เฟดเชื่อมั่นเศรษฐกิจปี 58-59 แต่ปรับลดคาด


    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากรายงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายในสัปดาห์นี้ เฟดได้ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีการฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากหดตัวลงในไตรมาสแรกของปี อย่างไรก็ดี การหดตัวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ทางการของเฟดต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้ลง แม้ว่าจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มในช่วง 2 ปีข้างหน้า และมองว่าอัตราว่างงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

    "กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวในไตรมาสปัจจุบัน และจะขยายตัวในอัตราปานกลางต่อไปนับจากนี้" นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าว และเสริมว่า มีเหตุผลที่ดีที่จะคาดหมายการเติบโตที่รวดเร็วขึ้นในปี 2558 และ 2559 อาทิ สถานการณ์ในตลาดแรงงานที่ดีขึ้น นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ผ่อนคลายของเฟด หนี้ภาคครัวเรือนที่ลดลง ราคาหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น ตลอดจนนโยบายภาษีและการใช้จ่ายของรัฐที่ลดความเข้มงวดลง
          ขณะเดียวกัน เฟดประกาศลดขนาดการซื้อพันธบัตรในเดือนหน้าลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เหลือ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน
    เฟดเริ่มซื้อพันธบัตรมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน อย่างไรก็ดีเมื่อสถานการณ์ในตลาดแรงงานฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เฟดทยอยปรับลดการกระตุ้นในส่วนดังกล่าว และหันมาให้ความสำคัญกับช่วงเวลาและอัตราการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแทน หลังจากเฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่เกือบ 0% มาตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปลายปี 2551 โดยยังไม่มีแผนจะปรับขึ้นดอกเบี้ยไปจนถึงปีหน้า
    กระนั้น เฟดกำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่เป็นไปตามที่เฟดคาดหวัง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คาด และอัตราเงินเฟ้อส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นถึงเป้าหมาย 2% ที่เฟดตั้งไว้ ซึ่งถ้าเฟดกำหนดดอกเบี้ยต่ำเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและความไม่มีเสถียรภาพทางการเงิน แต่ถ้าปรับขึ้นเร็วเกินไป มีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
    เวลานี้ เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นถึง 1.2% ภายในสิ้นปี 2558 และ 2.5% ภายในสิ้นปี 2559 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ย 1.125% สำหรับปี 2558 และ 2.4% สำหรับปี 2559 ซึ่งคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมีนาคมเล็กน้อย ขณะที่ในระยะยาว เฟดคาดหมายดอกเบี้ยที่ 3.75% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 4%
    ขณะเดียวกัน เฟดคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานจะลดลงมากกว่าเดิมที่คาดไว้ โดยเวลานี้คาดว่าจะลดลงเหลือ 6-6.1% ภายในสิ้นปี 2557 จากนั้นจะลดสู่ระดับประมาณกลาง 5% ในปี 2558 และต้น 5% ในปี 2559
    ในส่วนของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ทางการเฟดปรับลดคาดการณ์การเติบโตสำหรับปี 2557 ลงเหลือ 2.1-2.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.8-3.0% เมื่อเดือนมีนาคม นับเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่เฟดต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเบื้องต้นลง หลังจากตัวเลขในช่วงต้นปีเป็นไปอย่างน่าผิดหวัง อย่างไรก็ดี นางเยลเลนกล่าวว่า ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ฤดูหนาวที่รุนแรงผิดปกติ และเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
    นอกจากนี้ เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจในระยะยาวจะมีการเติบโตในระดับเพียง 2.1-2.3% ต่ำกว่าความคาดหมายเมื่อ 2-3 ปีก่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายว่าเหตุใดเฟดจึงคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ที่เพียง 3.75% อย่างไรก็ดี ในช่วงปี 2558 และ 2559 เฟดคาดการณ์ว่าการเติบโตจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว โดยจะเติบโตได้เกินกว่า 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,958 วันที่ 19 - 21  มิถุนายน  พ.ศ. 2557

JoomSpirit