เวิลด์แบงก์ลดตัวเลขคาดจีดีพีโลก ระบุ “การเมืองไทย” เป็น 1 ในปัจจัยเสี่ยง

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2557

ในฉบับล่าสุดซึ่งนำออกเผยแพร่เมื่อวันอังคาร (10 มิ.ย.) ของรายงาน "แนวโน้มเศรษฐกิจโลก" (Global Economic Prospects) ที่จัดทำขึ้นปีละสองครั้ง เวิลด์แบงก์ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในปีนี้ ส่วนใหญ่จะมาจากพวกประเทศที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะอเมริกา และยูโรโซน กระนั้น การเริ่มต้นปีอย่างไม่ค่อยดีนัก เป็นต้นว่าสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติในสหรัฐฯ ตลาดการเงินปั่นป่วน และวิกฤตยูเครน ได้ส่งผลกระทบที่ฉุดแนวโน้มเศรษฐกิจโลกโดยรวมตลอดทั้งปี

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารโลกจึงปรับลดเป้าหมายการเติบโตของโลกในปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 2.8% จากที่คาดไว้ 3.2% ในเดือนมกราคม กระนั้นก็ยังดีขึ้นกว่าอัตราขยายตัวซึ่งทำได้ 2.4% ในปีที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า พวกประเทศที่มีรายได้สูงนั้น ในปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะมีอัตราเติบโตสูงขึ้นเป็น 1.9% จาก 1.3% เมื่อปี 2013 ตรงข้ามกับพวกประเทศกำลังพัฒนาที่แม้ได้อานิสงส์จากการเติบโตในประเทศมั่งคั่งในรูปการส่งออกที่เพิ่มขึ้น แต่จะมีปัญหาในเรื่องการเค้นศักยภาพมารองรับดีมานด์ดังกล่าว เนื่องจากส่วนใหญ่ได้ฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินปี 2008 และเดินเครื่องผลิตขยเกือบเต็มความสามารถอยู่แล้ว

ดังนั้น เวิลด์แบงก์คาดหมายว่า พวกประเทศกำลังพัฒนาว่าจะขยายตัว 4.8% ในปีนี้ ลดฮวบจาก 5.3% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมกราคม และนับเป็นปีที่สามติดต่อกันที่กลุ่มนี้มีอัตราเติบโตต่ำกว่า 5% สะท้อนสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกหลังวิกฤตที่มีความท้าทายมากขึ้น

รายงานฉบับล่าสุดของธนาคารโลกนี้ แตกต่างอย่างมากจากฉบับเดือนมกราคมที่มีการปรับเพิ่มอัตราเติบโต พร้อมระบุว่า ดูเหมือนทั้งประเทศร่ำรวยและประเทศกำลังพัฒนากำลังมาถึงจุดที่จะสามารถลืมตาอ้าปากจากวิกฤตการเงินได้สำเร็จแล้ว

การที่ปีนี้ พวกชาติกำลังพัฒนากลับยังคงมีอัตราเติบโตชะลอตัวลง เวิลด์แบงก์ชี้ว่าที่สำคัญแล้วเป็นการสะท้อนให้เห็นความอ่อนแอของจีน ประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดและมีฐานะเป็นระบบเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยจีดีพีไตรมาสแรกของแดนมังกรขยายตัวแค่ 5.8% อันเป็นผลจากผลผลิตอุตสาหกรรมที่ลดฮวบ และความพยายามของปักกิ่งในการคุมเข้มสินเชื่อ

ธนาคารโลกคาดหมายว่า เศรษฐกิจจีนปีนี้จะขยายตัว 7.6% จากที่ทำได้ 7.7% เมื่อปีที่แล้ว โดยที่ปักกิ่งเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่ 7.5%

รายงานยังกล่าวว่า จีดีพีอินเดีย เม็กซิโก และฟิลิปปินส์ ในไตรมาสแรกปีนี้ต่างมีอัตราเติบโตขยับขึ้นเล็กน้อย ตรงข้ามกับอินโดนีเซีย มองโกเลีย มาเลเซีย และบราซิล ที่การขยายตัวชะลอลง ส่วนในแอฟริกาใต้และเปรูนั้นถึงขั้นติดลบทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูเครน ไทย และโมร็อกโก ติดลบรุนแรงในระดับ 8-12%

ความอ่อนแอในประเทศกำลังพัฒนาเช่นนี้ เป็นผลสะท้อนจากปัจจัยหลายอย่าง เป็นต้นว่า ผลกระทบจากสภาพหนาวเย็นจัดในอเมริกา ความตึงเครียดทางการเมืองในไทย ยูเครน และตุรกี การประท้วงของแรงงานในแอฟริกาใต้ และการคุมเข้มนโยบายการเงินหลังจากตลาดการเงินปั่นป่วนเมื่อปีที่แล้ว

จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก กล่าวเตือนในคำแถลงที่ออกมาพร้อมรายงานฉบับนี้ว่า บรรดาประเทศกำลังพัฒนาต้องเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้นและลงทุนให้มากขึ้นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างครอบคลุม ซึ่งจำเป็นต่อการขจัดปัญหาความยากจนสุดขีดในประชากรรุ่นนี้

ขณะที่ แอนดริว เบิร์นส์ แกนนำในการจัดทำรายงานฉบับนี้ แสดงความกังวลว่า หากพวกธนาคารกลางของชาติร่ำรวยยุติมาตรการกระตุ้นทางการเงินและหันกลับมาขยับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วกะทันหันแล้ว ก็อาจทำให้เงินทุนไหลออกจากพวกประเทศกำลังพัฒนาและสร้างความเสียหายต่อประเทศเหล่านี้ รวมทั้งทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วน และอาจทำให้เกิดวิกฤตแบบวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997-98 ขึ้นอีกครั้ง

รายงานยังเตือนถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่เศรษฐกิจโลกอาจต้องเผชิญในปีนี้ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดยืดเยื้อในยูเครน ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในซีเรียและไทย และความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงเร็วกว่าคาด

JoomSpirit