ความต้องการใช้เทคโนโลยี 3G ในประเทศไทย (17 - 23 พ.ค. 53)

บทความโดย ฐิตินันทน์ ผิวนิล

 

ความต้องการใช้เทคโนโลยี 3ในประเทศไทย

ฐิตินันทน์ ผิวนิล[1]

ปัจจุบันคงปฏิเสธกันไม่ได้ว่า เทคโนโลยีนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อวิถีชีวิตประจำวันของคนในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีการสื่อสารที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว 3G หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาในไทย เป็นการสื่อสารที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน ทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่น MP3 เครื่องเล่นวีดีโอ กล้องถ่ายรูป การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กราฟฟิก และการแสดงแผนที่ต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนานและสมจริงมากขึ้น เทคโนโลยี 3G จึงเป็นส่วนช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น

ที่มา : ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553

ข้อมูลจากการสำรวจโครงการ “ความต้องการใช้บริการเทคโนโลยี 3G และอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย (MOBILE BAROMETER SURVEY 2009 FOR THE PREDICTION OF FUTURE CELLULAR SERVICES)”[2] เมื่อปี 2552 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ[3] จำนวนตัวอย่างรวม 1,521 ราย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหรือร้อยละ 52.8 รู้จักเทคโนโลยี 3G ทั้งนี้สัดส่วนกลุ่มตัวอย่างในภาคกลางรู้จักและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3G สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่น รองลงมาคือกลุ่มตัวอย่างในภาคเหนือ ซึ่งสัดส่วนที่กลุ่มตัวอย่างรับทราบข้อมูล 3G สูงกว่าภาคอื่นนั้น อาจเป็นเพราะพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และเขตภาคเหนือได้มีการเริ่มทดลองใช้ 3G ก่อนพื้นที่ภาคอื่นๆ [4]

ที่มา : ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553

สำหรับความต้องการใช้เทคโนโลยี 3G จากการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 72.8 ต้องการใช้เทคโนโลยี 3G และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาค จะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างในภาคใต้มีความต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสูงกว่าภาคอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในประเด็นนี้น่าสนใจว่า กลุ่มตัวอย่างในภาคดังกล่าวมีสัดส่วนผู้ที่รู้จักเทคโนโลยี 3G น้อยกว่า แต่กลับมีความต้องการใช้สูงกว่ามาก ในจุดนี้หากพิจารณาเชื่อมโยงกับผลการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือนเมื่อปี 2551 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจถึงประเด็นการเข้าถึงเทคโนโลยี ทั้งทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์ การใช้อินเทอร์เน็ต และการมีโทรศัพท์มือถือ พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ มีสัดส่วนการเข้าถึงเทคโนโลยีน้อยกว่าภาคอื่นๆ มาก จะเห็นได้ว่าสอดคล้องกัน ด้วยเหตุนี้ กลุ่มตัวอย่างในภาคดังกล่าวจึงมีความต้องการใช้มาก แต่ยังรู้จักเทคโนโลยีดังกล่าวน้อย เนื่องจากยังมีการเข้าถึงไม่มากนัก

จากข้อมูลดังกล่าว อาจพอสรุปเบื้องต้นได้ว่า กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศค่อนข้างทราบและรู้จักเทคโนโลยี 3แล้ว และส่วนใหญ่ต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในสัดส่วนที่สูง แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ตลาดเทคโนโลยี 3ดังกล่าวจะเติบโตได้มากน้อยเพียงใดแม้ว่าผลการสำรวจจะพบว่า มีความต้องการใช้สูง แต่อัตราการใช้งานจะมากหรือน้อยย่อมขึ้นกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล อีกทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำของการกระจายเทคโนโลยีและการเข้าถึงการสื่อสาร ที่ยังพบว่ากระจุกตัวอยู่เพียงแต่ในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครอย่างเช่นปัจจุบัน เช่นนี้แล้วประชากรจะสามารถเข้าถึงและก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยี 3ได้เท่าเทียมกันหรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามต่อไป


11 พฤษภาคม 2553


[1] ผู้ช่วยนักวิจัย ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

[2] การศึกษาวิจัยโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

[3] ประกอบด้วย กรุงเทพฯ (และปริมณฑล) จันทบุรี เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก กำแพงเพชร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ สงขลา สตูล

[4] อ้างอิงจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=253196

JoomSpirit