ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออก


เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่า ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะมีอัตราการเจริญเติบโต 7.1% ในปีนี้ซึ่งไม่ต่างจากปี 2556 มากนัก ด้วยเหตุนี้จึงจะยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของโลก แม้ว่าจะชะลอตัวลงจากอัตราเฉลี่ย 8.0% ในช่วงปี 2549 - 2556
สำหรับประเทศจีน การเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก7.7% ในปี 2556 เป็น 7.6% ในปีนี้ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในภูมิภาคนี้จะมีการเจริญเติบโตที่ 5.0% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากระดับ 5.2% ในปีที่ผ่านมา
แอ็กเซล ฟาน ทร็อตเซ็นเบิร์กรองประธานธนาคารโลกฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เปิดเผยว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยังคงเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกนับตั้งแต่เหตุวิกฤติการเงินของโลก "การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยให้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้มีการขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างคงที่ไปพร้อมๆ กับการปรับตัวต่อสภาวะทางการเงินของโลกที่จะตึงตัวมากขึ้น"
ส่วนประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นอินโดนีเซีย และประเทศไทย รายงานของเวิลด์แบงก์ระบุว่า จะเผชิญกับสภาวะทางการเงินของโลกที่ตึงตัวกว่าเดิมรวมทั้งอัตราหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่วนการขยายตัวของเศรษฐกิจมาเลเซียจะเร่งตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 4.9% ในปี 2557 การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ภาระหนี้ที่สูงขึ้นและมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่ออุปสงค์ในประเทศ ส่วนการเจริญเติบโตของประเทศฟิลิปปินส์จะชะลอตัวลงอยู่ที่6.6% โดยค่าใช้จ่ายเพื่อการฟื้นฟูบูรณะประเทศได้ชดเชยการบริโภคที่ลดลงอันเป็นผลพวงมาจากภัยธรรมชาติในปี2556
มีการคาดการณ์ว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กจะเติบโตอย่างคงที่แต่จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เร็วเกินไป ทำให้อาจต้องมีมาตรการคุมเข้มทางการเงินเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศกัมพูชา การปฏิรูปครั้งใหม่หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตที่7.2% ในปีนี้ แต่ความไม่มั่นคงด้านตลาดแรงงานอาจเป็นปัจจัยเสี่ยง สำหรับประเทศเมียนมาร์ เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่า ความก้าวหน้าในการปฏิรูปโครงสร้างจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว 7.8%ส่วนเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามในปีนี้จะเติบโตไม่มากนัก คือ ที่อัตรา5.5 % เนื่องมาจากความก้าวหน้าในเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างกลุ่มธนาคารและภาคส่วนอื่นๆ มีค่อนข้างน้อย สำหรับเศรษฐกิจของประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกส่วนใหญ่รวมไปถึงติมอร์เลสเต ยังคงต้องพึ่งพิงเงินช่วยเหลือจากประเทศที่เจริญแล้ว
เบิร์ท ฮอฟแมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าวว่า สิ่งที่ยังเป็นความเสี่ยงสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกได้แก่ การฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาดไว้ของประเทศเศรษฐกิจที่เจริญแล้ว อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สืบเนื่องมาจากความตึงเครียดทางด้านการเมืองในแถบยุโรปตะวันออก ตอกยํ้าว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ในด้านลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยในแง่บวก ซึ่งได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นช่วยให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกสามารถรับมือกับแรงกระทบภายนอก ซึ่งรวมถึงการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศที่ได้เกิดขึ้นเมื่อมีการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐฯ (QE)นอกจากนี้ประเทศส่วนใหญ่มีเงินทุนสำรองเพียงพอที่จะรองรับแรงกระทบภายนอกและแรงกระทบทางการค้าในระยะสั้น
"การที่จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะยาวประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ควรจะต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตและเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาด" นายฮอฟแมนกล่าว


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,938 วันที่ 10 - 12 เมษายน พ.ศ. 2557

JoomSpirit