รายงานชี้เอเชีย-แปซิฟิกจะขึ้นแท่นภูมิภาคที่ “มั่งคั่งที่สุดในโลก” ใน 4 ปี เขี่ยอเมริกาเหนือ-ยุโรป ตกบัลลังก์

 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2557       
       รายงาน “Global Wealth 2014” ซึ่งเผยแพร่โดยบอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป (BСG) ระบุว่า ในปี 2013 ที่ผ่านมาความมั่งคั่งในภาคเอกชนของเอเชีย-แปซิฟิก (ไม่นับรวมญี่ปุ่น) ได้เติบโตขึ้นมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นกว่า 37 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก “2 ปัจจัยหลัก” นั่นคือ การเติบโตของจีดีพีของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแห่งนี้ ตลอดจน “อัตราการออม” ภายในประเทศที่สูงลิ่วของทั้งจีนและอินเดีย
       
       รายงานดังกล่าวระบุว่า หากเศรษฐกิจโดยรวมของเอเชีย-แปซิฟิกยังคงเติบโตในอัตราเช่นนี้ และยังคงมีอัตราการออมที่สูงลิ่วต่อไป เอเชีย-แปซิฟิกจะแซงหน้ายุโรปตะวันตกขึ้นเป็นภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกได้ภายในสิ้นปี 2014 นี้
       
       ไม่เพียงเท่านั้น ข้อมูลจากรายงานของบีซีจียังระบุว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 61 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2018 หรือภายใน 4 ปีนับจากนี้ ซึ่งหมายความว่าเมื่อถึงเวลานั้น เอเชีย-แปซิฟิกจะขยับแซงหน้า “อเมริกาเหนือ” ขึ้นเป็นภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของโลกในทันที
       
       อย่างไรก็ดี หากพิจารณาเป็นรายประเทศแล้ว รายงานฉบับนี้ระบุว่า เมื่อถึงปี 2018 สหรัฐอเมริกาจะยังคงสถานะเป็นดินแดนที่มีความมั่งคั่งที่สุดในโลกต่อไป โดยคาดว่า ความมั่งคั่งของเศรษฐกิจเมืองลุงแซมจะสูงถึง 54 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อถึงปีดังกล่าว ตามมาด้วยสาธารณรัฐประชาชนจีน (40 ล้านล้านดอลลาร์) ญี่ปุ่น (16 ล้านล้านดอลลาร์) เยอรมนี และสหราชอาณาจักร (9 ล้านล้านดอลลาร์เท่ากัน)
JoomSpirit