นผลให้ฮัทชิสันปฏิเสธการเข้าซื้อ เป็นโอกาสและเปิดทางให้กลุ่มทรู เสนอแผนธุรกิจใหม่กับกสท และเป็นผู้เข้าซื้อกิจการฮัทชิสันแทน ทั้งยังดำเนินการอย่างรวดเร็ว

ประเด็นที่ 2 พบข้อสังเกตขั้นตอนการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เช่น การไม่แจ้งการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทรู การหลบเลี่ยงขั้นตอนการยกเลิกสัญญาเดิมกับฮัทชิสัน ที่ไม่ผ่านพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) 

ประเด็นที่ 3 พบพิรุธขั้นตอนการนำเสนอเรื่องให้กระทรวงไอซีทีพิจารณา เช่น การกำหนดเลขหนังสือล่วงหน้า กระบวนการก่อนรมว.ไอซีที ลงนามข้ามขั้นตอนการเสนอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่ 4 กสท ไม่ได้ดำเนินการตามที่ครม.ให้ความเห็น ให้ไปดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน และประเด็นที่ 5 การขอให้ครม.อนุมัติการลงทุนขยายโครงข่ายต่อเนื่องวงเงิน 12,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 หลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ผลสรุปดังกล่าว จะก่อให้เกิดการดำเนินการที่โปร่งใส ซึ่งกระทรวงไอซีที จะได้นำเสนอส่งต่อหน่วยงานยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น เพื่อตรวจสอบต่อไป 

อนึ่งการดำเนินการทางสัญญาดังกล่าว เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรมว.ไอซีที ขณะที่คณะกรรมการ (บอร์ด) กสท มีนายนัที เปรมรัศมี เป็นประธาน และมีนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท และเป็นผู้ลงนามในสัญญาดังกล่าว ขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 มีสัญญา 2 ส่วน คือ สัญญาอนุมัติให้ ทรู ดูแลลูกค้า ซีดีเอ็มเอ จำนวน 700,000 เลขหมายเป็นระยะเวลา 2 ปี และ สัญญาเช่าอุปกรณ์เอชเอสพีเอเพื่อปรับเปลี่ยนโครงข่ายซีดีเอ็มเอจำนวน 51 จังหวัดให้เป็นโครงข่ายเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ โดยทรูสามารถเช่าอุปกรณ์และสถานีฐานเพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จีแบบขายส่งและขายต่อบริการ เป็นระยะเวลา 14.6 ปี 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,726   29-31   มีนาคม พ.ศ. 2555

JoomSpirit