อีซีบีกังวลปัญหาเงินเฟ้อต่ำ


    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี ในวันพฤหัสบดี (8 พฤษภาคม) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% เท่าเดิม อย่างไรก็ดี นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี กล่าวว่า มีความเห็นพ้องในที่ประชุมกำหนดนโยบายของคณะกรรมการบริหารของธนาคารว่า ควรต้องมีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจของยูโรโซน
    อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคยูโรโซนในเดือนเมษายนปรับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 0.7% จาก 0.5% ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อในระดับดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ที่อีซีบีกำหนดไว้อยู่มาก นักเศรษฐศาสตร์บางรายกล่าวว่า เงินเฟ้อระดับต่ำเช่นนี้นับเป็นความเสี่ยง เนื่องจากทำให้ยูโรโซนมีความเปราะบางต่อการเกิดภาวะเงินฝืดหากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ อาทิเช่น วิกฤตการณ์ในยูเครนเลวร้ายลง เป็นต้น
    ทั้งนี้ นายดรากีส่งสัญญาณว่า อีซีบีพร้อมที่จะมีมาตรการกระตุ้นเงินเฟ้อและเศรษฐกิจออกมาในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมิถุนายน "คณะกรรมการบริหารสะดวกใจที่จะมีมาตรการออกมาในครั้งหน้า แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องการดูรายงานการคาดการณ์เงินเฟ้อจากทีมงานของเราที่จะออกมาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน" นายดรากีกล่าวภายหลังการประชุมประจำเดือนพฤษภาคม
    นายดรากีไม่ได้ระบุว่าอีซีบีจะนำมาตรการใดมาใช้ เพียงแต่กล่าวว่าที่ประชุมได้มีการอภิปรายถึงเครื่องมือนโยบายที่อีซีบีเคยกล่าวถึงมาก่อน ซึ่งได้แก่ การปรับลดดอกเบี้ย มาตรการเพิ่มสภาพคล่อง ตลอดจนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE หรือการพิมพ์เงินเพื่อนำมาซื้อสินทรัพย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ได้นำมาใช้แล้ว
    นอกจากนี้ ประธานอีซีบีได้กล่าวแสดงความกังวลต่อผลพวงจากวิกฤตการณ์ในยูเครน โดยกล่าวว่ายุโรปจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ เช่น เศรษฐกิจรัสเซียที่ซบเซาลง มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้น หรือราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น "มันเป็นสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมาก ซึ่งมีโอกาสเลวร้ายลง ถ้ามันเลวร้ายลงจริง ยูโรโซนและสหภาพยุโรปจะได้รับผลกระทบมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในโลก" นายดรากีกล่าว
    นายดรากียังได้แสดงความกังวลต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโร โดยในวันพฤหัสบดี ค่าเงินยูโรอยู่ในระดับเกือบ 1.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร เนื่องจากนักลงทุนมองหาแหล่งพักเงินทุนที่ปลอดภัยหลบหนีจากความวุ่นวายในภูมิภาคอื่นๆ เงินยูโรที่แข็งค่าทำให้สินค้าจากยูโรโซนราคาแพงขึ้นในตลาดต่างประเทศ และมีแนวโน้มที่จะกดดันเงินเฟ้อให้ลดลงอีกเนื่องจากสินค้านำเข้ามีราคาถูกลง
    "การแข็งค่าของเงินยูโรในบริบทของอัตราเงินเฟ้อต่ำ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เป็นเหตุให้คณะกรรมการอีซีบีมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง" นายดรากีกล่าว
    การส่งสัญญาณของนายดรากีว่าอาจจะมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในเดือนหน้า ทำให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ว่ามาตรการของอีซีบีจะออกมาเป็นเช่นไร สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวระบุว่า ในการประชุมครั้งล่าสุด นายดรากีกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการนำมาตรการ QE มาใช้ในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ประธานอีซีบีกล่าวอย่างชัดเจนว่ายังเป็นเวลาอีกนานกว่าที่จะตัดสินใจใช้มาตรการดังกล่าว
    แนวทางที่เป็นไปได้มากกว่าคือการปรับลดดอกเบี้ย ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้หลักของอีซีบี และดอกเบี้ยเงินฝาก โดยปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากของอีซีบีอยู่ที่ 0% การลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับติดลบ หมายความว่าอีซีบีจะเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์ที่นำเงินมาฝากข้ามคืน ซึ่งเป็นนโยบายที่มีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวให้ธนาคารนำเงินไปปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือนมากขึ้น อีกทั้งจะทำให้สินทรัพย์มีความน่าดึงดูดใจน้อยลงในสายตานักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะช่วยลดค่าเงินยูโรให้ต่ำลง
    โฮลเกอร์ ชไมดิ้ง นักเศรษฐศาสตร์จากเบอเรนเบิร์กแบงก์ ให้ความเห็นว่า การออกมาตรการ QE เต็มรูปแบบมีความเป็นไปได้น้อย แต่มาตรการขนาดเล็กอื่นๆ เช่น การลดดอกเบี้ย ปล่อยกู้ระยะยาวต้นทุนต่ำให้ธนาคาร หรือซื้อพันธบัตรอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของรัฐบาล จะให้ผลไม่มากนัก "มาตรการเหล่านั้นอาจช่วยลดอัตราแลกเปลี่ยนได้เพียงเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,947 วันที่ 11 - 14  พฤษภาคม พ.ศ. 2557

JoomSpirit