กลุ่มปท.'บริกส์'ขันสู้อิทธิพลตะวันตก ลงขันผุด'แบงก์-กองทุน'แข่งธ.โลก-IMF

 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2557 
       
       ดิลมา รุสเซฟ ประธานาธิบดีบราซิล เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำจากรัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ ร่วมหารือในเมืองฟอร์ตาเลซา ในวันอังคาร ก่อนขยายวงเจรจากับเหล่าผู้นำของอเมริกาใต้ในวันพุธ (16) ที่กรุงบราซิเลีย
       
       การประชุมสุดยอดในวันอังคารจะเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พบปะแบบตัวต่อตัวกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดีย นเรนทรา โมดี
       
       ซัมมิตครั้งนี้ยังมีขึ้นขณะที่เศรษฐกิจของสมาชิกกลุ่มบริกส์บางชาติชะลอตัว โดยรัสเซียและบราซิลนั้นถูกคาดการณ์ว่า จะมีอัตราเติบโตเพียง 1% ในปีนี้
       
       บริกส์ซึ่งประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ มีประชากรรวมกัน 40% ของประชากรโลก และมีมูลค่าเศรษฐกิจ 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจโลก
       
       ปีที่ผ่านมา มหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่กลุ่มนี้ได้ประกาศแผนตั้งธนาคารที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นทางเลือกแทนธนาคารโลก รวมทั้งตั้งกองทุนที่เป็นคู่แข่งของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
       
       มาร์กอส ทรอยโจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยบริกแล็บ ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก ชี้ว่า การก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่จะทำให้บริกส์ซึ่งไม่ได้เป็นองค์การระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ มีโครงสร้างสำหรับการรวบรวมฉันทามติในประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ ขึ้นมา เป็นต้นว่า กฎการค้าโลก มาตรการร่วมในสหประชาติ ตลอดจนมาตรการร่วมในองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)
       
       ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่างใหม่ ซึ่งมุ่งปล่อยกู้ให้แก่โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนานั้น จะมีเงินทุนเริ่มต้น 50,000 ล้านดอลลาร์ ที่สมาชิกแต่ละชาติสมทบเท่าๆ กัน และในอนาคตอาจมีประเทศอื่นร่วมลงขันเพิ่มเติม
       
       ขณะที่กองทุนสำรองมีทุนเริ่มต้น 100,000 ล้านดอลลาร์ โดยจีนจะเป็นผู้สมทบรายใหญ่สุด 41,000 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยบราซิล อินเดีย และรัสเซียประเทศละ 18,000 ล้านดอลลาร์ และอีก 5,000 ล้านดอลลาร์จากแอฟริกาใต้
อย่างไรก็ดี แม้เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการก่อตั้งธนาคาร แต่ห้าชาติยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแบงก์ ระหว่างเซี่ยงไฮ้ มอสโก นิวเดลี หรือ โยฮันเนสเบิร์ก และการถกเถียงเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นโต้แย้งที่ใหญ่กว่า นั่นคือการป้องกันไม่ให้จีน ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ครอบงำธนาคารแห่งใหม่เหมือนที่อเมริกาครอบงำธนาคารโลก
       
       นอกจากนี้ ทั้งห้าประเทศยังอยู่ระหว่างการหารือกันเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งประธานแบงก์คนแรก ซึ่งจะต้องเป็นตำแหน่งหมุนเวียน รวมถึงสมาชิกคณะกรรมการบริหาร
       
       บริกส์นั้นประกอบด้วยชาติสมาชิกที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านเศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศ และระบบการเมือง กระนั้น สิ่งที่กลุ่มนี้มีร่วมกันคือ ความต้องการมีสิทธิ์มีเสียงในนโยบายเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ทุกประเทศล้วนมีประสบการณ์เจ็บปวดกับการครอบงำทางการเงินของตะวันตก เช่น เคยถูกลงโทษทางเศรษฐกิจ ถูกบังคับให้ลดงบประมาณและเงื่อนไขยากลำบากอีกหลายอย่างเพื่อแลกกับเงินกู้ฉุกเฉินจากไอเอ็มเอฟ
       
       โธมัส ไรต์ นักวิชาการจากโปรเจ็กต์ ออน อินเตอร์เนชันแนล ออร์เดอร์ แอนด์ สเตรทเตจี ของสถาบันบรูคกิงส์ มองว่า พวกประเทศบริกส์ต้องการสิ่งที่สามารถเป็นโครงข่ายความปลอดภัยโครงข่ายสำรอง หากพวกเขาเกิดงัดข้อกับตะวันตก
       
       ชาติสมาชิกของบริกส์รวมทั้งพวกประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก ยังไม่พอใจที่รัฐสภาอเมริกันไม่ยอมอนุมัติร่างกฎหมายจ่ายเงินค่าบำรุงเพิ่มเติม เพื่อให้ไอเอ็มเอฟนำไปปล่อยกู้ให้แก่ประเทศที่ประสบปัญหา โดยเงินดังกล่าวยังถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปฏิรูปองค์การแห่งนี้อย่างครอบคลุมที่จะเปิดโอกาสให้จีนและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ มีสิทธิ์ออกเสียงในไอเอ็มเอฟมากขึ้น
       
       ทางด้าน ยูริ ดาดุช นักเศรษฐศาสตร์ของ คาร์เนกี เอนดาวเมนต์ ฟอร์ อินเตอร์เนชันแนล พีซ ขานรับแนวคิดในการจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาและกองทุนรับมือวิกฤตการเงินของบริกส์ แต่แสดงความกังวลว่า การที่ห้าชาติเหล่านี้ตัดสินใจปลีกตัวจากสถาบันการเงินที่มีอยู่เดิม ตอกย้ำให้เห็นความแตกแยกของระบบเศรษฐกิจช่วงหลังสงคราม ระบบเศรษฐกิจดังกล่าวเคยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสันติภาพและความมั่งคั่งของโลก ทว่าถึงขณะนี้ดูเหมือนไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงในยุคปัจจุบันและการแจ้งเกิดของมหาอำนาจรายใหม่ๆ ได้เสียแล้ว
       
       กระนั้น ทางด้านไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกไม่ได้แสดงท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจกับความเคลื่อนไหวของบริกส์แต่อย่างใด
       
       คอนนี ลอตซี โฆษกไอเอ็มเอฟกล่าวว่า มาตรการริเริ่มใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายสถาบันปล่อยกู้ระหว่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนเพื่อการพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานเช่นนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี สิ่งสำคัญคือสถาบันใหม่ต้องเติมเต็มระบบที่มีอยู่เดิม
       
       เช่นเดียวกับ จิม คิม ประธานธนาคารโลกที่แสดงความยินดีกับองค์การใหม่ของบริกส์ เนื่องจากตระหนักถึงความต้องการการลงทุนใหม่ในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีมากมายมหาศาล และย้ำว่า ธนาคารโลกสามารถร่วมงานกับสถาบันอื่นๆ ได้
JoomSpirit